เผารถ

ป่วนกลางดึก เผาแบ็กโฮ-ยางรถยนต์ ที่นราฯ คาดรับอนุทิน

เกิดเหตุป่วนกลางดึก เผาแบ็กโฮ-ยางรถยนต์ ที่นราฯ คาดสร้างสถานการณ์ รับ “อนุทิน” ลงใต้ เมื่อคืนวันที่ 16 เมษายน 2569 ทำให้เจ้าหน้าที่และชาวบ้านในพื้นที่ตื่นตัวอย่างมาก เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในจังหวัดนราธิวาส ซึ่งเป็นพื้นที่ชายแดนใต้ที่ยังคงมีความเคราะห์รุนแรงซุกซ่อนอยู่

ป่วนกลางดึก เผาแบ็กโฮ-ยางรถยนต์ ที่นราฯ คาดสร้างสถานการณ์ รับ “อนุทิน” ลงใต้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลาประมาณ 22.30 น. ที่ผ่านมา พ.ต.อ.ธัญ ศิริขันธ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส ได้รับแจ้งเหตุคนร้ายลอบวางเพลิงเครื่องจักรกลของบริษัท ตากใบการโยธา จำกัด ซึ่งจอดอยู่บริเวณไซต์งานริมแม่น้ำโก-ลก บ้านมือบา หมู่ 4 ตำบลปาเสมัส เจ้าหน้าที่รีบระดมกำลังเข้าตรวจสอบทันที

ที่จุดเกิดเหตุ พบเพลิงกำลังลุกไหม้รถแบ็กโฮยี่ห้อแคสเตอร์พิรา ที่จอดอยู่ด้านซ้ายมือ และรถบดถนนล้อยางที่จอดอยู่ในเพิงพักด้านขวามือ เจ้าหน้าที่ประสานรถดับเพลิงจากหน่วยบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลตำบลปาเสมัสมาช่วยฉีดน้ำดับไฟ ใช้เวลากว่า 30 นาทีเพลิงจึงสงบลง

รายละเอียดการก่อเหตุป่วนกลางดึก เผาแบ็กโฮ-ยางรถยนต์ ที่นราฯ

จากการตรวจสอบ พบคราบน้ำมันเชื้อเพลิงลอยอยู่บนพื้นถนนและผิวน้ำที่ใช้ดับไฟ เจ้าหน้าที่เก็บหลักฐานทั้งหมด คาดว่าคนร้ายไม่ทราบจำนวน แฝงตัวข้ามแม่น้ำโก-ลกจากฝั่งรัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย เนื่องจากในช่วงหน้าร้อนระดับน้ำลดเหลือเพียง 15 เมตร คนร้ายขู่คนงาน 2 คนที่เฝ้าไซต์ให้หลบหนี จากนั้นราดน้ำมันที่ล้อยางรถบดและใต้กลไกรถแบ็กโฮ ก่อนจุดไฟเผาและหลบหนีกลับทางเดิม

นายเสาวนันทน์ ดุกสุขแก้ว กรรมการผู้จัดการบริษัท ตากใบการโยธา จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทกำลังก่อสร้างโครงการระบบป้องกันน้ำท่วมพื้นที่ชุมชนปาเสมัส ระยะที่ 1 ความยาว 2,505 เมตร จากหลังสภ.มูโนะ ถึงตรงข้ามศูนย์ฮีโน่ แล้วเสร็จ 43% ไม่คาดคิดว่าจะสูญเสียเครื่องจักร 2 คัน มูลค่ากว่า 6 ล้านบาท

เหตุลอบเผายางรถยนต์ที่ตากใบ

นอกจากนี้ ในพื้นที่อำเภอตากใบ เวลา 20.00 น. เดียวกัน คนร้ายแยกย้ายนำยางรถยนต์ไปเผา 2 จุด บริเวณถนนในหมู่บ้านชุมบก หมู่ 9 ตำบลเกาะสะท้อน ห่างกัน 500 เมตร ชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ช่วยกันดับไฟได้ทัน

  • เหตุที่สุไหงโก-ลก: เผาแบ็กโฮและรถบดถนน
  • เหตุที่ตากใบ: เผายางรถยนต์ 2 จุด
  • เวลาที่เกิด: 20.00-22.30 น. 16 เม.ย. 2569
  • ความเสียหาย: เครื่องจักรกว่า 6 ล้านบาท

เจ้าหน้าที่จะสอบสวนคนงาน 2 คนเพิ่มเติม เพื่อขยายผลจับกุมผู้ก่อเหตุ

คาดสร้างสถานการณ์ต้อนรับนายกฯ อนุทินลงพื้นที่ใต้

หน่วยงานความมั่นคงเชื่อว่าเหตุการณ์นี้เป็นการสร้างสถานการณ์เชิงสัญลักษณ์ หลังทราบว่านายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ จะลงพื้นที่ประชุมที่ด่านศุลกากรสุไหงโก-ลก แต่เปลี่ยนไปประชุมที่ด่านพรมแดนบูเก๊ะตา อำเภอแว้งแทน

เหตุการณ์ป่วนกลางดึก เผาแบ็กโฮ-ยางรถยนต์ ที่นราฯ คาดสร้างสถานการณ์ รับ “อนุทิน” ลงใต้ สะท้อนถึงความท้าทายด้านความมั่นคงในภาคใต้ที่ยังต้องเฝ้าระวัง แม้สถานการณ์จะดีขึ้นแต่กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบยังคงเคลื่อนไหว

ในมุมมองของผู้เขียน เหตุการณ์นี้ชี้ให้เห็นว่าการพัฒนาพื้นที่ชายแดนต้องคู่กับมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มแข็ง ชาวบ้านและผู้ประกอบการต้องระมัดระวังมากขึ้น หากคุณอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง แนะนำให้แจ้งเบาะแสทันทีหากพบสิ่งผิดปกติ

CTA: ติดตามข่าวสารความมั่นคงภาคใต้เพิ่มเติมได้ที่บล็อกของเรา และแชร์บทความนี้เพื่อสร้างความตระหนักรู้!

ที่มา – ป่วนกลางดึก เผาแบ็กโฮ-ยางรถยนต์ ที่นราฯ คาดสร้างสถานการณ์ รับ “อนุทิน” ลงใต้

จับแล้ว! 2 คนร้ายฆ่านักธุรกิจ เผาอำพรางคาเก๋ง

จากเหตุการณ์สะเทือนขวัญ จับแล้ว 2 คนร้ายฆ่านักธุรกิจ เผาอำพรางคาเก๋ง ที่จังหวัดเชียงใหม่ ตำรวจได้ทำการจับกุมผู้ต้องหา 2 ราย ที่ก่อเหตุอุ้มฆ่านักธุรกิจหนุ่ม แล้วนำศพไปทิ้งในรถยนต์เก๋ง ก่อนจะตั้งใจนำรถไปทิ้งเหว แต่เกิดอุบัติเหตุระหว่างทาง ทำให้ต้องจุดไฟเผาเพื่ออำพรางคดี

เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุรถยนต์ถูกไฟไหม้ บริเวณดอยหลวง ถนนสายปางไฮ-แม่ตอน จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อตรวจสอบพบศพปริศนาถูกไฟไหม้เกรียมอยู่บริเวณเบาะหลังคนขับ

จับแล้ว 2 คนร้ายฆ่านักธุรกิจ เผาอำพรางคาเก๋ง

พลตำรวจตรียุทธนา แก่นจันทร์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ได้สั่งการให้ทีมสืบสวนเร่งคลี่คลายคดีอย่างเร่งด่วน จนกระทั่งทราบว่าผู้ตายคือ นายคุณาสิน อินต๊ะยศ อายุ 32 ปี นักธุรกิจหนุ่ม

จากการสืบสวนขยายผล พบว่า ก่อนเกิดเหตุ ตำรวจ สภ.แม่โจ้ ได้รับแจ้งเหตุทำร้ายร่างกายภายในบ้านหลังหนึ่งในตำบลป่าไผ่ อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อไปตรวจสอบพบร่องรอยคราบเลือดในห้องน้ำและค้อนเปื้อนเลือด ซึ่งเชื่อมโยงกับเหตุ จับแล้ว 2 คนร้ายฆ่านักธุรกิจ เผาอำพรางคาเก๋ง ที่ดอยหลวง

ลำดับเหตุการณ์ฆาตกรรมอำพราง

ตำรวจสันนิษฐานว่า นายวชิรวิทย์ เจ้าของบ้าน ซึ่งรู้จักกับผู้ตาย ได้ร่วมกับคนร้ายอีก 1 คน ทำร้ายนายคุณาสินอย่างโหดเหี้ยม โดยใช้ค้อนและสากทุบตี เนื่องจากพยานได้ยินเสียงร้องโหยหวน ก่อนที่คนร้ายจะนำศพยัดใส่เบาะหลังรถยนต์เก๋ง และขับออกจากบ้านเพื่อนำไปทิ้งเหวและเผาทำลายหลักฐาน โดยมีรถยนต์เก๋งสีดำอีกคันขับตามประกบ

ระหว่างทาง นายวชิรวิทย์ ซึ่งเป็นคนขับรถยนต์ที่บรรทุกศพ อาจจะไม่ชำนาญเส้นทาง ทำให้รถเสียหลักชนกับราวเหล็กกั้นข้างทาง ส่งผลให้นายวชิรวิทย์ได้รับบาดเจ็บขาหัก รถยนต์ไม่สามารถขับเคลื่อนต่อไปได้ คนร้ายจึงตัดสินใจใช้น้ำมันราดและจุดไฟเผารถยนต์เพื่อทำลายศพและอำพรางคดี

นายดำรงฤทธิ์ คนร้ายอีกรายที่ขับรถเก๋งสีดำตามมา ได้รับตัวนายวชิรวิทย์ที่ได้รับบาดเจ็บ ส่งโรงพยาบาลดอยสะเก็ด ส่วนนายดำรงฤทธิ์ได้หลบหนีไปกบดานที่บ้านญาติในอำเภอจอมทอง จนกระทั่งถูกตำรวจตามจับกุมตัวได้ในที่สุด

เบื้องต้น ตำรวจได้แจ้งข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนแก่ผู้ต้องหาทั้งสองราย

จากการสอบสวน นายวชิรวิทย์ ให้การว่า ทำงานปล่อยเงินกู้ และคาดว่าผู้ตายน่าจะมีปัญหาเรื่องหนี้สิน เนื่องจากภายในบ้านยังพบเอกสารการกู้ยืมเงินของลูกค้าอีกหลายราย ซึ่งอาจเป็นชนวนเหตุของการฆาตกรรมในครั้งนี้ อย่างไรก็ตาม ตำรวจยังคงเร่งสอบสวนเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของคดี จับแล้ว 2 คนร้ายฆ่านักธุรกิจ เผาอำพรางคาเก๋ง

พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาได้แล้วที่อำเภอจอมทอง และอยู่ระหว่างนำตัวมาสอบสวนที่ สภ.แม่โจ้ เพื่อหาสาเหตุและแรงจูงใจในการก่อเหตุต่อไป

คดี จับแล้ว 2 คนร้ายฆ่านักธุรกิจ เผาอำพรางคาเก๋ง นี้ ถือเป็นอุทาหรณ์เตือนใจให้ระมัดระวังในการใช้ชีวิต และการทำธุรกิจ เพราะความขัดแย้งเรื่องเงินทอง อาจนำไปสู่การสูญเสียที่ไม่คาดฝันได้

ที่มา – จับแล้ว 2 คนร้าย ฆ่านักธุรกิจ เผาอำพรางคาเก๋ง ผิดแผน-บาดเจ็บ เลยต้องจุดไฟเผา

Scroll to top