กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น

“อภิสิทธิ์” เผย ปชป. เตรียมล็อกเป้ารออภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีแล้ว

เรียกได้ว่าสถานการณ์การเมืองกลับมาคึกคักอีกครั้ง เมื่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ออกมาเปิดเผยความเคลื่อนไหวสำคัญว่า “อภิสิทธิ์” เผย ปชป. เตรียมล็อกเป้ารออภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีแล้ว หลังจากที่ได้มีการจัดสัมมนา สส. ของพรรคที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อเตรียมความพร้อมในการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลชุดปัจจุบันที่มีหลายโครงการถูกตั้งคำถามถึงความโปร่งใส

“อภิสิทธิ์” เผย ปชป. เตรียมล็อกเป้ารออภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีแล้ว

การทำงานของพรรคประชาธิปัตย์ในครั้งนี้ถือว่าเข้มข้นขึ้นกว่าเดิม โดยพรรคได้นำแพลตฟอร์มที่ชื่อว่า “ส่องรัฐ” เข้ามาใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการตรวจสอบใช้งบประมาณของรัฐบาล โดยเฉพาะโครงการที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ ซึ่งถูกตั้งข้อสังเกตว่ามีการเอื้อประโยชน์ให้แก่บริษัทเดิมๆ ในการจัดซื้อจัดจ้างแบบเฉพาะเจาะจง โดยเฉพาะโครงการเปลี่ยนผ่านพลังงานและโซลาร์เซลล์ที่ใช้งบประมาณมหาศาลจากเงินกู้ 400,000 ล้านบาท

เจาะลึกกลยุทธ์ “ส่องรัฐ” ของพรรคประชาธิปัตย์

นายอภิสิทธิ์ได้ย้ำชัดเจนว่า การที่ “อภิสิทธิ์” เผย ปชป. เตรียมล็อกเป้ารออภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีแล้ว เป็นการทำหน้าที่ฝ่ายค้านที่มุ่งเน้นความโปร่งใส โดยประเด็นหลักที่จะนำมาอภิปรายประกอบไปด้วย:

  • ความผิดปกติในการเพิ่มบัญชีนวัตกรรมที่ส่งผลต่อการจัดซื้อจัดจ้าง
  • การใช้งบเงินกู้ 400,000 ล้านบาทที่ขาดความชัดเจนและเร่งด่วนเกินความจำเป็น
  • ข้อเสนอแนะในการลดต้นทุนพลังงานเพื่อช่วยประชาชนแทนการแจกเงิน
  • การเปรียบเทียบแผนโครงการ “เซาเทิร์น คอนเนกต์” กับโครงการแลนด์บริดจ์ของรัฐบาล

แม้จะมีจำนวน สส. ในสภาเพียง 21 เสียง แต่พรรคประชาธิปัตย์ยังคงยืนหยัดทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างเต็มกำลัง นายอภิสิทธิ์ยังฝากทิ้งท้ายว่า หากรัฐบาลยอมรับข้อเสนอแนะในการลดภาษีสรรพสามิตเพื่อลดต้นทุนพลังงาน จะเป็นทางออกที่ดีกว่าการก่อหนี้เพิ่มเพื่อมาหมุนเวียนแจกจ่ายในระยะสั้น การทำหน้าที่ฝ่ายค้านในครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการหาเรื่องโจมตี แต่เป็นการเสนอทางออกเชิงนโยบายเพื่อประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติในระยะยาวอย่างแท้จริง

ที่มา – “อภิสิทธิ์” เผย ปชป. เตรียมล็อกเป้ารออภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีแล้ว

อภิสิทธิ์ หวั่นมวยล้มสอบทุจริตสอบท้องถิ่น แนะใช้คนนอกทำ

อภิสิทธิ์ หวั่นมวยล้มสอบทุจริตสอบท้องถิ่น แนะใช้คนนอกทำ

กลายเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก เมื่อคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ออกมาแสดงความกังวลอย่างชัดเจนเกี่ยวกับกระบวนการตรวจสอบกรณีที่เชื่อว่ามีการล็อกผลสอบข้าราชการท้องถิ่น ซึ่งดำเนินการโดยกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นในขณะนี้ โดยคุณอภิสิทธิ์มองว่ามีความเสี่ยงสูงที่คดีนี้จะกลายเป็นแค่ “มวยล้ม” ที่สาวไม่ถึงตัวการใหญ่ หรือจบลงที่การลงโทษแค่เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติงานเท่านั้น

ประเด็นเรื่อง อภิสิทธิ์ หวั่นมวยล้มสอบทุจริตสอบท้องถิ่น ไม่ใช่เรื่องไกลตัว เพราะนี่คือการรักษาความโปร่งใสของระบบราชการไทย การปล่อยให้ผู้ที่อยู่ในระบบตรวจสอบกันเองอาจนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ไม่น่าเชื่อถือ ดังนั้น การข้อเสนอให้ใช้บุคคลภายนอกเข้ามาเป็นคณะกรรมการ ถือเป็นทางออกที่น่าสนใจและมีความชอบธรรมสูงสุดในสายตาประชาชน เพื่อให้เกิดความกระจ่างและเป็นธรรมต่อผู้เข้าสอบทุกคนที่หวังพึ่งพาระบบคุณธรรม

ทำไมต้องใช้คนนอกจัดการตรวจสอบ?

คุณอภิสิทธิ์ได้ให้เหตุผลว่า การตั้งคณะกรรมการชุดต่างๆ ที่มีคนในองค์กรเป็นหลักอาจเกิดปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อน ทำให้เกิดความล่าช้าหรือการปกป้องพวกพ้อง หากเรายังยึดติดกับโครงสร้างเดิม อภิสิทธิ์ หวั่นมวยล้มสอบทุจริตสอบท้องถิ่น จะกลายเป็นบทสรุปที่ซ้ำรอยเดิมๆ อย่างปฏิเสธไม่ได้ สิ่งที่ประชาชนต้องการเห็นคือการทำงานที่อิสระ ปราศจากการแทรกแซงจากผู้มีอำนาจในระบบเดิม ข้อมูลที่ควรนำมาพิจารณามีดังนี้:

  • การตั้งคณะกรรมการสอบสวนต้องมีความเป็นกลางสูงสุด
  • การเปิดเผยข้อมูลให้สาธารณชนรับทราบในแต่ละขั้นตอน
  • การป้องกันไม่ให้มีการกดดันหรือข่มขู่พยานในกระบวนการสอบสวน
  • การนำเทคโนโลยีมาช่วยตรวจสอบเพื่อความเป็นธรรมต่อนักเรียน/ผู้เข้าสอบ

ท้ายที่สุดนี้ เราทุกคนต้องจับตามองกระบวนการทำงานของคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด การที่คุณ อภิสิทธิ์ หวั่นมวยล้มสอบทุจริตสอบท้องถิ่น และเสนอให้ใช้บุคลากรคนนอกเข้ามาทำ คือเสียงสะท้อนที่สำคัญเพื่อให้มั่นใจว่าระบบราชการไทยจะยังคงมีพื้นที่ให้กับคนเก่งและคนดีอย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่ที่สำหรับคนที่วิ่งเต้นได้ หากหน่วยงานรัฐจริงใจที่จะกู้ศรัทธาคืนมา การเริ่มต้นด้วยความโปร่งใสคือสิ่งที่สำคัญที่สุดครับ

ที่มา – “อภิสิทธิ์” หวั่นมวยล้มสอบทุจริตสอบท้องถิ่น แนะใช้บุคลากรคนนอกแทน

ปลัดมท. แย้ม 5 ข้าราชการ สถ. โกงสอบท้องถิ่น มีตำแหน่งเทียบชั้นอธิบดี

ปลัดมท. แย้ม 5 ข้าราชการ สถ. โกงสอบท้องถิ่น มีตำแหน่งเทียบชั้นอธิบดี

กลายเป็นประเด็นร้อนที่สังคมไทยกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิด สำหรับกรณีข่าวฉาวในแวดวงข้าราชการไทย เกี่ยวกับการทุจริตการสอบท้องถิ่น ซึ่งล่าสุดทางปลัดกระทรวงมหาดไทยได้ออกมาให้ความกระจ่างในเรื่องนี้แล้ว โดยมีการระบุถึงเหตุการณ์ที่มีการตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงกับข้าราชการระดับสูงจำนวน 5 ราย

หากพูดถึงเหตุการณ์ ปลัดมท. แย้ม 5 ข้าราชการ สถ. โกงสอบท้องถิ่น มีตำแหน่งเทียบชั้นอธิบดี หลายคนคงอยากทราบความคืบหน้าว่าบทสรุปจะเป็นอย่างไร นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้ออกมาชี้แจงว่า คณะกรรมการที่ถูกตั้งขึ้นมาตรวจสอบกรณีดังกล่าวนั้นมีจำนวนทั้งหมด 6-7 ท่าน ซึ่งถือเป็นชุดตรวจสอบที่มีความเชี่ยวชาญและเป็นธรรมที่สุด

เบื้องลึกการแต่งตั้งคณะกรรมการชุดพิเศษ

ความน่าสนใจของกระบวนการสอบสวนนี้อยู่ที่ตัวบุคคลที่มาเป็นประธานคณะกรรมการ โดยปลัดกระทรวงมหาดไทยได้เน้นย้ำว่า ผู้ที่จะมานั่งในตำแหน่งประธานนั้น จะต้องเป็นบุคคลที่มีตำแหน่งเทียบเท่าระดับอธิบดีหรือผู้บริหารระดับสูงของกรม เพื่อให้ความมั่นใจแก่สาธารณชนว่าการตรวจสอบ ปลัดมท. แย้ม 5 ข้าราชการ สถ. โกงสอบท้องถิ่น มีตำแหน่งเทียบชั้นอธิบดี จะมีความโปร่งใสและไม่มีการแทรกแซงจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอย่างแน่นอน

สิ่งที่ประชาชนทั่วไปติดตามกันอยู่คือรายชื่อของคณะกรรมการชุดนี้ อย่างไรก็ตามทางปลัดกระทรวงได้แจ้งขอสงวนชื่อบุคคลเอาไว้ก่อน เนื่องจากเหตุผลด้านความลับในการปฏิบัติหน้าที่และป้องกันผลกระทบต่อรูปคดี แต่ยืนยันว่าการตรวจสอบ ปลัดมท. แย้ม 5 ข้าราชการ สถ. โกงสอบท้องถิ่น มีตำแหน่งเทียบชั้นอธิบดี นั้นเป็นไปตามกรอบของกฎหมายอย่างเคร่งครัด

จากเหตุการณ์ครั้งนี้ มีประเด็นที่น่าสนใจดังนี้:

  • การตรวจสอบข้าราชการระดับสูงต้องใช้ความละเอียดรอบคอบ
  • การรักษาความลับของผู้สอบสวนเป็นสิ่งสำคัญมากเพื่อให้การสอบสวนเดินหน้าต่อได้
  • ความเชื่อมั่นของประชาชนคือหัวใจสำคัญของการทำงานในหน่วยงานรัฐ

ในมุมมองของผู้เขียน เชื่อว่าการปราบปรามการทุจริตในระบบราชการเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องทำอย่างจริงจัง ไม่ว่าผู้กระทำผิดจะมีตำแหน่งสูงเพียงใด การบังคับใช้กฎหมายที่เท่าเทียมจะเป็นบรรทัดฐานที่ดีให้กับข้าราชการรุ่นหลัง และช่วยให้ระบบการสอบคัดเลือกต่างๆ กลับมามีความศักดิ์สิทธิ์อีกครั้ง เราคงต้องมารอลุ้นกันต่อไปว่าบทลงโทษในท้ายที่สุดจะเป็นอย่างไร และจะมีการจัดการกับผู้กระทำผิดอย่างเข้มงวดแค่ไหน เพื่อรักษาความเชื่อมั่นของกระทรวงมหาดไทยเอาไว้ครับ

ที่มา – ปลัดมท. แย้ม 5 ข้าราชการ สถ. โกงสอบท้องถิ่น มีตำแหน่งเทียบชั้นอธิบดี

“สุทิน” หนุนตรวจคะแนนท้องถิ่น 15,520 รายใหม่ เพื่อให้หายสงสัยเรื่องทุจริต

เชื่อว่าหลายคนคงกำลังจับตามองกรณีข่าวฉาวเกี่ยวกับการสอบข้าราชการท้องถิ่นกันอยู่ใช่ไหมครับ? ล่าสุดประเด็นร้อนแรงที่ทุกคนให้ความสนใจคือเรื่องที่นายสุทิน คลังแสง ออกมาเคลื่อนไหวในกรณี “สุทิน” หนุนตรวจคะแนนท้องถิ่น 15,520 รายใหม่ เพื่อให้หายสงสัยเรื่องทุจริต เพราะเรื่องความโปร่งใสคือหัวใจสำคัญของการสอบเข้าหน่วยงานรัฐครับ

“สุทิน” หนุนตรวจคะแนนท้องถิ่น 15,520 รายใหม่ เพื่อให้หายสงสัยเรื่องทุจริต

เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นบทพิสูจน์ครั้งสำคัญของกระทรวงมหาดไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยนายสุทินได้ให้สัมภาษณ์เน้นย้ำว่า การรื้อฟื้นและตรวจสอบคะแนนสอบของผู้ที่ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งไปแล้วกว่า 15,520 รายนั้น เป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้ หากต้องการเรียกความเชื่อมั่นจากสังคมกลับคืนมา

ทำไมการตรวจสอบ “สุทิน” หนุนตรวจคะแนนท้องถิ่น 15,520 รายใหม่ เพื่อให้หายสงสัยเรื่องทุจริต ถึงมีความสำคัญ?

การตรวจสอบครั้งนี้ไม่ใช่แค่การไล่เบี้ยหาคนผิด แต่มันคือการสร้างบรรทัดฐานใหม่ โดยนายสุทินได้ให้แนวทางที่น่าสนใจไว้ดังนี้ครับ:

  • แยกแยะผู้บริสุทธิ์: ต้องระมัดระวังไม่ให้การสอบสวนละเมิดสิทธิของผู้ที่สอบติดด้วยความสามารถจริง
  • ลงโทษผู้กระทำผิด: หากพบการทุจริต ต้องถอดถอนสิทธิและดำเนินคดีให้ถึงที่สุดทั้งคนสอบและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
  • เรียกคืนความเชื่อมั่น: มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) และกระทรวงมหาดไทยต้องทำงานอย่างโปร่งใสที่สุด

หลายคนอาจสงสัยว่าการตรวจสอบย้อนหลังจะกระทบต่อการทำงานของระบบราชการหรือไม่? แต่ในมุมมองของผู้ที่เฝ้าติดตามข่าวสาร การปล่อยให้ความสงสัยติดค้างอยู่ในใจประชาชนอาจส่งผลเสียมากกว่าครับ การที่ “สุทิน” หนุนตรวจคะแนนท้องถิ่น 15,520 รายใหม่ เพื่อให้หายสงสัยเรื่องทุจริต ในครั้งนี้ จึงเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่า รัฐบาลต้องการจัดการปัญหาคอร์รัปชันอย่างจริงจัง

บทเรียนในครั้งนี้สอนให้เรารู้ว่า “ความยุติธรรมต้องกินได้และต้องเห็นผล” ไม่ว่าจะเป็นการสอบระดับไหน หากมีความไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้น สังคมยุคใหม่ที่มีโซเชียลมีเดียเป็นเครื่องมือตรวจสอบจะไม่ยอมให้เรื่องนี้เงียบหายไปอย่างแน่นอนครับ

ในฐานะประชาชน เราควรจับตาดูการทำงานของหน่วยงานที่รับผิดชอบต่อไปว่า จะสามารถพิสูจน์ความโปร่งใสได้มากน้อยแค่ไหน เพราะผลลัพธ์นี้จะเป็นตัวชี้วัดว่าระบบการคัดเลือกข้าราชการไทยจะสามารถก้าวข้ามปัญหาทุจริตไปได้หรือไม่ คุณล่ะคิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้? แสดงความคิดเห็นกันเข้ามาได้นะครับ

ที่มา – “สุทิน” หนุนตรวจคะแนนท้องถิ่น 15,520 รายใหม่ เพื่อให้หายสงสัยเรื่องทุจริต

สถ. เผยผลสอบทุจริตสอบท้องถิ่น มีมูลแก้คะแนน เร่งรีเช็ก 15,520 คน

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงที่หลายคนกำลังจับตามอง สำหรับกรณี สถ. เผยผลสอบทุจริตสอบท้องถิ่น มีมูลแก้คะแนน เร่งรีเช็ก 15,520 คน ที่ได้รับการบรรจุไปแล้ว หลังจากที่มีการร้องเรียนว่ามีขบวนการแอบอ้างเส้นสายในการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น จนนำไปสู่การตรวจค้นของเจ้าหน้าที่และพบหลักฐานที่น่าตกใจเกี่ยวกับกระบวนการแก้ไขกระดาษคำตอบ

สถ. เผยผลสอบทุจริตสอบท้องถิ่น มีมูลแก้คะแนน เร่งรีเช็ก 15,520 คน จริงหรือไม่?

จากการรายงานล่าสุดโดยกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น พบว่าความกังวลของสังคมเกี่ยวกับความโปร่งใสในการสอบนั้นมีมูลความจริง โดยตรวจพบความผิดปกติในกระบวนการประมวลผลคะแนน ซึ่งผลคะแนนในไฟล์ประมวลผลไม่ตรงกับข้อมูลในต้นฉบับกระดาษคำตอบที่เก็บรักษาไว้ในตู้นิรภัยอย่างปลอดภัย

รายละเอียดการตรวจสอบและมาตรการแก้ปัญหา

สืบเนื่องจากเหตุการณ์ สถ. เผยผลสอบทุจริตสอบท้องถิ่น มีมูลแก้คะแนน เร่งรีเช็ก 15,520 คน ที่บรรจุแล้ว ทำให้หน่วยงานต้องเร่งดำเนินการโดยด่วนเพื่อกู้คืนความเชื่อมั่น โดยมีขั้นตอนการดำเนินงานดังนี้:

  • ตรวจสอบไฟล์ข้อมูลการประมวลผลคะแนนผู้เข้าสอบเปรียบเทียบกับภาพกระดาษคำตอบต้นฉบับ
  • ดำเนินการตรวจสอบข้อมูลซ้ำทั้งหมดสำหรับผู้ที่บรรจุและแต่งตั้งไปแล้วจำนวน 15,520 ราย ภายในกรอบเวลา 3 วัน ระหว่างวันที่ 4-6 กรกฎาคม 2569
  • ขยายผลสืบสวนหาผู้กระทำความผิด ทั้งในส่วนของผู้รับจ้างและบุคลากรภายในที่มีส่วนเกี่ยวข้อง

การดำเนินการในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการทำตามระเบียบ แต่ยังเป็นการรักษาความเสมอภาคและระบบคุณธรรมในการบรรจุเข้ารับราชการ ซึ่งความยุติธรรมควรเป็นพื้นฐานที่ไม่มีใครสามารถซื้อได้ด้วยเงิน

มุมมองต่อเหตุการณ์นี้

เหตุการณ์ สถ. เผยผลสอบทุจริตสอบท้องถิ่น มีมูลแก้คะแนน เร่งรีเช็ก 15,520 คน คือบทเรียนสำคัญของภาครัฐในการคัดเลือกบุคคลเข้าทำงาน การนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยและมีความโปร่งใสสูงมาใช้ในอนาคตจึงเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยที่ทำลายโอกาสของผู้สมัครสอบที่ทุ่มเทอ่านหนังสือด้วยความสุจริต

เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการกับผู้กระทำทุจริตอย่างเด็ดขาด ทั้งทางอาญาและทางวินัย เพื่อเป็นเยี่ยงอย่างและสร้างมาตรฐานการคัดเลือกข้าราชการไทยให้โปร่งใสและตรวจสอบได้ในทุกขั้นตอน

ที่มา – สถ. เผยผลสอบทุจริตสอบท้องถิ่น มีมูลแก้คะแนน เร่งรีเช็ก 15,520 คนที่บรรจุแล้วใน 3 วัน

ปลัด มท. ยอมรับอดีตอธิบดี สถ. 4 คน คาบเกี่ยวปม TOR

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในแวดวงข้าราชการไทย เมื่อข่าวการทุจริตสอบท้องถิ่นเริ่มขยายผลสู่ตัวบุคคลระดับบิ๊กในกระทรวงมหาดไทย ล่าสุด นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้ออกมาเปิดเผยความคืบหน้าสำคัญว่า ปลัด มท. ยอมรับอดีตอธิบดี สถ. 4 คน คาบเกี่ยวปม TOR ในกระบวนการจัดสอบที่มีปัญหา ซึ่งถือเป็นเรื่องใหญ่ที่สังคมกำลังจับตามองว่าความจริงเบื้องหลังเหตุการณ์นี้คืออะไรกันแน่

ปลัด มท. ยอมรับอดีตอธิบดี สถ. 4 คน คาบเกี่ยวปม TOR

เหตุการณ์เริ่มต้นจากการตรวจพบความผิดปกติในการสอบแข่งขันเข้ารับราชการท้องถิ่น ซึ่งมีการแก้ไขคะแนนอย่างเป็นระบบ โดยปลัดกระทรวงมหาดไทยยืนยันว่าจะมีการตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงกับข้าราชการที่เกี่ยวข้อง จำนวน 5 คนภายใน 1-2 วันนี้ สำหรับประเด็นที่น่าสนใจที่สุดคือการที่ ปลัด มท. ยอมรับอดีตอธิบดี สถ. 4 คน คาบเกี่ยวปม TOR ซึ่งหมายความว่าเรื่องนี้อาจมีเงื่อนงำยาวนานกว่าที่คิด

รายละเอียดการตรวจสอบความโปร่งใส

การดำเนินการในครั้งนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่ทางวินัย แต่ยังรวมถึงการดำเนินคดีอาญาอย่างเด็ดขาด โดยมีการประสานงานกับหน่วยงานตรวจสอบระดับชาติหลายฝ่าย เพื่อคลี่คลายปมทุจริตที่สร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของระบบการสอบเข้ารับราชการ ดังนี้:

  • การสอบสวนข้าราชการระดับสูงที่มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรง
  • ความร่วมมือระหว่างกระทรวงมหาดไทย ตำรวจสอบสวนกลาง และ ป.ป.ช.
  • การขยายผลตรวจสอบย้อนหลัง 3-6 เดือนเพื่อหาตัวการที่แท้จริง
  • การพิจารณาให้ออกจากราชการไว้ก่อนสำหรับผู้ที่มีหลักฐานแน่นหนา

หลายคนตั้งคำถามว่า เหตุใดการฮั้วหรือการจัดทำ TOR ถึงลากยาวมาได้หลายยุคสมัย การที่ ปลัด มท. ยอมรับอดีตอธิบดี สถ. 4 คน คาบเกี่ยวปม TOR เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความกล้าหาญในการสะสางปัญหาที่สะสมมานาน ซึ่งเราในฐานะประชาชนคงต้องเฝ้าติดตามผลการสอบสวนของ ป.ป.ช. อย่างใกล้ชิดต่อไปว่า ใครบ้างที่ต้องรับผิดชอบต่อความไม่โปร่งใสที่เกิดขึ้น และหวังว่ากระบวนการยุติธรรมจะสามารถคืนความมั่นใจให้กับผู้เข้าสอบทุกคนได้ในเร็ววันครับ

ที่มา – ปลัด มท. ยอมรับอดีตอธิบดี สถ. 4 คน คาบเกี่ยวปม TOR เตรียม ตั้ง กก. สอบ 5 ขรก. ฟันอาญา

กลุ่มผู้สอบท้องถิ่นผ่าน ร้องนายกฯ หวั่นไม่เรียกบรรจุ

กลุ่มผู้สอบท้องถิ่นผ่าน ร้องนายกฯ หวั่นไม่เรียกบรรจุ

กลายเป็นประเด็นร้อนที่หลายคนกำลังจับตามอง สำหรับกรณีที่กลุ่มตัวแทนผู้ขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้โดยสุจริต ประจำปี 2568 ได้เดินทางไปยื่นหนังสือเพื่อขอความเป็นธรรม ณ ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล 1111 เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา เนื่องจากมีความกังวลใจอย่างมากว่าตนเองอาจจะไม่ได้รับการเรียกตัวเข้าบรรจุงาน ทั้งที่สอบผ่านด้วยความรู้ความสามารถของตนเองอย่างโปร่งใส

สาเหตุหลักที่ทำให้ กลุ่มผู้สอบท้องถิ่นผ่าน ร้องนายกฯ หวั่นไม่เรียกบรรจุ ในครั้งนี้ มาจากความเงียบหายของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะผู้ที่เป็นกลุ่มที่ 4 ซึ่งยังไม่ได้รับแจ้งการรายงานตัวอย่างเป็นทางการ ทำให้เกิดคำถามมากมายว่าสถานะการบรรจุของพวกเขานั้นเป็นอย่างไร และมีอุปสรรคใดที่ขัดขวางกระบวนการดังกล่าวอยู่หรือไม่

ท่าทีของรัฐบาลต่อประเด็น กลุ่มผู้สอบท้องถิ่นผ่าน ร้องนายกฯ หวั่นไม่เรียกบรรจุ

ทางด้านรัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยนางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และ น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาให้คำมั่นว่า นายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้รับทราบถึงปัญหาแล้วและฝากเป็นกำลังใจให้กับผู้สมัครทุกคน โดยย้ำหลักเกณฑ์สำคัญดังนี้:

  • รัฐบาลยืนยันจะดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดอย่างจริงจังในทุกขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรม
  • ผู้ที่ตั้งใจสอบด้วยความสุจริตและได้รับผลกระทบ จะต้องได้รับการดูแลให้ได้รับความเป็นธรรมอย่างทั่วถึง
  • รัฐบาลพร้อมประสานงานร่วมกับกระทรวงมหาดไทยเพื่อเร่งสร้างความกระจ่างให้แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยเร็วที่สุด

แม้ว่าจะมีกระแสข่าวเรื่องการร้องเรียนเกี่ยวกับการทุจริตการสอบท้องถิ่นเข้ามาเป็นระยะ แต่ฝั่งรัฐบาลยืนยันว่าจำนวนเรื่องร้องเรียนยังมีไม่เกิน 100 เรื่อง และไม่ได้นิ่งเฉยต่อผลกระทบที่เกิดกับผู้สมัครที่บริสุทธิ์ใจ ทั้งนี้ หากใครได้รับผลกระทบเพิ่มเติม สามารถยื่นเรื่องราวร้องทุกข์ได้ที่ศูนย์ 1111 ซึ่งเปิดรับเรื่องโดยไม่จำกัดกรอบเวลา

บทเรียนในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าความโปร่งใสในการสอบแข่งขันภาครัฐเป็นเรื่องละเอียดอ่อนและส่งผลกระทบต่อชีวิตอนาคตของคนจำนวนมาก การที่ กลุ่มผู้สอบท้องถิ่นผ่าน ร้องนายกฯ หวั่นไม่เรียกบรรจุ ได้รวมตัวกันออกมาเรียกร้องสิทธินั้น ถือเป็นสัญญาณว่าคนรุ่นใหม่ต้องการความชัดเจนในการทำงานของรัฐ และเราเชื่อมั่นว่าหากผู้ที่ทำหน้าที่ตรวจสอบจริงจังและให้ข้อมูลที่โปร่งใส ความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อระบบการสอบท้องถิ่นจะกลับมาฟื้นตัวได้ในที่สุด สำหรับผู้ที่กำลังรอฟังข่าวดี ขอให้อดทนและติดตามการอัปเดตจากหน่วยงานต้นสังกัดอย่างใกล้ชิด เพราะความยุติธรรมคือสิ่งที่รัฐต้องมอบให้แก่ผู้ที่ผ่านการทดสอบด้วยความสามารถอย่างแท้จริง

ที่มา – กลุ่มผู้สอบท้องถิ่นผ่าน ร้องนายกฯ หวั่นไม่เรียกบรรจุ รัฐบาลย้ำให้ความเป็นธรรม

เจาะลึก ทุจริตสอบท้องถิ่น ข้าราชการ สถ. เอี่ยว 5 ราย

ทุจริตสอบท้องถิ่น ข้าราชการสถ. เอี่ยว 5 ราย สุ่มกระดาษคำตอบ 79 ราย เจอไม่ตรง 48 ราย

กลายเป็นประเด็นร้อนที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก เมื่อมีการแฉพฤติการณ์ ทุจริตสอบท้องถิ่น ข้าราชการสถ. เอี่ยว 5 ราย สุ่มกระดาษคำตอบ 79 ราย เจอไม่ตรง 48 ราย ซึ่งถือเป็นการทำลายความเชื่อมั่นของระบบการสอบคัดเลือกข้าราชการในประเทศไทยเป็นอย่างมาก ล่าสุด นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ออกมาแถลงการณ์ด้วยตนเองหลังจากสั่งให้มีการตรวจสอบภายใน 7 วันที่ผ่านมา

สรุปเหตุการณ์ ทุจริตสอบท้องถิ่น ข้าราชการสถ. เอี่ยว 5 ราย สุ่มกระดาษคำตอบ 79 ราย เจอไม่ตรง 48 ราย

จากการตรวจสอบอย่างละเอียด พบความผิดปกติมากมายในกระบวนการประมวลผลคะแนน โดยมีข้อสรุปที่น่าตกใจดังนี้:

  • มีการสุ่มตรวจกระดาษคำตอบจำนวน 79 ราย พบว่าคะแนนไม่ตรงกับไฟล์ประมวลผลสูงถึง 48 ราย
  • มีการแก้ไขคะแนนทั้งภาค ก. และภาค ข. เพิ่มขึ้นอย่างผิดปกติเพื่อให้ผ่านเกณฑ์
  • ข้าราชการสังกัดกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) จำนวน 5 ราย มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างมีนัยยะสำคัญ
  • มีการทำงานร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐ ผู้รับจ้าง และบริษัทเอกชนภายนอกในการแก้ไขข้อมูลคะแนน

สถานการณ์ ทุจริตสอบท้องถิ่น ข้าราชการสถ. เอี่ยว 5 ราย สุ่มกระดาษคำตอบ 79 ราย เจอไม่ตรง 48 ราย ไม่ใช่แค่เรื่องของความผิดวินัยข้าราชการเท่านั้น แต่อาจขยายผลไปสู่คดีอาญาด้วย โดยทางกระทรวงมหาดไทยยืนยันว่าจะไม่มีการปกป้องผู้กระทำความผิดอย่างแน่นอน แม้ขณะนี้จะยังอยู่ในขั้นตอนการตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงก็ตาม

สิ่งสำคัญที่ประชาชนคนรุ่นใหม่ที่มุ่งหวังจะเข้าสู่ระบบราชการต้องการในขณะนี้ คือความโปร่งใสและตรวจสอบได้ การสอบแต่ละครั้งควรมีมาตรฐานระดับสากล ไม่ใช่ปล่อยให้เกิดการล็อกผลหรือการแก้ไขคะแนนผ่านช่องโหว่ของผู้รับจ้างและเจ้าหน้าที่ที่ไม่ซื่อสัตย์ การทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาของกระทรวงมหาดไทยในครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการกวาดล้างการคอร์รัปชันในระบบการสอบราชการให้หมดสิ้นไป

เราในฐานะประชาชนต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตา และหวังว่าบทสรุปของคดีนี้จะนำไปสู่การปฏิรูปกระบวนการสอบครั้งต่อๆ ไป ให้มีความเป็นธรรมกับผู้เข้าสอบทุกคนที่ตั้งใจอ่านหนังสือและสอบด้วยความสามารถที่แท้จริง เพราะความสุจริตคือหัวใจสำคัญของการทำงานรับใช้ประชาชน

ที่มา – ทุจริตสอบท้องถิ่น ข้าราชการสถ. เอี่ยว 5 ราย สุ่มกระดาษคำตอบ 79 ราย เจอไม่ตรง 48 ราย

ลิซ่า จี้ยกเลิกคำสั่ง คสช. คืนอำนาจจัดสอบให้ท้องถิ่น

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในสภาฯ เมื่อ “ลิซ่า” ภคมน หนุนอนันต์ สส.พรรคประชาชน ได้ออกมาอภิปรายอย่างเผ็ดร้อนเกี่ยวกับปัญหางบประมาณและการกระจายอำนาจ โดยเฉพาะข้อเสนอที่ให้ “ลิซ่า” จี้ยกเลิกคำสั่ง คสช. คืนอำนาจจัดสอบให้ท้องถิ่น เพื่อแก้ปัญหาการทุจริตเชิงโครงสร้างที่ฝังรากลึกอยู่ในปัจจุบัน

“ลิซ่า” จี้ยกเลิกคำสั่ง คสช. คืนอำนาจจัดสอบให้ท้องถิ่น

จากการอภิปรายงบประมาณปี 2570 พบว่าสัดส่วนงบประมาณที่ส่งไปให้ท้องถิ่นยังคงไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่ 35% ซึ่งส่งผลกระทบต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่โดยตรง นอกจากนี้ ในประเด็นการสอบแข่งขันเพื่อคัดเลือกบุคลากรท้องถิ่นนั้น เมื่อครั้งอดีตมีคำสั่ง คสช. เข้ามาดึงอำนาจไปไว้ที่ส่วนกลางด้วยข้ออ้างว่าเพื่อความโปร่งใส แต่ผลลัพธ์กลับกลายเป็นตลกร้าย

แฉกลโกงขบวนการสอบสวนที่ส่วนกลาง

ปัจจุบันพบว่าการจัดสอบที่รวมศูนย์ไว้ที่ส่วนกลางกลับเต็มไปด้วยการทุจริตอย่างเป็นระบบ มีการตั้งข้อสังเกตตั้งแต่กระบวนการจัดพิมพ์ข้อสอบที่ใช้โรงพิมพ์เดียวกับบัตรเลือกตั้ง ไปจนถึงการหลุดของไฟล์เฉลยข้อสอบ “ลิซ่า” จี้ยกเลิกคำสั่ง คสช. คืนอำนาจจัดสอบให้ท้องถิ่น เพราะเชื่อว่าการคืนอิสระให้อปท. กว่า 7,000 แห่งทั่วประเทศ จะช่วยลดช่องว่างในการทุจริตและสร้างความเป็นธรรมได้มากกว่า

  • ทุจริตเป็นระบบ: มีการรั่วไหลของข้อสอบตั้งแต่ขั้นตอนการออกข้อสอบ
  • ความหละหลวมของ TOR: เจ้าหน้าที่ขาดการตรวจสอบอย่างเข้มงวด
  • คำถามถึงหน่วยงานรัฐ: ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. ได้ทำหน้าที่ของตนเองอย่างเต็มที่แล้วหรือไม่

สิ่งที่เกิดขึ้นนี้เป็นภาพสะท้อนของระบบราชการไทยที่มักใช้อำนาจรวมศูนย์เป็นเครื่องมือในการแสวงหาผลประโยชน์ การกระจายอำนาจจึงไม่ใช่เพียงเรื่องของงบประมาณ แต่คือเรื่องของ “ความโปร่งใสและการตรวจสอบได้” ซึ่งหากรัฐบาลยังคงอุ้มชูระบบเดิมไว้ ก็ยากที่จะกู้คืนความเชื่อมั่นจากประชาชนได้

ในมุมมองของผู้เขียน ความพยายามในการปฏิรูปครั้งนี้ถือเป็นการท้าทายระบบราชการที่ล้าหลัง การคืนอำนาจให้ท้องถิ่นจัดสอบเองไม่เพียงแต่จะช่วยให้ได้บุคลากรที่เหมาะสมกับพื้นที่ แต่ยังเป็นการคืนศักดิ์ศรีให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ควรมีความเป็นอิสระในการบริหารงาน นี่คือบทพิสูจน์สำคัญที่รัฐบาลต้องเลือกว่าจะยืนอยู่ข้างประชาชนหรือข้างระบบอุปถัมภ์ที่กัดกินประเทศมาอย่างยาวนาน

ที่มา – “ลิซ่า” จี้ยกเลิกคำสั่ง คสช. คืนอำนาจจัดสอบให้ท้องถิ่น แฉยับส่วนกลางโกงเป็นระบบ

Scroll to top