เรือสําราญ

ไวรัสฮันตาคืออะไร? กรมควบคุมโรคเตือนป้องกัน

ไวรัสฮันตาคืออะไร หลายคนอาจสงสัยกับข่าวโรคติดเชื้อไวรัสลึกลับนี้ วันนี้เราจะมาอธิบายให้ฟังแบบเข้าใจง่าย ๆ จากข้อมูลกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขเลยนะคะ โรคนี้เป็นโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน โดยมีพาหะหลักคือสัตว์ฟันแทะอย่างหนูนา หนูบ้านนั่นเอง ปัจจุบันไทยยังเสี่ยงต่ำมาก ไม่มีการระบาดใหญ่ แต่รู้ไว้ป้องกันได้ดีกว่า!

ไวรัสฮันตาคืออะไร

ไวรัสฮันตาคือไวรัสที่ทำให้เกิดโรคฮันตาไวรัส (Hantavirus) ซึ่งแพร่จากหนูสู่คนผ่านสารคัดหลั่ง เช่น ปัสสาวะ อุจจาระ น้ำลาย โดยเฉพาะการสูดดมฝุ่นละอองที่ปนเปื้อนเชื้อนี้เข้าไป รองลงมาคือสัมผัสแล้วเอามือไปจมูก ปาก ตา หรือโดนหนูกัด (แต่โอกาสน้อย) ส่วนคนสู่คนแทบไม่มี ยกเว้นบางสายพันธุ์เท่านั้น

ระยะฟักตัว 1-8 สัปดาห์ อาการแรกคล้ายหวัด มีไข้สูง ปวดหัว ปวดเมื่อย อ่อนเพลีย บางคนมีท้องเสีย คลื่นไส้ แต่ถ้ารุนแรงอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้นะคะ แบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก:

กลุ่มอาการระบบทางเดินหายใจ (HCPS)

พบในอเมริกา รุนแรงมาก ไอ หายใจเหนื่อย น้ำท่วมปอด ช็อกตายเร็ว อัตราเสียชีวิต 20-40%

กลุ่มไข้เลือดออกร่วมไตวาย (HFRS)

พบในยุโรป เอเชีย ความดันตก เลือดออกง่าย ไตวาย

นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค บอกว่าปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนหรือยาต้านเฉพาะ รักษาแค่ประคับประคอง เช่น ให้ออกซิเจน ช่วยหายใจ ฟอกไต รีบไปโรงพยาบาลสำคัญมาก ไทยเคยพบแค่รายเดียว สายพันธุ์ไม่รุนแรงเท่าอเมริกา เสี่ยงต่ำมาก

วิธีป้องกันไวรัสฮันตาให้ห่างไกล

ป้องกันง่าย ๆ เน้นลด接触หนู:

  • หลีกเลี่ยงพื้นที่อับชื้น มีหนู เช่น ห้องเก็บของเก่า
  • ทำความสะอาดที่สงสัยมีหนู อย่ากวาดหรือดูดฝุ่น ใช้ยาฆ่าเชื้ออย่างน้ำยาซักผ้าขาวฉีดเปียกก่อนเช็ด
  • บ้านสะอาด ไม่ให้อาหารหนู อุดรู อุดช่อง ปิดประตูทางเข้า
  • ล้างมือบ่อย ๆ ด้วยสบู่

ไวรัสฮันตาคืออะไร ไม่ใช่เรื่องน่ากลัวในไทย แต่รู้จักป้องกันไว้ก่อนดีที่สุดค่ะ ถ้าอยู่ในพื้นที่เสี่ยงหรือมีอาการแปลก ๆ รีบโทรสายด่วนกรมควบคุมโรค 1422 หรือไปโรงพยาบาลใกล้บ้านทันที จะได้ปลอดภัยทั้งครอบครัว การป้องกันคือกุญแจสำคัญในการลดความเสี่ยงจากโรคนี้

ที่มา – ไวรัสฮันตาคืออะไร “กรมควบคุมโรค” เผยที่มาโรค – วิธีการป้องกัน ย้ำไทยเสี่ยงต่ำ

ส่องมาตรการคุมเข้มไวรัสฮันตาของหลายประเทศ หลังพบผู้ติดเชื้อกระจายหลายทวีป

ไวรัสฮันตากำลังกลายเป็นประเด็นร้อนระดับโลก หลังจากเกิดการระบาดบนเรือสำราญ MV Hondius ทำให้หลายประเทศต้องเร่งรัด มาตรการคุมเข้มไวรัสฮันตา เพื่อป้องกันการแพร่กระจายไปยังทวีปต่างๆ องค์การอนามัยโลก (WHO) ยืนยันพบผู้ติดเชื้ออย่างน้อย 5 รายที่เชื่อมโยงกับเรือลำนี้ สถานการณ์คล้ายกับจุดเริ่มต้นของโควิด-19 ที่ทำให้ทุกคนตื่นตัวอีกครั้ง วันนี้เราจะมาส่อง มาตรการคุมเข้มไวรัสฮันตาของหลายประเทศ กันว่ามีอะไรบ้าง

มาตรการคุมเข้มไวรัสฮันตา ของหลายประเทศหลังผู้ติดเชื้อกระจาย

ยอดผู้เสียชีวิตจากไวรัสฮันตา สายพันธุ์แอนดีส ยังคงอยู่ที่ 3 ราย ได้แก่ คู่สามีภรรยาชาวดัตช์ และชาวเยอรมัน 1 ราย ชายวัย 70 ปีรายแรกเสียชีวิตบนเรือเมื่อ 11 เมษายน ด้วยอาการไข้ สูง ปวดศีรษะ ปวดท้อง ท้องเสีย ปัจจุบันมีผู้โดยสารและลูกเรือ 146 คน จาก 23 ประเทศ รวมชาวอเมริกัน 17 ราย ถูกกักไว้บนเรือ กำหนดเทียรที่หมู่เกาะคานารี สเปน สุดสัปดาห์นี้

WHO ชี้ว่าไวรัสฮันตาสายพันธุ์นี้หายาก สามารถแพร่จากคนสู่คนผ่านการสัมผัสใกล้ชิดได้ แม้ไม่น่าจะระบาดใหญ่ แต่หลายประเทศไม่รอช้า รีบติดตามผู้สัมผัสเสี่ยงและเฝ้าระวังอาการอย่างเข้มงวด

ไวรัสฮันตาคืออะไร และอันตรายอย่างไร

ก่อนไปดู มาตรการคุมเข้มไวรัสฮันตา มาทำความรู้จักเชื้อนี้ก่อน ไวรัสฮันตามักมาจากหนูพาหะหลัก ผ่านปัสสาวะ อุจจาระ น้ำลาย สายพันธุ์แอนดีสพิเศษเพราะแพร่คนต่อคนได้ อาการเริ่มต้นคล้ายไข้หวัดใหญ่ แต่รุนแรงถึงหายใจลำบาก ตายสูงถึง 40% การระบาดบนเรือสำราญยิ่งน่ากลัวเพราะคนแออัด

ส่องมาตรการของแต่ละประเทศ

นี่คือสรุป มาตรการคุมเข้มไวรัสฮันตา ที่น่าสนใจ:

  • เนเธอร์แลนด์: อพยพผู้ป่วย 3 รายกลับประเทศ (อังกฤษ 1, เยอรมัน 1, ดัตช์ 1) 2 รายอาการหนัก สถาบันสาธารณสุขตรวจผู้สัมผัสบนเครื่องบิน รวมลูกเรือ KLM ที่ใกล้ชิดหญิงดัตช์ผู้เสียชีวิตในแอฟริกาใต้
  • แอฟริกาใต้: ชายอังกฤษป่วยบนเรือ 27 เมษายน เข้า ICU โจฮันเนสเบิร์ก อาการดีขึ้นแล้ว
  • สวิตเซอร์แลนด์: ผู้โดยสาร 1 รายกลับประเทศ ผลตรวจพบเชื้อ กำลังรักษาที่ซูริก
  • สหราชอาณาจักร: ชาวอังกฤษ 2 รายที่ลงเรือเกาะเซนต์เฮเลนา 24 เมษายน กักตัวที่บ้าน ติดตามเพิ่มเติม
  • สหรัฐฯ: เฝ้าติดตามผู้โดยสารหลายรายในเวอร์จิเนีย เท็กซัส จอร์เจีย แอริโซนา แคลิฟอร์เนีย ยังไร้อาการ
  • สิงคโปร์: ชายวัย 60 ปี 2 รายกักตัว 1 รายน้ำมูกไหล
  • แคนาดา: กัก 3 ราย ในออนแทรีโอและควิเบก 1 รายนั่งเครื่องเดียวกับผู้สัมผัส
  • ฝรั่งเศส: ผู้สัมผัส 8 รายจากเที่ยวบินเซนต์เฮเลนา-โจฮันเนสเบิร์ก 1 รายมีอาการเล็กน้อย
  • อาร์เจนตินา: สอบสวนต้นตอ ส่งทีมดักจับหนูตามเส้นทางคู่ดัตช์

WHO กำลังประสานงานทุกฝ่ายเพื่อจำกัดการแพร่กระจาย สถานการณ์บนเรือยังคงเป็นจุดจับตา

จากที่เห็น มาตรการคุมเข้มไวรัสฮันตา ของหลายประเทศนี้ แสดงให้เห็นถึงบทเรียนจากโควิดที่ทุกชาติเรียนรู้มาแล้ว การตอบสนองรวดเร็วคือกุญแจสำคัญ อย่าลืมรักษาสุขอนามัย ล้างมือบ่อยๆ หลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยงหนู หากเดินทางไปต่างประเทศควรติดตามข่าวสารจาก WHO และหน่วยงานสาธารณสุข ติดตามอัปเดตเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของเราเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – ส่องมาตรการคุมเข้มไวรัสฮันตาของหลายประเทศ หลังพบผู้ติดเชื้อกระจายหลายทวีป

อพยพแล้ว 3 ผู้ป่วยจากเรือสำราญ ไวรัสฮันตา

เหตุการณ์อพยพแล้ว 3 ผู้ป่วยจากเรือสำราญกำลังเป็นที่สนใจทั่วโลก หลังจากไวรัสฮันตา ซึ่งเป็นไวรัสอันตรายคร่าชีวิตผู้โดยสารไปแล้ว 3 ราย ล่าสุดพบผู้ติดเชื้อเพิ่มเติมในหลายประเทศ ทำให้เกิดความกังวลเรื่องการแพร่ระบาดข้ามทวีป

อพยพแล้ว 3 ผู้ป่วยจากเรือสำราญ

เจ้าหน้าที่สาธารณสุขได้อพยพแล้ว 3 ผู้ป่วยจากเรือสำราญสัญชาติเนเธอร์แลนด์ชื่อ MV Hondius ออกมาแล้ว โดยองค์การอนามัยโลก (WHO) เปิดเผยว่าผู้ป่วยทั้งสามรายถูกส่งตัวกลับประเทศเนเธอร์แลนด์เพื่อรับการรักษาที่เหมาะสม ขณะที่ผู้โดยสารและลูกเรืออีกเกือบ 150 คน ยังคงถูกกักตัวอยู่ในห้องพักบนเรือ เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสฮันตา

การอพยพครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากเรือลำดังกล่าวต้องหยุดเดินทางชั่วคราว เนื่องจากพบผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตหลายราย ทำให้ต้องเปลี่ยนแผนการท่องเที่ยวเดิมที่ผ่านแอนตาร์กติกา หมู่เกาะฟอล์กแลนด์ และจุดหมายอื่นๆ ในมหาสมุทรแอตแลนติก

สถานการณ์หลังอพยพแล้ว 3 ผู้ป่วยจากเรือสำราญ

นอกจากนี้ ทางการสวิตเซอร์แลนด์ยังยืนยันพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ เป็นชายที่เดินทางกลับจากอเมริกาใต้และเคยโดยสารเรือลำนี้มาก่อน ส่วนในแอฟริกาใต้ เจ้าหน้าที่ตรวจพบเชื้อไวรัสฮันตาสายพันธุ์ “แอนดีส” ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่พบมากในอเมริกาใต้ โดยสายพันธุ์นี้สามารถติดต่อจากคนสู่คนได้ในบางกรณี แม้จะเกิดขึ้นไม่บ่อยนัก

หนึ่งในผู้ป่วยอาการหนักคือชายชาวอังกฤษที่กำลังรักษาตัวในห้อง ICU ของโรงพยาบาลในแอฟริกาใต้ ขณะที่ผู้เสียชีวิตอีก 1 รายถูกตรวจพบเชื้อหลังจากเสียชีวิตแล้ว ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้อยู่ที่ 3 ราย

ไวรัสฮันตาคืออะไร และอันตรายอย่างไร

ไวรัสฮันตาเป็นไวรัสที่มักติดต่อผ่านการสัมผัสกับหนูหรือมูลหนู โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีหนูร่าเริง เช่น บนเรือสำราญที่อาจมีหนูแฝงตัวมา สายพันธุ์แอนดีสที่พบในครั้งนี้มีความรุนแรงสูง และสามารถทำให้เกิดโรคปอดบวมเฉียบพลันได้

  • อาการเริ่มต้น: ไข้ ปวดหัว ปวดกล้ามเนื้อ คลื่นไส้
  • อาการรุนแรง: หายใจลำบาก ปอดบวม น้ำในปอด สูงถึง 38% ของผู้ติดเชื้ออาจเสียชีวิต
  • การแพร่: หลักจากหนู แต่สายพันธุ์ Andes สามารถคนต่อคนได้ทางละอองฝอย

มาตรการป้องกันไวรัสฮันตาบนเรือสำราญ

เพื่อป้องกันเหตุการณ์แบบนี้อีก รัฐบาลสเปนได้อนุญาตให้เรือ MV Hondius เข้าจอดที่หมู่เกาะคานารี เพื่อตรวจคัดกรองและดูแลผู้โดยสารต่อไป แม้จะมีเสียงคัดค้านจากชาวบ้านในพื้นที่

  • ทำความสะอาดเรืออย่างสม่ำเสมอ กำจัดหนู
  • สวมหน้ากากและล้างมือบ่อยๆ
  • ตรวจสุขภาพผู้โดยสารก่อนขึ้นเรือ
  • กักตัวผู้สงสัยทันที

ล่าสุด ผู้โดยสารที่เหลือบนเรือยังคงรอการอนุมัติให้ลงจากเรือ ขณะที่หน่วยงานสาธารณสุขทั่วโลกจับตาการเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด

เหตุการณ์อพยพแล้ว 3 ผู้ป่วยจากเรือสำราญนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่า แม้ไวรัสฮันตาจะไม่ใช่โรคระบาดใหญ่แบบโควิด แต่ก็สามารถสร้างความเสียหายรุนแรงได้ในพื้นที่ปิดอย่างเรือสำราญ การท่องเที่ยวต้องให้ความสำคัญกับสุขอนามัยมากขึ้น คุณคิดอย่างไรกับเหตุการณ์นี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และแชร์บทความนี้เพื่อเตือนเพื่อนๆ กันนะครับ

ที่มา – อพยพแล้ว 3 ผู้ป่วยจากเรือสำราญ หลังไวรัสฮันตาคร่า 3 ศพ พบผู้ติดเชื้อเพิ่มในหลายประเทศ

WHO เตือน ไวรัสฮันตาอาจแพร่กระจายแบบคนสู่คนบนเรือสำราญ

WHO เตือน ไวรัสฮันตาอาจแพร่กระจายแบบคนสู่คนบนเรือสำราญ สร้างความตื่นตัวให้กับนักเดินทางและผู้ประกอบการท่องเที่ยวทั่วโลก หลังจากเกิดเหตุการณ์น่ากลัวบนเรือสำราญลำหนึ่งที่กำลังล่องทะเลแอตแลนติก เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ออกมาแถลงข่าวว่า อาจมีการแพร่เชื้อไวรัสฮันตา (Hantavirus) จากคนสู่คน ซึ่งถือเป็นกรณีที่หายากมาก โดยเรือลำดังกล่าวคือ MV Hondius สัญชาติดัตช์ ที่มีผู้เสียชีวิตแล้ว 3 ราย และต้องทอดสมอกลางทะเลเพราะไม่มีท่าจอดอนุญาต

WHO เตือน ไวรัสฮันตาอาจแพร่กระจายแบบคนสู่คนบนเรือสำราญ

ดร.มาเรีย แวน เคอร์โคฟ จาก WHO ระบุว่า “เราเชื่อว่าอาจมีการแพร่เชื้อจากคนสู่คนในกลุ่มผู้สัมผัสใกล้ชิดกันมาก” โดยผู้ป่วยรายแรกน่าจะติดเชื้อก่อนขึ้นเรือ ปกติไวรัสฮันตาจะแพร่จากหนูสู่คนผ่านละอองปัสสาวะหรืออุจจาระ แต่ครั้งนี้ WHO สันนิษฐานว่าบนเรือ MV Hondius มีการแพร่ในกลุ่มคนใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม WHO ยืนยันว่าความเสี่ยงต่อสาธารณชนยังต่ำ

สถานการณ์ล่าสุดบนเรือ MV Hondius

เรือออกจากอาร์เจนติน่ามา 1 เดือน จอดใกล้เคปเวิร์ด ชายฝั่งตะวันตกแอฟริกา ปัจจุบันมีผู้โดยสารและลูกเรือ 149 คนจาก 23 ประเทศ อยู่ภายใต้มาตรการเข้มงวด ลูกเรือ 2 ราย (อังกฤษ 1 ดัตช์ 1) จะถูกอพยพทางอากาศไปเนเธอร์แลนด์เพราะอาการทางเดินหายใจเฉียบพลัน ชาวอังกฤษอีก 22 รายยังอยู่บนเรือ

รายงาน WHO: ยืนยันติดเชื้อ 2 ราย (หญิงดัตช์เสียชีวิต ชายอังกฤษ 69 ปี ส่งแอฟริกาใต้) ผู้ต้องสงสัย 5 ราย ชาวเยอรมันและสามีหญิงดัตช์เสียชีวิตยังไม่ยืนยัน ทีมแพทย์เคปเวิร์ดสนับสนุน WHO กำลังตรวจทุกคน

ไวรัสฮันตาคืออะไร และเสี่ยงแพร่คนสู่คนได้จริงหรือ?

ไวรัสฮันตาเป็นกลุ่มไวรัสที่ทำให้ป่วยฮันตาไวรัสปอดอักเสบ (HPS) อาการเริ่มจากไข้ ปวดหัว คลื่นไส้ แล้วหายใจลำบากรุนแรง อัตราตายสูงถึง 38% โดยปกติแพร่จากหนู แต่มีรายงานหายากที่แพร่คนสู่คน เช่นในอาร์เจนตินาและชิลี บนเรือที่อับอายุและใกล้ชิดกันมาก อาจเพิ่มความเสี่ยง

  • อาการสำคัญ: ไข้สูง ปวดกล้ามเนื้อ หายใจลำบาก
  • การป้องกัน: สวมหน้ากาก ล้างมือบ่อย หลีกเลี่ยงพื้นที่หนูชุกชุม
  • บนเรือ: มาตรการกักตัว ตรวจเชื้อทันที

บริษัท Oceanwide Expeditions จัดการเรือ กำลังอพยพผู้เสี่ยง ทีม WHO ช่วยเหลือแล้ว

การตัดสินใจท่าเรือและสถานการณ์สเปน

WHO บอกสเปนอนุญาตเข้า Canary Islands เพื่อตรวจ แต่กระทรวงสาธารณสุขสเปนปฏิเสธ ยังไม่ตัดสินใจ รอข้อมูลจากเคปเวิร์ด นายทาริก ยาซาเรวิช โฆษก WHO บอก BBC ว่ากำลังติดตามใกล้ชิด

เหตุการณ์นี้เตือนใจนักเดินทางเรือสำราญ ต้องเตรียมพร้อมสุขภาพ โดยเฉพาะในพื้นที่แออัด แม้ความเสี่ยงต่ำ แต่ไวรัสฮันตา deadly สูง หากมีอาการผิดปกติ รีบพบแพทย์ทันที

ติดตามข่าวสุขภาพและการเดินทางเพิ่มเติม เพื่อความปลอดภัยของคุณและครอบครัว

ที่มา – WHO เตือน ไวรัสฮันตาอาจแพร่กระจายแบบคนสู่คนบนเรือสำราญ

ดับแล้ว 3 ศพ บนเรือสำราญแอตแลนติก คาดไวรัสแพร่ระบาด

ดับแล้ว 3 ศพ บนเรือสำราญแอตแลนติก คาดไวรัสแพร่ระบาด สร้างความตื่นตระหนกให้กับนักท่องเที่ยวทั่วโลก เมื่อองค์การอนามัยโลก (WHO) ยืนยันเหตุการณ์น่าเศร้าบนเรือสำราญ MV Hondius ที่กำลังล่องทะเลในมหาสมุทรแอตแลนติก

ดับแล้ว 3 ศพ บนเรือสำราญแอตแลนติก คาดไวรัสแพร่ระบาด

เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2569 WHO เปิดเผยข้อมูลกับ BBC ว่ามีผู้เสียชีวิตแล้ว 3 ราย จากการติดเชื้อไวรัสฮันตา (Hantavirus) ซึ่งเป็นไวรัสที่หายากแต่รุนแรง โดยยืนยันผู้ติดเชื้อ 1 ราย และสงสัยอีก 5 ราย รวมถึงชาวอังกฤษ 1 รายที่กำลังรักษาใน ICU

เรือ MV Hondius จัดการโดย Oceanwide Expeditions จากเนเธอร์แลนด์ ออกเดินทางจากอาร์เจนตินาไปเคปเวิร์ด แอฟริกา ตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม คาดถึงปลายทาง 4 พฤษภาคม แต่เหตุการณ์ดับแล้ว 3 ศพ บนเรือสำราญแอตแลนติก คาดไวรัสแพร่ระบาด ทำให้ต้องหยุดชะงัก

ไวรัสฮันตาคืออะไร และแพร่กระจายอย่างไร

ไวรัสฮันตามักติดจากสัตว์ฟันแทะผ่านปัสสาวะ อุจจาระ หรือน้ำลาย แต่กรณีหายากสามารถแพร่จากคนสู่คน นำไปสู่โรคทางเดินหายใจรุนแรง ผู้ป่วยรายแรกคือชายวัย 70 ปี เสียชีวิตบนเรือ ร่างอยู่เกาะเซนต์เฮเลนา ภรรยาวัย 69 ปี อพยพไปแอฟริกาใต้ เสียชีวิตที่โจฮันเนสเบิร์ก ชายอังกฤษวัย 69 ปี อีกคนรักษาใน ICU

ฟอสเตอร์ โมฮาเล โฆษกสาธารณสุขแอฟริกาใต้ ยืนยันผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 2 รายก่อนหน้า WHO กำลังประสานอพยพผู้ป่วยอีก 2 ราย ประเมินความเสี่ยง และสนับสนุนผู้โดยสารบนเรือ

บทเรียนจากเหตุการณ์ดับแล้ว 3 ศพ บนเรือสำราญแอตแลนติก

เหตุการณ์นี้เน้นย้ำความสำคัญของการเฝ้าระวังโรคติดต่อในการเดินทาง โดยเฉพาะเรือสำราญที่นักท่องเที่ยวอยู่ใกล้ชิดกัน ไวรัสฮันตามีอัตราการตายสูงถึง 38% ในบางสายพันธุ์ ควรหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง สวมหน้ากาก ล้างมือบ่อยๆ และฉีดวัคซีนหากมี

  • ตรวจสุขภาพก่อนเดินทาง
  • หลีกเลี่ยงสัมผัสสัตว์ป่า
  • รายงานอาการทันทีหากป่วย
  • ติดตามข่าวสารจาก WHO

ประวัติไวรัสฮันตา พบครั้งแรกในเกาหลี ปี 1950s ชื่อจากแม่น้ำฮัน ในสหรัฐฯ เรียก Sin Nombre Virus ระบาดในอเมริกาเหนือและใต้ การแพร่บนเรือสำราญนับเป็นกรณีไม่ปกติ อาจจากหนูบนเรือหรือนำติดตัวมา

นักเดินทางควรเตรียมตัวรับมือโรคอุบัติใหม่ โดยเฉพาะในยุคหลังโควิดที่การท่องเที่ยวฟื้นตัว การประกันสุขภาพครอบคลุมโรคติดเชื้อก็สำคัญ

เหตุการณ์ดับแล้ว 3 ศพ บนเรือสำราญแอตแลนติก คาดไวรัสแพร่ระบาด เป็นเครื่องเตือนใจว่าสุขภาพต้องมาก่อนการผจญภัย ติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมเพื่อความปลอดภัยในการท่องเที่ยวของคุณ

ติดตามข่าวสารสุขภาพและการท่องเที่ยวที่นี่เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – ดับแล้ว 3 ศพ บนเรือสำราญแอตแลนติก คาดไวรัสแพร่ระบาด

ไฟไหม้เรือสำราญมุ่งหน้าสิงคโปร์ ดับ 1 ศพ 600 คนระทึก

ไฟไหม้เรือสำราญมุ่งหน้าสิงคโปร์ กลางดึกกลายเป็นเหตุการณ์ระทึกขวัญที่ทำให้ทุกคนบนเรือต้องลุ้นสุดชีวิต ลูกเรือเสียชีวิต 1 ราย ขณะที่ผู้โดยสารและลูกเรือรวมกว่า 600 คนรอดพ้นมาได้อย่างหวุดหวิด วันนี้เราจะมาดูรายละเอียดกันว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้าง และเราจะเรียนรู้อะไรจากเหตุการณ์นี้

ไฟไหม้เรือสำราญมุ่งหน้าสิงคโปร์: ลำดับเหตุการณ์แบบละเอียด

เหตุการณ์ไฟไหม้เรือสำราญมุ่งหน้าสิงคโปร์เกิดขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ ราวเวลา 04.00 น. บนเรือสำราญชื่อ World Legacy สัญชาติไลบีเรียที่กำลังมุ่งหน้ามายังสิงคโปร์ สำนักงานการท่าเรือและการเดินเรือสิงคโปร์ (MPA) ออกแถลงการณ์ทันที โดยต้นเพลิงถูกควบคุมได้ในเวลาต่อมา แต่โศกนาฏกรรมที่ตามมาคือลูกเรือ 1 รายเสียชีวิต ส่วนผู้โดยสารและลูกเรือคนอื่นๆ ไม่มีใครบาดเจ็บเพิ่มเติม

บนเรือมีผู้โดยสารทั้งหมด 224 คน โดย 185 คนเป็นชาวสิงคโปร์ และลูกเรือ 388 คน ซึ่งไม่มีชาวสิงคโปร์เลย สรุปแล้วมีชีวิตบนเรือรวมเกือบ 600 ชีวิต หลังเกิดเหตุ เรือได้จอดทอดสมอที่ Raffles Reserved Anchorage ใกล้เกาะ Pulau Semakau และ Pulau Senang ซึ่งเป็นจุดจอดเฉพาะกิจในท่าเรือสิงคโปร์

ไฟไหม้เรือสำราญมุ่งหน้าสิงคโปร์: การตอบสนองของเจ้าหน้าที่

เจ้าหน้าที่จาก MPA, ตำรวจยามฝั่ง และหน่วยป้องกันภัยพลเรือนของสิงคโปร์ รีบเข้าจัดการทันที ตรวจสอบสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อความปลอดภัยสูงสุด บริษัท World Cruises ผู้ดำเนินการเรือ ยืนยันว่ากำลังให้ความร่วมมือเต็มที่ และย้ำว่าความปลอดภัยคืออันดับหนึ่ง จะอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมเรื่อยๆ

เรือ World Legacy นี้ให้บริการแบบ “Flexible Cruise” ที่ผู้โดยสารเลือกช่วงเวลาพักได้ตามใจ ขึ้น-ลงได้ทั้งจากสิงคโปร์และมาเลเซีย แต่ก่อนหน้านี้ เรือลำนี้เคยมีปัญหามาแล้ว เช่น ยกเลิกเที่ยวปฐมฤกษ์เมื่อ 21 ธันวาคมปีก่อน เพียง 2 วันก่อนออกเดินทาง เพราะผู้โดยสารร้องเรียนน้ำประปาสีน้ำตาล ลิฟต์เสีย และแอร์ไม่พอ เหตุไฟไหม้เรือสำราญมุ่งหน้าสิงคโปร์ครั้งนี้ จึงยิ่งจุดประเด็นเรื่องมาตรฐานความปลอดภัยในอุตสาหกรรมเรือสำราญที่กำลังฟื้นตัวหลังโควิด

ข้อเท็จจริงสำคัญจากเหตุไฟไหม้เรือสำราญมุ่งหน้าสิงคโปร์

  • เวลาเกิดเหตุ: 04.00 น. วันที่ 20 ก.พ.
  • เรือ: World Legacy สัญชาติไลบีเรีย
  • ผู้เสียชีวิต: ลูกเรือ 1 ราย (สาเหตุอยู่ระหว่างสอบสวน)
  • ผู้โดยสาร: 224 คน (185 ชาวสิงคโปร์)
  • ลูกเรือ: 388 คน
  • สถานที่จอด: Raffles Reserved Anchorage ใกล้เกาะ Pulau Semakau และ Senang
  • สถานะ: ไฟถูกดับ ไม่มีบาดเจ็บเพิ่ม

ตอนนี้ทางการสิงคโปร์กำลังสอบสวนสาเหตุไฟไหม้และรายละเอียดการเสียชีวิตอย่างละเอียด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ เหตุการณ์นี้เตือนใจพวกเราทุกคนที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวทางทะเล โดยเฉพาะเรือสำราญที่กำลังฮิตมากในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

จากประสบการณ์ส่วนตัว การเดินทางด้วยเรือสำราญสนุกสนานแต่ต้องเช็คความปลอดภัยให้ดีก่อนจอง อย่างน้อยก็ดูรีวิวล่าสุด ระบบดับเพลิง และประวัติเรือ อย่าลืมซื้อประกันการเดินทางที่ครอบคลุมอุบัติเหตุด้วยนะครับ

คุณคิดยังไงกับเหตุไฟไหม้เรือสำราญมุ่งหน้าสิงคโปร์ครั้งนี้? เคยเจอเหตุการณ์น่ากลัวบนเรือบ้างไหม แชร์ประสบการณ์ในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย เราจะได้แลกเปลี่ยนกันเพื่อความปลอดภัยในการท่องเที่ยว!

ที่มา – ไฟไหม้เรือสำราญมุ่งหน้าสิงคโปร์กลางดึก ดับ 1 ศพ ลูกเรือผู้โดยสารร่วม 600 คนระทึก

Scroll to top