แท็กซี่

ขนส่งฯ เอาจริง! ติด QR Code เชื่อม Thai ID คุมแท็กซี่

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคนที่ชอบใช้บริการแท็กซี่ในกรุงเทพฯ หรือต่างจังหวัด วันนี้มีข่าวดีที่กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เอาจริงเอาจังมากๆ กับการคุมเข้มแท็กซี่นอกรีต โดยนำเทคโนโลยีสุดล้ำอย่าง ติด QR Code เชื่อม Thai ID มาใช้ เพื่อระบุตัวตนผู้ขับขี่และติดตามการเดินทางแบบเรียลไทม์เลยทีเดียว! เริ่มติดตั้งตั้งแต่ 2 กุมภาพันธ์ 2567 และตั้งเป้าครอบคลุมแท็กซี่กว่า 70,000 คัน ภายในมิถุนายนนี้ นี่คือก้าวสำคัญที่ทำให้การนั่งแท็กซี่ปลอดภัยขึ้นเยอะเลยนะครับ

ติด QR Code เชื่อม Thai ID: วิธีการทำงานแบบละเอียด

นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก บอกว่าการ ติด QR Code เชื่อม Thai ID จะช่วยเชื่อมข้อมูลผู้ขับ รถยนต์ ประวัติการบริการ และสถานะเดินทางเข้าด้วยกันหมด ผู้โดยสารอย่างเราสแกน QR ก่อนขึ้นรถปุ๊บ ระบบก็โชว์ชื่อ-นามสกุลผู้ขับ เลขทะเบียน ข้อมูลการอบรมทันที ป้องกันพวกแอบอ้างหรือสวมรอยได้ดีมากๆ ลดความเสี่ยงอาชญากรรมไปได้เยอะ

ที่เจ๋งคือ QR Code มี 3 จุด 3 สี แยกฟังก์ชันชัดเจน:

  • สีม่วง ติดหน้าคนขับ: ใช้ยืนยันตัวตนผู้ขับแท็กซี่มิเตอร์และเริ่มงานประจำวัน
  • สีน้ำเงิน ติดกระจกข้างซ้ายหลัง: ผู้โดยสารสแกนเช็คข้อมูลขับขี่ ให้คะแนนรีวิว ประเมินค่าโดยสารเบื้องต้น หรือร้องเรียนตรงถึงกรมฯ
  • สีแดง ติดกระจกนอกประตูหลังซ้าย: สำหรับร้องเรียนด่วน เช่น ปฏิเสธผู้โดยสาร หรือพฤติกรรมไม่ดี

ประโยชน์เด่นๆ จากการติด QR Code เชื่อม Thai ID

พอสแกนแล้ว ระบบแสดงคะแนนรีวิวย้อนหลังของแท็กซี่คันนั้นเลย แถมแชร์ตำแหน่ง GPS เรียลไทม์ให้ครอบครัวหรือเพื่อนได้ด้วย เริ่มบันทึกเส้นทางตั้งแต่ผู้ขับยืนยันตัวตน เชื่อมฐานข้อมูลรัฐบาล ร้องเรียนเร็ว โปร่งใสสุดๆ ถ้ายังไม่ติด QR ก็ร้องสายด่วน 1584 หรือ Thai ID ได้นะครับ

ก่อนหน้านี้ ขนส่งฯ จับแท็กซี่ผิดกฎหมายวันละ 10-20 ราย ตั้งแต่รถหมดทะเบียนแต่ติดโป๊ะไฟ แท็กซี่นอกระบบ หรือไม่ลงแพลตฟอร์มตามกฎ ตอนนี้เข้มกว่าเดิม ผู้โดยสารหญิงๆ อย่างเรา ต้องเช็คสติกเกอร์ทุกครั้ง แคปหน้าจอส่งญาติ ปลอดภัยหายห่วง!

ถ้าแท็กซี่ปฏิเสธผู้โดยสาร โทษปรับสูงสุด 2,000 บาท บันทึกประวัติ พักใบขับซ้ำๆ หรือร้ายแรงพักทันที โดยเฉพาะกระทบนักท่องเที่ยว แท็กซี่เรตติ้งดีก็มีรางวัลตอนต่อภาษีด้วยนะ

สรุปแล้ว การ ติด QR Code เชื่อม Thai ID นี่แหละที่จะเปลี่ยนภาพลักษณ์แท็กซี่ไทยให้ดีขึ้น สร้างความเชื่อมั่นระบบขนส่งสาธารณะ ลดปัญหานอกรีตได้จริงจัง คุณลองนั่งแท็กซี่แล้วสแกน QR ดูสิครับ แล้วมารีวิวกันว่าเจ๋งแค่ไหน! นี่คืออนาคตของการเดินทางที่ปลอดภัยกว่าเดิมแน่นอน

ที่มา – ขนส่งฯ เอาจริงคุมเข้มแท็กซี่ ติด “QR Code” เชื่อม Thai ID ระบุตัวตน ติดตามการเดินทาง

คมนาคมย้ำ! ไม่ขึ้นค่าโดยสารแท็กซี่ ลุย Digital Taxi Meter

“มัลลิกา” ยืนยันยังไม่มีนโยบายปรับขึ้นค่าโดยสารแท็กซี่มิเตอร์ แต่ยอมรับมีการศึกษา “Digital Taxi Meter” เพื่อสร้างความเป็นธรรมกับผู้ใช้บริการ พร้อมลุยติดตั้งสติกเกอร์ QR Code แปะข้างรถให้ประชาชนสแกนร้องเรียน หากไม่ได้รับความเป็นธรรมด้านบริการหรือพบแท็กซี่ปฏิเสธผู้โดยสาร หวังยกระดับแท็กซี่ไทย ตั้งธงบังคับติดครบทุกคันกว่า 6.9 หมื่นคัน เริ่มมีผลบังคับใช้ภายในปีนี้ เพิ่มบทลงโทษจ่ายค่าปรับ 2 พันบาทและพักใช้ใบขับขี่ทันที

นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รมช.คมนาคม เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคม โดยกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ยืนยันว่าจะไม่มีการปรับราคาค่าโดยสารรถแท็กซี่ในทุกกรณีในขณะนี้ เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อประชาชน เนื่องจากในปัจจุบันภาวะเศรษฐกิจไม่เอื้ออำนวย แต่ยอมรับว่าขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาที่จะนำระบบเทคโนโลยี Digital Taxi Meter เข้ามาใช้เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ขณะเดียวกันเพื่อยกระดับแท็กซี่ไทย

นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รมช.คมนาคม
นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รมช.คมนาคม

“ปัจจุบันมุ่งเน้นที่ระบบความปลอดภัย ความสะดวกและความทันสมัยก่อน ส่วนการประเมินผลเรื่องค่าโดยสาร เช่น ค่า Surcharge จะใช้เวลาพิจารณาและจะต้องได้รับความเห็นชอบจากทุกภาคส่วนอย่างละเอียดรอบคอบ” นางสาวมัลลิกา กล่าว

นางสาวมัลลิกา กล่าวต่อว่า และเพื่อเป็นการแก้ปัญหารถแท็กซี่ปฏิเสธผู้โดยสาร ตนจึงได้สั่งการให้กรมขนส่งทางบก นำระบบคิวอาร์โค้ดร้องเรียน (QR Code) มาใช้ โดยจะเป็นรูปแบบสติกเกอร์แปะข้างรถบริเวณประตูรถข้างนอก หากเรียกแล้วแท็กซี่ปฏิเสธรับก็สามารถสแกนร้องเรียนได้ทันที ซึ่งคิวอาร์โค้ด QR Code จะสามารถตรวจสอบข้อมูลผู้ขับขี่, เลขที่ใบขับขี่ ที่จะช่วยสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ใช้บริการในเรื่องความปลอดภัย ความสะดวก ความโปร่งใสและการตรวจสอบได้

ด้าน นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาการปฏิเสธผู้โดยสาร โดยใช้ระบบคิวอาร์โค้ด (QR Code) ที่ติดอยู่ด้านนอกตัวรถแท็กซี่ทั้ง 2 ฝั่ง ซึ่งจะช่วยให้ผู้โดยสารสามารถสแกนและร้องเรียนได้ทันที นอกจากนี้ยังสามารถร้องเรียนเรื่องอื่นๆ นอกเหนือจากการปฏิเสธผู้โดยสารได้ด้วย หากรถคันดังกล่าวปฏิเสธการรับผู้โดยสารก่อนขึ้นรถ ข้อมูลนี้จะลิงก์ตรงไปยังกรมฯ โดยระบุขึ้นทะเบียนรถและข้อมูลคนขับได้ทันที

ขณะเดียวกันกรมฯ จะมีการประสานงานกับอู่รถแท็กซี่และสหกรณ์แท็กซี่ โดยเฉพาะกลุ่มใหญ่ในพื้นที่สนามบินสุวรรณภูมิ ประมาณ 5,000 คัน ให้เข้ามารับสติกเกอร์ไปดำเนินการ ทั้งนี้การติดสติกเกอร์คิวอาร์โค้ดจะเปิดโอกาสให้แท็กซี่รายเดิมเข้าร่วมด้วย ส่วนแท็กซี่รายใหม่จะต้องติดตั้งสติกเกอร์คิวอาร์โค้ดทันที “การบังคับใช้ระบบคิวอาร์โค้ด ตามแผนกรมฯ จะเริ่มติดสติกเกอร์คิวอาร์โค้ดบนตัวรถแท็กซี่ โดยจะเริ่มพร้อมกับการตรวจสภาพรถประจำปี ที่มีการตรวจรถ 2 ครั้งต่อปี ภายในปีนี้ ยืนยันว่ารถแท็กซี่ทุกคันต้องติดสติกเกอร์คิวอาร์โค้ดดังกล่าวเพื่อใช้เป็นช่องทางร้องเรียนโดยตรง” นายสรพงศ์ กล่าว

สำหรับบทลงโทษหากรถแท็กซี่ปฏิเสธผู้โดยสารนั้น เบื้องต้นกรมฯ จะบังคับใช้บทลงโทษ ซึ่งมีความผิดตาม พ.ร.บ. รถยนต์ ที่มีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท โดยจะมีการบันทึกประวัติ จากนั้นจะนำไปสู่การพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ หากกระทำผิดซ้ำตามเกณฑ์ที่กำหนดหรือหากเป็นเหตุการณ์ร้ายแรงที่กระทบต่อชื่อเสียงของประเทศ เช่น เหตุการณ์ที่เกี่ยวกับนักท่องเที่ยว สามารถนำไปสู่การพักใช้ใบอนุญาตได้ทันที อย่างไรก็ดีในปัจจุบันมีแท็กซี่ที่ให้บริการในระบบประมาณ 69,000 คัน ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงก่อนเกิดสถานการณ์โควิด-19 จำนวนประมาณ 120,000 คัน

อ่านข่าว “นโยบายรัฐ” เพิ่มเติม

คมนาคมย้ำ! ไม่ขึ้นค่าโดยสารแท็กซี่ ลุย Digital Taxi Meter

สรุปประเด็นสำคัญคือ กระทรวงคมนาคมยืนยันว่ายังไม่มีนโยบายปรับขึ้นค่าโดยสารแท็กซี่ แต่จะผลักดันการใช้ Digital Taxi Meter เพื่อความเป็นธรรมและยกระดับบริการ

แล้วมาตรการนี้จะช่วยแก้ปัญหาแท็กซี่ปฏิเสธผู้โดยสารและยกระดับบริการได้อย่างไร?

การติดตั้ง QR Code ช่วยให้ผู้โดยสารสามารถร้องเรียนได้ทันทีเมื่อพบปัญหา เช่น แท็กซี่ปฏิเสธไม่รับ หรือบริการไม่เป็นที่น่าพอใจ ซึ่งจะนำไปสู่การปรับปรุงคุณภาพการให้บริการในระยะยาว นอกจากนี้ การใช้ Digital Taxi Meter จะช่วยให้การคิดค่าโดยสารมีความโปร่งใสและเป็นธรรมมากขึ้น ทั้งต่อผู้ขับขี่และผู้โดยสาร

นอกจากเรื่องการควบคุมค่าโดยสารแท็กซี่, การนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้เพื่อจัดการปัญหาแท็กซี่ปฏิเสธผู้โดยสารถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับการบริการขนส่งสาธารณะในประเทศไทย การมีระบบที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้บริการและส่งเสริมให้แท็กซี่มีมาตรฐานการบริการที่ดีขึ้น

สิ่งที่น่าติดตามต่อไปคือ ความคืบหน้าในการติดตั้ง Digital Taxi Meter และการบังคับใช้มาตรการ QR Code ร้องเรียน ซึ่งจะต้องมีการประชาสัมพันธ์และการให้ความรู้แก่ผู้ขับขี่และผู้โดยสารอย่างทั่วถึง เพื่อให้ระบบใหม่นี้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด และสร้างประโยชน์ให้กับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง หากมีการผลักดันนโยบายนี้อย่างจริงจังและต่อเนื่อง เราอาจจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นในวงการแท็กซี่ไทยในอนาคตอันใกล้นี้ ทำให้ค่าโดยสารแท็กซี่สมเหตุสมผลยิ่งขึ้น

ที่มา – “คมนาคม” ย้ำชัด! ไม่ขึ้นค่าโดยสารแท็กซี่ ลุยทำ Digital Taxi Meter ร้องเรียนบริการ

“คมนาคม” ไฟเขียว! แท็กซี่ขึ้นค่าบริการชั่วโมงเร่งด่วน

“มัลลิกา” ไฟเขียวแท็กซี่มิเตอร์ ปรับขึ้นค่าธรรมเนียมบริการในช่วงชั่วโมงเร่งด่วน รถติด หรือช่วงหลังเวลา 21.00 น. ประมาณ 10-20 บาท/ช่วง ซึ่งจะไม่ใช่การปรับค่าโดยสาร ด้านขนส่งทางบก ลั่น! เริ่มได้เดือนธันวาคมนี้

นางมัลลิกา จิระพันธ์ุวาณิช รมช.คมนาคม เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหารถแท็กซี่ปฏิเสธผู้โดยสาร ทางกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) รายงานว่ามีแนวคิดที่จะให้เรียกเก็บค่าธรรมเนียมบริการเพิ่มในช่วงเวลาชั่วโมงเร่งด่วน หรือ รถติด หรือช่วงหลังเวลา 21.00 น. ประมาณ 10-20 บาท/ช่วง ซึ่งการปรับค่าบริการดังกล่าวจะไม่ใช่การปรับค่าโดยสารรถแท็กซี่มิเตอร์ โดยยังคงเป็นอัตราค่าโดยสารเริ่มต้นที่ 35 บาท แต่เป็นการปรับค่าบริการเท่านั้น ซึ่งมั่นใจว่าจะช่วยให้การปฏิเสธผู้โดยสารของรถแท็กซี่มิเตอร์ลดลง

“ยอมรับว่า รถแท็กซี่มิเตอร์ไม่ได้ปรับราคาค่าโดยสารมากว่า 20 ปี ซึ่งนอกจากที่ผ่านมารัฐบาลจะดูแลประชาชนแล้ว การให้ปรับค่าธรรมเนียมบริการเพิ่มในชั่วโมงเร่งด่วนก็เป็นการช่วยรถแท็กซี่อีกทางหนึ่ง ขณะเดียวกันที่ผ่านมาทางขนส่งทางบกได้มีการศึกษาการปรับโครงสร้างราคาค่าโดยสารมิเตอร์ใหม่แล้ว แต่ก็ไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะเกรงจะกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน ซึ่งปัจจุบัน ขนส่งได้มีแนวคิดที่จะปรับปรุงราคาค่าแท็กซี่มิเตอร์ โดยจะนำระบบดิจิทัลมิเตอร์มาใช้ ซึ่งเป็นการปรับคำนวณราคา มาจากต้นทุนน้ำมัน แก๊สตามความเป็นจริง”

นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก(ขบ.) กล่าวว่า การปรับค่าธรรมเนียมการบริการรถแท็กซี่มิเตอร์ ในช่วงชั่วโมงเร่งด่วนนั้น มั่นใจว่าจะช่วยให้การปฏิเสธผู้โดยสารลดลง โดยจะเริ่มได้ภายในเดือนธันวาคม 68 นี้ ส่วนการปรับโครงสร้างราคาค่าโดยสารรถแท็กซี่มิเตอร์ใหม่นั้น ทางขนส่งทางบกได้มีการศึกษาไว้ แต่การจะนำมาใช้นั้นจะต้องมีการปรับเป็นดิจิทัลมิเตอร์ก่อนเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมทั้งแท็กซี่และผู้โดยสาร.

การอนุมัติจาก “คมนาคม” ให้แท็กซี่ปรับขึ้นค่าบริการในช่วงชั่วโมงเร่งด่วน ถือเป็นข่าวที่น่าสนใจสำหรับทั้งผู้ใช้บริการและผู้ให้บริการแท็กซี่เอง การเปลี่ยนแปลงนี้มีเป้าหมายเพื่อแก้ไขปัญหาการปฏิเสธผู้โดยสาร และช่วยเหลือผู้ขับแท็กซี่ให้มีรายได้ที่เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน

“คมนาคม” ไฟเขียว “แท็กซี่” ปรับขึ้นค่าบริการชั่วโมงเร่งด่วน

การตัดสินใจของกระทรวงคมนาคมในครั้งนี้ เป็นผลมาจากการพิจารณาหลายปัจจัย รวมถึงต้นทุนการดำเนินงานของผู้ขับแท็กซี่ที่สูงขึ้น และความต้องการที่จะปรับปรุงคุณภาพการให้บริการ โดยการปรับขึ้นค่าบริการในช่วงเวลาที่มีความต้องการสูง จะช่วยจูงใจให้ผู้ขับแท็กซี่ให้บริการอย่างเต็มที่

รายละเอียดการปรับขึ้นค่าบริการแท็กซี่

การปรับขึ้นค่าบริการดังกล่าว จะมีผลเฉพาะในช่วงเวลาเร่งด่วน หรือช่วงที่มีการจราจรติดขัด และช่วงหลังเวลา 21.00 น. โดยจะมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มประมาณ 10-20 บาทต่อช่วง ซึ่งไม่ใช่การปรับค่าโดยสารปกติที่เริ่มต้น 35 บาท มาตรการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มแรงจูงใจให้ผู้ขับแท็กซี่รับผู้โดยสารในเวลาที่การจราจรหนาแน่น และลดปัญหาการปฏิเสธผู้โดยสาร

นอกจากนี้ กระทรวงคมนาคมยังอยู่ระหว่างการพิจารณาปรับโครงสร้างค่าโดยสารแท็กซี่โดยรวมในอนาคต โดยจะนำระบบดิจิทัลมิเตอร์มาใช้ เพื่อให้การคำนวณค่าโดยสารมีความเป็นธรรมและสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงของผู้ขับแท็กซี่มากขึ้น

การปรับขึ้นค่าบริการ “คมนาคม” ไฟเขียว “แท็กซี่” ปรับขึ้นค่าบริการชั่วโมงเร่งด่วน นี้ จะเริ่มต้นในเดือนธันวาคมนี้ ซึ่งคาดว่าจะช่วยบรรเทาปัญหาการปฏิเสธผู้โดยสาร และเพิ่มรายได้ให้แก่ผู้ขับแท็กซี่ อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้บริการก็อาจต้องเผชิญกับค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นเล็กน้อยในช่วงเวลาดังกล่าว

การเปลี่ยนแปลงนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะของประเทศไทย และเป็นการตอบสนองต่อความต้องการของทั้งผู้ให้บริการและผู้ใช้บริการ การติดตามผลกระทบของการปรับขึ้นค่าบริการ “คมนาคม” ไฟเขียว “แท็กซี่” ปรับขึ้นค่าบริการชั่วโมงเร่งด่วน ในระยะยาว จะเป็นประโยชน์ในการปรับปรุงนโยบายและมาตรการต่างๆ ให้เหมาะสมยิ่งขึ้นในอนาคต

การที่ “คมนาคม” ไฟเขียว “แท็กซี่” ปรับขึ้นค่าบริการชั่วโมงเร่งด่วน สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อนในระบบขนส่งสาธารณะ การสร้างสมดุลระหว่างความต้องการของผู้ให้บริการและผู้ใช้บริการเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้ระบบขนส่งสาธารณะสามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ที่มา – “คมนาคม” ไฟเขียว “แท็กซี่” ปรับขึ้นค่าบริการชั่วโมงเร่งด่วน 10-20 บาทต่อช่วง เริ่ม ธ.ค.นี้

Scroll to top