กฎหมายคนเข้าเมือง

นายกฯ มอบ ปกรณ์ แก้กฎหมายต่างชาติทำผิด ส่งกลับให้ไวที่สุด

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เรามีประเด็นร้อนแรงเกี่ยวกับความปลอดภัยในบ้านเรามาฝากกันครับ เมื่อล่าสุดรัฐบาลได้ขยับตัวครั้งใหญ่ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี โดย นายกฯ มอบ ปกรณ์ แก้กฎหมายต่างชาติทำผิด ส่งกลับให้ไวที่สุด เพื่อเป็นการจัดระเบียบและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติอย่างจริงจังครับ

นายกฯ มอบ ปกรณ์ แก้กฎหมายต่างชาติทำผิด ส่งกลับให้ไวที่สุด

หลายคนคงเคยได้ยินข่าวเกี่ยวกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หรือชาวต่างชาติที่เข้ามาทำธุรกิจผิดกฎหมายในบ้านเรา ซึ่งที่ผ่านมาแม้จะมีการจับกุมได้บ้าง แต่ปัญหาหนึ่งที่รัฐบาลมองเห็นคือเรื่องของกระบวนการส่งตัวกลับหรือ Deportation ที่ยังล่าช้าอยู่ครับ นายกรัฐมนตรีจึงได้มอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรี ปกรณ์ นิลประพันธ์ ประสานงานกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งดำเนินการเรื่องนี้ให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด

กฎหมายที่ต้องปรับเพื่อความปลอดภัยของประเทศ

การที่ นายกฯ มอบ ปกรณ์ แก้กฎหมายต่างชาติทำผิด ส่งกลับให้ไวที่สุด ในครั้งนี้ มีเป้าหมายชัดเจนครับ คือต้องการให้กระบวนการทางกฎหมายมีความคล่องตัว หากต่างชาติคนไหนเข้ามาทำความผิด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องนอมินี การลักลอบทำงาน หรือทำอาชญากรรม จะต้องไม่สามารถอาศัยช่องว่างทางกฎหมายลอยนวลอยู่ในไทยได้อีกต่อไป

โดยแนวทางการดำเนินการที่สำคัญประกอบด้วย:

  • การทบทวนระเบียบการตรวจคนเข้าเมืองให้รัดกุมกว่าเดิม
  • การเพิ่มความรวดเร็วในขั้นตอนการพิจารณาส่งตัวกลับ
  • การบูรณาการข้อมูลร่วมกันระหว่างกระทรวงมหาดไทยและตำรวจ
  • การเพิ่มมาตรการลงโทษผู้กระทำผิดอย่างเด็ดขาด

รัฐบาลยังย้ำชัดเจนครับว่า ประเทศไทยเรายินดีต้อนรับนักท่องเที่ยวและนักลงทุนที่เข้ามาอย่างสุจริตเสมอ แต่ใครที่คิดจะเข้ามาสร้างความเสียหายหรือฝ่าฝืนกฎหมายบ้านเมือง เราจะไม่ยอมให้เป็นภาระต่อความมั่นคงของประเทศเด็ดขาด การดำเนินการครั้งนี้ถือเป็นการเรียกความเชื่อมั่นให้กับคนไทยทุกคน ว่าเราจะมีสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและเป็นระเบียบมากยิ่งขึ้นครับ ถือเป็นก้าวย่างที่น่าจับตามองมากจริงๆ ว่าหลังจากนี้บ้านเราจะจัดการกับปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติได้เด็ดขาดเพียงใด

ที่มา – นายกฯ มอบ “ปกรณ์” และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แก้กฎหมายต่างชาติทำผิด ส่งกลับให้ไวที่สุด

แรงงานกัมพูชา ทำงานต่อในไทยได้อีก 6 เดือน

ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศกระทรวงมหาดไทย อนุญาตให้แรงงานกัมพูชาที่ทำงานในไทย ซึ่งไม่สามารถเดินทางกลับประเทศได้เนื่องจากการคุมเข้มจุดผ่านแดนตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา สามารถอยู่ทำงานต่อในประเทศไทยได้อีก 6 เดือน โดยมีเหตุผลด้านมนุษยธรรม

ประกาศให้แรงงานกัมพูชาอยู่ทำงานต่อในไทยได้อีก 6 เดือน

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2568 ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การยกเว้นข้อห้ามมิให้คนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ สำหรับคนต่างด้าวสัญชาติกัมพูชาที่ได้รับอนุญาตให้ทำงานในประเทศไทย ตามมาตรา 64 แห่งพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 โดยอ้างอิงเหตุผลทางด้านมนุษยธรรมตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2568

เนื่องจากสถานการณ์ที่ประเทศไทยและประเทศกัมพูชาได้ยกระดับมาตรการควบคุมการผ่านแดนในทุกจุด ทำให้แรงงานกัมพูชาที่ได้รับอนุญาตให้ทำงานในลักษณะไป-กลับ หรือตามฤดูกาล บริเวณชายแดน ไม่สามารถเดินทางกลับประเทศได้หลังจากสิ้นสุดวาระการจ้างงาน ดังนั้น เพื่อช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม จึงอนุญาตให้แรงงานกัมพูชาเหล่านี้ สามารถอยู่ในราชอาณาจักรและทำงานต่อไปได้

ใครบ้างที่เข้าข่ายได้รับสิทธิ์ให้อยู่ทำงานต่อ?

ตามประกาศ ข้อ 1 ระบุว่า คนต่างด้าวสัญชาติกัมพูชาที่ถือบัตรผ่านแดนตามมาตรา 13 (2) แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 ทั้งที่บัตรยังไม่หมดอายุหรือหมดอายุแล้ว ซึ่งได้รับอนุญาตให้ทำงานในราชอาณาจักรตามมาตรา 64 แห่งพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และการอนุญาตให้พำนักในเขตพื้นที่ชายแดนที่ได้รับอนุญาตสิ้นสุดลงตั้งแต่วันที่ 7 มิถุนายน 2568 แต่ไม่สามารถเดินทางออกนอกราชอาณาจักรเพื่อเดินทางกลับเข้ามาใหม่ได้ จะได้รับสิทธิ์นี้

ข้อ 2 กำหนดให้แรงงานกัมพูชาตามข้อ 1 สามารถอยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษเพื่อการทำงานต่อไปได้อีกเป็นระยะเวลา 6 เดือน นับตั้งแต่วันที่ประกาศนี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา หรือจนกว่ามาตรการควบคุมการผ่านแดนระหว่างประเทศไทยและกัมพูชากลับสู่ภาวะปกติ แล้วแต่กรณีใดจะเกิดขึ้นก่อน ทั้งนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 13 สิงหาคม 2568

อย่างไรก็ตาม แรงงานที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ต่อ จะต้องรายงานตัวต่อเจ้าพนักงานตรวจคนเข้าเมืองครั้งแรกภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ประกาศนี้เผยแพร่ในราชกิจจานุเบกษา จากนั้นต้องรายงานตัวทุก 30 วัน โดยสามารถรายงานตัวล่วงหน้าได้ไม่เกิน 7 วัน

ข้อ 3 ระบุว่า มาตรา 12 (10) และมาตรา 54 แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 และคำสั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ 1/2558 เรื่อง การไม่อนุญาตให้คนต่างด้าวบางจำพวกเข้ามาในราชอาณาจักร ลงวันที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558 จะไม่ถูกนำมาใช้บังคับกับแรงงานกัมพูชาที่อยู่ภายใต้ประกาศนี้

ข้อ 4 เมื่อสิ้นสุดการอนุญาตให้อยู่ต่อ แรงงานดังกล่าวจะได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรได้อีก 7 วัน เพื่อเตรียมการเดินทางออกนอกราชอาณาจักร

ข้อ 5 ระบุเงื่อนไขที่การอนุญาตให้อยู่ต่อเป็นกรณีพิเศษจะสิ้นสุดลงก่อนกำหนด หากเกิดกรณีใดกรณีหนึ่งดังต่อไปนี้:

  • แรงงานต้องโทษตามคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก (ยกเว้นความผิดเล็กน้อย)
  • มาตรการควบคุมการผ่านแดนระหว่างไทยและกัมพูชากลับสู่ภาวะปกติ
  • แรงงานไม่ปฏิบัติตามประกาศ
  • แรงงานเดินทางออกนอกเขตพื้นที่ที่ได้รับอนุญาต
  • การอนุญาตให้ทำงานสิ้นสุดลงตามประกาศกระทรวงแรงงาน

ประกาศนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2568 เป็นต้นไป ลงนามโดย ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

โดยสรุป ประกาศนี้มีจุดประสงค์เพื่อช่วยเหลือแรงงานกัมพูชาที่ได้รับผลกระทบจากการคุมเข้มชายแดน ให้สามารถทำงานและอยู่ในประเทศไทยต่อไปได้อีก 6 เดือน โดยมีเงื่อนไขและข้อกำหนดที่ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด หากคุณเป็นหนึ่งในแรงงานที่เข้าข่าย อย่าลืมตรวจสอบสิทธิ์และดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนด เพื่อให้สามารถอยู่ในประเทศไทยได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

ที่มา – ประกาศให้แรงงานกัมพูชาอยู่ทำงานต่อในไทยได้อีก 6 เดือน จากเหตุคุมเข้มชายแดน

Scroll to top