เลบานอน

เลบานอนเผย เตรียมเจรจากับอิสราเอลที่สหรัฐฯ อังคารนี้

เลบานอนเผย เตรียมเจรจากับอิสราเอลที่สหรัฐฯ อังคารนี้ เพื่อหาทางออกหยุดยิงในสงครามที่กำลังรุนแรงกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงตึงเครียด ขณะที่ทั้งสองฝ่ายเตรียมเข้าประชุมที่กรุงวอชิงตัน

เลบานอนเผย เตรียมเจรจากับอิสราเอลที่สหรัฐฯ อังคารนี้

รัฐบาลเลบานอนประกาศอย่างเป็นทางการว่า จะเข้าร่วมการเจรจาระหว่างเลบานอนกับอิสราเอลที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกาในวันอังคารนี้ โดยมีประธานาธิบดีโจเซฟ อูน เป็นผู้แถลง ซึ่งการประชุมครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่การหยุดยิงท่ามกลางความขัดแย้งที่ยืดเยื้อ อิสราเอลยืนยันชัดเจนว่าจะเจรจากับรัฐบาลเลบานอนเท่านั้น ไม่ยอมนั่งโต๊ะกับฮิซบอลเลาะห์ที่ถูกมองว่าเป็นกลุ่มก่อการร้าย

ประเด็นสำคัญในการเจรจาครั้งนี้

การหารือเลบานอนเผย เตรียมเจรจากับอิสราเอลที่สหรัฐฯ อังคารนี้ จะครอบคลุมหัวข้อสำคัญหลายประการ เพื่อลดความรุนแรงที่เกิดขึ้น โดยมีรายละเอียดดังนี้

  • การประกาศหยุดยิงทันที เพื่อหยุดการโจมตีทั้งทางอากาศและภาคพื้นดิน
  • กำหนดกรอบเวลาการเจรจาระหว่างสองประเทศ ให้เริ่มต้นอย่างเป็นทางการ
  • ดำเนินการภายใต้การสนับสนุนของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นตัวกลางสำคัญ

ก่อนหน้านี้ มีการโทรศัพท์หารือเบื้องต้นระหว่างเอกอัครราชทูตเลบานอนและอิสราเอลประจำสหรัฐฯ รวมถึงเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำเลบานอน รัฐบาลเบรุตย้ำว่าต้องการหยุดยิงก่อนจึงจะเจรจาต่อได้ ประธานาธิบดีอูนแสดงความพร้อมสำหรับการเจรจาโดยตรงหลายรอบ นับตั้งแต่ฮิซบอลเลาะห์ยิงจรวดใส่อิสราเอลเมื่อ 2 มีนาคม เพื่อสนับสนุนอิหร่าน ส่งผลให้อิสราเอลตอบโต้ด้วยปฏิบัติการใหญ่

เยเคียล ไลเตอร์ เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำสหรัฐฯ กล่าวว่า อิสราเอลยินดีเจรจากับรัฐบาลเลบานอนเพื่อสันติภาพ แต่ปฏิเสธอย่างสิ้นเชิงที่จะคุยกับฮิซบอลเลาะห์ที่ยังคงโจมตีต่อเนื่องและเป็นอุปสรรคหลัก ทางด้านนาอิม กอเซม ผู้นำฮิซบอลเลาะห์ วิจารณ์รัฐบาลเลบานอนว่าอ่อนข้อเกินไป และยืนยันจะต่อต้านจนสุดชีวิต โดยเรียกร้องให้อิสราเอลถอนกำลังจากเลบานอน

สถานการณ์รุนแรงในพื้นที่ล่าสุด

ความสูญเสียในเลบานอนพุ่งสูง โดยทางการรายงานผู้เสียชีวิตกว่า 1,950 รายจากการสู้รบหลายสัปดาห์ โดยเฉพาะการโจมตีครั้งใหญ่ของอิสราเอลเมื่อวันพุธที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 357 ราย ขณะที่กองทัพอิสราเอลอ้างว่าสังหารนักรบฮิซบอลเลาะห์กว่า 180 รายในวันเดียว ทำลายฐานที่มั่นกว่า 4,300 แห่ง และรวมแล้วกว่า 1,400 รายตั้งแต่สงครามปะทุ

แหล่งข่าวการทูตตะวันตกเผยว่าสหรัฐฯ กดดันอิสราเอลอย่างหนักให้เข้าสู่การเจรจา และป้องกันไม่ให้โจมตีกรุงเบรุตอีกหลังเหตุ “วันพุธมืด” (Black Wednesday) โดยสนามบินนานาชาติและโรงพยาบาลสำคัญได้รับการรับประกันว่าจะไม่ถูกโจมตี สถานการณ์นี้สะท้อนถึงความพยายามของนานาชาติในการคลี่คลายวิกฤต

背景ของความขัดแย้งนี้ย้อนไปถึงการสนับสนุนของฮิซบอลเลาะห์ต่อปาเลสไตน์และอิหร่าน ทำให้อิสราเอลมองว่าเป็นภัยคุกคามหลัก การเจรจาครั้งนี้จึงเป็นความหวังสำคัญในการลดความตึงเครียด หากสำเร็จอาจนำไปสู่ข้อตกลงสันติภาพระยะยาว

ในมุมมองของผู้เขียน การเจรจาเลบานอนเผย เตรียมเจรจากับอิสราเอลที่สหรัฐฯ อังคารนี้ เป็นก้าวแรกที่สำคัญ แต่ต้องอาศัยความมุ่งมั่นจากทุกฝ่าย โดยเฉพาะการตัดขาดอิทธิพลของกลุ่มติดอาวุธ หากคุณสนใจติดตามพัฒนาการข่าวต่างประเทศ ลองคลิกอ่านเพิ่มเติมที่นี่ เพื่อไม่พลาดข้อมูลล่าสุด

ที่มา – เลบานอนเผย เตรียมเจรจากับอิสราเอลที่สหรัฐฯ อังคารนี้

เปิด 5 ปมร้อน เจรจาสหรัฐฯ–อิหร่าน ที่อิสลามาบัด ปากีสถาน

การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่กำลังจะเริ่มขึ้นในกรุงอิสลามาบัด เมืองหลวงของปากีสถาน ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญสำหรับสถานการณ์ตะวันออกกลางที่ตึงเครียดมานาน เปิด 5 ปมร้อน เจรจาสหรัฐฯ–อิหร่าน ที่อิสลามาบัด ปากีสถาน จะช่วยให้เราเข้าใจอุปสรรคที่อาจทำให้ข้อตกลงล้มเหลวได้ วันที่ 10 เมษายน 2569 คณะผู้แทนสหรัฐฯ นำโดยนายเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดี และฝั่งอิหร่านโดยนายโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน จะนั่งโต๊ะเจรจาเพื่อยุติสงครามที่ยืดเยื้อมากกว่าหนึ่งเดือน ท่ามกลางความหวังของนานาชาติ แต่เบื้องหลังยังเต็มไปด้วยประเด็นขัดแย้งรุนแรง

แม้ปากีสถานจะเป็นกลางในการเป็นเจ้าภาพ แต่ เปิด 5 ปมร้อน เจรจาสหรัฐฯ–อิหร่าน ที่อิสลามาบัด ปากีสถาน ชี้ให้เห็นว่าการบรรลุข้อตกลงไม่ใช่เรื่องง่าย นักวิเคราะห์หลายคนมองว่าประเด็นเหล่านี้เป็น ‘ระเบิดเวลาที่พร้อมนับถอยหลัง’ หากไม่ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง การเจรจาครั้งนี้อาจกลายเป็นแค่พิธีรูปแบบอีกครั้ง

เปิด 5 ปมร้อน เจรจาสหรัฐฯ–อิหร่าน ที่อิสลามาบัด ปากีสถาน

มาดูรายละเอียดของ 5 ปมร้อนที่เป็นหัวใจของการเจรจาครั้งนี้กันครับ แต่ละประเด็นล้วนซับซ้อนและมีรากเหง้าทางการเมือง-ความมั่นคงมานาน

สถานการณ์เลบานอน: ฮิซบอลเลาะห์ยังเป็นเงามืด

ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอนยังคงเดือดดาล ประธานาธิบดีอิหร่าน มาซูด เปเซชเกียน เตือนว่าถ้าการโจมตียังไม่หยุด การเจรจาจะไร้สาระ ขณะที่นายกฯ อิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู ยืนกรานไม่มีข้อตกลงหยุดยิงกับฮิซบอลเลาะห์ กลุ่มนี้ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านอย่างต่อเนื่อง ทำให้สหรัฐฯ กดดันให้อิหร่านตัดเส้นทางสนับสนุน หากไม่ทำ ปมนี้จะบล็อกทุกอย่าง

ช่องแคบฮอร์มุซ: เส้นเลือดใหญ่ของน้ำมันโลก

ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมัน 20% ของโลก ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวหาอิหร่านขัดขวางการเดินเรือ แม้จะมีข้อตกลงแล้วแต่เรือผ่านน้อยมาก มีรายงานค่าผ่านทางลับ อิหร่านมองว่านี่เป็นน่านน้ำอธิปไตย 100% และพยายามออกกฎใหม่ สหรัฐฯ ต้องการการรับประกันอิสระในการเดินเรือ มิเช่นนั้นราคาน้ำมันโลกจะพุ่ง

โครงการนิวเคลียร์อิหร่าน: สิทธิหรือภัยคุกคาม?

ประเด็นนิวเคลียร์เป็นหัวใจมานาน สหรัฐฯ เรียกร้องให้อิหร่านหยุดเสริมสมรรถนะยูเรเนียมเกินระดับพลเรือน แต่ Tehran ยืนยันสิทธิภายใต้ NPT (สนธิสัญญาไม่แพร่ขยายนิวเคลียร์) เพื่อวัตถุประสงค์สันติภาพ การเจรจาครั้งก่อนล้มเหลวเพราะเรื่องนี้ หากไม่ตกลงได้ อนาคตจะยิ่งมืดมน

เครือข่ายพันธมิตรอิหร่าน: ฮูตี ฮามาส และอื่นๆ

อิหร่านมี ‘แกนต้านทาน’ อย่างฮิซบอลเลาะห์ ฮูตีในเยเมน และฮามาสในกาซา อิสราเอลมองเป็นภัยตรง สหรัฐฯ ต้องการให้อิหร่านถอนการสนับสนุน แต่ผู้นำอิหร่านยังไม่ยอมลดบทบาท ทำให้เป็นปมใหญ่ที่เชื่อมโยงทุกความขัดแย้งในภูมิภาค

เปิด 5 ปมร้อน เจรจาสหรัฐฯ–อิหร่าน ที่อิสลามาบัด ปากีสถาน: การยกเลิกคว่ำบาตร

อิหร่านเรียกร้องยกเลิก санкции ทั้งหมด และปลดล็อกสินทรัพย์ 120,000 ล้านดอลลาร์ที่ถูกแช่แข็ง สหรัฐฯ ยังลังเล กลัวว่าจะนำไปสนับสนุน terrorism นี่คือจุดแลกเปลี่ยนหลัก หากตกลงได้ ทุกอย่างจะคลี่คลาย

นอกจาก 5 ปมนี้ ยังมีปัจจัยภายนอกอย่างบทบาทของจีน รัสเซีย และปากีสถานที่เป็นเจ้าภาพ รองประธานฯ แวนซ์ ระบุว่าพร้อมเจรจาแต่ต้องจริงใจ ไม่เล่นเกม สถานการณ์ปัจจุบัน สงครามยืดเยื้อทำให้ทั้งสองฝ่ายเหนื่อยล้า เปิดโอกาสให้ compromise

  • ประเด็นเลบานอน: ต้องหยุดยิงก่อน
  • ฮอร์มุซ: รับประกันเสรีภาพเดินเรือ
  • นิวเคลียร์: ตรวจสอบ IAEA เข้มงวด
  • พันธมิตร: ลดการสนับสนุน proxy
  • คว่ำบาตร: ยกเลิกแบบมีเงื่อนไข

ในมุมมองผู้เขียน เปิด 5 ปมร้อน เจรจาสหรัฐฯ–อิหร่าน ที่อิสลามาบัด ปากีสถาน จะสำเร็จได้หากทั้งคู่ยอมถอยคนละก้าว โดยเฉพาะนิวเคลียร์และคว่ำบาตร ซึ่งเป็น win-win ลองติดตามกันต่อไป คุณคิดว่าปมไหนจะแก้ยากสุด? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อให้เพื่อนๆ ได้รู้ด้วยนะครับ!

ที่มา – เปิด 5 ปมร้อน เจรจาสหรัฐฯ–อิหร่าน ที่กำลังจะเริ่มขึ้นในกรุงอิสลามาบัด แากีสถาน

เจดี แวนซ์ รองปธน.สหรัฐฯ บินเจรจายุติสงครามที่ปากีฯ

ในวันที่ 10 เมษายน 2569 สำนักข่าว CNN รายงานข่าวสำคัญที่ทั่วโลกจับตามอง นั่นคือ เจดี แวนซ์ รองปธน.สหรัฐฯ บินเจรจายุติสงครามที่ปากีฯ โดยนายเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ได้ออกเดินทางจากกรุงวอชิงตัน ดีซี ตรงไปยังกรุงอิสลามาบัด เมืองหลวงของปากีสถาน เพื่อเข้าร่วมการประชุมเจรจาระดับสูง ซึ่งมีเป้าหมายหลักเพื่อยุติความขัดแย้งและสงครามในตะวันออกกลางระหว่างฝ่ายสหรัฐฯ-อิสราเอล กับอิหร่าน

เจดี แวนซ์ รองปธน.สหรัฐฯ บินเจรจายุติสงครามที่ปากีฯ

การเดินทางครั้งนี้ของ เจดี แวนซ์ รองปธน.สหรัฐฯ บินเจรจายุติสงครามที่ปากีฯ ถือเป็นก้าวสำคัญในนโยบายต่างประเทศของรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งกลับมาดำรงตำแหน่งอีกครั้ง แวนซ์ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนสหรัฐฯ ได้กล่าวกับสื่อมวลชนก่อนออกเดินทางว่า สหรัฐฯ พร้อมเจรจาด้วยความจริงใจ หากอิหร่านแสดงท่าทีที่ชัดเจนและไม่เล่นเกมหลอกลวง เขาเตือนอย่างตรงไปตรงมาว่า “อย่าเล่นเกม” หากอิหร่านพยายามยื้อเวลา หรือหลีกเลี่ยงข้อตกลง สหรัฐฯ จะไม่ยอมรับและพร้อมใช้นโยบายที่แข็งกร้าวต่อไป

เจดี แวนซ์ รองปธน.สหรัฐฯ เตือนอิหร่านอย่าเล่นเกม

ก่อนขึ้นเครื่องบิน นายแวนซ์ย้ำจุดยืนของประธานาธิบดีทรัมป์ที่กำหนดกรอบการเจรจาไว้อย่างชัดเจน แม้จะไม่เปิดเผยรายละเอียด แต่เชื่อว่าการหารือครั้งนี้มีแนวโน้มเป็นบวก โดยปากีสถานถูกเลือกเป็นสถานที่เจรจาเพราะบทบาทสำคัญในภูมิภาคเอเชียใต้และความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับทั้งสองฝ่าย สงครามในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อมานานส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก น้ำมันพุ่งสูง และความมั่นคงอาหาร ทำให้ทุกฝ่ายต้องการทางออก

บริบทของการเจรจานี้มาจากความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นระหว่างอิสราเอลกับอิหร่าน โดยสหรัฐฯ ในฐานะพันธมิตรหลักของอิสราเอล ได้สนับสนุนการโจมตีฐานที่มั่นของกลุ่มตัวแทนอิหร่านในหลายประเทศ การเลือกปากีสถานเป็นเวที ยังสะท้อนถึงกลยุทธ์ของสหรัฐฯ ในการดึงประเทศมุสลิมที่มีอิทธิพลเข้ามาเป็นตัวกลาง เพื่อลดอคติและเพิ่มโอกาสสำเร็จ

ความสำคัญของการเจรจาครั้งนี้

เจดี แวนซ์ รองปธน.สหรัฐฯ ไม่เพียงนำทีมเจรจาเท่านั้น แต่ยังเป็นตัวแทนนโยบาย “America First” ที่ทรัมป์ยึดถือ โดยเน้นการยุติสงครามเพื่อลดค่าใช้จ่ายทางทหารของสหรัฐฯ และป้องกันการขยายวง ถ้าการเจรจาสำเร็จ จะช่วยลดราคาน้ำมันโลก สร้างเสถียรภาพในอ่าวเปอร์เซีย และเปิดโอกาสทางการค้าสำหรับประเทศกำลังพัฒนา รวมถึงประเทศไทยที่พึ่งพาน้ำมันนำเข้า

  • จุดเด่นของคณะเจรจาสหรัฐฯ: นำโดยแวนซ์ที่มีประสบการณ์ด้านกฎหมายและการเมือง
  • ข้อเรียกร้องหลัก: อิหร่านหยุดสนับสนุนกลุ่มก่อการร้ายและพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์
  • บทบาทปากีสถาน: เป็นกลางและมีกองทัพที่แข็งแกร่ง
  • ความเสี่ยง: หากล้มเหลว อาจนำไปสู่การเผชิญหน้าทางทหารที่รุนแรงขึ้น
  • ผลกระทบต่อไทย: ลดราคาพลังงาน ส่งเสริมการท่องเที่ยวตะวันออกกลาง

นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่าการเตือน “อย่าเล่นเกม” ของแวนซ์ เป็นสัญญาณว่าสหรัฐฯ มีข้อมูลข่าวกรองที่ชี้ว่าอิหร่านอาจเจรจาแบบสองหน้า ประธานาธิบดีทรัมป์เคยประสบความสำเร็จในการเจรจากับเกาหลีเหนือมาแล้ว ทำให้ครั้งนี้มีความหวังสูง

การเจรจาครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องการยุติสงคราม แต่เป็นการกำหนดอนาคตภูมิภาค หากอิหร่านตอบสนองเชิงบวก โลกจะได้เห็นสันติภาพที่ยั่งยืน แต่ถ้าปฏิเสธ สหรัฐฯ พร้อมมาตรการทางเศรษฐกิจและทหาร

ในมุมมองของผู้เขียน การเดินทางของ เจดี แวนซ์ รองปธน.สหรัฐฯ บินเจรจายุติสงครามที่ปากีฯ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของอเมริกาในการนำสันติภาพสู่โลก คาดว่าผลจะออกมาภายในสัปดาห์หน้า ติดตามอัปเดตข่าวสารต่างประเทศได้ที่นี่ เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ

ที่มา – “เจดี แวนซ์” รองปธน.สหรัฐฯ บินเจรจายุติสงครามที่ปากีฯ เตือนอิหร่านอย่า “เล่นเกม”

ทรัมป์เผย เป็นคนขอเนทันยาฮู ให้ลดโจมตีเลบานอน

ทรัมป์เผย เป็นคนขอเนทันยาฮู ให้ลดโจมตีเลบานอน ในช่วงที่สถานการณ์ตะวันออกกลางตึงเครียด สหรัฐฯ กำลังพยายามหาทางออกเพื่อยุติสงครามกับอิหร่าน

ทรัมป์เผย เป็นคนขอเนทันยาฮู ให้ลดโจมตีเลบานอน

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้เปิดเผยในสัมภาษณ์กับ NBC News เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 ว่า เขาเป็นคนร้องขอให้นายกรัฐมนตรีอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู ลดระดับการโจมตีในเลบานอนลง เพื่อเปิดโอกาสให้การเจรจากับอิหร่านดำเนินไปได้อย่างราบรื่น ทรัมป์ระบุว่าได้พูดคุยกับ “บีบี” (ชื่อเล่นของเนทันยาฮู) และขอให้ “เพลาๆ มือลงหน่อย” เกี่ยวกับปฏิบัติการในเลบานอน

“ผมได้คุยกับบีบีแล้ว และเขาจะลดระดับความรุนแรงลง ผมแค่คิดว่าเราต้องทำตัวให้ดูเงียบลงกว่านี้อีกนิด” ทรัมป์กล่าว พร้อมยืนยันว่าอิสราเอลกำลังลดขนาดปฏิบัติการในเลบานอนลงแล้ว ข้อมูลนี้สอดคล้องกับรายงานของ CNN ที่ระบุว่าทรัมป์ได้ขอร้องเนทันยาฮูในระหว่างการสนทนาทางโทรศัพท์เมื่อวันพุธ และกำลังเข้าสู่กระบวนการเจรจากับรัฐบาลเลบานอนเพื่อปลดอาวุธกลุ่มฮิซบอลเลาะห์

บริบทการเจรจาสันติภาพกับอิหร่าน

ท่าทีของทรัมป์เกิดขึ้นท่ามกลางการเจรจาที่เข้มข้น โดยคณะผู้แทนสหรัฐฯ นำโดยรองประธานาธิบดี เจดี แวนซ์ เตรียมเดินทางไปปากีสถานเพื่อหารือในวันเสาร์นี้ แม้จะมีความเห็นไม่ตรงกันในหลายประเด็น แต่ทรัมป์แสดงความมองโลกในแง่ดีต่อข้อตกลงสันติภาพที่จะเกิดขึ้นที่กรุงอิสลามาบัด

“ผมมองโลกในแง่ดีมาก พวกเขามีเหตุผลมากขึ้นเยอะ พวกเขากำลังยอมตกลงในทุกสิ่งที่จำเป็นต้องตกลง” ทรัมป์กล่าวกับ NBC โดยชี้ว่าผู้นำอิหร่านแสดงท่าทีเปิดรับสันติภาพในการสนทนาส่วนตัว และอิหร่านถูก “ปราบ” จนไม่มีกองทัพเหลือ

  • ทรัมป์ร้องขอเนทันยาฮูลดโจมตีเลบานอนเพื่อเจรจากับอิหร่าน
  • อิสราเอลกำลังลดขนาดปฏิบัติการในเลบานอน
  • คณะผู้แทนสหรัฐฯ เดินทางปากีสถานหารือสันติภาพ
  • ทรัมป์มั่นใจในการตกลงกับอิหร่าน

สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงซับซ้อน กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอนเป็นพันธมิตรสำคัญของอิหร่าน การลดโจมตีจึงเป็นก้าวสำคัญในการสร้างสันติภาพ การเคลื่อนไหวของทรัมป์แสดงถึงยุทธศาสตร์外交ที่เน้นการประนีประนอมเพื่อหลีกเลี่ยงสงครามใหญ่

นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่าการเจรจาครั้งนี้มีโอกาสสำเร็จสูง เนื่องจากอิหร่านเผชิญแรงกดดันทางเศรษฐกิจและการทหาร หากข้อตกลงลุล่วง จะช่วยลดความตึงเครียดในภูมิภาคได้อย่างมาก

ทรัมป์เผย เป็นคนขอเนทันยาฮู ให้ลดโจมตีเลบานอน ถือเป็นข่าวสำคัญที่สะท้อนนโยบายต่างประเทศของสหรัฐฯ ในยุคนี้ ซึ่งเน้นการทูตมากกว่าการเผชิญหน้า

ติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมเพื่ออัปเดตสถานการณ์ล่าสุด คุณคิดอย่างไรกับการตัดสินใจนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง

ที่มา – ทรัมป์เผย เป็นคนขอเนทันยาฮู ให้ลดโจมตีเลบานอน

สหรัฐฯ เผย เตรียมเป็นตัวกลางเจรจา ทูตอิสราเอล-เลบานอน

สหรัฐฯ เผย เตรียมเป็นตัวกลางเจรจา ทูตอิสราเอล-เลบานอน เพื่อลดระดับความรุนแรงบริเวณชายแดนที่ตึงเครียดมานาน สถานการณ์ล่าสุดนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ของเลบานอน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ทำให้เกิดการปะทะกันบ่อยครั้ง

สหรัฐฯ เผย เตรียมเป็นตัวกลางเจรจา ทูตอิสราเอล-เลบานอน

ตามรายงานจาก CBS News เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 เจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศไทยสหรัฐฯ ระบุว่า ตัวแทนจากเลบานอนและอิสราเอลจะเดินทางมาพบกันที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ในสัปดาห์หน้า โดยสหรัฐฯ จะทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการเจรจาครั้งนี้ การประชุมจะจัดขึ้นที่ตึกกระทรวงการต่างประเทศ โดยมีเป้าหมายหลักคือการลดระดับความรุนแรงตามแนวชายแดนอิสราเอล-เลบานอน

แหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกับเรื่องนี้ รวมถึงเจ้าหน้าที่เลบานอน เปิดเผยว่าการหารือครั้งนี้มุ่งสำรวจแนวทางในการเริ่มเจรจาโดยตรง เพื่อคลายความตึงเครียดที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะการโจมตีข้ามพรมแดนจากกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ซึ่งเป็นภัยคุกคามหลักต่อความมั่นคงของอิสราเอล

ผู้เข้าร่วมสำคัญในการเจรจา

  • ไมเคิล อิสสา: เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำเลบานอน จะเป็นผู้ dẫnด่านำการเจรจา
  • นาดา ฮามาเดห์ โมอาวาด: เอกอัครราชทูตเลบานอนประจำสหรัฐฯ
  • เยคีล ไลเตอร์: เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำสหรัฐฯ

อย่างไรก็ตาม มีความไม่แน่นอนจากฝั่งเลบานอน สำนักข่าว CNN รายงานว่า เจ้าหน้าที่เลบานอน 2 รายยืนยันว่ารัฐบาลเลบานอนยังไม่ได้รับแจ้งอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการประชุมนี้ และไม่เคยได้ยินข้อมูลการนัดหมายในสัปดาห์หน้าเลย แม้เจ้าหน้าที่อิสราเอลและสหรัฐฯ จะประกาศแล้วก็ตาม

ท่าทีของผู้นำทั้งสองฝ่าย

ก่อนหน้านี้ นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล ประกาศสั่งการให้รัฐบาลเปิดเจรจาโดยตรงกับเลบานอน “โดยเร็วที่สุด” หลังได้รับคำร้องขอหลายครั้งจากฝั่งเลบานอน แต่เลบานอนย้ำว่า “จะไม่เจรจาภายใต้ห่ากระสุน” และยังไม่มีคำเชิญอย่างเป็นทางการจากกระทรวงการต่างประเทศหรือทำเนียบประธานาธิบดี

นอกจากนี้ เนทันยาฮู ยังยืนยันว่าจะไม่มีการหยุดยิงในเลบานอน แม้จะผลักดันการเจรจาก็ตาม สถานการณ์นี้สะท้อนถึงความซับซ้อนของความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะบทบาทของฮิซบอลเลาะห์ที่ได้รับอาวุธจากอิหร่าน ทำให้การไกล่เกลี่ยของสหรัฐฯ เป็นความหวังสำคัญในการลดความรุนแรง

ความตึงเครียดชายแดนอิสราเอล-เลบานอนยืดเยื้อมายาวนาน ตั้งแต่สงครามปี 2006 ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนนับพัน การเจรจาครั้งนี้อาจเป็นก้าวแรกสู่ข้อตกลงหยุดยิงระยะยาว หากทั้งสองฝ่ายยอมรับเงื่อนไข สหรัฐฯ ในฐานะมหาอำนาจมีประสบการณ์ในการเป็นตัวกลาง เช่น ในข้อตกลงอับราฮัมแอคคอร์ด

นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่าการเจรจานี้อาจเชื่อมโยงกับสถานการณ์ในกาซาและอิหร่าน ซึ่งสหรัฐฯ ภายใต้การนำของทรัมป์ (ตามบริบทปี 2569) กำลังพยายามสร้างสมดุลในภูมิภาค หากสำเร็จ จะช่วยลดความเสี่ยงสงครามใหญ่

ในมุมมองของผู้เขียน การริเริ่มของ สหรัฐฯ เผย เตรียมเป็นตัวกลางเจรจา ทูตอิสราเอล-เลบานอน นี้เป็นสัญญาณบวกท่ามกลางความมืดมน แต่ต้องติดตามว่าฝั่งเลบานอนจะตอบรับอย่างไร หากพลาดโอกาส อาจนำไปสู่การปะทะรุนแรงยิ่งขึ้น สนใจข่าวต่างประเทศ ติดตามเพิ่มเติมเพื่ออัปเดตสถานการณ์ล่าสุด!

ที่มา – สหรัฐฯ เผย เตรียมเป็นตัวกลางเจรจา ทูตอิสราเอล-เลบานอน

เนทันยาฮู ยัน ไม่หยุดยิงเลบานอน แม้สั่งเริ่มเจรจาโดยตรง

เนทันยาฮู ยัน ไม่หยุดยิงเลบานอน แม้สั่งเริ่มเจรจาโดยตรง สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและเลบานอนยังคงตึงเครียด โดยนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอลได้ออกมาประกาศชัดเจนว่า จะไม่หยุดการโจมตี แม้จะมีคำสั่งให้เริ่มเจรจาโดยตรงกับรัฐบาลเลบานอนเพื่อปลดอาวุธกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ก็ตาม ข่าวนี้กลายเป็นประเด็นร้อนที่ทั่วโลกจับตามอง

เนทันยาฮู ยัน ไม่หยุดยิงเลบานอน แม้สั่งเริ่มเจรจาโดยตรง

เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 นายเบนจามิน เนทันยาฮู ได้เผยแพร่ข้อความวิดีโอในเย็นวันพฤหัสบดี โดยย้ำว่าอิสราเอลจะไม่หยุดยิงเลบานอน “ผมต้องการบอกพวกคุณว่า ไม่มีการหยุดยิงในเลบานอน เรากำลังเดินหน้าโจมตีกลุ่มฮิซบอลเลาะห์อย่างรุนแรงต่อไป และเราจะไม่หยุดจนกว่าจะฟื้นฟูความปลอดภัยให้พวกคุณได้” เนทันยาฮูกล่าวอย่างหนักแน่น

แม้จะมีแผนเจรจาโดยตรง แต่เนทันยาฮูชี้แจงว่า การเจรจานี้มีเป้าหมายเพื่อปลดอาวุธฮิซบอลเลาะห์และสร้าง “ข้อตกลงสันติภาพที่ยั่งยืนและเป็นประวัติศาสตร์” เขายังภูมิใจที่เคยทำข้อตกลงสันติภาพกับประเทศอาหรับมาแล้ว 4 ฉบับ และพร้อมทำเพิ่มเติม

คำตอบโต้จากเลบานอน

ฝั่งเลบานอนไม่ยอมง่ายๆ เจ้าหน้าที่เลบานอนให้สัมภาษณ์ CNN ว่า “จะไม่มีการเจรจาภายใต้ห่ากระสุน” เพื่อปฏิเสธแผนเจรจาของอิสราเอล ในวันเดียวกัน กองทัพอิสราเอลยังคงโจมตีต่อเนื่อง และออกคำสั่งอพยพใหม่ในพื้นที่ตอนใต้ของเบรุต

ไทม์ไลน์เหตุการณ์ล่าสุด

  • วันพุธ: อิสราเอลเปิดฉากโจมตีครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่สงครามเริ่ม สังหารผู้ก่อการร้ายฮิซบอลเลาะห์กว่า 300 ราย บาดเจ็บ 1,150 ราย เป้าหมายคือศูนย์บัญชาและฐานที่มั่น 100 แห่ง
  • วันพฤหัสบดี: เนทันยาฮูสั่งเริ่มเจรจา แต่ยืนยันไม่หยุดยิง
  • ปัจจุบัน: การโจมตียังดำเนินต่อไป สถานการณ์มนุษยธรรมย่ำแย่

ความขัดแย้งนี้มีรากเหง้าจากกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ซึ่งอิสราเอลมองว่าเป็นภัยคุกคามหลัก การโจมตีล่าสุดทำให้พลเรือนเลบานอนได้รับผลกระทบหนัก สร้างแรงกดดันจากนานาชาติให้ทั้งสองฝ่ายหยุดยิง แต่เนทันยาฮูยืนกรานเพื่อความมั่นคงของอิสราเอล

นอกจากนี้ อิสราเอลยังคงเสริมกำลังทหารบริเวณชายแดนเลบานอน เพื่อป้องกันการตอบโต้จากฮิซบอลเลาะห์ ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่า การเจรจาครั้งนี้อาจนำไปสู่สันติภาพระยะยาว หากเลบานอนยอมปลดอาวุธกลุ่มติดอาวุธได้ แต่ในเบื้องต้น เนทันยาฮู ยัน ไม่หยุดยิงเลบานอน แม้สั่งเริ่มเจรจาโดยตรง

สถานการณ์ยังคงเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว อิสราเอลรายงานว่าปฏิบัติการนี้ประสบความสำเร็จในการทำลายโครงสร้างฮิซบอลเลาะห์ ขณะที่เลบานอนเรียกร้องให้สหประชาชาติเข้าแทรกแซง

ผลกระทบต่อภูมิภาคตะวันออกกลาง

  • เพิ่มความตึงเครียดกับอิหร่าน ผู้สนับสนุนฮิซบอลเลาะห์
  • กระทบเศรษฐกิจเลบานอนที่ย่ำแย่อยู่แล้ว
  • อาจลุกลามเป็นสงครามใหญ่ หากไม่มีการเจรจาที่แท้จริง

จากมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ การตัดสินใจของเนทันยาฮูสะท้อนยุทธศาสตร์ “ต่อสู้ไปพร้อมเจรจา” ซึ่งเคยใช้สำเร็จในอดีต แต่เสี่ยงต่อการสูญเสียชีวิตเพิ่มเติม

ติดตามสถานการณ์ข่าวต่างประเทศแบบเรียลไทม์ และแบ่งปันความคิดเห็นของคุณในคอมเมนต์ด้านล่าง สนับสนุนเราด้วยการแชร์บทความนี้เพื่อให้คนไทยรับรู้ข้อมูลที่ถูกต้อง!

ที่มา – เนทันยาฮู ยัน ไม่หยุดยิงเลบานอน แม้สั่งเริ่มเจรจาโดยตรง

ดับพุ่ง 303 ศพ หลังอิสราเอลทิ้งบอมบ์เลบานอนครั้งใหญ่เมื่อวันพุธ

ดับพุ่ง 303 ศพ หลังอิสราเอลทิ้งบอมบ์เลบานอนครั้งใหญ่เมื่อวันพุธ สถานการณ์ในตะวันออกกลางยิ่งรุนแรงขึ้น เมื่อกระทรวงสาธารณสุขเลบานอนรายงานตัวเลขผู้เสียชีวิตล่าสุดที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ

ดับพุ่ง 303 ศพ หลังอิสราเอลทิ้งบอมบ์เลบานอนครั้งใหญ่เมื่อวันพุธ

เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 กระทรวงสาธารณสุขเลบานอนได้อัปเดตตัวเลขผู้เสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ของอิสราเอลในวันพุธที่ผ่านมา โดยยืนยันว่ามีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 303 ราย และผู้บาดเจ็บอีก 1,150 ราย ขณะที่ทีมกู้ภัยยังคงทำงานอย่างหนักเพื่อค้นหาผู้รอดชีวิตและร่างกายที่ติดค้างใต้ซากอาคารที่พังทลายในหลายพื้นที่ของเลบานอน

การโจมตีครั้งนี้ถือเป็นปฏิบัติการที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เริ่มยกระดับการโจมตีตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม โดยอิสราเอลระบุว่าได้ทิ้งระเบิดใส่เป้าหมายทางทหารของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์มากกว่า 100 แห่ง รวมถึงศูนย์บัญชาการและฐานที่มั่นสำคัญ ส่งผลให้เกิดความเสียหายอย่างกว้างขวางทั้งในด้านมนุษย์และโครงสร้างพื้นฐาน

ผลกระทบสะสมจากการโจมตีต่อเนื่อง

นับตั้งแต่เริ่มปฏิบัติการเมื่อ 2 มีนาคม จำนวนผู้เสียชีวิตในเลบานอนรวมกันอยู่ที่ 1,888 ราย และผู้บาดเจ็บ 6,092 ราย ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนถึงความรุนแรงของความขัดแย้งที่ยืดเยื้อระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ซึ่งมีรากฐานมาจากประเด็นการเมืองและความมั่นคงในภูมิภาค

  • ผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 303 ราย จากการโจมตีวันพุธเพียงวันเดียว
  • ผู้บาดเจ็บกว่า 1,150 ราย ต้องรับการรักษาในโรงพยาบาล
  • ความเสียหายต่ออาคารและโครงสร้างพื้นฐานในหลายเมือง
  • ทีมกู้ภัยเผชิญความยากลำบากจากซากปรักหักพังจำนวนมาก

ดับพุ่ง 303 ศพ หลังอิสราเอลทิ้งบอมบ์เลบานอนครั้งใหญ่เมื่อวันพุธ ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากนานาชาติ โดยองค์กรสิทธิมนุษยชนเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายยับยั้งชั่งใจเพื่อหลีกเลี่ยงการสูญเสียชีวิตเพิ่มเติม สถานการณ์นี้ยังส่งผลกระทบต่อประชาชนพลเรือนจำนวนมาก ซึ่งต้องอพยพหนีภัยและเผชิญกับวิกฤตมนุษยธรรม

บริบทความขัดแย้งอิสราเอล-ฮิซบอลเลาะห์

ความตึงเครียดระหว่างอิสราเอลและฮิซบอลเลาะห์ปะทุขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยอิสราเอลมองว่ากลุ่มฮิซบอลเลาะห์เป็นภัยคุกคามหลักจากอิทธิพลของอิหร่าน ในขณะที่เลบานอนกล่าวหาอิสราเอลบุกรุกน่านฟ้าและดินแดน การโจมตีครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการตอบโต้ที่ยกระดับขึ้น ซึ่งอาจนำไปสู่สงครามเต็มรูปแบบได้หากไม่มีการแทรกแซงจากนานาชาติ

นอกจากนี้ ดับพุ่ง 303 ศพ ยังทำให้เศรษฐกิจเลบานอนที่ย่ำแย่อยู่แล้วยิ่งทรุดตัวลง โรงพยาบาลหลายแห่งล้นpatients ขาดแคลนยาและอุปกรณ์ทางการแพทย์ องค์กรช่วยเหลือระหว่างประเทศอย่างกาชาดและ UNICEF กำลังเร่งส่งความช่วยเหลือ แต่สถานการณ์ยังคงน่าเป็นห่วง

จากมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ สถานการณ์นี้อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในความสัมพันธ์ภูมิภาค หากไม่มีการเจรจาสันติภาพ อาจลุกลามไปยังประเทศใกล้เคียงอย่างซีเรียและอิหร่านได้

สำหรับผู้อ่านที่สนใจติดตามพัฒนาการ สามารถคลิกที่นี่เพื่ออ่านข่าวต่างประเทศเพิ่มเติม และอย่าลืมแบ่งปันบทความนี้เพื่อสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับวิกฤตมนุษยธรรมในตะวันออกกลาง

ที่มา – ดับพุ่ง 303 ศพ หลังอิสราเอลทิ้งบอมบ์เลบานอนครั้งใหญ่เมื่อวันพุธ

เนทันยาฮูเผย เตรียมเจรจาโดยตรงกับเลบานอน เพื่อปลดอาวุธฮิซบอลเลาะห์

เนทันยาฮูเผย เตรียมเจรจาโดยตรงกับเลบานอน เพื่อปลดอาวุธฮิซบอลเลาะห์ เป็นข่าวใหญ่ที่กำลังเป็นที่สนใจของโลก หลังจากนายกรัฐมนตรีอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู ประกาศสั่งการให้เริ่มการเจรจาระดับสูงทันที

เนทันยาฮูเผย เตรียมเจรจาโดยตรงกับเลบานอน เพื่อปลดอาวุธฮิซบอลเลาะห์

เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 หรือ ค.ศ. 2026 นายเบนจามิน เนทันยาฮู ได้ออกแถลงการณ์สำคัญ โดยระบุว่าอิสราเอลพร้อมเปิดการ “เจรจาโดยตรง” กับเลบานอนอย่างเร่งด่วนที่สุด มุ่งเป้าหมายหลักคือการปลดอาวุธกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ซึ่งถือเป็นภัยคุกคามหลักต่อความมั่นคงของอิสราเอลมานานหลายทศวรรษ นอกจากนี้ ยังเน้นย้ำถึงการสร้างความสัมพันธ์อันสันติภาพระหว่างสองประเทศเพื่ออนาคตที่มั่นคง

“เลบานอนได้ร้องขอให้มีการเจรจาโดยตรงหลายครั้ง และเมื่อวานนี้ผมจึงสั่งการให้คณะรัฐมนตรีเริ่มกระบวนการทันที” เนทันยาฮูกล่าวในแถลงการณ์ เขายังขานรับถ้อยแถลงของนายกรัฐมนตรีเลบานอนที่เรียกร้องให้กรุงเบรุตเป็นเขตปลอดทหาร ซึ่งถือเป็นสัญญาณบวกสำหรับการเจรจาครั้งนี้

พื้นหลังความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและฮิซบอลเลาะห์

กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ได้กลายเป็นคู่ขัดแย้งหลักของอิสราเอล โดยเฉพาะหลังจากสงครามในเลบานอนปี 2006 ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตนับพัน กลุ่มนี้ครอบครองอาวุธขั้นสูง รวมถึงขีปนาวุธที่สามารถยิงถึงใจกลางอิสราเอลได้ ล่าสุด อิสราเอลถูกวิจารณ์จากนานาชาติหลังปฏิบัติการโจมตีเลบานอนครั้งใหญ่ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 182 ราย และบาดเจ็บ 890 ราย แม้จะมีข้อตกลงหยุดยิงที่สหรัฐฯ และปากีสถานเป็นตัวกลาง แต่รัฐบาลทรัมป์ยืนยันว่าข้อตกลงไม่ครอบคลุมการกวาดล้างฮิซบอลเลาะห์

  • การเจรจาครั้งนี้มุ่งปลดอาวุธฮิซบอลเลาะห์อย่างสมบูรณ์
  • สร้างเขตปลอดทหารบริเวณชายแดน
  • พัฒนาความสัมพันธ์ทางการค้าทางการทูตระหว่างอิสราเอล-เลบานอน
  • รับประกันความมั่นคงให้ทั้งสองฝ่าย

อย่างไรก็ตาม ฝั่งเลบานอนยังเงียบงันต่อข้อเสนอนี้ ซึ่งอาจเป็นเพราะแรงกดดันภายในจากฮิซบอลเลาะห์และอิหร่านที่อ้างว่าต้องปกป้องเลบานอนภายใต้ข้อตกลงหยุดยิง

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจาก เนทันยาฮูเผย เตรียมเจรจาโดยตรงกับเลบานอน เพื่อปลดอาวุธฮิซบอลเลาะห์

หากการเจรจาสำเร็จ จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในตะวันออกกลาง ลดความตึงเครียดชายแดน และเปิดทางให้เลบานอนฟื้นตัวจากวิกฤตเศรษฐกิจ แต่ถ้าล้มเหลว อาจนำไปสู่สงครามเต็มรูปแบบ นักวิเคราะห์มองว่าอิสราเอลใช้โอกาสนี้กดดันเลบานอนให้ตัดขาดอิหร่าน ขณะที่สหรัฐฯ ภายใต้ทรัมป์สนับสนุนเต็มที่

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นอื่นๆ ที่ต้องจับตา เช่น บทบาทของนานาชาติอย่างสหประชาชาติ และกลุ่มอาหรับที่อาจเข้าแทรกแซง การเคลื่อนไหวของเนทันยาฮูครั้งนี้แสดงถึงกลยุทธ์ “สันติภาพผ่านความแข็งแกร่ง” ที่อิสราเอลยึดถือมาโดยตลอด

ในมุมมองของผู้เขียน การเจรจานี้มีโอกาสสำเร็จสูง หากเลบานอนยอมรับข้อเสนอเขตปลอดทหาร มันจะเป็นชัยชนะทางการเมืองของเนทันยาฮูท่ามกลางแรงกดดันภายในประเทศ ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ข่าวต่างประเทศของเรา เพื่อไม่พลาดอัปเดตล่าสุด!

ที่มา – เนทันยาฮูเผย เตรียมเจรจาโดยตรงกับเลบานอน เพื่อปลดอาวุธฮิซบอลเลาะห์

นานาชาติรุมจวกอิสราเอลโจมตีเลบานอนครั้งใหญ่ ตาย-เจ็บนับพันราย

นานาชาติรุมจวกอิสราเอลโจมตีเลบานอนครั้งใหญ่ ตาย-เจ็บนับพันราย สร้างความตกตะลึงให้กับประชาคมโลก หลังจากที่อิสราเอลก่อการโจมตีทางอากาศครั้งรุนแรงที่สุดในเลบานอน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 182 ราย และบาดเจ็บกว่า 890 ราย เมื่อวันพุธที่ผ่านมา การกระทำนี้ถูกมองว่าเป็นการคุกคามโดยตรงต่อข้อตกลงหยุดยิงที่เปราะบางระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน

นานาชาติรุมจวกอิสราเอลโจมตีเลบานอนครั้งใหญ่ ตาย-เจ็บนับพันราย

กระแสประณามจากทั่วโลกกำลังทวีความรุนแรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด สำนักข่าว CNN รายงานเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 ว่า การโจมตีครั้งนี้ไม่เพียงทำให้เกิดความสูญเสียทางชีวิตจำนวนมาก แต่ยังเสี่ยงต่อการลุกลามของความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ปากีสถานซึ่งเป็นตัวกลางสำคัญในการเจรจาหยุดยิง ยืนยันว่าเลบานอนสมควรได้รับการคุ้มครองเต็มรูปแบบ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลของโดนัลด์ ทรัมป์ และนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล อ้างว่าปฏิบัติการนี้มุ่งเป้าไปที่กลุ่มฮิซบอลเลาะห์เท่านั้น และไม่อยู่ภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว

ปฏิกิริยาจากชาติยุโรปต่อนานาชาติรุมจวกอิสราเอลโจมตีเลบานอนครั้งใหญ่

ในยุโรป ผู้นำหลายประเทศออกมาแสดงจุดยืนอย่างชัดเจน ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส ประณามการโจมตีว่าเป็นการกระทำแบบ “ไม่เลือกหน้า” ซึ่งเป็นภัยคุกคามต่อความยั่งยืนของข้อตกลงหยุดยิง นางอีเวตต์ คูเปอร์ รัฐมนตรีต่างประเทศของสหราชอาณาจักร ระบุว่าการโจมตีนี้สร้างความเสียหายรุนแรง และอังกฤษต้องการให้เลบานอนถูกรวมในข้อตกลง นายกรัฐมนตรีเปโดร ซานเชซ ของสเปน วิจารณ์เนทันยาฮูว่ายอมรับไม่ได้ที่เพิกเฉยต่อคุณค่าชีวิตและกฎหมายระหว่างประเทศ

ส่วนที่อิตาลี นายอันโตนิโอ ทายานี รัฐมนตรีต่างประเทศ โทรศัพท์ตรงถึงประธานาธิบดีโจเซฟ อาอูน ของเลบานอน เพื่อแสดงความเสียใจต่อการโจมตีที่ไร้ความชอบธรรม และเตือนว่าอย่าให้เลบานอนกลายเป็น “กาซาแห่งที่สอง”

เสียงจากตะวันออกกลางและองค์กรระหว่างประเทศ

สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ยืนยันการสนับสนุนรัฐบาลเลบานอนเต็มที่ เพื่อรักษาอธิปไตยและความมั่นคงของภูมิภาค กาตาร์ประณามการโจมตีว่า “โหดเหี้ยม” และเรียกร้องให้นานาชาติร่วมกันหยุดยั้งอิสราเอล ตุรกีใช้ถ้อยคำรุนแรงที่สุด กล่าวหาว่ารัฐบาลเนทันยาฮูกำลังทำลายความพยายามสร้างสันติภาพ

  • สหประชาชาติ (UN): เลขาธิการอันโตนิโอ กูเตอร์เรส ประณามและเรียกร้องยุติการสู้รบเพื่อป้องกันข้อตกลงหยุดยิงพังทลาย
  • คณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC): แสดงความโกรธแค้นต่อความสูญเสียในพื้นที่หนาแน่น

นานาชาติรุมจวกอิสราเอลโจมตีเลบานอนครั้งใหญ่ ตาย-เจ็บนับพันราย สะท้อนถึงความกังวลร่วมกันว่าความขัดแย้งนี้อาจลุกลามเป็นสงครามใหญ่ การโจมตีครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียด โดยอิสราเอลอ้างว่าต้องกำจัดภัยคุกคามจากฮิซบอลเลาะห์ แต่ประชาคมโลกมองว่าเป็นการละเมิดหลักมนุษยธรรม สถานการณ์ในเลบานอนกำลังย่ำแย่ ประชาชนนับล้านต้องเผชิญความหวาดกลัวและขาดแคลนอาหาร ยา และที่อยู่อาศัย

จากข้อมูลล่าสุด พื้นที่ทางใต้ของเลบานอนได้รับผลกระทบหนักสุด โดยโรงพยาบาลหลายแห่งล้น患者 บรรยากาศในเบรุตเต็มไปด้วยความโศกเศร้าและการประท้วงต่ออิสราเอล นักวิเคราะห์ชี้ว่าการตอบโต้จากนานาชาติอาจนำไปสู่การคว่ำบาตรหรือการเจรจาใหม่ เพื่อฟื้นฟูข้อตกลงหยุดยิง

ในมุมมองของผู้เขียน การโจมตีครั้งนี้อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ หากนานาชาติรวมพลังกันกดดันอิสราเอลได้ทัน อาจป้องกันหายนะได้ อย่าปล่อยให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย สันติภาพในตะวันออกกลางต้องมาก่อน

ติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมได้ที่ ไทยรัฐข่าวต่างประเทศ เพื่อไม่พลาดอัปเดตล่าสุด

ที่มา – นานาชาติรุมจวกอิสราเอลโจมตีเลบานอนครั้งใหญ่ ตาย-เจ็บนับพันราย

Scroll to top