ไถเงินเจ้าอาวาส

ที่แท้เป็นพระ! แจงเหตุเรียกเงิน แลกข้อมูลเสพเมถุนสุนัข

จากกรณีอื้อฉาวที่กำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในสังคมออนไลน์ เมื่อพระรูปหนึ่งถูกกล่าวหาว่าเรียกเงินจากเจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่งในจังหวัดลำปาง เพื่อแลกกับข้อมูลลับของพระลูกวัดที่มีพฤติกรรมเสพเมถุนกับสุนัข ล่าสุด พระรูปดังกล่าวได้ออกมาเปิดเผยเหตุผลและข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น โดยยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาที่จะกรรโชกทรัพย์ แต่ต้องการให้มีการตรวจสอบเรื่องนี้อย่างจริงจัง

เรื่องราวเริ่มต้นจากการที่เจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่งในลำปางเข้าแจ้งความกับตำรวจ หลังถูกบุคคลปริศนาติดต่อมาทางแชต โดยอ้างว่ามีข้อมูลเกี่ยวกับพระลูกวัดภายในวัดที่มีพฤติกรรมเสพเมถุนกับสุนัข และเสนอที่จะเปิดเผยข้อมูลดังกล่าว แลกกับการจ่ายเงินจำนวนหนึ่ง ซึ่งเจ้าอาวาสมองว่าเป็นการข่มขู่และกรรโชกทรัพย์ จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความเพื่อดำเนินคดี

ต่อมา พระเอ (นามสมมติ) พระรูปที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้เรียกเงิน ได้ออกมาเปิดเผยผ่านสื่อว่า ตนเองเคยเป็นสายให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจมาก่อน และระหว่างที่บวชได้ 4-5 เดือน ได้รับทราบข้อมูลว่ามีพระสงฆ์บางรูปเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ตนจึงพยายามสืบหาข้อมูลเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง และได้ติดต่อกับพระรูปหนึ่งที่ต้องสงสัย

พระเอ อ้างว่า ในระหว่างการพูดคุย พระรูปดังกล่าวได้ยอมรับว่าตนเองมีรสนิยมทางเพศที่ผิดปกติ และมักจะมีเพศสัมพันธ์กับสุนัขเมื่อเกิดอารมณ์ทางเพศ อีกทั้งยังส่งคลิปวิดีโอที่แสดงพฤติกรรมดังกล่าวมาให้ดูอีกด้วย เมื่อทราบเรื่อง พระเอรู้สึกตกใจและรับไม่ได้กับพฤติกรรมเสื่อมเสียดังกล่าว จึงพยายามแจ้งเรื่องไปยังวัด แต่ไม่ได้รับการตอบสนอง

ด้วยความไม่พอใจ พระเอบอกว่า เขาจึงได้ติดต่อเจ้าอาวาสโดยตรง และเรียกเงินจำนวน 5,000 บาท เพื่อแลกกับข้อมูลทั้งหมด โดยให้เหตุผลว่า ที่ผ่านมาตนเองพยายามให้ข้อมูลแล้ว แต่กลับไม่มีใครสนใจ อย่างไรก็ตาม พระเอ ยืนยันว่า ตนเองไม่ได้มีเจตนาที่จะกรรโชกทรัพย์ เพียงแต่ต้องการให้เรื่องนี้ถูกตรวจสอบอย่างจริงจัง และต้องการให้ผู้กระทำผิดได้รับโทษ

ที่แท้เป็นพระ! แจงเหตุเรียกเงิน แลกข้อมูลเสพเมถุนสุนัข

ด้านสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดลำปาง ได้เข้ามาสอบสวนเรื่องดังกล่าวแล้ว โดยนายสุเมธ วังขะออม เจ้าหน้าที่กลุ่มอำนวยการสำนักพุทธศาสนาจังหวัดลำปาง เปิดเผยว่า กำลังอยู่ในระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงของทั้งสองฝ่าย ทั้งในส่วนของคลิปวิดีโอ แชต และพยานหลักฐานอื่นๆ หากพบว่ามีการกระทำผิดจริง จะต้องดำเนินการตามขั้นตอนทางวินัยสงฆ์ต่อไป

ทำไมพระถึงเรียกเงินเพื่อแลกข้อมูลเสพเมถุนสุนัข

การออกมาเปิดเผยข้อมูลของพระเอ ทำให้สังคมเกิดคำถามว่า ทำไมถึงต้องมีการเรียกเงินเพื่อแลกกับข้อมูลดังกล่าว และการกระทำเช่นนี้เหมาะสมหรือไม่? ในมุมมองของพระเอ การเรียกเงินอาจเป็นเพียงวิธีการหนึ่งในการเรียกร้องความสนใจ และต้องการให้เรื่องนี้ถูกนำไปพิจารณาอย่างจริงจัง อย่างไรก็ตาม การกระทำดังกล่าวก็อาจถูกมองว่าไม่เหมาะสม และอาจเข้าข่ายความผิดทางกฎหมายได้

เรื่องราวที่เกิดขึ้นนี้ ถือเป็นบทเรียนสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในวงการสงฆ์ และความสำคัญของการตรวจสอบและป้องกันพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม การที่พระสงฆ์ซึ่งเป็นที่เคารพศรัทธาของประชาชน กลับมีพฤติกรรมที่เสื่อมเสียเช่นนี้ ย่อมส่งผลกระทบต่อความศรัทธาและความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อศาสนา

ดังนั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดในขณะนี้คือ การตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียดรอบคอบ และดำเนินการลงโทษผู้กระทำผิดอย่างเด็ดขาด เพื่อเป็นการปกป้องพระพุทธศาสนา และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนต่อไป

เหตุการณ์นี้ยังเป็นเครื่องเตือนใจให้สังคมหันมาให้ความสำคัญกับการอบรมสั่งสอนศีลธรรมจริยธรรมแก่เยาวชน และส่งเสริมให้ทุกคนมีจิตสำนึกที่ดีงาม เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้ขึ้นอีกในอนาคต

ที่มา – ที่แท้เป็นพระ แจงเหตุผล เรียกเงินเจ้าอาวาส แลกข้อมูลพระลูกวัด เสพเมถุนสุนัข

รีดเงินเจ้าอาวาสแลกข้อมูล อ้างพระลูกวัดแชตสยิว

เจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่งในจังหวัดลำปางได้เข้าแจ้งความกับตำรวจ หลังจากมีบุคคลแชทมาเรียกเงินเพื่อแลกกับข้อมูลที่อ้างว่าเป็นพระลูกวัดแชทสยิวและมีพฤติกรรมทางเพศกับสุนัข ขณะที่พระลูกวัดที่ถูกกล่าวหาพร้อมให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง

เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีการส่งแชทลับและคลิปลับเพื่อให้ตรวจสอบพฤติกรรมของพระลูกวัดรูปหนึ่งในอำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง โดยในคลิปปรากฏภาพชายวัยรุ่นมีเพศสัมพันธ์กับสุนัขเพศเมียสีดำ นอกจากนี้ยังมีข้อความแชทและภาพที่แสดงถึงการพูดคุยแลกเปลี่ยนภาพอวัยวะเพศ รวมถึงการพูดคุยเกี่ยวกับรสนิยมทางเพศที่เกี่ยวข้องกับสุนัข ซึ่งมีทั้งคลิปและภาพนิ่ง อีกทั้งยังมีการแคปภาพหน้าจอที่แสดงว่าได้มีการแจ้งเรื่องไปยังเพจของวัดแล้ว แต่ไม่ได้รับการตอบสนอง จึงนำเรื่องมาแจ้งสื่อมวลชน

ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังวัดดังกล่าวและนำแชทและคลิปให้เจ้าอาวาสดู หลังจากตรวจสอบหลักฐานแล้ว เจ้าอาวาสได้เรียกพระลูกวัดวัย 28 ปีที่ถูกกล่าวหามาสอบถามต่อหน้าผู้สื่อข่าว พระรูปดังกล่าวปฏิเสธข้อกล่าวหา โดยยืนยันว่าภาพและคลิปวิดีโอ รวมถึงแชทต่างๆ ไม่ใช่ของตนเอง สถานที่ในคลิปไม่ใช่ภายในวัด และสุนัขในคลิปก็ไม่ใช่สุนัขที่วัดเลี้ยงไว้ พร้อมทั้งยินดีที่จะเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบของทางสงฆ์และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

ต่อมาเจ้าอาวาสได้ใช้เพจของวัดตอบกลับไปยังผู้ที่เคยแชทมาให้ตรวจสอบพระลูกวัดดังกล่าว หลังจากนั้นไม่นาน อีกฝ่ายได้ตอบกลับมาและเรียกเงินจำนวน 5,000 บาทเพื่อแลกกับข้อมูล โดยมีเงื่อนไขว่าจะต้องจ่ายเงินเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ด้วยเหตุนี้ เจ้าอาวาสจึงได้นำหลักฐานเข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.เกาะคา เพื่อให้ดำเนินการตามกฎหมายกับบุคคลที่กรรโชกทรัพย์ และจะทำการสอบสวนพระลูกวัดที่อาจเกี่ยวข้องร่วมกับเจ้าหน้าที่ต่อไป

สำหรับความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 11.00 น. มีรายงานว่ามีคลิปหลุดที่อ้างว่าเป็นคลิปที่เกี่ยวข้องกับกรณีดังกล่าวออกมาเพิ่มเติม โดยคลิปแรกแสดงภาพการมีเพศสัมพันธ์กับสุนัขเพศเมียสีขาว โดยมีผ้าเหลืองปูอยู่บนพื้น ส่วนอีกคลิปเป็นภาพชายสวมเสื้อกล้ามที่เห็นท่อนล่างกำลังมีเพศสัมพันธ์กับสุนัข และคลิปที่สามเป็นภาพชายเปลือยกายกำลังร่วมเพศกับสุนัข ซึ่งสามารถเห็นใบหน้าได้บางส่วน

เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอเกาะคาและชุดสืบสวน สภ.เกาะคา ได้ลงพื้นที่ไปยังวัดดังกล่าวเพื่อสอบถามข้อเท็จจริงจากเจ้าอาวาส พร้อมทั้งขอตรวจปัสสาวะของพระลูกวัดที่ถูกกล่าวหา เจ้าอาวาสให้ความร่วมมือ แต่เนื่องจากพระลูกวัดรูปดังกล่าวติดกิจนิมนต์และจะเดินทางกลับมาถึงวัดในช่วงบ่าย เจ้าหน้าที่จึงแจ้งว่าจะกลับมาขอตรวจปัสสาวะอีกครั้ง

ด้านเจ้าอาวาสวัด ซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นพระวินยาธิการหรือตำรวจพระ เปิดเผยว่า หลังจากทราบข่าวไม่ได้นิ่งนอนใจและได้เรียกพระรูปดังกล่าวมาสอบถาม รวมถึงดำเนินการสอบอธิกรณ์ตามขั้นตอน เบื้องต้นพระได้ให้การปฏิเสธและไม่รู้เห็นกับกรณีที่เกิดขึ้น ซึ่งผลการสอบอธิกรณ์เบื้องต้นเชื่อได้ว่าไม่มีความผิดตามที่ถูกกล่าวหา และพระรูปดังกล่าวก็ยินดีที่จะเข้าสู่การตรวจสอบจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ส่วนกรณีการรีดเงินเจ้าอาวาสแลกข้อมูล อ้างพระลูกวัดแชตสยิวนั้น จะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ส่วนจะเป็นพระแบล็กเมล์พระหรือไม่นั้น อยู่ระหว่างการตรวจสอบ

รีดเงินเจ้าอาวาสแลกข้อมูล อ้างพระลูกวัดแชตสยิว

ประเด็นสำคัญ: รีดเงินเจ้าอาวาสแลกข้อมูล อ้างพระลูกวัดแชตสยิว

เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาการใช้สื่อสังคมออนไลน์ในทางที่ผิด และการกรรโชกทรัพย์ที่สร้างความเสียหายต่อศาสนาและสังคม การรีดเงินเจ้าอาวาสแลกข้อมูล อ้างพระลูกวัดแชตสยิว เป็นเรื่องที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีกในอนาคต การตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างโปร่งใสและเป็นธรรมเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในขณะนี้ เพื่อให้ความจริงปรากฏและนำผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมาย นอกจากนี้ การให้ความรู้และปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมแก่พระสงฆ์และประชาชนทั่วไปเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อส่งเสริมการใช้สื่อสังคมออนไลน์อย่างสร้างสรรค์และรับผิดชอบ

การรีดเงินเจ้าอาวาสแลกข้อมูล อ้างพระลูกวัดแชตสยิว ถือเป็นภัยร้ายต่อวงการสงฆ์ ควรมีมาตรการป้องกันและปราบปรามอย่างเข้มงวด

ท้ายที่สุดแล้ว ความจริงจะปรากฏออกมา และความยุติธรรมจะถูกนำมาซึ่งผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้

เหตุการณ์รีดเงินเจ้าอาวาสแลกข้อมูล อ้างพระลูกวัดแชตสยิวนี้ กระตุ้นเตือนให้เราพิจารณาถึงความสำคัญของการตรวจสอบข้อมูลและการใช้สื่อสังคมออนไลน์อย่างมีวิจารณญาณ

ที่มา – รีดเงินเจ้าอาวาสแลกข้อมูล อ้างพระลูกวัดแชตสยิว-เสพเมถุนสุนัข

Scroll to top