กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

เจเศรษฐ์ สั่ง ปภ. รับมือภัยต้องเร็วกว่าภัย รับมือฝนหนัก

สถานการณ์ฝนตกหนักในประเทศไทยช่วงนี้ถือเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ล่าสุด เจเศรษฐ์ สั่ง ปภ. รับมือภัยต้องเร็วกว่าภัย รับมือฝนหนัก เพื่อให้ประชาชนเกิดความมั่นใจและปลอดภัยที่สุด โดยได้มีการกำชับให้หน่วยงานในพื้นที่เสี่ยงภัยเตรียมตัวรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลันและดินโคลนถล่มตลอด 24 ชั่วโมง

เจเศรษฐ์ สั่ง ปภ. รับมือภัยต้องเร็วกว่าภัย รับมือฝนหนัก ให้ทันท่วงที

นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เน้นย้ำถึงแนวคิดเชิงรุกในการป้องกันภัยพิบัติ โดยระบุว่าเราจะตั้งรับอย่างเดียวไม่ได้ การเตรียมความพร้อมและระบบแจ้งเตือนควรทำงานได้รวดเร็วกว่าตัวภัยพิบัติเสมอ การลงพื้นที่สั่งการครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่การลดผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนในพื้นที่เสี่ยง ทั้งในเขตภาคเหนือและพื้นที่ใกล้เคียง

มาตรการเร่งด่วนในการรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน

ปัจจุบันทางภาครัฐได้มีการทำงานเชิงบูรณาการร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การช่วยเหลือรวดเร็วกว่าภัย พิเศษสุดคือการดูแลกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียง ซึ่งถือเป็นภารกิจสำคัญอันดับต้นๆ ภายใต้นโยบาย เจเศรษฐ์ สั่ง ปภ. รับมือภัยต้องเร็วกว่าภัย รับมือฝนหนัก โดยมีมาตรการดังนี้:

  • การระดมเครื่องจักรกลและกำลังพลประจำหน่วยในพื้นที่เสี่ยงทันที
  • การแจ้งเตือนประชาชนผ่านช่องทางต่างๆ อย่างทั่วถึงและรวดเร็ว
  • การสนับสนุนการขนย้ายสิ่งของขึ้นสู่ที่สูงในพื้นที่ลุ่มต่ำ
  • การเฝ้าระวังระดับน้ำในแม่น้ำลำคลองอย่างใกล้ชิดทุก 24 ชั่วโมง

จากสรุปรายงานสถานการณ์จริง พบว่าการทำงานเชิงรุกในพื้นที่จังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ และพะเยาสามารถลดความเสียหายลงได้มาก โดยเจ้าหน้าที่ได้เร่งเข้าถึงพื้นที่เพื่อระบายน้ำและอำนวยความสะดวกด้านการจราจร แม้จะมีฝนตกหนักต่อเนื่องแต่หลายแห่งสถานการณ์เริ่มเข้าสู่สภาวะปกติแล้ว

ในฐานะประชาชน เราควรติดตามประกาศจากทางราชการอยู่เสมอ อย่าประมาทและควรตื่นตัวต่อสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง การเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติไม่ได้เป็นเรื่องของหน่วยงานภาครัฐเพียงอย่างเดียว แต่เป็นความร่วมมือของทุกคนในสังคมที่ช่วยกันสอดส่องและแจ้งเหตุ หากใครอยู่ในพื้นที่เสี่ยง อย่าลืมจัดเตรียมกระเป๋ายามฉุกเฉินและติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เพื่อความปลอดภัยของตนเองและครอบครัวครับ

ที่มา – “เจเศรษฐ์” สั่ง ปภ. รับมือภัยต้องเร็วกว่าภัย เกาะติดสถานการณ์ฝนหนัก

เตือน 6 จังหวัดภาคกลาง-กทม. เฝ้าระวังน้ำทะเลหนุนสูง ช่วง 28 ก.ค. – 1 ส.ค. 2569

สวัสดีครับพี่น้องชาวไทยทุกคน วันนี้มีข่าวสำคัญที่อยากให้ทุกคน โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาได้ติดตามกันอย่างใกล้ชิดครับ เมื่อทางกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ออกประกาศด่วนถึงเรื่อง เตือน 6 จังหวัดภาคกลาง-กทม. เฝ้าระวังน้ำทะเลหนุนสูง ช่วง 28 ก.ค. – 1 ส.ค. 2569 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่น้ำในแม่น้ำอาจจะสูงขึ้นมากกว่าปกติครับ

เตือน 6 จังหวัดภาคกลาง-กทม. เฝ้าระวังน้ำทะเลหนุนสูง ช่วง 28 ก.ค. – 1 ส.ค. 2569

จากข้อมูลของกรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ พบว่าในช่วงวันที่ 28 กรกฎาคม ถึง 1 สิงหาคม 2569 นี้ จะมีสภาวะน้ำทะเลหนุนสูง โดยเฉพาะในช่วงเวลาเย็นตั้งแต่ 18.00 – 21.00 น. ซึ่งระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาอาจจะไหลเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำ หรือชุมชนที่อยู่นอกแนวคันกั้นน้ำได้ หากใครพักอาศัยในพื้นที่เสี่ยง ควรเตรียมตัวรับมือและยกของขึ้นที่สูงไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ นะครับ

พื้นที่เสี่ยงที่ควรเฝ้าระวังน้ำทะเลหนุนสูง

สำหรับ 6 จังหวัดและกรุงเทพมหานครที่มีประกาศเตือนให้เฝ้าระวังเป็นพิเศษ ได้แก่:

  • จังหวัดปทุมธานี: อำเภอเมืองปทุมธานี และอำเภอสามโคก
  • จังหวัดนนทบุรี: อำเภอเมืองนนทบุรี ปากเกร็ด และบางกรวย
  • จังหวัดนครปฐม: อำเภอบางเลน นครชัยศรี และสามพราน
  • จังหวัดสมุทรสาคร: ทุกอำเภอ
  • จังหวัดสมุทรสงคราม: ทุกอำเภอ
  • จังหวัดสมุทรปราการ: อำเภอเมืองสมุทรปราการ พระสมุทรเจดีย์ พระประแดง และบางบ่อ
  • พื้นที่กรุงเทพมหานครที่เป็นชุมชนริมแม่น้ำหรือนอกแนวคันกั้นน้ำ

สถานการณ์ เตือน 6 จังหวัดภาคกลาง-กทม. เฝ้าระวังน้ำทะเลหนุนสูง ช่วง 28 ก.ค. – 1 ส.ค. 2569 ในครั้งนี้ เป็นเรื่องที่ผู้ประกอบการริมน้ำ ทั้งแพร้านอาหาร หรือไซต์งานก่อสร้างเขื่อนริมตลิ่ง ต้องคอยประเมินความเสี่ยงกันอย่างไม่ประมาทเลยครับ เพราะระดับน้ำที่เพิ่มขึ้นอาจส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจหรือความปลอดภัยของโครงสร้างได้ หากพบความเสี่ยงเพิ่มเติมก็ควรรีบจัดการแก้ไขโดยด่วนนะครับ

ทางเจ้าหน้าที่แนะนำให้ประชาชนติดตามประกาศจากหน่วยงานรัฐ และตรวจสอบสถานการณ์ผ่านแอปพลิเคชัน THAI DISASTER ALERT หรือหากต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน สามารถติดต่อผ่าน Line ID @1784DDPM หรือสายด่วนนิรภัย 1784 ได้ตลอด 24 ชั่วโมงครับ หวังว่าทุกคนจะปลอดภัยและผ่านพ้นช่วงที่ เตือน 6 จังหวัดภาคกลาง-กทม. เฝ้าระวังน้ำทะเลหนุนสูง ช่วง 28 ก.ค. – 1 ส.ค. 2569 นี้ไปได้อย่างเรียบร้อยนะครับ เตรียมพร้อมไว้ก่อน อุ่นใจกว่าแน่นอนครับ

ที่มา – เตือน 6 จังหวัดภาคกลาง-กทม. เฝ้าระวังน้ำทะเลหนุนสูง ช่วง 28 ก.ค. – 1 ส.ค. 2569

พลพีร์ สวน การดี โวผลงานลูกเทพ ตัดค่าไฟฟ้าแฝงบิล

วงการการเมืองไทยกลับมาร้อนระอุอีกครั้ง เมื่อนายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ตอบโต้กรณีนางการดี เลียวไพโรจน์ สส.พรรคประชาธิปัตย์ ที่ออกมาวิจารณ์การทำงานของกลุ่มรัฐมนตรีที่ถูกเรียกว่า “ลูกเทพ” อย่างดุเดือด

พลพีร์ สวน การดี โวผลงานลูกเทพ ตัดค่าไฟฟ้าแฝงบิล

นายพลพีร์กล่าวว่า แม้จะโดนแซะว่าเป็นเพียง “ลูกเทพ” แต่ผลงานที่ผ่านมาในระยะเวลาไม่กี่เดือนนั้นชัดเจนมาก สิ่งที่รัฐบาลปัจจุบันทำและทำสำเร็จคือการตัดค่าไฟฟ้าที่แฝงอยู่ในบิลของประชาชน ซึ่งเป็นปัญหาเรื้อรังมานานกว่า 30 ปี สิ่งเหล่านี้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า การที่นายกรัฐมนตรีเลือกคนกลุ่มนี้เข้ามาทำงานนั้นไม่ได้ไร้ความหมาย แต่เป็นการเลือกคนที่มีความสามารถเข้ามาขับเคลื่อนนโยบายเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง

ผลงานลูกเทพกับการแก้ปัญหาให้ประชาชน

นอกจากเรื่องค่าไฟฟ้าแล้ว นายพลพีร์ยังชูประเด็นการจัดการปัญหาทุจริตการสอบท้องถิ่น ซึ่งเป็นนโยบายที่นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย กำลังดำเนินการอย่างจริงจัง นายพลพีร์ยังได้ตั้งคำถามกลับไปยังพรรคประชาธิปัตย์ว่า ในช่วงเวลา 30 ปีที่ผ่านมาได้ทำอะไรที่เป็นชิ้นเป็นอันบ้าง ต่างจากรัฐบาลชุดนี้ที่แม้จะเข้ามาเพียงไม่กี่เดือน แต่ก็มีความตั้งใจจริงในการแก้ปัญหาโครงสร้างที่สะสมมานาน

  • จัดการปัญหาค่าไฟแฝงในบิลประชาชน
  • ปราบปรามการทุจริตการสอบท้องถิ่น
  • บูรณาการการทำงานข้ามกระทรวงเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด

นายพลพีร์ระบุชัดเจนว่า พลพีร์ สวน การดี โวผลงานลูกเทพ ตัดค่าไฟฟ้าแฝงบิล นั้นไม่ใช่เพียงวาทกรรม แต่เป็นการทำงานที่เน้นบูรณาการกระทรวงพลังงานและมหาดไทยเข้าด้วยกัน เพื่อให้การแก้ไขปัญหาถึงมือนโยบายของรัฐบาลไปสู่ประชาชนได้รวดเร็วที่สุด เขายังทิ้งท้ายว่าอย่าเพิ่งรีบตัดสินผลงานในวันนี้ เพราะขนาดของงานที่ทำต่างกัน และขอให้รอดูผลลัพธ์ในอีก 15-30 วันข้างหน้า

การปะทะฝีปากครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงมุมมองที่แตกต่างระหว่างนักการเมืองรุ่นใหม่และรุ่นเก่า ซึ่งในท้ายที่สุดแล้ว ประชาชนจะเป็นผู้พิสูจน์เองว่าวาทกรรม “ลูกเทพ” จะเป็นเพียงคำนิยาม หรือจะเป็นชื่อเรียกขานผู้ที่มีผลงานจริงในการพัฒนาประเทศชาติครับ

ที่มา – “พลพีร์” สวน “การดี” โว “ตัดค่าไฟฟ้าแฝงบิล ปชช.- สางโกงสอบท้องถิ่น” ผลงาน “ลูกเทพ” ทั้งนั้น

ไฟไหม้ร้าน โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว แนะหลีกเลี่ยงเส้นทางบริเวณห้าแยกลาดพร้าว

แจ้งข่าว ไฟไหม้ร้าน โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว แนะหลีกเลี่ยงเส้นทางบริเวณห้าแยกลาดพร้าว

เหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นเมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 12 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา โดยมีรายงานกรณี ไฟไหม้ร้าน โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว แนะหลีกเลี่ยงเส้นทางบริเวณห้าแยกลาดพร้าว ซึ่งเป็นจุดที่มีการจราจรหนาแน่น โดยเหตุดังกล่าวส่งผลกระทบต่อทั้งผู้ใช้รถใช้ถนนและผู้อยู่อาศัยในละแวกใกล้เคียงอย่างมาก

ในเบื้องต้น ทันทีที่รับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงและหน่วยกู้ภัยได้รีบรุดเข้าพื้นที่เพื่อควบคุมสถานการณ์อย่างเร่งด่วน ข้อมูลล่าสุดจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และตำรวจสอบสวนกลาง ได้เน้นย้ำให้ผู้ขับขี่ที่กำลังสัญจรผ่านย่านลาดพร้าว ซอย 1 ช่วยกันให้ความร่วมมือในการหลีกเลี่ยงเส้นทาง เพื่อให้รถน้ำและรถพยาบาลสามารถปฏิบัติงานได้โดยสะดวกครับ

ผลกระทบและการเดินทางบริเวณใกล้จุดเกิดเหตุ

สำหรับใครที่ยังมีความจำเป็นต้องใช้เส้นทางในวันนี้ ขอให้ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เพราะเหตุ ไฟไหม้ร้าน โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว แนะหลีกเลี่ยงเส้นทางบริเวณห้าแยกลาดพร้าว นั้น ทำให้การจราจรติดขัดรุนแรง โดยเฉพาะบริเวณมุ่งหน้ายูเนี่ยนมอลล์ เจ้าหน้าที่แนะนำทางเลือกดังนี้:

  • หากมาจากวิภาวดีรังสิต ให้เลี่ยงเข้าห้าแยกลาดพร้าวถ้าไม่จำเป็น
  • ใช้เส้นทางพหลโยธินฝั่งขาออกเพื่อเลี่ยงจุดเกิดเหตุ
  • โปรดให้ทางแก่รถฉุกเฉินทุกกรณี เพื่อช่วยชีวิตผู้บาดเจ็บให้ทันท่วงที

ความปลอดภัยบนท้องถนนและพื้นที่สาธารณะเป็นเรื่องที่เราทุกคนต้องให้ความสำคัญ สำหรับญาติของผู้ที่อาจอยู่ในพื้นที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ระบุว่ากำลังเร่งตรวจสอบและระบุตัวตนบุคคลที่ได้รับผลกระทบ โปรดอดใจรอการอัปเดตข้อมูลจากหน่วยงานหลักอย่างเป็นทางการเท่านั้น เพื่อป้องกันความเข้าใจผิด

สุดท้ายนี้ เหตุการณ์ ไฟไหม้ร้าน โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว แนะหลีกเลี่ยงเส้นทางบริเวณห้าแยกลาดพร้าว เป็นเครื่องเตือนใจว่าการตรวจสอบระบบความปลอดภัยในสถานบันเทิงหรืออาคารสาธารณะเป็นเรื่องที่ประมาทไม่ได้เลย เราขอส่งกำลังใจให้ผู้บาดเจ็บและเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ปฏิบัติงานอย่างหนักในสถานการณ์ที่ยากลำบากนี้ครับ

ที่มา – ไฟไหม้ร้าน “โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว” แนะหลีกเลี่ยงเส้นทางบริเวณห้าแยกลาดพร้าว

นายกฯ เรียกประชุมทีมมหาดไทย ตามคืบหน้าทุจริตสอบท้องถิ่น-แผนรับมือน้ำท่วม

สวัสดีครับทุกท่าน วันนี้มีประเด็นร้อนน่าสนใจเกี่ยวกับแวดวงราชการไทยมาอัปเดตกันครับ เมื่อเร็วๆ นี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ในบทบาทของนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เร่งเดินหน้าจัดการปัญหาสำคัญระดับประเทศ โดยได้เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาประชุมด่วนเพื่อติดตามภารกิจสำคัญ ซึ่งนั่นก็คือ นายกฯ เรียกประชุมทีมมหาดไทย ตามคืบหน้าทุจริตสอบท้องถิ่น-แผนรับมือน้ำท่วม เพื่อสร้างความโปร่งใสและเตรียมความพร้อมในการดูแลประชาชนครับ

เกาะติด นายกฯ เรียกประชุมทีมมหาดไทย ตามคืบหน้าทุจริตสอบท้องถิ่น-แผนรับมือน้ำท่วม

ปมปัญหาการทุจริตสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่นถือเป็นเรื่องที่สังคมให้ความสนใจเป็นอย่างมาก เพราะเกี่ยวข้องโดยตรงกับความเป็นธรรมในระบบราชการไทย งานนี้ทางท่านนายกฯ อนุทินไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยได้เรียกประชุมร่วมกับปลัดกระทรวงมหาดไทยและอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อติดตามกระบวนการสอบสวนทางวินัยร้ายแรงแก่ข้าราชการกลุ่มที่เกี่ยวข้อง สำหรับความคืบหน้าในการ นายกฯ เรียกประชุมทีมมหาดไทย ตามคืบหน้าทุจริตสอบท้องถิ่น-แผนรับมือน้ำท่วม ครั้งนี้ มีเป้าหมายที่ชัดเจนคือ:

  • การล้างบางกลุ่มทุจริตสอบท้องถิ่นอย่างจริงจัง
  • การพิจารณาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด
  • การยกเลิกและเพิกถอนการบรรจุข้าราชการที่พบว่ามีการทุจริตเข้ามา
  • การวางมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ซ้ำอีกในอนาคต

แผนรับมืออุทกภัยเร่งด่วน

นอกเหนือจากเรื่องการสอบท้องถิ่นแล้ว อีกหนึ่งภารกิจสำคัญที่มีการหารือกันคือเรื่องการรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ของประเทศ ซึ่งถือเป็นมาตรการเชิงรุกที่น่าชื่นชม เพราะการที่ นายกฯ เรียกประชุมทีมมหาดไทย ตามคืบหน้าทุจริตสอบท้องถิ่น-แผนรับมือน้ำท่วม ในคราวเดียวกันนี้ ช่วยให้การบริหารจัดการข้อมูลและการสั่งการเป็นไปอย่างรวดเร็ว โดยมีการเตรียมแผนรองรับทั้งในด้านการป้องกัน การบรรเทาความเดือดร้อน และการช่วยเหลือประชาชนอย่างเป็นระบบครับ

ในฐานะประชาชน เราคงต้องคอยจับตาดูกันต่อไปว่าผลจากมาตรการเด็ดขาดในครั้งนี้ จะช่วยเรียกคืนความเชื่อมั่นในระบบการสอบราชการกลับมาได้มากน้อยเพียงใด และในส่วนของแผนรับมือน้ำท่วม หากหน่วยงานภาครัฐสามารถปฏิบัติงานได้รวดเร็วตามที่วางแผนไว้ ก็จะช่วยลดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องคนไทยได้เป็นอย่างดีครับ สุดท้ายนี้ ความโปร่งใสคือหัวใจสำคัญของงานราชการ หวังว่าทุกอย่างจะคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้นครับ

ที่มา – นายกฯ เรียกประชุมทีมมหาดไทย ตามคืบหน้าทุจริตสอบท้องถิ่น-แผนรับมือน้ำท่วม

ปภ. แจ้งเตือน 6 จังหวัดภาคกลาง-กทม. เฝ้าระวังน้ำทะเลหนุนสูง ช่วง 13-19 ก.ค.นี้

ช่วงนี้ใครที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาต้องเช็กด่วนเลยครับ! ล่าสุดทางกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ออกมาประกาศสำคัญสำหรับชาวกรุงเทพฯ และปริมณฑล เกี่ยวกับการ ปภ. แจ้งเตือน 6 จังหวัดภาคกลาง-กทม. เฝ้าระวังน้ำทะเลหนุนสูง ช่วง 13-19 ก.ค.นี้ เนื่องจากระดับน้ำในแม่น้ำจะเพิ่มสูงขึ้นในช่วงดังกล่าว ทำให้หลายพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดน้ำล้นตลิ่งได้

ปภ. แจ้งเตือน 6 จังหวัดภาคกลาง-กทม. เฝ้าระวังน้ำทะเลหนุนสูง ช่วง 13-19 ก.ค.นี้

การประกาศเตือนในครั้งนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ใกล้แหล่งน้ำ โดยเฉพาะข้อมูลจากกรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ ระบุว่าช่วงเวลาตั้งแต่ 18.00 – 22.00 น. ของวันที่ 13 – 19 กรกฎาคม 2569 จะเป็นช่วงที่ระดับน้ำทะเลหนุนสูงสุด ใครที่อยู่โซนต่ำริมน้ำต้องเตรียมตัวรับมือให้ดีครับ

พื้นที่เสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ

สำหรับการ ปภ. แจ้งเตือน 6 จังหวัดภาคกลาง-กทม. เฝ้าระวังน้ำทะเลหนุนสูง ช่วง 13-19 ก.ค.นี้ ทาง ปภ. ได้เน้นย้ำพื้นที่เป้าหมายที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษดังนี้ครับ:

  • กรุงเทพมหานคร
  • จังหวัดปทุมธานี (อ.เมือง, อ.สามโคก)
  • จังหวัดนนทบุรี (อ.เมือง, อ.ปากเกร็ด, อ.บางกรวย)
  • จังหวัดนครปฐม (อ.บางเลน, อ.นครชัยศรี, อ.สามพราน)
  • จังหวัดสมุทรสาคร (ทุกอำเภอ)
  • จังหวัดสมุทรสงคราม (ทุกอำเภอ)
  • จังหวัดสมุทรปราการ (อ.เมือง, อ.พระสมุทรเจดีย์, อ.พระประแดง, อ.บางบ่อ)

นอกจากพื้นที่พักอาศัยแล้ว ผู้ประกอบการริมน้ำ ทั้งแพร้านอาหาร หรือไซต์งานก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง ควรตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของสถานที่เพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นจากระดับน้ำที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วด้วยนะครับ

วิธีเตรียมตัวและติดตามสถานการณ์:

หากคุณอยู่ในพื้นที่เสี่ยง อย่าลืมติดตามข้อมูลข่าวสารอย่างเป็นทางการผ่านแอปพลิเคชัน THAI DISASTER ALERT หรือหากต้องการความช่วยเหลือด่วน สามารถแจ้งเหตุได้ที่ Line ID: @1784DDPM หรือโทรสายด่วนนิรภัย 1784 ได้ตลอด 24 ชั่วโมงครับ หวังว่าทุกคนจะปลอดภัยและผ่านพ้นช่วงน้ำหนุนนี้ไปได้ด้วยดีครับ อย่าลืมยกของขึ้นที่สูงและดูแลผู้สูงอายุในบ้านให้ดีนะครับ

ที่มา – ปภ. แจ้งเตือน 6 จังหวัดภาคกลาง-กทม. เฝ้าระวังน้ำทะเลหนุนสูง ช่วง 13-19 ก.ค.นี้

มหาดไทย ใช้ Cell Broadcast ประชาสัมพันธ์การปิดถนนทรุดตัว

เชื่อว่าหลายคนที่ใช้เส้นทางบริเวณวงเวียนใหญ่อาจจะกำลังงงว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมการจราจรถึงดูติดขัดผิดปกติ วันนี้เรามีอัปเดตสำคัญจากกระทรวงมหาดไทยมาฝากกันครับ เกี่ยวกับกรณีเหตุการณ์ถนนทรุดตัวบริเวณใกล้วงเวียนใหญ่ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ต้องเร่งแก้ไขเป็นการด่วนที่สุดเพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน

มหาดไทย ใช้ Cell Broadcast ประชาสัมพันธ์การปิดถนนทรุดตัว

เหตุการณ์สุดระทึกใจนี้เกิดขึ้นหลังจากที่มีปัญหาน้ำท่วมอุโมงค์ก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ ส่งผลให้เกิดรอยร้าวและถนนทรุดตัวในพื้นที่ถนนประชาธิปก ช่วงแยกบ้านแขกมุ่งหน้าวงเวียนใหญ่ ทางรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม จึงได้ลงพื้นที่ทันทีเพื่อตรวจสอบความเสียหายและสั่งการซ่อมแซม โดยสิ่งที่น่าสนใจและเป็นการนำเทคโนโลยีมาใช้ได้อย่างทันท่วงที คือการที่ภาครัฐเลือกใช้การแจ้งเตือนแบบ มหาดไทย ใช้ Cell Broadcast ประชาสัมพันธ์การปิดถนนทรุดตัว เข้าสู่สมาร์ทโฟนของประชาชนโดยตรง เพื่อที่ทุกคนจะได้วางแผนหลีกเลี่ยงเส้นทางได้อย่างแม่นยำครับ

รับมือเหตุฉุกเฉินด้วยระบบเทคโนโลยีที่ทันสมัย

การที่ มหาดไทย ใช้ Cell Broadcast ประชาสัมพันธ์การปิดถนนทรุดตัว ในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของการแจ้งเตือนภัยในประเทศไทย เพราะระบบ Cell Broadcast สามารถส่งข้อความเตือนภัยไปยังโทรศัพท์มือถือทุกเครื่องที่อยู่ในพื้นที่นั้นๆ ได้ทันทีโดยไม่ต้องผ่านแอปพลิเคชันใดๆ ทำให้ผู้ขับขี่ที่กำลังจะเดินทางผ่านจุดนั้นได้รับทราบข่าวสารและเลี่ยงเส้นทางได้ก่อนจะไปติดอยู่ในสภาพการจราจรที่หนาแน่นครับ

  • ทีมงานจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้เตรียมชุดเผชิญสถานการณ์วิกฤตไว้พร้อมสรรพ
  • มีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำระยะไกลและอุปกรณ์กู้ภัยในจุดเกิดเหตุตลอด 24 ชั่วโมง
  • เจ้าหน้าที่กำลังเร่งประเมินความมั่นคงแข็งแรงของโครงสร้างถนนและอาคารโดยรอบ

อย่างไรก็ตาม ในขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังเร่งปฏิบัติการซ่อมแซมอย่างเต็มกำลัง ความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ยังคงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดครับ เราอยากฝากให้ทุกคนตรวจสอบเส้นทางก่อนออกจากบ้านเสมอ และขอบคุณการดำเนินงานอย่างรวดเร็วของหน่วยงานภาครัฐที่ มหาดไทย ใช้ Cell Broadcast ประชาสัมพันธ์การปิดถนนทรุดตัว ให้ประชาชนรับทราบข้อมูลอย่างทั่วถึง หวังว่าถนนสายนี้จะกลับมาใช้งานได้ตามปกติในเร็ววันนะครับ

ที่มา – มหาดไทย ใช้ Cell Broadcast ประชาสัมพันธ์การปิดถนนทรุดตัว

พายุไมสัก ทำฝนตกหนัก-น้ำท่วม 4 จังหวัด แม้คลี่คลายแล้ว

พายุไมสัก ทำฝนตกหนัก-น้ำท่วม 4 จังหวัด แม้คลี่คลายแล้ว แต่ยังต้องเฝ้าระวัง

ในช่วงที่ผ่านมา สภาพอากาศบ้านเราค่อนข้างแปรปรวนอย่างหนัก โดยเฉพาะอิทธิพลจาก พายุไมสัก ที่แม้จะไม่ได้พัดผ่านประเทศไทยโดยตรง แต่ก็สร้างผลกระทบเป็นวงกว้าง โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้รายงานเหตุฝนตกหนักและน้ำท่วมใน 4 จังหวัดคือ จันทบุรี ระยอง ตราด และชลบุรี แม้ขณะนี้สถานการณ์ในหลายพื้นที่เริ่มคลี่คลายแล้ว แต่เราก็ยังวางใจไม่ได้ เพราะช่วงนี้ยังคงเป็นช่วงที่ต้องเฝ้าระวังภัยธรรมชาติอย่างใกล้ชิดครับ

สรุปสถานการณ์ พายุไมสัก กระทบที่ไหนบ้าง

จากการรายงานเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2569 ผลกระทบจาก พายุไมสัก ทำให้เกิดทั้งวาตภัย น้ำท่วมขัง และน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ภาคตะวันออก ซึ่งสร้างความเสียหายให้กับบ้านเรือนประชาชนและพื้นที่การเกษตรเป็นจำนวนมาก โดยสรุปเหตุการณ์สำคัญในแต่ละจังหวัดได้ดังนี้ครับ:

  • จังหวัดจันทบุรี: ถนนหลายสายในตัวเมืองถูกน้ำท่วมขัง รวมถึงพื้นที่สวนผลไม้ในที่ลุ่มต่ำ เจ้าหน้าที่ต้องเร่งระบายน้ำออกจากถนนสุขุมวิทและชุมชนต่างๆ อย่างเร่งด่วน
  • จังหวัดระยอง: พบเหตุวาตภัยบ้านเรือนเสียหายในตำบลวังหว้า รวมถึงมีน้ำท่วมขังบนผิวจราจรและร้านค้าในเส้นทางวังตาผิน–ห้วยปราบ
  • จังหวัดตราด: เกิดน้ำหลากเข้าท่วมบ้านเรือนในอำเภอบ่อไร่ และมีเหตุต้นไม้ล้มทับบ้านเรือนประชาชน ซึ่งหน่วยงานในพื้นที่ได้นำเรือไฟเบอร์และชุดปฏิบัติการเข้าช่วยเหลือเรียบร้อยแล้ว
  • จังหวัดชลบุรี: ที่อำเภอศรีราชา ฝนที่ตกหนักทำให้น้ำหลากพัดพากองวัสดุโฟมเข้าสู่บ้านเรือนประชาชน แต่สถานการณ์ปัจจุบันได้เข้าสู่สภาวะปกติแล้ว

แม้ว่าการติดตามข่าวสารจาก พายุไมสัก จะช่วยให้เราเตรียมตัวได้ทันท่วงที แต่สิ่งที่อยากฝากไว้คือ การหมั่นตรวจสอบสภาพอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอยู่เสมอครับ เพราะในฤดูฝนแบบนี้ สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงได้รวดเร็วมาก การจัดเตรียมสิ่งของจำเป็นและยกของขึ้นที่สูงยังคงเป็นหัวใจสำคัญในการรับมือกับน้ำท่วมฉับพลันที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ

ผมขอส่งกำลังใจให้พี่น้องในทุกพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติครั้งนี้ให้กลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด และอย่าลืมดูแลสุขภาพในช่วงที่ฝนตกหนักด้วยนะครับ หากใครอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย อย่าลืมเก็บเบอร์โทรศัพท์สายด่วนหน่วยงานกู้ภัยหรือ ปภ. จังหวัด ไว้ใกล้ตัว เพื่อความอุ่นใจในการใช้ชีวิตช่วงหน้าฝนนี้ครับ

ที่มา – “พายุไมสัก” ทำฝนตกหนัก-น้ำท่วม 4 จังหวัด แม้คลี่คลายแล้ว แต่ยังต้องเฝ้าระวัง

ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสอบสัมภาษณ์ เพื่อแต่งตั้งเข้ารับราชการ ปภ. ปี 2569

ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสอบสัมภาษณ์ เพื่อแต่งตั้งเข้ารับราชการ ปภ. ปี 2569

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้มีข่าวดีสำหรับใครที่กำลังรอคอยผลสอบกันอยู่ เพราะล่าสุดทาง กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ออกมาเผยแพร่ ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสอบสัมภาษณ์ เพื่อแต่งตั้งเข้ารับราชการ ปภ. ปี 2569 อย่างเป็นทางการแล้วครับ โดยการประกาศครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญสำหรับผู้ที่ผ่านการคัดเลือกเบื้องต้น เพื่อก้าวเข้าไปเป็นข้าราชการในสังกัด ปภ. ต่อไป

รายละเอียดการประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสอบสัมภาษณ์ เพื่อแต่งตั้งเข้ารับราชการ ปภ. ปี 2569

สำหรับข้อมูลล่าสุดที่มีการประกาศออกมานั้น มีผู้ที่มีสิทธิเข้าสอบสัมภาษณ์รวมทั้งสิ้น 5,279 ราย ใน 10 ตำแหน่งที่เปิดรับสมัคร โดยแบ่งจำนวนผู้มีสิทธิในแต่ละสายงานดังนี้ครับ:

  • นักวิเคราะห์นโยบายและแผนปฏิบัติการ 4,338 ราย
  • นักวิชาการเงินและบัญชีปฏิบัติการ 150 ราย
  • นักวิชาการเผยแพร่ปฏิบัติการ 117 ราย
  • นักวิชาการพัสดุปฏิบัติการ 75 ราย
  • นักวิทยาศาสตร์ปฏิบัติการ 174 ราย
  • นิติกรปฏิบัติการ 27 ราย
  • เจ้าพนักงานการเงินและบัญชีปฏิบัติงาน 212 ราย
  • เจ้าพนักงานพัสดุปฏิบัติงาน 20 ราย
  • นายช่างเครื่องกลปฏิบัติงาน 56 ราย
  • นายช่างโยธาปฏิบัติงาน 110 ราย

หากเพื่อนๆ ท่านใดที่สมัครสอบไว้ สามารถเข้าไปตรวจสอบรายชื่อได้ทันทีที่เว็บไซต์หลักของ ปภ. โดยทางหน่วยงานจะไม่มีการแจ้งส่วนตัวผ่านทางจดหมายหรือโทรศัพท์ ดังนั้นการตรวจสอบด้วยตนเองผ่านช่องทางออนไลน์จึงสำคัญมากครับ สำหรับใครที่พบชื่อตัวเองแล้ว ขอให้เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการสอบสัมภาษณ์ที่กำลังจะมาถึงในเร็วๆ นี้

ทาง ปภ. ได้แจ้งว่าจะมีการประกาศวัน เวลา และสถานที่สอบสัมภาษณ์ให้ทราบล่วงหน้าผ่านทางเว็บไซต์ www.disaster.go.th และ https://ddpm.thaijobjob.com อย่างน้อย 5 วันทำการก่อนวันสอบจริงครับ แนะนำให้หมั่นกดติดตามข่าวสารจากเพจเฟซบุ๊กของกรมฯ ไว้ด้วย เพื่อไม่ให้พลาดข้อมูลสำคัญ

สุดท้ายนี้ ขอเป็นกำลังใจให้กับทุกคนที่ผ่านเข้ารอบนะครับ การสอบสัมภาษณ์คือด่านสุดท้ายที่จะวัดความพร้อมและความเหมาะสมในการทำงานร่วมกับองค์กร เตรียมข้อมูล เตรียมบุคลิกภาพ และความมั่นใจให้เต็มที่ แล้วโอกาสก้าวเข้าสู่การเป็นข้าราชการก็อยู่ไม่ไกลครับ! ขอให้ทุกคนโชคดีและทำผลงานออกมาได้ดีที่สุดครับ

ที่มา – ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสอบสัมภาษณ์ เพื่อแต่งตั้งเข้ารับราชการ ปภ. ปี 2569 แล้ว

Scroll to top