เพลิงไหม้

สลด! ไฟไหม้อาคารพาณิชย์ 3 แม่ลูกดับ

เหตุการณ์สุดสลดเกิดขึ้นเมื่อเกิด ไฟไหม้อาคารพาณิชย์ ในพื้นที่กระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตถึง 3 ราย ซึ่งเป็นแม่ลูกกัน ทั้งหมดถูกไฟคลอกเสียชีวิตคากองเพลิงในสภาพกอดกัน เหตุการณ์นี้สร้างความสะเทือนใจให้กับผู้ที่ทราบข่าวเป็นอย่างยิ่ง

เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2568 พ.ต.ท.สุชาติ สมบูรณ์ สารวัตรสอบสวน สภ.กระทุ่มแบน ได้รับแจ้งเหตุ ไฟไหม้อาคารพาณิชย์ 4 ชั้น ใน อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร จึงประสานเจ้าหน้าที่ดับเพลิงจากเทศบาลนครอ้อมน้อย เทศบาลตำบลสวนหลวง อบต.ท่าไม้ และพื้นที่ใกล้เคียงกว่า 10 คัน เข้าระงับเหตุ

เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึง พบว่าเพลิงกำลังลุกไหม้จากชั้นล่างขึ้นไปยังชั้นบน เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเร่งฉีดน้ำสกัดเพลิงไม่ให้ลุกลามไปยังอาคารข้างเคียง จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ขณะเกิดเหตุมีผู้พักอาศัยอยู่ในอาคารทั้งหมด 8 คน สามารถหนีออกมาได้ 5 คน ในจำนวนนี้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 คน (สาหัส 1 คน และบาดเจ็บเล็กน้อย 2 คน) ถูกนำส่งโรงพยาบาลวิชัยเวชอ้อมน้อยและโรงพยาบาลมหาชัย ส่วนอีก 2 คนที่หนีออกมาได้อย่างปลอดภัยอยู่ในอาการตกใจ

น่าเศร้าที่ยังมีผู้ติดอยู่ในอาคารอีก 3 คน ซึ่งเป็นแม่ลูกกัน ได้แก่ นางสาวธัญญา หาญกล้า อายุ 33 ปี เด็กชายธวัชชัย สระทองพิมพ์ อายุ 7 ขวบ และเด็กหญิงญาธิดา สระทองพิมพ์ อายุ 4 ขวบ ทั้งหมดเสียชีวิตจากเหตุ ไฟไหม้อาคารพาณิชย์ ในห้องนอนชั้นสองของอาคาร

นายอำนาจ เจริญศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร พร้อมด้วยนายพิรุณโรจน์ นาคดนตรี นายอำเภอกระทุ่มแบน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เดินทางมาตรวจสอบที่เกิดเหตุ เพื่อติดตามสถานการณ์และให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย รองผู้ว่าฯ สั่งการให้เร่งสำรวจความเสียหายและให้ความช่วยเหลือครอบครัวผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตอย่างเร่งด่วน

ญาติของผู้เสียชีวิตเล่าว่า ครอบครัวเช่าอาคารแห่งนี้เพื่อขายก๋วยเตี๋ยวในช่วงเย็นถึงกลางคืน ทำให้ในช่วงกลางวันทุกคนจะพักผ่อนอยู่ในอาคารและปิดประตูสนิท ในขณะเกิดเหตุ ไฟไหม้อาคารพาณิชย์ ทุกคนกำลังนอนหลับ แม่ลูกทั้งสามคนที่เสียชีวิตนอนอยู่ในห้องนอนและล็อกกุญแจไว้ เพื่อนข้างห้องพยายามทุบประตูเรียก ทำให้คนที่เหลือตื่นและหนีลงมาที่ชั้นล่าง เมื่อเห็นว่าไฟลุกไหม้แล้ว จึงรีบหนีออกมา ไม่สามารถกลับไปช่วยแม่ลูกที่ติดอยู่ในห้องได้

เพื่อนบ้านที่อยู่ติดกันเล่าว่า เห็นควันไฟลอยออกมาจากใต้ประตูบานเลื่อนสังกะสี จึงพยายามใช้ค้อนทุบประตูเพื่อเรียกคนข้างใน เมื่อเปิดประตูออกมา ไฟก็ลุกลามอย่างรวดเร็วจากบริเวณข้างเครื่องทำน้ำอุ่นที่อยู่ด้านล่างข้างห้องน้ำ แม้จะพยายามใช้ถังดับเพลิงแล้วแต่ก็ไม่สามารถควบคุมเพลิงได้

พนักงานสอบสวน สภ.กระทุ่มแบน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่วิทยาการกองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์จากโรงพยาบาลกระทุ่มแบน และเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู ได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุเพื่อเก็บหลักฐานและหาสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ ร่างของผู้เสียชีวิตทั้งสามถูกนำส่งไปชันสูตรที่สถาบันนิติเวช โรงพยาบาลศิริราช ก่อนจะมอบให้ญาตินำกลับไปประกอบพิธีทางศาสนา

ไฟไหม้อาคารพาณิชย์: ข้อควรระวังเพื่อความปลอดภัย

เหตุการณ์ ไฟไหม้อาคารพาณิชย์ ครั้งนี้เป็นอุทาหรณ์เตือนใจให้เราตระหนักถึงความสำคัญของการป้องกันอัคคีภัย มาตรการง่าย ๆ ที่สามารถช่วยลดความเสี่ยงจากเหตุไฟไหม้ได้แก่:

  • ตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้าและปลั๊กไฟให้อยู่ในสภาพดีเสมอ
  • ติดตั้งเครื่องตรวจจับควันไฟและเครื่องดับเพลิง
  • มีแผนฉุกเฉินและซักซ้อมการหนีไฟอย่างสม่ำเสมอ
  • หลีกเลี่ยงการวางสิ่งของกีดขวางทางหนีไฟ

จะป้องกันตัวจากเหตุเพลิงไหม้อาคารพาณิชย์ได้อย่างไร?

หากเกิดเหตุไฟไหม้ สิ่งสำคัญที่สุดคือการตั้งสติและปฏิบัติตามขั้นตอนดังนี้:

  • แจ้งเหตุไฟไหม้ไปยังหน่วยงานดับเพลิงทันที
  • หากไฟยังไม่ลุกลาม ให้พยายามดับไฟด้วยเครื่องดับเพลิง
  • หากไม่สามารถดับไฟได้ ให้รีบออกจากอาคารโดยเร็วที่สุด
  • หากมีควันไฟมาก ให้คลานต่ำเพื่อหลีกเลี่ยงการสูดดมควัน
  • เมื่อออกจากอาคารได้แล้ว ให้ไปรวมตัวกันในจุดนัดพบที่ปลอดภัย

การเตรียมพร้อมรับมือกับเหตุการณ์ไฟไหม้ล่วงหน้า สามารถช่วยลดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินได้ อย่าละเลยเรื่องความปลอดภัย และร่วมกันสร้างสังคมที่ปลอดภัยจากอัคคีภัย

ไฟไหม้อาคารพาณิชย์ เป็นเรื่องที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น แต่หากเกิดขึ้นแล้ว การมีสติและความรู้ในการรับมือกับเหตุการณ์ จะช่วยให้ท่านสามารถเอาตัวรอดและช่วยเหลือผู้อื่นได้อย่างปลอดภัย

ที่มา – สลด ไฟไหม้อาคารพาณิชย์ 3 แม่ลูกถูกไฟคลอก กอดกันดับคากองเพลิง

ไฟไหม้โกดังรถหรูนนทบุรี! วอด 50 คัน

เกิดเหตุการณ์น่าเศร้า เมื่อไฟไหม้โกดังเก็บรถหรู-ซูเปอร์คาร์ ย่านนนทบุรี ทำให้รถยนต์สุดหรูเสียหายไปกว่า 50 คัน คิดเป็นมูลค่าความเสียหายสูงถึง 190 ล้านบาท เหตุการณ์ครั้งนี้สร้างความตกตะลึงและเสียใจให้กับผู้ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงผู้ที่รักรถยนต์เป็นอย่างมาก

เหตุการณ์ ไฟไหม้โกดังเก็บรถหรู-ซูเปอร์คาร์ ย่านนนทบุรี เกิดขึ้นเมื่อเวลา 08.00 น. ของวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ชัยพฤกษ์ ได้รับแจ้งเหตุ และรีบรุดไปยังที่เกิดเหตุ พร้อมประสานงานกับหน่วยงานดับเพลิงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อควบคุมสถานการณ์

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ พบว่าไฟกำลังโหมกระหน่ำโกดังเก็บรถยนต์ขนาดใหญ่ ซึ่งตั้งอยู่ใกล้วัดใหญ่สว่างอารมณ์ ถนนราชพฤกษ์ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจากหลายพื้นที่ได้ระดมรถน้ำจำนวนมากเพื่อฉีดสกัดไฟอย่างเร่งด่วน ใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมงจึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้

จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่ารถยนต์หรูและรถยนต์ไฟฟ้าที่จอดเรียงรายอยู่ภายในโกดังถูกไฟไหม้เสียหายทั้งหมดประมาณ 50 คัน ซึ่งประกอบไปด้วยรถยนต์ปอร์เช่ 5 คัน และรถยนต์ไฟฟ้าเทสลาอีก 45 คัน รวมมูลค่าความเสียหายประมาณ 190 ล้านบาท นอกจากนี้ รถดับเพลิงของเทศบาลตำบลอ้อมเกร็ดก็ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ ไฟไหม้โกดังเก็บรถหรู-ซูเปอร์คาร์ ย่านนนทบุรี ไปด้วย 1 คัน

ไฟไหม้โกดังเก็บรถหรู-ซูเปอร์คาร์ ย่านนนทบุรี

จากการสอบสวนเบื้องต้น ทราบว่าโกดังดังกล่าวใช้เป็นสถานที่จอดและเก็บรักษารถยนต์ของลูกค้าที่รอการตรวจซ่อมจากศูนย์บริการ ซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 500 เมตร สาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ สันนิษฐานว่าเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรภายในโกดัง ก่อนที่ไฟจะลุกลามไปติดรถยนต์ที่จอดเรียงรายอยู่เต็มโกดัง

รายละเอียดความเสียหายจากเหตุไฟไหม้โกดังรถหรู

  • รถยนต์ปอร์เช่: 5 คัน
  • รถยนต์ไฟฟ้าเทสลา: 45 คัน
  • รถดับเพลิงเทศบาลตำบลอ้อมเกร็ด: 1 คัน
  • รวมมูลค่าความเสียหาย: ประมาณ 190 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งดำเนินการตรวจสอบและประเมินมูลค่าความเสียหายที่แท้จริง รวมถึงหาสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ในครั้งนี้อย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีกในอนาคต

เหตุการณ์ ไฟไหม้โกดังเก็บรถหรู-ซูเปอร์คาร์ ย่านนนทบุรี ในครั้งนี้เป็นอุทาหรณ์สำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการตรวจสอบและบำรุงรักษาระบบไฟฟ้าอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันการเกิดไฟฟ้าลัดวงจร ซึ่งอาจนำไปสู่เหตุการณ์ร้ายแรงที่ไม่คาดฝันได้ นอกจากนี้ การมีระบบป้องกันอัคคีภัยที่ได้มาตรฐานและการฝึกซ้อมดับเพลิงอย่างสม่ำเสมอก็เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่จะช่วยลดความสูญเสียจากเหตุการณ์ไฟไหม้ได้

ที่มา – ไฟไหม้โกดังเก็บรถหรู-ซูเปอร์คาร์ ย่านนนทบุรี วอด 50 คัน เสียหาย 190 ล้านบาท

ไฟไหม้อาคาร 3 ชั้นซอยขุนนาวา บางรัก ดับ 1

เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เกิดเหตุการณ์เศร้าสลดขึ้น เมื่อเกิด ไฟไหม้อาคาร 3 ชั้นซอยขุนนาวา ย่านบางรัก เป็นเหตุให้หญิงสาววัย 22 ปี เสียชีวิตภายในอาคารดังกล่าว เหตุการณ์นี้สร้างความสะเทือนใจให้กับผู้ที่อาศัยอยู่ในบริเวณใกล้เคียงและผู้ที่ทราบข่าวเป็นอย่างมาก

ไฟไหม้อาคาร 3 ชั้นซอยขุนนาวา

เหตุการณ์ ไฟไหม้อาคาร 3 ชั้นซอยขุนนาวา เริ่มต้นขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 13.45 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางรัก ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ภายในซอยขุนนาวา ใกล้แยกสะพานเหลือง ถนนพระราม 4 เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ พบว่าเป็นอาคารพักอาศัยสูง 3 ชั้น และมีผู้ติดค้างอยู่ภายใน

เนื่องจากซอยดังกล่าวเป็นซอยแคบ รถดับเพลิงจึงไม่สามารถเข้าไปได้โดยสะดวก ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องลากสายยางจากปากซอยเข้าไปดับเพลิง ซึ่งเป็นไปด้วยความยากลำบาก นอกจากนี้ ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในบริเวณนั้นต่างพากันวิ่งหนีตายอลหม่าน ทำให้สถานการณ์ยิ่งทวีความวุ่นวาย

รายละเอียดเหตุการณ์ไฟไหม้

อาคารที่เกิดเหตุเป็นอาคารเก่าสูง 3 ชั้น ปลูกติดกันหลายห้อง เพลิงเริ่มลุกไหม้จากชั้น 2 และลุกลามขึ้นไปยังชั้น 3 อย่างรวดเร็ว เนื่องจากโครงสร้างส่วนใหญ่ของอาคารเป็นไม้ ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี เจ้าหน้าที่ดับเพลิงใช้เวลาประมาณ 20 นาทีจึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้

หลังเพลิงสงบ เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบภายในอาคาร และพบศพของ น.ส.นิภาพรรณ หรือ แป้ง อายุ 22 ปี เสียชีวิตอยู่ภายในห้องนอนชั้น 3 สภาพศพถูกไฟไหม้

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ น.ส.นิภาพรรณ อาศัยอยู่กับพ่อ แม่ และพี่สาว โดยพ่อ แม่ และพี่สาว พักอาศัยอยู่ชั้นล่าง ส่วน น.ส.นิภาพรรณ ซึ่งทำงานกลางคืน เพิ่งกลับมาจากการทำงานและนอนหลับอยู่ในห้องชั้น 3

สันนิษฐานว่าเพลิงเริ่มลุกไหม้จากห้องเก็บเสื้อผ้าที่อยู่ชั้น 2 เมื่อทุกคนในบ้านทราบว่าเกิดเพลิงไหม้ ต่างก็รีบวิ่งหนีออกมานอกบ้าน และพยายามตะโกนเรียก น.ส.นิภาพรรณ แต่เนื่องจากเพลิงได้ลุกไหม้บันไดที่ใช้ขึ้นลงจากชั้น 2 ไปยังชั้น 3 ทำให้น.ส.นิภาพรรณ ไม่สามารถหนีลงมาได้ ประกอบกับหน้าต่างห้องนอนติดเหล็กดัด จึงทำให้ไม่สามารถหลบหนีออกมาได้ทัน

เจ้าหน้าที่ได้มอบศพให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูนำส่งนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อทำการชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียด และจะได้ประสานเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุเพื่อหาสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ที่แท้จริงต่อไป

อุทาหรณ์จากเหตุการณ์ไฟไหม้

เหตุการณ์ ไฟไหม้อาคาร 3 ชั้นซอยขุนนาวา ในครั้งนี้เป็นอุทาหรณ์สำคัญที่เตือนให้เราตระหนักถึงอันตรายจากอัคคีภัย และควรมีมาตรการป้องกันอัคคีภัยอย่างเหมาะสม เช่น ติดตั้งเครื่องตรวจจับควันไฟ จัดเตรียมถังดับเพลิง และวางแผนเส้นทางหนีไฟในกรณีฉุกเฉิน นอกจากนี้ การตรวจสอบสภาพสายไฟฟ้าและอุปกรณ์ไฟฟ้าอย่างสม่ำเสมอ ก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพื่อป้องกันการเกิดไฟฟ้าลัดวงจร ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดเพลิงไหม้

  • ควรติดตั้งอุปกรณ์ตรวจจับควันไฟ
  • เตรียมถังดับเพลิงไว้ในจุดที่เข้าถึงง่าย
  • วางแผนเส้นทางหนีไฟและซักซ้อมเป็นประจำ

เหตุการณ์เศร้าสลดที่ ไฟไหม้อาคาร 3 ชั้นซอยขุนนาวา ครั้งนี้ หวังว่าจะเป็นเครื่องเตือนใจให้ทุกคนเพิ่มความระมัดระวัง และเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดฝัน เพื่อป้องกันการสูญเสียทั้งทรัพย์สินและชีวิต

ที่มา – ไฟไหม้อาคาร 3 ชั้นซอยขุนนาวา ย่านบางรัก หญิงสาวติดค้างดับสลด 1 ศพ

ไฟไหม้ไก่ทอดเจ๊แดง! ตลาดเช้าเมืองเลยวอด

เช้ามืดสุดระทึก! เกิดเหตุไฟไหม้ร้านไก่ทอดเจ๊แดงตลาดเช้าเมืองเลย แผงขายวอดเสียหายทั้งหมด โชคดีชาวบ้านช่วยกันดับไฟได้ทัน เบื้องต้นไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บ ส่วนสาเหตุของไฟไหม้ร้านไก่ทอดเจ๊แดงตลาดเช้าเมืองเลยครั้งนี้ อยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่

เมื่อเวลา 05.40 น. วันที่ 22 ตุลาคม 2568 สถานีตำรวจภูธรเมืองเลย ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ที่ตลาดเช้าเมืองเลย จึงประสานไปยังเทศบาลเมืองเลย พร้อมรถดับเพลิงรุดไปยังที่เกิดเหตุ

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ พบเปลวไฟกำลังโหมกระหน่ำอย่างรวดเร็ว บริเวณแผงไฟไหม้ร้านไก่ทอดเจ๊แดงตลาดเช้าเมืองเลย ประชาชนที่มาจับจ่ายซื้อของ ต่างพากันแตกตื่นวิ่งหนีอลหม่าน บางส่วนพยายามช่วยกันดับไฟ โดยลากสายดับเพลิงที่มีอยู่ในตลาดมาฉีดสกัด แต่ก็มีเสียงท้วงติงจากชาวบ้านว่า อย่าเพิ่งฉีดน้ำ เพราะเกรงว่าน้ำมันที่ใช้ทอดไก่ในกระทะ เมื่อสัมผัสกับน้ำ อาจทำให้ไฟลุกลามมากยิ่งขึ้น

ในที่สุด ชาวบ้านก็สามารถควบคุมเพลิงเอาไว้ได้ในที่สุด จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าแผงขายไก่ทอดของเจ๊แดง ได้รับความเสียหายทั้งหมด ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ส่วนสาเหตุของเพลิงไหม้ครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งสอบสวนเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

ไฟไหม้ร้านไก่ทอดเจ๊แดงตลาดเช้าเมืองเลย

ความเสียหายจากเหตุไฟไหม้ร้านไก่ทอดเจ๊แดงตลาดเช้าเมืองเลย

จากเหตุการณ์ไฟไหม้ร้านไก่ทอดเจ๊แดงตลาดเช้าเมืองเลย ทำให้แผงขายไก่ทอดของเจ๊แดงได้รับความเสียหายอย่างหนัก สินค้าและอุปกรณ์ในการขายถูกไฟไหม้เสียหายทั้งหมด ซึ่งสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจให้กับเจ๊แดงเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ ยังส่งผลกระทบต่อบรรยากาศการซื้อขายในตลาดเช้าเมืองเลย เนื่องจากผู้คนยังคงอยู่ในอาการตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

สิ่งที่ควรระวังเมื่อเกิดเหตุการณ์ไฟไหม้:

  • ตั้งสติและรีบออกจากพื้นที่เกิดเหตุ
  • แจ้งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงโดยเร็วที่สุด
  • หากสามารถทำได้ ให้ช่วยดับไฟโดยใช้อุปกรณ์ที่มีอยู่ เช่น ถังดับเพลิง หรือน้ำ
  • ระมัดระวังอันตรายจากไฟไหม้ เช่น ควันไฟ และความร้อน

เหตุการณ์นี้เป็นอุทาหรณ์ให้เราเห็นถึงความสำคัญของการระมัดระวังเรื่องอัคคีภัย และการเตรียมพร้อมรับมือกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันอยู่เสมอ การมีสติและการช่วยเหลือซึ่งกันและกันในยามวิกฤต จะช่วยลดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นได้

ที่มา – ระทึกแต่เช้ามืด ไฟไหม้ร้านไก่ทอดเจ๊แดงตลาดเช้าเมืองเลย วอดทั้งแผง

ช็อก! สาวเกาหลีใต้เผาแมลงสาบ ไฟไหม้อพาร์ตเมนต์

เรื่องราวสุดช็อกเกิดขึ้นที่เกาหลีใต้ เมื่อหญิงสาวรายหนึ่งพยายามกำจัดแมลงสาบด้วยวิธีสุดอันตราย จนทำให้เกิดเหตุการณ์ไฟไหม้อพาร์ตเมนต์ลุกลาม มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายราย เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความประมาทและความอันตรายของการใช้วิธีการกำจัดแมลงแบบผิดๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้อุปกรณ์หรือสารไวไฟ

สถานีตำรวจในเมืองโอซาน ประเทศเกาหลีใต้ กำลังดำเนินการขอหมายจับหญิงอายุ 20 กว่าๆ ที่เป็นต้นเหตุของเหตุเพลิงไหม้ในอพาร์ตเมนต์ โดยเธอให้การว่า เธอต้องการเผาแมลงสาบโดยใช้ไฟแช็กและสเปรย์พ่น ซึ่งเป็นวิธีที่เธอเคยทำมาก่อน แต่ในวันเกิดเหตุ ไฟได้ลุกลามอย่างรวดเร็วเกินกว่าจะควบคุมได้

ตำรวจเตรียมตั้งข้อหาประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และวางเพลิงโดยประมาท

ช็อก! หญิงเกาหลีใต้พยายาม “เผา” แมลงสาบ สุดท้ายไฟไหม้อพาร์ตเมนต์

โศกนาฏกรรมครั้งนี้ทำให้หญิงชาวจีนวัย 30 ปี ซึ่งอาศัยอยู่ชั้น 5 ของอาคารเสียชีวิต เธอและสามีพยายามช่วยชีวิตลูกน้อยวัย 2 เดือน โดยการยื่นเด็กให้กับเพื่อนบ้านที่อยู่อีกตึกหนึ่งได้อย่างปลอดภัย แต่ภรรยาเคราะห์ร้ายพลัดตกลงมาจากหน้าต่างขณะพยายามหนีตามสามี ทำให้เธอเสียชีวิตในเวลาต่อมา

นอกจากนี้ ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บจากการสูดดมควันไฟอีก 8 ราย อพาร์ตเมนต์ดังกล่าวเป็นอาคารพาณิชย์ มีร้านค้าอยู่ชั้นล่าง และมีห้องพักอาศัยตั้งแต่ชั้น 2 ถึง 5 รวม 32 ห้อง

อันตรายจากการ “เผา” แมลงสาบด้วยตนเอง

การกำจัดแมลงสาบด้วยการพ่นสเปรย์แล้วจุดไฟ หรือการใช้เครื่องพ่นไฟแบบทำเอง กำลังเป็นที่นิยมในโลกออนไลน์ แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าวิธีเหล่านี้มีความเสี่ยงสูงมาก เพราะสารเคมีในสเปรย์ส่วนใหญ่เป็นสารไวไฟ เมื่อสัมผัสกับประกายไฟ จะทำให้เกิดการลุกไหม้อย่างรวดเร็วและรุนแรง ทำให้ควบคุมเพลิงได้ยาก

ตัวอย่างเช่น ในปี 2018 ชายชาวออสเตรเลียก็เคยทำครัวไหม้ขณะพยายามเผาแมลงสาบด้วยวิธีเดียวกัน เหตุการณ์เหล่านี้เป็นเครื่องเตือนใจว่า การใช้วิธีการกำจัดแมลงที่ไม่ถูกต้อง อาจนำมาซึ่งความสูญเสียที่ร้ายแรงได้

ข้อควรระวังในการกำจัดแมลงสาบ:

  • หลีกเลี่ยงการใช้สารไวไฟใกล้เปลวไฟ
  • เลือกใช้วิธีการกำจัดแมลงที่ปลอดภัยและได้รับอนุญาต
  • ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการกำจัดแมลง หากปัญหาแมลงรุนแรง
  • ระมัดระวังการจุดไฟ เผาแมลงสาบ ภายในบ้าน

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเกาหลีใต้เป็นอุทาหรณ์ที่สำคัญ การกำจัดแมลงสาบเป็นเรื่องที่ต้องทำด้วยความระมัดระวัง และควรเลือกใช้วิธีที่ปลอดภัยและเหมาะสม เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝัน

ที่มา – ช็อก! หญิงเกาหลีใต้พยายาม “เผา” แมลงสาบ สุดท้ายไฟไหม้อพาร์ตเมนต์ เพื่อนบ้านดับ 1 ราย

เพลิงไหม้ร้านน้ำมันเครื่องเกษตรระยอง ระดมดับเพลิง

เช้าวันที่ 3 ตุลาคม 2568 เกิดเหตุ เพลิงไหม้ร้านจำหน่ายน้ำมันเครื่อง อุปกรณ์เกษตร เมืองระยอง ระดมฉีดน้ำสกัด ขึ้นอย่างน่าตกใจในเขตเทศบาลนครระยอง จังหวัดระยอง ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ต้องระดมรถดับเพลิงนับ 10 คันเข้าสกัดเพลิงที่ลุกโหมอย่างรุนแรง เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นบริเวณโกดังเก็บสินค้าที่ตั้งอยู่ริมถนนสุขุมวิทนครระยอง 29 ซึ่งเป็นร้านค้าขายน้ำมันเครื่อง อุปกรณ์การเกษตร ปั๊มน้ำ และเครื่องมือช่าง ทำให้ควันไฟพวยพุ่งสูงขึ้นฟ้าและมีเสียงระเบิดดังสนั่น

เพลิงไหม้ร้านจำหน่ายน้ำมันเครื่อง อุปกรณ์เกษตร เมืองระยอง ระดมฉีดน้ำสกัด

ตามรายงานจาก ร.ต.อ.ทองดาว โคตรหลักคำ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองระยอง ได้รับแจ้งเหตุเมื่อเวลา 07.45 น. ทันทีที่ทราบข่าว เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเทศบาลนครระยองจึงรีบนำรถดับเพลิงจำนวนมากเข้าถึงพื้นที่ แต่เพลิงที่ลุกไหม้ในโกดังซึ่งเชื่อมต่อจากด้านหน้าไปด้านหลังนั้นรุนแรงมาก โดยเฉพาะจุดเก็บน้ำมันเครื่องนับหมื่นลิตร ที่ทำหน้าที่เป็นเชื้อเพลิงชั้นดี ส่งผลให้การดับเพลิงทำได้ยาก เจ้าหน้าที่ต้องฉีดน้ำอย่างต่อเนื่องเพื่อสกัดไม่ให้เพลิงลามไปยังจุดอื่นๆ

นอกจากนี้ ยังมีปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งติดกับโกดังที่เกิดเหตุ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเฝ้าระวังและฉีดน้ำเลี้ยงถังน้ำมันเพื่อป้องกันการลุกลาม เพลิงได้ลามไปยังหน้าร้านแล้ว สร้างความเสียหายอย่างหนัก ชาวบ้านใกล้เคียงและผู้เห็นเหตุการณ์ต่างตื่นตระหนก เนื่องจากมองเห็นควันไฟได้จากระยะไกล

เพลิงไหม้ร้านจำหน่ายน้ำมันเครื่อง

สาเหตุเบื้องต้นและคำให้การจากพยาน

จากคำให้การของนายหน่อย ชาวบ้านใกล้จุดเกิดเหตุ ระบุว่าเห็นหม้อแปลงไฟที่ติดกับโกดังเกิดระเบิดขึ้นก่อน จากนั้นมีสะเก็ดไฟกระเด็นเข้าไปในโกดัง ทำให้เพลิงลุกไหม้อย่างรวดเร็ว ขณะที่ รปภ.โรงแรมฝั่งตรงข้ามยืนยันเรื่องนี้เช่นกัน นายวิชิต ศรีชลา นายกเทศมนตรีนครระยอง กล่าวว่า คาดว่าสาเหตุมาจากไฟฟ้าลัดวงจร และได้สั่งการให้รถดับเพลิงฉีดสกัดเพลิง รวมถึงประสานรถโฟมจากบริษัทไออาร์พีซี เพื่อสนับสนุนการดับเพลิง

เหตุการณ์ เพลิงไหม้ร้านจำหน่ายน้ำมันเครื่อง อุปกรณ์เกษตร เมืองระยอง ระดมฉีดน้ำสกัด นี้ สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงของการเก็บสารไวไฟในพื้นที่อุตสาหกรรมและการเกษตร โดยเฉพาะในจังหวัดระยองที่เป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ การป้องกันเพลิงไหม้จึงเป็นเรื่องสำคัญ ชาวบ้านและเจ้าของกิจการควรติดตั้งระบบดับเพลิงอัตโนมัติ ตรวจสอบระบบไฟฟ้าอย่างสม่ำเสมอ และฝึกอบรมการอพยพฉุกเฉิน

  • ตรวจสอบหม้อแปลงไฟและสายไฟให้เรียบร้อย
  • จัดเก็บน้ำมันเครื่องและสารเคมีในที่ปลอดภัย
  • มีแผนรับมือเหตุเพลิงไหม้ชัดเจน
  • แจ้งเตือนเพื่อนบ้านใกล้เคียงทันทีเมื่อเกิดเหตุ

นอกจากนี้ ในพื้นที่เมืองระยองซึ่งมีโรงงานและร้านค้าอุปกรณ์เกษตรจำนวนมาก เหตุการณ์นี้ควรเป็นบทเรียนให้ทุกคนตระหนักถึงความปลอดภัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฤดูหนาวที่อากาศแห้งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อเพลิงไหม้ได้ง่ายขึ้น

สุดท้ายนี้ ขอให้เจ้าหน้าที่ดับเพลิงสามารถควบคุมเพลิงได้โดยเร็ว และไม่มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต หากคุณอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง ควรติดตามข่าวสารจากหน่วยงานท้องถิ่น และเตรียมความพร้อมในการป้องกันตนเอง หากมีประสบการณ์เกี่ยวกับเพลิงไหม้ในร้านค้าหรือโรงงาน สามารถแชร์ในคอมเมนต์เพื่อเป็นประโยชน์แก่ผู้อ่านท่านอื่น

ที่มา – เพลิงไหม้ร้านจำหน่ายน้ำมันเครื่อง อุปกรณ์เกษตร เมืองระยอง ระดมฉีดน้ำสกัด

พฐ. ตรวจสาเหตุไฟไหม้ทาวน์เฮ้าส์ ระยอง คลอก 7 ศพ

พฐ. ตรวจสาเหตุไฟไหม้ทาวน์เฮ้าส์ ระยอง คลอก 7 ศพ

เหตุการณ์ไฟไหม้ทาวน์เฮ้าส์ในจังหวัดระยองที่คร่าชีวิตผู้คนไปถึง 7 ศพ ยังคงเป็นประเด็นที่ทุกคนให้ความสนใจ โดยเฉพาะการตรวจสอบสาเหตุที่แท้จริงจากเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน หรือ พฐ. ที่กำลังเร่งเก็บหลักฐานเพื่อหาคำตอบให้สังคม ล่าสุด พฐ. ได้ลงพื้นที่เก็บหลักฐาน หาสาเหตุไฟไหม้ทาวน์เฮ้าส์ จ.ระยอง คลอก 7 ศพ คาดใช้เวลา 1 เดือนในการตรวจสอบให้ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน

พฐ. เก็บหลักฐาน หาสาเหตุไฟไหม้ทาวน์เฮ้าส์ จ.ระยอง คลอก 7 ศพ

จากเหตุการณ์เศร้าที่เกิดขึ้นเมื่อกลางดึกในทาวน์เฮ้าส์ย่านระยอง ไฟลุกไหม้อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ผู้ใหญ่ 4 รายและเด็ก 3 รายเสียชีวิตอย่างน่าเศร้า เบื้องต้นสันนิษฐานว่าอาจเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร แต่เพื่อความชัดเจน ร้อยตำรวจโทอุทิศ บัณฑุรัตน์ รองสารวัตรตำรวจพิสูจน์หลักฐานจังหวัดระยอง พร้อมทีมงาน ได้เข้าตรวจสอบ現場ทันที พวกเขาเก็บหลักฐานสำคัญ เช่น ซากโครงสร้างที่ไหม้เกรียม และขอคลิปจากกล้องวงจรปิดบ้านฝั่งตรงข้ามที่บันทึกภาพเหตุการณ์ได้ เพื่อนำไปวิเคราะห์หาสาเหตุที่แท้จริง

การตรวจสอบดังกล่าวต้องใช้เวลาเกือบ 1 เดือน เนื่องจากต้องนำหลักฐานไปวิเคราะห์ในห้องแล็บอย่างละเอียด เพื่อให้ได้ผลที่แม่นยำ ไม่ใช่แค่สันนิษฐานเท่านั้น นอกจากนี้ ยังมีเจ้าหน้าที่จากตำรวจภูธรจังหวัดระยองเข้าร่วม เพื่อให้การสืบสวนครอบคลุมทุกมิติ

ความช่วยเหลือจากชุมชนและหน่วยงาน

ในยามวิกฤติเช่นนี้ ชุมชนและหน่วยงานต่างๆ ได้เข้ามาช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างไม่ยั้ง นางศิโรรัตน์ เวหน รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดระยอง นำทีมมอบถุงยังชีพที่มีข้าวสาร อาหารแห้ง และเงินช่วยเหลือหลังละ 5,000 บาท ให้กับครอบครัวที่ได้รับผลกระทบทั้ง 3 หลังที่ไฟลามไปถึง นอกจากนี้ นางอนุชิดา ชินศิระประภา เจ้าของโรงแรมโกลเด้นซิตี้ระยอง ยังใจกว้างเปิดห้องพักให้ครอบครัวผู้สูญเสียเข้าพักฟรี จนกว่าจะสามารถกลับเข้าบ้านตัวเองได้

การช่วยเหลือเหล่านี้ไม่เพียงแต่บรรเทาความเดือดร้อนชั่วคราว แต่ยังแสดงถึงจิตวิญญาณของความเป็นไทยที่รวมพลังกันในยามยาก สิ่งนี้ช่วยให้ผู้ประสบภัยมีที่พักพิงและกำลังใจในการเริ่มต้นชีวิตใหม่

บทเรียนจากเหตุไฟไหม้ทาวน์เฮ้าส์

เหตุไฟไหม้ทาวน์เฮ้าส์ จ.ระยอง คลอก 7 ศพ นี้ เป็นเครื่องเตือนใจให้เราทุกคนตระหนักถึงความปลอดภัยในที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะในบ้านแถวที่ติดกันง่าย หากไฟฟ้าลัดวงจรเกิดขึ้น ไฟอาจลุกลามได้อย่างรวดเร็ว แนะนำให้ตรวจสอบระบบไฟฟ้าในบ้านอย่างสม่ำเสมอ ติดตั้งถังดับเพลิง และมีแผนอพยพฉุกเฉิน นอกจากนี้ การมีประกันภัยบ้านก็ช่วยลดภาระทางการเงินได้มาก

  • ตรวจสอบสายไฟและปลั๊กไฟเป็นประจำ
  • หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ชำรุด
  • ติดตั้งระบบเตือนไฟไหม้
  • ฝึกซ้อมการอพยพกับครอบครัว

การป้องกันที่ดีกว่าการแก้ไข โดยเฉพาะในยุคที่ที่อยู่อาศัยหนาแน่นแบบทาวน์เฮ้าส์

สุดท้ายนี้ หวังว่าการตรวจสอบของ พฐ. จะนำไปสู่คำตอบที่ชัดเจน และช่วยป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย หากคุณมีประสบการณ์หรือเคล็ดลับป้องกันไฟไหม้ สามารถแชร์ในคอมเมนต์ด้านล่างได้นะครับ เพื่อให้ทุกคนได้เรียนรู้ร่วมกัน

ที่มา – พฐ. เก็บหลักฐาน หาสาเหตุไฟไหม้ทาวน์เฮ้าส์ จ.ระยอง คลอก 7 ศพ คาดใช้เวลา 1 เดือน

สลด ไฟไหม้ทาวน์เฮ้าส์วอดกลางดึก คลอกคนในบ้านเสียชีวิต 7 ศพ

เหตุการณ์ สลด ไฟไหม้ทาวน์เฮ้าส์วอดกลางดึก คลอกคนในบ้านเสียชีวิต 7 ศพ เกิดขึ้นในจังหวัดระยอง เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2568 ทำให้ครอบครัวหนึ่งต้องสูญเสียชีวิตไปอย่างน่าเศร้า สร้างความสะเทือนใจให้กับชาวบ้านและชุมชนในพื้นที่

สลด ไฟไหม้ทาวน์เฮ้าส์วอดกลางดึก คลอกคนในบ้านเสียชีวิต 7 ศพ

เมื่อเวลา 02.30 น. ของวันที่ 2 ตุลาคม 2568 พ.ต.ท.ชัยกฤต เตารัตน์ สว.(สอบสวน) สภ.เมืองระยอง ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ทาวน์เฮ้าส์ 4 หลัง บนถนนซอยทางไผ่ 2 เขตเทศบาลนครระยอง เจ้าหน้าที่ตำรวจ พ.ต.อ.อาทิตย์ ยาแก้ว ผกก.สภ.เมืองระยอง นายอนุสรณ์ แสงกล้า นายอำเภอเมืองระยอง และทีมกู้ภัยมูลนิธิสว่างพรกุศลระยอง รีบรุดไปยังจุดเกิดเหตุทันที พร้อมประสานเจ้าหน้าที่ดับเพลิงจากเทศบาลนครระยองเพื่อควบคุมเพลิง

ที่เกิดเหตุ พบว่าบ้านต้นเพลิงถูกไฟไหม้ลุกโหมอย่างรุนแรง ก่อนจะลามไปยังบ้านติดกันอีก 3 หลัง เจ้าหน้าที่ใช้เวลากว่าครึ่งชั่วโมงในการฉีดน้ำสกัดเพลิง จนสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ เมื่อตรวจสอบภายในบ้านที่ถูกเผาวอดทั้งหลัง พบศพผู้เสียชีวิตถูกไฟคลอกรวม 7 ราย แบ่งเป็นผู้ใหญ่ 4 ราย และเด็ก 3 ราย โดยมีรายละเอียดดังนี้

  • นางลัดดา อายุ 57 ปี
  • นายสราวุธ อายุ 32 ปี
  • น.ส.ดารารัตน์ อายุ 29 ปี
  • น.ส.แนน (ยังไม่ทราบอายุ)
  • ด.ญ.เฟส (ยังไม่ทราบอายุ)
  • ด.ช.อิกคิว อายุ 2 ขวบ
  • ด.ญ.อัน อายุ 1 ขวบ
ภาพเหตุการณ์ไฟไหม้ทาวน์เฮ้าส์

นอกจากนี้ ยังมีบ้านที่ได้รับความเสียหายอีก 3 หลัง และมีผู้ได้รับบาดเจ็บจากการสำลักควันไฟอีก 3 ราย ซึ่งถูกนำส่งโรงพยาบาลระยองทันทีเพื่อรับการรักษา

พยานเล่าถึงเหตุการณ์สลด ไฟไหม้ทาวน์เฮ้าส์วอดกลางดึก

จากการสอบถามพยานในที่เกิดเหตุ น.ส.ปทิตตา อายุ 17 ปี ซึ่งมีบ้านพักอยู่ตรงข้ามกับบ้านที่เกิดเพลิงไหม้ เล่าว่า ในช่วงเวลา 02.07 น. เธอได้ยินเสียงกรีดร้องดังมาจากบ้านข้างๆ จึงรีบเปิดม่านหน้าต่างดู ก็พบว่ามีเพลิงลุกไหม้ขึ้นอย่างรวดเร็ว ก่อนที่ไฟจะลุกลามไหม้ทั้งหลังอย่างรุนแรง ชาวบ้านใกล้เคียงต่างตื่นตระหนกและช่วยกันแจ้งเจ้าหน้าที่

นายอนุสรณ์ แสงกล้า นายอำเภอเมืองระยอง กล่าวเบื้องต้นว่าสาเหตุน่าจะมาจากไฟฟ้าลัดวงจร เนื่องจากภายในบ้านมีอุปกรณ์ไฟฟ้าหลายชิ้น และช่วงเกิดเหตุผู้เสียชีวิตทั้ง 7 รายนอนหลับอยู่ที่ชั้น 2 ของบ้าน พวกเขาพยายามหนีลงมาชั้นล่าง แต่ไม่ทันการณ์ บางรายถูกพบเสียชีวิตบริเวณประตูบ้านชั้น 2 เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานกำลังเร่งตรวจสอบเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง

เหตุการณ์ สลด ไฟไหม้ทาวน์เฮ้าส์วอดกลางดึก คลอกคนในบ้านเสียชีวิต 7 ศพ นี้ ทำให้เกิดคำถามถึงความปลอดภัยในที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะในชุมชนทาวน์เฮ้าส์ที่บ้านติดกันใกล้ชิดกัน หากเกิดเพลิงไหม้เพียงครั้งเดียวก็อาจลุกลามได้ง่าย สถิติจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยระบุว่าปีละมีเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนนับพันครั้ง สาเหตุหลักมาจากไฟฟ้าลัดวงจร การใช้เตาแก๊สที่ไม่ระวัง และการทิ้งก้นบุหรี่

เพื่อป้องกันเหตุการณ์เช่นนี้ ผู้อยู่อาศัยควรตรวจสอบระบบไฟฟ้าในบ้านอย่างสม่ำเสมอ ติดตั้งถังดับเพลิงและเครื่องตรวจจับควัน รวมถึงวางแผนทางหนีไฟให้ชัดเจน โดยเฉพาะครอบครัวที่มีเด็กเล็ก ชุมชนควรมีระบบแจ้งเตือนภัยและฝึกซ้อมหนีไฟเป็นประจำ เพื่อลดความเสี่ยงจากการสูญเสียชีวิต

นอกจากนี้ รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรส่งเสริมการรณรงค์เรื่องความปลอดภัยจากเพลิงไหม้ โดยจัดอบรมให้ความรู้แก่ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงสูง เช่น เขตเมืองที่บ้านเรือนหนาแน่น เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่า ความประมาทเพียงเล็กน้อยอาจนำมาซึ่งโศกนาฏกรรมใหญ่หลวง

ในมุมมองของผู้เขียน เหตุการณ์สลดนี้ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติในชีวิตประจำวัน หากทุกคนตระหนักและปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัย เราสามารถลดจำนวนผู้เสียชีวิตจากเพลิงไหม้ได้อย่างมาก ลองเริ่มจากตรวจสอบบ้านของคุณวันนี้เพื่อปกป้องคนที่คุณรัก

ที่มา – สลด ไฟไหม้ทาวน์เฮ้าส์วอดกลางดึก คลอกคนในบ้านเสียชีวิต 7 ศพ

ไฟไหม้โรงงานพลาสติก ย่านบางกระดี่: คนงานหนีตาย

เกิดเหตุร้ายที่สร้างความตื่นตระหนกในย่านบางกระดี่ เมื่อเกิดไฟไหม้โรงงานพลาสติก ย่านบางกระดี่ ทำให้คนงานต้องพากันหนีตาย เสียงระเบิดดังสนั่นไปทั่วบริเวณ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงรีบเข้าควบคุมสถานการณ์อย่างเร่งด่วน เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงดึก ซึ่งส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของชุมชนใกล้เคียง

ไฟไหม้โรงงานพลาสติก ย่านบางกระดี่: ลำดับเหตุการณ์

เมื่อเวลา 02:12 น. วันที่ 2 ตุลาคม 2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.แสมดำ ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ใหญ่ที่โรงงานผลิตพลาสติก ภายในซอยบางกระดี่ 24 แยก 16 ถนนบางกระดี่ แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร ทันทีที่ได้รับแจ้ง เจ้าหน้าที่ได้รีบเดินทางไปยังจุดเกิดเหตุ พร้อมประสานงานกับรถดับเพลิงจากสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร เพื่อส่งกำลังเสริมเข้าไปช่วยเหลือ

เมื่อเจ้าหน้าที่มาถึง พวกเขาพบกับภาพที่วุ่นวาย แสงเพลิงลุกโชนสว่างไสวท้องฟ้า กลุ่มควันพวยพุ่งหนาทึบ และมีเสียงระเบิดดังเป็นระยะๆ จากภายในโรงงาน เพลิงไหม้ลุกลามไปทั่วพื้นที่ ทำให้การดับเพลิงเป็นเรื่องยาก เจ้าหน้าที่ดับเพลิงและอาสาสมัครจำนวนมากต่างต่อสายยางฉีดน้ำสกัดกั้นเปลวเพลิง โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง กว่าจะสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ในวงจำกัด ป้องกันไม่ให้ลุกลามไปยังอาคารใกล้เคียง

ไฟไหม้โรงงานพลาสติก ย่านบางกระดี่

สาเหตุเบื้องต้นของไฟไหม้โรงงานพลาสติก ย่านบางกระดี่

จากการสอบถามพยานผู้เห็นเหตุการณ์ นายโกส อายุ 30 ปี ซึ่งเป็นคนงานในโรงงานดังกล่าว เล่าว่า ก่อนเกิดเพลิงไหม้ มีกระแสไฟฟ้าช็อตที่ส่วนด้านหน้าของโรงงาน โดยเฉพาะบริเวณตู้อบที่ใช้ในการผลิต ทำให้เกิดประกายไฟลุกโชนขึ้น ก่อนจะลุกลามอย่างรวดเร็วเพราะวัสดุพลาสติกที่ติดไฟง่าย นายโกสเล่าว่าตนเองรีบเข้าไปพยายามดับไฟในเบื้องต้น แต่เพลิงลุกไหม้รุนแรงเกินกว่าไฟดับแบบธรรมดาจะควบคุมได้ จึงต้องรีบวิ่งไปเรียกคนงานคนอื่นๆ ที่กำลังพักอาศัยอยู่ในโรงงาน จำนวนประมาณ 10 กว่าคน ให้อพยพออกมาอย่างปลอดภัย โชคดีที่ไม่มีผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บสาหัส แต่ทรัพย์สินในโรงงานเสียหายหนัก

ควบคุมเพลิงไหม้โรงงานพลาสติก ย่านบางกระดี่

เหตุการณ์ไฟไหม้โรงงานพลาสติก ย่านบางกระดี่ นี้ ทำให้เกิดคำถามถึงมาตรฐานความปลอดภัยในโรงงานอุตสาหกรรม โดยเฉพาะโรงงานที่ผลิตวัสดุไวไฟสูง โรงงานดังกล่าวผลิตพลาสติกสำหรับใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดเพลิงไหม้หากระบบไฟฟ้าไม่มั่นคงหรือขาดการบำรุงรักษา

มาตรการป้องกันและบทเรียนจากเหตุไฟไหม้โรงงานพลาสติก ย่านบางกระดี่

หลังจากควบคุมเพลิงได้แล้ว เจ้าหน้าที่พนักงานสอบสวนจาก สน.แสมดำ ได้ประสานงานกับกองพิสูจน์หลักฐาน เพื่อเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุอย่างละเอียดยิ่งขึ้น โดยคาดว่าจะสามารถหาสาเหตุที่แท้จริงได้ในไม่ช้า การตรวจสอบจะครอบคลุมระบบไฟฟ้า วัสดุเก็บรักษา และขั้นตอนการผลิต เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย

จากประสบการณ์เหตุการณ์นี้ เราสามารถสรุปบทเรียนสำคัญได้ดังนี้:

  • ตรวจสอบระบบไฟฟ้าอย่างสม่ำเสมอ: โรงงานควรมีการตรวจเช็คอุปกรณ์ไฟฟ้าทุกเดือน เพื่อป้องกันกระแสไฟช็อต
  • ติดตั้งระบบแจ้งเตือนเพลิงไหม้: ควรมีสปริงเกลอร์และเซ็นเซอร์ควัน เพื่อแจ้งเตือนทันท่วงที
  • ฝึกอบรมพนักงาน: จัดให้มีการซ้อมอพยพและดับเพลิง เพื่อให้ทุกคนรู้วิธีรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน
  • เลือกวัสดุก่อสร้างที่ทนไฟ: ใช้ผนังและหลังคาที่ยับยั้งการลุกลามของเพลิง
คนงานหนีตายจากไฟไหม้โรงงานพลาสติก ย่านบางกระดี่

เหตุการณ์ไฟไหม้แห่งนี้ไม่เพียงแต่สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจให้กับโรงงานเท่านั้น แต่ยังกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการปล่อยควันพิษจากพลาสติกที่ไหม้ ชุมชนใกล้เคียงอาจได้รับผลกระทบจากมลพิษทางอากาศ ดังนั้น การป้องกันจึงเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง

ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัย ผมเชื่อว่าเหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ทุกอุตสาหกรรมเพิ่มมาตรการป้องกันให้เข้มงวดยิ่งขึ้น หากคุณเป็นเจ้าของโรงงานหรือพนักงาน อย่าละเลยการตรวจสอบความปลอดภัย หากสนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการป้องกันเพลิงไหม้ สามารถติดตามบล็อกของเราเพื่อรับเคล็ดลับและข่าวสารล่าสุด

ที่มา – ไฟไหม้โรงงานพลาสติก ย่านบางกระดี่ คนงานพากันหนีตาย-จนท.เร่งหาสาเหตุ

Scroll to top