แรงงานไทยในเกาหลีใต้

นายกฯ ลั่น ไม่ช่วยคนทำผิดกฎหมาย หลังเกาหลีแบนแรงงานไทย 4 จังหวัดอีสาน

นายกฯ ลั่น ไม่ช่วยคนทำผิดกฎหมาย หลังเกาหลีแบนแรงงานไทย 4 จังหวัดอีสาน เป็นประเด็นร้อนที่กำลังถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในช่วงนี้ โดยเฉพาะสำหรับพี่น้องชาวอีสานที่หวังไปทำงานในเกาหลีใต้เพื่อหาเงินเลี้ยงครอบครัว วันนี้เราจะมาวิเคราะห์กันแบบละเอียดว่าประเด็นนี้เกิดอะไรขึ้น และรัฐบาลมีท่าทีอย่างไร

นายกฯ ลั่น ไม่ช่วยคนทำผิดกฎหมาย หลังเกาหลีแบนแรงงานไทย 4 จังหวัดอีสาน

วันที่ 13 พฤษภาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ออกมาแสดงจุดยืนชัดเจนในกรณีที่ประเทศเกาหลีใต้ประกาศขึ้นบัญชีดำหรือแบนแรงงานไทยจาก 4 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ อุดรธานี, ขอนแก่น, ชัยภูมิ และมหาสารคาม โดยห้ามนำเข้าแรงงานภาคเกษตรและประมงตามฤดูกาลตลอดทั้งปี 2569

นายกฯ อนุทิน ย้ำว่าต้องทำความเข้าใจก่อน หากแรงงานเข้าไปทำงานแบบผิดกฎหมาย ก็สมควรถูกแบน เหมือนกับที่ประเทศไทยแบนชาวต่างชาติที่ลักลอบทำงานผิดกฎเช่นกัน เขายกตัวอย่างการลงพื้นที่ตรวจเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่พบโรงแรมและวิลล่าเถื่อนไม่มีใบอนุญาต แม้จะอ้างว่านำเงินมาลงทุน แต่การทำผิดกฎหมายก็คือผิด

เมื่อถามว่ารัฐบาลจะช่วยเหลืออย่างไร นายกฯ ตอบตรงๆ ว่า “ไม่ช่วยครับ ช่วยไม่ได้ครับ เพราะคุณทำผิดกฎหมายเอง” แต่หากถูกกลั่นแกล้งโดยทำถูกต้องแล้ว รัฐบาลพร้อมปกป้องเต็มที่ นี่คือจุดยืนที่ชัดเจนจากผู้นำประเทศ

สาเหตุหลักที่เกาหลีใต้แบนแรงงานไทยจาก 4 จังหวัด

  • ปัญหาการลักลอบทำงานผิดกฎหมาย โดยเฉพาะในภาคเกษตรและประมง
  • การละเมิดวีซ่าหรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขการทำงานตามฤดูกาล
  • ข้อมูลจากทางการเกาหลีระบุว่ามีแรงงานไทยจากจังหวัดเหล่านี้ก่อปัญหาบ่อยครั้ง
  • เป็นมาตรการป้องกันเพื่อรักษาความเป็นระเบียบในตลาดแรงงาน

เกาหลีใต้เป็นหนึ่งในจุดหมายยอดนิยมของแรงงานไทย โดยเฉพาะระบบ EPS (Employment Permit System) ที่เปิดรับแรงงานถูกกฎหมาย แต่หากมีการลักลอบ ก็ส่งผลกระทบทั้งระบบ ทำให้คนที่ทำถูกต้องเดือดร้อนไปด้วย

ผลกระทบต่อแรงงานไทยและเศรษฐกิจท้องถิ่น

การแบนนี้กระทบโดยตรงต่อครอบครัวใน 4 จังหวัดอีสาน ที่พึ่งพารายได้จากการไปทำงานเกาหลี หลายคนส่งเงินกลับบ้านเดือนละหลายหมื่นบาท ส่งผลให้รายได้ครอบครัวลดลง และอาจเกิดปัญหาหนี้สินตามมา นอกจากนี้ ยังกระทบภาพลักษณ์แรงงานไทยโดยรวม ทำให้โอกาสในการรับสมัครรุ่นใหม่ยากขึ้น

อย่างไรก็ตาม นายกฯ อนุทิน ชี้แจงว่าประเด็นนี้คนละเรื่องกับการท่องเที่ยว เขายกสุภาษิตไทย “ปลาเน่าตัวเดียว ทำให้เหม็นหมดทั้งข้อง” เพื่อเตือนให้มีสำนึก責任 เกาหลีใต้ยังคงต้องการนักท่องเที่ยวไทย เพราะเราเป็นคู่ค้าสำคัญทั้งช้อปปิ้งและความงาม หากมีปัญหา รัฐบาลพร้อมชี้แจง

ในมุมมองของเรา แรงงานไทยควรเตรียมตัวให้พร้อม โดยศึกษากฎหมายเกาหลีให้ชัดเจน สมัครผ่านช่องทางถูกต้องอย่างกรมการจัดหางาน หรือเอกชนที่ได้รับอนุญาต เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาแบบนี้ รัฐบาลเองก็ควรเร่งเจรจากับเกาหลีเพื่อแก้ไขในระยะยาว

สุดท้ายแล้ว นายกฯ ลั่น ไม่ช่วยคนทำผิดกฎหมาย หลังเกาหลีแบนแรงงานไทย 4 จังหวัดอีสาน เป็นบทเรียนราคาแพงที่เตือนใจทุกคน ทำถูกกฎหมายคือทางออกที่ดีที่สุด คุณคิดอย่างไรกับประเด็นนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ที่สนใจไปทำงานเกาหลีได้รู้ด้วยนะครับ

ที่มา – นายกฯ ลั่น ไม่ช่วยคนทำผิดกฎหมาย หลังเกาหลีแบนแรงงานไทย 4 จังหวัดอีสาน

อนุทินแถลง! ผลประชุมอาเซียน-เอเปคดีล จีน-เกาหลีใต้-แคนาดา

“นายกฯ อนุทิน” นำทีมไทยแลนด์แถลงสรุปผลการประชุมอาเซียนและเอเปค ซึ่งประสบความสำเร็จในการเจรจาข้อตกลงสำคัญกับ จีน เกาหลีใต้ และแคนาดา โดยจีนพร้อมเพิ่มโควตาซื้อข้าวจากไทย เกาหลีใต้เปิดโอกาสให้แรงงานไทยไปทำงานมากขึ้น และแคนาดาเตรียมเปิดเที่ยวบินตรงเชื่อมสองประเทศ

เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2568 ณ ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรี แถลงสรุปผลการเข้าร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน (ASEAN Summit) ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ระหว่างวันที่ 26–28 ตุลาคม และการประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (APEC) ที่เมืองคยองจู ประเทศเกาหลีใต้ ระหว่างวันที่ 29 ตุลาคม ถึงวันที่ 1 พฤศจิกายน 2568

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การประชุมตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้พบปะกับผู้นำจาก 15 ประเทศ 3 องค์การระหว่างประเทศ และผู้บริหารระดับสูงจากกว่า 20 บริษัทชั้นนำของโลก

“ในทุกวงประชุม เราได้นำเสนอศักยภาพของประเทศไทยในด้านต่างๆ เพื่อดึงดูดการลงทุนและความร่วมมือ ซึ่งหลังจากนี้ จะมีทีมงานเจรจาต่อยอดเพื่อให้เกิดผลเป็นรูปธรรม สร้างรายได้ให้ประเทศ สนับสนุนเกษตรกร แรงงาน และการท่องเที่ยว”

นายอนุทินชี้แจงว่า ประเทศไทยมุ่งเน้น 4 เรื่องหลักในการผลักดันให้เป็นศูนย์กลางของภูมิภาค ได้แก่ ความมั่นคงทางอาหาร การคมนาคมขนส่งโลจิสติกส์ การเป็นศูนย์กลางทางดิจิทัล และเศรษฐกิจสีเขียว

“เราได้เปิดตลาดข้าวและสินค้าเกษตรของไทยให้กว้างขึ้น เจรจาเพิ่มโควตาแรงงานถูกกฎหมายในเกาหลีใต้ สร้างความร่วมมือกับแคนาดาในด้านการท่องเที่ยวและการเป็นฮับแห่งความมั่นคงทางอาหาร” นายอนุทินกล่าว

สำหรับการเจรจาทวิภาคีกับประเทศต่างๆ ได้ข้อตกลงความร่วมมือที่สำคัญ เช่น ไทย-สิงคโปร์ จะลงนามบันทึกความเข้าใจเรื่องการค้าข้าว ไทย-มาเลเซีย จะใช้ศักยภาพสินค้าเกษตรไทยหนุนห่วงโซ่อาหารโลก และไทยจะผลักดันการทบทวนข้อตกลงการค้าเสรีระหว่างอาเซียน-อินเดีย

นอกจากนี้ ยังได้หารือกับบรูไนเรื่องความร่วมมือด้านความมั่นคงทางอาหารฮาลาล การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และอื่นๆ

อนุทินแถลงผลประชุมอาเซียน-เอเปค ดีลจีน-เกาหลีใต้-แคนาดาสำเร็จ

“ความร่วมมือเหล่านี้จะเพิ่มช่องทางการตลาด ลดต้นทุนโลจิสติกส์ และดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น ระบบการจ่ายเงินดิจิทัล ดาต้าเซ็นเตอร์ เซมิคอนดักเตอร์ ยานยนต์ไฟฟ้า และบริการด้านสุขภาพ”

ประเทศไทยยังตั้งใจเป็นผู้นำในการต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติ โดยข้อเสนอของไทยได้รับการตอบสนองอย่างดีจากหลายประเทศ รวมถึงจีน สหรัฐฯ แคนาดา เกาหลีใต้ และออสเตรเลีย

นายกรัฐมนตรีย้ำว่า ภารกิจครั้งนี้เป็นการเดินทางเพื่อเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศ โดยยึดหลักความถูกต้องและผลประโยชน์ของประเทศเป็นสำคัญ

ในการหารือกับสหรัฐอเมริกาและจีน ได้เน้นย้ำเรื่องการสานต่อความสัมพันธ์ โดยเฉพาะกับจีนซึ่งปีนี้ครบรอบ 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูต

จีนเปิดรับโควตาซื้อข้าวเพิ่มจากไทย

“การเจรจาเป็นไปด้วยดี โดยท่านสี จิ้นผิง ได้แสดงท่าทีคลายกังวลเมื่อทราบว่ารัฐบาลไทยไม่มีนโยบายเปิดคาสิโนแล้ว ทำให้จีนสนับสนุนให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาอย่างสบายใจ และได้เปิดรับโควตาซื้อข้าวจากไทยเพิ่มอีกห้าแสนตัน” นายอนุทินกล่าว

นายอนุทินแสดงความเชื่อมั่นว่า “ประตูหลายบานที่เปิดไว้จะนำมาซึ่งคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของพี่น้องประชาชนชาวไทย จะทำให้คนไทยมีเงินในกระเป๋าที่มากขึ้นและความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตที่เพิ่มขึ้นทั้งในระยะสั้นและระยะยาว” นี่คือความสำเร็จจากการประชุมอาเซียน-เอเปค ที่ส่งผลดีต่อประเทศไทยอย่างแท้จริง การที่ อนุทินแถลงผลประชุมอาเซียน-เอเปค ดีลจีน-เกาหลีใต้-แคนาดาสำเร็จ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาประเทศอย่างต่อเนื่อง ความสำเร็จนี้จะเป็นแรงผลักดันให้ประเทศไทยก้าวหน้าต่อไปในเวทีโลก และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดียิ่งขึ้น การเจรจาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในการประชุมครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะนำพาประเทศไทยไปสู่การเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของภูมิภาคอย่างแท้จริง และ อนุทินแถลงผลประชุมอาเซียน-เอเปค ดีลจีน-เกาหลีใต้-แคนาดาสำเร็จ จะเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือที่แข็งแกร่งและยั่งยืนระหว่างประเทศไทยและประเทศต่างๆ ทั่วโลก รวมถึงสิ่งที่ อนุทินแถลงผลประชุมอาเซียน-เอเปค ดีลจีน-เกาหลีใต้-แคนาดาสำเร็จ จะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนคนไทย

ที่มา – “อนุทิน” ถึงไทยแถลงผลประชุมอาเซียน-เอเปค ดีลจีน-เกาหลีใต้-แคนาดาสำเร็จ

Scroll to top