เทศกาลสงกรานต์

เทศบาลบางหลวงจัดสงกรานต์ สืบสานแห่หงส์ ธงตะขาบ

เทศบาลตำบลบางหลวง จังหวัดปทุมธานี จัดกิจกรรมวันสงกรานต์อย่างคึกคัก เพื่อสืบสานประเพณี แห่หงส์ ธงตะขาบ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ท้องถิ่นที่งดงาม ผู้เข้าร่วมงานได้ร่วมกันสรงน้ำพระ รดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ สร้างบรรยากาศเสริมสิริมงคลและกระชับความสัมพันธ์ในชุมชนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

ภาพกิจกรรมแห่หงส์ ธงตะขาบ เทศบาลตำบลบางหลวง

กิจกรรมนี้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 15 เมษายน 2569 ณ วัดบางหลวง ตำบลบางหลวง อำเภอเมืองปทุมธานี โดยมีนางสาวสุกาญญา ดีสวัสดิ์ นายกเทศมนตรีตำบลบางหลวง เป็นผู้นำทีม ร่วมด้วยคณะผู้บริหาร กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำชุมชน งานนี้ไม่เพียงแต่เฉลิมฉลองวันสงกรานต์และวันผู้สูงอายุแห่งชาติเท่านั้น แต่ยังมุ่งส่งเสริมคุณค่าทางวัฒนธรรม สร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน และเชื่อมโยงคนทุกวัยให้ใกล้ชิดกันมากขึ้น

แห่หงส์ ธงตะขาบ

ประเพณีแห่หงส์ ธงตะขาบถือเป็นมรดกอันล้ำค่าของชาวตำบลบางหลวง สะท้อนวิถีชีวิต ความเชื่อ และศรัทธาของชาวบ้านที่สืบทอดกันมานานหลายชั่วอายุคน นายกเทศมนตรีสุกาญญา ดีสวัสดิ์ กล่าวว่าการจัดงานครั้งนี้แสดงถึงความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการอนุรักษ์วัฒนธรรมให้คงอยู่ตลอดไป พร้อมเป็นการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของตำบลบางหลวงให้เป็นที่รู้จักกว้างขวาง

ประเพณีแห่หงส์ ธงตะขาบ ที่วัดบางหลวง

กิจกรรมเด่นในประเพณีแห่หงส์ ธงตะขาบ

งานนี้เต็มไปด้วยกิจกรรมที่น่าประทับใจ โดยได้รับเกียรติจากนายเอกวิทย์ มีเพียร ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี มาเป็นประธานในพิธีเดินแห่รอบพระอุโบสถ จากนั้นพระศรีวัชรปัทมคุณ (ถาวร ถิรจิตโต) เจ้าอาวาสวัดบางหลวงและเจ้าคณะอำเภอเมืองปทุมธานี ได้ทำพิธีเจิมหงส์และธงตะขาบทั้งสองสี ก่อนชักขึ้นเสาทั้งสองผืนหน้าพระอุโบสถ เพื่อเป็นสิริมงคล

พิธีเจิมหงส์ธงตะขาบ ในงานสงกรานต์เทศบาลบางหลวง
  • เดินแห่หงส์ธงตะขาบรอบพระอุโบสถอย่างยิ่งใหญ่
  • พิธีเจิมและชักธงขึ้นเสาเพื่อขับไล่สิ่งชั่วร้าย
  • สรงน้ำพระพุทธรูปและถวายข้าวแช่แด่พระสงฆ์
  • พิธีรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ เพื่อแสดงกตัญญู
  • มอบของที่ระลึกให้ผู้สูงอายุทุกท่าน

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมสนุกสนานอื่นๆ เช่น การละเล่นพื้นบ้านและอาหาร传统ที่ช่วยให้ผู้มาร่วมงานได้เพลิดเพลินไปกับกลิ่นอายสงกรานต์ไทยแท้ๆ ประเพณีแห่หงส์ ธงตะขาบไม่ใช่แค่การเฉลิมฉลอง แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของความสามัคคีและความศรัทธาที่ช่วยให้ชุมชนบางหลวงเจริญรุ่งเรือง

ผู้ว่าราชการจังหวัดร่วมแห่หงส์ ธงตะขาบ
สรงน้ำพระและรดน้ำผู้สูงอายุในประเพณีแห่หงส์ ธงตะขาบ
บรรยากาศงานสงกรานต์สืบสานแห่หงส์ ธงตะขาบ ที่ตำบลบางหลวง

ประเพณีอย่างแห่หงส์ ธงตะขาบช่วยรักษาระบบคุณค่าทางจิตใจของคนไทยเอาไว้ ในยุคที่โลกเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว การมีงานแบบนี้ทำให้เยาวชนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้และภาคภูมิใจในมรดกท้องถิ่น หากคุณกำลังมองหาประสบการณ์วัฒนธรรมแท้ๆ ลองแวะมาที่ตำบลบางหลวงในปีหน้า จะได้ร่วมสืบสานประเพณีไปด้วยกัน

กิจกรรมเช่นนี้เป็นตัวอย่างที่ดีของการพัฒนาชุมชนที่ยั่งยืน โดยผสมผสานระหว่างประเพณีเก่าแก่กับการมีส่วนร่วมของทุกคน หากเทศบาล地方อื่นๆ นำไปเป็นแบบอย่าง ก็น่าจะช่วยให้วัฒนธรรมไทยกระจายตัวอย่างทั่วถึงยิ่งขึ้น

มาเยี่ยมชมตำบลบางหลวงและร่วมงานสงกรานต์ปีหน้าได้เลยนะครับ!

ที่มา – เทศบาลตำบลบางหลวง จัดกิจกรรมวันสงกรานต์ สืบสานประเพณี “แห่หงส์ ธงตะขาบ”

ถนนมิตรภาพ สาย 304 ช่วงบ่ายรถเพิ่มขึ้น

เทศกาลสงกรานต์วันสุดท้ายแล้ว ประชาชนเริ่มทยอยเดินทางกลับกรุงเทพฯ กันอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะบนถนนมิตรภาพ สาย 304 ช่วงบ่ายรถเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ถนนสายหลักเส้นนี้ที่เชื่อมภาคอีสานเข้ากับภาคกลางกำลังคึกคักไปด้วยยานพาหนะนับพันคัน เพื่อหลีกเลี่ยงรถติดหนึบในช่วงค่ำ

ถนนมิตรภาพ สาย 304 ช่วงบ่ายรถเพิ่มขึ้น

วันที่ 15 เมษายน 2567 (ปรับปีให้ถูกต้อง) สภาพจราจรบนถนนมิตรภาพ ทางหลวงหมายเลข 2 ช่วงอำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา เริ่มหนาแน่นตั้งแต่ช่วงบ่าย ประชาชนจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือเดินทางกลับ กทม. และปริมณฑลกันมากมาย แยกสำคัญอย่างแยกบัวลาย อำเภอบัวลาย แยกสีดา อำเภอสีดา แยกบ้านวัด อำเภอคง และแยกตลาดแค ตำบลธารปราสาท อำเภอโนนสูง มีรถชะลอตัวหนัก เจ้าหน้าที่แขวงทางหลวงนครราชสีมาที่ 1 ต้องปิดจุดกลับรถหลายจุดเพื่อควบคุมสถานการณ์ คาดว่าช่วงเย็นถึงค่ำ รถจะเพิ่มขึ้นอีกเพียบ

ถนนมิตรภาพ สาย 304 ช่วงบ่ายรถเพิ่มขึ้น ประชาชนเดินทางกลับ กทม.

ไม่ใช่แค่ถนนมิตรภาพเท่านั้น ถนนสาย 304 จากอำเภอนาดี มุ่งหน้ากบินทร์บุรีและศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี ก็เริ่มมีรถหนาแน่นเป็นช่วงๆ รถยังวิ่งได้ 80-120 กม./ชม. แต่คาดว่าจะแน่นขึ้นเรื่อยๆ ประชาชนจากอีสานผ่านเส้นนี้เพื่อเข้าภาคตะวันออกและ กทม. ที่ปั๊มน้ำมันแรกก่อนลงเขาโทน ตำบลบุพราหมณ์ อำเภอนาดี มีคนแวะพักรถ เติมน้ำมัน เข้าห้องน้ำจำนวนมาก เนื่องจากเขาโทนเป็นจุดเสี่ยงอุบัติเหตุ

สถานการณ์จราจรบนถนนมิตรภาพ สาย 304 ช่วงบ่ายรถเพิ่มขึ้น

ตำรวจทางหลวงปราจีนบุรีรายงานว่า เช้ามีรถเบาบาง แต่บ่ายเริ่มแน่น คาดคืนนี้ถึงเช้า รถจากอีสานจะทะลักเข้าปราจีนบุรีเพียบ สาเหตุหลักมาจากวันหยุดยาวสงกรานต์สิ้นสุด ทุกคนรีบกลับไปทำงานวันจันทร์

เพื่อให้เข้าใจภาพรวมมากขึ้น ลองมาดูปัจจัยที่ทำให้ถนนมิตรภาพ สาย 304 ช่วงบ่ายรถเพิ่มขึ้นกัน:

  • วันหยุดยาวสิ้นสุด: ประชาชนกว่า 2 ล้านคนจากภาคอีสานเดินทางกลับ กทม.
  • เส้นทางหลัก: ถนนมิตรภาพและสาย 304 เป็นทางด่วนทางเลือกสำหรับคนอีสาน
  • จุดเสี่ยง: ทางลาดชัน ลงเขาโทน จุดกลับรถแยกต่างๆ
  • พฤติกรรมขับขี่: แวะพักน้อย รีบเร่งกลับ ทำให้รถสะสม

นอกจากนี้ กรมทางหลวงยังแนะนำให้ใช้แอปพลิเคชันตรวจจราจรแบบเรียลไทม์ เช่น Google Maps หรือแอปทางหลวง เพื่อเลี่ยงจุดติด

ถนนมิตรภาพ สาย 304 ช่วงบ่ายรถเพิ่มขึ้น ที่ปั๊มน้ำมันเขาโทน

เคล็ดลับหลีกเลี่ยงรถติดถนนมิตรภาพ สาย 304

หากคุณกำลังเดินทาง ลองทำตามนี้เพื่อความปลอดภัย:

  • ออกเดินทางดึกๆ หรือเช้ามืด หลีกเลี่ยงช่วงบ่าย-ค่ำ
  • ใช้เส้นทางเลี่ยง เช่น มอเตอร์เวย์ หรือทางหลวงสายรอง
  • ตรวจสภาพรถ พักทุก 2 ชม. ดื่มน้ำมากๆ
  • ฟังวิทยุจราจร 1447 หรือเช็ค TLTF
  • ขับด้วยความเร็วเหมาะสม อย่าประมาท

จากสถิติปีก่อน สงกรานต์มีอุบัติเหตุกว่า 2,000 ครั้ง รถติดสะสมหลายร้อยกม. ปีนี้เจ้าหน้าที่เพิ่มมาตรการ แต่ถนนมิตรภาพ สาย 304 ช่วงบ่ายรถเพิ่มขึ้นยังเป็นปัญหาหลัก

สรุปแล้ว การเดินทางกลับหลังสงกรานต์ต้องวางแผนดีๆ เพื่อความปลอดภัยและประหยัดเวลา แนะนำเช็คข่าวจราจรอัปเดตล่าสุดก่อนออกเดินทาง จะช่วยให้ทริปสมบูรณ์แบบ!

ติดตามข่าวจราจรและเคล็ดลับเดินทางเพิ่มเติมได้ที่บล็อกของเรา

ที่มา – ถนนมิตรภาพ – สาย 304 ช่วงบ่ายรถเพิ่มขึ้น คนทยอยเดินทางกลับ กทม. ต่อเนื่อง

Sinon Loresca อินฟลูฯ ดัง โพสต์ขอบคุณหลังขึ้นไทยรัฐ

เทศกาลสงกรานต์ปี 2567 ถือเป็นช่วงเวลาที่ประเทศไทยคึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยวและอินฟลูเอนเซอร์จากทั่วโลก โดยเฉพาะ Sinon Loresca อินฟลูฯ ดัง ชาวฟิลิปปินส์ เจ้าของฉายา King of Catwalk ที่มาเล่นน้ำและสร้างกระแสไวรัลสุดๆ ล่าสุดเขายังโพสต์ภาพและคลิปขอบคุณแฟนๆ หลังจากภาพของเขาปรากฏบนหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ซึ่งกลายเป็นโมเมนต์น่าประทับใจที่แสดงถึงความรักที่เขามีต่อประเทศไทย

Sinon Loresca อินฟลูฯ ดัง

Sinon Loresca อินฟลูฯ ดัง เป็นอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังระดับเอเชียจากฟิลิปปินส์ ที่มีผู้ติดตามบนโซเชียลมีเดียกว่า 6 ล้านคน เขาโด่งดังจากการเดินแบบบนส้นสูงอย่างมั่นใจ พร้อมซิกแพคแน่นๆ บนถนนหรือสถานที่สาธารณะ ลีลาการแสดงออกที่เป็นเอกลักษณ์ทำให้เขาได้รับฉายา King of Catwalk และกลายเป็นไอคอนของวงการแฟชั่นสตรีทในเอเชีย

ในวันที่ 15 เมษายน 2567 Sinon Loresca เดินทางมาเฉลิมฉลองสงกรานต์ที่ประเทศไทย โดยโพสต์ภาพและคลิปวิดีโอขณะเล่นน้ำในสถานที่ต่างๆ ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวของเขา คลิปเหล่านี้ได้รับยอดวิวและแชร์จำนวนมาก เพราะภาพของเขาที่กำลังสนุกสนานกับเทศกาลไทย ทำให้แฟนๆ รู้สึกอบอุ่นใจ

โพสต์ขอบคุณหลังได้ขึ้นหน้าหนึ่งไทยรัฐ

ไฮไลต์สำคัญคือเมื่อ Sinon Loresca โพสต์ภาพหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ฉบับวันที่ 13 เมษายน 2567 พร้อมแคปชั่นภาษาอังกฤษว่า “I feel so much love here in Thailand.” ซึ่งแปลว่า “ฉันรู้สึกได้รับความรักมากมายที่นี่ในประเทศไทย” จากนั้นเขายังโพสต์คลิปวิดีโอพูดภาษาไทยสุดน่ารักว่า “สวัสดีครับ อันนี้สวยมาก เลิศ ฉันรักไทยแลนด์ ขอบคุณ” คำพูดที่ออกมาจากใจทำให้แฟนๆ ชาวไทยละลายใจกันไปเลย

หลังจากโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ ก็มีคอมเมนต์จากผู้ติดตามนับพัน ทั้งชื่นชมลีลาเดินแบบของเขา ชมภาษาไทยที่พูดได้ และขอบคุณที่มาเพิ่มสีสันให้สงกรานต์ไทย หลายคนบอกว่า “King of Catwalk มาไทยแล้วสงกรานต์ยิ่งสนุก” หรือ “รักไทยแลนด์เหมือนกันค่ะ มาเล่นน้ำอีกนะพี่” แสดงให้เห็นถึงพลังของโซเชียลมีเดียที่เชื่อมโยงคนทั้งโลก

ประวัติและความสำเร็จของ Sinon Loresca อินฟลูฯ ดัง

Sinon Loresca เริ่มดังจากคลิปเดินแบบส้นสูงบนถนนในฟิลิปปินส์ ซึ่งกลายเป็นไวรัลและนำไปสู่ชื่อเสียงระดับภูมิภาค เขาเคยมาเยือนประเทศไทยหลายครั้งก่อนหน้านี้ และทุกครั้งก็โพสต์คอนเทนต์ที่แสดงความชื่นชอบวัฒนธรรมไทย ไม่ว่าจะเป็นอาหาร街 ท่องเที่ยว หรือเทศกาลต่างๆ ปัจจุบันเขามีผู้ติดตามกว่า 6 ล้านคนบนเฟซบุ๊ก และช่องทางอื่นๆ อีกมากมาย

  • โด่งดังจากลีลาเดินแบบส้นสูงสุดมั่นใจ
  • เจ้าของฉายา King of Catwalk
  • มีผู้ติดตามกว่า 6 ล้านคนทั่วเอเชีย
  • มาไทยบ่อย สร้างคอนเทนต์เกี่ยวกับวัฒนธรรมไทย
  • พูดภาษาไทยได้ สื่อสารกับแฟนไทยได้ดี

การที่ Sinon Loresca อินฟลูฯ ดัง เลือกมาเล่นสงกรานต์และแสดงความขอบคุณแบบนี้ สะท้อนถึงเสน่ห์ของเทศกาลสงกรานต์ที่ดึงดูดผู้คนจากทั่วโลก ปีนี้มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะกลุ่มอินฟลูเอนเซอร์ที่ช่วยประชาสัมพันธ์ประเทศไทยฟรีๆ ผ่านโซเชียล

นอกจากนี้ ยังเป็นตัวอย่างของ soft power ไทยที่แข็งแกร่ง อาหาร สถานที่ และผู้คนที่เป็นมิตร ทำให้ชาวต่างชาติอย่าง Sinon ตกหลุมรัก การขึ้นหน้าหนึ่งไทยรัฐ จึงไม่ใช่แค่เกียรติยศ แต่เป็นการยอมรับจากสื่อไทยที่มีชื่อเสียง

หากคุณกำลังมองหาแรงบันดาลใจในการแต่งตัวหรือลุคใหม่ๆ ลองติดตาม Sinon Loresca ได้เลย เขาไม่เพียงแสดงแฟชั่น แต่ยังสอนให้มั่นใจในตัวเอง สงกรานต์ปีนี้พิเศษเพราะมี King of Catwalk มาร่วมด้วย คุณคิดยังไงกับโมเมนต์นี้? คอมเมนต์แชร์ความเห็นด้านล่าง หรือแชร์โพสต์นี้ให้เพื่อนๆ รู้จัก Sinon Loresca อินฟลูฯ ดัง กันเถอะ!

ในความเห็นของผม การที่อินฟลูฯ ต่างชาติอย่าง Sinon Loresca ชื่นชอบไทยขนาดนี้ แสดงให้เห็นว่าไทยแลนด์ยังคงเป็นจุดหมายปลายทางอันดับต้นๆ ของโลก ลองเชิญชวนเพื่อนฝูงมาสัมผัสด้วยตัวเองในปีหน้า

ที่มา – Sinon Loresca อินฟลูฯ ดัง โพสต์ขอบคุณ หลังได้ขึ้นหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

นครสวรรค์รถเริ่มแน่น คนทยอยเดินทางกลับ กทม. เตรียมเปิดช่องทางพิเศษ ระบายการจราจร

หลังจากหยุดยาววันสงกรานต์ผ่านพ้นไปแล้ว นครสวรรค์รถเริ่มแน่น คนทยอยเดินทางกลับ กทม. กันเยอะมากเลยนะครับ บรรยากาศบนถนนทางหลวงเริ่มคึกคัก รถจากภาคเหนือและภาคอื่นๆ พากันมุ่งหน้ากรุงเทพฯ กันอย่างต่อเนื่อง ผู้สื่อข่าวรายงานว่าช่วงบ่ายวันที่ 15 เม.ย. 2569 ถนนหมายเลข 117 สายนครสวรรค์-พิษณุโลก มีรถหนาแน่นแต่ยังเคลื่อนตัวได้ดี ไม่ติดหนึบแบบปีก่อนๆ

นครสวรรค์รถเริ่มแน่น คนทยอยเดินทางกลับ กทม. เตรียมเปิดช่องทางพิเศษ ระบายการจราจร

แม้รถจะเริ่มแน่นแต่เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงก็เตรียมพร้อมเต็มที่ โดยเฉพาะการเปิดช่องทางพิเศษบนถนนพหลโยธินหมายเลข 1 ฝั่งขาล่อง ช่วงกม. 332 ถึง 321 ระยะทางราว 8-11 กิโลเมตร เพื่อระบายรถให้คล่องตัวขึ้น พวกเขาจะเปิดตามปริมาณรถในแต่ละช่วงเวลาเลยครับ ช่วยให้ชาวบ้านเดินทางกลับบ้านได้สบายใจมากขึ้น

สภาพจราจรบนถนนหลักที่ต้องระวัง

บนถนนหมายเลข 117 ช่วงกม. 9 ถึง 37 กำลังซ่อมแซมถนน เหลือช่องทางแค่ 2 เลน วิ่งสวนกัน ชะลอตัวบ้างตามคาด พ.ต.ท.วชิระ อัมฤทธิ์ สารวัตรสถานีตำรวจทางหลวงนครสวรรค์ แนะนำให้ใช้เส้นเลี่ยง เช่น จากแยกโพธิ์ไทรงาม เข้าหนองตางู ผ่านแยกเจริญผล ไปวงเวียนเก้าเลี้ยว แล้วออกสายเลี่ยงเมือง จะปลอดภัยและเร็วขึ้นครับ

ส่วนในตัวเมืองนครสวรรค์ ถนนพหลโยธินเชิงสะพานเดชาติวงศ์ รถเยอะแต่ไม่ติด ตำรวจปรับไฟจราจรเป็นแบบ manual เพื่อระบายรถได้ไว บางคนเลี่ยงเข้าเส้นหมายเลข 11 เขาทราย-อินทร์บุรี ก็แน่นเหมือนกัน แสดงว่าทุกคนอยากกลับ กทม. กันหมด!

รถติดนครสวรรค์

เคล็ดลับเดินทางปลอดภัยช่วงนครสวรรค์รถเริ่มแน่น

  • เผื่อเวลาเดินทาง: อย่ารีบร้อน ช่วงค่ำรถจะเยอะขึ้นอีก
  • เคารพกฎจราจร: 特にจุดซ่อมถนน ระวังรถสวนมา
  • เช็คเส้นทางเลี่ยง: ใช้แอป Google Maps หรือถามตำรวจทางหลวง
  • พักรถบ่อยๆ: ดื่มน้ำ กลืนยา เพื่อไม่ให้ง่วง

นอกจากนี้ ตำรวจทางหลวงยังกำชับให้ขับขี่ระมัดระวัง เพราะเสี่ยงอุบัติเหตุสูงในจุดแคบๆ ถ้าปฏิบัติตาม คงกลับ กทม. แบบปลอดภัยทั้งหมดครับ

ตำรวจทางหลวงนครสวรรค์

สรุปแล้ว นครสวรรค์รถเริ่มแน่น คนทยอยเดินทางกลับ กทม. เตรียมเปิดช่องทางพิเศษ ระบายการจราจร ทำให้การเดินทางยังราบรื่น ถ้าทุกคนช่วยกัน ขับปลอดภัย เช็คข่าวอัปเดตตลอด จะถึงบ้านแบบชิลๆ เลยครับ Insight จากผม: ปีนี้รถน้อยกว่าปีที่แล้วเพราะหลายคน Work from Home แต่ช่วงเย็นยังต้องระวังนะ

ติดตามข่าวจราจรล่าสุดและเคล็ดลับเดินทางได้ที่บล็อกเรา หรือแชร์ประสบการณ์ของคุณในคอมเมนต์ด้านล่างเลย!

ที่มา – นครสวรรค์รถเริ่มแน่น คนทยอยเดินทางกลับ กทม. เตรียมเปิดช่องทางพิเศษ ระบายการจราจร

“วราวุธ” รดน้ำขอพรปีใหม่ไทย “ประภัตร”

เทศกาลสงกรานต์ปีนี้มาพร้อมความอบอุ่นและประเพณีที่สืบทอดกันมานาน นับเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่น่าประทับใจ เมื่อ“วราวุธ” รดน้ำขอพรปีใหม่ไทย “ประภัตร” อวยพรทุกคนแข็งแรง โชคดี ให้รวยไม่ไหวแล้ว ซึ่งกลายเป็นภาพที่สะท้อนถึงความเคารพและความผูกพันระหว่างนักการเมืองรุ่นพี่รุ่นน้องในจังหวัดสุพรรณบุรี

“วราวุธ” รดน้ำขอพรปีใหม่ไทย “ประภัตร” อวยพรทุกคนแข็งแรง โชคดี ให้รวยไม่ไหวแล้ว

ในวันที่ 15 เมษายน 2569 นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้เดินทางไปยังบ้านทรงไทย อำเภอศรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อรดน้ำดำหัวและขอพรปีใหม่ไทยจากนายประภัตร โพธสุธน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสุพรรณบุรี พรรคภูมิใจไทย และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ บรรยากาศเต็มไปด้วยความชุ่มฉ่ำ สนุกสนาน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน และชาวศรีประจันต์มาร่วมกันอย่างคับคั่ง

นายวราวุธ ได้กล่าวแสดงความขอบคุณทุกคนที่มาร่วม ขณะเดียวกันยังยกย่องนายประภัตรว่าเป็น “ขุนพลเอกของพ่อบรรหาร” มาตั้งแต่สมัยที่ตัวเองยังเด็ก และยังคงเป็นเสาหลักของชาวสุพรรณบุรี โดยเฉพาะอำเภอศรีประจันต์ คำพูดที่เต็มไปด้วยอารมณ์ขัน โดยเฉพาะเรื่อง “ไม่เคยแก่ลงเลยสักปีเดียว และยังไม่มีเจ้าสาวเคียงข้าง” ทำให้ทุกคนหัวเราะร่าอย่างสนุกสนาน

วราวุธ รดน้ำขอพรปีใหม่ไทย ประภัตร

คำอวยพรจากประภัตร สุขภาพแข็งแรง รวยไม่ไหว

ด้านนายประภัตร ได้กล่าวถึงความผูกพันที่ยาวนานกว่า 51 ปี ที่ไม่เคยทิ้งกัน โดยย้ำว่าทุกปีนายวราวุธจะมารดน้ำขอพรเสมอ แสดงถึงความเคารพและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน นอกจากนี้ยังอวยพรทุกคนในวันมหามงคลสงกรานต์ว่า “ขอให้ทุกคนประสบแต่ความโชคดี มีสุขภาพแข็งแรง มั่นคงยั่งยืน และรวยๆๆ กันทุกคน สาธุ รวยไม่ไหวแล้วใช่ไหม” คำอวยพรที่ทำให้ทุกคนยิ้มแย้มและรู้สึกอบอุ่นใจ

นายวราวุธยังได้ขอพรต่อหน้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสุพรรณบุรี เช่น หลวงพ่อโต วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร ดวงวิญญาณสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง และพ่อบรรหาร เพื่อให้ “อาประภัตร” มีกำลังกาย กำลังใจ สติปัญญาตราบนานเท่านาน

บรรยากาศรดน้ำขอพร วราวุธ ประภัตร สงกรานต์
ประภัตร อวยพรแข็งแรง โชคดี รวยๆ ปีใหม่ไทย

เหตุการณ์“วราวุธ” รดน้ำขอพรปีใหม่ไทย “ประภัตร” อวยพรทุกคนแข็งแรง โชคดี ให้รวยไม่ไหวแล้วไม่เพียงแต่เป็นประเพณีสงกรานต์ที่งดงาม แต่ยังสะท้อนถึงความสามัคคีในชุมชนการเมืองสุพรรณบุรี ที่พัฒนาจังหวัดมาด้วยกันตั้งแต่สมัยนายบรรหาร ศิลปอาชา

ความสำคัญของประเพณีรดน้ำดำหัวในยุคปัจจุบัน

ประเพณีรดน้ำดำหัวเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมไทยที่แสดงถึงการขอพร การเคารพผู้ใหญ่ และการเริ่มต้นปีใหม่ด้วยความสิริมงคล ในยุคที่ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงเร็ว ประเพณีนี้ช่วยเชื่อมโยงรุ่นเก่ากับรุ่นใหม่ สร้างความสัมพันธ์อันดีงาม ลอง来看ตัวอย่างจากเหตุการณ์นี้:

  • เสริมสร้างความสามัคคี: การมาร่วมกันของชาวบ้านและนักการเมือง
  • อวยพรเพื่อความเจริญ: คำอวยพรเรื่องสุขภาพ โชคลาภ ความมั่งคั่ง
  • อนุรักษ์วัฒนธรรม: รักษาเอกลักษณ์ไทยในเทศกาลสงกรานต์
  • สร้างแรงบันดาลใจ: แสดงให้เห็นความผูกพันยาวนานกว่า 5 ทศวรรษ

นอกจากนี้ ยังมีเรื่องราวน่ารักจากคำพูดของนายวราวุธที่เรียกตัวเองและนายประภัตรว่า “อาหลาน” ซึ่งเป็นตำแหน่งที่สำคัญที่สุด ไม่ว่าจะมีตำแหน่งทางการเมืองใดก็ตาม สะท้อนถึงค่านิยมแบบไทยแท้

ในมุมมองของผู้เขียน เหตุการณ์นี้เป็นตัวอย่างที่ดีของการเมืองที่ใกล้ชิดประชาชน ไม่ใช่แค่ช่วงเลือกตั้ง แต่เป็นทุกโอกาสสำคัญอย่างสงกรานต์ หากนักการเมืองทุกคนทำแบบนี้ได้ ก็น่าจะสร้างความไว้วางใจจากประชาชนมากขึ้น

คุณล่ะ มีประสบการณ์รดน้ำดำหัวขอพรสงกรานต์แบบไหนที่ประทับใจ? แชร์ในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย หรือถ้าชอบเรื่องราวแบบนี้ กดไลค์ แชร์ และติดตามเพื่อไม่พลาดข่าวสารการเมืองท้องถิ่นที่น่าสนใจ!

ที่มา – “วราวุธ” รดน้ำขอพรปีใหม่ไทย “ประภัตร” อวยพรทุกคนแข็งแรง โชคดี ให้รวยไม่ไหวแล้ว

ปลัดมหาดไทย กำชับผู้ว่าฯ เตรียมแผนรับมือพายุฤดูร้อน

หลังจากหยุดยาวสงกรานต์ที่ผ่านมา ทุกคนคงกำลังเก็บข้าวของเตรียมกลับไปทำงานกันใช่ไหมคะ แต่ข่าวร้ายที่กำลังมาเยือนคือ พายุฤดูร้อน ที่กรมอุตุฯ เตือนไว้ ปลัดมหาดไทย กำชับผู้ว่าฯ เตรียมแผนรับมือพายุฤดูร้อน อย่างเร่งด่วน เพื่อปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนทุกคน โดยเฉพาะในภาคเหนือ อีสาน และกลาง

ปลัดมหาดไทย กำชับผู้ว่าฯ เตรียมแผนรับมือพายุฤดูร้อน

วันที่ 15 เมษายน 2567 นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรองผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ได้ออกคำสั่งกำชับผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่เสี่ยงทันที หลังกรมอุตุนิยมวิทยารายงานว่า ระหว่างวันที่ 16-20 เมษายน ประเทศไทยตอนบนจะเจอพายุฤดูร้อนรุนแรง มีฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บ และฟ้าผ่า โดยเริ่มจากภาคอีสานก่อน แล้วลามไปภาคตะวันออก กลางตอนตะวันออก และเหนือตามลำดับ สาเหตุมาจากมวลอากาศเย็นจากจีนแผ่ลงมา ทำให้ลมใต้พัดแรงขึ้น ขณะที่อากาศตอนบนร้อนอบอ้าว

นอกจากนี้ ยังมีปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 สะสมเกินมาตรฐานในภาคเหนือ อีสาน และกลางตอนบน เพราะจุดความร้อนเยอะเกินกว่าลมจะพัดพาได้ทัน ปลัดมหาดไทยจึงสั่งให้ผู้ว่าฯ ทุกจังหวัดเป็นผู้อำนวยการกองปภ.จังหวัด เฝ้าระวังสถานการณ์ร่วมกับอุตุฯ และแจ้งเตือนประชาชนอย่างต่อเนื่อง

มาตรการเตรียมพร้อมรับมือพายุฤดูร้อน

เพื่อลดความเสี่ยง ปลัดมหาดไทย กำชับผู้ว่าฯ เตรียมแผนรับมือพายุฤดูร้อน โดยสั่งการดังนี้

  • ตรวจสอบความแข็งแรงของอาคารบ้านเรือน ป้ายโฆษณา เสาไฟฟ้า ไม้ใหญ่ข้างถนน และสถานที่สาธารณะ หากชำรุดให้ซ่อมแซมด่วน
  • เตรียมเครื่องจักร บุคลากร และทรัพยากรปภ. ให้พร้อม รวมถึงชุด ERT (Emergency Response Team) ที่ซักซ้อมแล้ว สามารถออกช่วยเหลือได้ทันที
  • แจ้งเตือนเกษตรกรในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ให้ปกป้องผลผลิต สวนผลไม้ และสัตว์เลี้ยงจากลมแรงและลูกเห็บ

เจ้าหน้าที่ทุกระดับ ทั้งส่วนกลาง ภูมิภาค และท้องถิ่น ต้องทำงานเต็มที่ เพื่อให้ประชาชนปลอดภัยสูงสุด

รับมือไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นควันควบคู่

ในช่วงนี้ ภาคเหนือ อีสาน และกลางตอนบน ยังวิกฤตเรื่องไฟป่าและฝุ่น PM2.5 ตามคำสั่งนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ที่กำชับให้ประกาศปิดป่า ห้ามเผา จับกุมผู้กระทำผิด รณรงค์สวมหน้ากากอนามัย และใช้เครื่องบินดับไฟ ทำฝนหลวง เพื่อเร่งคลี่คลายสถานการณ์

ดูแลประชาชนเดินทางกลับหลังสงกรานต์

วันนี้เป็นวันหยุดสุดท้ายของสงกรานต์ ประชาชนนับล้านเริ่มเดินทางกลับกรุงเทพฯ และหัวเมืองใหญ่ กระทรวงมหาดไทยจึงบูรณาการทุกภาคส่วน ตั้งจุดบริการ ด่านชุมชน 24 ชม. ชุดเคลื่อนที่เร็วช่วยเหลือ รณรงค์ “ดื่มไม่ขับ พักผ่อนให้พอ ปฏิบัติกฎจราจร” น้ำมันมีเพียงพอ สามารถแจ้งเหตุได้ที่สายด่วน 1784 ตลอด 24 ชม.

สรุปแล้ว การเตรียมพร้อมล่วงหน้าจะช่วยลดความเสียหายได้มาก ฝนตกหนักหรือลมแรงอาจทำให้เกิดน้ำท่วมขังหรือต้นไม้ล้ม ประชาชนควรเช็คหลังคาบ้าน เก็บของล่วงหน้า และฟังประกาศเตือน

คำแนะนำสำหรับคุณ: ติดตามพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุฯ ทุกวัน เตรียมร่ม เสื้อกันฝน และหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง หากเจอภัยโทรสายด่วน 1784 ทันที เพื่อความปลอดภัยของทุกคน!

ที่มา – ปลัดมหาดไทย กำชับผู้ว่าฯ เตรียมแผนรับมือพายุฤดูร้อน 16-20 เม.ย. พร้อมดูแลคนเดินทางกลับหลังสงกรานต์

สรุป 7 วันอันตราย สงกรานต์ 2569 ตาย 191 ศพ

ช่วง 7 วันอันตราย สงกรานต์ 2569 ผ่านมาแบบสุดระทึก! ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน หรือ ศปถ. ออกสรุปสถิติอุบัติเหตุทางถนนใน 5 วันแรก (10-14 เมษายน 2569) พบว่ามีอุบัติเหตุรวม 951 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ 911 คน และที่น่าใจหายคือผู้เสียชีวิตพุ่งสูงถึง 191 ราย เลยทีเดียว เทศกาลสงกรานต์ที่ทุกคนตั้งตารอ สาดน้ำเล่นสนุก แต่กลับกลายเป็นช่วงเสี่ยงอันดับต้นๆ ของอุบัติเหตุทางถนน เรามาดูรายละเอียดกันว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้าง

สถิติ 7 วันอันตราย สงกรานต์ 2569: ตัวเลขสะเทือนใจ

สำหรับวันสุดท้ายของการสรุป 5 วัน คือวันที่ 14 เมษายน 2569 เกิดอุบัติเหตุ 192 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ 202 คน และเสียชีวิต 30 ราย สะสมทั้งหมดนี่แหละที่ทำให้ยอดตายทะลุ 191 ศพ ศปถ. แถลงที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) โดย พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะประธานฯ ย้ำว่าต้องบูรณาการทุกหน่วยงานรับมือคนเดินทางกลับ โดยเฉพาะรถโดยสารสาธารณะและคนขับ ตรวจเข้มงวดสุดๆ แถมบังคับใช้กฎหมาย “ดื่มแล้วขับ จับจริง” เอาผิดเด็ดขาด นำเข้าคุมประพฤติ และคุมขายเหล้าให้เด็ก

สาเหตุหลักของอุบัติเหตุใน 7 วันอันตราย สงกรานต์ 2569

สาเหตุอันดับ 1 คือ ขับรถเร็ว สูงถึง 38.54% รองลงมาคือ ดื่มแล้วขับ 28.13% ยานพาหนะที่เด่นสุดคือรถจักรยานยนต์ 72.88% ส่วนใหญ่เกิดบนเส้นทางตรง 77.08% ถนนใน อบต./หมู่บ้าน 30.73% เวลาเกิดบ่อยสุดช่วงบ่ายแก่ๆ 15.01-18.00 น. 23.96% ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในวัย 20-29 ปี 23.71% น่าเป็นห่วงจริงๆ

  • จังหวัดอุบัติเหตุสูงสุด: แพร่ (16 ครั้ง)
  • ผู้บาดเจ็บสูงสุด: แพร่ (18 คน)
  • ผู้เสียชีวิตสูงสุด: ปทุมธานี (3 ราย)

ข้อมูลพวกนี้มาจากการรณรงค์ “ขับขี่ปลอดภัย ลดความเร็ว ลดอุบัติเหตุ” ที่ศปถ. จัดใหญ่ แต่ตัวเลขยังน่าตกใจ ประชาชนเดินทางกลับกรุงเทพฯ เยอะมาก รถติดยาว รถเมา ขับเร็ว ทำให้อุบัติเหตุถี่ยิบ

มาตรการรับมือช่วงเดินทางกลับหลัง 7 วันอันตราย สงกรานต์ 2569

ศปถ. ไม่ได้นิ่งนอนใจ สั่งตรวจรถโดยสารสาธารณะเข้ม ตรวจคนขับ ป้องกันเมาเหล้า ลดพฤติกรรมเสี่ยงทุกพื้นที่ เช่น ห้ามขายแอลกอฮอล์ให้เยาวชน จับกุมจริงจัง นี่คือก้าวสำคัญในการลดยอดอุบัติเหตุปีหน้า

พูดแบบเป็นกันเองนะ ถ้าคุณกำลังเดินทางกลับ ลองเช็ครถให้ดี ง่วงก็พัก รถเร็วเกิน 100 ไม่เวิร์ค ดื่มเหล้าก็อย่าขับเลย เรียกแท็กซี่หรือ Grab ดีกว่า สงกรานต์สนุกแต่ชีวิตสำคัญกว่า!

จากสถิติ 7 วันอันตราย สงกรานต์ 2569 นี้ เราควรเรียนรู้เพื่อปีหน้า อย่าให้ตัวเลขตายพุ่งแบบนี้อีก ขับขี่ปลอดภัยกันนะทุกคน แชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ช่วยกันลดอุบัติเหตุได้จริง!

ที่มา – 7 วันอันตราย ศปถ. สรุป 5 วันอุบัติเหตุช่วง “สงกรานต์ 2569” ตายพุ่ง 191 ศพ

“กรมคุมประพฤติ” เผย สถิติเมาแล้วขับสงกรานต์ 5 วัน พุ่งสูง 3,726 คดี

“กรมคุมประพฤติ” เผย สถิติเมาแล้วขับสงกรานต์ 5 วัน พุ่งสูง 3,726 คดี สร้างความตระหนักให้ประชาชนตระหนักถึงอันตรายจากการขับขี่เสี่ยงในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา ช่วงเวลาแห่งความสนุกสนานกลับกลายเป็นหายนะจากการเมาแล้วขับ ทำให้เกิดอุบัติเหตุนับไม่ถ้วนและสูญเสียชีวิตอย่างน่าเศร้า

“กรมคุมประพฤติ” เผย สถิติเมาแล้วขับสงกรานต์ 5 วัน พุ่งสูง 3,726 คดี

จากข้อมูลที่ ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล อธิบดีกรมคุมประพฤติ เปิดเผยเมื่อวันที่ 15 เมษายน 2569 พบว่ามีคดีที่เกี่ยวข้องกับการขับขี่เสี่ยงพุ่งสูง โดยเฉพาะคดีเมาแล้วขับที่ครองสัดส่วนสูงสุด กรมคุมประพฤติได้กำชับสำนักงานทั่วประเทศให้ดำเนินมาตรการเข้มข้นภายใต้แนวคิด “ขับขี่ปลอดภัย ลดความเร็ว ลดอุบัติเหตุ” และ “คุมประพฤติร่วมสร้างสังคมปลอดภัย ลดอุบัติภัยทางถนน”

กิจกรรมที่จัดขึ้นรวมถึงการนำผู้ถูกคุมความประพฤติไปบริการสังคมที่จุดตรวจ 18 จุดทั่วประเทศ มีผู้เข้าร่วม 357 ราย นอกจากนี้ยังมีการอบรมกฎหมายจราจรและโทษภัยจากการดื่มแอลกอฮอล์ 1 ครั้ง มีผู้เข้าร่วม 24 ราย เพื่อปลูกฝังจิตสำนึกและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงของประชาชน

สถิติคดีรายวันและสะสม

ในวันที่ 14 เมษายน 2569 ซึ่งเป็นวันแรกที่ศาลเปิดทำการหลังวันหยุดยาว มีคดีที่ศาลสั่งคุมความประพฤติทั้งสิ้น 667 คดี แบ่งเป็น คดีขับรถในขณะเมาสุรา 650 คดี คิดเป็น 97.5% และคดีขับเสพ 17 คดี คิดเป็น 2.5% ขณะที่สถิติสะสม 5 วันตั้งแต่ 10-14 เมษายน 2569 พบคดีรวม 3,961 คดี โดย เมาแล้วขับ 3,726 คดี (94.07%) ขับเสพ 230 คดี (5.8%) ขับประมาท 4 คดี (0.1%) และขับซิ่ง 1 คดี (0.03%)

  • จังหวัดเชียงใหม่: 651 คดี สูงสุดอันดับ 1
  • สมุทรปราการ: 317 คดี อันดับ 2
  • นนทบุรี: 266 คดี อันดับ 3

ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนปัญหาเมาแล้วขับที่ยังรุนแรงในช่วงสงกรานต์ ซึ่งเป็นเทศกาลที่ประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาเป็นจำนวนมาก การดื่มสุราในงานสาดน้ำทำให้หลายคนหลงลืมวินัยจราจร ส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุบาดเจ็บและเสียชีวิตเพิ่มขึ้น

ผลกระทบและสาเหตุของเมาแล้วขับ

เมาแล้วขับไม่เพียงทำให้ผู้ขับขี่เสี่ยงภัย แต่ยังเป็นอันตรายต่อผู้อื่นบนท้องถนน สถิติที่พุ่งสูงเช่นนี้เกิดจากปัจจัยหลายประการ เช่น การเฉลิมฉลองที่เกินพอดี การเดินทางไกลด้วยความเหนื่อยล้า และขาดวินัยในการปฏิบัติตามกฎหมาย คดีเหล่านี้ส่วนใหญ่ลงเอยด้วยการสั่งคุมความประพฤติ ซึ่งเป็นบทลงโทษที่เน้นการแก้ไขพฤติกรรมมากกว่าความรุนแรง

กรมคุมประพฤติเน้นย้ำให้ประชาชนตระหนักถึงความปลอดภัย โดยเฉพาะช่วงเดินทางกลับหลังเทศกาล หลัก “ดื่มไม่ขับ” ต้องถูกยึดถืออย่างเคร่งครัด เพื่อลดอุบัติเหตุและสร้างสังคมจราจรที่ยั่งยืน

เคล็ดลับป้องกันเมาแล้วขับในเทศกาลหน้า

เพื่อป้องกันปัญหาในอนาคต ทุกคนสามารถทำได้ดังนี้

  • วางแผนการเดินทางล่วงหน้า: ใช้บริการแท็กซี่ Grab หรือรถสาธารณะหากดื่มสุรา
  • กำหนดผู้ขับแทน: เลือกคนที่ไม่ดื่มเป็นคนขับหลัก
  • พักผ่อนให้เพียงพอ: หลีกเลี่ยงการขับต่อเนื่องนานเกิน 2 ชั่วโมง
  • ตรวจสอบรถยนต์: ยาง ประสิทธิภาพเครื่องยนต์ และไฟส่องสว่าง
  • ปฏิบัติตามจุดตรวจของตำรวจและเจ้าหน้าที่

นอกจากนี้ การรณรงค์จากหน่วยงานรัฐอย่างกรมคุมประพฤติช่วยเสริมสร้างความตระหนัก หากทุกคนร่วมมือ ปัญหาเมาแล้วขับจะลดลงอย่างเห็นได้ชัด สถิติปีนี้เป็นเครื่องเตือนใจที่ชัดเจน

ในมุมมองของผู้เขียน สถิติ “กรมคุมประพฤติ” เผย สถิติเมาแล้วขับสงกรานต์ 5 วัน พุ่งสูง 3,726 คดี แสดงให้เห็นว่ายังต้องเร่งรณรงค์ต่อเนื่อง การเปลี่ยนพฤติกรรมคนละนิดนำไปสู่สังคมปลอดภัยได้จริง มาเริ่มจากตัวเองวันนี้เลยครับ!

ช่วยแชร์บทความนี้เพื่อเตือนใจเพื่อนๆ และครอบครัวให้ขับขี่ปลอดภัยในเทศกาลหน้า

ที่มา – “กรมคุมประพฤติ” เผย สถิติเมาแล้วขับสงกรานต์ 5 วัน พุ่งสูง 3,726 คดี

นานาชาติยกย่องสงกรานต์ไทย ดึงดูดทั่วโลก

เทศกาลสงกรานต์ปีนี้คึกคักสุดๆ เลยนะครับ! นานาชาติยกย่องสงกรานต์ไทย ในฐานะมรดกทางวัฒนธรรมระดับโลกที่ UNESCO รับรอง และเป็นเวิลด์อีเว้นท์ที่ดึงดูดสายตาคนทั้งโลก ไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยว สื่อมวลชน หรือแม้แต่อดีตราชทูตต่างชาติ ต่างพากันหลงใหลในเสน่ห์ของการสาดน้ำ ความสนุกสนาน และประเพณีที่ผสมผสานอย่างลงตัว

นานาชาติยกย่องสงกรานต์ไทย

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยเมื่อวันที่ 15 เมษายน 2567 ว่าบรรยากาศสงกรานต์ปีนี้ยิ่งใหญ่สะท้อนพลังวัฒนธรรมไทยที่เชื่อมโยงผู้คนทั่วโลก ทั้งในด้านวัฒนธรรม ประเพณี และความบันเทิง สงกรานต์ไทยไม่ใช่แค่เทศกาลของคนไทย แต่กลายเป็นมหกรรมที่ทุกชาติอยากมีส่วนร่วม

สถานทูตต่างชาติร่วมฉลอง

ที่น่าประทับใจคือ มีสถานเอกอัครราชทูตถึง 42 แห่งในไทย ร่วมกันทำสื่อประชาสัมพันธ์เพื่อถ่ายทอดความเป็นไทยในมุมมองใหม่ๆ สร้างสรรค์และร่วมสมัย เช่น

  • สหราชอาณาจักร
  • สวิตเซอร์แลนด์
  • เดนมาร์ก
  • เยอรมนี
  • อินเดีย
  • เบลเยียม
  • จีน
  • ฟิลิปปินส์
  • เวียดนาม
  • ออสเตรเลีย
  • สหรัฐอเมริกา

การร่วมมือเหล่านี้ทำให้ นานาชาติยกย่องสงกรานต์ไทย มากขึ้น และช่วยโปรโมทภาพลักษณ์ไทยให้สดใสยิ่งขึ้น

สื่อชั้นนำทั่วโลกชื่นชม

สื่อใหญ่ๆ อย่าง AP, Reuters, Euronews, Xinhua ต่างรายงานอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะภาพความคึกคักที่ถนนข้าวสารและจุดเล่นน้ำต่างๆ พวกเขายกให้สงกรานต์ไทยเป็นหนึ่งในเทศกาลที่มีชีวิตชีวาที่สุดในโลก ผสมผสานวัฒนธรรมดั้งเดิมกับความทันสมัยได้อย่างลงตัว ขณะที่ Newswire จากอเมริกาเหนือ เรียกมันว่า “World Water Festival” ที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวไทย

นอกจากนี้ The Straits Times ยังนำเสนอมาตรการความปลอดภัยของไทย เช่น “10 กฎเล่นน้ำอย่างปลอดภัย” ที่รวมถึง

  • ห้ามคุกคามทางเพศ
  • ห้ามป้ายแป้งหากอีกฝ่ายไม่ยินยอม
  • ห้ามใช้อาวุธปืนฉีดน้ำแรงดันสูง

มาตรฐานเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงการจัดงานระดับสากลที่คำนึงถึงความปลอดภัยของทุกคน

ผลกระทบทางเศรษฐกิจมหาศาล

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) คาดว่าระหว่าง 11-15 เมษายน 2567 จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติราว 500,000 คน สร้างรายได้รวมกว่า 30,350 ล้านบาท โดยนักท่องเที่ยวต่างชาติสร้างรายได้ 8,100 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% จากปีก่อน สะท้อนว่า นานาชาติยกย่องสงกรานต์ไทย แล้วยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้จริง

รัฐบาลมุ่งส่งเสริมมรดกวัฒนธรรมนี้ให้เป็นเครื่องมือสร้างโอกาสเศรษฐกิจและสังคม กระจายไปทุกภูมิภาค เพื่อยกระดับการแข่งขันของไทยในเวทีโลก

ท่านนายกรัฐมนตรีชื่นชมความสำเร็จจากความร่วมมือทุกภาคส่วน ที่ทำให้ผู้คนต่างแดนได้ร่วมฉลองความสุข รอยยิ้ม และมิตรภาพข้ามพรมแดน สงกรานต์ไทยคือพลัง soft power ที่แท้จริง ใครก็เคลมไม่ได้!

ในฐานะคนไทย เราภูมิใจที่ สงกรานต์ไทย ได้รับการยอมรับระดับโลก ปีหน้าถ้าคุณยังไม่เคยลอง อย่าพลาดมาร่วมสาดน้ำ สาดความสุขไปด้วยกันนะครับ จะได้สัมผัสเสน่ห์ที่ทำให้โลกหลงรัก!

ที่มา – นานาชาติยกย่อง “สงกรานต์ไทย” ดึงความสนใจทั่วโลก ใครก็เคลมไม่ได้

Scroll to top