กฎหมายกัญชา

กัญชาไม่เสรี รัฐบาลย้ำ สธ. คุมเข้มช่อดอก ต้องมีใบสั่งแพทย์

กัญชาไม่เสรี รัฐบาลย้ำ สธ. คุมเข้มช่อดอก ต้องมีใบสั่งแพทย์

หลายคนอาจกำลังสับสนกับสถานะของกัญชาในประเทศไทย แต่ทางภาครัฐได้ออกมาทำความเข้าใจกับประชาชนอย่างชัดเจนแล้วว่า กัญชาไม่เสรี รัฐบาลย้ำ สธ. คุมเข้มช่อดอก ต้องมีใบสั่งแพทย์ เพื่อป้องกันการนำไปใช้ในทางที่ผิดและควบคุมให้เหมาะสมกับการใช้เพื่อการแพทย์เท่านั้น

ในปัจจุบัน กระทรวงสาธารณสุขได้ประกาศให้ช่อดอกกัญชาเป็นสมุนไพรควบคุมภายใต้กฎหมายที่เข้มงวด การที่ใครจะนำไปศึกษาวิจัย ส่งออก หรือจำหน่ายเพื่อการค้า จะต้องได้รับใบอนุญาตอย่างถูกต้องตามมาตรา 46 หากฝ่าฝืนจะมีบทลงโทษตามกฎหมายที่รุนแรง ดังนั้นเรามาทำความเข้าใจข้อปฏิบัติที่ถูกต้องกันครับ

ทำไมกัญชาไม่เสรี รัฐบาลย้ำ สธ. คุมเข้มช่อดอก ต้องมีใบสั่งแพทย์

เหตุผลที่ทางรัฐบาลต้องออกมาตรการนี้ เนื่องจากกัญชายังถูกจัดเป็นยาเสพติดร้ายแรงในหลายประเทศทั่วโลก การเพิกเฉยต่อกฎหมายอาจนำไปสู่ปัญหาใหญ่สำหรับนักเดินทางได้ ทางการได้ระบุแนวทางปฏิบัติในการใช้กัญชาไว้ดังนี้ครับ:

  • การจำหน่ายช่อดอกต้องมีใบสั่งจ่ายยาจากผู้ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์เท่านั้น
  • ห้ามจำหน่ายผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือเครือข่ายคอมพิวเตอร์ออนไลน์ทุกรูปแบบ
  • ห้ามใช้เครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ (Vending Machine) ในการขายกัญชา
  • ห้ามจำหน่ายเพื่อการสูบในสถานที่ประกอบการอย่างเด็ดขาด
  • ห้ามทำการโฆษณากัญชาในทุกช่องทาง

หากมีผู้กระทำผิดหรือลักลอบจำหน่ายโดยไม่มีใบสั่งแพทย์ จะมีความผิดตาม พ.ร.บ. คุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ. 2542 มีโทษจำคุกสูงสุด 1 ปี หรือปรับสูงสุด 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และที่สำคัญที่สุดคือกรณีการลักลอบส่งออก ซึ่งถือเป็นเรื่องใหญ่ที่มีโทษหนักถึงขั้นจำคุก 10 ปี หรือปรับเป็นเงิน 4 เท่าของมูลค่าสินค้า

ในฐานะผู้บริโภค เราควรตรวจสอบข้อมูลให้ดีก่อนซื้อหรือใช้งานกัญชาทุกครั้ง เพราะกัญชาไม่เสรี รัฐบาลย้ำ สธ. คุมเข้มช่อดอก ต้องมีใบสั่งแพทย์ เพื่อความปลอดภัยและเพื่อไม่ให้คุณต้องเสี่ยงกับโทษทางกฎหมายที่รุนแรง หากพบเห็นการกระทำผิด อย่าลืมแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วน ป.ป.ส. 1386 ตลอด 24 ชั่วโมงนะครับ

ที่มา – กัญชาไม่เสรี รัฐบาลย้ำ สธ. คุมเข้มช่อดอก ซื้อ-ขายต้องมีใบสั่งแพทย์ ลักลอบนำออกนอก เจอคุก 10 ปี

กมธ.สาธารณสุข เร่งร่างกฎหมายควบคุมกัญชา ประกบร่าง สธ.

เชื่อว่าหลายคนกำลังจับตามองสถานการณ์เรื่องพืชกัญชาในบ้านเราอย่างใกล้ชิด เพราะเป็นประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และสังคมไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวสำคัญจากฝั่งรัฐสภา โดยนายสกลธี ภัททิยกุล ประธานคณะ กมธ.สาธารณสุข ได้ออกมาเปิดเผยความคืบหน้าว่า ทางกรรมาธิการกำลังเร่งศึกษาและร่างกฎหมายเพื่อควบคุมการใช้งานให้ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการทำ กมธ.สาธารณสุข เร่งร่างกฎหมายควบคุมกัญชา ประกบร่าง สธ. เพื่อให้กฎหมายมีความครอบคลุมและอุดช่องโหว่ทางกฎหมายที่มีอยู่ในปัจจุบัน

กมธ.สาธารณสุข เร่งร่างกฎหมายควบคุมกัญชา ประกบร่าง สธ. สู่การจัดการที่เป็นระบบ

ปัญหาที่น่ากังวลที่สุดในขณะนี้คือการลักลอบส่งออกกัญชาไปยังต่างประเทศอย่างผิดกฎหมาย โดยข้อมูลจากกรรมาธิการสาธารณสุขระบุว่า ในปีงบประมาณ 2569 มีการตรวจพบการลักลอบส่งออกกัญชาสูงถึง 56 ตัน ซึ่งมากกว่าปี 2567 ถึง 16 เท่าตัวเลยทีเดียว จุดหมายปลายทางสำคัญคือประเทศอังกฤษและเนเธอร์แลนด์ ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้ส่งผลเสียต่อชื่อเสียงของประเทศอย่างหนัก เนื่องจากขณะนี้เรายังไม่มีกฎหมายหลักที่ควบคุมอย่างเบ็ดเสร็จ การที่ กมธ.สาธารณสุข เร่งร่างกฎหมายควบคุมกัญชา ประกบร่าง สธ. จึงถือเป็นก้าวสำคัญที่จะจัดการปัญหาการแพร่ระบาดและส่งออกกัญชาผิดแหล่งให้เด็ดขาดขึ้น

ทำไมต้องเร่งร่างกฎหมายใหม่ให้ทัน ม.ค. 70?

  • อุดช่องโหว่สุญญากาศทางกฎหมายที่ไม่มีอำนาจควบคุมเพียงพอ
  • ยกระดับบทลงโทษต่อผู้ลักลอบส่งออก ไม่ใช่แค่ปรับแล้วจบไป
  • สร้างความเป็นระเบียบและมาตรฐานให้สังคมไทยในระดับสากล
  • บูรณาการข้อมูลร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมศุลกากร

อย่างไรก็ตาม กระบวนการร่างกฎหมายคงต้องใช้เวลาพอสมควร โดยคาดว่าร่างของกระทรวงสาธารณสุขและร่างของกรรมาธิการจะสามารถนำเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรได้ในช่วงเดือนมกราคม พ.ศ. 2570 ระหว่างนี้คณะ กมธ. จะยังคงทำงานอย่างเข้มข้นในการเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูล เพื่อให้แน่ใจว่าตัวบทกฎหมายที่ออกมาจะตอบโจทย์ปัญหาการลักลอบและการใช้กัญชาในทางที่ผิดอย่างแท้จริง

เราคงต้องติดตามกันต่อไปว่า การที่ กมธ.สาธารณสุข เร่งร่างกฎหมายควบคุมกัญชา ประกบร่าง สธ. จะช่วยเปลี่ยนสถานการณ์จากที่ประเทศไทยเคยเป็นแหล่งแพร่ระบาดให้กลับมามีระบบระเบียบได้อย่างที่หวังไว้หรือไม่ สำหรับประชาชนทั่วไป การรับรู้ข้อมูลข่าวสารและการปรับตัวให้เข้ากับกฎหมายใหม่ในอนาคตจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก เพื่อไม่ให้ตนเองต้องตกเป็นเครื่องมือของกลุ่มขบวนการลักลอบผิดกฎหมายโดยไม่รู้ตัว

ที่มา – กมธ.สาธารณสุข เร่งร่างกฎหมายควบคุมกัญชา ประกบร่าง สธ. คาดเข้าสภาฯ ม.ค. 70

มท.2 สนองคำสั่ง มท.1 เปิดฉากสงครามยาเสพติดเขย่าภูเก็ต

เชื่อว่าสถานการณ์ในพื้นที่เมืองท่องเที่ยวระดับโลกอย่างภูเก็ตตอนนี้กำลังร้อนระอุอย่างแน่นอนครับ เมื่อล่าสุดทางรัฐบาลได้เริ่มเดินหน้ากวาดล้างสิ่งผิดกฎหมายอย่างจริงจัง ล่าสุด มท.2 สนองคำสั่ง มท.1 เปิดฉากสงครามยาเสพติดเขย่าภูเก็ต โดยบุกทลายร้านจำหน่ายกัญชาที่ทำผิดกฎหมายและฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงานอย่างเด็ดขาด

มท.2 สนองคำสั่ง มท.1 เปิดฉากสงครามยาเสพติดเขย่าภูเก็ต ในปฏิบัติการ Operation 90 Days

นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้นำทีมชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครองลงพื้นที่อำเภอถลาง เพื่อตรวจสอบร้านกัญชาที่เข้าข่ายธุรกิจนอมินีและจำหน่ายสินค้าผิดประเภท โดยไม่ได้มีใบสั่งแพทย์ตามกฎหมาย ซึ่งทางรัฐบาลได้ประกาศยกระดับมาตรการภายใต้รหัส Operation 90 Days เพื่อจัดระเบียบสังคมและจัดการผู้มีอิทธิพลอย่างถึงที่สุด

รายละเอียดการตรวจสอบความผิดปกติในพื้นที่

จากการลงพื้นที่ในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่พบหลักฐานสำคัญที่ชี้ให้เห็นถึงความไม่โปร่งใสและการเพิกเฉยต่อกฎหมายหลายประการ ได้แก่:

  • ร้านมีการฝ่าฝืนกฎกระทรวง แม้ก่อนหน้านี้จะถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตไปแล้ว แต่ยังคงแอบเปิดให้บริการ
  • มีการจำหน่ายผลิตภัณฑ์กัญชาในรูปแบบพันลำและขนมผสมกัญชาโดยไม่มีใบรับรองทางการแพทย์
  • ไม่พบการบันทึกข้อมูลผู้เข้าใช้บริการตามหลักเกณฑ์การควบคุมการใช้กัญชาทางการแพทย์

มท.2 สนองคำสั่ง มท.1 เปิดฉากสงครามยาเสพติดเขย่าภูเก็ต ในครั้งนี้ถือเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนไปยังผู้ประกอบการที่คิดจะใช้ช่องว่างของกฎหมายมาทำธุรกิจสีเทา ทางกระทรวงมหาดไทยย้ำชัดว่าพร้อมสนับสนุนร้านค้าที่ทำถูกต้องตามระเบียบของกระทรวงสาธารณสุข แต่หากเป็นการนำเข้าต่างชาติหรือใช้นอมินีมาบดบังการกระทำผิด รัฐบาลจะไม่ยอมให้ลอยนวลเด็ดขาด

ในฐานะประชาชน เราคงต้องจับตามองกันต่อไปว่าการเอ็กซเรย์ทั้งจังหวัดภูเก็ตในรอบนี้จะสามารถคืนความสงบและสร้างมาตรฐานความเป็นธรรมให้กับเมืองท่องเที่ยวของเราได้มากน้อยเพียงใด เพราะการมีกฎหมายที่ศักดิ์สิทธิ์คือหัวใจสำคัญของการรักษาภาพลักษณ์ของประเทศ สิ่งที่น่าสนใจคือความร่วมมือจากทุกภาคส่วนที่จะเข้ามาช่วยกันสอดส่องดูแลไม่ให้สิ่งผิดกฎหมายเหล่านี้ฝังรากลึกต่อไปครับ

ที่มา – มท.2 สนองคำสั่ง มท.1 เปิดฉากสงครามยาเสพติดเขย่าภูเก็ต

พัฒนา ยืนยันไม่ปล่อย เกียร์ว่าง ชูยุทธศาสตร์คุมเข้มกัญชา

พัฒนา ยืนยันไม่ปล่อย เกียร์ว่าง ชูยุทธศาสตร์คุมเข้มกัญชา

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในหน้าสื่อเมื่อนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ออกมาโต้กลับพรรคประชาชนอย่างเป็นทางการ หลังมีการตั้งคำถามถึงนโยบายกัญชา โดยย้ำชัดว่ากระทรวงฯ ไม่ได้มีการทำงานแบบเช้าชามเย็นชาม หรือปล่อยให้เกิด พัฒนา ยืนยันไม่ปล่อย เกียร์ว่าง ชูยุทธศาสตร์คุมเข้มกัญชา แต่อย่างใด

ทางกระทรวงสาธารณสุขยังคงยืนกรานเดินหน้ายุทธศาสตร์ 4 มิติ เพื่ออุดช่องโหว่ทางกฎหมายและสร้างความมั่นใจให้กับพี่น้องประชาชน โดยเน้นย้ำจุดยืนที่ว่ากัญชาไทยจะต้องเป็นไปเพื่อการแพทย์และสุขภาพเท่านั้น ไม่ใช่เพื่อการสูบสันทนาการ

เจาะลึก 4 ทิศทางยุทธศาสตร์คุมเข้มกัญชา

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนว่าทำไมรัฐบาลถึงระบุว่า พัฒนา ยืนยันไม่ปล่อย เกียร์ว่าง ชูยุทธศาสตร์คุมเข้มกัญชา เรามาดูรายละเอียดการทำงานเชิงรุกที่น่าสนใจกันครับ:

  • Proactive (เชิงรุก): ยกระดับการตรวจสอบสถานประกอบการผ่าน Digital Health Ecosystem มีการปักหมุด GPS ร้านค้าที่ถูกกฎหมาย และจัดการขั้นเด็ดขาดกับร้านเถื่อนกว่า 6,000 แห่ง
  • Protect (คุ้มครอง): พัฒนาระบบคัดกรองผู้ป่วยจิตเวชให้แม่นยำขึ้น โดยแยกแยะให้เห็นว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่มีปัจจัยเสี่ยงจากสารเสพติดอื่นร่วมด้วย
  • Provide (บริการอย่างปลอดภัย): กฎหมายเข้มงวดในการห้ามจำหน่ายแก่เด็กต่ำกว่า 20 ปี สตรีมีครรภ์ และจัดระบบร้านค้าต้องมีบุคลากรทางการแพทย์ดูแล
  • Promote (ผลักดันกฎหมาย): เร่งผลักดัน พ.ร.บ. กัญชา กัญชง ให้สำเร็จ เพื่อบังคับใช้บทลงโทษขั้นสูงสุดแก่ผู้ที่นำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์

ในมุมมองของรัฐมนตรี การมุ่งเน้นไปที่วาทกรรมทางการเมืองอาจไม่ใช่ทางออกของปัญหาที่ดีที่สุด สิ่งสำคัญที่สุดคือการร่วมมือกันผลักดันร่างพระราชบัญญัติให้ผ่านสภา เพื่อให้ประเทศไทยมีกฎหมายที่แข็งแรงและครอบคลุมทุกมิติของการควบคุม การอ้างตัวเลขหรือความกังวลใจเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ หากทุกฝ่ายไม่ร่วมกันอุดช่องว่างทางกฎหมายอย่างจริงจัง

ท้ายที่สุด การทำงานของภาครัฐในขณะนี้ถือว่ามีความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับความปลอดภัยให้กับสังคม หากพรรคการเมืองทุกพรรคหันมาจับมือกันผลักดันกฎหมายหลักให้เสร็จสิ้น เชื่อว่าปัญหาความกังวลใจของประชาชนจะได้รับการคลี่คลายในทิศทางที่ดีขึ้น และนั่นคือคำยืนยันว่า พัฒนา ยืนยันไม่ปล่อย เกียร์ว่าง ชูยุทธศาสตร์คุมเข้มกัญชา เพื่อประโยชน์สูงสุดของคนไทยทุกคนครับ

ที่มา – “พัฒนา“ ยืนยันไม่ปล่อย “เกียร์ว่าง” ชูยุทธศาสตร์คุมเข้มกัญชา

“สส.เต้ ทวิวงศ์” อภิปรายไม่ไว้วางใจ อนุทิน

ในวันที่ 30 กันยายน 2568 บรรยากาศในรัฐสภาไทยร้อนระอุ เมื่อ “สส.เต้ ทวิวงศ์” อภิปรายปิดจบแถลงนโยบายวันแรก ชี้ไม่เคยไว้วางใจ “อนุทิน” แม้แต่วินาทีเดียว โดยมุ่งเป้าไปที่ปัญหากัญชาที่กำลังกลายเป็นวิกฤตใหญ่ของสังคมไทย การอภิปรายครั้งนี้ไม่ใช่แค่การวิจารณ์ แต่เป็นการชี้ให้เห็นช่องโหว่ในนโยบายที่ปล่อยให้กัญชาเสรีลุกลามจนไทยถูกขนานนามว่าเป็น “ราชันแห่งกัญชา” จากสื่อต่างประเทศ

“สส.เต้ ทวิวงศ์” อภิปรายปิดจบแถลงนโยบายวันแรก ชี้ไม่เคยไว้วางใจ “อนุทิน” แม้แต่วินาทีเดียว

การประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อแถลงนโยบายรัฐบาลของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ดำเนินไปอย่างเข้มข้น โดยฝ่ายค้านอภิปรายอย่างกว้างขวาง และคณะรัฐมนตรีได้ชี้แจงหลายประเด็น แต่สิ่งที่สะดุดตาที่สุดคือการปิดท้ายของนายทวิวงศ์ โตทวิวงศ์ ส.ส.อยุธยา พรรคประชาชน ที่โยงตรงไปยังนโยบายกัญชาของพรรคภูมิใจไทย เขาแสดงความเสียใจที่รัฐบาลหลีกเลี่ยงการพูดถึงปัญหานี้ในคำแถลงนโยบาย ทั้งที่ 3 ปีที่ผ่านมา การปลดล็อกกัญชาออกจากยาเสพติดก่อให้เกิดสุญญากาศทางกฎหมายอย่างรุนแรง กฎเกณฑ์ที่ออกตามหลังไม่สามารถบังคับใช้ได้จริง แม้แต่การออกใบอนุญาตก็ไร้ประสิทธิภาพ ทำให้เกิดความเสียหายมหาศาลต่อสังคมไทย

สส.เต้ ทวิวงศ์ เน้นย้ำว่า หากมีคนสูบกัญชาจนรบกวนผู้อื่น เจ้าหน้าที่ทำได้เพียงออกคำสั่งเป็นหนังสือเท่านั้น เพราะไม่มีอำนาจจับกุมโดยตรง ปัญหาหลักคือการขออนุญาตปลูกกัญชาที่ไม่มีในระบบปัจจุบัน มีเพียงใบอนุญาตขายหรือแปรรูป ส่งออก และวิจัยเท่านั้น ช่องว่างนี้เปิดโอกาสให้ทุนต่างชาติ ทุนสีเทา และอาชญากรข้ามชาติมายึดครองธุรกิจกัญชาในไทย จนกลายเป็นแหล่งลักลอบส่งออกยาเสพติดระดับโลก ไทยจึงถูกเรียกว่า “อาณาจักรราชันแห่งกัญชา” ชัดเจน

ข้อเสนอแก้ไขปัญหากัญชาจากสส.ทวิวงศ์

สส.ทวิวงศ์ตั้งคำถามตรงๆ กับนายกรัฐมนตรีว่า จะจัดการนโยบายสาธารณสุขที่สร้างปัญหานี้อย่างไร นโยบายกัญชาทางการแพทย์ที่พูดอย่างแต่ทำอีกอย่าง สุดท้ายกลายเป็นกัญชาเสรีที่ไม่มีขอบเขต เขาเสนอให้รัฐบาลใช้เวลา 4 เดือนข้างหน้าแก้ไขด่วน 2 ประการหลัก ได้แก่

  • ประกาศดึงกัญชากลับมาเป็นยาเสพติด เพื่อควบคุมการแพร่กระจายและปกป้องสังคม
  • เร่งดัน พ.ร.บ.กัญชา-กัญชง ร่วมกัน ในชั้นกรรมาธิการ ซึ่งมีเพียง 40 กว่ามาตรา เพื่อสร้างกฎหมายที่สมบูรณ์แบบ ครอบคลุมทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นผู้ป่วย แพทย์ ครอบครัว หรือเกษตรกร

เขาย้ำว่า “แม้จะไม่ใช่การอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพราะผมไม่เคยไว้วางใจคุณอนุทินแม้สักวินาทีเดียว แต่ขอให้รีบแก้ปัญหาที่สร้างความเสียหายยับเยินนี้ มันไม่ใช่แค่ดึงกัญชากลับเป็นยาเสพติด แต่เป็นการดึงความปลอดภัยคืนสู่ผู้ที่ไม่ใช้กัญชา” การอภิปรายนี้สะท้อนมุมมองที่แข็งกร้าวต่อนโยบายที่ล้มเหลว

หลังจากนั้น นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภา สั่งพักประชุมเวลา 2.07 น. และนัดประชุมใหม่เวลา 9.00 น. ของวันถัดไป การอภิปราย “สส.เต้ ทวิวงศ์” อภิปรายปิดจบแถลงนโยบายวันแรก ชี้ไม่เคยไว้วางใจ “อนุทิน” แม้แต่วินาทีเดียว นี้ ได้จุดประกายให้สังคมไทยตื่นตัวต่อปัญหากัญชาที่กำลังบานปลาย หากไม่แก้ไขทันที ผลกระทบอาจยาวนานและรุนแรงยิ่งขึ้น

ในฐานะนักติดตามข่าวการเมือง คุณคิดว่านโยบายกัญชาควรไปในทิศทางไหน? แชร์ความเห็นของคุณในคอมเมนต์ด้านล่าง เพื่อให้เราร่วมกันหาทางออกที่ดีสำหรับประเทศไทย

ที่มา – “สส.เต้ ทวิวงศ์” อภิปรายปิดจบแถลงนโยบายวันแรก ชี้ไม่เคยไว้วางใจ “อนุทิน” แม้แต่วินาทีเดียว

Scroll to top