เนิน 677

วันทหารผ่านศึก ติดป้ายฐาน “กฤตฏิกร-พชร” เนิน677

ในโอกาสสำคัญอย่างวันทหารผ่านศึก ติดป้ายชื่อฐาน “กฤตฏิกร-พชร” เชิดชูเกียรติทหารกล้า เนิน677 ได้กลายเป็นเหตุการณ์ที่สร้างความภาคภูมิใจให้กับชาวกาญจนบุรีและคนไทยทั้งชาติ ผู้บังคับการกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 9 (ผบ.ร.9 พัน.1) ได้นำกำลังพลจัดพิธีอย่างเรียบง่ายแต่เต็มเปี่ยมด้วยความเคารพ เพื่อรำลึกถึงวีรบุรุษที่สละชีพปกป้องแผ่นดิน

วันทหารผ่านศึก ติดป้ายชื่อฐาน “กฤตฏิกร-พชร” เชิดชูเกียรติทหารกล้า เนิน677

วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 พ.ท.วิศรุต วงศ์ศิริรัตน์ ผบ.ร.9 พัน.1 ร่วมกับพระคมกริช สารกิจฺโจ หรือหลวงพี่อ๊อฟ เจ้าอาวาสวัดพลานปะปัง อ.น้ำยืน ได้ถือฤกษ์ดีในวันทหารผ่านศึก นำกำลังพลจากกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 9 ค่ายสุรสีห์ จ.กาญจนบุรี และกองพันรบพิเศษที่ 2 กรมรบพิเศษที่ 1 ไปติดป้ายชื่อฐานปฏิบัติการใหม่ 2 แห่ง ได้แก่ “ฐานปฏิบัติการกฤตฏิกร” และ “ฐานปฏิบัติการพชร” ซึ่งตั้งชื่อตาม พลทหารกฤตฏิกร สร้อยระย้า และ สิบเอกพชร แย้มแตงอ่อน สองทหารกล้าที่เสียสละชีวิตบนเนิน 677 ระหว่างการปะทะรบไทย-กัมพูชารอบที่ 2

วันทหารผ่านศึก ติดป้ายชื่อฐาน “กฤตฏิกร-พชร” เชิดชูเกียรติทหารกล้า เนิน677

พิธีดำเนินไปอย่างสมพระเกียรติ เริ่มด้วยการอ่านบทความสดุดีวีรบุรุษทั้งสอง จากนั้น พ.ท.วิศรุต นำป้ายขึ้นแขวนบนเสา กำลังพลยืนสงบนิ่งไว้อาลัยพร้อมเสียงแตรนอน หลวงพี่อ๊อฟได้สวดมนต์ชยันโตและเจิมป้ายเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ฐานปฏิบัติการทั้งสองแห่ง

พื้นหลังการปะทะบนเนิน 677

เนิน 677 เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในพื้นที่พิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา ในการรบรอบที่ 2 กองทัพไทยหลายหน่วยร่วมปฏิบัติการยึดคืนพื้นที่ภายใน 5 วัน แม้จะสำเร็จแต่ต้องสูญเสียกำลังพล 5 นาย รวมถึงพลทหารกฤตฏิกร สร้อยระย้า และสิบเอกพชร แย้มแตงอ่อน ที่ต่อสู้อย่างกล้าหาญจนสุดท้าย

เพื่อเชิดชูเกียรติ หน่วยทหารจึงตั้งชื่อฐานตามวีรบุรุษทั้งสอง และวางแผนดำเนินการกับผู้กล้าที่เหลือให้ครบถ้วน การกระทำนี้ไม่เพียงรำลึกถึงอดีต แต่ยังเป็นแบบอย่างให้กำลังพลรุ่นใหม่

พิธีติดป้ายชื่อฐานกฤตฏิกร-พชร ในวันทหารผ่านศึก เนิน677
กำลังพลยืนไว้อาลัยทหารกล้า วันทหารผ่านศึก ติดป้ายชื่อฐาน “กฤตฏิกร-พชร”

ความหมายของวันทหารผ่านศึก

วันทหารผ่านศึกจัดขึ้นเพื่อรำลึกถึงทหารที่เกษียณอายุหรือผ่านการรบมาแล้ว แต่ในโอกาสนี้ถูกใช้เพื่อขยายความหมายไปสู่การเชิดชูทหารทุกคนที่อุทิศตน

  • ติดป้ายชื่อฐานปฏิบัติการใหม่เพื่อเป็นสัญลักษณ์ถาวร
  • สวดมนต์และเจิมเพื่อสิริมงคล
  • ยืนสงบนิ่งพร้อมแตรนอนเพื่อไว้อาลัย
  • อ่านบทความสดุดีวีรกรรม
หลวงพี่อ๊อฟเจิมป้ายฐานปฏิบัติการกฤตฏิกร-พชร เนิน677

พ.ท.วิศรุต กล่าวว่า การตั้งชื่อฐานเช่นนี้ช่วยให้ทุกคนระลึกถึงความเสียสละ และกระตุ้นให้กำลังพลปัจจุบันมีจิตสำนึกในการปกป้องประเทศ

เหตุการณ์วันทหารผ่านศึก ติดป้ายชื่อฐาน “กฤตฏิกร-พชร” เชิดชูเกียรติทหารกล้า เนิน677นี้ แสดงให้เห็นถึงวัฒนธรรมการยกย่องวีรบุรุษของกองทัพไทย ซึ่งเป็นรากฐานของความมั่นคงชาติ ในมุมมองของผู้เขียน การกระทำเล็กๆ แต่มีความหมายลึกซึ้งเช่นนี้ ช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนรุ่นใหม่หันมาสนใจการรับใช้ชาติมากขึ้น หากคุณรู้สึกซาบซึ้งใจ ลองแชร์เรื่องราวทหารกล้าที่คุณรู้จักในคอมเมนต์ด้านล่าง เพื่อร่วมรำลึกกันนะครับ

ที่มา – วันทหารผ่านศึก ติดป้ายชื่อฐาน “กฤตฏิกร-พชร” เชิดชูเกียรติทหารกล้า เนิน677

ทภ.2 แฉสมุดทหารกัมพูชา ยึดซำแต-เนิน 677

กองทัพภาคที่ 2 (ทภ.2) เปิดเผยข้อมูลสำคัญที่ได้จากสมุดบันทึกการปฏิบัติงานของทหารกัมพูชา หลังจากการเข้ายึดพื้นที่ซำแต-เนิน 677 ได้สำเร็จ การค้นพบครั้งนี้เผยให้เห็นแผนผังการวางทุ่นระเบิดและกับระเบิดแสวงเครื่อง ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญในการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ชายแดน

เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2568 ทภ.2 ได้สรุปสถานการณ์การสู้รบระหว่างไทยและกัมพูชา ณ เวลา 11.00 น. โดยมีรายละเอียดดังนี้:

  1. การเข้ายึดที่หมายซำแต, เนิน 677 บริเวณช่องอานม้าเป็นไปด้วยความเรียบร้อย อย่างไรก็ตาม ยังคงอยู่ในระหว่างการปฏิบัติการทางทหารเพื่อเคลียร์พื้นที่
  2. ในพื้นที่คณาดำเนินการเข้ายึดได้แล้ว 3 ที่หมาย และยังคงปฏิบัติการในส่วนที่เหลือ
  3. พื้นที่ตาควายยังคงมีการปะทะกันอย่างหนัก และผลการปฏิบัติงานจะรายงานให้ทราบต่อไป
  4. สำหรับพื้นที่สำคัญอื่นๆ ตลอดแนวชายแดน ยังคงมีการสู้รบประปราย แต่สถานการณ์โดยรวมอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ และมีการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากฝ่ายกัมพูชายังคงพยายามใช้อาวุธปืนใหญ่และจรวดหลายลำกล้อง (BM-21) ยิงเข้ามายังฐานปฏิบัติการของฝ่ายไทย

รายการยุทโธปกรณ์และสิ่งอุปกรณ์ที่สำคัญที่ยึดได้จากฐานปฏิบัติการของทหารกัมพูชาในพื้นที่ ซำแต-เนิน 677 ประกอบด้วย:

  1. โทรศัพท์ 8 เครื่อง
  2. สมุดบันทึกการปฏิบัติงานของทหารกัมพูชา 1 เล่ม
  3. ลูกระเบิด m203 7 ลูก
  4. จรวด RPG พร้อมอุปกรณ์ 50 ชุด
  5. กระสุนปืน 11,765 นัด
  6. วิทยุสื่อสาร 15 เครื่อง

จากการตรวจสอบสมุดบันทึกการปฏิบัติงานของทหารกัมพูชา พบข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับการวางทุ่นระเบิดและกับระเบิดแสวงเครื่อง โดยมีการบันทึกแผนผังการวางทุ่นระเบิดเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2568 จำนวน 11 จุด รวม 30 ลูก และกับระเบิดแสวงเครื่องประกอบ TNT จำนวน 2 จุด รวม 6 ลูก นอกจากนี้ ยังพบแผนการเตรียมวางทุ่นระเบิดเพิ่มเติมในวันที่ 21 สิงหาคม 2568 อีก 6 จุด แต่ยังไม่มีการระบุจำนวนทุ่นระเบิด

โทรศัพท์ทั้ง 8 เครื่องและสมุดบันทึก 1 เล่ม ได้ถูกส่งมอบให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการตรวจสอบและขยายผลต่อไป ข้อมูลที่ได้จากสมุดบันทึกนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในการวางแผนป้องกันและรักษาความปลอดภัยในพื้นที่

สำหรับพื้นที่ที่คาดว่าอาจมีการวางทุ่นระเบิดหรือกับระเบิด หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ทำการควบคุมพื้นที่ดังกล่าว และเตรียมการสำหรับหน่วยเก็บกู้ทุ่นระเบิด (EOD) เพื่อเข้าทำการตรวจสอบและพิสูจน์ต่อไป ความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่เป็นสิ่งที่กองทัพให้ความสำคัญสูงสุด

ทภ.2 เผยข้อมูลในสมุดบันทึกทหารกัมพูชา หลังไทยเข้ายึดพื้นที่ซำแต-เนิน 677

ข้อมูลที่ได้จากการยึด ซำแต-เนิน 677 ครั้งนี้ เป็นประโยชน์อย่างมากในการทำความเข้าใจยุทธวิธีและการวางแผนของฝ่ายตรงข้าม ทำให้กองทัพสามารถตอบสนองและป้องกันภัยคุกคามได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ความสำคัญของข้อมูลจากสมุดบันทึกทหารกัมพูชาในการปฏิบัติการที่ซำแต-เนิน 677

การได้มาซึ่งสมุดบันทึกของทหารกัมพูชา ช่วยให้ทราบถึง:

  • รูปแบบการวางทุ่นระเบิดและกับระเบิดแสวงเครื่อง
  • พื้นที่ที่คาดว่าจะมีการวางระเบิด
  • แผนการปฏิบัติงานอื่นๆ ของทหารกัมพูชา

ข้อมูลเหล่านี้เป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการวางแผนการปฏิบัติการทางทหาร การป้องกันความเสียหาย และการรักษาความปลอดภัยของทหารและประชาชนในพื้นที่

กองทัพภาคที่ 2 ยืนยันอย่างหนักแน่นว่าจะดำเนินการทุกมาตรการอย่างเต็มความสามารถ เพื่อรักษาความมั่นคงปลอดภัยของประชาชน ปกป้องอธิปไตย บูรณภาพแห่งดินแดน และศักดิ์ศรีของประเทศชาติอย่างเด็ดขาดและถึงที่สุด การรักษา ซำแต-เนิน 677 และพื้นที่อื่นๆ ตามแนวชายแดน เป็นภารกิจที่กองทัพให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก

การเปิดเผยข้อมูลในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของกองทัพในการปกป้องประเทศชาติ และพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับความท้าทายต่างๆ เพื่อความสงบสุขของประชาชน

ที่มา – ทภ.2 เผยข้อมูลในสมุดบันทึกทหารกัมพูชา หลังไทยเข้ายึดพื้นที่ซำแต-เนิน 677

ไทยยึดเนิน 677 ช่องอานม้า 100% จริงหรือ?

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชายังคงเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นการควบคุมพื้นที่บริเวณช่องอานม้า ล่าสุดกระทรวงกลาโหมได้ออกมายืนยันถึงการเข้าควบคุมพื้นที่ดังกล่าวได้ 100% อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ยังคงตึงเครียดและมีการปะทะกันอย่างต่อเนื่อง

ก.กลาโหม ยันคุมช่องอานม้า 100%

เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2568 สำนักโฆษกกระทรวงกลาโหมได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กยืนยันว่าสามารถควบคุมสถานการณ์บริเวณ “ช่องอานม้า 100%” พร้อมทั้งแสดงความขอบคุณและส่งกำลังใจให้กับทหารไทยที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ชายแดน

ก่อนหน้านี้ สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาทวีความรุนแรงขึ้นจากการปะทะกันระหว่างทหารทั้งสองฝ่าย บริเวณพื้นที่ภูผาเหล็ก-พลาญหินแปดก้อน อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งส่งผลให้มีทหารไทยได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต

โฆษก กห. เผยรายละเอียดเพิ่มเติม

พล.ร.ต.สุรสันต์ คงศิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม ได้แถลงถึงสถานการณ์ชายแดน โดยระบุว่าฝ่ายกัมพูชาเป็นฝ่ายเปิดฉากโจมตีก่อน ทำให้ฝ่ายไทยต้องตอบโต้เพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติ และในการปะทะบริเวณช่องอานม้านั้น มีทหารไทยจากกรมรบพิเศษที่ 1 เสียชีวิต 1 นาย ซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็นวีรชนผู้เสียสละเพื่อชาติ

ถึงแม้จะสามารถยึดเนิน 677 บริเวณช่องอานม้าได้ 100% แต่สถานการณ์ยังไม่ยุติ เนื่องจากฝ่ายกัมพูชายังคงระดมยิงอาวุธเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ฝ่ายไทยต้องดำรงการยิงต่อต้านเพื่อสถาปนาพื้นที่และรักษาความปลอดภัยของกำลังพล

สถานการณ์โดยรวมและข้อควรพิจารณา

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชายังคงมีความผันผวนและไม่แน่นอน การยืนยันการควบคุมพื้นที่ช่องอานม้าได้ 100% เป็นสัญญาณที่ดี แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังและเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา

ความสำคัญของช่องอานม้า

ทำไมการยึดเนิน 677 ที่ช่องอานม้าจึงมีความสำคัญ ช่องอานม้าเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญเนื่องจาก…

  • เป็นเส้นทางคมนาคมที่สำคัญ
  • เป็นจุดสังเกตการณ์ทางทหาร
  • มีทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญ

สิ่งที่ต้องจับตาหลังไทยยึดช่องอานม้า 100%

หลังจากที่ไทยสามารถควบคุมพื้นที่ช่องอานม้าได้ 100% สิ่งที่ต้องจับตาต่อไปคือ…

  • ท่าทีของรัฐบาลกัมพูชา
  • การเจรจาเพื่อแก้ไขปัญหาชายแดน
  • การให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่

การแก้ไขปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชาเป็นเรื่องที่ซับซ้อนและต้องใช้ความอดทนและความเข้าใจ การเจรจาและการรักษาสันติภาพเป็นหนทางที่ดีที่สุดในการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน การให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบก็เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องดำเนินการควบคู่กันไป

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาเป็นเรื่องที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด การรายงานข่าวที่ถูกต้องและเป็นกลางจะช่วยให้ประชาชนเข้าใจสถานการณ์และสนับสนุนการแก้ไขปัญหาอย่างสร้างสรรค์

ที่มา – โฆษก กห. ยัน ไทยยึดเนิน 677 ที่ช่องอานม้าได้ 100% แต่ยังยิงต่อต้านเพื่อสถาปนาพื้นที่

Scroll to top