เที่ยวเมืองรอง

ไทยเที่ยวไทยพลัส เคาะมาตรการจ่ายเท่าเทียมทั่วประเทศ

ข่าวดีสำหรับสายเที่ยวและผู้ประกอบการท่องเที่ยว! เมื่อไม่นานมานี้ นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ออกมาเผยถึงความคืบหน้าสำคัญจากการประชุม กรอ.ท่องเที่ยว ซึ่งมีมติเห็นชอบเตรียมลุยโครงการ ไทยเที่ยวไทยพลัส เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายและช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง

เจาะลึกโครงการ ไทยเที่ยวไทยพลัส กับความเท่าเทียมที่ทุกคนเข้าถึงได้

จุดเด่นที่น่าสนใจที่สุดของ ไทยเที่ยวไทยพลัส ในครั้งนี้ คือการใช้ระบบ Co-Payment หรือรัฐร่วมจ่าย โดยที่ประชุมได้ข้อสรุปที่ชัดเจนว่าจะไม่มีการแบ่งแยกเมืองหลักหรือเมืองรองเด็ดขาด ทุกจังหวัดทั่วไทยจะได้สิทธิ์การอุดหนุนในอัตราเดียวกัน เพื่อให้การบริหารจัดการเป็นไปอย่างรวดเร็วและเป็นธรรมมากที่สุด ซึ่งมาตรการนี้มุ่งเน้นไปที่การลดภาระต้นทุนให้กับผู้ประกอบการรายย่อยหรือ "คนตัวเล็ก" ในห่วงโซ่อุปทานการท่องเที่ยว ให้สามารถลืมตาอ้าปากและขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากได้จริง

เปิดกลยุทธ์ ไทยเที่ยวไทยพลัส และแนวทางเที่ยวผ่านทัวร์ลงชุมชน

นอกจากมาตรการรัฐร่วมจ่ายแล้ว ทางกระทรวงยังได้รับข้อเสนอโครงการ "เที่ยวผ่านทัวร์ลงชุมชน" จากสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการกระจายรายได้เข้าสู่ชุมชนโดยตรงผ่านกลไกของบริษัทนำเที่ยว โดยมีรายละเอียดที่น่าสนใจดังนี้:

  • การกระจายรายได้: ใช้บริษัทนำเที่ยวเป็นตัวกลางพาคนไปเที่ยวถึงระดับชุมชน
  • ความร่วมมือกับ อพท.: สนับสนุนพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
  • เป้าหมายหลัก: สร้างโครงสร้างการท่องเที่ยวที่ยั่งยืนให้เกิดขึ้นทั่วไทย

หากโครงการนี้เริ่มใช้อย่างเป็นทางการ คาดว่าจะช่วยกระตุ้นการหมุนเวียนของเม็ดเงินในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวได้อย่างมหาศาล โดยเฉพาะการเจาะกลุ่มตลาดต่างประเทศที่ทางกระทรวงเตรียมผนึกกำลังกับแพลตฟอร์มจองที่พักออนไลน์ (OTA) และสายการบิน เพื่อสร้างกลยุทธ์ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลกควบคู่ไปกับการสนับสนุนตลาดในประเทศให้เติบโตอย่างมั่นคง

ในมุมมองของผู้ประกอบการ การที่รัฐบาลตัดสินใจใช้มาตรการแบบเท่าเทียมไม่แบ่งเมืองหลักเมืองรอง นับเป็นโอกาสทองของแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดรองที่จะได้โชว์ศักยภาพและดึงดูดนักท่องเที่ยวด้วยงบประมาณที่คุ้มค่า นี่คือความหวังใหม่ที่จะช่วยให้การท่องเที่ยวไทยก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ ไปสู่ความยั่งยืนได้มากขึ้น ใครที่เป็นสายเที่ยวเตรียมตัววางแผนเก็บกระเป๋ากันไว้ได้เลย เพราะความสนุกและการสนับสนุนดีๆ กำลังจะเกิดขึ้นเร็วๆ นี้

ที่มา – “สุรศักดิ์” ถก กรอ.ท่องเที่ยว เคาะลุย “ไทยเที่ยวไทยพลัส” จ่ายเท่าเทียมไม่แบ่งเมืองหลัก-เมืองรอง

“สุรศักดิ์” เฮ! คลังไฟเขียวงบกู้ 2 พันล้าน ลุย “ไทยเที่ยวไทยพลัส” ผ่านเป๋าตัง

“สุรศักดิ์” เฮ! คลังไฟเขียวงบกู้ 2 พันล้าน ลุย “ไทยเที่ยวไทยพลัส” ผ่านเป๋าตัง

ข่าวดีสำหรับคอท่องเที่ยวและผู้ประกอบการ เมื่อล่าสุด นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ออกมาเผยข่าวดีว่า กระทรวงการคลังได้ไฟเขียวอนุมัติงบประมาณจาก พ.ร.ก. กู้เงิน เพื่อเดินหน้าโครงการ “สุรศักดิ์” เฮ! คลังไฟเขียวงบกู้ 2 พันล้าน ลุย “ไทยเที่ยวไทยพลัส” ผ่านเป๋าตัง เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวไทยให้คึกคักอีกครั้งในช่วงปลายปีนี้

รายละเอียดและเป้าหมายของโครงการไทยเที่ยวไทยพลัส

สำหรับการดำเนินงานในโครงการนี้ จะมีการใช้วงเงินประมาณ 1,750-2,000 ล้านบาท โดยดึงมาจากงบเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากวิกฤติพลังงาน ซึ่งถือเป็นข่าวดีที่ทำให้การขับเคลื่อน “สุรศักดิ์” เฮ! คลังไฟเขียวงบกู้ 2 พันล้าน ลุย “ไทยเที่ยวไทยพลัส” ผ่านเป๋าตัง เกิดขึ้นได้จริงตามเป้าหมาย โดยรูปแบบหลักจะเน้นการใช้งานผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงสิทธิได้ง่ายและตรวจสอบความโปร่งใสได้ชัดเจน โดยมีรายละเอียดเบื้องต้น ดังนี้:

  • รูปแบบการสนับสนุนเป็นแบบรัฐร่วมจ่าย (Co-payment) สูงสุด 3,000 บาทต่อการจอง
  • ตั้งเป้าสนับสนุนจำนวน 5 แสนสิทธิเพื่อกระตุ้นเม็ดเงินหมุนเวียน
  • ความร่วมมือระหว่างกระทรวงท่องเที่ยวฯ และกระทรวงการคลังเพื่อวางระบบให้พร้อมใช้งาน

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของรายละเอียดเชิงลึกและเงื่อนไขการใช้จ่ายนั้น ทางกระทรวงการท่องเที่ยวฯ จะเร่งหารือกับทางภาคเอกชนและผู้ประกอบการอีกครั้งภายในสัปดาห์หน้า เพื่อให้มาตรการ “สุรศักดิ์” เฮ! คลังไฟเขียวงบกู้ 2 พันล้าน ลุย “ไทยเที่ยวไทยพลัส” ผ่านเป๋าตัง ตอบโจทย์การใช้งานจริงและช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวในช่วงโลว์ซีซันให้เติบโตได้ตามเป้าหมายที่วางไว้กว่า 56,000 ล้านบาท

สิ่งที่น่าจับตาสำหรับมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยวอื่นๆ

แม้โครงการหลักอย่างไทยเที่ยวไทยพลัสจะได้รับไฟเขียวแล้ว แต่ในส่วนของมาตรการอื่นๆ เช่น โครงการ Fly Thai All the Feelings หรือ Thailand Air Connect ที่เน้นเรื่องตั๋วเครื่องบินนั้น อาจจะต้องรอใช้งบประมาณในปี 2570 ต่อไป เนื่องจากติดข้อจำกัดด้านแหล่งงบประมาณ ซึ่งในประเด็นนี้ถือเป็นความท้าทายที่รัฐบาลต้องวางแผนให้รอบคอบ เพื่อให้ทุกภาคส่วนได้ประโยชน์สูงสุดอย่างทั่วถึง

โดยสรุปแล้ว การผลักดันโครงการนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยเติมเต็มความหวังให้กับผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทยได้เป็นอย่างดี แนะนำให้ประชาชนคอยติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดผ่านช่องทางทางการ เพื่อเตรียมความพร้อมในการกดรับสิทธิและออกไปท่องเที่ยวทั่วไทยกันครับ

ที่มา – “สุรศักดิ์” เฮ! คลังไฟเขียวงบกู้ 2 พันล้าน ลุย “ไทยเที่ยวไทยพลัส” ผ่านเป๋าตัง

ททท. ผนึก เมเจอร์ฯ ลุยแคมเปญ ไทยไทย เที่ยวตามหนัง กระตุ้นเที่ยวเมืองรอง

เชื่อว่าหลายคนคงเคยดูหนังแล้วเกิดอาการอยากจัดกระเป๋าออกเดินทางไปตามรอยจุดเช็กอินสวยๆ ในจอภาพยนตร์กันใช่ไหมครับ? ล่าสุด ททท. จับมือกับ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ เปิดตัวแคมเปญ ไทยไทย เที่ยวตามหนัง เพื่อชวนทุกคนออกมาสัมผัสเสน่ห์ของสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ไทยจริง ๆ พร้อมผลักดันซอฟต์พาวเวอร์และกระตุ้นการท่องเที่ยวไปในตัว งานนี้บอกเลยว่านอกจากจะได้รูปสวยๆ แล้ว ยังลุ้นรับของรางวัลมากมายอีกด้วย

ททท. ผนึก เมเจอร์ฯ ลุยแคมเปญ ไทยไทย เที่ยวตามหนัง กระตุ้นเที่ยวเมืองรอง

นายนรุตม์ เจียรสนอง จากเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ เผยว่า ภาพยนตร์คือสื่อกลางที่ทรงพลังในการถ่ายทอดวัฒนธรรมและสถานที่ท่องเที่ยวของไทย การร่วมมือในครั้งนี้จึงมุ่งเน้นไปที่การสร้างแรงบันดาลใจให้คนออกเดินทาง ไปสัมผัสประสบการณ์ตรงในโลเคชันที่เคยเห็นในภาพยนตร์ เพื่อให้ผู้คนได้เห็นมุมมองใหม่ๆ ของเมืองไทยที่หลายคนอาจมองข้ามไป

ทำไมต้อง ไทยไทย เที่ยวตามหนัง?

นายนิธี สีแพร จาก ททท. เน้นย้ำว่าโครงการ ไทยไทย เที่ยวตามหนัง ถูกออกแบบมาเพื่อกระจายรายได้สู่เมืองน่าเที่ยวหรือเมืองรองทั่วไทย การเดินทางไปตามรอยภาพยนตร์ไม่ใช่แค่การท่องเที่ยวสนุกๆ แต่ยังช่วยเติมเต็มเศรษฐกิจฐานรากให้คึกคักขึ้นอย่างยั่งยืน เพียงแค่ออกไปเช็กอินและแบ่งปันความประทับใจผ่านโซเชียลมีเดีย คุณก็เป็นส่วนหนึ่งในการโปรโมตเสน่ห์เมืองไทยให้โลกได้เห็นแล้ว

กติกาการร่วมสนุกง่ายๆ มีดังนี้:

  • สแกน QR Code ผ่านเพจ MAJOR GROUP
  • ถ่ายภาพคู่กับสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ไทยที่ไหนก็ได้ทั่วประเทศ
  • โพสต์ลงโซเชียลติดแฮชแท็ก #ไทยไทยเที่ยวตามหนัง #Amazingไทยแลนด์ #MajorCineplex

แคมเปญนี้จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 22 กรกฎาคม – 20 กันยายน 2569 ใครที่เป็นคอหนังหรือสายเที่ยวห้ามพลาด! ลุ้นรับรางวัลที่พักและบัตรชมภาพยนตร์ฟรีรวมกว่า 300 รางวัล ใครจะไปรู้ว่าการออกเดินทางตามรอยหนังเรื่องโปรด อาจจะทำให้คุณหลงรักประเทศไทยมากขึ้นกว่าเดิมก็ได้ อย่าลืมหาเวลาว่างแล้วออกไปสัมผัสเสน่ห์เมืองรองด้วยตัวเองกันนะครับ

ที่มา – ททท. ผนึก เมเจอร์ฯ ลุยแคมเปญ “ไทยไทย เที่ยวตามหนัง” กระตุ้นเที่ยวเมืองรอง

รัฐบาลยกระดับสนามบินภูมิภาค เตรียมนำระบบ AFIS ใช้ครั้งแรกในไทย เพิ่มประสิทธิภาพการบิน

เชื่อว่าหลายคนที่ชอบเดินทางไปท่องเที่ยวตามเมืองรองของไทย คงจะเริ่มเห็นข่าวดีเกี่ยวกับแผนการพัฒนาคมนาคมทางอากาศกันแล้ว ล่าสุดรัฐบาลยกระดับสนามบินภูมิภาค เตรียมนำระบบ AFIS ใช้ครั้งแรกในไทย เพิ่มประสิทธิภาพการบิน เพื่อเตรียมความพร้อมในการรองรับนักท่องเที่ยวที่จะหลั่งไหลเข้ามายังจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่กำลังเป็นกระแสของการท่องเที่ยวเมืองรอง

รัฐบาลยกระดับสนามบินภูมิภาค เตรียมนำระบบ AFIS ใช้ครั้งแรกในไทย เพิ่มประสิทธิภาพการบิน

การนำเทคโนโลยี Aerodrome Flight Information Service (AFIS) เข้ามาใช้ในประเทศไทยถือเป็นก้าวสำคัญ โดยระบบนี้จะเข้ามามีบทบาทอย่างมากในสนามบินที่มีปริมาณเที่ยวบินไม่หนาแน่นจนเกินไป ระบบนี้มีข้อดีมากมายทั้งในแง่ของความแม่นยำในการให้บริการข้อมูลการบิน การบริหารห้วงอากาศที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงการลดภาระงานของเจ้าหน้าที่ด้วยระบบอัตโนมัติ ซึ่งถือเป็นการปฏิรูปครั้งใหญ่ในระดับภูมิภาค

เหตุผลที่ต้องนำระบบ AFIS มาใช้ในไทย

การตัดสินใจที่รัฐบาลยกระดับสนามบินภูมิภาค เตรียมนำระบบ AFIS ใช้ครั้งแรกในไทย เพิ่มประสิทธิภาพการบิน นั้นมีเป้าหมายหลักเพื่อผลักดันการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจฐานราก โดยเฉพาะจังหวัดที่มีศักยภาพแต่ยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก โดยมีแผนนำร่องใช้งานครั้งแรกที่สนามบินแพร่และสนามบินเพชรบูรณ์ภายในปี 2571 ซึ่งคาดว่าจะช่วยในเรื่องต่างๆ ดังนี้:

  • เพิ่มความปลอดภัยในขั้นตอนการสื่อสารข้อมูลการบินแบบเรียลไทม์
  • ระบบอัตโนมัติช่วยลดความซับซ้อนและลดความเสี่ยงที่เกิดจากมนุษย์
  • รองรับจำนวนเที่ยวบินที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคตจากการท่องเที่ยวเชิงพื้นที่
  • ส่งเสริมการเชื่อมโยงโครงข่ายการบินไปสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจใหม่ เช่น พิษณุโลก

นอกจากนี้ ในภาพรวมของการพัฒนายังรวมถึงการเตรียมความพร้อมของสนามบินพิษณุโลก ซึ่งเป็นประตูสู่ภาคเหนือตอนล่าง โดยบริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด ได้มีการตระเตรียมทั้งอุปกรณ์และบุคลากรเพื่อรองรับแผนการดำเนินงานนี้อย่างเต็มรูปแบบ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานนี้ไม่เพียงแต่เน้นเรื่องเครื่องจักรหรือซอฟต์แวร์ แต่เน้นไปที่การเชื่อมโยงโอกาสทางเศรษฐกิจและกระจายรายได้จากการท่องเที่ยวสู่เมืองรองทั่วประเทศอย่างยั่งยืน

ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าติดตามอย่างยิ่งครับ เพราะเมื่อโครงสร้างพื้นฐานดี การเดินทางก็สะดวกขึ้น และเมื่อการเดินทางง่ายขึ้น การกระจายรายได้สู่ชุมชนก็จะตามมาเอง ใครที่เป็นสายเที่ยวเมืองรองเตรียมตบเท้าเข้าเช็กอินได้เลยครับ เพราะประเทศไทยกำลังจะเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคการบินภูมิภาคที่ทันสมัยแบบก้าวกระโดดแน่นอน

ที่มา – รัฐบาลยกระดับสนามบินภูมิภาค เตรียมนำระบบ AFIS ใช้ครั้งแรกในไทย เพิ่มประสิทธิภาพการบิน

คมนาคมรุกเที่ยวเมืองรอง นำร่อง 7 สนามบิน ผุดไอเดียแพ็กเกจ บิน-พัก-กิน ครบวงจร

คมนาคมรุกเที่ยวเมืองรอง นำร่อง 7 สนามบิน ผุดไอเดียแพ็กเกจ บิน-พัก-กิน ครบวงจร

ข่าวดีสำหรับคนรักการท่องเที่ยว! ล่าสุดกระทรวงคมนาคมกำลังเดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากอย่างเต็มที่ ด้วยโปรเจกต์ยักษ์ใหญ่ที่จับมือกับ ททท. และสายการบินชั้นนำ เพื่อผลักดันให้การท่องเที่ยวในเมืองรองเป็นเรื่องที่ง่ายและคุ้มค่าที่สุด โดยมีเป้าหมายหลักคือการสร้างประสบการณ์การเดินทางแบบไร้รอยต่อผ่านโครงการคมนาคมรุกเที่ยวเมืองรอง นำร่อง 7 สนามบิน ผุดไอเดียแพ็กเกจ บิน-พัก-กิน ครบวงจร เพื่อกระจายรายได้สู่ชุมชนโดยตรง

นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้เปิดเผยแนวคิดในการจัดทำแพ็กเกจท่องเที่ยวที่รวมทั้งตั๋วเครื่องบิน ที่พัก และอาหารไว้ในที่เดียว ซึ่งถือเป็นกลยุทธ์สำคัญที่จะทำให้ผู้โดยสารตัดสินใจเดินทางได้ง่ายขึ้น โครงการคมนาคมรุกเที่ยวเมืองรอง นำร่อง 7 สนามบิน ผุดไอเดียแพ็กเกจ บิน-พัก-กิน ครบวงจร นี้จะนำร่องในพื้นที่ดังต่อไปนี้:

  • ท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช
  • ท่าอากาศยานลำปาง
  • ท่าอากาศยานแม่ฮ่องสอน
  • ท่าอากาศยานหัวหิน
  • ท่าอากาศยานร้อยเอ็ด
  • ท่าอากาศยานน่านนคร
  • ท่าอากาศยานแพร่

ก้าวใหม่ของการเชื่อมต่อภูมิภาคด้วยแพ็กเกจ บิน-พัก-กิน

นอกจากแคมเปญการท่องเที่ยวแล้ว ทางภาครัฐยังวางแผนปักหมุดศูนย์กลางการบินใน 3 ภาค ได้แก่ เชียงใหม่ (เหนือ), อุดรธานี (อีสาน) และสุราษฎร์ธานี (ใต้) เพื่อเป็นฮับเชื่อมต่อการเดินทางให้ครอบคลุมและสะดวกสบายยิ่งขึ้น ที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้นคือแผนยกระดับท่าอากาศยานหัวหินให้เป็นฮับด้าน Wellness เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติให้เข้ามาใช้บริการทั้งเรื่องสุขภาพและการพักผ่อนระยะยาว

การที่คมนาคมรุกเที่ยวเมืองรอง นำร่อง 7 สนามบิน ผุดไอเดียแพ็กเกจ บิน-พัก-กิน ครบวงจร ถือเป็นการปรับตัวที่น่าจับตามองมาก เพราะไม่เพียงแค่ช่วยให้สายการบินมีผู้โดยสารเพิ่มขึ้น แต่ยังช่วยเปิดโลกทัศน์ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสเสน่ห์ของเมืองรองที่หลายคนอาจเคยมองข้ามไป หากมาตรการนี้เริ่มใช้จริง เชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจระดับจังหวัดจะคึกคักขึ้นอย่างแน่นอน ใครที่กำลังวางแผนทริปหน้า อย่าลืมรอติดตามรายละเอียดแพ็กเกจสุดคุ้มเหล่านี้กันนะครับ

ที่มา – คมนาคมรุกเที่ยวเมืองรอง นำร่อง 7 สนามบิน ผุดไอเดียแพ็กเกจ บิน-พัก-กิน ครบวงจร

ครม.อนุมัติ! กินเที่ยว ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 1.5 เท่า

ที่ประชุม ครม. เห็นชอบ 5 มาตรการกระตุ้นท่องเที่ยวในประเทศ วงเงิน 20,000 บาท ตั้งแต่ 29 ต.ค. – 15 ธ.ค. 68 ลดหย่อนภาษีบุคคล เมืองรอง 1.5 เท่า เมืองหลัก 1 เท่า

วันที่ 21 ตุลาคม 2568 นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน มีมติเห็นชอบมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยวภายในประเทศ 5 มาตรการ ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ ซึ่งเป็นมาตรการที่จะมาช่วยเติมเต็มให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ในช่วงไตรมาสที่ 4 ที่จะตกท้องช้างนิดหน่อย ที่สำคัญอยากเห็นบรรยากาศการท่องเที่ยวกลับมาคึกคัก รวมถึงช่วยต่อยอดตัวเลขเศรษฐกิจอื่นๆ

ครม.ไฟเขียว กิน-เที่ยว 29 ต.ค.-15 ธ.ค. 68 ลดหย่อนภาษีบุคคลได้สูงสุด 1.5 เท่า

1. มาตรการภาษีสำหรับบุคคลธรรมดาเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยว ให้นำค่าที่พักในโรงแรม ค่าที่พักโฮมสเตย์ไทย หรือค่าที่พักในสถานที่พักที่ไม่เป็นโรงแรม และค่าบริการของร้านอาหารที่จ่ายให้แก่ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม – 15 ธันวาคม 2568 ในการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ สามารถนำมาหักลดหย่อนค่าใช้จ่ายไม่เกิน 20,000 บาท ตามจำนวนที่จ่ายจริง แบ่งเป็น

  • ค่าที่พักหรือค่าบริการของร้านอาหารที่จ่ายให้แก่ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและได้รับใบกำกับภาษีแบบเต็มรูป ที่อยู่ในรูปแบบกระดาษหรือในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice) ไม่เกิน 10,000 บาท
  • ค่าที่พักหรือค่าบริการของร้านอาหาร ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice) เท่านั้น ได้อีกไม่เกิน 10,000 บาท

โดยค่าใช้จ่ายที่เมืองหลัก ลดหย่อนได้ 1 เท่า และเมืองรองลดหย่อนได้ 1.5 เท่าของจำนวนที่จ่ายจริง จึงเท่ากับว่าลดหย่อนได้สูงสุด 30,000 บาท ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการ ครม.ไฟเขียว กิน-เที่ยว 29 ต.ค.-15 ธ.ค. 68 ลดหย่อนภาษีบุคคลได้สูงสุด 1.5 เท่า

2. มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนนิติบุคคลการจัดอบรมสัมมนาภายในประเทศ ให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ได้จ่ายค่าห้องสัมมนา ค่าห้องพัก ค่าขนส่ง หรือรายจ่ายอื่น ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม – 15 ธันวาคม 2568 โดยจ่ายให้แก่ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและได้รับใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปที่อยู่ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice) เว้นแต่ค่าขนส่งจะจ่ายให้แก่ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่ต้องได้ใบรับที่อยู่ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Receipt) สามารถหักรายจ่ายได้ 2 เท่าของรายจ่ายตามที่จ่ายจริงในจังหวัดท่องเที่ยวเมืองรอง และ 1.5 เท่าในเมืองหลัก

3. มาตรการเร่งรัดการเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายด้านการฝึกอบรม ประชุม สัมมนาประจำปีงบประมาณ 2569 (Front Load) ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในส่วนของการพัฒนาบุคลากรของหน่วยงานไม่น้อยกว่า 60% ของวงเงินฝึกอบรม ประชุม สัมมนา เริ่มใช้จ่ายตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 – 31 มกราคม 2569 คิดเป็นวงเงิน 13,000 ล้านบาท โดยให้พิจารณาจังหวัดท่องเที่ยวเมืองรองเป็นลำดับแรก

4. มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการปรับปรุงโรงแรมที่พักให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ประกอบกิจการโรงแรม สามารถหักรายจ่ายการต่อเติม เปลี่ยนแปลง ขยายออก หรือทำให้ดีขึ้น 2 เท่า ของรายจ่ายตามที่จ่ายจริง แยกเป็น 2 ส่วนคือ 1. หักรายจ่ายเท่าแรกเป็นค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สินตามปกติ 2. ทยอยหักรายจ่ายเท่าที่ 2 เป็นระยะเวลา 20 รอบระยะเวลาบัญชีในจำนวนที่เท่ากันทุกปี ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม 2568 – 31 มีนาคม 2569

5. ขยายเวลาปรับลดอัตราภาษีตามมูลค่าสำหรับกิจการบันเทิงหรือหย่อนใจ จาก 10% เป็น 5% ออกไปอีก 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 31 ธันวาคม 2569 สำหรับกิจการบันเทิงหรือหย่อนใจ อาทิ ไนต์คลับ ดิสโกเธค ผับ บาร์ ค็อกเทลเลาจน์ เป็นต้น.

วางแผนเที่ยวให้คุ้ม! ครม.ไฟเขียว กิน-เที่ยว 29 ต.ค.-15 ธ.ค. 68 ลดหย่อนภาษีบุคคลได้สูงสุด 1.5 เท่า

ใครที่กำลังวางแผนเที่ยวปลายปีนี้ ห้ามพลาด! เพราะมาตรการ ครม.ไฟเขียว กิน-เที่ยว 29 ต.ค.-15 ธ.ค. 68 ลดหย่อนภาษีบุคคลได้สูงสุด 1.5 เท่า เป็นโอกาสทองที่จะช่วยให้ประหยัดภาษีได้อีกเยอะ อย่าลืมศึกษาเงื่อนไขและวางแผนการใช้จ่ายให้ดี เพื่อให้ได้รับสิทธิประโยชน์สูงสุด

ที่มา – ครม.ไฟเขียว กิน-เที่ยว 29 ต.ค.-15 ธ.ค. 68 ลดหย่อนภาษีบุคคลได้สูงสุด 1.5 เท่า

Scroll to top