แมว

ชาวเน็ตแห่ชื่นชม เจ้าของศูนย์พักพิงลุยน้ำท่วม ช่วยหมา-แมวหนีตายจากมหาอุทกภัยจีน

เชื่อว่าเพื่อนๆ หลายคนคงได้เห็นคลิปสะเทือนใจที่กลายเป็นไวรัลไปทั่วโลกออนไลน์ สำหรับเหตุการณ์ ชาวเน็ตแห่ชื่นชม เจ้าของศูนย์พักพิงลุยน้ำท่วม ช่วยหมา-แมวหนีตายจากมหาอุทกภัยจีน ในเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ที่ต้องเผชิญกับพายุและฝนตกหนักจนเกิดน้ำท่วมฉับพลัน งานนี้บอกเลยว่าหัวใจของคนรักสัตว์ต้องยกย่องให้คุณนายโม่ ซิงเจี้ยน เจ้าของศูนย์พักพิงจริงๆ ครับ

ชาวเน็ตแห่ชื่นชม เจ้าของศูนย์พักพิงลุยน้ำท่วม ช่วยหมา-แมวหนีตายจากมหาอุทกภัยจีน

เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อสถานการณ์น้ำท่วมใหญ่ในจีนทวีความรุนแรงขึ้น จนหลายพื้นที่กลายเป็นทะเลน้ำจืด คุณโม่ ซิงเจี้ยน ซึ่งเป็นห่วงสุนัขและแมวในศูนย์พักพิงเมืองหนานหนิง จึงตัดสินใจฝ่ากระแสน้ำที่เชี่ยวกรากเข้าไปช่วยเหลือเพื่อนสี่ขาของเขาด้วยตัวเอง ก่อนที่ระดับน้ำจะสูงจนท่วมเกือบมิดคอกสัตว์ ภาพที่ปรากฏในคลิปแสดงให้เห็นถึงความทุ่มเทและการเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อให้สัตว์เหล่านี้รอดพ้นจากภัยพิบัติ

เบื้องหลังความกล้าหาญในการช่วยชีวิตสัตว์จากอุทกภัยจีน

นอกจากความกล้าหาญแล้ว เหตุการณ์ ชาวเน็ตแห่ชื่นชม เจ้าของศูนย์พักพิงลุยน้ำท่วม ช่วยหมา-แมวหนีตายจากมหาอุทกภัยจีน ยังสะท้อนให้เห็นถึงสถานการณ์เปราะบางในพื้นที่ประสบภัย:

  • การช่วยเหลือที่ยากลำบาก: กระแสน้ำไหลเชี่ยวทำให้คุณโม่ต้องทยอยขนสุนัขออกมาได้เพียงทีละ 2 ตัว
  • การเอาตัวรอดของแมว: น้องแมวจำนวนมากถูกพาขึ้นไปอยู่บนหลังคาและกำแพงเพื่อหนีน้ำท่วม
  • มิตรภาพของผู้ร่วมชะตากรรม: ยังมีอาสาสมัครที่พยายามช่วยกันเคลื่อนย้ายสัตว์ที่เหลืออีกกว่า 50 ตัว

ความรุนแรงของพายุโซนร้อน “ไมสัก” ครั้งนี้ ทำให้มีผู้เสียชีวิตและสูญหาย รวมถึงประชาชนจำนวนมากต้องอพยพออกจากที่พักอาศัย ถือเป็นวิกฤตที่หนักหนาสาหัสที่สุดครั้งหนึ่งในรอบปีสำหรับพี่น้องชาวจีนในเขตตอนใต้ครับ

ท้ายที่สุดนี้ เราขอส่งกำลังใจให้ทั้งอาสาสมัคร หมา และแมวทุกตัวที่ยังคงรอการอพยพ ขอให้สถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด และหวังว่าเรื่องราวความเสียสละนี้จะเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้คนหันมาใส่ใจเพื่อนร่วมโลกตัวเล็กๆ ในยามที่เกิดภัยพิบัติกันมากขึ้นนะครับ

ที่มา – ชาวเน็ตแห่ชื่นชม เจ้าของศูนย์พักพิงลุยน้ำท่วม ช่วยหมา-แมวหนีตายจากมหาอุทกภัยจีน

เวียดนามจับกุมแก๊งขโมยแมวส่งขายโรงเชือด ช่วยชีวิตได้กว่า 400 ตัว

เวียดนามจับกุมแก๊งขโมยแมวส่งขายโรงเชือด ช่วยชีวิตได้กว่า 400 ตัว

ข่าวใหญ่สะเทือนใจคนรักสัตว์ในสัปดาห์นี้คงหนีไม่พ้นกรณีที่ตำรวจนครโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม ได้ร่วมมือกับองค์กรพิทักษ์สัตว์ บุกทลายเครือข่ายขโมยแมวรายใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา ซึ่งเหตุการณ์ เวียดนามจับกุมแก๊งขโมยแมวส่งขายโรงเชือด ช่วยชีวิตได้กว่า 400 ตัว นี้ถือเป็นการปฏิบัติการที่ช่วยชุบชีวิตเพื่อนตัวน้อยที่กำลังจะถูกส่งไปร้านอาหารและโรงเชือดให้รอดพ้นจากสถานการณ์อันโหดร้าย

จากการรายงานระบุว่า แก๊งคนร้ายกลุ่มนี้ออกตระเวนวางกับดักขโมยแมวของชาวบ้านมานานถึง 3 ปี โดยนำมาพักไว้เพื่อรอขายต่อให้พ่อค้าคนกลาง ทำกำไรจากสัตว์เลี้ยงที่มีเจ้าของและเปรียบเสมือนสมาชิกในครอบครัว

รายละเอียดการบุกทลายและช่วยชีวิตแมวในเวียดนาม

ในการปฏิบัติการครั้งนี้ เจ้าหน้าที่สามารถช่วยเหลือแมวที่ยังมีชีวิตได้กว่า 500 ตัว และพบแมวเคราะห์ร้ายที่ถูกแช่แข็งในถังโฟมอีก 80 ตัว โดยกลุ่มคนที่อยู่เบื้องหลังกระบวนการนี้ถูกจับกุมทั้งหมด 9 ราย ซึ่งขณะนี้ความคืบหน้าของ เวียดนามจับกุมแก๊งขโมยแมวส่งขายโรงเชือด ช่วยชีวิตได้กว่า 400 ตัว คือการเปิดโอกาสให้เจ้าของที่ทำแมวหาย ได้เข้ามาตรวจสอบและรับสัตว์เลี้ยงกลับบ้าน โดยมีผู้ที่ได้รับแมวคืนแล้วมากกว่า 40 ราย

อย่างไรก็ตาม ชีวิตของแมวที่เหลือยังคงมีความเสี่ยง เนื่องจากสภาวะความแออัดและสุขภาพที่ย่ำแย่ ทำให้มีแมวบางส่วนล้มตายลงหลังจากถูกช่วยออกมาได้ โดยทางองค์กรพิทักษ์สัตว์ยังต้องเดินหน้าช่วยเหลือเรื่องอุปกรณ์ระบายความร้อนและอาหารสัตว์ เพื่อประคับประคองชีวิตของแมวที่เหลืออยู่ในสถานีตำรวจเพื่อให้เป็นวัตถุพยานในชั้นศาล

  • ผลกระทบต่อจิตใจ: แมวไม่ใช่แค่สัตว์เลี้ยง แต่เป็นสมาชิกครอบครัว
  • ความชัดเจนของกฎหมาย: แม้บริโภคเนื้อแมวไม่ผิดกฎหมายโดยตรง แต่การขโมยและทำทารุณกรรมถือเป็นการกระทำความผิดทางกฎหมายที่ต้องได้รับโทษ
  • การระบุตัวตน: ตำรวจยังเปิดให้เจ้าของที่สงสัยว่าแมวตนเองถูกขโมย มายืนยันตัวตนได้ที่แผนกสืบสวน

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นชี้ให้เห็นว่า กระแสการเรียกร้องสิทธิสัตว์เริ่มได้รับความสนใจมากขึ้นในภูมิภาคนี้ การที่ เวียดนามจับกุมแก๊งขโมยแมวส่งขายโรงเชือด ช่วยชีวิตได้กว่า 400 ตัว ครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังเพื่อหยุดยั้งขบวนการค้าสัตว์เลี้ยงที่มืดมน

เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าแมวที่เหลือรอดชีวิตจะได้รับการดูแลที่ดีขึ้น และได้รับความยุติธรรมจากเหตุการณ์อันโหดร้ายที่พวกมันต้องเผชิญ ขอส่งกำลังใจให้เจ้าของทุกท่านได้พบกับสัตว์เลี้ยงแสนรักโดยเร็วที่สุดครับ

ที่มา – เวียดนามจับกุมแก๊งขโมยแมวส่งขายโรงเชือด-ร้านอาหาร ช่วยชีวิตได้กว่า 400 ตัว

สตาร์ทอัพญี่ปุ่นยื่นขออนุมัติ “ยาแก้โรคไตวายเรื้อรัง” ในแมว

เฮฮือร่า! ข่าวดีมาสำหรับทาสแมวทุกคนเลยนะ สตาร์ทอัพญี่ปุ่นยื่นขออนุมัติ “ยาแก้โรคไตวายเรื้อรัง” ในแมวแล้ว! โรคไตวายเรื้อรังนี่แหละที่เป็นตัวการคร่าชีวิตน้องแมวสูงวัยไปเยอะมาก แต่ตอนนี้มีหวังแล้ว เพราะยาตัวใหม่นี้ช่วยเพิ่มอัตราการรอดชีวิตได้ถึง 80% เลยทีเดียว มาดูรายละเอียดกันว่ามันเจ๋งยังไงบ้าง

สตาร์ทอัพญี่ปุ่นยื่นขออนุมัติ “ยาแก้โรคไตวายเรื้อรัง” ในแมว

สถาบันวิจัยการแพทย์ AIM หรือ Institute for AIM Medicine ซึ่งเป็นสตาร์ทอัพด้านเวชภัณฑ์ในโตเกียว ได้ยื่นคำร้องต่อกระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมงของญี่ปุ่น เพื่อขออนุมัติผลิตและจำหน่ายยารักษาโรคไตวายเรื้อรังในแมว โรคนี้เป็นปัญหาใหญ่ที่ยังไม่มีวิธีรักษาให้หายขาด และคร่าชีวิตแมวทั่วโลกนับไม่ถ้วน

ยาตัวนี้พัฒนาจากโปรตีน AIM (Apoptosis Inhibitor of Macrophage) ที่ค้นพบในเลือดมนุษย์ โดย ดร.โทรุ มิยาซากิ อดีตศาสตราจารย์มหาวิทยาลัยโตเกียวและผู้อำนวยการสถาบัน เป็นหัวหน้าทีมวิจัยมาอย่างยาวนาน โปรตีนนี้ช่วยยับยั้งการตายของเซลล์ และตอนนี้เอามาใช้กับแมวได้ผลดีสุดๆ

ผลการทดสอบทางคลินิกสุดน่าทึ่งของยาแก้โรคไตวายเรื้อรัง

จากการทดสอบในโรงพยาบาลสัตว์ทั่วญี่ปุ่นกับแมวป่วยระดับหนึ่ง พบว่าแมวที่กินยานี้รักษาค่าการทำงานของไตได้ดีกว่า และที่สำคัญ อัตราการรอดชีวิตใน 6 เดือนถึง 1 ปี สูงถึง 80-83% เทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้รับยาแค่ 20% เท่านั้น! นี่คือตัวเลขที่ทำให้ทาสแมวอย่างเราตื่นเต้นมาก

  • เพิ่มอัตราการรอดชีวิต 80-83%
  • รักษาฟังก์ชันไตได้ดีขึ้น
  • ลดภาวะแทรกซ้อนอย่างปัสสาวะเป็นพิษ

โครงการนี้เกือบล้มเหลวเมื่อ 5 ปีก่อนเพราะขาดทุนช่วงโควิด แต่คนรักแมวทั่วโลกช่วยกันบริจาคกว่า 300 ล้านเยน (ราว 61 ล้านบาท) ในปี 2021-2022 จนวิจัยสำเร็จ สุดยอดมาก!

ทำไมโรคไตวายเรื้อรังถึงน่ากลัวในแมว

จากข้อมูล Cornell Feline Health Center โรคนี้เป็นสาเหตุตายอันดับต้นๆ ของแมวสูงวัย แมวอายุเกิน 10 ปี มีโอกาสป่วย 40% อายุเกิน 15 ปี สูงถึง 80% อาการเริ่มจากกระหายน้ำมาก ปัสสาวะบ่อย อ่อนเพลีย กลิ่นปากเหม็น จนถึงระยะสุดท้ายที่ทนทุกข์มาก ทาสแมวหลายคนคงเคยเจอมาแล้วใช่มั้ย

ดร.มิยาซากิ บอกว่า “เราพัฒนายานี้เพื่อเอาชนะโรคไต ช่วยลดความทุกข์กายใจและค่าใช้จ่ายให้ทั้งแมวและเจ้าของ” ถ้าได้รับอนุมัติ จะเป็นก้าวใหญ่ของวงการสัตวแพทย์ทั่วโลก

นอกจากนี้ สตาร์ทอัพญี่ปุ่นยื่นขออนุมัติ “ยาแก้โรคไตวายเรื้อรัง” ในแมว ยังจุดประกายให้เกิดการวิจัยเพิ่มเติม เช่น การป้องกันโรคด้วยอาหารและตรวจสุขภาพสม่ำเสมอ ทาสแมวอย่างเราควรพาน้องตรวจไตปีละครั้ง โดยเฉพาะถ้าอายุเกิน 7 ปี เพื่อจับอาการตั้งแต่เนิ่นๆ

สรุปแล้ว สตาร์ทอัพญี่ปุ่นยื่นขออนุมัติ “ยาแก้โรคไตวายเรื้อรัง” ในแมว คือข่าวดีที่รอคอยมานาน ช่วยยืดอายุและคุณภาพชีวิตน้องแมวได้จริง อย่าลืมดูแลน้องด้วยการให้อาหารไตสูตรพิเศษ ดื่มน้ำเยอะ และตรวจสุขภาพ定期 ถ้าอยากให้น้องอยู่กับเรานานๆ ลองแชร์ข่าวนี้ให้เพื่อนทาสแมวรับรู้ด้วยนะ แล้วคุณจะช่วยกันผลักดันให้ยานี้วางขายเร็วขึ้น!

ที่มา – สตาร์ทอัพญี่ปุ่นยื่นขออนุมัติ “ยาแก้โรคไตวายเรื้อรัง” ในแมว

แมวที่ดีที่สุดในโลก 2025 จากมอสโก

พบกับ แมวที่ดีที่สุดในโลก 2025 ที่กำลังเป็นข่าวฮือฮาทั่วโลก! เจ้า Darlen Fleur Dalmore Black แมวเพศผู้สายพันธุ์อะบิสซิเนียน วัยเพียง 1 ปีครึ่ง จากรัสเซีย ได้รับการยกย่องให้เป็นสุดยอดแมวจากองค์กร World Cat Federation หลังคว้ารางวัลจากเวทีประกวดนานาชาติกว่า 40 รายการ และเอาชนะคู่แข่งเกือบ 1,500 ตัวในปีนี้

แมวที่ดีที่สุดในโลก 2025 ปรากฏตัวในงาน Golden Paw

ในงานประกวด “Golden Paw” ที่กรุงมอสโก เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา Darlen ได้อวดโฉมสร้างความประทับใจให้กรรมการและผู้ชมจำนวนมาก แมวตัวนี้ไม่เพียงสวยงาม แต่ยังมีคุณสมบัติครบถ้วนตามมาตรฐานสายพันธุ์อะบิสซิเนียน เช่น รูปร่างสมดุล ใบหูขนาดกำลังดี โครงสร้างศีรษะกระชับ กล้ามเนื้อแน่น แววตาคมกริบ สีขนสม่ำเสมอ และที่สำคัญคือการเคลื่อนไหวอันสง่างามพร้อมอุปนิสัยเป็นมิตร

เกณฑ์ตัดสินที่ทำให้แมวที่ดีที่สุดในโลก 2025 โดดเด่น

กรรมการพิจารณาจากหลายปัจจัย ไม่ใช่แค่รูปลักษณ์ภายนอกเท่านั้น การแสดงพฤติกรรมในสนามประกวด เช่น ความมั่นใจและความสงบ ก็มีส่วนสำคัญ Darlen ผ่านการแข่งขันเข้มข้น จนได้คะแนนสูงสุด สะท้อนถึงความทุ่มเทของผู้เพาะพันธุ์ ดารียา กรุซิโนวา เจ้าของฟาร์มที่ Darlen เกิด กล่าวว่า “การได้แมวที่สมบูรณ์แบบไม่ใช่เรื่องง่าย แม้พ่อแม่จะสวย แต่พันธุกรรมอาจคลาดเคลื่อนในรายละเอียดเล็กๆ เช่น ขนาดหูหรือสัดส่วนศีรษะ สิ่งสำคัญคือความสมดุลโดยรวม”

สายพันธุ์อะบิสซิเนียนเป็นหนึ่งในพันธุ์แมวที่เก่าแก่ที่สุด มีต้นกำเนิดจากเอธิโอเปีย (เดิมเรียก Abyssinia) ขนสั้นเรียบลื่น สีน้ำตาลแดงหรือเงินเงิน ดวงตาสีเขียวหรือทอง มีลาย “ติคกิ้ง” บนขนที่เป็นเอกลักษณ์ ทำให้ดูหรูหราเหมือนเสือขนาดจิ๋ว นิสัยกระฉับกระเฉง รักการปีนป่าย ต้องการพื้นที่ให้เล่นเยอะ เหมาะสำหรับเจ้าของที่ active

แมวที่ดีที่สุดในโลก 2025

สำหรับ Darlen นิสัยเด่นคือพลังงานล้นเหลือ บางครั้งวิ่งวนรอบห้อง หางชูตั้ง ดวงตาเบิกกว้าง แต่ไม่ดื้อหรือมีปัญหาพฤติกรรม ปัจจุบันทำหน้าที่พ่อพันธุ์ที่ฟาร์ม มีแผนผสมพันธุ์เพื่อสืบทอดยีนชั้นนำ ชัยชนะนี้ไม่เพียงยกระดับชื่อเสียงของ Darlen แต่ยังตอกย้ำความเก่งกาจของวงการเพาะแมวรัสเซียบนเวทีโลก

Darlen แมวที่ดีที่สุดในโลก 2025

หากคุณกำลังมองหาแมวพันธุ์อะบิสซิเนียน การเลี้ยงดูต้องใส่ใจโภชนาการเพื่อรักษากล้ามเนื้อและขนสวย ควรมีของเล่นและโครงปีนป่ายเพื่อระบายพลังงาน ลดความเครียด ลองนึกภาพมีแชมป์โลกอย่าง Darlen อยู่บ้าน สนุกแน่นอน! คุณเคยเลี้ยงแมวประกวดหรือสนใจพันธุ์นี้ไหม? แชร์ประสบการณ์ในคอมเมนต์ด้านล่างเลยนะ ชัยชนะของ แมวที่ดีที่สุดในโลก 2025 เป็นแรงบันดาลใจให้คนรักแมวทั่วโลกพัฒนาสายพันธุ์ให้ดีขึ้น

  • จุดเด่นอะบิสซิเนียน: กระฉับกระเฉง สวยสง่า
  • เคล็ดลับเลี้ยง: ให้อาหารโปรตีนสูง เล่นด้วยทุกวัน
  • ประโยชน์ประกวด: เพิ่มมาตรฐานพันธุ์ สร้างชื่อเสียง

ที่มา – เผยโฉม “แมวที่ดีที่สุดในโลก 2025” จากมอสโก คว้ารางวัลจากเวทีนานาชาติกว่า 40 รายการ

กทม. พบ น้องแมว สวนลุมพินี ป่วยติดเชื้อรากินเนื้อ ส่งรักษาครบ

สวัสดีเพื่อนๆ ชาวรักสัตว์ทุกคน! วันนี้เรามีข่าวดีจาก กรุงเทพมหานคร ที่เพิ่งจัดการปัญหาเรื่อง น้องแมว สวนลุมพินี ป่วยติดเชื้อรากินเนื้อ ได้อย่างรวดเร็วและครบถ้วนแล้วนะคะ ใครที่ชอบไปเดินเล่นหรือออกกำลังกายที่สวนลุมพินี คงเคยเห็นฝูงแมวเหมียวน่ารักๆ วิ่งเล่นกันใช่ไหมล่ะ แต่ล่าสุดเกิดเหตุน่าเป็นห่วงขึ้นเมื่อพบเจ้าน้องๆ บางตัวป่วยหนักติดเชื้อรากินเนื้อ ซึ่งเป็นโรคที่อันตรายมากหากไม่รักษาทันที

น้องแมว สวนลุมพินี ป่วยติดเชื้อรากินเนื้อ

จากรายงานของ กทม. เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2567 สำนักอนามัย สำนักสิ่งแวดล้อม และสมาคมสงเคราะห์สัตว์ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้ลงพื้นที่เชิงรุกที่สวนลุมพินี เพื่อคัดกรองและช่วยเหลือ น้องแมว สวนลุมพินี ป่วยติดเชื้อรากินเนื้อ โดยเชื้อรากินเนื้อหรือ Sporotrichosis นี้น่ากลัวมากค่ะ มันเป็นเชื้อรา Sporothrix schenckii ที่ชอบอยู่ในดิน เศษไม้ หรือวัสดุอินทรีย์ สามารถติดต่อทางบาดแผลหรือจามใส่กันได้ ทำให้เกิดแผลเป็นหนอง รุนแรงอาจลุกลามไปอวัยวะอื่นๆ เจ้าหน้าที่สามารถติดตามและจับน้องแมวที่ป่วยได้ครบทั้ง 4 ตัว ส่งไปรักษาที่ศูนย์ควบคุมสุนัขกรุงเทพมหานคร (ประเวศ) แล้วเรียบร้อย

เชื้อรากินเนื้อในแมวคืออะไร และอันตรายแค่ไหน?

เชื้อรากินเนื้อไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับสัตว์จรจัด โดยเฉพาะในพื้นที่ชื้นแฉะอย่างสวนสาธารณะ อาการเริ่มต้นคือบวมแดงที่จมูก ปาก หรือขา แล้วพัฒนาเป็นแผลเน่า กินเนื้อเยื่อไปเรื่อยๆ หากไม่รักษา อาจถึงตายได้ค่ะ ในมนุษย์ก็ติดได้หากสัมผัสโดยตรง ดังนั้น กทม. จึงเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด หลังจากนี้จะมีทีมสัตวแพทย์巡查พื้นที่ต่อเนื่อง ป้องกันการระบาดซ้ำ

กทม. ลงมือแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน

ไม่ใช่แค่รักษาเฉยๆ นะคะ กทม. ยังรุกคืบสำรวจแมวที่ยังไม่ทำหมัน รวบรวมข้อมูล แล้วประสานหน่วยแพทย์เคลื่อนที่มาทำหมันควบคุมประชากรด้วย ปัญหาแมวล้นสวนลุมพินีนี้เรื้อรังมานานกว่า 10 ปีแล้ว แม้เจ้าหน้าที่จะพยายาม แต่ยังมีคนใจร้ายนำ น้องแมว มาปล่อยทิ้งซ้ำๆ รักแต่ไม่รับผิดชอบ สร้างภาระให้สังคมและความทุกข์ให้สัตว์

  • คัดกรองและจับแมวป่วยครบ 4 ตัว
  • ส่งรักษาที่ศูนย์ประเวศ
  • เฝ้าระวังต่อเนื่องด้วยทีมสัตวแพทย์
  • สำรวจแมวทำหมันและควบคุมประชากร
  • วางแผนหยุดวงจรเพิ่มจำนวนแมว

นอกจากนี้ ยังมีแผนทำหมันเพิ่มเติมเพื่อลดปัญหาในระยะยาว สวนลุมพินีเป็นพื้นที่สาธารณะที่คนพลุกพล่าน การมีแมวจำนวนมากเสี่ยงต่อสุขภาพทั้งสัตว์และคน หากเจอน้องแมวป่วย อย่าลังเล รายงานเจ้าหน้าที่ทันทีเลยนะคะ

เตือนใจ! อย่านำน้องแมวมาปล่อยทิ้งเด็ดขาด

ใครที่กำลังคิดจะเลี้ยงแล้วทิ้ง ฟังทางนี้ค่ะ การนำสัตว์มาปล่อยในที่สาธารณะผิดกฎหมายชัดๆ ตาม พ.ร.บ. ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. 2557 มาตรา 23 โทษปรับสูงสุด 40,000 บาท! ไม่ใช่แค่ปรับเงิน แต่ยังเพิ่มปัญหาโรคระบาดและประชากรล้นแบบนี้ ถ้ารักจริง รับผิดชอบให้สุด ทำหมัน ฉีดวัคซีน หรือหาบ้านใหม่ให้ดีๆ

ปัญหาแมวจรจัดในกรุงเทพฯ ไม่ใช่แค่สวนลุมพินี แต่ทุกสวนสาธารณะ คอนโด ชุมชน การที่ กทม. แสดงให้เห็นแบบนี้ เป็นตัวอย่างที่ดีมาก หวังว่าทุกคนจะช่วยกันลดการทิ้งสัตว์ สนับสนุนโครงการทำหมันฟรี หากคุณเป็นคนรักสัตว์ ลองบริจาคหรืออาสาสมัครกับสมาคมสัตว์ได้นะคะ มันจะช่วยน้องๆ ได้เยอะเลย

สุดท้ายนี้ ขอให้ทุกคนตระหนักว่าสัตว์ก็มีชีวิต มีความรู้สึก การเลี้ยงต้องคิดให้ดีก่อนเริ่ม หากเลี้ยงไม่ได้ ปรึกษา shelter หรือหน่วยงานช่วยเหลือ อย่าทำให้เกิดเหตุแบบ น้องแมว สวนลุมพินี ป่วยติดเชื้อรากินเนื้อ ซ้ำอีกเลยนะคะ มาช่วยกันสร้างกรุงเทพฯ ที่น่าอยู่ทั้งคนและสัตว์กันเถอะ!

คำแนะนำ: หากเห็นแมวป่วยในพื้นที่ รายงานได้ที่สายด่วน กทม. 02-105-5555 หรือสำนักอนามัยทันที ช่วยชีวิตน้องได้จริงๆ ค่ะ

ที่มา – กทม. พบ “น้องแมว” สวนลุมพินี ป่วยติดเชื้อรากินเนื้อ ล่าสุดส่งรักษาครบทุกตัวแล้ว

ระทึก! ไฟไหม้ร้านทำเบาะ ดับเพลิงช่วยแมวรอด

เกิดเหตุการณ์ระทึกขวัญ ไฟไหม้ร้านทำเบาะ ในจังหวัดนครสวรรค์ สร้างความเสียหายอย่างหนัก แต่ที่น่าประทับใจคือเจ้าหน้าที่ดับเพลิงสามารถช่วยชีวิตแมวที่สำลักควันออกมาได้อย่างหวุดหวิด

เมื่อเวลา 09.30 น. ของวันที่ 15 กันยายน 2568 ได้เกิดเหตุไฟไหม้ร้านทำเบาะ ในพื้นที่หมู่ 14 ตำบลวัดไทรย์ อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ เปลวเพลิงได้ลุกลามอย่างรวดเร็ว ทำให้ทรัพย์สินภายในร้านเสียหายเป็นจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจากเทศบาลนครนครสวรรค์ และตำบลวัดไทรย์ ได้ระดมรถน้ำเข้าควบคุมสถานการณ์อย่างเร่งด่วน โดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที จึงสามารถควบคุมเพลิงให้อยู่ในวงจำกัดได้สำเร็จ

น.ส.สุรีรัตน์ เจริญสมบูรณ์ อายุ 26 ปี เจ้าของร้าน ได้ให้ข้อมูลว่า ก่อนเกิดเหตุได้ยินเสียงคล้ายระเบิดดังขึ้นจากบริเวณชั้นเก็บสารเคมี จากนั้นไม่นานก็เกิดเพลิงลุกไหม้อย่างรวดเร็ว ทำให้เธอไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ทัน

ไฟไหม้ร้านทำเบาะ

นอกเหนือจากการดับเพลิง เจ้าหน้าที่ดับเพลิงยังได้แสดงความกล้าหาญและความมีน้ำใจ โดยได้เข้าช่วยเหลือแมวของเจ้าของร้าน ซึ่งติดอยู่ภายในกองเพลิงและมีอาการสำลักควันอย่างรุนแรง เจ้าหน้าที่ได้เร่งทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น โดยการใช้ออกซิเจนเป่าเข้าที่ตัวและจมูกของแมว รวมถึงใช้น้ำล้างตัวเพื่อลดอุณหภูมิที่สูงขึ้นเนื่องจากความร้อนจากเปลวไฟ จนในที่สุดแมวตัวดังกล่าวก็ฟื้นคืนสติและรอดชีวิตได้อย่างปลอดภัย ท่ามกลางความโล่งอกและประทับใจของผู้คนที่อยู่ในเหตุการณ์

นาทีชีวิต! ดับเพลิงช่วยแมวรอดจากเหตุไฟไหม้ร้านทำเบาะ

พ.ต.อ.เสฏวุฒิ รอดจันทร์ ได้กล่าวว่า รายละเอียดและสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ในครั้งนี้ จะต้องรอให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้ามาทำการตรวจสอบอย่างละเอียดเสียก่อน จึงจะสามารถสรุปสาเหตุที่แท้จริง และประเมินความเสียหายที่เกิดขึ้นได้อย่างถูกต้องแม่นยำ

สถานการณ์เช่นนี้สอนให้เรารู้ว่าอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้เสมอ การเตรียมพร้อมรับมือจึงเป็นสิ่งสำคัญ ควรมีอุปกรณ์ดับเพลิงขั้นพื้นฐานไว้ในบ้านและร้านค้า และเรียนรู้วิธีใช้งานอย่างถูกต้อง ที่สำคัญที่สุดคือการมีสติและตั้งสติเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เพื่อลดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น

การที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเสี่ยงชีวิตเข้าช่วยเหลือแมวตัวดังกล่าว แสดงให้เห็นถึงความเสียสละและความกล้าหาญของพวกเขา ซึ่งสมควรได้รับการยกย่องเป็นอย่างยิ่ง

เหตุการณ์ไฟไหม้ร้านทำเบาะ ครั้งนี้เป็นอุทาหรณ์เตือนใจให้เราทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของการป้องกันอัคคีภัย และเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นได้เสมอ

ที่มา – ไฟไหม้ร้านทำเบาะเสียหายหนัก ดับเพลิงช่วยชีวิตแมวรอดหวุดหวิด

Scroll to top