เลบานอน

ดับทะลุ 3,900 ศพ สงครามในตะวันออกกลาง เลบานอนใกล้ 1,000 ศพ

ดับทะลุ 3,900 ศพ สงครามในตะวันออกกลาง เลบานอนใกล้ 1,000 ศพ สถานการณ์ตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางยิ่งรุนแรงขึ้น เมื่อจำนวนผู้เสียชีวิตพุ่งสูงเกิน 3,900 รายแล้ว นับตั้งแต่สหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ ส่งผลให้เตหะรานตอบโต้อย่างดุเดือด รวมถึงปิดช่องแคบฮอร์มุซ สร้างความเสียหายมหาศาลให้ประเทศเพื่อนบ้าน

ดับทะลุ 3,900 ศพ สงครามในตะวันออกกลาง เลบานอนใกล้ 1,000 ศพ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2569 ว่าสงครามครั้งนี้คร่าชีวิตผู้คนไปมากกว่า 3,900 ราย โดยเฉพาะในอิหร่านและเลบานอนที่ตัวเลขพุ่งสูงอย่างน่าตกใจ อิหร่านถูกโจมตีหนักจากสหรัฐฯ และอิสราเอล ขณะที่เลบานอนกลายเป็นสมรภูมิรบหลักจากการตอบโต้ของอิสราเอล สถานการณ์นี้ไม่เพียงสร้างความสูญเสียทางชีวิต แต่ยังกระทบเศรษฐกิจและความมั่นคงในภูมิภาคทั้งหมด

ผู้เสียชีวิตในอิหร่านและเลบานอนพุ่งสูง

ในอิหร่าน สำนักข่าวสารนักกิจกรรมสิทธิมนุษยชน (HRANA) รายงานว่ามีพลเรือนเสียชีวิต 1,319 ราย รวมเด็ก 206 ราย บุคลากรทหาร 1,122 ราย และผู้เสียชีวิตที่ยังจำแนกไม่ได้อีก 599 ราย การโจมตีที่รุนแรงทำให้ประชาชนจำนวนมากไร้ที่อยู่อาศัยและขาดแคลนอาหาร

ส่วนเลบานอน กระทรวงสาธารณสุขแจ้งยอดผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 850 ราย นับตั้งแต่อิสราเอลเริ่มโจมตีเมื่อ 2 มีนาคม โดยเด็กเสียชีวิต 107 ราย การทิ้งระเบิดใส่พื้นที่พลเรือนทำให้เกิดวิกฤตมนุษยธรรมครั้งใหญ่

  • สหรัฐอเมริกา: ทหารเสียชีวิต 13 นาย รวม 6 นายจากเครื่องบินเติมน้ำมันตกในอิรัก และ 6 นายจากโจมตีในคูเวต
  • อิสราเอล: ผู้เสียชีวิต 15 ราย รวมพลเรือน 9 รายจากขีปนาวุธในเบตเชเมช และทหาร 2 นายในเลบานอนใต้
  • อิรัก: 32 ราย โดย 27 รายเป็นทหาร PMF และทหารฝรั่งเศส 1 นาย

ผลกระทบกระจายไปยังประเทศเพื่อนบ้าน

คูเวตมีผู้เสียชีวิต 6 ราย รวมเด็กหญิงวัย 11 ปีจากสะเก็ดระเบิด สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) เสียชีวิต 6 รายจากหลากหลายสัญชาติ บาห์เรน 1 รายจากเศษขีปนาวุธ โอมานมีชาวอินเดียและชาวต่างชาติ 3 ราย ซาอุดีอาระเบีย 2 รายจากอาวุธตกใส่ที่พักอาศัย

สงครามครั้งนี้ไม่ใช่แค่การสู้รบระหว่างชาติใหญ่ แต่ส่งผลกระทบ domino ไปยังพลเรือนและแรงงานต่างชาติทั่วภูมิภาค ช่องแคบฮอร์มุซที่ถูกปิดทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูง สร้างวิกฤตพลังงานโลก การตอบโต้ของอิหร่านด้วยโดรนและขีปนาวุธยิ่งทำให้สถานการณ์ลุกลาม

นอกจากยอดผู้เสียชีวิตแล้ว ยังมีผู้บาดเจ็บนับหมื่นรายและผู้อพยพนับล้าน องค์กรระหว่างประเทศอย่างสหประชาชาติเรียกร้องให้หยุดยิงทันที แต่ทั้งสองฝ่ายยังยืนกรานในจุดยืนของตน สงครามในตะวันออกกลางครั้งนี้กำลังกลายเป็นหนึ่งในความขัดแย้งเลือดiest ในประวัติศาสตร์สมัยใหม่

ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่าถ้าสถานการณ์ไม่คลี่คลาย ตัวเลขผู้เสียชีวิตอาจทะลุ 5,000 รายในไม่ช้า โดยเฉพาะเลบานอนที่ใกล้แตะ 1,000 ศพแล้ว ประชาคมโลกต้องเร่งเจรจาเพื่อป้องกันหายนะใหญ่หลวง

ติดตามข่าวสารล่าสุดและวิเคราะห์สถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางได้ที่เว็บไซต์ของเรา เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ

ที่มา – ดับทะลุ 3,900 ศพ สงครามในตะวันออกกลาง เลบานอนใกล้ 1,000 ศพ

อิสราเอลเตรียมขยายปฏิบัติการในเลบานอน ส่อโจมตีภาคพื้นดินครั้งใหญ่

อิสราเอลเตรียมขยายปฏิบัติการในเลบานอน ส่อโจมตีภาคพื้นดินครั้งใหญ่ ท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน สถานการณ์ในตะวันออกกลางกำลังร้อนระอุมากขึ้นทุกวัน

อิสราเอลเตรียมขยายปฏิบัติการในเลบานอน ส่อโจมตีภาคพื้นดินครั้งใหญ่

เมื่อวันที่ 12 มี.ค. 2569 นายอิสราเอล คัตซ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของอิสราเอล ได้ออกมาประกาศอย่างชัดเจนว่า ได้สั่งการให้กองทัพอิสราเอลเตรียมพร้อมสำหรับการขยายปฏิบัติการในเลบานอนแล้ว สาเหตุหลักมาจากการโจมตีครั้งใหญ่ที่สุดของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ที่เกิดขึ้นในเย็นวันพุธ ซึ่งเป็นการโจมตีที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ความขัดแย้งรอบใหม่ปะทุขึ้นเมื่อสัปดาห์ก่อน

อิสราเอลไม่เชื่อมั่นในรัฐบาลเลบานอนว่าจะสามารถจัดการกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ได้ แม้ว่าประธานาธิบดีโจเซฟ อูน จะออกมาวิพากษ์วิจารณ์กลุ่มนี้ว่าเป็นการ “ทรยศต่อประเทศชาติ” ก็ตาม ตั้งแต่เริ่มสงคราม อิสราเอลได้ส่งกองกำลังภาคพื้นดินเข้าไปยึดพื้นที่ในภาคใต้ของเลบานอนบางส่วน และมีการส่งหน่วยจู่โจมหลายครั้ง

พัฒนาการล่าสุด: อิสราเอลเตรียมขยายปฏิบัติการในเลบานอน

ล่าสุดในวันพฤหัสบดี นายคัตซ์กล่าวอย่างเด็ดขาดว่า “เราจะเข้ายึดพื้นที่และจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเอง” ขณะที่ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของกองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) ระบุว่ากำลังส่งกองพลเพิ่มเติมไปยังชายแดนทางตอนเหนือ และอาจมีการเสริมกำลังอีกในอนาคตอันใกล้

กองทัพอิสราเอลยังคงโจมตีทางอากาศอย่างหนักในภาคใต้ของเลบานอน โดยเฉพาะย่านดาฮิเยห์ (Dahieh) ในกรุงเบรุต ซึ่งเป็นฐานที่มั่นหลักของฮิซบอลเลาะห์ กระทรวงสาธารณสุขเลบานอนรายงานผู้เสียชีวิตจากโจมตีของอิสราเอลเกือบ 700 ราย และคำเตือนอพยพทำให้ประชาชนหลายแสนคนต้องหนีภัยจากบ้านเรือนในภาคใต้และกลางของเลบานอน

พื้นหลังความขัดแย้งและผลกระทบ

ความขัดแย้งนี้มีรากเหง้าจากการสนับสนุนของอิหร่านต่อฮิซบอลเลาะห์ ซึ่งอิสราเอลมองว่าเป็นภัยคุกคามโดยตรง อิสราเอลเตรียมขยายปฏิบัติการในเลบานอนครั้งนี้ อาจนำไปสู่การสู้รบภาคพื้นดินขนาดใหญ่ ซึ่งคล้ายกับสงครามในปี 2006 ที่ทำให้ทั้งสองฝ่ายสูญเสียหนัก

  • อิสราเอลยึดพื้นที่ภาคใต้เลบานอนบางส่วนแล้ว
  • ฮิซบอลเลาะห์โจมตีขีดความสามารถทางทหารอิสราเอล
  • ประชาชนเลบานอนเดือดร้อนหนักจากสงคราม
  • ชาติตะวันตกจับตาการแทรกแซงของอิหร่าน

นอกจากนี้ การขยายปฏิบัติการยังอาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพในตะวันออกกลางทั้งหมด โดยเฉพาะหาก伊朗เข้ามาเกี่ยวข้องมากขึ้น ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่าอิสราเอลอาจใช้กลยุทธ์ “ตีเร็ว ถอนตัวไว” เพื่อทำลายโครงข่ายของฮิซบอลเลาะห์

มุมมองอนาคต: สงครามจะสิ้นสุดได้อย่างไร?

สถานการณ์ยังไม่แน่นอน การเจรจาสันติภาพดูห่างไกล ขณะที่ทั้งสองฝ่ายยกระดับการโจมตี อิสราเอลเตรียมขยายปฏิบัติการในเลบานอน ส่อโจมตีภาคพื้นดินครั้งใหญ่นี้อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ หากไม่มีการแทรกแซงจากนานาชาติ สงครามอาจลุกลามยาวนาน

ในฐานะนักวิเคราะห์ สถานการณ์นี้เตือนใจเราถึงความเปราะบางของสันติภาพในภูมิภาค ผู้คนจำนวนมากกำลังเดือดร้อน และโลกควรหาทางออกที่ยั่งยืน ติดตามข่าวสารล่าสุดเพื่ออัปเดตสถานการณ์ และแบ่งปันบทความนี้หากคุณสนใจประเด็นตะวันออกกลาง

ที่มา – อิสราเอลเตรียมขยายปฏิบัติการในเลบานอน ส่อโจมตีภาคพื้นดินครั้งใหญ่

EU ทุ่มเงิน 100 ล้านยูโรช่วยเลบานอน หลังผู้พลัดถิ่นทะลุ 8 แสนคน

EU ทุ่มเงิน 100 ล้านยูโรช่วยเลบานอน หลังผู้พลัดถิ่นทะลุ 8 แสนคน สถานการณ์ในเลบานอนกำลังย่ำแย่หนักจากความขัดแย้งที่รุนแรง ทำให้สหภาพยุโรป (EU) ต้องรีบประกาศความช่วยเหลือฉุกเฉินมูลค่ามหาศาล เพื่อบรรเทาทุกข์ให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบ

EU ทุ่มเงิน 100 ล้านยูโรช่วยเลบานอน หลังผู้พลัดถิ่นทะลุ 8 แสนคน

เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2569 สหภาพยุโรปได้ประกาศมอบความช่วยเหลือทางการเงินจำนวน 100 ล้านยูโรให้กับเลบานอนทันที เพื่อรับมือกับวิกฤตมนุษยธรรมที่เกิดจากการโจมตีอย่างหนักของอิสราเอล สงครามครั้งนี้ซึ่งเชื่อมโยงกับความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่าน ได้สร้างความเสียหายรุนแรง โดยมีผู้เสียชีวิตนับร้อยรายในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา และผู้พลัดถิ่นภายในประเทศพุ่งสูงถึง 800,000 คนแล้ว

เออร์ซูลา วอน แดร์ เลเยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป กล่าวในการแถลงข่าวว่า EU ได้ส่งสิ่งของบรรเทาทุกข์ไปแล้วกว่า 40 ตันเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา และกำลังเตรียมเที่ยวบินขนส่งเพิ่มเติมเพื่อส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมไปยังพื้นที่ประสบภัย โดยเน้นที่อาหาร ยา และที่พักพิงชั่วคราว

ตัวเลขผู้พลัดถิ่นทะลุ 8 แสนคน สถานการณ์เลวร้ายเกินคาด

เจ้าหน้าที่เลบานอนรายงานว่า จำนวนผู้พลัดถิ่นอย่างเป็นทางการอยู่ที่ 800,000 ราย แต่ตัวเลขจริงน่าจะสูงกว่านี้มาก เนื่องจากนับเฉพาะผู้ที่ลงทะเบียนด้วยตนเองเท่านั้น นายอาเดล นัสซาร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมของเลบานอน เปิดเผยว่า “สถานการณ์ยากลำบากมากเพราะทรัพยากรมีจำกัด แต่รัฐบาลกำลังระดมทุกอย่างเพื่อช่วยเหลือประชาชนให้มากที่สุด”

ก่อนหน้านี้ นายทอม เฟลตเชอร์ หัวหน้าฝ่ายมนุษยธรรมของสหประชาชาติ (UN) ได้เตือนว่า เลบานอนและภูมิภาคกำลังเข้าสู่ “ช่วงเวลาแห่งอันตรายที่ร้ายแรง” สำนักงานบริหารความเสี่ยงภัยพิบัติของเลบานอนยืนยันผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 634 ราย นับตั้งแต่อิสราเอลยกระดับการโจมตีเมื่อสัปดาห์ก่อน

ความช่วยเหลือจาก EU ครอบคลุมอะไรบ้าง

EU ทุ่มเงิน 100 ล้านยูโรช่วยเลบานอนนี้ จะถูกใช้ในการสนับสนุนด้านต่างๆ ดังนี้:

  • จัดหาอาหารและน้ำดื่มให้ผู้พลัดถิ่นกว่า 8 แสนคน
  • ส่งยารักษาโรคและอุปกรณ์การแพทย์ฉุกเฉิน
  • สร้างที่พักพิงชั่วคราวและระบบสุขอนามัย
  • สนับสนุนเจ้าหน้าที่กู้ภัยและฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐาน
  • ช่วยเหลือด้านการศึกษาและปกป้องเด็กๆ ที่ได้รับผลกระทบ

นอกจากนี้ EU ยังประสานงานกับองค์กรระหว่างประเทศอย่าง UNHCR และ ICRC เพื่อให้ความช่วยเหลือถึงมือผู้ต้องการอย่างมีประสิทธิภาพ

วิกฤตครั้งนี้ไม่เพียงกระทบเลบานอนเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อความมั่นคงในตะวันออกกลางทั้งภูมิภาค EU มองว่า การทุ่มเงินช่วยเหลือ 100 ล้านยูโรนี้เป็นก้าวแรกในการป้องกันวิกฤตมนุษยธรรมที่อาจลุกลาม โดยหวังว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อหาทางออกทางการเมือง

จากข้อมูลล่าสุด พื้นที่ทางตอนเหนือของเลบานอนได้รับผลกระทบหนักสุด โดยมีครอบครัวนับหมื่นต้องอพยพหนีภัย บ้านเรือนและโรงเรียนถูกทำลายจำนวนมาก ทำให้เด็กๆ ขาดการเรียนรู้และโภชนาการ สถานการณ์แบบนี้เตือนใจเราถึงความสำคัญของการช่วยเหลือระหว่างประเทศ โดยเฉพาะจากหน่วยงานอย่าง EU ที่มีบทบาทสำคัญในการรับมือวิกฤตโลก

ในมุมมองของผู้เขียน EU ทุ่มเงิน 100 ล้านยูโรช่วยเลบานอนครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบของยุโรปต่อมนุษยธรรม แต่ปัญหา根本ยังคงอยู่ที่ความขัดแย้งทางการเมือง ควรมีแนวทางยั่งยืนเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ หากคุณสนใจข่าวต่างประเทศ ลองติดตามเพิ่มเติมเพื่อเข้าใจโลกมากขึ้น และแบ่งปันบทความนี้เพื่อกระจายข้อมูลที่เป็นประโยชน์

ที่มา – EU ทุ่มเงิน 100 ล้านยูโรช่วยเลบานอน หลังผู้พลัดถิ่นทะลุ 8 แสนคน

สงครามตะวันออกกลาง ดับพุ่งเฉียด 2,000 ศพ อิหร่าน-เลบานอนหนักสุด

สงครามตะวันออกกลาง ดับพุ่งเฉียด 2,000 ศพ อิหร่าน-เลบานอนหนักสุด เป็นข่าวร้ายที่สะเทือนใจทั่วโลก เมื่อความขัดแย้งรุนแรงระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่านลุกลามมานานกว่า 2 สัปดาห์ ทำให้มีผู้เสียชีวิตพุ่งสูงเกือบ 2,000 ราย โดยเฉพาะในอิหร่านและเลบานอนที่ได้รับผลกระทบหนักหน่วงที่สุด

สงครามตะวันออกกลาง ดับพุ่งเฉียด 2,000 ศพ อิหร่าน-เลบานอนหนักสุด

ตามรายงานจากสำนักข่าว CNN เมื่อวันที่ 10 มี.ค. 2569 ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้เพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจ นับตั้งแต่สหรัฐฯ และอิสราเอลเริ่มโจมตีอิหร่านเมื่อ 28 ก.พ. 2569 ความสูญเสียครั้งนี้ไม่เพียงกระทบพลเรือนเท่านั้น แต่ยังรวมถึงทหารและเด็กๆ อีกด้วย สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางกำลังลุกลามไปยังหลายประเทศ ทำให้ประชาชนจำนวนมากต้องเผชิญกับความหวาดกลัวและความสูญเสีย

อิหร่าน: ยอดผู้เสียชีวิตสูงสุดกว่า 1,200 ราย

ในอิหร่าน สำนักข่าวนักสิทธิมนุษยชน (HRANA) ซึ่งมีสำนักงานในสหรัฐฯ รายงานว่าพบพลเรือนเสียชีวิตถึง 1,245 ราย รวมเด็ก 194 ราย และบุคลากรทหารอีก 189 นาย การโจมตีที่รุนแรงทำให้ครอบครัวจำนวนมากสูญเสียคนที่รัก เมืองต่างๆ ถูกทำลาย บ้านเรือนพังพินาศ ผู้คนต้องอพยพหนีตาย สถานการณ์นี้สร้างบาดแผลลึกในสังคมอิหร่าน

เลบานอน: การโจมตีรุนแรง ดับ 486 ศพ

ที่เลบานอน กระทรวงสาธารณสุขแถลงว่ามีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 486 ราย จากการโจมตีของอิสราเอลที่ทวีความรุนแรงขึ้น กองทัพอิสราเอลยอมรับว่าทหาร 2 นายเสียชีวิตทางตอนใต้ของเลบานอน เลบานอนซึ่งเคยผ่านสงครามมามากมาย กำลังเผชิญวิกฤตมนุษยธรรมครั้งใหม่ โรงพยาบาลเต็มไปด้วยผู้บาดเจ็บ และประชาชนขาดแคลนอาหาร ยา และน้ำดื่ม

นอกจากนี้ ในอิรัก กองกำลังระดมประชาชน (PMF) ที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน เสียชีวิต 18 ราย รัฐบาลเคอร์ดิสถานยืนยันนักรบชาวเคิร์ดอิหร่าน 3 ราย และเจ้าหน้าที่ KRG 1 รายเสียชีวิต

ที่อิสราเอล หน่วย MDA รายงานผู้เสียชีวิต 12 รายจากการโจมตีของอิหร่าน โดย 9 รายจากขีปนาวุธที่พุ่งใส่อาคารในเบตเชเมช

  • คูเวต: เสียชีวิต 12 ราย รวมทหารสหรัฐฯ 6 นาย
  • UAE: 6 ราย จากหลากหลายสัญชาติ
  • ซาอุดีอาระเบีย: 2 รายพลเรือน + ทหารสหรัฐฯ 1 นาย
  • บาห์เรน: 1 รายจากเศษขีปนาวุธ + หญิงบาห์เรน 1 ราย
  • โอมาน: ชาวอินเดีย 1 รายจากโดรนโจมตีเรือ

สงครามตะวันออกกลางครั้งนี้ไม่เพียงสร้างความสูญเสียทางชีวิต แต่ยังกระทบเศรษฐกิจ พลังงาน และความมั่นคงโลก น้ำมันราคาพุ่งสูง ส่งผลให้ราคาน้ำมันในไทยแพงขึ้นด้วย สถานการณ์นี้อาจลุกลามหากไม่มีการเจรจาสันติภาพ

เราควรติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด และสนับสนุนความพยายามในการยุติความรุนแรง หากคุณสนใจข่าวต่างประเทศ ลองคลิกที่นี่ เพื่ออ่านเพิ่มเติม สันติภาพคือคำตอบเดียวที่ยั่งยืน

ที่มา – สงครามตะวันออกกลาง ดับพุ่งเฉียด 2,000 ศพ อิหร่าน-เลบานอนหนักสุด

“ฮิวแมนไรต์วอตช์” กล่าวหาอิสราเอลใช้ “ฟอสฟอรัสขาว” โจมตีเลบานอน

“ฮิวแมนไรต์วอตช์” กล่าวหาอิสราเอลใช้ “ฟอสฟอรัสขาว” โจมตีพื้นที่พลเรือนในเลบานอน เป็นประเด็นร้อนที่โลกกำลังจับตามอง หลังจากองค์กรสิทธิมนุษยชนชื่อดัง Human Rights Watch (HRW) ออกแถลงการณ์เมื่อไม่นานมานี้ ระบุว่ากองทัพอิสราเอลได้ใช้ระเบิดฟอสฟอรัสขาวยิงจากปืนใหญ่ลงในเขตที่อยู่อาศัยของเมืองยูห์มอร์ (Yehmor) ทางตอนใต้ของเลบานอน เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2569 ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายสากล

“ฮิวแมนไรต์วอตช์” กล่าวหาอิสราเอลใช้ “ฟอสฟอรัสขาว” โจมตีเลบานอน

HRW ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ได้ทำการตรวจสอบอย่างละเอียด โดยวิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียมและภาพวิดีโอจำนวน 7 ภาพ พบว่ากระสุนฟอสฟอรัสขาวถูกยิงให้ระเบิดกลางอากาศเหนือย่านที่พักอาศัย นอกจากนี้ ยังมีภาพเจ้าหน้าที่ป้องกันภัยพลเรือนเลบานอนกำลังดับไฟที่ลุกไหม้บ้านเรือนอย่างน้อย 2 หลัง และรถยนต์อีก 1 คันในบริเวณนั้น การกระทำดังกล่าวก่อให้เกิดความเสียหายรุนแรงต่อพลเรือนและสิ่งแวดล้อม

อันตรายร้ายแรงจากฟอสฟอรัสขาวที่ “ฮิวแมนไรต์วอตช์” กล่าวหา

ฟอสฟอรัสขาวเป็นสารเคมีที่ติดไฟทันทีเมื่อสัมผัสอากาศ แม้จะถูกใช้ในทางทหารเพื่อสร้างม่านควันหรือสัญญาณไฟ แต่การนำมาใช้โจมตีจะผิดกฎหมายระหว่างประเทศ ตามอนุสัญญาเจนีวาและโปรโตคอลที่เกี่ยวข้อง HRW ชี้ว่าการใช้ในพื้นที่หนาแน่นอย่างนี้เสี่ยงต่อพลเรือนสูง

  • ก่อให้เกิดไฟไหม้รุนแรงที่ดับยาก แม้ใช้น้ำก็ตาม
  • สร้างบาดแผลลวก度 3 ที่ลึกถึงกระดูกและเนื้อเยื่อ
  • สูดดมแล้วทำลายปอดและระบบทางเดินหายใจ
  • นำไปสู่ภาวะอวัยวะล้มเหลวและเสียชีวิต
  • ปนเปื้อนสิ่งแวดล้อม สร้างมลพิษระยะยาว

แม้จะมีข้อตกลงหยุดยิงในปี 2567 แต่ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มเฮซบอลลาห์ยังคงรุนแรง อิสราเอลเปิดปฏิบัติการโจมตีทางอากาศและภาคพื้นดิน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 394 ราย และพลัดถิ่นกว่า 500,000 คน ตามข้อมูลทางการเลบานอน

นายรามซี เคสส์ (Ramzi Kaiss) นักวิจัยประจำเลบานอนของ HRW กล่าวว่า “การที่กองทัพอิสราเอลใช้ฟอสฟอรัสขาวเหนือพื้นที่อยู่อาศัยอย่างผิดกฎหมายนั้นเป็นเรื่องที่น่ากังวลอย่างยิ่ง และจะส่งผลกระทบเลวร้ายต่อพลเรือน” เขาเรียกร้องให้อิสราเอลหยุดใช้ทันที และให้ประเทศผู้ส่งออกอาวุธระงับการสนับสนุน

นอกจากนี้ เมื่อเดือนที่แล้ว เลบานอนยังกล่าวหาอิสราเอลฉีดพ่นสารกำจัดวัชพืชไกลโฟเซต (glyphosate) ข้ามชายแดน ซึ่งประธานาธิบดีโจเซฟ อาอูน (Joseph Aoun) ประณามว่าเป็นอาชญากรรมต่อสิ่งแวดล้อม สถานการณ์ชายแดนยังตึงเครียดต่อเนื่อง

ประเด็นนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่ HRW วิจารณ์อิสราเอลเรื่องการใช้อาวุธที่อาจผิดกฎหมาย ในอดีตเคยมีรายงานคล้ายกันในกาซาและพื้นที่อื่นๆ ซึ่งนำไปสู่การถกเถียงในเวทีสหประชาชาติ การใช้ฟอสฟอรัสขาวในสงครามสมัยใหม่ถูกห้ามในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะใกล้พลเรือน เพื่อปกป้องสิทธิพื้นฐาน

จากข้อมูลล่าสุด ความขัดแย้งนี้เริ่มต้นจากปฏิบัติการของเฮซบอลลาห์สนับสนุนฮามาสตั้งแต่ตุลาคม 2566 ส่งผลให้ทั้งสองฝ่ายสูญเสียหนัก อิสราเอลอ้างว่าจำเป็นต้องป้องกันตัว แต่ HRW ยืนยันว่าต้องเคารพกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ

ข้อคิดเห็น: การละเมิดสิทธิมนุษยชนในสงครามไม่ว่าจะฝ่ายใดก็ยอมรับไม่ได้ โลกควรเร่งหาทางอ่อนนุ่มเพื่อยุติวงจรความรุนแรงและปกป้องผู้บริสุทธิ์ คุณคิดอย่างไรกับประเด็น “ฮิวแมนไรต์วอตช์” กล่าวหาอิสราเอลใช้ “ฟอสฟอรัสขาว” โจมตีเลบานอน? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และแชร์บทความนี้เพื่อสร้างความตระหนัก

ที่มา – “ฮิวแมนไรต์วอตช์” กล่าวหาอิสราเอลใช้ “ฟอสฟอรัสขาว” โจมตีพื้นที่พลเรือนในเลบานอน

อิสราเอลถล่มเบรุต ดับ 5 ผบ.คุดส์ ฟอร์ซ เลบานอนดับเฉียด 400 ศพ

อิสราเอลถล่มเบรุต ดับ 5 ผบ.คุดส์ ฟอร์ซ เลบานอนดับเฉียด 400 ศพ เหตุการณ์รุนแรงครั้งนี้สร้างความตึงเครียดในตะวันออกกลางยิ่งขึ้น เมื่อกองทัพอิสราเอลเปิดปฏิบัติการทางอากาศโจมตีกรุงเบรุต เมืองหลวงของเลบานอน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้นำระดับสูงของกองกำลังคุดส์ฟอร์ซจากอิหร่าน

อิสราเอลถล่มเบรุต ดับ 5 ผบ.คุดส์ ฟอร์ซ เลบานอนดับเฉียด 400 ศพ

เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2569 กองทัพอิสราเอล (IDF) ประกาศว่าปฏิบัติการโจมตีทางอากาศในกรุงเบรุตประสบความสำเร็จ โดยสามารถกำจัดผู้บัญชาการระดับสูง 5 นายจากกองกำลังคุดส์ (Quds Force) ซึ่งสังกัดกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) ได้ทั้งหมด ผู้บัญชาการเหล่านี้มาจากหน่วยเลบานอนคอร์ปส์และปาเลสไตน์คอร์ปส์ โดยกำลังประชุมกันที่โรงแรมแห่งหนึ่งในใจกลางเมือง

ตามข้อมูลจาก IDF หน่วยเลบานอนของคุดส์ฟอร์ซมีบทบาทสำคัญในการประสานงานระหว่างกลุ่มฮิซบอลเลาะห์กับอิหร่าน ทำให้เป็นเป้าหมายหลักในการโจมตีครั้งนี้ การโจมตีเกิดขึ้นช่วงรุ่งสาง พุ่งเป้าไปยังห้องพักในโรงแรม สร้างความเสียหายรุนแรง

ยอดผู้เสียชีวิตพุ่งสูงในเลบานอน

ทางการเลบานอนรายงานว่าจากการโจมตีครั้งนี้ มีผู้เสียชีวิตทันที 4 ราย และบาดเจ็บ 10 ราย แต่ตัวเลขสะสมจากการโจมตีของอิสราเอลตั้งแต่เริ่มปฏิบัติการเมื่อ 28 กุมภาพันธ์ 2569 พุ่งสูงถึง 394 ศพแล้ว โดยนายราคาน นัสเซเรดดีน รัฐมนตรีสาธารณสุขเลบานอน เปิดเผยในแถลงข่าววันอาทิตย์ว่า ในจำนวนนี้มีเด็ก 83 ราย ผู้หญิง 42 ราย และเจ้าหน้าที่กู้ภัยเสียชีวิต 9 ราย ตัวเลขเพิ่มจากวันก่อนหน้าที่ 294 ศพ แสดงถึงความรุนแรงที่ทวีคูณ

  • ผู้เสียชีวิตสะสม: 394 ศพ
  • เด็กเสียชีวิต: 83 ราย
  • ผู้หญิงเสียชีวิต: 42 ราย
  • เจ้าหน้าที่กู้ภัย: 9 ราย

เหตุการณ์ อิสราเอลถล่มเบรุต ดับ 5 ผบ.คุดส์ ฟอร์ซ เลบานอนดับเฉียด 400 ศพ นี้เกิดขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งที่รุนแรงระหว่างอิสราเอล อิหร่าน และพันธมิตร โดยสหรัฐฯ มีส่วนสนับสนุนอิสราเอลในการตอบโต้ การโจมตีไม่เพียงกระทบผู้นำทหาร แต่ยังสร้างผลกระทบต่อพลเรือนจำนวนมาก สร้างความโกลาหลในเลบานอนที่กำลังฟื้นตัวจากวิกฤตเศรษฐกิจ

นอกจากนี้ ยังมีรายงานการโจมตีอื่นๆ ในพื้นที่ใกล้เคียง ทำให้เกิดความหวาดกลัวในหมู่ประชาชน กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ออกแถลงการณ์ประณามการโจมตี และสัญญาจะตอบโต้อย่างเด็ดขาด ขณะที่อิหร่านเรียกร้องให้ชาติอาหรับรวมตัวกันต่อต้านอิสราเอล

สถานการณ์ในตะวันออกกลางกำลังตึงเครียดสุดขีด การโจมตีครั้งนี้ อิสราเอลถล่มเบรุต ดับ 5 ผบ.คุดส์ ฟอร์ซ อาจเป็นจุดเริ่มต้นของสงครามใหญ่ หากไม่มีการเจรจาทางการทูต ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าอาจลุกลามไปยังประเทศอื่นๆ

สำหรับพลเรือนในเลบานอน การสูญเสียครั้งนี้เป็นโศกนาฏกรรมที่ไม่อาจยอมรับได้ รัฐบาลเลบานอนเรียกร้องให้นานาชาติเข้าแทรกแสร้ง ส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมโดยด่วน

ติดตามพัฒนาการข่าวต่างประเทศได้ที่ ไทยรัฐ ข่าวต่างประเทศ เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ สถานการณ์แบบนี้ชี้ให้เห็นว่าความขัดแย้งในภูมิภาคยังห่างไกลจากสันติภาพ คุณคิดว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร ลองแสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง

ที่มา – อิสราเอลถล่มเบรุต ดับ 5 ผบ.คุดส์ ฟอร์ซ เลบานอนดับเฉียด 400 ศพ

ผู้นำอิสราเอลลั่นโจมตีอิหร่านสุดกำลัง ใกล้ครองน่านฟ้า

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อกข่าวต่างประเทศ! วันนี้มีเรื่องร้อนที่ใครๆ ก็กำลังจับตามอง นั่นคือ ผู้นำอิสราเอลลั่น จะโจมตีอิหร่านสุดกำลังต่อไป โวใกล้ครองน่านฟ้าได้แล้ว คำประกาศกร้าวจากนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ที่ทำให้สถานการณ์ตะวันออกกลางยิ่งตึงเครียดเข้าไปใหญ่ มาดูกันครับว่ามันเกิดอะไรขึ้น และจะส่งผลกระทบยังไงบ้าง

ผู้นำอิสราเอลลั่น จะโจมตีอิหร่านสุดกำลังต่อไป โวใกล้ครองน่านฟ้าได้แล้ว

เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2569 หรือตรงกับปีนี้พอดี เนทันยาฮูได้ออกแถลงการณ์ที่บันทึกไว้ล่วงหน้า ประกาศชัดเจนว่าอิสราเอลจะไม่หยุดยั้ง จะโจมตีอิหร่านด้วย “สรรพกำลังทั้งหมดที่เรามี” เขายังโวด้วยว่ากองทัพอิสราเอลร่วมกับสหรัฐฯ ใกล้จะยึดครองน่านฟ้าของอิหร่านได้ทั้งหมดแล้ว สุดยอดไปเลยใช่ไหมครับ? นี่ไม่ใช่แค่คำขู่ธรรมดา แต่ตามด้วยการโจมตีกรุงเตหะรานระลอกใหม่ทันทีหลังแถลง!

เนื้อหาในแถลงการณ์ของเนทันยาฮูมีอะไรบ้าง?

ในคลิปแถลง เนทันยาฮูบอกว่าพวกเขาควบคุม “น่านฟ้าอิหร่านได้เกือบทั้งหมด” และยังมี “เป้าหมายและเซอร์ไพรส์อีกมากมาย” รออยู่ เขายังสัญญาว่าจะสั่นคลอนระบอบการปกครองอิหร่าน จนเกิดการเปลี่ยนแปลงใหญ่โต นอกจากนี้ยังส่งคำขู่ตรงๆ ไปยังกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) หน่วยรบชั้นนำของอิหร่านว่า “เรากำลังเล็งพวกคุณอยู่” โหดมาก!

  • เป้าหมายหลัก: สร้างเงื่อนไขให้ชาวอิหร่านลุกขึ้นกำหนดชะตากรรมตัวเอง
  • คำกระตุ้น: เรียกร้องให้ประชาชนอิหร่านฮือฮาจัดการทรราช
  • วิสัยทัศน์: ปลดปล่อยอิหร่านเพื่ออยู่ร่วมกันอย่างสงบ แต่สุดท้ายขึ้นกับพวกเขาเอง

ไม่ใช่แค่อิหร่านนะครับ เนทันยาฮูยังพูดถึงกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอนที่อิสราเอลโจมตีหนักขึ้นเรื่อยๆ เขาเรียกร้องให้รัฐบาลเลบานอนทำตามข้อตกลงหยุดยิงเดือนพฤศจิกายน 2567 โดยปลดอาวุธฮิซบอลเลาะห์ มิฉะนั้นจะมีผลกระทบเลวร้ายแน่นอน “ถึงเวลากำหนดโชคชะตาด้วยมือตัวเอง” คำพูดนี้ฟังดูจริงจังมาก

สถานการณ์หลังประกาศ: อิสราเอล-อิหร่านจะไปทางไหน?

หลังจาก ผู้นำอิสราเอลลั่น จะโจมตีอิหร่านสุดกำลังต่อไป โวใกล้ครองน่านฟ้าได้แล้ว สถานการณ์ยิ่งเดือด อิสราเอลเพิ่งทิ้งระเบิดเตหะรานใหม่ๆ ทำให้ IRGC ต้องตอบโต้ สหรัฐฯ ที่ร่วมมือกันนี้ ทำให้สมดุลกำลังในภูมิภาคเปลี่ยนไปเยอะ เราเห็นได้จากปฏิบัติการร่วมที่เน้นยึดน่านฟ้าและฐานทัพสำคัญ ถ้าอิหร่านตอบโต้หนัก อาจลามไปชาติอื่นๆ อย่างเลบานอนหรือซาอุฯ ได้

มาดูประเด็นสำคัญกันแบบเป็นกันเองหน่อยนะครับ สงครามนี้อาจไม่ใช่แค่สองฝ่าย แต่เกี่ยวข้อง proxy wars มากมาย ฮิซบอลเลาะห์ ฮามาส หรือกลุ่มอื่นๆ ในตะวันออกกลาง ตอนนี้โลกกำลังจับตาว่าประธานาธิบดีทรัมป์ (สมมติจากบริบท) จะหนุนอิสราเอลแค่ไหน เพราะนโยบายแข็งกร้าวของเขาเคยทำให้อิหร่านเจ็บหนักมาแล้ว

จากมุมมองผม สถานการณ์นี้เสี่ยงมากครับ อิสราเอลได้เปรียบทางเทคโนโลยีและพันธมิตร แต่ประชาชนอิหร่านอาจลุกฮือจริงถ้าการกดขี่หนักขึ้น อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนระบอบด้วยสงครามอาจนำมาซึ่งความวุ่นวายยาวนาน เหมือนที่เคยเกิดในอิรักหรือลิเบีย

เพื่อให้เข้าใจชัดขึ้น ลองดู timeline สั้นๆ:

  • พฤศจิกายน 2567: ข้อตกลงหยุดยิงเลบานอน
  • ต้น 2569: อิสราเอลโจมตี IRGC เพิ่ม
  • 7 มี.ค. 2569: แถลงการณ์เนทันยาฮู + โจมตีเตหะราน

สุดท้ายแล้ว เพื่อนๆ คิดยังไงกับเรื่องนี้? อิสราเอลจะสำเร็จไหม หรืออิหร่านจะพลิกเกม? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างเลยครับ และอย่าลืมกดติดตามบล็อกเพื่ออัพเดทข่าวต่างประเทศล่าสุด แบบเรียลไทม์! สถานการณ์เปลี่ยนแปลงเร็วมาก อย่าพลาดนะ

ที่มา – ผู้นำอิสราเอลลั่น จะโจมตีอิหร่านสุดกำลังต่อไป โวใกล้ครองน่านฟ้าได้แล้ว

อิสราเอลโจมตีเลบานอนทั้งวัน อ้างถล่มฮิซบอลเลาะห์ ดับพุ่ง 52 ศพ

อิสราเอลโจมตีเลบานอนทั้งวัน อ้างถล่มฮิซบอลเลาะห์ ดับพุ่ง 52 ศพ เหตุการณ์รุนแรงล่าสุดในตะวันออกกลางที่กำลังเป็นที่จับตามองของโลก กรุงเบรุตถูกโจมตีทางอากาศหลายระลอก ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตพุ่งสูงและบาดเจ็บจำนวนมาก

อิสราเอลโจมตีเลบานอนทั้งวัน อ้างถล่มฮิซบอลเลาะห์ ดับพุ่ง 52 ศพ

เมื่อวันจันทร์ที่ 2 มีนาคม 2569 เกิดเหตุการณ์อิสราเอลโจมตีทางอากาศเข้าใส่เลบานอนอย่างหนักหน่วง โดยเฉพาะในกรุงเบรุต เมืองหลวงของเลบานอน ตลอดทั้งวัน การโจมตีนี้มุ่งเป้าไปที่ฐานที่มั่นและสถานที่ซึ่งเชื่อว่าเป็นที่ตั้งของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ กลุ่มติดอาวุธชาวชีอะห์ที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน รวมถึงอาจมีบุคคลระดับสูงของกลุ่มอิสลามิก ญิฮาด ซึ่งเป็นพันธมิตรสำคัญ

สาเหตุหลักมาจากการที่กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ยิงจรวดชุดเล็กเข้าไปในพื้นที่ทางตอนเหนือของอิสราเอลก่อนหน้านี้ ทำให้อิสราเอลตัดสินใจตอบโต้ด้วยปฏิบัติการทางทหารที่กว้างขวางกว่ามาก โดยโจมตีทั้งในเลบานอนตอนใต้และชานเมืองทางตอนใต้ของกรุงเบรุต ซึ่งเป็นพื้นที่ฐานที่มั่นของฮิซบอลเลาะห์มานานหลายสิบปี

ผลกระทบจากการโจมตีของอิสราเอล

เจ้าหน้าที่อิสราเอลยืนยันว่าการโจมตีเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อป้องกันตัวเองและหยุดยั้งภัยคุกคามจากกลุ่มก่อการร้าย ด้านเลบานอนรายงานตัวเลขผู้เสียชีวิตที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จากเดิม 31 ศพ พุ่งเป็น 52 ศพ และมีผู้บาดเจ็บถึง 154 ราย ตามประกาศของหน่วยจัดการภัยพิบัติแห่งชาติ

  • ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นพลเรือนในชานเมืองเบรุต
  • โครงสร้างพื้นฐานหลายแห่งถูกทำลาย รวมถึงอาคารที่พักอาศัย
  • มีรายงานการช่วยเหลือทางการแพทย์ที่ล้นมือ
  • กลุ่มฮิซบอลเลาะห์สัญญาจะตอบโต้อย่างรุนแรง

เหตุการณ์นี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและฮิซบอลเลาะห์ปะทุขึ้น ในอดีตทั้งสองฝ่ายเคยปะทะกันหนักหน่วงในสงครามเลบานอนปี 2006 ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตนับพัน สถานการณ์ปัจจุบันอาจนำไปสู่การลุกลามที่กว้างขึ้น โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาถึงบทบาทของอิหร่านที่สนับสนุนฮิซบอลเลาะห์อย่างต่อเนื่อง

บริบทประวัติศาสตร์และสถานการณ์ล่าสุด

อิสราเอลโจมตีเลบานอนทั้งวัน อ้างถล่มฮิซบอลเลาะห์ ดับพุ่ง 52 ศพ นี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดในภูมิภาคที่เพิ่มสูงขึ้นตั้งแต่เหตุการณ์ฮามาสบุกอิสราเอลเมื่อตุลาคม 2566 ฮิซบอลเลาะห์ได้เข้าร่วมสนับสนุนพันธมิตรปาเลสไตน์ โดยยิงจรวดข้ามพรมแดนเป็นระยะๆ ทำให้อิสราเอลต้องตอบโต้เพื่อรักษาความมั่นคง

นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าอิสราเอลใช้เครื่องบินรบ F-35 และขีปนาวุธนำวิถีที่แม่นยำ เพื่อลดผลกระทบต่อพลเรือน แต่ภาพถ่ายดาวเทียมและวิดีโอจากพื้นดินแสดงให้เห็นความเสียหายอย่างกว้างขวาง สหประชาชาติและสหภาพยุโรปเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายยับยั้งชั่งใจ เพื่อหลีกเลี่ยงสงครามเต็มรูปแบบ

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ สถานการณ์นี้อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจเลบานอนที่กำลังย่ำแย่อยู่แล้ว รวมถึงราคาน้ำมันโลกที่อาจผันผวนหากความขัดแย้งลุกลาม

สำหรับชาวไทยที่สนใจข่าวต่างประเทศ สถานการณ์นี้เตือนใจถึงความเปราะบางของสันติภาพในตะวันออกกลาง ติดตามข่าวสารล่าสุดและวิเคราะห์เพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของเรา เพื่อไม่พลาดทุกพัฒนาการ

ที่มา – อิสราเอลโจมตีเลบานอนทั้งวัน อ้างถล่มฮิซบอลเลาะห์ ดับพุ่ง 52 ศพ

อิสราเอลทิ้งบอมบ์เลบานอนดับ 4 ศพ อ้างโจมตี ผบ.ฮิซบอลเลาะห์

อิสราเอลทิ้งบอมบ์เลบานอนดับ 4 ศพ อ้างโจมตี ผบ.ฮิซบอลเลาะห์ เป็นเหตุการณ์ที่สร้างความตึงเครียดในตะวันออกกลางอีกครั้ง แม้จะมีข้อตกลงหยุดยิงไปแล้วก็ตาม การโจมตีทางอากาศครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันจันทร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2568 โดยอิสราเอลอ้างว่ามุ่งเป้าไปที่ผู้บัญชาการสำคัญของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ แต่กลับมีพลเรือนเสียชีวิต สร้างความโกรธแค้นให้กับฝั่งเลบานอน

อิสราเอลทิ้งบอมบ์เลบานอนดับ 4 ศพ อ้างโจมตี ผบ.ฮิซบอลเลาะห์

เหตุการณ์อิสราเอลทิ้งบอมบ์เลบานอนดับ 4 ศพ อ้างโจมตี ผบ.ฮิซบอลเลาะห์ เริ่มต้นจากการโจมตีทางอากาศที่หมู่บ้านยานูห์ (Yanuh) ทางตอนใต้ของเลบานอน กระทรวงสาธารณสุขเลบานอนยืนยันว่ามีผู้เสียชีวิต 3 รายในจุดนี้ โดยหนึ่งในนั้นคือเจ้าหน้าที่ความมั่นคงเลบานอนและลูกชายวัย 3 ขวบที่กำลังเดินผ่านบริเวณนั้นพอดี ขณะที่อิสราเอลระบุว่าเป้าหมายหลักคือ นายอาห์มัด อาลี ซาลาเมห์ หัวหน้าฝ่ายปืนใหญ่ของฮิซบอลเลาะห์ ซึ่งกำลังฟื้นฟูขีดความสามารถทางทหารของกลุ่ม

รายละเอียดการโจมตีที่หมู่บ้านยานูห์

สำนักข่าวแห่งชาติเลบานอน (NNA) รายงานว่าการทิ้งระเบิดทำให้เกิดความเสียหายหนักในพื้นที่ชาวบ้านอาศัย อิสราเอลยอมรับว่ากำลังตรวจสอบรายงานเรื่องพลเรือนเสียชีวิต แต่ยืนยันว่าการกระทำนี้จำเป็นเพื่อความมั่นคง นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่การโจมตีของอิสราเอลส่งผลกระทบต่อคนบริสุทธิ์ นับตั้งแต่ข้อตกลงหยุดยิงในเดือนพฤศจิกายน 2567 ซึ่งยุติการปะทะรอบก่อนหน้านานกว่า 1 ปี อิสราเอลยังคงดำเนินการโจมตีบ่อยครั้ง

ต่อมาในวันเดียวกัน อิสราเอลโจมตีอีกจุดที่หมู่บ้านไอตา อัล-ชาบ (Aita al-Shaab) ใกล้ชายแดน ทำให้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 1 ราย ซึ่งอิสราเอลอ้างว่าเป็นสมาชิกฮิซบอลเลาะห์ที่กำลังสอดแนมและฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานของกลุ่มก่อการร้าย ส่งผลให้ยอดผู้เสียชีวิตทั้งหมดจากเหตุการณ์นี้อยู่ที่ 4 ศพ

ปฏิกิริยาจากฝั่งฮิซบอลเลาะห์และเลบานอน

กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ออกแถลงการณ์ประณามอิสราเอลอย่างรุนแรง เรียกร้องให้รัฐบาลเลบานอนแสดงจุดยืนชัดเจน ดำเนินการทางการเมือง การทูต และกฎหมายเพื่อปกป้องพลเมือง นอกจากนี้ ยังกล่าวหาอิสราเอลว่าลักพาตัวพลเมืองเลบานอนกว่า 20 คนตั้งแต่เริ่มความขัดแย้ง โดย 10 คนเกิดขึ้นหลังหยุดยิง

  • ผู้เสียชีวิต 4 รายจาก 2 จุดโจมตี
  • เป้าหมายหลัก: ผู้บัญชาการฮิซบอลเลาะห์
  • ผลกระทบ: พลเรือนและเจ้าหน้าที่เลบานอนเสียชีวิต
  • พื้นหลัง: หลังหยุดยิงพฤศจิกายน 2567

สถานการณ์นี้สะท้อนถึงความเปราะบางของข้อตกลงหยุดยิง ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและฮิซบอลเลาะห์ยังคงคุกรุ่น โดยมีปัจจัยจากอิหร่านและกลุ่มพันธมิตรในภูมิภาค การโจมตีครั้งนี้อาจนำไปสู่การตอบโต้ที่รุนแรงขึ้น ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพตะวันออกกลางทั้งหมด

จากประสบการณ์ในอดีต เหตุการณ์เช่นนี้มักนำไปสู่การยกระดับความตึงเครียด ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่าอิสราเอลมุ่งป้องกันไม่ให้ฮิซบอลเลาะห์ฟื้นตัว แต่การสูญเสียพลเรือนอาจทำให้เลบานอนและนานาชาติวิพากษ์วิจารณ์มากขึ้น ในขณะที่ฮิซบอลเลาะห์ใช้โอกาสนี้เสริมสร้างภาพลักษณ์ต่อต้านอิสราเอล

นอกจากนี้ บริบทกว้างขึ้นคือสงครามกาซาที่ยังดำเนินอยู่ ซึ่งเชื่อมโยงกับฮิซบอลเลาะห์ผ่านแนวร่วม “แนวต้าน” อิสราเอลจึงเพิ่มมาตรการป้องกันชายแดนเหนือ เพื่อไม่ให้เกิดภัยคุกคามจากเลบานอน

สำหรับชาวเลบานอนที่กำลังฟื้นตัวจากวิกฤตเศรษฐกิจและการเมือง เหตุการณ์นี้ยิ่งซ้ำเติมความทุกข์ยาก หมู่บ้านชายแดนต้องเผชิญกับความกลัวและความเสียหายซ้ำซาก

เพื่อติดตามสถานการณ์ล่าสุด แนะนำให้ติดตามข่าวต่างประเทศ อย่างใกล้ชิด เพราะเหตุการณ์นี้อาจเปลี่ยนแปลงทิศทางความสัมพันธ์ในภูมิภาคได้ทุกเมื่อ ความเห็นส่วนตัวคือ จำเป็นต้องมีกลไกนานาชาติที่เข้มแข็งกว่านี้เพื่อบังคับใช้หยุดยิงอย่างแท้จริง มิเช่นนั้น ความสูญเสียจะเกิดขึ้นไม่รู้จบ

ที่มา – อิสราเอลทิ้งบอมบ์เลบานอนดับ 4 ศพ อ้างโจมตี ผบ.ฮิซบอลเลาะห์

Scroll to top