ไฟไหม้ฮ่องกง

ผลสอบไฟไหม้ฮ่องกงคร่า 168 ศพ โศกนาฏกรรมที่ป้องกันได้

ผลสอบไฟไหม้ฮ่องกงคร่า 168 ศพ โศกนาฏกรรมที่ป้องกันได้

เหตุการณ์เพลิงไหม้อาคารหวังฟุกคอร์ตในฮ่องกงกลายเป็นประเด็นที่ทั่วโลกให้ความสนใจ และเป็นบทเรียนราคาแพงที่เกิดขึ้นจากความเห็นแก่ตัวของมนุษย์ เมื่อคณะกรรมการสอบสวนอิสระได้ออกมาตีแผ่ความจริงว่า ผลสอบไฟไหม้ฮ่องกงคร่า 168 ศพ โศกนาฏกรรมที่ป้องกันได้ หากเพียงแค่ผู้เกี่ยวข้องมีความรับผิดชอบต่อเพื่อนมนุษย์มากกว่าตัวเลขผลกำไร

หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมเหตุการณ์ที่ดูเหมือนอุบัติเหตุธรรมดาถึงกลายเป็นโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่ง การสืบสวนพบข้อเท็จจริงที่น่าตกใจว่ามีการลดสเปกวัสดุและการบริหารจัดการที่ไร้มาตรฐาน นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นจริงเบื้องหลังเหตุการณ์ไฟไหม้ที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายทศวรรษนี้

ปมปัญหาหลังผลสอบไฟไหม้ฮ่องกงคร่า 168 ศพ โศกนาฏกรรมที่ป้องกันได้

จากการตรวจสอบพบว่าโครงการปรับปรุงอาคารมีการละเลยมาตรฐานความปลอดภัยอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของแผงนั่งร้านที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือการอนุญาตให้คนงานสูบบุหรี่ในพื้นที่ก่อสร้าง ซึ่งกลายเป็นจุดเริ่มต้นของประกายไฟลุกลามไปทั่วอาคาร นอกจากนี้ การที่ระบบดับเพลิงถูกปิดใช้งานชั่วคราวเพื่อซ่อมแซมโดยไม่มีมาตรการทดแทน ยิ่งทำให้ความเสียหายทวีความรุนแรงขึ้นกว่าที่ควรจะเป็น

  • การเลือกใช้วัสดุที่ไม่ทนไฟเพื่อลดต้นทุน
  • การปิดระบบสัญญาณเตือนและสายฉีดน้ำในขณะก่อสร้าง
  • ความล้มเหลวของภาครัฐในการตรวจสอบผู้ประกอบการ

การปล่อยให้ผู้รับเหมาควบคุมกันเองโดยอาศัยเพียงความซื่อสัตย์คือจุดอ่อนสำคัญที่ทำให้ ผลสอบไฟไหม้ฮ่องกงคร่า 168 ศพ โศกนาฏกรรมที่ป้องกันได้ กลายเป็นเครื่องเตือนใจว่า กฎหมายที่ดีอาจไร้ค่าหากขาดการบังคับใช้ที่เข้มงวดและจริงจังจากภาครัฐ การสูญเสียผู้สูงอายุไปถึงกว่า 100 ชีวิตในครั้งนี้สะท้อนชัดว่าเราไม่ควรฝากความปลอดภัยของชีวิตผู้คนไว้กับความเห็นแก่ได้ของใครคนใดคนหนึ่ง

ในฐานะปัจเจกบุคคล เราอาจจะไม่ได้มีอำนาจในการตรวจสอบอาคารขนาดใหญ่ แต่เราสามารถเรียกร้องความโปร่งใสและแสดงความคิดเห็นต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เมื่อพบความไม่ชอบมาพากลในชุมชนของเรา ความปลอดภัยไม่ใช่เรื่องของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นเรื่องที่ทุกคนต้องช่วยกันจับตาเพื่อให้โศกนาฏกรรมครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายที่ไม่มีใครต้องจากไปก่อนเวลาอันควรเพียงเพราะการละเลยหน้าที่ของผู้รับเหมาและหน่วยงานที่กำกับดูแล

ที่มา – ผลสอบไฟไหม้ฮ่องกงคร่า 168 ศพ ชี้ “โศกนาฏกรรมที่ป้องกันได้” ผู้รับเหมาลดต้นทุน-รัฐปล่อยเกียร์ว่าง

ฮ่องกงเลือกตั้งสภาฯ เศร้า! หลังไฟไหม้ดับ 159 ศพ

ฮ่องกงเลือกตั้งสภานิติบัญญัติท่ามกลางบรรยากาศเศร้า หลังเหตุไฟไหม้ดับ 159 ศพ ชาวฮ่องกงเดินทางไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งสภานิติบัญญัติ ซึ่งถือเป็นการทดสอบความรู้สึกของผู้คนหลังเหตุเพลิงไหม้อาคารที่พักอาศัย คร่าชีวิต 159 ศพ รัฐบาลได้จัดกิจกรรมและแจกของกำนัลมากมายเพื่อกระตุ้นให้ประชาชนออกมาลงคะแนนเสียง ท่ามกลางความกังวลเรื่องความปลอดภัยอาคารและความเฉยเมยของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง หลังระบบถูกปรับปรุงให้เหลือแต่ผู้สมัครที่ “รักชาติ” และภักดีต่อจีนเท่านั้น

วันนี้ (7 ธ.ค.) ชาวฮ่องกงออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติเพื่อเลือกผู้แทน 90 ที่นั่ง ซึ่งทำหน้าที่เสมือนรัฐสภาขนาดเล็กในการออกและแก้ไขกฎหมาย โดยการเลือกตั้งครั้งนี้มีผู้สมัครทั้งหมด 161 คน

การเลือกตั้งครั้งนี้เกิดขึ้นในขณะที่ชาวฮ่องกงจำนวนมากยังคงอยู่ในบรรยากาศของการไว้อาลัยต่อเหตุเพลิงไหม้ที่อาคารชุดหวังฟุกคอร์ท เขตต่ายโป เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนไปถึง 159 ศพ นับเป็นเหตุเพลิงไหม้ที่เลวร้ายที่สุดในฮ่องกงในรอบมากกว่า 70 ปี

การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นครั้งที่สองนับตั้งแต่ปี 2021 ที่จีนได้ทำการปรับปรุงระบบเลือกตั้งครั้งใหญ่ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้แน่ใจว่าจะมีเพียงผู้สมัครที่ “รักชาติ” และภักดีต่อรัฐบาลจีนเท่านั้นที่สามารถลงสมัครรับเลือกตั้งได้

เพื่อกระตุ้นให้ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งออกมาใช้สิทธิ์ หลังจากที่การเลือกตั้งครั้งก่อนมีผู้ออกมาใช้สิทธิ์ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 30% ทางการฮ่องกงได้จัดแคมเปญรณรงค์ขนาดใหญ่ โดยการแจกของสมนาคุณและส่วนลดต่าง ๆ มากมาย เช่น ผู้ที่ลงคะแนนเสียงจะได้รับ “การ์ดขอบคุณ” ที่สามารถแลกเป็นบัตรกำนัล ส่วนลดสำหรับร้านค้า บริการด้านความงาม การตรวจสุขภาพ หรือค่าเบี้ยประกัน นอกจากนั้น ยังมีการเปิดให้ใช้สระว่ายน้ำและเข้าชมพิพิธภัณฑ์สาธารณะได้ฟรีในวันเลือกตั้ง รวมถึงการจัดงานคาร์นิวัลในพื้นที่ต่าง ๆ และจัดการแสดงกาลาทางโทรทัศน์

นายจอห์น ลี ผู้บริหารสูงสุดเขตปกครองพิเศษฮ่องกง ยืนยันว่า การเลือกตั้งจะต้องดำเนินต่อไปตามกำหนด เพื่อให้สมาชิกรัฐสภาชุดใหม่สามารถสนับสนุนการฟื้นฟูและปฏิรูปได้อย่างรวดเร็ว

แม้จะมีการรณรงค์อย่างหนัก แต่บรรยากาศการเลือกตั้งกลับถูกบดบังด้วยความกังวลของสาธารณชนต่อเหตุเพลิงไหม้ในย่านต่ายโป หลายฝ่ายเริ่มตั้งคำถามเกี่ยวกับมาตรฐานความปลอดภัยของอาคารเก่าในฮ่องกง

จากการสอบสวนพบว่า ตาข่ายนั่งร้าน ที่ใช้ในการปรับปรุงอาคารหวังฟุกคอร์ทไม่ได้มาตรฐานการหน่วงไฟ และเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เพลิงลุกลามอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ทางการสั่งให้รื้อตาข่ายนั่งร้านสำหรับการปรับปรุงอาคารทั่วทั้งเมือง

นอกจากนี้ ตำรวจยังได้จับกุมผู้ต้องสงสัย 13 คน ในข้อหาฆ่าคนตายโดยไม่เจตนา และมีการจับกุมชายคนหนึ่งที่เข้าร่วมการร้องเรียนให้มีการสอบสวนเหตุเพลิงไหม้โดยอิสระ ในข้อหาต้องสงสัยว่า ปลุกระดม ซึ่งเป็นสัญญาณว่าทางการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วเพื่อระงับความไม่พอใจ

ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่า แม้ทางการจะพยายามอย่างเต็มที่ ยอดผู้ใช้สิทธิ์เลือกตั้งอาจยังคงอยู่ในระดับต่ำ เนื่องจากผู้สนับสนุนฝ่ายค้านส่วนใหญ่ถูกตัดสิทธิ์ในการลงสมัคร และหลายคนอาจไม่มั่นใจที่จะเข้าร่วมการเลือกตั้งภายใต้ระบบใหม่นี้ เหตุการณ์ ฮ่องกงเลือกตั้งสภานิติบัญญัติท่ามกลางบรรยากาศเศร้า หลังเหตุไฟไหม้ดับ 159 ศพ ในครั้งนี้ สะท้อนถึงความท้าทายและความซับซ้อนของการเมืองในฮ่องกงภายใต้การปกครองของจีน

ฮ่องกงเลือกตั้งสภานิติบัญญัติท่ามกลางบรรยากาศเศร้า หลังเหตุไฟไหม้ดับ 159 ศพ

การที่ ฮ่องกงเลือกตั้งสภานิติบัญญัติท่ามกลางบรรยากาศเศร้า หลังเหตุไฟไหม้ดับ 159 ศพ ทำให้เกิดคำถามมากมายเกี่ยวกับอนาคตของฮ่องกงและบทบาทของประชาชนในการกำหนดทิศทางของตนเอง

ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเลือกตั้งสภานิติบัญญัติฮ่องกง

มีหลายปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อการเลือกตั้งครั้งนี้ ได้แก่:

  • เหตุการณ์ไฟไหม้ที่ต่ายโปส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของผู้คนและความเชื่อมั่นในรัฐบาล
  • การปรับปรุงระบบเลือกตั้งโดยจีนทำให้ผู้สมัครฝ่ายค้านถูกตัดสิทธิ์
  • ความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของอาคารเก่าในฮ่องกง

ทางการฮ่องกงพยายามอย่างหนักในการกระตุ้นให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิ์ แต่ความท้าทายที่กล่าวมาข้างต้นอาจทำให้ยอดผู้ใช้สิทธิ์ยังคงอยู่ในระดับต่ำ

การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นเครื่องบ่งชี้ถึงความรู้สึกของประชาชนฮ่องกงที่มีต่อรัฐบาลและอนาคตของตนเอง ผลลัพธ์ของการเลือกตั้งจะเป็นตัวกำหนดทิศทางของฮ่องกงในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

สถานการณ์ ฮ่องกงเลือกตั้งสภานิติบัญญัติท่ามกลางบรรยากาศเศร้า หลังเหตุไฟไหม้ดับ 159 ศพ เป็นเหตุการณ์ที่น่าจับตามอง และผลลัพธ์ของการเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นตัวกำหนดอนาคตของฮ่องกง

ที่มา – ฮ่องกงจัดเลือกตั้งสภานิติบัญญัติท่ามกลางบรรยากาศเศร้า หลังเหตุไฟไหม้ดับ 159 ศพ

ฮ่องกงช็อก! ตาข่ายกันตกไฟไหม้ไม่ได้มาตรฐาน

เกิดเหตุสุดสลดในฮ่องกง! ผลการสอบสวนล่าสุดเผยว่า ตาข่ายกันตกไฟไหม้ ที่ใช้ในอาคารคอมเพล็กซ์ซึ่งเกิดเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ ไม่ได้มาตรฐานความปลอดภัยด้านการทนไฟ สร้างความตกตะลึงให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก

ฮ่องกงช็อก! ตาข่ายกันตกไฟไหม้ไม่ได้มาตรฐาน

ทางการฮ่องกงได้ออกมาเปิดเผยผลการสอบสวนที่น่าตกใจว่า ตาข่ายกันตกไฟไหม้ ที่ติดตั้งรอบนั่งร้านของอาคาร 7 แห่งใน Wang Fuk Court ซึ่งเป็นสถานที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ ไม่ผ่านมาตรฐานการทนไฟที่กำหนดไว้ ผลลัพธ์นี้ขัดแย้งกับผลการตรวจสอบเบื้องต้นที่ระบุว่าตาข่ายเหล่านี้อยู่ในเกณฑ์ปลอดภัย อย่างไรก็ตาม ในช่วงแรก เจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้าถึงบางพื้นที่เพื่อเก็บตัวอย่างได้เนื่องจากสถานการณ์ไฟไหม้ยังคงรุนแรง

คริส เหลียง รัฐมนตรีความมั่นคงของฮ่องกง กล่าวว่าหลังจากที่ไฟดับลง ทีมสืบสวนสามารถเข้าถึงพื้นที่ที่ก่อนหน้านี้ไม่สามารถเข้าได้ และพบว่า 7 จุดจากหลายจุดที่ตรวจสอบไม่ผ่านมาตรฐานความปลอดภัย และส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อความปลอดภัยของประชาชน

ตำรวจฮ่องกงยืนยันว่ายอดผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนี้เพิ่มขึ้นเป็น 151 ราย และยังมีผู้สูญหายอีกกว่า 40 ราย เจ้าหน้าที่หญิงรายหนึ่งถึงกับสะอึกสะอื้นระหว่างการแถลงข่าว โดยระบุว่าร่างของผู้เสียชีวิตบางรายถูกไฟเผาจนกลายเป็นเถ้าถ่าน ทำให้การค้นหาผู้สูญหายทั้งหมดเป็นไปได้ยากยิ่งขึ้น

เหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันพุธที่ผ่านมา โดยไฟได้ลุกลามไปยังอาคาร 7 จาก 8 อาคาร ซึ่งมีผู้อยู่อาศัยประมาณ 4,600 คน ทำให้เหตุการณ์นี้กลายเป็นหนึ่งในเหตุเพลิงไหม้อาคารที่รุนแรงที่สุดในฮ่องกงในรอบหลายสิบปี

บรรยากาศโดยรอบพื้นที่เกิดเหตุเต็มไปด้วยผู้คนที่นำดอกไม้ ข้อความไว้อาลัย และตุ๊กตามาวางเพื่อแสดงความเสียใจ ขณะที่ยอดเงินบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยเพิ่มสูงถึง 900 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง หรือประมาณ 115 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในเวลาอันรวดเร็ว รัฐบาลฮ่องกงระบุว่าเงินจำนวนนี้รวมถึงเงินตั้งต้นจากภาครัฐอีก 300 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง จะถูกนำไปใช้ในการฟื้นฟูบ้านเรือนและให้การสนับสนุนระยะยาวแก่ผู้ประสบภัย นอกจากนี้ ยังมีการมอบเงินช่วยเหลือฉุกเฉินสำหรับค่าใช้จ่ายเร่งด่วน เช่น ค่าทำศพและค่าที่พักชั่วคราว

สถานการณ์ล่าสุดเกี่ยวกับเหตุการณ์ ตาข่ายกันตกไฟไหม้ ในฮ่องกง

ข้อมูลล่าสุดจนถึงวันจันทร์ที่ผ่านมามีดังนี้:

  • ผู้ประสบภัย 683 คน ได้เข้าพักในโรงแรมและโฮสเทล
  • 1,144 คน ถูกย้ายไปยังที่พักชั่วคราว
  • มีศูนย์พักพิงฉุกเฉินเปิดให้บริการอีก 2 แห่ง
  • เจ้าหน้าที่กำลังประเมินความปลอดภัยของอาคารที่เหลือ รวมถึงตึกต้นเพลิงที่ได้รับความเสียหายหนักที่สุด

ในขณะเดียวกัน โลกโซเชียลมีเดียของฮ่องกงเต็มไปด้วยความโกรธแค้นและคำถามเกี่ยวกับเหตุผลที่ ตาข่ายกันตกไฟไหม้ ซึ่งควรจะช่วยชีวิต กลับกลายเป็นปัจจัยที่ทำให้ไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว ชาวเน็ตจำนวนมากเรียกร้องให้รัฐบาลมีความโปร่งใสและลงโทษผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตและความปลอดภัยของประชาชน ตาข่ายกันตกไฟไหม้ ที่ไม่ได้มาตรฐานกลายเป็นภัยคุกคามที่ร้ายแรงกว่าเดิม และจำเป็นต้องมีการตรวจสอบและแก้ไขอย่างเร่งด่วน

ที่มา – ฮ่องกงช็อก พบ “ตาข่ายกันตก” บนตึกไฟไหม้ครั้งใหญ่ไม่ได้มาตรฐานกันไฟ ตายพุ่ง 151 ราย

ตร.ฮ่องกงจับเพิ่ม! เหตุไฟไหม้อาคารดับ 128 ศพ

ตำรวจฮ่องกงจับกุมผู้เกี่ยวข้องเพิ่มอีก 8 รายจากเหตุการณ์โศกนาฏกรรมไฟไหม้อาคารพักอาศัยครั้งใหญ่ โดยมีการสอบสวนตั้งแต่ผู้บริหารบริษัทที่ปรึกษา ผู้จัดการโครงการ ผู้รับเหมา ไปจนถึงนายหน้า ขณะที่ผู้รอดชีวิตจำนวนมากยังคงต้องพักอาศัยตามศูนย์พักพิงชั่วคราวเป็นคืนที่สาม

เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน สื่อฮ่องกงรายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับเหตุไฟไหม้อาคารพักอาศัยที่หวังฟุกคอร์ท ย่านไทโป ซึ่งยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 128 ราย และยังมีผู้สูญหายอีกราว 200 คน นอกจากนี้ ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกจำนวนมากที่ยังคงรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลต่างๆ ทั่วเมือง

ทางการฮ่องกงเปิดเผยว่า เมื่อวันศุกร์ที่ 28 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ได้ทำการจับกุมผู้ต้องสงสัยเพิ่มเติมอีก 8 ราย ในการสืบสวนครั้งใหญ่ของสำนักงานปราบปรามทุจริต ซึ่งประกอบด้วย ผู้อำนวยการบริษัทที่ปรึกษา 2 ราย ผู้จัดการโครงการดูแลงานบำรุงรักษา 2 ราย ผู้รับเหมานั่งร้าน 3 ราย และนายหน้า 1 ราย

ก่อนหน้านี้ ตำรวจได้จับกุมชาย 3 คนจากบริษัทก่อสร้างแห่งหนึ่งในข้อหาประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง อันเป็นเหตุให้ผู้อยู่อาศัยเสียชีวิต หลังพบว่ามีการใช้วัสดุที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด และมีส่วนทำให้ไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เหตุไฟไหม้อาคารพักอาศัยครั้งนี้มีความรุนแรงเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้

เหตุการณ์ไฟไหม้อาคารพักอาศัยที่เกิดขึ้นสร้างความตื่นตระหนกไปทั่วฮ่องกง ซึ่งเป็นเมืองที่ขึ้นชื่อในเรื่องของมาตรฐานความปลอดภัยที่สูง เนื่องจากเปลวไฟสามารถลุกลามจากอาคารเดียวกลายเป็นเพลิงไหม้พร้อมกันหลายตึกสูงหลายสิบชั้น ทำให้สังคมตั้งคำถามถึงมาตรการความปลอดภัยที่อาจถูกปล่อยปละละเลยจนนำมาสู่โศกนาฏกรรมในครั้งนี้

ด้านรัฐบาลฮ่องกงได้ประกาศมาตรการเยียวยา โดยครอบครัวของผู้เสียชีวิตจะได้รับเงินช่วยเหลือจำนวน 200,000 ดอลลาร์ฮ่องกง หรือประมาณ 720,000 บาท ส่วนครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวจะได้รับเงินช่วยเหลือ 50,000 ดอลลาร์ฮ่องกง หรือประมาณ 180,000 บาท ภายในสัปดาห์หน้า

ตร.ฮ่องกงจับเพิ่ม 8 ราย ผู้เกี่ยวข้องเหตุไฟไหม้อาคารพักอาศัย ยอดตายพุ่ง 128 ศพ สูญหายกว่า 200 คน

เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนสำคัญที่เน้นย้ำถึงความสำคัญของการตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยในอนาคต การตรวจสอบอาคารเก่าและอาคารที่พักอาศัยอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นสิ่งจำเป็น

มาตรการความปลอดภัยหลังเหตุไฟไหม้อาคารพักอาศัย

  • ตรวจสอบระบบป้องกันอัคคีภัย: ตรวจสอบและบำรุงรักษาระบบดับเพลิง สัญญาณเตือนภัย และทางหนีไฟอย่างสม่ำเสมอ
  • ใช้วัสดุกันไฟ: เลือกใช้วัสดุก่อสร้างและตกแต่งภายในที่เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยและมีคุณสมบัติในการป้องกันไฟ
  • ฝึกซ้อมอพยพ: จัดให้มีการฝึกซ้อมอพยพเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยมีความรู้ความเข้าใจและสามารถปฏิบัติตามแผนได้อย่างถูกต้อง
  • ตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้า: ตรวจสอบและบำรุงรักษาอุปกรณ์ไฟฟ้าอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันการเกิดไฟฟ้าลัดวงจร

นอกจากนี้ การให้ความรู้และสร้างความตระหนักแก่ประชาชนเกี่ยวกับอันตรายจากไฟไหม้ และวิธีการป้องกันตนเองเมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่จะช่วยลดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นได้

หน่วยงานภาครัฐและเอกชนควรทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดเพื่อพัฒนาระบบการจัดการความปลอดภัยที่เข้มแข็งและมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่น่าเศร้าเช่นนี้อีกต่อไป

ที่มา – ตร.ฮ่องกงจับเพิ่ม 8 ราย ผู้เกี่ยวข้องเหตุไฟไหม้อาคารพักอาศัย ยอดตายพุ่ง 128 ศพ สูญหายกว่า 200 คน

ไฟไหม้ตึกฮ่องกง: ดับ 128 ศพ จับเพิ่ม!

ไฟไหม้ตึกฮ่องกง คร่าชีวิตผู้คนไปอย่างน่าสลดใจ ยอดผู้เสียชีวิตพุ่งสูงถึง 128 ราย และยังมีการจับกุมผู้บริหารเพิ่มอีก 2 รายจากบริษัทที่ปรึกษาโครงการปรับปรุงอาคารที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้ ทำให้ยอดรวมผู้ถูกจับกุมเพิ่มเป็น 5 รายแล้ว เหตุการณ์ ไฟไหม้ตึกฮ่องกง ครั้งนี้ถือเป็นโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 7 ทศวรรษของฮ่องกง

สื่อฮ่องกงรายงานความคืบหน้าของโศกนาฏกรรม ไฟไหม้ตึกฮ่องกง ที่อาคารที่พักอาศัย “หวังฟุกคอร์ท” ในเขตต่ายโป ว่ายอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 128 ราย ผู้บาดเจ็บ 79 ราย และยังมีผู้สูญหายอีกกว่า 200 รายที่ยังไม่ทราบชะตากรรม ซึ่งสร้างความสะเทือนใจให้กับผู้คนทั่วโลก

คณะกรรมการอิสระต่อต้านการทุจริต (ICAC) ได้ขยายผลการสอบสวนและจับกุมกรรมการบริษัท Will Power Architects Company ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาที่รับผิดชอบโครงการปรับปรุงอาคารในที่เกิดเหตุเพิ่มอีก 2 คน ก่อนหน้านี้ ตำรวจได้จับกุมเจ้าหน้าที่อาวุโสของบริษัท Prestige Construction & Engineering Co Limited ซึ่งเป็นบริษัทก่อสร้าง จำนวน 3 ราย ในข้อหาต้องสงสัยว่าฆ่าคนตายโดยประมาท ทำให้ยอดผู้ถูกจับกุมในคดี ไฟไหม้ตึกฮ่องกง รวมเป็น 5 ราย

ทางการได้รับแจ้งเหตุขอความช่วยเหลือสำหรับผู้สูญหาย 467 กรณี แต่บางกรณีอาจเป็นผลมาจากการสอบถามที่ซ้ำซ้อนกัน ซึ่งรวมถึงผู้เสียชีวิต 39 ราย บาดเจ็บ 35 ราย กำลังรักษาตัวในโรงพยาบาล พบผู้ปลอดภัย 110 ราย และอีก 200 รายยังคงสูญหาย เจ้าหน้าที่กำลังเร่งดำเนินการค้นหาและยืนยันชะตากรรมของผู้สูญหาย

สถานการณ์ของผู้สูญหาย 200 รายยังไม่ชัดเจน โดยมี 80 ศพที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้เนื่องจากสภาพศพถูกไฟไหม้จนจำไม่ได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเศร้าใจอย่างยิ่ง

จากการสอบสวนเบื้องต้น พบว่ามีการใช้วัสดุที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัย โดยมีการใช้โฟมสไตรีนซึ่งเป็นสารไวไฟสูงปิดช่องหน้าต่างลิฟต์ในทุกชั้น ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เพลิงลุกลามอย่างรวดเร็วภายในตัวอาคาร นอกจากนั้น วัสดุตาข่ายและผ้าคลุมที่ใช้ภายนอกอาคารเพื่อคลุมนั่งร้านก็ไม่เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยด้านอัคคีภัยเช่นกัน

สำนักงานดับเพลิงฮ่องกงกล่าวว่า เพลิงไหม้เริ่มต้นจากชั้นล่างแล้วลุกลามขึ้นไปยังชั้นบน และยังไม่สามารถระบุสาเหตุได้ แต่การสอบสวนยังคงดำเนินต่อไป อุณหภูมิสูงสุดของไฟสูงถึง 500 องศาเซลเซียส ทำให้ไฟลุกไหม้ขึ้นอีกครั้งในบางจุดหลังจากถูกดับลงแล้ว แต่ในที่สุดก็สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ทั้งหมด

ตำรวจจะเริ่มเข้าไปในอาคารหวังฟุกคอร์ทเพื่อรวบรวมหลักฐาน และคาดว่าจะใช้เวลาในการสอบสวนอีก 3-4 สัปดาห์ข้างหน้า

ในการปฏิบัติการดับเพลิงครั้งนี้ มีการระดมรถดับเพลิง 391 คัน และรถพยาบาล 188 คัน เจ้าหน้าที่ดับเพลิงมากกว่า 2,311 นายเข้าร่วมปฏิบัติการ และมีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 12 นาย

เจ้าหน้าที่ไม่ได้ใช้เฮลิคอปเตอร์และโดรนในการดับเพลิงครั้งนี้ โดยระบุว่าการหย่อนน้ำดับเพลิงทางอากาศไม่มีประสิทธิภาพในการดับไฟภายในอาคาร และยังคงศึกษาวิธีการใช้โดรนในการปฏิบัติการประเภทนี้อยู่ นอกจากนี้ยังพบว่าระบบสัญญาณเตือนไฟไหม้ในอาคารทำงานไม่มีประสิทธิภาพ

นาย จอห์น ลี กา-ชิว ผู้บริหารสูงสุดของฮ่องกง ได้สั่งการให้มีการตรวจสอบโครงการปรับปรุงอาคารในที่พักอาศัยของรัฐบาลทั้งหมดโดยทันที และยืนยันว่าจะมีการสืบสวนคดีอาชญากรรมครั้งนี้อย่างเข้มข้น

ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ได้แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และเรียกร้องให้มีการระดมสรรพกำลังทั้งหมดเพื่อลดจำนวนผู้บาดเจ็บและสูญเสียให้น้อยที่สุด

ขณะนี้ ไฟที่ลุกไหม้อาคารทั้ง 7 ใน 8 หลังของโครงการหวัง ฟุก คอร์ท สามารถควบคุมได้แล้ว และยังมีผู้พักอาศัย 56 รายที่ยังคงพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล

ไฟไหม้ตึกฮ่องกง: ยอดดับพุ่งสูง จับเพิ่มอีก!

ความคืบหน้าล่าสุดเหตุการณ์ ไฟไหม้ตึกฮ่องกง

เหตุการณ์ ไฟไหม้ตึกฮ่องกง ครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของมาตรฐานความปลอดภัยด้านอัคคีภัยและการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมเช่นนี้ขึ้นอีกในอนาคต การตรวจสอบอาคารอย่างสม่ำเสมอและการใช้วัสดุที่ได้มาตรฐานเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง

ที่มา – ไฟไหม้ตึกฮ่องกง ดับพุ่ง 128 ศพ จับเพิ่มอีก 2 ผู้บริหารบริษัทที่ปรึกษาโครงการปรับปรุงอาคาร

Scroll to top