แนน บุณย์ธิดา สมชัย

โฆษกภูมิใจไทย ยันไม่ก้าวล่วงการทำงานพรรคอื่น

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อกข่าวการเมืองวันนี้เรามีเรื่องราวที่น่าสนใจในแวดวงการเมืองไทยมาอัปเดตกันครับ ล่าสุดมีกระแสข่าวเรื่องการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ หรือที่เรียกกันว่าครม.อนุทิน 2 ที่กำลังเป็นที่พูดถึงอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะประเด็นพรรคเพื่อไทยที่ยังยืนยันส่งชื่อ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เป็นรัฐมนตรีในสัดส่วนของพรรค แม้ว่าจะมีประเด็นคดีสแกนม่านตาที่ ป.ป.ช. กำลังตรวจสอบ ซึ่งมีคนในพรรคภูมิใจไทยเป็นผู้ร้องเรียนผ่านกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมก็ตาม

โฆษกภูมิใจไทย ยันไม่ก้าวล่วงการทำงานพรรคอื่น

ในประเด็นนี้ โฆษกภูมิใจไทย ยันไม่ก้าวล่วงการทำงานพรรคอื่น อย่างชัดเจนครับ น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย โฆษกพรรคภูมิใจไทย ได้ออกมาชี้แจงเมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2567 ว่า พรรคภูมิใจไทยยืนยันไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวหรือก้าวล่วงการตัดสินใจของพรรคการเมืองอื่นๆ เลย และที่สำคัญตอนนี้ยังไม่มีพรรคใดเสนอชื่อผู้สมควรได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการด้วยซ้ำ เป็นการแสดงถึงความเคารพซึ่งกันและกันในหมู่พรรคร่วมรัฐบาล

โฆษกภูมิใจไทย ยันไม่ก้าวล่วงการทำงานพรรคอื่น: รายละเอียดที่ควรรู้

มาดูกันครับว่าประเด็นนี้เกิดอะไรขึ้นบ้าง จากรายงานของผู้สื่อข่าวเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2567 กระแสข่าวการจัดสรรตำแหน่งในครม.ชุดใหม่กำลังร้อนแรง โดยพรรคเพื่อไทยซึ่งเป็นหัวหอกรัฐบาล มีการประชุมแกนนำเพื่อยืนยันสัดส่วนเดิม โดยยังคงชิงชื่อนายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.ท้องถิ่นชื่อดังที่เคยมีบทบาทสำคัญในพรรค แม้จะมีความเสี่ยงจากคดีที่ ป.ป.ช. กำลังสอบสวนเรื่องการสแกนม่านตา ซึ่งเชื่อมโยงกับการทุจริตเลือกตั้งหรือการโกงระบบลงคะแนนในบางพื้นที่

คดีนี้ถูกเปิดโปงโดยบุคคลในพรรคภูมิใจไทยที่ส่งข้อมูลไปยังกระทรวงดีอี เพื่อให้ตรวจสอบระบบดิจิทัล ทำให้เกิดคำถามว่าชื่อนี้จะผ่านเกณฑ์หรือไม่ แต่ทางโฆษกพรรคภูมิใจไทยก็ชัดเจนว่า โฆษกภูมิใจไทย ยันไม่ก้าวล่วงการทำงานพรรคอื่น ไม่ใช่แค่คำพูด แต่เป็นหลักการทำงานร่วมกันของพรรคร่วมรัฐบาล

  • พรรคภูมิใจไทยไม่เข้าไปแทรกแซงการเสนอชื่อของเพื่อไทย
  • ยังไม่มีชื่อรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการจากพรรคใด
  • คดีสแกนม่านตาของนายประเสริฐยังอยู่ในชั้นสอบสวน ป.ป.ช.
  • แสดงถึงความโปร่งใสและเคารพซึ่งกันในวงการเมือง

บริบทการเมืองตอนนี้ พรรคภูมิใจไทยภายใต้นายอนุทิน ชาญสมรรณ์ รักษาการนายกรัฐมนตรี กำลังเตรียมครม.ชุดใหม่หลังการเลือกตั้งส.ส.ท้องถิ่นและการปรับโครงสร้างรัฐบาล การชิงสัดส่วนตำแหน่งจึงเป็นเกมเช็คเมทที่ทุกพรรคต้องระวัง โดยเฉพาะประเด็นจริยธรรมที่ ป.ป.ช. เข้มงวดมากขึ้น สแกนม่านตาเป็นเทคโนโลยีที่ใช้ยืนยันตัวตนในการเลือกตั้ง แต่กลับถูกใช้ในทางมิชอบ จนกลายเป็นคดีร้อน

หลายคนวิเคราะห์ว่าการยืนยันชื่อนายประเสริฐ แสดงถึงความมั่นใจของเพื่อไทยในหลักฐานและพยาน แต่ก็อาจเสี่ยงถ้าป.ป.ช.มีมติเด็ดขาด ทางพรรคภูมิใจไทยจึงเลือกท่าทีเป็นกลาง ไม่แสดงท่าทีคัดค้าน เพื่อรักษาความสัมพันธ์พรรคร่วม

จากมุมมองของผม การที่ โฆษกภูมิใจไทย ยันไม่ก้าวล่วงการทำงานพรรคอื่น เป็นสัญญาณดีของการเมืองไทยที่กำลังโตขึ้น ทุกพรรคเริ่มเรียนรู้ที่จะทำงานเป็นทีม แทนการโจมตีกันเอง สุดท้ายแล้วประชาชนอย่างเราก็อยากเห็นครม.ที่เข้มแข็ง โปร่งใส เพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ สังคม ที่รอคอยมานาน

คุณคิดอย่างไรกับประเด็นนี้ล่ะครับ? คิดว่านายประเสริฐจะได้เป็น รมต.จริงไหม หรือพรรคเพื่อไทยจะเปลี่ยนใจ? คอมเมนต์มาบอกกันหน่อยนะครับ แล้วอย่าลืมติดตามอัปเดตข่าวการเมืองล่าสุดที่นี่ เพื่อไม่พลาดทุกมุมมอง!

ที่มา – โฆษกภูมิใจไทย ยันไม่ก้าวล่วงการทำงานพรรคอื่นชงชื่อ รมต. ชี้ยังไม่มีเสนอชื่อรัฐมนตรี

ไทยสร้างไทย-ทางเลือกใหม่หนุนอนุทินนายกฯ 281 เสียง

วันนี้เรามีข่าวการเมืองร้อนๆ มาอัปเดตกันครับ พรรคภูมิใจไทยกำลังเร่งรวบรวมพันธมิตรเพื่อจัดตั้งรัฐบาลใหม่ โดยล่าสุดมีการ เปิดตัว ไทยสร้างไทย-ทางเลือกใหม่ ประกาศหนุน “อนุทิน” นั่งนายกฯ รวมเสียงทะลุ 281 เสียง ซึ่งเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้สถานการณ์ชัดเจนขึ้นมาก หลังจากผลเลือกตั้งออกมา พรรคใหญ่ๆ เริ่มจับมือกันเพื่อแก้ปัญหาประเทศ

เปิดตัว ไทยสร้างไทย-ทางเลือกใหม่ ประกาศหนุน “อนุทิน” นั่งนายกฯ รวมเสียงทะลุ 281 เสียง

เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 10.30 น. ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย คึกคักไปด้วยแกนนำพรรคเล็กๆ ที่เดินทางมาร่วมหารือ นำโดยนายราเชน ตระกูลเวียง หัวหน้าพรรคทางเลือกใหม่ นายชวลิต วิชยสุทธิ์ รองหัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย และนายอุดมเดช รัตนเสถียร ว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคไทยสร้างไทย พวกเขามาพบปะกับนายทรงศักดิ์ ทองศรี แกนนำพรรคภูมิใจไทย และนายสิรภพ ดวงสอดศรี ผู้อำนวยการพรรค เพื่อคุยเรื่องร่วมรัฐบาลและสนับสนุนนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี

หลังจากนั้น นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย พร้อมนางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย โฆษกพรรค ได้แถลงข่าวความคืบหน้า บอกว่านายทรงศักดิ์ได้ประสานงานกับพรรคไทยสร้างไทยและทางเลือกใหม่แล้ว ให้มาร่วมเดินหน้าเลือกนายกฯ ไปด้วยกัน นี่คือการยืนยันชัดเจนของ เปิดตัว ไทยสร้างไทย-ทางเลือกใหม่ ประกาศหนุน “อนุทิน” นั่งนายกฯ รวมเสียงทะลุ 281 เสียง

เหตุผลที่พรรคเล็กๆ เลือกหนุนอนุทิน

นายอุดมเดช จากไทยสร้างไทย กล่าวว่าตนคุ้นเคยกับนายทรงศักดิ์จากกลุ่ม 16 พรรค และเห็นด้วยว่าประเทศไทยต้องการรัฐบาลเข้มแข็งเพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจและความมั่นคงชายแดน ปัญหาเหล่านี้รุมเร้าเราอยู่ หากไม่มีรัฐบาลที่มั่นคงจะยิ่งแย่ ดังนั้นหลังนับคะแนนเสร็จ พวกเขาพร้อมสนับสนุนพรรคเสียงข้างมาก ซึ่งตอนนี้คือพรรคภูมิใจไทย

ส่วนนายราเชน หัวหน้าพรรคทางเลือกใหม่ ย้ำว่าเคารพกติกาเสียงข้างมาก แม้พรรคตัวเองมีแค่ 1 เสียง แต่ยินดีโหวตให้นายอนุทินเป็นนายกฯ ตามหลักสากล นี่แสดงให้เห็นถึงความเป็นเอกภาพในวงการเมืองไทยยุคนี้

รายชื่อพรรคและจำนวนเสียงสนับสนุน

ตอนนี้รวมเสียงได้ 281 เสียงแล้ว ซึ่งเกินกึ่งหนึ่งของสภาผู้แทนราษฎร นี่คือรายละเอียด:

  • พรรคภูมิใจไทย 193 เสียง
  • พรรคเพื่อไทย 74 เสียง
  • พรรคเศรษฐกิจ 3 เสียง
  • พรรคใหม่ 1 เสียง
  • พรรครวมใจไทย 1 เสียง
  • พรรคไทยทรัพย์ทวี 1 เสียง
  • พรรครวมพลังประชาชน 1 เสียง
  • พรรคมิติใหม่ 1 เสียง
  • พรรคประชาธิปไตยใหม่ 1 เสียง
  • พรรคเพื่อชาติไทย 2 เสียง
  • พรรคทางเลือกใหม่ 1 เสียง
  • พรรคไทยสร้างไทย 2 เสียง

ส่วนพรรคกล้าธรรมที่มี 58 เสียง ยังไม่ชัดเจน นายไชยชนกบอกว่ามีการคุยกับนายไผ่ ลิกค์ เลขาธิการพรรคแล้ว และนายอนุทินคุยกับนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรคเบื้องต้น แต่รอสรุปอย่างเป็นทางการ พรรคกล้าธรรมจะประชุมบ่ายวันนี้ด้วย ทุกอย่างยังมีโอกาส และไม่มีเงื่อนไขอะไรชัดเจนจากพรรคเล็กๆ

โฆษกพรรคภูมิใจไทยยังบอกว่าจะมีแถลงข่าวต่อเนื่อง วันพรุ่งนี้ก็มีอีก การ เปิดตัว ไทยสร้างไทย-ทางเลือกใหม่ ประกาศหนุน “อนุทิน” นั่งนายกฯ รวมเสียงทะลุ 281 เสียง ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้รัฐบาลใหม่ใกล้เกิดขึ้น

ในมุมมองของผม การรวมตัวแบบนี้แสดงให้เห็นว่าพรรคการเมืองไทยเริ่มจริงจังกับการแก้ปัญหาประเทศมากขึ้น ไม่ใช่แค่แย่งชิงอำนาจ รัฐบาลที่เข้มแข็งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและความมั่นคงได้จริง หากคุณสนใจข่าวการเมือง ลองติดตามต่อและแชร์ความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างว่าคุณคิดว่ารัฐบาลชุดนี้จะทำอะไรได้บ้างนะครับ!

ที่มา – เปิดตัว ไทยสร้างไทย-ทางเลือกใหม่ ประกาศหนุน “อนุทิน” นั่งนายกฯ รวมเสียงทะลุ 281 เสียง

โฆษกภูมิใจไทย เผยเข้าใจกองเชียร์ไม่พอใจจับกับเพื่อไทย

หลังการเลือกตั้งทั่วไปที่ผ่านมา สถานการณ์การจัดตั้งรัฐบาลกำลังเป็นประเด็นร้อนในวงการการเมืองไทย โดยล่าสุด โฆษกภูมิใจไทย เผยเข้าใจกองเชียร์ไม่พอใจจับกับเพื่อไทย อย่างชัดเจน นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย ว่าที่ ส.ส. อุบลราชธานี และโฆษกพรรคภูมิใจไทย ได้ออกมาให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2567 ถึงความคืบหน้าการเจรจาร่วมรัฐบาล โดยโยนหน้าที่หลักให้หัวหน้าพรรคและเลขาธิการเป็นผู้ตัดสินใจคุยกับพรรคกล้าธรรม

โฆษกภูมิใจไทย เผยเข้าใจกองเชียร์ไม่พอใจจับกับเพื่อไทย

นางสาวแนน กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยกำลังได้รับการสนับสนุนจากหลายพรรคขนาดเล็กเพื่อผลักดันนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี โดยพรรคที่ยืนยันเจตจำนงแล้วมี พรรคเศรษฐกิจ พรรคประชาธิปไตยใหม่ พรรคใหม่ พรรครวมใจไทย พรรคไทยทรัพย์ทวี พรรครวมพลังประชาชน และล่าสุดพรรคมิติใหม่ รวม 7 พรรค มีว่าที่ ส.ส. 9 คน การเจรจาดำเนินไปตามลำดับ โดยนายอนุทินและนายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรค เป็นผู้ประสานงานหลัก

สถานการณ์เจรจากับพรรคกล้าธรรมและเพื่อไทย

สำหรับคำถามที่หลายคนสงสัยว่า พรรคกล้าธรรมจะมาร่วมรัฐบาลหรือไม่ โดยเฉพาะหากดึงพรรคเพื่อไทยมาร่วม โฆษกภูมิใจไทย เผยเข้าใจกองเชียร์ไม่พอใจจับกับเพื่อไทย แต่ย้ำว่าการเมืองไม่มีอะไรแน่นอน ทุกอย่างต้องรอการรับรอง ส.ส. จาก กกต. และการประชุมสภาเลือกประธานสภาภายใน 15 วัน หัวหน้าพรรคยืนยันว่าจะพูดคุยกับทุกพรรคเพื่อฟอร์มทีมรัฐบาลที่แข็งแกร่ง

นอกจากนี้ ในที่ประชุมพรรคล่าสุด ได้หารือเรื่องการเตรียมงานสภาและแสดงความยินดีกับว่าที่ ส.ส. ใหม่ โดยมอบอำนาจให้หัวหน้าและเลขาธิการเจรจา เมื่อเสร็จสิ้นจะนำกลับเข้าคณะกรรมการบริหารพรรคพิจารณาใหม่

  • พรรคที่สนับสนุนนายอนุทินเป็นนายกฯ: พรรคเศรษฐกิจ, พรรคประชาธิปไตยใหม่, พรรคใหม่, พรรครวมใจไทย, พรรคไทยทรัพย์ทวี, พรรครวมพลังประชาชน, พรรคมิติใหม่
  • จำนวนเสียงรวมปัจจุบัน: ส.ส.ภูมิใจไทย 193 เสียง + เพื่อไทย 74 + พลังประชารัฐ 5 + เศรษฐกิจ 3 + ใหม่ 1 + รวมใจไทย 1 + ไทยทรัพย์ทวี 1 + รวมพลังประชาชน 1 + มิติใหม่ 1 + ประชาธิปไตยใหม่ 1 = 281 เสียง

โฆษกยังกล่าวถึงกระแสไม่พอใจจากแฟนคลับภูมิใจไทยที่เห็นการจับมือเพื่อไทย โดยขอให้กองเชียร์มองอนาคตและผลงานที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศ หลังเลือกตั้งฝุ่นควันยังไม่จาง มีประเด็นค้างคาจากการหาเสียงหลายเรื่อง แต่พรรคภูมิใจไทยพร้อมพิสูจน์ตัวเองผ่านการทำงานจริง

ภาพรวมการจัดตั้งรัฐบาลพรรคภูมิใจไทย

การเมืองไทยหลังเลือกตั้งครั้งนี้เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน พรรคภูมิใจไทยที่ได้ที่นั่งอันดับหนึ่ง กำลังเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล โดยมีนายอนุทินเป็นตัวชูโรง สิ่งสำคัญคือการรวมเสียงให้ถึง 251 เสียงเพื่อควบคุมสภา ปัจจุบันรวม 281 เสียงถือว่ามั่นใจ แต่ยังต้องเจรจาต่อกับพรรคใหญ่ๆ อย่างประชาธิปัตย์หรือกล้าธรรม หากดึงเพื่อไทยเต็มตัว อาจกระทบภาพลักษณ์ “สีเทา” ที่กองเชียร์กังวล แต่โฆษกย้ำว่า ต้องโฟกัสที่การทำงานเพื่อประชาชน

ผู้สนับสนุนพรรคการเมืองต่างๆ ควรเข้าใจว่าการจัดตั้งรัฐบาลต้องประนีประนอมเพื่อความมั่นคงของชาติ ไม่ใช่แค่ค่านิยมส่วนตัว นี่คือบทเรียนสำคัญจากอดีตที่รัฐบาลล้มเหลวเพราะขาดเอกภาพ

ในมุมมองของเรา การเคลื่อนไหวของพรรคภูมิใจไทยแสดงถึงความเป็นมืออาชีพในการเมือง หวังว่ารัฐบาลใหม่จะแก้ปัญหาเศรษฐกิจ สุขภาพ และการศึกษาได้จริง คุณคิดอย่างไรกับสถานการณ์นี้ ลองแสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อให้เพื่อนๆ ได้ติดตามข่าวการเมืองล่าสุด!

ที่มา – โฆษกภูมิใจไทย เผยเข้าใจกองเชียร์ไม่พอใจจับกับเพื่อไทย โยนหน้าที่ หัวหน้า-เลขา คุยกล้าธรรม

ภูมิใจไทย จี้สภาฯ เร่งวาระเลือกนายกฯ

โฆษกพรรคภูมิใจไทยมองว่าญัตติการเลือกนายกฯ เป็นญัตติเร่งด่วน พร้อมเตรียมพูดคุยกับสมาชิกพรรคในวันนี้ เพื่อยืนยันแนวทางสนับสนุนหัวหน้าพรรคอย่างเต็มที่ ยืนยันว่า “อนุทิน” ไม่จำเป็นต้องมีองครักษ์ ขึ้นอยู่กับเพื่อนสมาชิกจะอภิปราย

วันนี้ 5 กันยายน 2568 ที่อาคารรัฐสภา บรรดาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคภูมิใจไทยทยอยเข้าร่วมประชุม สวมชุดผ้าไทยสีน้ำเงิน พร้อมรอยยิ้มทักทายสื่อมวลชนที่รออยู่ด้านหน้าห้องประชุม

นางสาวบุณย์ธิดา สมชัย โฆษกพรรคภูมิใจไทย และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี เปิดเผยก่อนเข้าประชุมพรรคภูมิใจไทยว่า การประชุมวันนี้จะมีการพูดคุยเรื่องลำดับขั้นตอนการโหวตเลือกนายกฯ เป็นญัตติเร่งด่วน และแจ้งให้ทราบว่านอกวาระการประชุมโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีแล้ว ยังมีการประชุมวาระทั่วไปที่ถูกบรรจุไว้ล่วงหน้า เพื่อทำความเข้าใจในประเด็นนี้

นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ไม่ได้กำชับอะไรเป็นพิเศษ เพราะอยู่ในที่ประชุมสภาฯ ด้วยกันตลอดอยู่แล้ว แต่หลังจากนี้จะกำชับเรื่องการทำงานในที่ประชุมสภาฯ รวมถึงการให้ความร่วมมือกับพรรคต่างๆ ในการพิจารณากฎหมายต่างๆ

ส่วนญัตติการโหวตเลือกนายกฯ เป็นญัตติเร่งด่วน ในวันนี้ถูกจัดอยู่ในลำดับที่ 8 จะมีการเสนอเลื่อนญัตติขึ้นมาเป็นวาระแรกหรือไม่ โฆษกพรรคภูมิใจไทยบอกว่าขอดูสถานการณ์ในหน้างานก่อน เพราะการเปิดประชุมช่วงเช้าวันนี้ จะต้องมีการประชุมเรื่องที่ค้างเอาไว้เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ซึ่งจะมีการลงมติกฎหมายที่ค้างเอาไว้ก่อนเลือกนายกรัฐมนตรี และหลังจากนั้นจะมีการพูดคุยกับพรรคต่างๆ หรือไม่

ส่วนตัวมองว่าการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญในคำสุดท้ายก็ระบุไว้ว่าให้เลือกโดยพลัน ดังนั้นวาระนี้น่าจะเป็นวาระที่เร่งด่วนที่สุดในสภาฯ เพราะเราก็ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว

โฆษกพรรคภูมิใจไทย ย้ำว่าจึงมีโอกาสที่เราจะดันญัตตินี้เป็นเรื่องแรกในที่ประชุมสภา แต่จะเป็นการประสานกันของแต่ละพรรคการเมืองอีกครั้ง ซึ่งวันนี้การโหวตเลือกนายกฯ จะต้องมีการโหวตในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งอยู่แล้ว

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าหากวันนี้มีการอภิปรายเรื่องคุณสมบัติของนายอนุทิน จะต้องมีการจัด สส.เพื่อปกป้องหรือเป็นองครักษ์หรือไม่ โฆษกพรรคภูมิใจไทยกล่าวว่าอย่าเรียกว่าเป็นองครักษ์ เพราะหากดูในครั้งก่อนของสภาชุดนี้ ก็ไม่ต้องถึงขั้นใช้องครักษ์ จะมีแค่ตัวแทนพรรคในการลุกขึ้นอภิปราย แต่ทุกอย่างขึ้นอยู่กับนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร จะวินิจฉัยอย่างไรในประเด็นต่างๆ ถ้าหากมีสมาชิกจะร้องขอ

ส่วนกรณีที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรได้สัมภาษณ์ไว้ว่าวันนี้จะให้อภิปรายได้แค่เหตุผลว่าทำไมถึงส่งชื่อแคนดิเดตนายกฯ คนนี้ ทางพรรคมองอย่างไรที่ประธานสภาปิดช่องไม่ให้ใช้เปิดแผล หรือแฉกัน โฆษกพรรคภูมิใจไทยกล่าวว่า ต้องบอกว่าที่ผ่านมาหัวหน้าพรรคฯ ได้ให้สัมภาษณ์ในหลายที่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวอะไรก็ตาม แต่ถ้าจะมาใช้คำว่าแฉคงไม่ใช่ เพราะคำว่าแฉต้องใช้ในลักษณะที่ไม่มีใครทราบมาก่อน และทุกเรื่องหัวหน้าพรรคฯ เคยบอกไว้แล้วว่าทุกเรื่องไม่เคยมีปัญหา และไม่เคยมีความกังวลในเรื่องที่มีการกล่าวถึงกันอยู่แล้ว

ซึ่งไม่ได้มองว่าดีในมุมไหน แต่ว่าในการประชุมทุกครั้งอำนาจอยู่ที่ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ดังนั้นท่านผู้แทนราษฎรจะให้สิทธิ์ใครในประเด็นไหนอย่างไรอยู่ในสิทธิ์ของประธานสภาผู้แทนราษฎร

ภูมิใจไทย จี้สภาฯ เร่งวาระเลือกนายกฯ

ทำไมภูมิใจไทยถึงให้ความสำคัญกับวาระเลือกนายกฯ เป็นญัตติเร่งด่วน?

เหตุผลหลักที่พรรคภูมิใจไทยผลักดันให้การเลือกนายกฯ เป็นญัตติเร่งด่วน เป็นเพราะพรรคฯ มองว่าการดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ที่กำหนดให้มีการเลือกนายกรัฐมนตรีโดยพลันเมื่อมีเหตุจำเป็น นอกจากนี้ การเร่งกระบวนการดังกล่าวจะช่วยให้ประเทศมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งโดยเร็ว ซึ่งจะส่งผลดีต่อเสถียรภาพทางการเมืองและการบริหารประเทศ

  • ความสำคัญของการมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง
  • บทบาทของรัฐธรรมนูญในการกำหนดกรอบเวลา
  • ผลกระทบต่อเสถียรภาพทางการเมือง

พรรคภูมิใจไทยยังเชื่อมั่นว่า การที่สภาฯ ให้ความสำคัญกับวาระเลือกนายกฯ เป็นญัตติเร่งด่วน จะเป็นการแสดงออกถึงความรับผิดชอบต่อประชาชน และเป็นการตอบสนองต่อความต้องการของสังคมที่ต้องการเห็นการจัดตั้งรัฐบาลโดยเร็ว

การผลักดันให้การเลือกนายกรัฐมนตรีเป็นวาระเร่งด่วนแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของพรรคภูมิใจไทยในการที่จะมีส่วนร่วมในการจัดตั้งรัฐบาลและแก้ไขปัญหาของประเทศ

โดยสรุปแล้ว การที่พรรคภูมิใจไทยผลักดันให้การเลือกนายกรัฐมนตรีเป็นวาระเร่งด่วน เป็นการสะท้อนถึงความตั้งใจที่จะปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ ตอบสนองต่อความต้องการของประชาชน และมีส่วนร่วมในการสร้างเสถียรภาพทางการเมือง

ที่มา – ภูมิใจไทย ไม่ส่งองครักษ์พิทักษ์ “อนุทิน” จี้สภาฯ เลื่อนวาระเลือกนายกฯ เป็นญัตติเร่งด่วน

“ภรรยาสันติ” พาสส.เพชรบูรณ์ ฟังวอร์รูมคดีนายกฯ

เกิดอะไรขึ้นที่พรรคภูมิใจไทย เมื่อ “วันเพ็ญ พร้อมพัฒน์” ภรรยาของนายสันติ พร้อมพัฒน์ นำ สส.เพชรบูรณ์ จากพรรคพลังประชารัฐ เดินทางไปร่วมฟังการประชุมวอร์รูมคดีนายกฯ ที่พรรคภูมิใจไทย ทำให้เกิดคำถามตามมามากมายถึงนัยยะทางการเมืองที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังการรวมตัวครั้งนี้

“ภรรยาสันติ” พา สส.เพชรบูรณ์ พปชร. ร่วมฟังวอร์รูมคดีนายกฯ ที่พรรคภูมิใจไทย

เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2568 เวลา 13:38 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ทำการพรรคภูมิใจไทยคึกคักเป็นพิเศษ เมื่อมี สส.จากพรรคพลังประชารัฐ นำโดย นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ ส.ส.เพชรบูรณ์ ซึ่งเป็น “ภรรยาสันติ” พร้อมพัฒน์ อดีตรัฐมนตรีชื่อดัง พร้อมด้วย นายอัคร ทองใจสด สส.เพชรบูรณ์ และรองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ นายบุญชัย กิตติธาราทรัพย์ สส.เพชรบูรณ์ และนายวรโชติ สุคนธ์ขจร สส.เพชรบูรณ์ เดินทางมาถึง

บรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่น โดยมีกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทยลงมารอต้อนรับอย่างใกล้ชิด พร้อมสวมกอดทักทาย ก่อนที่จะนำคณะ สส.เพชรบูรณ์ ขึ้นไปยังห้องรับรองชั้นบนทันที เหตุการณ์นี้สร้างความประหลาดใจให้กับสื่อมวลชนและผู้ที่พบเห็นเป็นอย่างมาก

สิ่งที่น่าสนใจคือ จุดประสงค์ของการเดินทางมายังพรรคภูมิใจไทยของคณะ สส.เพชรบูรณ์ในครั้งนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การที่ “ภรรยาสันติ” พร้อมพัฒน์ เป็นผู้นำทีมมาด้วยตนเอง ทำให้หลายฝ่ายจับจ้องถึงความเชื่อมโยงกับคดีความที่เกี่ยวข้องกับนายกรัฐมนตรีในปัจจุบัน ว่าอาจมีความเกี่ยวข้องกับการวางแผนหรือเตรียมการทางการเมืองบางอย่างหรือไม่

ทำไมต้องเป็น “ภรรยาสันติ” และ สส.เพชรบูรณ์?

คำถามที่ตามมาคือ เหตุใดจึงเป็น สส.จากจังหวัดเพชรบูรณ์ และทำไมต้องเป็น “ภรรยาสันติ” ที่เป็นผู้นำทีมในการเดินทางมายังพรรคภูมิใจไทยในครั้งนี้ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นประเด็นที่น่าสนใจและต้องติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไป

ถึงแม้ว่าผู้สื่อข่าวจะพยายามสอบถามถึงนัยยะทางการเมืองของการเดินทางมาในครั้งนี้ แต่ก็ไม่ได้รับการตอบคำถามที่ชัดเจนจากผู้ที่เกี่ยวข้อง มีเพียง น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย สส.อุบลราชธานี ในฐานะโฆษกพรรคภูมิใจไทย ที่ตอบเพียงสั้นๆ ว่า “มารับประทานอาหารกัน” ซึ่งคำตอบดังกล่าวดูเหมือนจะไม่สามารถคลายความสงสัยของหลายๆ ฝ่ายได้

การปรากฏตัวของ “ภรรยาสันติ” พร้อม สส.เพชรบูรณ์ ที่พรรคภูมิใจไทยครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่น่าจับตามองในแวดวงการเมืองไทย แม้ว่าจุดประสงค์ที่แท้จริงจะยังไม่ชัดเจน แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเหตุการณ์นี้อาจนำไปสู่ความเปลี่ยนแปลงหรือความร่วมมือทางการเมืองในอนาคตก็เป็นได้

ดังนั้น สิ่งที่ต้องทำคือการติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด และวิเคราะห์ข้อมูลอย่างรอบด้าน เพื่อทำความเข้าใจถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นและผลกระทบที่อาจตามมาจากการรวมตัวของ สส.เพชรบูรณ์และพรรคภูมิใจไทยในครั้งนี้

ที่มา – “ภรรยาสันติ” พา สส.เพชรบูรณ์ พปชร. ร่วมฟังวอร์รูมคดีนายกฯ ที่พรรคภูมิใจไทย

Scroll to top