กรมสอบสวนคดีพิเศษ

“รุทธพล” ชี้ “ภาวุธ” ให้ปากคำปมคดีฟอเร็กซ์ อยู่ในสำนวน

“รุทธพล” ชี้ “ภาวุธ” ให้ปากคำปมคดีฟอเร็กซ์ อยู่ในสำนวน

กลายเป็นประเด็นที่หลายคนกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิด สำหรับความคืบหน้าของคดี Forex ที่มีชื่อของ สส. คนดังเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยล่าสุดทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับกรณีที่ “รุทธพล” ชี้ “ภาวุธ” ให้ปากคำปมคดีฟอเร็กซ์ อยู่ในสำนวน ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องละเอียดอ่อนและต้องดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างเคร่งครัด

พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้ให้สัมภาษณ์ ณ ทำเนียบรัฐบาล เกี่ยวกับการที่ นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้เข้าให้การต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ในฐานะพยาน โดยท่านรัฐมนตรีย้ำชัดว่าข้อมูลทั้งหมดนั้นอยู่ในสำนวนการสืบสวน ซึ่งทาง DSI ยังไม่ได้มีการสรุปผลหรือรายงานความคืบหน้าเรื่องคำให้การแต่อย่างใด

รายละเอียดความคืบหน้าและท่าทีของรัฐมนตรี

นอกจากประเด็นที่ “รุทธพล” ชี้ “ภาวุธ” ให้ปากคำปมคดีฟอเร็กซ์ อยู่ในสำนวน แล้ว ยังมีความเห็นเพิ่มเติมในส่วนของการทำงานของเจ้าหน้าที่ DSI ที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ โดยสถานการณ์ในปัจจุบันมีขั้นตอนสำคัญดังนี้:

  • DSI กำลังดำเนินการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานจากหลายฝ่ายอย่างต่อเนื่อง
  • การเรียกพยานบุคคลเข้าให้ข้อมูลทำเป็นรายกรณีตามความเหมาะสมของสำนวนคดี
  • รัฐมนตรียังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้เนื่องจากเป็นความลับทางคดีความ
  • การแจ้งข้อกล่าวหาจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อคณะทำงานของ DSI มีพยานหลักฐานเพียงพอ

ในปัจจุบันมีผู้เสียหายจำนวนมากทยอยเข้ามาให้ข้อมูลกับ DSI แล้วมากกว่า 100 รายในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งแสดงให้เห็นว่าคดีนี้มีผลกระทบเป็นวงกว้างและได้รับความสนใจจากประชาชนอย่างมาก การที่ “รุทธพล” ชี้ “ภาวุธ” ให้ปากคำปมคดีฟอเร็กซ์ อยู่ในสำนวน นั้น เปรียบเสมือนการส่งสัญญาณว่าทุกอย่างต้องเป็นไปตามพยานหลักฐาน ไม่มีการเลือกปฏิบัติแต่อย่างใด

ในฐานะมุมมองของคนติดตามข่าว ต้องบอกว่าความกระจ่างของคดีนี้เป็นสิ่งที่สังคมรอคอย เพราะความมั่นใจในระบบยุติธรรมเป็นเรื่องสำคัญยิ่ง เราคงต้องรอให้ทาง DSI ทำหน้าที่สรุปสำนวนให้ชัดเจนก่อนจะมีการตั้งข้อกล่าวหาหรือดำเนินการในขั้นตอนต่อไป คงต้องจับตาดูกันว่าบทสรุปของคดีนี้จะออกมาเป็นอย่างไร และจะนำไปสู่ความโปร่งใสที่สังคมคาดหวังไว้หรือไม่

ที่มา – “รุทธพล” ชี้ “ภาวุธ” ให้ปากคำปมคดีฟอเร็กซ์ อยู่ในสำนวน โยนดีเอสไอพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหา หรือไม่

รมว.ยุติธรรม แจงข้อพิรุธ ภาวุธ ปม เทรดทอง

กลายเป็นประเด็นร้อนที่หลายคนจับตามองอยู่ในขณะนี้ สำหรับกรณีที่กำลังเป็นข่าวใหญ่เมื่อ รมว.ยุติธรรม ออกมาชี้แจงประเด็นที่มีการตั้งคำถามเกี่ยวกับ รมว.ยุติธรรม แจงข้อพิรุธ ภาวุธ ปม เทรดทอง ซึ่งถือเป็นกรณีที่มีความซับซ้อนทางธุรกรรมการเงินที่หน่วยงานรัฐกำลังเร่งตรวจสอบอย่างละเอียด โดยเฉพาะเรื่องเส้นทางการเงินที่ดูเหมือนจะไม่เป็นไปตามวิสัยของการทำธุรกิจปกติ

รมว.ยุติธรรม แจงข้อพิรุธ ภาวุธ ปม เทรดทอง

จากการให้สัมภาษณ์ล่าสุดของ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจหลังจากตอบกระทู้ถามในสภาฯ ว่า ดีเอสไอได้ตรวจพบความผิดปกติของเส้นเงินจำนวน 28 ล้านบาท ที่โอนเข้าบัญชีของนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส. พรรคประชาชน โดยมีการโอนเข้ามาจากบริษัท สปาร์ก ดิจิทัล จำกัด ซึ่งนายภาวุธเคยเป็นผู้ถือหุ้นอยู่ ซึ่งถือว่าผิดวิสัยของการทำธุรกรรมเทรดทองทั่วไปที่ควรจะเป็นการโอนเงินโดยตรงจากบริษัทโบรกเกอร์หรือบริษัทชำระเงินที่น่าเชื่อถือ

รายละเอียดเจาะลึก ภาวุธ กับเส้นทางการเงินปริศนา

สำหรับการทำธุรกรรมครั้งนี้ มีข้อมูลที่น่าสังเกตดังนี้:

  • มีการโอนเงินถึง 14 ครั้ง ครั้งละ 2 ล้านบาท รวมเป็นเงิน 28 ล้านบาท
  • แหล่งที่มาของเงินไม่ใช่บัญชีโบรกเกอร์ที่ใช้เทรดทองโดยตรง
  • บริษัทผู้โอนเงินมีความเกี่ยวข้องทางธุรกิจกับตัวผู้รับเงินในอดีต
  • ดีเอสไอพบว่ามีการใช้บริษัทที่รับจดทะเบียนเป็นบริษัทชำระเงิน แต่แท้จริงแล้วไม่มีใบอนุญาตในการประกอบธุรกิจประเภทนี้

ความคืบหน้าเรื่อง รมว.ยุติธรรม แจงข้อพิรุธ ภาวุธ ปม เทรดทอง ในครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนสำคัญของการตรวจสอบเส้นทางการเงินของนักการเมือง ว่ามีความซับซ้อนและมีการใช้ช่องทางบริษัทพักเงินเข้ามาเกี่ยวข้องหรือไม่ ในขณะที่ทางฝั่งของ ปปง. ก็ได้ออกมาระบุว่ากำลังบูรณาการร่วมกับทางหน่วยงานรัฐเพื่อตรวจสอบให้ชัดเจนว่ามีเรื่องของการฟอกเงินหรือโยงไปถึงพรรคการเมืองหรือไม่

ในประเด็นที่ว่าหากผิดจริงจะถึงขั้นยุบพรรคหรือไม่นั้น รมว.ยุติธรรม ได้ชี้แจงชัดเจนว่าเรื่องนี้เป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่จะต้องพิจารณาตามพยานหลักฐานต่อไป ซึ่งเราคงต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิดว่าบทสรุปของเรื่องนี้จะไปจบลงที่ตรงไหน เพราะเรื่องความโปร่งใสของนักการเมืองเป็นสิ่งที่ประชาชนให้ความสำคัญอย่างยิ่งครับ

ที่มา – “รมว.ยุติธรรม” แจงข้อพิรุธ “ภาวุธ” ปม “เทรดทอง” เผย ดีเอสไอ พบเส้นเงินผิดวิสัยธุรกรรมปกติ

ศิริวรรณ รับลูกตรวจสอบตลาดซื้อขายเงินตราต่างประเทศ

ในยุคที่การลงทุนออนไลน์เข้าถึงได้ง่าย ศิริวรรณ รับลูกตรวจสอบตลาดซื้อขายเงินตราต่างประเทศ กลายเป็นประเด็นร้อนที่สังคมให้ความสนใจเป็นอย่างมาก หลังจากที่มีผู้เสียหายจากการถูกหลอกลวงลงทุน Forex จำนวนมหาศาลร้องเรียนต่อคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง สถาบันการเงินและตลาดการเงิน เพื่อขอให้เร่งหามาตรการปกป้องประชาชนอย่างจริงจัง

ความคืบหน้าเรื่อง ศิริวรรณ รับลูกตรวจสอบตลาดซื้อขายเงินตราต่างประเทศ

การเคลื่อนไหวของนางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู รองประธานคณะกรรมาธิการฯ ในครั้งนี้ ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการตรวจสอบโบรกเกอร์ Forex เถื่อนและเครือข่ายมิจฉาชีพที่ใช้แพลตฟอร์มเหล่านี้เป็นช่องทางในการฟอกเงิน ซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศอย่างรุนแรง ปัจจุบันกรมสอบสวนคดีพิเศษได้รับเรื่องนี้เป็นคดีพิเศษแล้ว โดยมีการขยายผลยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายนี้ไม่ว่าจะเป็นนักการเมืองหรือผู้มีชื่อเสียง เพื่อคืนความเป็นธรรมแก่ผู้เสียหายที่มีมูลค่าความเสียหายรวมหลายพันล้านบาท

เจาะลึก 4 ปัญหาสำคัญในการลงทุน Forex ที่ ศิริวรรณ รับลูกตรวจสอบตลาดซื้อขายเงินตราต่างประเทศ

เพื่อให้เกิดแนวทางการแก้ไขปัญหาที่เป็นรูปธรรม ผู้เสียหายได้ตั้งคำถามสำคัญ 4 ประเด็นที่ทางคณะกรรมาธิการฯ ต้องเร่งหาคำตอบ ดังนี้:

  • รัฐบาลมีมาตรการตรวจสอบเส้นทางการเงินและแพลตฟอร์มลงทุนจากต่างประเทศที่ให้บริการในไทยอย่างไร
  • เหตุใดแพลตฟอร์มต่างชาติที่ไม่มีใบอนุญาตจึงยังสามารถทำธุรกรรมและโอนเงินออกไปนอกประเทศได้โดยไม่มีการสกัดกั้น
  • หน่วยงานใดบ้างที่มีอำนาจหน้าที่ตรวจสอบการดำเนินงานของแพลตฟอร์มเหล่านี้ตั้งแต่ช่วงเริ่มต้น เพื่อป้องกันความเสียหายก่อนจะสายเกินไป
  • มาตรการป้องกันความเสี่ยงของภาครัฐ เพียงพอต่อการปกป้องประชาชนจากการถูกแพลตฟอร์มต่างชาติฉ้อโกงหรือไม่

นางศิริวรรณ ได้เน้นย้ำว่าทางคณะกรรมาธิการฯ ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นลำดับต้นๆ โดยพร้อมที่จะเชิญทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมหารือเพื่อหามาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาอย่างครบวงจร เพื่อไม่ให้ประชาชนไทยต้องตกเป็นเหยื่อของการหลอกลวงรูปแบบเดิมๆ อีกต่อไป นี่เป็นโอกาสดีที่เราจะเห็นการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวดและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นในอนาคต

ในฐานะนักลงทุน เราขอแนะนำให้ทุกท่านระมัดระวังการลงทุนกับแพลตฟอร์มที่ไม่รู้จักหรือไม่มีการรับรองจากหน่วยงานกำกับดูแลในไทย การตรวจสอบข้อมูลให้ดีก่อนโอนเงินลงทุนเป็นวิธีป้องกันตัวด่านแรกที่ดีที่สุด หากพบความผิดปกติควรรีบแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันทีเพื่อยับยั้งความเสียหาย

ที่มา – “ศิริวรรณ”รับลูกตรวจสอบตลาดซื้อขายเงินตราต่างประเทศ หามาตรการคุ้มครองประชาชน

รมว.ยธ. เผย หมายเรียก 2 ก.ค. “ภาวุธ” และพวก เข้าชี้แจงดีเอสไอคดี Forex

รมว.ยธ. เผย หมายเรียก 2 ก.ค. “ภาวุธ” และพวก เข้าชี้แจงดีเอสไอคดี Forex

กลายเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก เมื่อ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้ออกมาให้ข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับคดีแชร์ Forex ที่กำลังได้รับความสนใจ โดยเฉพาะเรื่องการออกหมายเรียก นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้เข้ามาให้ข้อมูลต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในวันที่ 2 กรกฎาคมนี้ เพื่อชี้แจงความเชื่อมโยงที่เกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าว

สำหรับเหตุการณ์ รมว.ยธ. เผย หมายเรียก 2 ก.ค. “ภาวุธ” และพวก เข้าชี้แจงดีเอสไอคดี Forex นั้น ถือเป็นขั้นตอนสำคัญทางกฎหมาย เพื่อให้กระบวนการยุติธรรมดำเนินไปอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม โดยทางดีเอสไอได้เตรียมความพร้อมในการรวบรวมพยานหลักฐาน ซึ่งรวมถึงธุรกรรมทางการเงินจำนวนมหาศาลกว่า 6-7 หมื่นรายการที่ต้องเร่งวิเคราะห์ เพื่อหาเส้นทางการเงินว่ามีความผิดปกติอย่างไรบ้าง

ความคืบหน้าการทำงานของดีเอสไอในคดี Forex

ทางด้านรายละเอียดเกี่ยวกับการออกหมายเรียก รมว.ยธ. เผย หมายเรียก 2 ก.ค. “ภาวุธ” และพวก เข้าชี้แจงดีเอสไอคดี Forex ได้ย้ำว่า การออกหมายเรียกครั้งนี้ไม่ได้มีเฉพาะคุณภาวุธเท่านั้น แต่ยังมีบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องด้วย และเปิดช่องให้หากใครมีความพร้อมก็สามารถเข้าพบพนักงานสอบสวนได้ทันทีโดยไม่ต้องรอให้ถึงกำหนดการ เพื่อเป็นการแสดงความบริสุทธิ์ใจและสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่

  • ดีเอสไอประสานงานร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) อย่างใกล้ชิด
  • มีการส่งเรื่องให้ ปปง. ตรวจสอบเส้นทางการเงินอย่างละเอียด
  • การตรวจค้น 24 จุดที่ผ่านมาช่วยให้ได้หลักฐานสำคัญจำนวนมาก

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นเรื่องคลิปโฆษณาชวนเชื่อที่กลายเป็นข้อถกเถียงว่าเป็นการเทรดปกติหรือเข้าข่ายการชักชวนลงทุนอย่างผิดกฎหมาย โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้ระบุว่า เรื่องนี้จะต้องใช้ดุลยพินิจของศาลในการตัดสิน ซึ่งเป็นการยึดตามพยานหลักฐานที่แต่ละฝ่ายได้มอบให้แก่พนักงานสอบสวน

ในมุมมองของผู้ติดตามข่าวสาร การที่เจ้าหน้าที่ออกมาให้ข้อมูลทุกๆ 15 วันถือเป็นเรื่องที่ดีมาก เพราะช่วยลดกระแสข่าวลือและสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนว่าคดีนี้จะไม่มีการเงียบหายไปอย่างแน่นอน เราคงต้องจับตาดูกันต่อไปว่าผลสรุปของคดีนี้จะเป็นอย่างไร และการเข้าให้ปากคำในวันที่ 2 กรกฎาคมนี้จะนำไปสู่ข้อมูลใหม่ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อผู้เสียหายมากน้อยขนาดไหน

ที่มา – รมว.ยธ. เผย หมายเรียก 2 ก.ค. “ภาวุธ” และพวก เข้าชี้แจงดีเอสไอคดี Forex

“ไหม” เรียกร้อง “ภาวุธ” ออกโรงชี้แจงสังคมปมโยงคดี Forex เพิ่มเติม

“ไหม” เรียกร้อง “ภาวุธ” ออกโรงชี้แจงสังคมปมโยงคดี Forex เพิ่มเติม

กลายเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก สำหรับกรณีที่มีการเชื่อมโยงชื่อของนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เข้ากับคดีแชร์ลูกโซ่ Forex ซึ่งล่าสุด น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน ได้ออกมาเคลื่อนไหวด้วยการกล่าวว่าทางพรรคประชาชนไม่ได้นิ่งนอนใจต่อเรื่องดังกล่าว พร้อมเรียกร้องให้ทางนายภาวุธรีบออกมาแสดงความชัดเจนต่อสาธารณชน

ในฐานะที่เรื่องนี้อาจขยายวงกว้างไปสู่คดีอาชญากรรมข้ามชาติหรือคดีอุกฉกรรจ์ การที่ “ไหม” เรียกร้อง “ภาวุธ” ออกโรงชี้แจงสังคมปมโยงคดี Forex เพิ่มเติม จึงถือเป็นสิ่งที่จำเป็นเพื่อรักษาความโปร่งใสของพรรคและสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนที่กำลังเฝ้าติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด

มุมมองต่อคดีและการเตรียมตัวสู้คดี

ทางด้าน น.ส.ศิริกัญญา ระบุว่า พรรคได้มีการตั้งคณะกรรมการสืบเสาะข้อเท็จจริงขึ้นมาเพื่อตรวจสอบเรื่องนี้โดยเฉพาะ แม้จะเข้าใจได้ว่านายภาวุธอาจกำลังวุ่นวายกับการเตรียมเอกสารเพื่อชี้แจงต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แต่การออกมาให้ข้อมูลต่อสังคมในส่วนที่ไม่กระทบต่อรูปคดีเป็นสิ่งที่ควรทำ โดยเฉพาะเมื่อมีการขุดคลิปเก่าที่เกี่ยวกับการชวนเทรด Forex ออกมาวิพากษ์วิจารณ์

หรือนี่คือเกมการเมือง?

คำถามสำคัญที่หลายคนสงสัยคือ นี่เป็นเพียงความผิดส่วนบุคคลหรือมีเรื่องการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องหรือไม่? น.ส.ศิริกัญญาได้ตั้งข้อสังเกตถึง “จังหวะเวลา” ที่ข้อมูลถูกปล่อยออกมา ซึ่งดูเหมือนจะทับซ้อนกับการตรวจสอบโครงการของรัฐบาล โดยเธอได้เน้นย้ำประเด็นดังนี้:

  • การตั้งข้อสงสัยถึงช่วงเวลาที่ปล่อยข่าวในช่วงการประชุมสำคัญ
  • ความไม่ชัดเจนของดีเอสไอในการเปิดเผยชื่อผู้ต้องหาหรือข้อกล่าวหาที่แท้จริง
  • การป้องกันไม่ให้กรณี Forext เบี่ยงเบนความสนใจจากการตรวจสอบการใช้เงินงบประมาณแผ่นดิน

อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้ทางพรรคยังคงยึดหลักการที่ว่า ต้องรอให้กระบวนการยุติธรรมทำงานอย่างตรงไปตรงมา แต่ในขณะเดียวกัน การที่ “ไหม” เรียกร้อง “ภาวุธ” ออกโรงชี้แจงสังคมปมโยงคดี Forex เพิ่มเติม ยังคงเป็นจุดยืนที่พรรคพยายามสะท้อนว่า ทุกคนภายใต้พรรคประชาชนต้องพร้อมรับการตรวจสอบอย่างโปร่งใสที่สุด

ท้ายที่สุดนี้ สังคมยังคงต้องจับตามองต่อไปว่า บทสรุปของคดีนี้จะเป็นอย่างไร และการออกมาชี้แจงของนายภาวุธจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร นี่ถือเป็นบททดสอบสำคัญของพรรคการเมืองในการบริหารจัดการวิกฤตความเชื่อมั่นของประชาชนในยุคที่ข้อมูลข่าวสารสามารถขุดคุ้ยได้อย่างรวดเร็วครับ

ที่มา – “ไหม” เรียกร้อง “ภาวุธ” ออกโรงชี้แจงสังคมปมโยงคดี Forex เพิ่มเติม

หลุดคลิป “ภาวุธ” โผล่อวยโบรกเกอร์ฟอเร็กซ์ โชว์แต้มแลกมือถือ-ทริปฝรั่งเศส

หลุดคลิป “ภาวุธ” โผล่อวยโบรกเกอร์ฟอเร็กซ์ โชว์แต้มแลกมือถือ-ทริปฝรั่งเศส

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในแวดวงการเมืองและธุรกิจออนไลน์ เมื่อมีรายงานการขุดพบคลิปวิดีโอของนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ที่ปรากฏตัวในสื่อประชาสัมพันธ์ของ QRS Global ซึ่งเป็นหนึ่งในโบรกเกอร์ฟอเร็กซ์ที่ถูกกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ตรวจสอบ ความน่าสนใจอยู่ตรงที่ว่า หลุดคลิป “ภาวุธ” โผล่อวยโบรกเกอร์ฟอเร็กซ์ โชว์แต้มแลกมือถือ-ทริปฝรั่งเศส นี้ ขัดแย้งกับคำยืนยันก่อนหน้าที่บอกว่าตนเองไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจดังกล่าวโดยสิ้นเชิง

เปิดเบื้องลึกคลิปฉาวที่สังคมกำลังตั้งคำถาม

ในคลิปวิดีโอดังกล่าว นายภาวุธได้บอกเล่าประสบการณ์การเป็นนักเทรดมือใหม่ที่ผ่านการเรียนในคลาสเพียงไม่กี่เดือน จนกลายเป็นนักเทรดที่เชี่ยวชาญ และมีการกล่าวถึงการแลกของรางวัลจากการสะสมแต้ม ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์มือถือ หรือสิทธิพิเศษอย่างทริปท่องเที่ยวประเทศฝรั่งเศส เหตุการณ์นี้ทำให้เกิดคำถามที่สำคัญต่อสังคมว่า บุคคลที่มีสถานะเป็นผู้แทนราษฎรควรแสดงบทบาทในการสนับสนุนธุรกิจที่มีความเสี่ยงสูงและถูกตรวจสอบโดยหน่วยงานรัฐหรือไม่

ประเด็นที่น่าจับตามอง มีดังนี้:

  • การเชื่อมโยงระหว่างบริษัท Pay Solutions กับโบรกเกอร์ฟอเร็กซ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยไม่ได้รับรอง
  • ความสอดคล้องระหว่างคำให้การกับหลักฐานที่เป็นคลิปวิดีโอชิ้นนี้
  • ผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของพรรคประชาชนหากมีการพิสูจน์ได้ว่าผู้เกี่ยวข้องมีพฤติกรรมผิดกฎหมาย

หลายคนมองว่าการที่นักธุรกิจชื่อดังระดับประเทศออกมาโปรโมตโบรกเกอร์ฟอเร็กซ์โดยตรง อาจเป็นปัจจัยดึงดูดให้ประชาชนทั่วไปหลงเชื่อและนำเงินมาลงทุน ซึ่งในกรณีของ หลุดคลิป “ภาวุธ” โผล่อวยโบรกเกอร์ฟอเร็กซ์ โชว์แต้มแลกมือถือ-ทริปฝรั่งเศส นั้น ถือเป็นเครื่องเตือนใจชั้นดีว่าการลงทุนในแพลตฟอร์มที่อยู่นอกเหนือการกำกับดูแลของ ก.ล.ต. หรือธนาคารแห่งประเทศไทย มีความเสี่ยงสูงมากที่เงินลงทุนจะสูญเปล่า

ในฐานะนักลงทุนหรือประชาชนทั่วไป สิ่งสำคัญที่สุดคือการตรวจสอบที่มาที่ไปของโบรกเกอร์ให้ชัดเจนก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง อย่าปล่อยให้คำโฆษณาชวนเชื่อหรือโปรโมชั่นล่อใจอย่างเช่นทริปต่างประเทศหรือของรางวัลมาบดบังความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ หากเรื่องนี้มีความคืบหน้าอย่างไร เราจะรีบนำมาอัปเดตให้ทุกท่านทราบต่อไปอย่างทันท่วงที

ที่มา – หลุดคลิป “ภาวุธ” โผล่อวยโบรกเกอร์ฟอเร็กซ์ โชว์แต้มแลกมือถือ-ทริปฝรั่งเศส

ผบ.ตร. เตรียมทำความเห็นแย้ง หลังอัยการสั่งไม่ฟ้อง “บุญฤทธิ์”

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในแวดวงการเมืองและกระบวนการยุติธรรมไทย เมื่อล่าสุด พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้ากรณีพนักงานอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องนายบุญฤทธิ์ เรารุ่งโรจน์ อดีตผู้สมัคร สส.พรรคประชาชน ในคดีฟอกเงินที่ถูกระบุว่าเชื่อมโยงกับเครือข่ายยาเสพติด โดยทาง ผบ.ตร. ยืนยันชัดเจนว่า ผบ.ตร. เตรียมทำความเห็นแย้ง หลังอัยการสั่งไม่ฟ้อง “บุญฤทธิ์” อดีตผู้สมัคร ปชน. ปมโยงคดีฟอกเงิน เพื่อให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม

ผบ.ตร. เตรียมทำความเห็นแย้ง หลังอัยการสั่งไม่ฟ้อง “บุญฤทธิ์” อดีตผู้สมัคร ปชน. ปมโยงคดีฟอกเงิน

การเคลื่อนไหวดังกล่าวถือเป็นขั้นตอนปกติทางกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เมื่อพนักงานอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องในคดีสำคัญ สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีสิทธิ์ที่จะพิจารณาและทำความเห็นแย้ง เพื่อเสนอต่ออัยการสูงสุดสำหรับการพิจารณาชี้ขาดต่อไป พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ย้ำว่าการสอบสวนของตำรวจดำเนินการไปตามพยานหลักฐานที่มีอยู่ ไม่ได้เป็นการกลั่นแกล้งทางการเมืองแต่อย่างใด

เบื้องหลังการทำความเห็นแย้งในกรณีนี้

หลายคนอาจสงสัยว่าการที่ ผบ.ตร. เตรียมทำความเห็นแย้ง หลังอัยการสั่งไม่ฟ้อง “บุญฤทธิ์” อดีตผู้สมัคร ปชน. ปมโยงคดีฟอกเงิน นั้นเป็นเพราะสำนวนอ่อนหรือไม่ ซึ่งทางด้าน ผบ.ตร. ได้ชี้แจงในมุมมองของตำรวจว่า:

  • การสอบสวนทุกขั้นตอนยึดตามหลักพยานหลักฐานและกฎหมาย
  • ไม่มีการกลั่นแกล้งทางการเมืองฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
  • สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีหน้าที่บังคับใช้กฎหมายให้ถึงที่สุด

อย่างไรก็ตาม ประเด็นนี้ยังคงถูกจับตามองจากสังคมอย่างใกล้ชิด เนื่องจากนายบุญฤทธิ์เป็นอดีตผู้สมัครในสังกัดพรรคประชาชน ซึ่งเป็นพรรคการเมืองฝ่ายค้าน การตรวจสอบในคดีที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดและการฟอกเงินจึงมักถูกโยงเข้าประเด็นการเมืองโดยหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ในมุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ยืนยันว่านี่คือการทำหน้าที่ตามปกติเพื่อขยายผลคดีอาญาเครือข่ายยาเสพติด

บทเรียนสำคัญจากเหตุการณ์นี้คือ ความโปร่งใสในกระบวนการยุติธรรมเป็นเรื่องที่ประชาชนให้ความสำคัญสูงสุด ถึงแม้จะมีการตั้งคำถามถึงความยุติธรรมในทางปฏิบัติ แต่การทำตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นการรวบรวมพยานหลักฐานของตำรวจ หรือการพิจารณาคำสั่งฟ้องของอัยการ คือหัวใจที่จะพิสูจน์ความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อกระบวนการยุติธรรมไทย เราคงต้องติดตามกันต่อไปว่า บทสรุปของคดีนี้จะจบลงที่ตรงไหน และอัยการสูงสุดจะมีคำสั่งชี้ขาดอย่างไรในท้ายที่สุด

ที่มา – ผบ.ตร. เตรียมทำความเห็นแย้ง หลังอัยการสั่งไม่ฟ้อง “บุญฤทธิ์” อดีตผู้สมัคร ปชน. ปมโยงคดีฟอกเงิน

แจงปม ภาวุธ ปชน. ไม่ปกป้องคนผิด โยงตรวจสอบ TH-AI Passport

แจงปม ภาวุธ ปชน. ไม่ปกป้องคนผิด โยงตรวจสอบ TH-AI Passport

กลายเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจอย่างมากสำหรับกรณีของ นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อจากพรรคประชาชน ที่ถูกพาดพิงในแถลงการณ์ของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เกี่ยวกับคดีแชร์ลูกโซ่และ Forex ผิดกฎหมาย ส่งผลให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้าง ทางพรรคประชาชนจึงได้ออกมาให้ข้อมูลเพื่อสร้างความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน

นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ เลขาธิการพรรคประชาชน ได้ออกมาชี้แจงว่า ทางพรรคไม่มีนโยบายปกป้องทำผิด หากมีการกระทำความผิดจริงพรรคพร้อมดำเนินการตามมาตรฐานวินัยอย่างเคร่งครัด อย่างไรก็ตาม ในกรณี แจงปม ภาวุธ ปชน. ไม่ปกป้องคนผิด โยงตรวจสอบ TH-AI Passport นี้ ทางพรรคมีความสงสัยว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอาจมีแรงจูงใจทางการเมืองแอบแฝง เพื่อลดทอนความน่าเชื่อถือของพรรคในการตรวจสอบการทำงานของภาครัฐ

เบื้องหลังการตรวจสอบที่เข้มข้นสู่ประเด็น แจงปม ภาวุธ ปชน. ไม่ปกป้องคนผิด โยงตรวจสอบ TH-AI Passport

นอกจากประเด็นเรื่องมาตรฐานจริยธรรมแล้ว ทางพรรคประชาชนยังตั้งข้อสังเกตถึงความผิดปกติในการแถลงข่าวของ DSI เนื่องจากมีการยกเลิกหัวข้อการแถลงอื่นไปอย่างน่าสงสัย อีกทั้งยังมีการระบุชื่อของนายภาวุธในช่วงตอบคำถาม ซึ่งดูเหมือนเป็นการสร้างกระแสด้านลบมากกว่าการนำเสนอข้อเท็จจริงตามกระบวนการยุติธรรมปกติ

  • พรรคประชาชนยึดมั่นในความโปร่งใสและพร้อมให้ตรวจสอบ
  • นายภาวุธยืนยันไม่ใช้สิทธิเอกสิทธิ์ สส. คุ้มครองตนเอง
  • ทางพรรคมีคณะกรรมการวินัยคอยตรวจสอบนักการเมืองของพรรคอย่างเข้มข้น

การดำเนินการตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport ถือเป็นภารกิจหลักที่พรรคประชาชนให้ความสำคัญอย่างมาก การที่จู่ๆ มีกระแสข่าวพาดพิงสมาชิกพรรคในช่วงเวลานี้ จึงถูกมองว่าอาจเป็นกลยุทธ์ของฝ่ายตรงข้ามในการตอบโต้การตรวจสอบของกรรมาธิการงบประมาณและกรรมาธิการยุติธรรม

ท้ายที่สุดแล้ว ความจริงจะเป็นอย่างไรต้องรอผลจากกระบวนการยุติธรรมของ DSI ต่อไป โดยทางพรรคประชาชนยืนยันว่าพรรคในฐานะสถาบันการเมืองไม่ได้นิ่งนอนใจ และจะดำเนินการทุกอย่างให้เกิดความชัดเจนที่สุดเพื่อให้ความมั่นใจแก่พี่น้องประชาชน เพราะการตรวจสอบรัฐบาลคือสิ่งที่พรรคตั้งใจทำเพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติ หากภาครัฐทำงานด้วยความสุจริตและยึดถือประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง ย่อมไม่ต้องใช้การเมืองมาสร้างกระแสลดทอนความน่าเชื่อถือเช่นนี้

ที่มา – แจงปม “ภาวุธ” ปชน. ไม่ปกป้องคนผิด ตั้งข้อสังเกตอาจโยงปมตรวจสอบ TH-AI Passport

อนุทิน ชี้ปมคดี Forex เป็นเรื่อง จนท.จัดการ ลั่นไปไล่จับเองไม่ได้ เดี๋ยวถูกผูกการเมือง

อนุทิน ชี้ปมคดี Forex เป็นเรื่อง จนท.จัดการ ลั่นไปไล่จับเองไม่ได้ เดี๋ยวถูกผูกการเมือง

กลายเป็นประเด็นที่หลายคนกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิด สำหรับกรณีที่กระทรวงยุติธรรมและกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI ได้ออกมาเตรียมแถลงความคืบหน้าของคดีแชร์ลูกโซ่ Forex ที่มีชื่อไปพัวพันกับคนในแวดวงการเมืองและคนในวงการบันเทิงไทย ซึ่งล่าสุด อนุทิน ชี้ปมคดี Forex เป็นเรื่อง จนท.จัดการ ลั่นไปไล่จับเองไม่ได้ เดี๋ยวถูกผูกการเมือง โดยท่านนายกรัฐมนตรีได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องนี้ด้วยท่าทีที่ชัดเจนและเป็นกันเองตามสไตล์

เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน ที่ผ่านมา ณ ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง นายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กล่าวถึงความคืบหน้าของคดีดังกล่าว โดยยืนยันว่าการดำเนินการต่างๆ เป็นหน้าที่โดยตรงของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่าง DSI ซึ่งมีกระบวนการและขั้นตอนทางกฎหมายบังคับใช้อยู่แล้ว

ทำไมนายกฯ ถึงไม่ลงไปลุยเองในคดี Forex

หลายคนอาจเกิดข้อสงสัยว่า ทำไมนายกฯ ถึงไม่ลงมาจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเองให้รวดเร็วทันใจ แต่จากปากคำของท่านนายกฯ ที่กล่าวว่า อนุทิน ชี้ปมคดี Forex เป็นเรื่อง จนท.จัดการ ลั่นไปไล่จับเองไม่ได้ เดี๋ยวถูกผูกการเมือง นั้นถือเป็นเหตุผลที่สะท้อนถึงการทำงานที่รักษาระยะห่างเพื่อความเป็นธรรมอย่างชัดเจน โดยท่านให้เหตุผลหลักๆ ดังนี้:

  • การแยกหน้าที่ของแต่ละหน่วยงานให้ชัดเจน เพื่อไม่ให้เกิดการก้าวก่ายอำนาจการสอบสวน
  • ป้องกันการถูกกล่าวหาว่านำประเด็นคดีไปโยงเข้ากับเรื่องการเมืองเพื่อกลั่นแกล้งฝ่ายตรงข้าม
  • เชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมและหน่วยงานอย่าง DSI ที่มีหน้าที่โดยตรงในการป้องกันและปราบปราม

นายกฯ ได้ย้ำชัดเจนว่า หากนายกรัฐมนตรีลงไปไล่จับผู้ร้ายเองคงดูไม่เหมาะสม และอาจทำให้เรื่องของการทำผิดกฎหมายถูกตีความไปในทางอื่น ซึ่งส่งผลเสียต่อความน่าเชื่อถือของกระบวนการยุติธรรมได้ ดังนั้นการปล่อยให้เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจจึงเป็นทางออกที่ถูกต้องและสมควรที่สุดแล้ว

เราทุกคนคงเห็นตรงกันว่า พลังของกระบวนการกฎหมายที่โปร่งใสและตรวจสอบได้คือสิ่งที่ประชาชนต้องการ การที่รัฐบาลเลือกวางตัวให้เป็นกลางโดยไม่เข้าไปแทรกแซงการทำงานของเจ้าหน้าที่ในคดี Forex นั้น นับเป็นสัญญาณที่ดีของการใช้อำนาจตามหลักธรรมาภิบาล สุดท้ายแล้วบทสรุปของคดีนี้จะเป็นอย่างไร ต้องรอติดตามทางฝั่ง DSI ที่จะมีการแถลงรายละเอียดต่อไปครับ

ที่มา – “อนุทิน” ชี้ปมคดี Forex เป็นเรื่อง จนท.จัดการ ลั่นไปไล่จับเองไม่ได้ เดี๋ยวถูกผูกการเมือง

Scroll to top