เมาแล้วขับ

ไรเดอร์ถูก รองโฆษก ป.ป.ช. เมาชนเสียชีวิต ญาติไม่สน ใหญ่มาจากไหน

รายละเอียดเหตุการณ์ ไรเดอร์ถูก รองโฆษก ป.ป.ช. เมาชนเสียชีวิต ญาติไม่สน ใหญ่มาจากไหน

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในโลกโซเชียล เมื่ออุบัติเหตุบนท้องถนนได้พรากชีวิตเสาหลักของครอบครัวไปอย่างไม่มีวันกลับ กรณีไรเดอร์ถูก รองโฆษก ป.ป.ช. เมาชนเสียชีวิต ญาติไม่สน ใหญ่มาจากไหน สร้างความสะเทือนใจเป็นอย่างมากให้กับสังคมไทย โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นบนถนนราชพฤกษ์ เมื่อคนขับรถกระบะซึ่งเป็นถึงบุคลากรระดับสูงในหน่วยงานตรวจสอบการทุจริตแห่งชาติ ได้ขับรถในขณะที่มีอาการมึนเมาจนเป็นเหตุให้ไรเดอร์หนุ่มผู้เป็นพ่อเลี้ยงเดี่ยวเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ

ความยุติธรรมต้องมาก่อน แม้คู่กรณีเป็นถึงข้าราชการยศใหญ่

ครอบครัวของผู้เสียชีวิตได้ออกมาเปิดเผยความในใจด้วยความอาลัยว่า ผู้เสียชีวิตคือนายศรนรินทร์ หรือพี่ไรเดอร์ที่ขยันทำมาหากินเพื่อผ่อนที่ดินให้ลูกๆ แต่กลับต้องมาจบชีวิตลงเพราะความมักง่ายของผู้อื่น ไรเดอร์ถูก รองโฆษก ป.ป.ช. เมาชนเสียชีวิต ญาติไม่สน ใหญ่มาจากไหน จึงเป็นคำตอบที่ชัดเจนว่า ในมาตรฐานของความถูกต้อง ตำแหน่งหน้าที่การงานไม่สามารถอยู่เหนือกฎหมายได้ โดยเฉพาะเรื่องเมาแล้วขับที่เป็นภัยใกล้ตัวทุกคน

จากเหตุการณ์สลดใจนี้ มีหลายประเด็นที่สังคมให้ความสนใจและตั้งข้อสังเกต ดังนี้:

  • มาตรฐานความปลอดภัยบนท้องถนน กับการคุมเข้มเมาแล้วขับที่ยังดูเหมือนจะเป็นเพียงแค่วาทกรรม
  • อภิสิทธิ์ชนกับการตรวจสอบทางกฎหมายว่ามีความโปร่งใสเพียงใด
  • ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับครอบครัวของผู้เสียชีวิต ซึ่งต้องขาดเสาหลักไปอย่างกะทันหัน

ไรเดอร์ถูก รองโฆษก ป.ป.ช. เมาชนเสียชีวิต ญาติไม่สน ใหญ่มาจากไหน กลายเป็นกระบอกเสียงสำคัญที่สะท้อนถึงความเหลื่อมล้ำ โดยทางญาติยืนยันว่าจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุดเพราะมีหลักฐานพยานบุคคลและคลิปเหตุการณ์ที่ชัดเจน ไม่ว่าผู้ก่อเหตุจะมีตำแหน่งใหญ่โตเพียงใดก็ตาม

เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของอุบัติเหตุ แต่มันคือบทพิสูจน์กระบวนการยุติธรรมของไทย ว่าจะสามารถให้ความเป็นธรรมกับผู้ที่สูญเสียได้จริงหรือไม่ หรือสุดท้ายแล้วคำว่าใหญ่มาจากไหนจะยังคงเป็นเกราะกำบังให้กับผู้กระทำผิดได้ต่อไป เราในฐานะประชาชนต้องร่วมกันติดตามความคืบหน้าของคดีนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้ชีวิตของผู้บริสุทธิ์ต้องสูญเปล่า

ที่มา – ไรเดอร์ถูก รองโฆษก ป.ป.ช. เมาชนเสียชีวิต ญาติร่ำไห้ ไม่สน “ใหญ่มาจากไหน”

บริทนีย์ สเปียร์ส รับผิดข้อหาขับรถประมาทในคดีเมาแล้วขับ

บริทนีย์ สเปียร์ส ป๊อปสตาร์ชื่อดังวัย 44 ปี ได้ยุติคดีเมาแล้วขับ (DUI) ด้วยการรับสารภาพในข้อหาที่เบาลงอย่าง “บริทนีย์ สเปียร์ส รับผิดข้อหาขับรถประมาทในคดีเมาแล้วขับ” ตามข้อตกลงกับอัยการ ทำให้เธอรอดพ้นจากโทษหนัก ลดเหลือเพียงการคุมประพฤติ 1 ปี แทน 3 ปี

บริทนีย์ สเปียร์ส รับผิดข้อหาขับรถประมาทในคดีเมาแล้วขับ

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2569 (ค.ศ. 2026) โดยทนายความของ บริทนีย์ สเปียร์ส ได้ยื่นคำร้องรับสารภาพในข้อหาขับรถโดยประมาทแทนข้อหา DUI ดั้งเดิม ในการพิจารณาคดีสั้นๆ ที่ศาลสูงเวนทูรา เคาน์ตี ทางตอนเหนือของลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา นักร้องสาวไม่จำเป็นต้องไปศาลด้วยตัวเอง เนื่องจากเป็นคดีลหุโทษ

ย้อนเหตุการณ์ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2569 ตำรวจทางหลวงแคลิฟอร์เนียได้รับแจ้งว่ามีรถ BMW สีดำขับเร็วและส่ายไปมาในเขตเวนทูรา เคาน์ตี เมื่อเจ้าหน้าที่ตามทัน พวกเขาพบว่า บริทนีย์ สเปียร์ส มีอาการมึนเมาอย่างชัดเจน จากการตรวจสอบ เอกสารระบุว่าเธออยู่ภายใต้อิทธิพลของแอลกอฮอล์และยาเสพติดอย่างน้อยหนึ่งชนิด แต่ไม่ได้ระบุชนิดยา

รายละเอียดข้อตกลงและบทลงโทษ

ตามข้อตกลงจากสำนักงานอัยการเขตเวนทูรา สำหรับผู้ไม่มีประวัติ DUI มาก่อน ไม่ก่ออุบัติเหตุ และยินยอมบำบัด จะได้รับการลดข้อหาเป็นขับรถโดยประมาท บทลงโทษรวมถึง:

  • คุมประพฤติ 12 เดือน โดยไม่ต้องรายงานตัว
  • อบรมเรื่องการดื่มสุรา 30 ชั่วโมง
  • บำบัดสุขภาพจิตสัปดาห์ละครั้ง
  • พบจิตแพทย์เดือนละ 2 ครั้ง

ไม่มี suspension ใบขับขี่ แต่ห้ามขับรถหากมีแอลกอฮอล์หรือสารมึนเมาแม้เล็กน้อย หากถูกตรวจต้องยินยอมตรวจเลือดและค้นรถทันที นายเอริก นาซาเรนโก อัยการเขต เตือนว่าถากระทำผิดซ้ำ จะถูกตั้ง DUI ใหม่ โทษจำคุก 1 ปี และคุมประพฤติ 5 ปี

ชีวิตของ บริทนีย์ สเปียร์ส มักเต็มไปด้วยดราม่า ทั้งปัญหาสุขภาพจิต การถูกคุมตัวจากครอบครัวในอดีต และข่าวส่วนตัวที่บดบังผลงานเพลงฮิตอย่าง Baby One More Time แต่เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นว่าเธอกำลังพยายามแก้ไขตัวเอง โดยสมัครใจเข้ารับการบำบัด

คดีนี้เป็นตัวอย่างของระบบยุติธรรมที่ให้โอกาสผู้กระทำผิดครั้งแรก โดยเฉพาะดาราดังที่ไม่มีประวัติอาชญากรรมร้ายแรง มันสะท้อนว่ากฎหมายเมาแล้วขับในสหรัฐฯ เข้มงวด แต่ยืดหยุ่นหากแสดงความรับผิดชอบ

สำหรับแฟนๆ และคนทั่วไป บริทนีย์ สเปียร์ส รับผิดข้อหาขับรถประมาทในคดีเมาแล้วขับ เป็นบทเรียนสำคัญ อย่าขับรถหลังดื่มหรือใช้สารเสพติด เพราะอาจนำพาภัยอันตรวายได้ทุกเมื่อ หากคุณมีประสบการณ์คล้ายๆ กัน แชร์ในคอมเมนต์ได้เลย!

ติดตามข่าวบันเทิงและต่างประเทศเพิ่มเติม เพื่อไม่พลาดอัปเดตดราม่าดาราดัง

ที่มา – บริทนีย์ สเปียร์ส รับผิดข้อหาขับรถประมาทในคดีเมาแล้วขับ

รู้จัก “เด็ก SIIT” สถาบันสิรินธร มธ. มีกี่สาขา เรียนอะไร

ช่วงนี้ชื่อเด็ก SIITดังกระฉ่อนโซเชียลหลังเกิดดราม่าอุบัติเหตุร้ายแรง นักศึกษาขับรถ BMW ชนไรเดอร์เสียชีวิต แล้วเพื่อนๆ ยังพูดจาแบบ “รถหนูก็พัง” จน #เด็กSIITเมาแล้วขับ ติดเทรนด์ทันที! หลายคนสงสัยว่าเด็ก SIITคือใคร มาจากสถาบันอะไร วันนี้เราจะพาคุณไปรู้จัก “เด็ก SIIT” สถาบันเทคโนโลยี นานาชาติสิรินธร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (SIIT) กันแบบละเอียดยิบ ไม่ว่าจะเป็นประวัติ ความโดดเด่น สาขาวิชาที่เปิดสอน และอื่นๆ อีกมากมาย

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นบริเวณถนนบางขันธ์-หนองเสือ ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี นักศึกษาชายวัย 22 ปี ขับรถเฉี่ยวชนไรเดอร์วัย 27 ปีเสียชีวิตคาที่ หลังเกิดเหตุ กลุ่มเพื่อนของผู้ขับขี่แสดงพฤติกรรมที่ทำให้สังคมโกรธแค้น เช่น กังวลเรื่องรถมากกว่าชีวิตผู้สูญเสีย จนเกิดกระแสวิจารณ์หนัก ทาง SIIT ออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจและย้ำจุดยืนต่อพฤติกรรมดังกล่าวทันที สถาบันยืนยันว่าจะดำเนินการตามกฎหมายและระเบียบอย่างเคร่งครัด

เด็ก SIIT คืออะไร

เด็ก SIIT คือคำเรียกติดปากของนักศึกษาที่กำลังศึกษาหรือจบจากสถาบันเทคโนโลยี นานาชาติสิรินธร (Sirindhorn International Institute of Technology: SIIT) ซึ่งสังกัดมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เรียกอีกชื่อว่า “วิศวะอินเตอร์ธรรมศาสตร์” สถาบันนี้เน้นหลักสูตรนานาชาติ ใช้ภาษาอังกฤษ 100% สร้างวิศวกรระดับโลก (Global Engineer) ที่พร้อมแข่งขันในตลาดแรงงานสากล นักศึกษามีโอกาสแลกเปลี่ยนต่างประเทศ รับทุนสนับสนุน และร่วมงานกับพันธมิตรชั้นนำอย่างญี่ปุ่น

รู้จัก SIIT สถาบันเทคโนโลยี นานาชาติสิรินธร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

SIIT ก่อตั้งปี พ.ศ. 2535 จากความร่วมมือระหว่างสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สมาพันธ์องค์กรเศรษฐกิจญี่ปุ่น (KEIDANREN) และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ถือเป็นหลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิตภาษาอังกฤษแห่งแรกของไทย ตั้งอยู่ที่ศูนย์รังสิต ปทุมธานี มีชื่อเสียงด้านคุณภาพการสอน ทันสมัย ใกล้ชิดอุตสาหกรรม ปัจจุบัน SIIT ได้รับการรับรองมาตรฐานสากล เช่น ABET สำหรับบางสาขา อีกทั้งนักศึกษาจบมีโอกาสทำงานบริษัทใหญ่ๆ ทั้งในไทยและต่างประเทศ ค่าความสำเร็จสูงมาก

SIIT มีกี่สาขา เรียนอะไรบ้าง

SIIT เปิดสอนทั้งหมด 9 สาขา แบ่งเป็นวิศวกรรมศาสตร์ 7 สาขา และการจัดการ 2 สาขา ทุกสาขาเรียนภาษาอังกฤษ มี lab ทันสมัย และเน้น practical skills นี่คือรายชื่อสาขา:

  • วิศวกรรมเคมี: เน้นกระบวนการผลิตสารเคมี พลังงานหมุนเวียน สิ่งแวดล้อม เหมาะสำหรับคนชอบวิทยาศาสตร์ประยุกต์
  • วิศวกรรมโยธา: ออกแบบก่อสร้างอาคาร สะพาน โครงสร้างพื้นฐาน เรียนรู้ BIM และ sustainability
  • วิศวกรรมเครื่องกล: ระบบกลไก หุ่นยนต์ ยานยนต์ เน้น simulation และ prototyping
  • วิศวกรรมอุตสาหการ: จัดการระบบผลิต Supply Chain, Lean Manufacturing สำหรับโรงงานสมัยใหม่
  • วิศวกรรมไฟฟ้า: ไฟฟ้ากำลัง อิเล็กทรอนิกส์ สื่อสาร 5G IoT
  • วิศวกรรมคอมพิวเตอร์: Software Hardware AI Machine Learning ชื่อนี้ดังมากใน IT
  • วิศวกรรมดิจิทัล: สาขาใหม่ Data Science Cybersecurity Digital Innovation
  • เทคโนโลยีการจัดการ: IT Management Business Analytics ผสมเทคโนโลยีกับธุรกิจ
  • การจัดการทางวิศวกรรม: Engineering Management Project Management นำทีมโปรเจกต์ใหญ่

นอกจากนี้ SIIT ยังมีหลักสูตรปริญญาโท-เอก และโครงการแลกเปลี่ยนกับมหาวิทยาลัยชั้นนำในญี่ปุ่น ยุโรป อเมริกา ค่าเทอมประมาณ 100,000-120,000 บาท/ปี สมัครเข้า TCAS รอบ Portfolio หรือโควตา ต้องมี GPA ดี IELTS 6.0+ จุดเด่นคืออัตราการจ้างงานสูงถึง 95% ภายใน 6 เดือนหลังจบ

แม้จะมีดราม่าครั้งนี้ แต่ไม่ควรถ่ายโอนความผิดไปยังเด็ก SIITทั้งหมด สถาบันมีชื่อเสียงด้านวิชาการและจริยธรรมนักศึกษา การศึกษาที่ดีต้องมากับวินัยส่วนตัว หากคุณสนใจเรียนวิศวะนานาชาติ ลองศึกษาข้อมูล SIIT เพิ่มเติม สมัครเข้าเรียนปีหน้าได้เลย! คอมเมนต์บอกเราว่าสาขาไหนน่าสนใจที่สุดนะ

ที่มา – รู้จัก “เด็ก SIIT” สถาบันเทคโนโลยี นานาชาติสิรินธร มธ. มีกี่สาขา เรียนอะไรบ้าง

ศาลให้ประกัน “หนุ่มนักศึกษา” เมาขับชนไรเดอร์ดับ ญาติยื่นหลักทรัพย์ 1.2 แสนบาท

สวัสดีครับทุกคน วันนี้เรามาพูดถึงข่าวร้อนที่หลายคนให้ความสนใจกันมาก นั่นคือ ศาลให้ประกัน “หนุ่มนักศึกษา” เมาขับชนไรเดอร์ดับ ญาติยื่นหลักทรัพย์ 1.2 แสนบาท เหตุการณ์เมาแล้วขับที่สร้างโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ มาดูรายละเอียดกันแบบเป็นกันเองเลยนะครับ

ศาลให้ประกัน “หนุ่มนักศึกษา” เมาขับชนไรเดอร์ดับ ญาติยื่นหลักทรัพย์ 1.2 แสนบาท

เรื่องราวเริ่มต้นจากกรณี นายภูมินทร์ นักศึกษาหนุ่มวัย 22 ปี ขับรถบีเอ็มดับเบิลยู สีเทา พุ่งชนนายอลงกรณ์ บางกระ หนุ่มไรเดอร์วัย 2 ปี (น่าจะ 32 ปีมั้งครับ พิมพ์ผิดในข่าว?) จนเสียชีวิตคาที่ บริเวณหน้าคอนโด บนถนนเชียงราก-บางขัน ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เมื่อตอนตี 2.30 น. ของวันที่ 30 เมษายน 2567 ที่ผ่านมา เหตุการณ์นี้สะเทือนใจมาก เพราะไรเดอร์กำลังทำงานหาเลี้ยงครอบครัว

ขั้นตอนการสอบสวนและข้อกล่าวหา

หลังเกิดเหตุ นายภูมินทร์เดินทางเข้าพบตำรวจที่ สภ.คลองหลวง พร้อมครอบครัว พ.ต.อ.อธิเมศร์ ไชยศรัญวิชญ์ ผกก.สภ.คลองหลวง และทีมสอบสวนได้สอบปากคำอย่างละเอียด ผู้ต้องหายอมรับสารภาพทุกข้อหา ข้อหาที่แจ้งมีดังนี้:

  • ขับรถในขณะเมาสุรา
  • ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย
  • ทำให้ทรัพย์สินของผู้อื่นได้รับความเสียหาย

ตำรวจพิมพ์ลายนิ้วมือและเตรียมฝากขังทันที วันที่ 1 พฤษภาคม 2567 พนักงานสอบสวนนำตัวไปศาลจังหวัดธัญบุรี เพื่อยื่นฝากขัง 12 วัน ศาลอนุญาต

แต่ญาติผู้ต้องหาไม่ยอมแพ้ รีบยื่นขอประกันตัวทันที ศาลพิจารณาแล้ว ศาลให้ประกัน “หนุ่มนักศึกษา” เมาขับชนไรเดอร์ดับ โดยตีราคาหลักทรัพย์ 120,000 บาท และกำหนดให้มารายงานตัววันที่ 27 กรกฎาคม 2567 ครับ

บทเรียนจากเหตุการณ์เมาแล้วขับ

เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจสำคัญสำหรับทุกคนเลยนะครับ การเมาแล้วขับไม่ใช่เรื่องเล่นๆ สามารถพรากชีวิตคนอื่นได้ในพริบตา หนุ่มนักศึกษาคนนี้แม้จะได้ประกัน แต่ชีวิตไรเดอร์ที่จากไปไม่มีวันกลับมา ครอบครัวเขาต้องเสียใจขนาดไหน คิดแล้วน่าเศร้า

จากสถิติปีที่ผ่านมา อุบัติเหตุเมาแล้วขับคร่าชีวิตคนไทยนับพันราย เราควรช่วยกันรณรงค์ ห้ามดื่มแล้วขับเด็ดขาด ใช้บริการแท็กซี่หรือ Grab ดีกว่า

คุณคิดยังไงกับกรณีนี้ ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างนะครับ และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อเตือนใจเพื่อนๆ ด้วย สุขภาพจิตดี ชีวิตปลอดภัย!

ที่มา – ศาลให้ประกัน “หนุ่มนักศึกษา” เมาขับชนไรเดอร์ดับ ญาติยื่นหลักทรัพย์ 1.2 แสนบาท

“จุลพันธ์” สั่งเร่งเยียวยาครอบครัวไรเดอร์ จ่อร่างกฎหมาย

“จุลพันธ์” สั่งเร่งเยียวยาครอบครัวไรเดอร์ จ่อร่างกฎหมายคุ้มครองแรงงานแพลตฟอร์ม หลังเกิดอุบัติเหตุสะเทือนใจ ไรเดอร์หนุ่มวัย 27 ปีเสียชีวิตระหว่างส่งอาหาร สะท้อนปัญหาความเสี่ยงของแรงงานนอกระบบในยุคดิจิทัลที่รัฐต้องเร่งแก้ไข

วันที่ 1 พฤษภาคม 2567 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของนายอลงกรณ์ ไรเดอร์หนุ่มที่ถูกรถชนเสียชีวิตขณะปฏิบัติงาน สร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงสวัสดิการของกลุ่มแรงงานแพลตฟอร์ม เช่น Grab, Foodpanda และ Lineman ที่ยังขาดการคุ้มครองอย่างเพียงพอ

“จุลพันธ์” สั่งเร่งเยียวยาครอบครัวไรเดอร์

ทันทีที่ทราบข่าว นายจุลพันธ์ได้สั่งการให้สำนักงานประกันสังคม (สปส.) เร่งตรวจสอบสิทธิประโยชน์ของผู้เสียชีวิต พบว่านายอลงกรณ์เคยเป็นผู้ประกันตนมาก่อน รัฐมนตรีฯ กำชับให้จ่ายเงินเยียวยาตามสิทธิที่สะสมไว้ให้ครบถ้วนและรวดเร็วที่สุด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของครอบครัวที่สูญเสียเสาหลัก

สิทธิประโยชน์ที่ครอบครัวไรเดอร์จะได้รับ

  • เงินชดเชยกรณีทุพพลภาพหรือเสียชีวิต จากกองทุนประกันสังคม
  • เงินสินไหมทดแทนตามระยะเวลาที่ทำงาน
  • สิทธิค่ารักษาพยาบาลย้อนหลัง หากมีหลักฐาน
  • การช่วยเหลือเพิ่มเติมจากกองทุนสงเคราะห์แรงงานนอกระบบ

การเคลื่อนไหวครั้งนี้ของ “จุลพันธ์” สั่งเร่งเยียวยาครอบครัวไรเดอร์ ไม่เพียงช่วยเหลือเฉพาะกรณีนี้ แต่ยังเป็นสัญญาณว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับแรงงานแพลตฟอร์มที่ปัจจุบันมีจำนวนกว่า 1 ล้านคนทั่วประเทศ

จ่อร่างกฎหมายคุ้มครองแรงงานแพลตฟอร์ม

นอกจากเยียวยาเฉพาะหน้า นายจุลพันธ์ยังประกาศผลักดันร่างกฎหมายประกันสังคมฉบับใหม่ เพื่อครอบคลุมแรงงานนอกระบบและแรงงานแพลตฟอร์ม โดยพรรคเพื่อไทยเตรียมยื่นร่างในสภา ขณะที่กระทรวงแรงงานกำลังศึกษาการปรับปรุงกฎหมายให้ทันสมัย รองรับการทำงานผ่านแอปพลิเคชันในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล

ประเด็นสำคัญในร่างกฎหมาย ได้แก่ การบังคับให้แพลตฟอร์มจ่ายประกันสังคมให้ไรเดอร์ สิทธิลากิจ พักร้อน และคุ้มครองความปลอดภัยในการทำงาน เช่น อบรมขับขี่ปลอดภัยหรืออุปกรณ์ป้องกัน นอกจากนี้ ยังเสนอให้กำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำสำหรับงานส่งอาหารและพัสดุ เพื่อป้องกันการเอารัดเอาเปรียบ

ปัญหาแรงงานแพลตฟอร์มในไทยกำลังรุนแรงขึ้น จากสถิติกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน พบอุบัติเหตุเกี่ยวข้องกับไรเดอร์กว่า 2,000 รายต่อปี โดยส่วนใหญ่เกิดจากการเร่งรีบเพื่อรับโบนัส ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก หากไม่มีกฎหมายเฉพาะ กลุ่มนี้จะยังคงเปราะบาง

“จุลพันธ์” สั่งเร่งเยียวยาครอบครัวไรเดอร์ ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แต่ต้องตามด้วยการบังคับใช้จริงจัง แรงงานแพลตฟอร์มคือฟันเฟืองสำคัญของเศรษฐกิจ ช่วยขับเคลื่อนการค้าออนไลน์ที่เติบโตกว่า 20% ต่อปี รัฐต้องมอบสวัสดิการเท่าเทียม ไม่ให้ใครตกหล่น

บทเรียนราคาแพงจากเหตุการณ์นี้ย้ำเตือนว่าระบบสวัสดิการต้องปรับตัวให้ทันโลก ชีวิตคนทำงานทุกคนมีค่าเท่ากัน นายจุลพันธ์ยืนยันว่าจะเดินหน้าผลักดันกฎหมายเต็มที่ เพื่อคืนความยุติธรรมให้แรงงานนอกระบบ

ในฐานะผู้สนใจประเด็นแรงงาน คุณสามารถช่วยผลักดันได้โดยติดตามและแชร์ข่าวนี้ หรือแสดงความเห็นต่อนโยบายในโซเชียลมีเดีย ร่วมกันเรียกร้องสิทธิให้ไรเดอร์และแรงงานแพลตฟอร์มเพื่ออนาคตที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น

ที่มา – “จุลพันธ์” สั่งเร่งเยียวยาครอบครัวไรเดอร์ จ่อร่างกฎหมายคุ้มครองแรงงานแพลตฟอร์ม

สรุปดราม่า นักศึกษาซิ่งรถชนไรเดอร์ดับ

วันนี้เรามาสรุปดราม่า นักศึกษาซิ่งรถชนไรเดอร์ดับกันแบบละเอียดยิบ เหตุการณ์สุดสะเทือนใจที่เกิดขึ้นบริเวณหน้าคอนโดใกล้มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต จังหวัดปทุมธานี เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2569 เวลาตี 2 กว่าๆ รถ BMW สีเทาของนักศึกษาซิ่งพุ่งชนรถจยย.ของไรเดอร์ส่งอาหาร ส่งผลให้ไรเดอร์หนุ่มวัย 27 ปี เสียชีวิตคาที่ ดราม่าพีคสุดคือคำพูดของคนขับและพวกที่ห่วงรถมากกว่าชีวิตคน จนชาวเน็ตเดือดกันทั้งโซเชียล!

สรุปดราม่า นักศึกษาซิ่งรถชนไรเดอร์ดับ

เหตุการณ์เริ่มจาก พ.ต.ท.ทัศนะ อุดมพร สารวัตรสอบสวน สภ.คลองหลวง ได้รับแจ้งอุบัติเหตุรถยนต์ชนรถจยย.บริเวณถนนบางขันธ์-หนองเสือ ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เจ้าหน้าที่รีบรุดไปที่เกิดเหตุพร้อมแพทย์นิติเวช รพ.ธรรมศาสตร์ และมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

ที่เกิดเหตุพบร่างนายอลงกรณ์ บางกระ อายุ 27 ปี ไรเดอร์ส่งอาหาร สวมเสื้อคนขับ นอนเสียชีวิตริมถนน ห่างไป 10 เมตรคือรถจยย.สีเทา ไม่มีป้ายทะเบียน ด้านหลังพังยับ ใกล้ๆ กันรถ BMW สีเทา ทะเบียน 3 ขก 530 กรุงเทพฯ ด้านหน้าซ้ายบุบหนัก กระจกหน้าแตก นายภูมินท์ อายุ 22 ปี นักศึกษาคนขับ ยืนรอให้การ

พยานเล่าอะไรเกิดขึ้น

นายณัฐฏกิตติ์ อายุ 23 ปี เพื่อนไรเดอร์ เล่าว่า พวกเขาออกมาจากร้านอาหาร กำลังขับจยย.กลับ โดยนายอลงกรณ์ขี่นำ จู่ๆ BMW คันนี้แซงขึ้นมาแล้วพุ่งชนท้ายรถเพื่อนอย่างแรง ส่วนคนขับ BMW ปฏิเสธให้ข้อมูลในที่เกิดเหตุ บอกจะให้การที่โรงพัก เจ้าหน้าที่เลยควบคุมตัวไปสอบสวนที่ สภ.คลองหลวง

เจ้าหน้าที่ตรวจสอบและส่งศพไปชันสูตรที่ รพ.ธรรมศาสตร์ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง ซึ่งคาดว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับเมาแล้วขับ เพราะเกิดดึกและพฤติกรรมหลังชน

ดราม่าพีค “รถหนูก็พัง” และพวกห่วงรถเกินคน

หลังเกิดเหตุ คลิปวิดีโอถูกแพร่กระจายในโซเชียลอย่างรวดเร็ว พบกลุ่มเพื่อนของคนขับยืนล้อมรถ BMW ห่วงรอยบุบและกระจกแตกมากกว่าชีวิตไรเดอร์ที่ตายคาที่ พีคสุดคือคำพูดของหญิงสาวคนหนึ่งที่เชื่อว่าเป็นคนใกล้ชิด “รถหนูก็พัง” ท่ามกลางความโศกสลด ชาวเน็ตต่างวิจารณ์หนักว่าไร้ความเห็นอกเห็นใจ ห่วงทรัพย์สินตัวเองมากกว่าชีวิตผู้อื่น จนกลายเป็นไวรัล ดราม่าถล่มไม่หยุด

มธ.รังสิต ย้ำจุดยืนต่อต้านเมาแล้วขับ

ล่าสุด คณะกรรมการนักศึกษาคณะวิทยาการเรียนรู้และศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊กแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้ตาย และย้ำจุดยืนต่อต้าน “เมาแล้วขับ” ทุกรูปแบบอย่างเด็ดขาด โดยระบุว่า

“คณะกรรมการนักศึกษาคณะวิทยาการเรียนรู้และศึกษาศาสตร์ประจำปีการศึกษา 2568 ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการสูญเสีย อันเนื่องมาจากเหตุการณ์เมาแล้วขับ ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2569 บริเวณมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต… ขอยืนยันจุดยืนในการต่อต้านพฤติกรรมการเมาแล้วขับในทุกรูปแบบอย่างเด็ดขาด และขอเรียกร้องให้ทุกภาคส่วนตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อสังคม”

แถลงการณ์นี้แสดงให้เห็นว่ามหาวิทยาลัยให้ความสำคัญกับความปลอดภัย และหวังให้เป็นบทเรียนแก่ทุกคน

บทเรียนและข้อคิดจากเหตุการณ์นี้

  • เมาแล้วขับ = ฆ่าคนได้: ไม่ว่าจะรถหรูหรือจยย. การดื่มแล้วขับเสี่ยงชีวิตตัวเองและผู้อื่น
  • เคารพชีวิตมากกว่าทรัพย์สิน: คำพูด “รถหนูก็พัง” สะท้อนทัศนคติที่ผิด ชีวิตคนมีค่าเกินรถ BMW แน่นอน
  • ใช้บริการสาธารณะ: ถ้าดื่มมีเหล้า เรียกแท็กซี่หรือ Grab ดีกว่า
  • กฎหมายเข้มงวด: เมาแล้วขับโทษหนัก คุกยาว จ่ายชดเชยมหาศาล

เหตุการณ์สรุปดราม่า นักศึกษาซิ่งรถชนไรเดอร์ดับนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ทุกคนขับขี่ปลอดภัย อย่าให้ความประมาทกลายเป็นโศกนาฏกรรม เราในฐานะประชาชนควรช่วยกันรณรงค์ต่อต้านเมาแล้วขับ เพื่อถนนไทยปลอดภัยยิ่งขึ้น

คุณคิดเห็นยังไงกับดราม่านี้? แชร์ประสบการณ์หรือข้อคิดของคุณในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อเตือนใจเพื่อนๆ นะครับ ขับขี่ปลอดภัย ชีวิตสำคัญที่สุด!

ที่มา – สรุปดราม่า นักศึกษาซิ่งรถชนไรเดอร์ดับ พีคคำพูด “รถหนูก็พัง” มธ.รังสิต ย้ำจุดยืน

วันที่ 6 คุมเข้มช่วง “สงกรานต์” คดีเมาแล้วขับพุ่ง เชียงใหม่แชมป์

เทศกาลสงกรานต์ปี 2569 มาพร้อมกับความสนุกสนาน แต่ก็ยังมีเรื่องน่าเศร้าอย่างคดีเมาแล้วขับที่พุ่งสูงขึ้น ล่าสุด วันที่ 6 คุมเข้มช่วง “สงกรานต์” คดีเมาแล้วขับพุ่ง เชียงใหม่ครองแชมป์ ตามข้อมูลจากกรมคุมประพฤติ ทำให้หลายคนตื่นตัวกับสถิติอุบัติเหตุบนท้องถนน

วันที่ 6 คุมเข้มช่วง “สงกรานต์” คดีเมาแล้วขับพุ่ง

วันที่ 15 เมษายน 2569 ซึ่งเป็นวันที่ 6 ของการคุมเข้มช่วงสงกรานต์ กรมคุมประพฤติรายงานว่ามีคดีเข้าสู่กระบวนการคุมประพฤติทั้งหมด 1,271 คดี โดยส่วนใหญ่เป็นคดีเมาแล้วขับถึง 1,219 คดี คิดเป็น 95.9% รองลงมาเป็นคดีขับเสพ 51 คดี (4.0%) และขับซิ่ง 1 คดี (0.1%) สถิติเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าการดื่มสุราแล้วขับรถยังคงเป็นปัญหาใหญ่ แม้เจ้าหน้าที่จะรณรงค์อย่างหนัก

เมื่อดูยอดสะสมตลอด 6 วัน (10-15 เม.ย.) พบคดีรวม 5,232 คดี แบ่งเป็นเมาแล้วขับ 4,945 คดี (94.51%) ขับเสพ 281 คดี (5.37%) ขับประมาท 4 คดี (0.08%) และขับซิ่ง 2 คดี (0.04%) ตัวเลขเหล่านี้เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แสดงถึงความจำเป็นในการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มข้นยิ่งขึ้น

เชียงใหม่ครองแชมป์คดีเมาแล้วขับอันดับ 1

จังหวัดที่มีคดีเมาแล้วขับสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ เชียงใหม่ 680 คดี สมุทรปราการ 433 คดี และนนทบุรี 335 คดี เหตุผลที่เชียงใหม่นำอาจมาจากการท่องเที่ยวช่วงสงกรานต์ที่คึกคัก ผู้คนเล่นน้ำสาดสนุกสนาน แต่ลืมระวังเรื่องเหล้า เบียร์ จนนำไปสู่พฤติกรรมเสี่ยง

  • เชียงใหม่: 680 คดี – สถานที่ท่องเที่ยวดังอย่างถนนคนเดิน สวนดอกไม้
  • สมุทรปราการ: 433 คดี – ใกล้กรุงเทพฯ การเดินทางกลับมาก
  • นนทบุรี: 335 คดี – เขตปริมณฑลที่มีรถหนาแน่น

นอกจากนี้ กรมคุมประพฤติยังรณรงค์สโลแกน “ขับขี่ปลอดภัย ลดความเร็ว ลดอุบัติเหตุ” และ “ดื่มแล้วขับ จับจริง” โดยบูรณาการกับทุกหน่วยงาน ตั้งด่านชุมชน จุดบริการประชาชน เพื่อตรวจจับและตักเตือนทันที

มาตรการป้องกันและแก้ไขฟื้นฟู

กรมยังมีมาตรการเชิงรุก เช่น คัดกรองผู้กระทำผิดที่มีปัญหาการดื่มสุรา ส่งต่อบำบัดรักษา จัดกิจกรรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหลังสงกรานต์ นอกจากนี้ ยังให้ผู้ถูกคุมประพฤติทำงานบริการสังคม 158 รายที่ 9 จุด และอบรมกฎหมายจราจรกับโทษแอลกอฮอล์ 42 ราย เพื่อสร้างจิตสำนึก

การเมาแล้วขับไม่เพียงทำร้ายตัวเอง แต่ยังครอบครัวและสังคม ลองคิดดู ถ้าคุณขับรถเมาแล้วเกิดอุบัติเหตุ ผลกระทบจะยาวนานแค่ไหน? จากสถิติ วันที่ 6 คุมเข้มช่วง “สงกรานต์” คดีเมาแล้วขับพุ่ง เชียงใหม่ครองแชมป์ ชัดเจนว่าต้องช่วยกันลดพฤติกรรมเสี่ยง

เคล็ดลับขับขี่ปลอดภัยช่วงเทศกาล: 1) ไม่ดื่มแล้วขับ หากดื่มให้ใช้แท็กซี่หรือ Grab 2) พักผ่อนให้พอ 3) ตรวจรถก่อนเดินทาง 4) สวมหมวกกันน็อกและรัดเข็มขัด ลองนำไปใช้เพื่อลดสถิติคดีเหล่านี้

สุดท้ายนี้ ขอให้ทุกท่านขับขี่ปลอดภัย อย่าให้เมาแล้วขับมาทำลายความสุขสงกรานต์ มาแชร์ประสบการณ์ขับรถปลอดภัยของคุณในคอมเมนต์ด้านล่างนะครับ!

ที่มา – วันที่ 6 คุมเข้มช่วง “สงกรานต์” คดีเมาแล้วขับพุ่ง เชียงใหม่ครองแชมป์

“กรมคุมประพฤติ” เผย สถิติเมาแล้วขับสงกรานต์ 5 วัน พุ่งสูง 3,726 คดี

“กรมคุมประพฤติ” เผย สถิติเมาแล้วขับสงกรานต์ 5 วัน พุ่งสูง 3,726 คดี สร้างความตระหนักให้ประชาชนตระหนักถึงอันตรายจากการขับขี่เสี่ยงในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา ช่วงเวลาแห่งความสนุกสนานกลับกลายเป็นหายนะจากการเมาแล้วขับ ทำให้เกิดอุบัติเหตุนับไม่ถ้วนและสูญเสียชีวิตอย่างน่าเศร้า

“กรมคุมประพฤติ” เผย สถิติเมาแล้วขับสงกรานต์ 5 วัน พุ่งสูง 3,726 คดี

จากข้อมูลที่ ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล อธิบดีกรมคุมประพฤติ เปิดเผยเมื่อวันที่ 15 เมษายน 2569 พบว่ามีคดีที่เกี่ยวข้องกับการขับขี่เสี่ยงพุ่งสูง โดยเฉพาะคดีเมาแล้วขับที่ครองสัดส่วนสูงสุด กรมคุมประพฤติได้กำชับสำนักงานทั่วประเทศให้ดำเนินมาตรการเข้มข้นภายใต้แนวคิด “ขับขี่ปลอดภัย ลดความเร็ว ลดอุบัติเหตุ” และ “คุมประพฤติร่วมสร้างสังคมปลอดภัย ลดอุบัติภัยทางถนน”

กิจกรรมที่จัดขึ้นรวมถึงการนำผู้ถูกคุมความประพฤติไปบริการสังคมที่จุดตรวจ 18 จุดทั่วประเทศ มีผู้เข้าร่วม 357 ราย นอกจากนี้ยังมีการอบรมกฎหมายจราจรและโทษภัยจากการดื่มแอลกอฮอล์ 1 ครั้ง มีผู้เข้าร่วม 24 ราย เพื่อปลูกฝังจิตสำนึกและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงของประชาชน

สถิติคดีรายวันและสะสม

ในวันที่ 14 เมษายน 2569 ซึ่งเป็นวันแรกที่ศาลเปิดทำการหลังวันหยุดยาว มีคดีที่ศาลสั่งคุมความประพฤติทั้งสิ้น 667 คดี แบ่งเป็น คดีขับรถในขณะเมาสุรา 650 คดี คิดเป็น 97.5% และคดีขับเสพ 17 คดี คิดเป็น 2.5% ขณะที่สถิติสะสม 5 วันตั้งแต่ 10-14 เมษายน 2569 พบคดีรวม 3,961 คดี โดย เมาแล้วขับ 3,726 คดี (94.07%) ขับเสพ 230 คดี (5.8%) ขับประมาท 4 คดี (0.1%) และขับซิ่ง 1 คดี (0.03%)

  • จังหวัดเชียงใหม่: 651 คดี สูงสุดอันดับ 1
  • สมุทรปราการ: 317 คดี อันดับ 2
  • นนทบุรี: 266 คดี อันดับ 3

ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนปัญหาเมาแล้วขับที่ยังรุนแรงในช่วงสงกรานต์ ซึ่งเป็นเทศกาลที่ประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาเป็นจำนวนมาก การดื่มสุราในงานสาดน้ำทำให้หลายคนหลงลืมวินัยจราจร ส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุบาดเจ็บและเสียชีวิตเพิ่มขึ้น

ผลกระทบและสาเหตุของเมาแล้วขับ

เมาแล้วขับไม่เพียงทำให้ผู้ขับขี่เสี่ยงภัย แต่ยังเป็นอันตรายต่อผู้อื่นบนท้องถนน สถิติที่พุ่งสูงเช่นนี้เกิดจากปัจจัยหลายประการ เช่น การเฉลิมฉลองที่เกินพอดี การเดินทางไกลด้วยความเหนื่อยล้า และขาดวินัยในการปฏิบัติตามกฎหมาย คดีเหล่านี้ส่วนใหญ่ลงเอยด้วยการสั่งคุมความประพฤติ ซึ่งเป็นบทลงโทษที่เน้นการแก้ไขพฤติกรรมมากกว่าความรุนแรง

กรมคุมประพฤติเน้นย้ำให้ประชาชนตระหนักถึงความปลอดภัย โดยเฉพาะช่วงเดินทางกลับหลังเทศกาล หลัก “ดื่มไม่ขับ” ต้องถูกยึดถืออย่างเคร่งครัด เพื่อลดอุบัติเหตุและสร้างสังคมจราจรที่ยั่งยืน

เคล็ดลับป้องกันเมาแล้วขับในเทศกาลหน้า

เพื่อป้องกันปัญหาในอนาคต ทุกคนสามารถทำได้ดังนี้

  • วางแผนการเดินทางล่วงหน้า: ใช้บริการแท็กซี่ Grab หรือรถสาธารณะหากดื่มสุรา
  • กำหนดผู้ขับแทน: เลือกคนที่ไม่ดื่มเป็นคนขับหลัก
  • พักผ่อนให้เพียงพอ: หลีกเลี่ยงการขับต่อเนื่องนานเกิน 2 ชั่วโมง
  • ตรวจสอบรถยนต์: ยาง ประสิทธิภาพเครื่องยนต์ และไฟส่องสว่าง
  • ปฏิบัติตามจุดตรวจของตำรวจและเจ้าหน้าที่

นอกจากนี้ การรณรงค์จากหน่วยงานรัฐอย่างกรมคุมประพฤติช่วยเสริมสร้างความตระหนัก หากทุกคนร่วมมือ ปัญหาเมาแล้วขับจะลดลงอย่างเห็นได้ชัด สถิติปีนี้เป็นเครื่องเตือนใจที่ชัดเจน

ในมุมมองของผู้เขียน สถิติ “กรมคุมประพฤติ” เผย สถิติเมาแล้วขับสงกรานต์ 5 วัน พุ่งสูง 3,726 คดี แสดงให้เห็นว่ายังต้องเร่งรณรงค์ต่อเนื่อง การเปลี่ยนพฤติกรรมคนละนิดนำไปสู่สังคมปลอดภัยได้จริง มาเริ่มจากตัวเองวันนี้เลยครับ!

ช่วยแชร์บทความนี้เพื่อเตือนใจเพื่อนๆ และครอบครัวให้ขับขี่ปลอดภัยในเทศกาลหน้า

ที่มา – “กรมคุมประพฤติ” เผย สถิติเมาแล้วขับสงกรานต์ 5 วัน พุ่งสูง 3,726 คดี

เมาขับสงกรานต์ 3,076 ราย สมุทรปราการแชมป์

เทศกาลสงกรานต์ปีนี้มาพร้อมกับความสนุกสนาน แต่ก็ยังคงเป็นช่วง “7 วันอันตราย” ที่ทุกคนต้องระมัดระวัง โดยเฉพาะพฤติกรรมเมาขับที่ยังคงเป็นปัญหาใหญ่ ล่าสุดอธิบดีกรมคุมประพฤติได้รายงานสถิติที่น่าตกใจ ใน 4 วันแรกของช่วงสงกรานต์ พบคดีเมาขับถึง 3,076 ราย โดยจังหวัดสมุทรปราการคว้าแชมป์อันดับ 1 มาดูรายละเอียดกันว่าสถิติเป็นอย่างไร และเราจะป้องกันได้ยังไง

เมาขับสงกรานต์ 3,076 ราย สมุทรปราการแชมป์

เมื่อวันที่ 14 เมษายน 2567 ร.ต.อ. ปิยะ รักสกุล อธิบดีกรมคุมประพฤติ เปิดเผยผลการติดตามสถานการณ์คดีในช่วงเทศกาลสงกรานต์ว่า ในวันที่ 13 เม.ย. ซึ่งเป็นวันแรก 4 ของมาตรการควบคุมเข้มข้น พบคดีเข้าสู่กระบวนการคุมประพฤติทั้งสิ้น 1,544 คดี โดยแบ่งเป็น คดีขับรถในขณะเมาสุรา 1,463 คดี คิดเป็น 94.7% คดีขับเสพ 79 คดี 5.1% คดีขับรถประมาท 1 คดี และขับซิ่ง 1 คดี

ยอดสะสมตลอด 4 วัน (10-13 เม.ย.) อยู่ที่ 3,294 คดี แบ่งเป็นเมาสุรา 3,076 คดี (93.4%) ขับเสพ 213 คดี (6.47%) ขับประมาท 4 คดี และขับซิ่ง 1 คดี สถิติเมาขับที่พุ่งสูงแบบนี้ สะท้อนให้เห็นว่าผู้ขับขี่หลายคนยังไม่ยอมลดละพฤติกรรมเสี่ยง แม้จะมีการรณรงค์อย่างเข้มข้น

จังหวัดไหนเมาขับสงกรานต์ 3,076 รายมากสุด สมุทรปราการแชมป์

สำหรับจังหวัดที่มีคดีเมาขับสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่

  • 1. สมุทรปราการ 317 คดี – แชมป์ที่ไม่มีใครเทียบ อาจเพราะเป็นพื้นที่ใกล้กรุงเทพฯ การจราจรหนาแน่น
  • 2. เชียงใหม่ 276 คดี – เมืองท่องเที่ยวใหญ่ที่ปาร์ตี้สงกรานต์คึกคัก
  • 3. นนทบุรี 266 คดี – พื้นที่ชานเมืองที่ประชากรหนาแน่น

ตัวเลขเหล่านี้มาจากการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดของเจ้าหน้าที่ทั่วประเทศ ทำให้จับกุมได้จำนวนมาก

มาตรการป้องกันเมาขับจากกรมคุมประพฤติ

กรมคุมประพฤติไม่ได้นั่งรอรับมืออย่างเดียว แต่มีมาตรการเชิงรุก เช่น รณรงค์ภายใต้แนวคิด “ขับขี่ปลอดภัย ลดความเร็ว ลดอุบัติเหตุ” และ “คุมประพฤติร่วมสร้างสังคมปลอดภัย ลดอุบัติภัยทางถนน” นำผู้ถูกคุมประพฤติไปทำงานบริการสังคม 9 จุด จำนวน 345 ราย ปรับปรุงภูมิทัศน์พื้นที่เสี่ยง 13 ราย และอบรมกฎหมายจราจรกับโทษแอลกอฮอล์ 23 ราย

นอกจากนี้ เมาขับไม่เพียงทำให้ตัวเองเสี่ยง แต่ยังคร่าชีวิตผู้อื่น โทษปรับสูงสุด 20,000 บาท จำคุก 1 ปี แถมคะแนนใบขับขี่หักหมด หากเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงอาจติดคุกนานกว่านั้น สถิติอุบัติเหตุทางถนนจากเมาแล้วขับปีละหลายพันราย สูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินมหาศาล

เคล็ดลับป้องกันเมาขับสงกรานต์

  • ดื่มแล้วอย่าขับ หยุดรถพัก หรือใช้บริการแท็กซี่ Grab
  • กำหนดคนขับที่ไม่ดื่มล่วงหน้า
  • สวมหมวกกันน็อก ตรวจรถก่อนเดินทาง
  • หลีกเลี่ยงเส้นทางเสี่ยงในช่วงค่ำ

การป้องกันที่ดีที่สุดคือจิตสำนึกของตัวเราเอง กรมคุมประพฤติเน้นฟื้นฟูผู้กระทำผิดให้กลับมาเป็นพลเมืองดี สร้างโอกาสทำงานเพื่อสังคม เปลี่ยนจากผู้กระทำผิดเป็นพลังขับเคลื่อนความปลอดภัย

เมาขับสงกรานต์ 3,076 ราย สมุทรปราการแชมป์ เป็นเครื่องเตือนใจว่าเรายังต้องช่วยกันรณรงค์ ขับขี่ปลอดภัยคือคำตอบของเทศกาลที่แท้จริง มาสัญญากับตัวเองว่าจะไม่เมาแล้วขับ และแชร์ข้อความนี้เพื่อเตือนใจคนรอบข้าง สร้างสงกรานต์ปีหน้าที่ zero อุบัติเหตุ!

ที่มา – 7 วันอันตรายสงกรานต์ 4 วัน เมาขับจับแล้ว 3,076 ราย “สมุทรปราการ” แชมป์

Scroll to top