ไทยรัฐที่สุดแห่งปี 2025

สภากาชาดไทยคว้ารางวัลองค์กรขับเคลื่อนสังคมแห่งปี 2025

สภากาชาดไทยคว้ารางวัลองค์กรขับเคลื่อนสังคมแห่งปีจากเวทีไทยรัฐที่สุดแห่งปี 2025 ถือเป็นความสำเร็จที่สร้างความภาคภูมิใจให้กับคนไทยทุกคน รางวัลอันทรงเกียรตินี้มาจากการโหวตของประชาชนกว่า 8.5 ล้านคนผ่านช่องทางออนไลน์ QR Code และ SMS ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นและความรักที่คนไทยมีต่อสภากาชาดไทยในฐานะองค์กรที่พึ่งพาได้เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัย การให้บริการทางการแพทย์ หรือศูนย์รับบริจาคโลหิตที่ช่วยชีวิตนับไม่ถ้วน

ไทยรัฐกรุ๊ปมอบเงินสนับสนุนการทำงานของสภากาชาดไทย
ไทยรัฐกรุ๊ปมอบเงินสนับสนุนการทำงานของสภากาชาดไทย

ในพิธีมอบรางวัล นางสาวจิตสุภา วัชรพล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม ไทยรัฐทีวีและไทยรัฐออนไลน์ ได้มอบรางวัลพร้อมเงินสมทบทุนจำนวน 50,000 บาท แก่นายเตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทย เพื่อนำไปสนับสนุนงานด้านสาธารณภัยและการแพทย์ สร้างประโยชน์ให้กับพี่น้องชาวไทยต่อไป

สภากาชาดไทยคว้ารางวัลองค์กรขับเคลื่อนสังคมแห่งปี จากการโหวตมหาชน

สภากาชาดไทยคว้ารางวัลนี้เพราะเป็นองค์กรกุศลชั้นนำในประเทศไทยที่ยึดหลักมนุษยธรรมตามหลักกาชาดสากล ด้วยภารกิจหลักที่ครอบคลุมหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ การให้บริการทางการแพทย์ที่ทันสมัย และการเป็นศูนย์กลางรับบริจาคโลหิตที่ปลอดภัย ซึ่งทั้งหมดนี้ได้รับการยอมรับจากประชาชนอย่างกว้างขวาง

ผลงานเด่นที่ทำให้สภากาชาดไทยคว้ารางวัลองค์กรขับเคลื่อนสังคมแห่งปี

  • บรรเทาทุกข์สาธารณภัย: สภากาชาดไทยรีบให้ความช่วยเหลือทันทีเมื่อเกิดภัยพิบัติ เช่น ล่าสุดในเหตุน้ำท่วมหาดใหญ่ที่ภาคใต้ สภากาชาดไทยรวมพลังกับทุกภาคส่วน ส่งสิ่งของจำเป็น อาหาร น้ำดื่ม และเงินช่วยเหลือให้ผู้ประสบภัยอย่างรวดเร็ว
  • บริการทางการแพทย์: มีโรงพยาบาลสภากาชาดไทย คลินิก และหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ที่ให้บริการประชาชนในราคาย่อมเยา โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อย
  • รับบริจาคโลหิต: เป็นแหล่งหลักของเลือดสะอาดที่ช่วยชีวิตผู้ป่วยทั่วประเทศ ด้วยระบบที่ทันสมัยและปลอดภัย 100%
  • โครงการมนุษยธรรมอื่นๆ: เช่น การฝึกอบรมกู้ภัย การให้ความรู้ด้านสุขภาพ และโครงการช่วยเหลือเด็กกำพร้า
สภากาชาดไทยคว้ารางวัลองค์กรขับเคลื่อนสังคมแห่งปี
สภากาชาดไทยคว้ารางวัลองค์กรขับเคลื่อนสังคมแห่งปี

นอกจากนี้ สภากาชาดไทยยังมีบทบาทสำคัญในการรณรงค์ให้คนไทยมีส่วนร่วม เช่น การบริจาคโลหิตประจำปี การสมทบทุนช่วยภัยพิบัติผ่านบัญชีธนาคาร ทำให้องค์กรนี้กลายเป็นสัญลักษณ์ของความสามัคคีและการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน รางวัลไทยรัฐที่สุดแห่งปี 2025 จึงเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าคนไทยเห็นคุณค่าของการทำงานที่ยั่งยืนและใกล้ชิดประชาชน

ในมุมมองของผู้เขียน สภากาชาดไทยสมควรได้รับรางวัลนี้อย่างยิ่ง เพราะไม่เพียงแต่ช่วยเหลือในยามวิกฤตเท่านั้น แต่ยังสร้างระบบที่ยั่งยืนให้สังคมไทยแข็งแกร่งขึ้น หากไม่มีองค์กรแบบนี้ ประเทศไทยคงเผชิญความยากลำบากมากกว่านี้

คุณพร้อมช่วยขับเคลื่อนสังคมไทยไปด้วยกันหรือยัง? มาสนับสนุนสภากาชาดไทยวันนี้ ด้วยการบริจาคโลหิต บริจาคเงินผ่านบัญชีสภากาชาดไทย หรืออาสาสมัครเข้าร่วมโครงการต่าง ๆ ทุกการช่วยเหลือของคุณสร้างความต่างได้จริง!

ที่มา – สภากาชาดไทยคว้ารางวัล “องค์กรขับเคลื่อนสังคมแห่งปี” จากเวทีไทยรัฐที่สุดแห่งปี 2025

ดราม่า ดิว อริสรา หนี้ 60 ล้าน จริงหรือ?

ปฏิเสธไม่ได้ว่าตลอดปีที่ผ่านมามีเรื่องที่เป็นกระแสข่าวฮอตมากมาย ซึ่งหลังจากที่ “ไทยรัฐ” เปิดให้ร่วมเสนอ “ข่าวฮอตแห่งปี” พบว่าหนึ่งในห้าเรื่องที่มีผู้เสนอเข้ามามากที่สุดคือประเด็นดราม่า ดิว อริสรา ตัวมัมสุดลักชัวรี เจอมรสุมใหญ่ ถูกแฉมีหนี้กว่า 60 ล้าน

หากใครที่ลืมไปแล้ว เราจะสรุปเรื่องราวคร่าว ๆ ให้ได้ทราบกัน

  • เพจดังแฉดาราสาวยืมเงินไฮโซ และถูกทวงเกือบ 9 ล้านบาท พร้อมแย้มว่ามีผู้เสียหายเพิ่มอีกหลายราย ยอดเงินกว่า 20 ล้านบาท
  • หลังจากที่มีข่าวออกมา หลายคนโยงว่าเป็นนักแสดงสาว ดิว อริสรา ซึ่งดิวเองก็ไม่ได้ออกมาตอบโต้อะไร และยังใช้ชีวิตอยู่ในต่างประเทศ
  • จากนั้น ไฮโซเมย์ วาสนา ออกมาโพสต์ตามหาทรัพย์สินแบรนด์เนมที่ถูกดาราสาวยืมไป หลังรู้ว่าของเหล่านั้นถูกนำไปขายตามร้านต่างๆ แล้ว
  • ด้าน มดดำ คชาภา พูดในรายการแฉว่า เมย์ให้ดาราสาวเพื่อนรักยืมของมีค่าเพื่อที่จะไปแก้ปัญหาเรื่องส่วนตัว โดยให้ยืมแค่ 15 วัน แต่ปรากฏว่าถึงเวลากลับไม่นำของมาคืน
  • และหลังจากที่ เมย์ วาสนา ได้แจ้งให้ทราบว่าร้านไหนที่ซื้อของดังกล่าวไป ให้ติดต่อกลับมา ซึ่งก็มีร้านค้าติดต่อเมย์กลับมาเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ
  • ต่อมาวันที่ 19 มี.ค. ซุง ยูทูบเบอร์ชื่อดัง ได้ออกมาแชร์ประสบการณ์ว่าถูกผู้หญิงท้องคนหนึ่งยืมเงินไป พร้อมจ่ายดอกเบี้ยตามกฎหมาย หลังจากผ่านไป 6 เดือน มีคนแจ้งให้ตนเตรียมตัวไปให้ปากคำกับตำรวจ และกล่าวหาว่าตนเป็นจุดเริ่มต้นของคดีนี้ ซึ่งทำให้งงมาก
  • จากนั้น ทั้งไฮโซเมย์ และซุง ได้ออกรายการ โดยเมย์บอกว่า ที่ให้ดาราสาวยืมทรัพย์สิน เพราะความไว้ใจและเชื่อใจ อีกทั้งเคยลำบากมาก่อน ใครมีปัญหาก็อยากจะช่วย
  • ไฮโซเมย์ บอกด้วยว่า ของที่ยืมไปมีมูลค่าทางจิตใจ เรื่องที่เกิดขึ้น ตัวเองก็มีส่วนผิด เพราะเป็นคนใจอ่อนแบบนี้
  • ในรายการ ดิว อริสรา โฟนอินเข้ามา เปิดใจทั้งน้ำตาบอกว่าไม่ได้มีเจตนาจะโกง พร้อมขอโทษ และยอมรับผิดกับเรื่องที่เกิดขึ้น กำลังแก้ไขปัญหา และชดเชยให้เมย์
  • ส่วนสาเหตุที่ต้องยืมเงินคนอื่นมากมายขนาดนี้ เพราะธุรกิจที่ทำไม่ประสบความสำเร็จ ประกอบกับการใช้จ่ายเงินเกินตัว ทำให้เกิดปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้น
  • สามี (ณ ขณะนั้น) รับทราบปัญหาแล้ว แต่เพราะเป็นปัญหาของดิวเอง จึงไม่ได้ให้อีกฝ่ายช่วย สิ่งที่จะให้สามีช่วยได้ ก็คือให้ดูแลลูกและรักลูกให้มากๆ ก็พอ
  • ดิวบอกว่า ชีวิตของคนเราต้องเจอเรื่องราวอะไรแบบนี้บ้าง มันมีจุดสูงสุดและลงสุด ซึ่งตอนนี้ดิวอยู่ในจุดที่ต่ำสุดของชีวิตแล้ว
  • หลังจากนั้น ดิว ก็ให้ทนาย เป็นคนประสานร้านที่นำของไปวางไว้ เพื่อทยอยนำของมาคืนให้ไฮโซเมย์ โดยมีการทำบันทึกให้ ดิว เป็นลูกหนี้ของร้านรับจำนำแทน และต้องใช้หนี้ภายใน 1 ปี ซึ่งต่อมาก็มีการถอนฟ้องทั้งหมด

ดราม่า ดิว อริสรา ตัวมัมสุดลักชัวรี เจอมรสุมใหญ่ ถูกแฉมีหนี้กว่า 60 ล้าน

เรื่องราวของ ดราม่า ดิว อริสรา ตัวมัมสุดลักชัวรี เจอมรสุมใหญ่ ถูกแฉมีหนี้กว่า 60 ล้าน กลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในสังคมออนไลน์ การที่ดาราคนหนึ่งซึ่งดูเหมือนจะประสบความสำเร็จในชีวิต กลับต้องเผชิญกับปัญหาหนี้สินจำนวนมหาศาล ทำให้หลายคนหันมาตั้งคำถามถึงความไม่แน่นอนของชีวิตและผลกระทบของการใช้จ่ายเกินตัว

ทำไม ดราม่า ดิว อริสรา ตัวมัมสุดลักชัวรี เจอมรสุมใหญ่ ถูกแฉมีหนี้กว่า 60 ล้าน ถึงเป็นที่สนใจ?

เหตุผลที่เรื่องนี้ได้รับความสนใจอย่างมากมาจากหลายปัจจัย ประการแรก ดิว อริสรา เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักในวงกว้าง การกระทำหรือเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับเธอจึงมักได้รับความสนใจจากสาธารณชนเป็นพิเศษ ประการที่สอง เรื่องราวเกี่ยวกับหนี้สินและปัญหาทางการเงินเป็นสิ่งที่หลายคนสามารถเข้าถึงได้ เพราะมันเป็นปัญหาที่อาจเกิดขึ้นกับใครก็ได้ ไม่ว่าจะมีฐานะทางสังคมเช่นไร ประการสุดท้าย การที่ดาราที่มีภาพลักษณ์หรูหราต้องเผชิญกับปัญหาหนี้สิน ทำให้เกิดความขัดแย้งในภาพลักษณ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ดึงดูดความสนใจของผู้คน

สำหรับใครที่คิดว่า เรื่องของ “ดิว อริสรา” เป็นข่าวฮอตที่คุณชื่นชอบ และติดตามอยู่ สามารถร่วมโหวต “ข่าวฮอตแห่งปี” ของคุณ กับแคมเปญ “ไทยรัฐที่สุดแห่งปี” เฟ้นหาที่สุดของข่าวฮอตแห่งปี ได้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคม ได้ที่เว็บไซต์ www.thairath.co.th/campaign/vote/selection

ดราม่า ดิว อริสรา ตัวมัมสุดลักชัวรี เจอมรสุมใหญ่ ถูกแฉมีหนี้กว่า 60 ล้าน แสดงให้เห็นว่าแม้จะมีชื่อเสียงและภาพลักษณ์ที่สวยงาม การบริหารจัดการเงินและการใช้ชีวิตอย่างระมัดระวังก็เป็นสิ่งสำคัญที่ทุกคนควรให้ความสำคัญ

ที่มา – ดราม่า ดิว อริสรา ตัวมัมสุดลักชัวรี เจอมรสุมใหญ่ ถูกแฉมีหนี้กว่า 60 ล้าน

ตีแผ่เรื่องฉาว “วัดพระบาทน้ำพุ” ข่าวแห่งปี

ย้อนเหตุการณ์ “วัดบุญพระบาป” ตีแผ่เรื่องฉาว “วัดพระบาทน้ำพุ” เหตุการณ์สุดช็อกของคนไทยทั้งประเทศ ที่ได้เข้าชิงรางวัล “ข่าวที่สุดแห่งปี 2568”

ภายหลังจาก “ไทยรัฐ” ได้เปิดให้ร่วมโหวต “ข่าวที่สุดแห่งปี” เพื่อชิงรางวัล “ไทยรัฐที่สุดแห่งปี 2025” โดยพบว่า 1 ใน 5 เหตุการณ์ที่มีผู้โหวตเข้าชิงรางวัล คือเรื่อง “ตีแผ่เรื่องฉาว วัดพระบาทน้ำพุ” (5 เรื่องที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในปี 2025 เหตุการณ์ไหนคือ “ข่าวที่สุดแห่งปี”)

เมื่อย้อนถึงเหตุการณ์สุดช็อกของคนไทยทั้งประเทศ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ได้สรุปรายละเอียด ดังนี้

  • 11 เม.ย. 2568 ดร.ตฤณห์ โพธิ์รักษา นักอาชญาวิทยาและอาจารย์ประจำภาควิชาสังคมศาสตร์ (สาขาอาชญาวิทยา) คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ ของมหาวิทยาลัยรัฐแห่งหนึ่ง พาผู้ร้องเรียนเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ กองกำกับการ 1 กองบังคับการปราบปราม เพื่อให้ข้อมูลว่า นายเสกสันน์ ทรัพย์สืบสกุล หรือที่รู้จักกันในชื่อ “หมอบี ทูตสื่อวิญญาณ” มีพฤติการณ์ทุจริตเงินบริจาคของ “วัดพระบาทน้ำพุ”
  • “หมอบี” อ้างว่าเป็นการร่วมทำบุญ โดยจะทำหน้าที่เป็นสะพานบุญ นำเงินที่ผู้ร่วมทำบุญโอนเงินเข้ามาในบัญชีที่ตนเองรับบริจาค ไปส่งมอบให้กับวัดพระบาทน้ำพุ เพื่อที่พระราชวิสุทธิประชานาถ (หลวงพ่ออลงกต) เจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ จ.ลพบุรี จะนำไปใช้ช่วยเหลือผู้ป่วยโรคเอดส์ และตามวัตถุประสงค์ต่างๆ ของวัด
  • หมอบีเปิดบัญชีชื่อ “ใจฟ้าอาทรประชานาถ โดย นายเสกสันน์ ทรัพย์สืบสกุล” ในการรับเงินบริจาคจากประชาชนทั่วไป ตั้งแต่เมื่อวันที่ 29 ส.ค. 2562 ถึงปี 2568 มียอดเงินหมุนเวียนเข้าบัญชีดังกล่าว จำนวน 300 กว่าล้านบาท
  • เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง จนพบว่าหมอบีไม่ได้นำเงินที่ได้จากการบริจาคไปมอบให้กับวัดพระบาทน้ำพุทั้งหมดทุกบาททุกสตางค์ โดยมีหลักฐานเชื่อว่านำเงินไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว บางส่วนนำไปมอบให้กับอดีตหลวงพ่ออลงกต
  • จากการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม พบว่า “อดีตหลวงพ่ออลงกต” เมื่อรับเงินที่หมอบีมามอบให้ในฐานะตัวแทนของวัดพระบาทน้ำพุ กลับไม่นำเงินเข้าวัด แต่ทุจริตเอาเงินที่รับมาทั้งหมดไปใช้เป็นประโยชน์ส่วนตัว
  • นำมาสู่การขออนุมัติศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ออกหมายจับนายเสกสันน์ และ อดีตหลวงพ่ออลงกต เมื่อวันที่ 26 ส.ค. 2568 พร้อมทั้งตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายเพื่อหาพยานหลักฐานประกอบคดีจำนวน 17 จุด ทั้งในกรุงเทพฯ และจังหวัดลพบุรี โดยจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ จำนวน 2 ราย คือ

1. พระราชวิสุทธิประชานาถอลงกต พูลมุข (อลงกต ติกขปญโญ) หรือ นายอลงกต พูลมุข อายุ 65 ปี กระทำความผิดฐาน เป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตน หรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต หรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นเสีย, เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ฟอกเงินและสมคบโดยตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน

2. นายเสกสันน์ ทรัพย์สืบสกุล หรือหมอบี อายุ 43 ปี กระทำความผิดฐาน ผู้สนับสนุนการกระทำความผิดฐาน เป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตน หรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต หรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นเสีย, เป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ฟอกเงินและสมคบโดยตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน

แล้วเหตุการณ์ไหนคือ “ข่าวที่สุดแห่งปี” ของคุณ อย่าลืมร่วมโหวต “ไทยรัฐที่สุดแห่งปี 2025” เฟ้นหาที่สุดของข่าวที่สุดแห่งปี ได้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคม 2568 ได้ที่เว็บไซต์ www.thairath.co.th/campaign/vote/selection

ตีแผ่เรื่องฉาว “วัดพระบาทน้ำพุ”

ความจริงเบื้องหลังข่าวฉาว “วัดพระบาทน้ำพุ” ที่คุณอาจยังไม่รู้

เรื่องราวของ “วัดพระบาทน้ำพุ” และข่าวฉาวที่เกิดขึ้นในปี 2568 ถือเป็นบทเรียนสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการตรวจสอบและติดตามการใช้เงินบริจาคอย่างโปร่งใส แม้จะเป็นเรื่องน่าเศร้าที่เกิดขึ้นกับวัดซึ่งเป็นที่พึ่งของผู้ป่วยและผู้ยากไร้ แต่การเปิดเผยความจริงก็เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีกในอนาคต

การที่ “ตีแผ่เรื่องฉาว วัดพระบาทน้ำพุ” ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลข่าวแห่งปี แสดงให้เห็นว่าสังคมไทยให้ความสำคัญกับประเด็นนี้ และต้องการให้มีการตรวจสอบการทำงานขององค์กรการกุศลต่างๆ อย่างเข้มงวด เพื่อให้เงินบริจาคที่ได้รับจากผู้มีจิตศรัทธาถูกนำไปใช้อย่างถูกต้องและเกิดประโยชน์สูงสุด

เหตุการณ์ตีแผ่เรื่องฉาว “วัดพระบาทน้ำพุ” ไม่ได้เป็นเพียงแค่ข่าวฉาว แต่เป็นเครื่องเตือนใจให้เราทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของความซื่อสัตย์และความโปร่งใสในการบริหารจัดการเงินบริจาค และควรสนับสนุนให้มีการตรวจสอบอย่างเข้มงวดเพื่อป้องกันการทุจริตที่อาจเกิดขึ้นในองค์กรการกุศลต่างๆ

ที่มา – ตีแผ่เรื่องฉาว “วัดพระบาทน้ำพุ” เหตุการณ์สุดช็อกที่เข้าชิง “ข่าวที่สุดแห่งปี 2025”

คลิปเสียง “อิ๊งค์-ฮุนเซน” ชิงข่าวแห่งปี

ย้อนเหตุการณ์ “คลิปเสียงอุ๊งอิ๊งค์กับอังเคิลฮุนเซน” ได้เข้าชิง “ข่าวที่สุดแห่งปี” หลังมีผู้โหวตให้เข้าชิง “ข่าวที่สุดแห่งปี” จากงาน “ไทยรัฐที่สุดแห่งปี 2025”

ภายหลังจาก “ไทยรัฐ” ได้เปิดให้ร่วมโหวต “ข่าวที่สุดแห่งปี” เพื่อชิงรางวัล “ไทยรัฐที่สุดแห่งปี 2025” โดยพบว่า 1 ใน 5 เหตุการณ์ที่มีผู้โหวตเข้าชิงรางวัล คือเรื่อง “คลิปเสียงอุ๊งอิ๊งค์กับอังเคิลฮุนเซน” (5 เรื่องที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในปี 2025 เหตุการณ์ไหนคือ “ข่าวที่สุดแห่งปี”)

เมื่อย้อนถึงเหตุการณ์ดังกล่าว เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2568 ช่วงประมาณเที่ยงวัน มีการเผยแพร่คลิปเสียงความยาว 9 นาที ผ่านทางโลกออนไลน์อ้างว่า เป็นคลิปสนทนาระหว่าง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ “สมเด็จฮุน เซน” ในคลิปมีประโยคที่ถูกชาวเน็ตหยิบยกไปวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ประเด็นสำคัญคือเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และการเมืองภายในประเทศ

  • นายกฯ อิ๊งค์ แถลงยอมรับเป็นคลิปเสียงจริง พูดคุยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาแต่เป็นการสนทนาส่วนตัว ไม่ควรนำมาเปิดเผย ที่เอ่ยถึงแม่ทัพภาคที่ 2 เป็นฝ่ายตรงข้าม เป็นเทคนิคหลังบ้าน โอดฮุนเซนต้องการคะแนนนิยมไม่สนความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ลั่นจากนี้ไม่มีความไว้วางใจกันแล้ว
  • พล.ท.บุญสิน พาดกลาง อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 เผยว่า นายกฯ อิ๊งค์ ได้โทรศัพท์มาปรับความเข้าใจแล้ว โดยได้บอกกับนายกฯ ไปว่า “ผมไม่มีอะไรครับ ผมเข้าใจ” ทั้งนี้ นายกฯ ได้ขอบคุณที่เข้าใจ ถือว่าคุยแล้วเข้าใจแล้ว ก็ไม่ติดใจอะไร ตนทำเพื่อประเทศชาติเพื่อประโยชน์ส่วนรวมของพี่น้องประชาชน
  • นายสมชาย แสวงการ อดีต สว. พร้อมด้วย นายนิติธร ล้ำเหลือ หรือ ทนายนกเขา เข้าแจ้งความดำเนินคดี นายกฯ แพทองธาร ผิดกฎหมายอาญา หมวด 3 ความผิดต่อความมั่นคงของรัฐภายนอกราชอาณาจักร กรณีคลิปเสียงกระทบความมั่นคง เรียกร้องให้รับผิดชอบด้วยการลาออกทันที
  • นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ได้ยื่นคำร้องจาก 36 สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อขอให้วินิจฉัยความเป็นนายกรัฐมนตรีของ น.ส. แพทองธาร ชินวัตร โดยบ่งชี้ว่าเสียงสนทนาดังกล่าว ขาดความซื่อสัตย์สุจริต ฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง อันมีผลให้สิ้นสุดความเป็นรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญ ม.170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82
  • 1 กรกฎาคม 2568 ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติเอกฉันท์หยุดปฏิบัติหน้าที่นายกฯ ของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ให้มีผลทันทีจนกว่าศาลจะมีคำวินิจฉัย พร้อมเปิดให้ น.ส.แพทองธาร ยื่นคำร้องชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาต่อศาลรัฐธรรมนูญ ภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับสำเนาคำร้อง
  • 21 สิงหาคม 2568 ศาลรัฐธรรมนูญ ออกนั่งเพื่อไต่สวนพยานบุคคล 2 ปาก คือ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร (ผู้ถูกร้อง) และนายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ จากกรณีคลิปเสียงข้างต้น
  • 29 สิงหาคม 2568 ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยคดีคลิปเสียง พิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นเหตุให้ความเป็นรัฐมนตรีของนายกฯ สิ้นสุดลงเฉพาะตัว นับแต่วันที่ศาลสั่งนายกฯ หยุดปฏิบัติหน้าที่ 1 กรกฎาคม 2568 และคณะรัฐมนตรี ต้องพ้นตำแหน่งทั้งคณะ

แล้วเหตุการณ์ไหนคือ “ข่าวที่สุดแห่งปี” ของคุณ อย่าลืมร่วมโหวต “ไทยรัฐที่สุดแห่งปี 2025” เฟ้นหาที่สุดของข่าวที่สุดแห่งปี ได้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคม 2568 ได้ที่เว็บไซต์ www.thairath.co.th/campaign/vote/selection

คลิปเสียง “อิ๊งค์-ฮุนเซน” ข่าวที่สุดแห่งปี

จากเหตุการณ์ “คลิปเสียงอิ๊งค์-ฮุนเซน” ที่เรียกได้ว่าเป็นประเด็นร้อนแรงทางการเมืองและสังคมในปี 2568 ได้ถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล “ข่าวที่สุดแห่งปี” จากไทยรัฐ ทำให้เราต้องกลับมาพิจารณาถึงความสำคัญและผลกระทบของเหตุการณ์นี้

ทำไมคลิปเสียง “อิ๊งค์-ฮุนเซน” ถึงเป็นข่าวใหญ่

“คลิปเสียงอิ๊งค์-ฮุนเซน” กลายเป็นข่าวใหญ่เนื่องจากหลายปัจจัยด้วยกัน ประการแรกคือเกี่ยวข้องกับบุคคลสำคัญระดับประเทศ นั่นคือนายกรัฐมนตรีของไทย ประการที่สอง เนื้อหาในคลิปเสียงถูกตีความว่าอาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และประการสุดท้าย ประเด็นเรื่องจริยธรรมและความเหมาะสมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

สิ่งที่น่าสนใจคือการที่เหตุการณ์นี้ถูกนำมาพิจารณาในบริบทของรางวัล “ข่าวที่สุดแห่งปี” ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าสังคมยังคงให้ความสำคัญกับการตรวจสอบและวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของนักการเมืองและผู้มีอำนาจ

การที่เหตุการณ์ “คลิปเสียงอุ๊งอิ๊งค์กับอังเคิลฮุนเซน” ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลนี้ ถือเป็นเครื่องเตือนใจว่าการกระทำของผู้นำทางการเมืองนั้นอยู่ในสายตาของประชาชนเสมอ และความโปร่งใสและความรับผิดชอบเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับการปกครองประเทศ

สุดท้ายแล้ว การตัดสินว่าเหตุการณ์ใดคือ “ข่าวที่สุดแห่งปี” ขึ้นอยู่กับมุมมองและค่านิยมของแต่ละบุคคล แต่ไม่ว่าผลการตัดสินจะเป็นอย่างไร สิ่งสำคัญคือการที่สังคมได้มีโอกาสทบทวนและเรียนรู้จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ที่มา – คลิปเสียง “อิ๊งค์-ฮุนเซน” เหตุการณ์ใหญ่ระดับชาติ ที่ได้เข้าชิง “ข่าวที่สุดแห่งปี”

“แผ่นดินไหวเมียนมา” สั่นถึงกรุงเทพฯ ข่าวแห่งปี

ย้อนเหตุการณ์ “แผ่นดินไหวเมียนมา” สะเทือนถึงกรุงเทพฯ ได้เข้าชิง “ข่าวที่สุดแห่งปี” หลังมีผู้โหวตให้เข้าชิง “ข่าวที่สุดแห่งปี” จากงาน “ไทยรัฐที่สุดแห่งปี 2025”

ภายหลังจาก “ไทยรัฐ” ได้เปิดให้ร่วมโหวต “ข่าวที่สุดแห่งปี” เพื่อชิงรางวัล “ไทยรัฐที่สุดแห่งปี 2025” โดยพบว่า 1 ใน 5 เหตุการณ์ที่มีผู้โหวตเข้าชิงรางวัล คือเรื่อง “แผ่นดินไหวเมียนมาสะเทือนถึงกรุงเทพฯ” (5 เรื่องที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในปี 2025 เหตุการณ์ไหนคือ “ข่าวที่สุดแห่งปี”)

เมื่อย้อนถึงเหตุการณ์ดังกล่าว “กรมทรัพยากรธรณี” ได้สรุปเหตุการณ์แผ่นดินไหวจากรอยเลื่อนสะกาย ประเทศเมียนมา ไว้ว่า วันที่ 21 สิงหาคม 2568 เวลา 09.58 น. (ตามเวลาในประเทศไทย) เกิดแผ่นดินไหวในทะเลขนาด 5.4 ที่ระดับความลึก 10 กิโลเมตร จุดเหนือศูนย์เกิดแผ่นดินไหวอยู่ในทะเลบริเวณนอกชายฝั่งทางตอนใต้ของประเทศเมียนมา ห่างจากกรุงเทพมหานครประมาณ 500 กิโลเมตร ส่งผลให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บนตึกสูงในกรุงเทพมหานครรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือน

ส่วนสาเหตุที่ประเทศไทยรับรู้แรงสั่นสะเทือน เนื่องจากแผ่นดินไหวครั้งนี้เกิดจาก “รอยเลื่อนสะกาย” ซึ่งเป็นรอยเลื่อนขนาดใหญ่ แรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวครั้งนี้สามารถรับรู้ได้ในหลายพื้นที่ซึ่งอยู่ห่างไกลจากจุดศูนย์กลางเกิดแผ่นดินไหว เช่น ที่ราบลุ่มภาคกลางประเทศไทย ที่รองรับด้วยชั้นดินอ่อนที่มีคุณสมบัติการขยายคลื่นแผ่นดินไหวได้ เนื่องจากเมื่อคลื่นแผ่นดินไหวเคลื่อนที่ผ่านหินแข็ง คลื่นจะมีความเร็วสูง แต่เมื่อผ่านชั้นดินเหนียวกรุงเทพฯ (Bangkok clay) ความเร็วของคลื่นจะลดลง ส่งผลให้ความสูงคลื่น (amplitude) เพิ่มขึ้น เพื่อรักษาพลังงานของคลื่นให้คงที่ จึงทำให้บริเวณกรุงเทพฯ และพื้นที่ที่มีชั้นดินอ่อนรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนได้รุนแรงขึ้น

แม้จะเป็นแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในทะเล แต่เนื่องจากมีขนาดเล็กกว่า 7.5 อีกทั้งแผ่นดินไหวครั้งนี้เกิดจากการเลื่อนตัวของรอยเลื่อนในแนวระนาบ จึงไม่มีการยกตัวของมวลน้ำ ซึ่งไม่ใช่การเลื่อนแบบมุดตัวเหมือนเหตุการณ์สึนามิเมื่อปี 2547

แต่เหตุการณ์ครั้งนี้ ส่งผลให้อาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ที่กำลังก่อสร้างพังถล่มลงมาต่อหน้าประชาชนจำนวนมาก จนคร่าชีวิตคนงานไปกว่า 100 คน จนนำไปสู่การตั้งคำถามว่าตึกมูลค่า 2,000 ล้านบาท ซึ่งต่อมามีการออกหมายจับ วิศวกร – ผู้ควบคุมงาน – กิจการร่วมค้า เอี่ยวคดีตึก สตง. ถล่ม มากถึง 17 ราย

แล้วเหตุการณ์ไหนคือ “ข่าวที่สุดแห่งปี” ของคุณ อย่าลืมร่วมโหวต “ไทยรัฐที่สุดแห่งปี 2025” เฟ้นหาที่สุดของข่าวที่สุดแห่งปี ได้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคม 2568 ได้ที่เว็บไซต์ www.thairath.co.th/campaign/vote/selection

“แผ่นดินไหวเมียนมา” สะเทือนถึงกรุงเทพฯ

ทำไม “แผ่นดินไหวเมียนมา” ถึงรู้สึกได้ไกลถึงกรุงเทพฯ?

เหตุการณ์ “แผ่นดินไหวเมียนมา” ที่เกิดขึ้นนี้ แสดงให้เห็นว่าภัยธรรมชาติสามารถส่งผลกระทบได้ในวงกว้างกว่าที่เราคิด การตระหนักถึงความเสี่ยงและเตรียมพร้อมรับมือจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ถึงแม้ว่า “แผ่นดินไหวเมียนมา” ครั้งนี้จะไม่ก่อให้เกิดสึนามิ แต่ก็ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างอาคารในกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องให้ความสำคัญในการก่อสร้างและตรวจสอบอาคารให้มีความแข็งแรง เพื่อรองรับแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต

ที่มา – “แผ่นดินไหวเมียนมา” สะเทือนถึงกรุงเทพฯ เหตุการณ์ระทึกที่ได้เข้าชิง “ข่าวที่สุดแห่งปี”

“ทหารไทยปะทะกัมพูชา” ชิงข่าวแห่งปี

ย้อนจุดเริ่มต้นเหตุการณ์ “ทหารไทยปะทะกัมพูชา” หลังมีผู้โหวตให้เข้าชิง “ข่าวที่สุดแห่งปี” จากงาน “ไทยรัฐที่สุดแห่งปี 2025”

ภายหลังจาก “ไทยรัฐ” ได้เปิดให้ร่วมโหวต “ข่าวที่สุดแห่งปี” เพื่อชิงรางวัล “ไทยรัฐที่สุดแห่งปี 2025” พบว่า 1 ใน 5 เหตุการณ์ที่มีผู้โหวตเข้าชิงรางวัล คือเรื่อง “ทหารไทยปะทะกัมพูชา” (5 เรื่องที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในปี 2025 เหตุการณ์ไหนคือ “ข่าวที่สุดแห่งปี”)

เมื่อย้อนถึงเหตุการณ์ดังกล่าว “กองบัญชาการกองทัพไทย” ได้บันทึกเหตุการณ์การปะทะบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา ไว้ว่า เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2568 ได้เกิดเหตุการณ์ปะทะระหว่างฝ่ายไทยและฝ่ายกัมพูชาในหลายจุดตลอดแนวชายแดน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บทั้งพลเรือนและทหาร รวมถึงความเสียหายต่อทรัพย์สินของประชาชน

สำหรับจุดเริ่มต้นเหตุการณ์ “ทหารไทยปะทะกัมพูชา” เริ่มต้นขึ้นในเวลา 07.45 น. กองกำลังสุรนารีตรวจพบอากาศยานไร้คนขับ (UAV) ของฝ่ายกัมพูชาบินล้ำเข้ามาสำรวจในเขตพื้นที่หน้าปราสาทตาเมือนธม จากนั้นพบกำลังพลกัมพูชาพร้อมอาวุธครบมือ เดินทางเข้าประชิดแนวลวดหนาม ฝ่ายไทยพยายามใช้การเจรจาเพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะ

เวลา 08.20 น. ฝ่ายกัมพูชาเปิดฉากยิงด้วยอาวุธประจำหน่วยเข้าใส่ฐานปฏิบัติการของไทย ใกล้บริเวณปราสาทตาเมือน ส่งผลให้ทหารไทยได้รับบาดเจ็บ 2 นาย

เวลา 09.30 น. ฝ่ายกัมพูชายิงจรวด BM-21 จากพื้นที่เขาแหลม เข้าตกในพื้นที่บ้านขึ้นเหล็ก อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ ทำให้พลเรือนบาดเจ็บ 1 ราย และตรวจพบหัวจรวดตกบนบ้านเรือนในพื้นที่อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ เป็นเหตุให้พลเรือนเสียชีวิต 1 ราย

เวลา 09.45 น. มีการยิงจรวด BM-21 เพิ่มเติมเข้าใส่ศูนย์พัฒนาพื้นที่ชายแดน บริเวณอำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์

เวลา 10.00–10.22 น. ตรวจพบจรวด BM-21 ตกในพื้นที่ฐานหมูป่า ฐานพดุง และเนิน 500 ในจังหวัดอุบลราชธานี พร้อมกระสุนปืนใหญ่ตกใส่พื้นที่ผามออีแดง จุกตา และบริเวณฐานทัพ ทำให้ทหารไทยบาดเจ็บจำนวน 7 นาย

เวลา 10.28–10.40 น. มีรายงานการโจมตีอย่างต่อเนื่องจากฝั่งกัมพูชา ด้วยจรวดหลายลำกล้อง BM-21 พุ่งเป้าไปยังพื้นที่ฐานมาเรีย และบ้านโพนทอง ตำบลโดมประดิษฐ์ อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี ทำให้บ้านเรือนประชาชนเสียหาย 1 หลัง

เวลา 10.48–11.00 น. จรวด BM-21 จำนวน 3 ลูก ตกในพื้นที่ฐานหมูป่า และในบริเวณสถานีบริการน้ำมัน ปตท. บ้านผือ อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ส่งผลให้ร้านค้าเอกชนได้รับความเสียหาย มีพลเรือนเสียชีวิต 9 ราย และได้รับบาดเจ็บ 14 ราย

เวลา 11.02–12.21 น. ยังคงมีการปะทะและยิงถล่มด้วยอาวุธหนักอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ชายแดนของจังหวัดบุรีรัมย์ สุรินทร์ และอุบลราชธานี โดยกระสุนบางส่วนตกในเขตชุมชนและบ้านเรือนของประชาชน

สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าว ไทยได้ใช้ปฏิบัติการ “ยุทธบดินทร์” ซึ่งเป็นการโจมตีตอบโต้ฝ่ายกัมพูชาอย่างหนักทั้งทางบกและอากาศ ซึ่งไทยเองมีการใช้เครื่องบินรบในยุทธการครั้งแรกด้วยเช่นกัน

“ทหารไทยปะทะกัมพูชา”

เหตุการณ์ “ทหารไทยปะทะกัมพูชา” ถือเป็นความขัดแย้งที่สร้างความสูญเสียและความสะเทือนใจให้กับทั้งสองประเทศ การทำความเข้าใจถึงที่มาและผลกระทบของเหตุการณ์นี้จึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีกในอนาคต ปัจจุบันความสัมพันธ์ระหว่างไทยและกัมพูชากำลังพัฒนาไปในทิศทางที่ดีขึ้น การเรียนรู้จากบทเรียนในอดีต และร่วมกันสร้างสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาค จะเป็นรากฐานสำคัญสำหรับอนาคตที่สดใสของทั้งสองประเทศ

ร่วมโหวตข่าว “ทหารไทยปะทะกัมพูชา”

แล้วเหตุการณ์ไหนคือ “ข่าวที่สุดแห่งปี” ของคุณ อย่าลืมร่วมโหวต “ไทยรัฐที่สุดแห่งปี 2025” เฟ้นหาที่สุดของข่าวที่สุดแห่งปี ได้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคม 2568 ได้ที่เว็บไซต์ www.thairath.co.th/campaign/vote/selection

ที่มา – “ทหารไทยปะทะกัมพูชา” เหตุการณ์สะเทือนใจ ที่เข้าชิง “ข่าวที่สุดแห่งปี 2025”

5 บุคคลที่ถูกพูดถึงมากที่สุด ใครคือ บุคคลที่สุดแห่งปี 2025

หลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปี 2025 นั้น ต้องยอมรับว่า มีหลายบุคคลที่เป็นศูนย์กลาง เป็นสารตั้งต้น หรือ ตัวเอก ของเหตุการณ์สำคัญนั้น ๆ ซึ่งก่อนหน้า “ไทยรัฐ” ได้เปิดให้มีการโหวต “ไทยรัฐที่สุดแห่งปี 2025” ในสาขา “บุคคลที่สุดแห่งปี 2025” พบว่ามีผู้เสนอชื่อบุคคลสูงสุด 5 รายชื่อดังต่อไปนี้

  • แม่ทัพกุ้ง พลโท บุญสิน พาดกลาง 

พลโท บุญสิน พาดกลาง อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 ผู้ซึ่งมีบทบาทในการวางแผนการสู้รบในช่วงการปะทะแนวชายแดนระหว่างไทยกับกัมพูชา ซึ่งก่อนหน้านี้ก็ต้องยอมรับว่า น้อยคนนักที่จะรู้จักแม่ทัพกุ้ง หรือเห็นข่าวแม่ทัพกุ้งตามหน้าสื่อ แต่ในช่วงการสู้รบนั้น นอกจากแม่ทัพกุ้งจะเป็นผู้บัญชาการรบแล้ว ยังเดินสายปลุกกระแสรักชาติด้วย

  • บิ๊กเต่า พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก.

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. นายตำรวจผู้มีภาพตงฉิน เป็นหัวหมู่ทะลวงฟัน กำราบพระดังที่ปฏิบัติตัวนอกศีลและทำผิดกฎหมาย ล่าสุด ยังเดินหน้ายื่นเรื่องเรียกร้อง กรณีแต่งตั้งโผนายพลตำรวจ “รอง ผบ.ตร.-ผบก.” ทั่วประเทศ ปี 2568 โดยยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมที่สภาฯ ว่า “ผมพลีชีพไปแล้ว ไม่ต้องกลัวผมคนจริง สร้างความเปลี่ยนแปลงมาเยอะ ถึงเวลาเปลี่ยนแปลงตำรวจ”

  • หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย พิธีกรรายการชื่อดัง 

กรรชัย กำเนิดพลอย พิธีกรรายการชื่อดัง ที่ต้องยอมรับว่า จับเรื่องใดก็เป็นประเด็นทุกที และยังกำเนิดมีมมากมาย ถึงขั้นหลายคนนิยามให้ว่า “ถ้าไม่ขาวจริง อย่าไปออกรายการพี่หนุ่ม” 

  • ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

ผู้ว่าฯ กทม. ที่งานใหญ่ๆ เข้าตั้งแต่หลังเข้ารับตำแหน่ง ซึ่งแค่ในปี 2025 ปีเดียวนั้น งานยักษ์ก็เข้าไม่หยุด ตั้งแต่อาคาร สตง. ที่กำลังก่อสร้างถล่ม ในช่วงที่เกิดแผ่นดินไหว เป็นเหตุให้ต้องไปบัญชาการเหตุการณ์อยู่หน้างานตั้งแต่เช้าจนมืดทุกวัน ก่อนจะปรากฏภาพที่ผู้ว่าฯ ชัชชาติ นั่งหลับ อยู่ภายในเขตภัยพิบัติอาคารถล่ม หรือล่าสุด กับเหตุการณ์ถนนสามเสนทรุด เป็นหลุมขนาดใหญ่ ซึ่งต้องวางแผนการซ่อมอย่างเป็นระบบ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำซ้อน

  • นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี

หลัง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร สิ้นสุดความเป็นรัฐมนตรี ต้องเลือกนายกฯ ใหม่ พรรคภูมิใจไทยที่มี นายอนุทิน เป็นหัวหน้าพรรค และเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี สามารถจับมือกับพรรคประชาชน และลงนาม MOA ได้สำเร็จ ทำให้พรรคประชาชนยกมือโหวตให้ นายอนุทิน เป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ 32 ได้สำเร็จ แม้ไม่ใช่พรรคเสียงข้างมาก 

นอกจากนี้ ยังมีวลีเด็ดที่ใครเห็นเป็นต้องเอ๊ะอย่าง “ผมเป็นคนทำงานวันนี้ สั่งงานวันนี้ต้องเสร็จเมื่อวาน”

5 บุคคลที่ถูกพูดถึงมากที่สุด ใครคือ บุคคลที่สุดแห่งปี 2025

ใครจะเป็นบุคคลที่สุดแห่งปี 2025

แล้วใครคือ “บุคคลที่สุดแห่งปี 2025” ของคุณ ร่วมโหวต “ไทยรัฐที่สุดแห่งปี 2025” เฟ้นหาที่สุดของบุคคลที่สุดแห่งปี ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. – 31 ธ.ค. 2568 ที่เว็บไซต์ www.thairath.co.th/campaign/vote/selection

แน่นอนว่าการตัดสินว่าใครคือ “บุคคลที่สุดแห่งปี 2025” นั้นขึ้นอยู่กับมุมมองและความสนใจของแต่ละคน แต่ละคนมีเหตุผลและเกณฑ์ในการพิจารณาที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นผลงาน ความเสียสละ หรืออิทธิพลที่พวกเขามีต่อสังคมในปีนั้น ๆ

อย่าลืมไปร่วมโหวตเพื่อสนับสนุน “บุคคลที่สุดแห่งปี 2025” ในใจของคุณกันนะครับ!

ที่มา – 5 บุคคลที่ถูกพูดถึงมากที่สุด ใครคือ “บุคคลที่สุดแห่งปี 2025”

Thairath Award 2025 สุดฮิต! ร่วมโหวตเลย

แฮชแท็ก Thairath award 2025 พุ่งติดเทรนด์ หลังเปิดให้ประชาชนร่วมโหวต “ไทยรัฐที่สุดแห่งปี 2025” จำนวน 12 สาขา

ภายหลังจาก “ไทยรัฐ” ได้เปิดให้ร่วมโหวต “ที่สุดแห่งปี” เพื่อร่วมกันบันทึกช่วงเวลาสำคัญไปด้วยกันทั้ง 12 สาขา ดังนี้

  • ข่าวที่สุดแห่งปี : เหตุการณ์ข่าวที่มีผลกระทบ และสร้างแรงกระเพื่อมเป็นที่พูดถึงมากที่สุดในสังคมไทยในปี 2025
  • บุคคลในข่าวแห่งปี : บุคคลที่โดดเด่นของเหตุการณ์สำคัญ มีบทบาทขับเคลื่อน และสร้างความเปลี่ยนแปลงในสังคม
  • ข่าวฮอตแห่งปี : ข่าวใหญ่ที่เป็นไวรัล ถูกวิพากษ์วิจารณ์ และถูกพูดถึงมากที่สุดบนโซเชียลมีเดีย
  • องค์กรขับเคลื่อนสังคมแห่งปี : องค์กรที่ดำเนินงานสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้คนและสิ่งแวดล้อม เป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง
  • ผู้นำองค์กรแห่งปี : ผู้นำองค์กรที่มีบทบาทโดดเด่น สร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้คนและสิ่งแวดล้อม
  • นักแสดงแห่งปี : ที่สุดของนักแสดงชายและหญิง ที่เป็นที่พูดถึงมากที่สุด ครองใจมหาชน ที่พร้อมติดตามผลงาน และตามไปให้กำลังใจเสมอ
  • คู่จิ้นชาย-ชายแห่งปี : ที่สุดของคู่ขวัญชาย ที่สร้างปรากฏการณ์ ความฟินและเคมีที่ลงตัว
  • คู่จิ้นหญิง-หญิงแห่งปี : ที่สุดของคู่ขวัญหญิง ที่กวาดหัวใจแฟนคลับไปทั้งประเทศ
  • Rising Star แห่งปี : ที่สุดศิลปินทั้งจากซีรีส์ เพลง ที่มีผลงานแจ้งเกิด และมาแรงในปี 2025 และความดังนี้ยังจะไปต่ออย่างสดใส
  • คนดังที่สุดแห่งปี : สร้างปรากฏการณ์ดึงความสนใจจากคนไทยทั้งประเทศ ที่พร้อมดู พร้อมติดตาม กดไลก์ แชร์ พร้อมซัพพอร์ต เพื่อเติมเต็มความรู้สึกใจฟู
  • T-POP แห่งปี : ที่สุดของปรากฏการณ์ใหม่ในวงการเพลงไทย สามารถครองใจแฟนด้อมอย่างเหนียวแน่น ทั้งในไทยและต่างประเทศ
  • หมอลำแห่งปี : ทั้งวงและศิลปินหมอลำที่สร้างปรากฏการณ์ และครองใจแฟน ๆ ได้อย่างล้นหลามทั่วประเทศ

ล่าสุด วันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประเด็นการเปิดให้ร่วมโหวต “ที่สุดแห่งปี” ของไทยรัฐนั้น ถูกพูดถึงอย่างมากในโลกออนไลน์ ส่งผลให้แฮชแท็ก #Thairathaward2025 พุ่งติดเทรนด์ในทวิตเตอร์ (X) ด้วยเช่นกัน

การประกาศรางวัล Thairath award 2025 หรือ “ไทยรัฐที่สุดแห่งปี 2025” ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่น่าสนใจ ซึ่งเปิดโอกาสให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการตัดสินว่าใครหรือเหตุการณ์ใดคือที่สุดของปีในสาขาต่างๆ การโหวตครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการสนับสนุนบุคคลหรือองค์กรที่คุณชื่นชอบ แต่ยังเป็นการร่วมบันทึกประวัติศาสตร์และเรื่องราวที่เกิดขึ้นในสังคมไทยในปี 2025 อีกด้วย

นอกจากนี้ การที่ Thairath award 2025 เปิดโอกาสให้โหวตหลากหลายสาขา ตั้งแต่ข่าวสาร บุคคล ไปจนถึงวงการบันเทิง แสดงให้เห็นถึงความครอบคลุมและความใส่ใจในการนำเสนอเรื่องราวที่หลากหลายในสังคม ไม่ว่าคุณจะสนใจข่าวสารบ้านเมือง ชื่นชอบนักแสดงคนโปรด หรือหลงใหลในเสียงเพลง คุณก็สามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการตัดสินว่าใครคือที่สุดแห่งปีในสาขาที่คุณสนใจได้

Thairath Award 2025

สำหรับใครที่ยังไม่ได้ร่วมโหวต อย่ารอช้า! เพราะโอกาสในการแสดงความคิดเห็นและสนับสนุนคนที่คุณชื่นชอบกำลังรอคุณอยู่ มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างปรากฏการณ์ “ไทยรัฐที่สุดแห่งปี 2025” ไปด้วยกัน

ทำไมต้องร่วมโหวต Thairath Award 2025?

การร่วมโหวต Thairath Award 2025 นอกจากจะเป็นการสนับสนุนคนที่คุณชื่นชอบแล้ว ยังมีเหตุผลอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกมากมาย:

  • เป็นส่วนหนึ่งของการตัดสิน: เสียงของคุณมีความหมาย ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการตัดสินว่าใครหรือเหตุการณ์ใดคือที่สุดแห่งปี
  • สนับสนุนคนที่คุณชื่นชอบ: โหวตให้กับนักแสดง ศิลปิน องค์กร หรือบุคคลที่คุณชื่นชมและอยากสนับสนุน
  • ร่วมบันทึกประวัติศาสตร์: ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการบันทึกเรื่องราวและเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นในสังคมไทยในปี 2025
  • แสดงความคิดเห็น: แสดงความคิดเห็นและบอกเล่าเรื่องราวที่คุณสนใจ

อย่าปล่อยให้โอกาสดีๆ แบบนี้หลุดมือ มาร่วมโหวต Thairath award 2025 กันเยอะๆ นะ!

อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ไหนคือ “ที่สุดแห่งปี” ของคุณ ร่วมโหวต “ไทยรัฐที่สุดแห่งปี 2025” เฟ้นหาที่สุดของข่าวที่สุดแห่งปี ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. – 31 ธ.ค. 2568 ที่เว็บไซต์ https://www.thairath.co.th/campaign/vote

การตัดสินรางวัลต่างๆ นั้นขึ้นอยู่กับคะแนนโหวตของทุกคน ดังนั้นอย่าลืมไปร่วมโหวตกันเยอะๆ นะคะ เพื่อให้คนที่คุณชื่นชอบได้รับรางวัลอันทรงเกียรตินี้ไปครอง

ที่มา – Thairath award 2025 พุ่งติดเทรนด์ หลังเปิดให้ร่วมโหวต “ไทยรัฐที่สุดแห่งปี 2025”

5 เรื่องฮิตปี 2025! ข่าวที่สุดแห่งปี คืออะไร?

อะไรคือข่าวที่สร้างความฮือฮาและถูกพูดถึงมากที่สุดแห่งปี? มาร่วมโหวตเพื่อค้นหา “ข่าวที่สุดแห่งปี” และลุ้นรับรางวัล  “ไทยรัฐที่สุดแห่งปี 2025” 

ปี 2025 กำลังจะผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว มีเหตุการณ์มากมายเกิดขึ้น บางเหตุการณ์ก็เป็นที่สนใจและถูกกล่าวถึงอย่างกว้างขวาง หลังจากที่ไทยรัฐเปิดให้ร่วมโหวต “ข่าวที่สุดแห่งปี” เพื่อชิงรางวัล “ไทยรัฐที่สุดแห่งปี 2025” พบว่ามีผู้เสนอเหตุการณ์ต่างๆ มากมาย โดย 5 เหตุการณ์ที่ได้รับคะแนนโหวตสูงสุด ได้แก่:

  • ทหารไทยปะทะกัมพูชา

เหตุการณ์ความขัดแย้งที่น่าเศร้า สงครามย่อยๆ ในรอบ 14 ปี เริ่มต้นจากการปะทะที่ปราสาทตาเมือนธมและขยายวงกว้างไปทั่วแนวชายแดน สร้างความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สินอย่างมาก ประเทศไทยตอบโต้ด้วยปฏิบัติการ “ยุทธบดินทร์” โจมตีฝ่ายกัมพูชาทางบกและอากาศอย่างหนัก และมีการใช้เครื่องบินรบเป็นครั้งแรกในปฏิบัติการของไทย

  • แผ่นดินไหวเมียนมาสะเทือนถึงกรุงเทพฯ 

เหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในเมียนมาที่ส่งผลให้คนกรุงเทพฯ และจังหวัดอื่นๆ ในประเทศไทยรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนที่ไม่เคยเจอมาก่อน หลายคนตกใจและต้องวิ่งลงจากอาคารสูงเพื่อความปลอดภัย แผ่นดินไหวครั้งนี้ยังส่งผลให้อาคาร สตง. ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างพังถล่มลงมา ทำให้คนงานเสียชีวิตกว่า 100 คน และนำไปสู่คำถามเกี่ยวกับความแข็งแรงของอาคารมูลค่า 2,000 ล้านบาท

  • คลิปเสียงอุ๊งอิ๊งค์กับอังเคิลฮุนเซน 

หลังจากกองทัพประกาศปิดด่านเพื่อตอบโต้กัมพูชา ได้มีคลิปเสียงหลุดออกมาซึ่งเป็นการสนทนาระหว่าง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น กับ “สมเด็จฮุนเซน” นายกรัฐมนตรีของกัมพูชา คลิปดังกล่าวมีความยาว 9 นาทีเศษ มีเนื้อหาเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาชายแดน แต่มีประโยคหนึ่งที่เป็นประเด็นขึ้นมาคือ “ไม่อยากให้ uncle (อา) ไปฟังคนที่เป็นฝั่งตรงข้ามกับเรา เพราะว่าพอไปฟังฝั่งตรงข้าม อย่างพวกแม่ทัพภาคสอง เป็นคนของฝั่งตรงข้ามหมดเลย ซึ่งพอเป็นฝั่งนั้นก็ไม่อยากให้ท่านรู้สึกไม่ชอบใจหรือโกรธ เพราะจริง ๆ แล้วไม่ใช่ความตั้งใจของเราเลยค่ะ”

  • สีกากอล์ฟสัมพันธ์สวาทพระผู้ใหญ่ 

เรื่องราวสุดเหลือเชื่อในสังคมไทย เมื่อพระผู้ใหญ่แอบลาสิกขาในวัดต่างจังหวัด ทำให้หลายคนตกใจและสงสัยถึงสาเหตุของการลาสิกขา มีการสืบสวนจนพบว่าอาจเกี่ยวข้องกับผู้หญิงที่ชื่อ “สีกากอล์ฟ” ซึ่งต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ทำการสอบสวนและพบว่าสีกากอล์ฟมีความสัมพันธ์กับพระผู้ใหญ่หลายรูป ทั้งในเรื่องเงินและเรื่องความสัมพันธ์ส่วนตัว นำไปสู่การสึกพระทั้งหมด 13 รูป

  • วัดบุญพระบาปตีแผ่เรื่องฉาววัดพระบาทน้ำพุ

ดราม่าที่เริ่มต้นจากอินฟลูเอนเซอร์หลายคนโพสต์ข้อความในทำนองเดียวกันว่า การเปิดรับบริจาคเงินของอาจารย์ท่านหนึ่งให้กับวัดพระบาทน้ำพุ อาจมีการนำเงินไปมอบให้กับวัดไม่ครบถ้วน นำไปสู่การจับกุม พระราชวิสุทธิประชานาถ (อลงกต ติกฺขปญฺโญ) หรือ “หลวงพ่ออลงกต” อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ และ “หมอบี ทูตสื่อวิญญาณ” หรือ นายเสกสันน์ ทรัพย์สืบสกุล 

ข่าวที่สุดแห่งปี 2025 คืออะไร?

แล้วเหตุการณ์ไหนคือ “ข่าวที่สุดแห่งปี” ของคุณ? มาร่วมโหวต “ไทยรัฐที่สุดแห่งปี 2025” เพื่อเฟ้นหาสุดยอดข่าวแห่งปี ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคม 2568 ได้ที่เว็บไซต์ www.thairath.co.th/campaign/vote/selection

ร่วมโหวตข่าวที่สุดแห่งปี

อย่าลืม! มาร่วมโหวตข่าวที่คุณคิดว่าเป็น ข่าวที่สุดแห่งปี กันนะครับ แต่ละข่าวก็มีความสำคัญและส่งผลกระทบต่อสังคมในวงกว้างแตกต่างกันไป การตัดสินใจเลือก ข่าวที่สุดแห่งปี จึงไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

ที่มา – 5 เรื่องที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในปี 2025 เหตุการณ์ไหนคือ “ข่าวที่สุดแห่งปี”

Scroll to top