กระทรวงการพัฒนาสังคม

“นิกร”นำทีม ลงพื้นที่จ.พิษณุโลก มอบสิทธิสวัสดิการของรัฐ

เมื่อเร็วๆ นี้ เกิดประเด็นน่าสนใจในแวดวงการพัฒนาสังคม เมื่อ“นิกร”นำทีม ลงพื้นที่จ.พิษณุโลก มอบสิทธิสวัสดิการของรัฐถึงมือกลุ่มเปราะบาง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตพี่น้องประชาชนให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน โดยการลงพื้นที่ครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการนำงบประมาณหรือสิ่งของไปมอบให้เท่านั้น แต่ยังเป็นการเปิดช่องทางให้ประชาชนเข้าถึงสิทธิที่ควรได้รับอย่างเต็มที่

“นิกร”นำทีม ลงพื้นที่จ.พิษณุโลก มอบสิทธิสวัสดิการของรัฐถึงมือกลุ่มเปราะบาง

การดำเนินงานของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ภายใต้การนำของนายนิกร โสมกลาง ได้มุ่งเน้นการสร้างสังคมที่ “อยู่ดี มีโอกาส” สำหรับทุกคน โดยเฉพาะการลงพื้นที่จ.พิษณุโลกในครั้งนี้ ได้มีการขับเคลื่อนนโยบาย พม. 8 ด้าน ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การมอบเอกสารสิทธิในที่ดินทำกิน ไปจนถึงการสนับสนุนเงินอุดหนุนเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของกลุ่มเปราะบางในพื้นที่อำเภอเมืองและอำเภอบางระกำ

สรุปภารกิจสำคัญเมื่อ “นิกร”นำทีม ลงพื้นที่จ.พิษณุโลก มอบสิทธิสวัสดิการของรัฐถึงมือกลุ่มเปราะบาง

จากการลงพื้นที่ดังกล่าว มีความช่วยเหลือที่ส่งตรงถึงมือประชาชนที่น่าสนใจ ดังนี้:

  • การมอบหนังสือแสดงการทำประโยชน์ (น.ค.3) และหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในที่ดิน (น.ค.1) ให้กับสมาชิกนิคมสร้างตนเองบางระกำ
  • การมอบบัตรประจำตัวคนพิการและการประเมินความพิการเชิงสังคม
  • การสนับสนุนเงินอุดหนุนโครงการบ้านพอเพียง เพื่อความมั่นคงในที่อยู่อาศัย
  • การมอบเงินสงเคราะห์แก่ผู้ประสบปัญหาทางสังคมและผู้สูงอายุ

นายนิกรได้ย้ำว่า “ที่ดิน” คือฐานรากสำคัญของชีวิต หากประชาชนมีที่ดินทำกินที่ถูกต้องตามกฎหมาย มีอาชีพ มีรายได้ ก็จะนำไปสู่ครอบครัวที่เข้มแข็ง และท้ายที่สุดชุมชนก็จะเติบโตได้อย่างมั่นคง โดยกระทรวง พม. พร้อมจะเป็น “กำแพงพิงหลัง” และผู้สร้างโอกาสให้กับทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน

นอกเหนือจากเรื่องที่ดินแล้ว ทางกระทรวงยังได้เยี่ยมชมโมเดลการจัดเก็บรายได้ของนิคมสร้างตนเองบางระกำจากกิจการพลังงาน เพื่อนำมาเป็นแนวทางในการพัฒนาพื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อคนในท้องถิ่น สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความใส่ใจในการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ ไม่เพียงแค่การสงเคราะห์ระยะสั้น แต่เป็นการมองหาโอกาสใหม่ๆ เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

ถือเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนว่าภาครัฐกำลังปรับตัวเข้าหาประชาชนอย่างจริงจัง การทำงานเชิงรุกแบบนี้เปรียบเสมือนแสงสว่างที่ช่วยให้กลุ่มเปราะบางในพื้นที่ห่างไกลรู้สึกว่าพวกเขาไม่ได้ถูกทอดทิ้ง และรัฐพร้อมที่จะเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตของทุกคนให้ดีขึ้นในทุกมิติ เชื่อมั่นว่าหากแนวทางนี้ถูกขยายผลไปทั่วประเทศ จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำและสร้างสังคมที่เข้มแข็งได้อย่างแน่นอน

ที่มา – “นิกร”นำทีม ลงพื้นที่จ.พิษณุโลก มอบสิทธิสวัสดิการของรัฐถึงมือกลุ่มเปราะบาง

“นิกร” รมว.พม. ติดตามเหตุรถพุ่งชนศูนย์เด็กเล็ก กาญจนบุรี

จากเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่เกิดขึ้นกับศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านหนองสองตอน จังหวัดกาญจนบุรี เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งมีเหตุรถยนต์พุ่งชนเข้าไปในพื้นที่ศูนย์ฯ ทำให้เด็กและบุคลากรได้รับบาดเจ็บ สร้างความตกใจให้กับผู้ปกครองและคนในพื้นที่เป็นอย่างมาก ล่าสุด “นิกร” รมว.พม. ติดตามเหตุรถพุ่งชนศูนย์เด็กเล็ก กาญจนบุรี อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินสถานการณ์และหาทางช่วยเหลือเยียวยาทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง

“นิกร” รมว.พม. ติดตามเหตุรถพุ่งชนศูนย์เด็กเล็ก กาญจนบุรี

นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ได้ลงพื้นที่ด้วยตนเองเพื่อพบปะกับคณะครูและครอบครัวผู้ได้รับบาดเจ็บ โดยเน้นย้ำว่ากระทรวงฯ จะไม่ทอดทิ้งใคร และจะดำเนินการในทุกมิติ ทั้งด้านการรักษาพยาบาลและสภาพจิตใจของเด็กๆ ที่ประสบเหตุการณ์ดังกล่าวให้ดีที่สุด

มาตรการเยียวยาจาก พม.

จากการรายงานสถานการณ์ปัจจุบัน “นิกร” รมว.พม. ติดตามเหตุรถพุ่งชนศูนย์เด็กเล็ก กาญจนบุรี พบว่าเด็กส่วนใหญ่ได้รับการรักษาและกลับบ้านได้แล้ว แต่ยังมีเด็กอีก 1 รายที่ยังคงต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด โดยทางกระทรวงฯ ได้เตรียมมาตรการสนับสนุนดังนี้:

  • ส่งทีมนักสังคมสงเคราะห์และนักจิตวิทยาจากกรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.) ลงพื้นที่เยี่ยมบ้านเพื่อประเมินภาวะจิตใจ
  • ตรวจสอบและให้ความช่วยเหลือด้านสวัสดิการสังคมแก่ครอบครัวผู้ประสบภัย
  • ติดตามกระบวนการรักษาพยาบาลเพื่อให้มั่นใจว่าเด็กจะได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง

เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนสำคัญในเรื่องความปลอดภัยของพื้นที่สาธารณะ โดยเฉพาะศูนย์พัฒนาเด็กเล็กที่ต้องมีความปลอดภัยสูงสุด การที่หน่วยงานภาครัฐลงมาดูแลอย่างทันท่วงทีนับเป็นสิ่งที่ช่วยบรรเทาความกังวลใจของพ่อแม่ผู้ปกครองได้เป็นอย่างดี ในฐานะคนในสังคม เราขอส่งกำลังใจให้เด็กๆ ทุกคนและครอบครัวผ่านพ้นเหตุการณ์นี้ไปได้อย่างเข้มแข็ง และขอให้เด็กที่ยังพักรักษาตัวอยู่หายป่วยเป็นปกติโดยเร็วที่สุดครับ

ที่มา – “นิกร” รมว.พม. ติดตามเหตุรถพุ่งชนศูนย์เด็กเล็ก กาญจนบุรี เร่งเยียวยาจิตใจ-สวัสดิการเด็กบาดเจ็บ

เงินอุดหนุนบุตร เดือนสิงหาคม 2569 โอนแล้ว 600 บาท

สวัสดีค่ะคุณพ่อคุณแม่ทุกท่าน สำหรับใครที่กำลังรอคอยความช่วยเหลือจากภาครัฐ วันนี้มีข่าวดีมาบอกค่ะ เพราะล่าสุดทางกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือ พม. ได้ทำการโอนเงินอุดหนุนบุตร เดือนสิงหาคม 2569 เข้าบัญชีของผู้ที่มีสิทธิเรียบร้อยแล้วนะคะ โดยเป็นการจ่ายเงินจำนวน 600 บาท สำหรับรอบเดือนกรกฎาคม 2569 ซึ่งโอนให้เมื่อวันที่ 10 สิงหาคมที่ผ่านมาค่ะ

ตรวจสอบสิทธิ เงินอุดหนุนบุตร เดือนสิงหาคม 2569

หลายท่านอาจจะยังสงสัยว่าเราจะเช็กอย่างไรว่าเงินเข้าหรือยัง ไม่ต้องกังวลเลยค่ะ คุณสามารถตรวจสอบสถานะการรับเงินด้วยตัวเองง่ายๆ ผ่านช่องทางออนไลน์ที่สะดวกและรวดเร็ว โดยมีช่องทางดังนี้ค่ะ:

  • เว็บไซต์กรมกิจการเด็กและเยาวชน http://csgcheck.dcy.go.th
  • แอปพลิเคชัน “เงินเด็ก”
  • แอปพลิเคชัน “ทางรัฐ”

ขั้นตอนการลงทะเบียนรับเงินอุดหนุนบุตร เดือนสิงหาคม 2569

สำหรับผู้ปกครองท่านใดที่ยังไม่ได้ลงทะเบียน หรือเด็กๆ เพิ่งคลอดและมีสัญชาติไทย สามารถยื่นคำร้องได้เลยนะคะ โดยไม่ต้องยึดตามทะเบียนบ้าน แต่ให้ไปติดต่อ ณ พื้นที่ที่คุณพ่อคุณแม่และลูกน้อยอาศัยอยู่จริงค่ะ โดยแบ่งจุดรับลงทะเบียนดังนี้:

  • กรุงเทพมหานคร: ติดต่อได้ที่สำนักงานเขต
  • เมืองพัทยา: ติดต่อที่ศาลาว่าการเมืองพัทยา
  • ส่วนภูมิภาค: ติดต่อที่องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) หรือเทศบาลใกล้บ้านได้เลยค่ะ

อีกหนึ่งช่องทางที่สะดวกสุดๆ คือการลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน “เงินเด็ก” แต่ก่อนจะลงทะเบียนอย่าลืมยืนยันตัวตนผ่านแอปฯ ThaiD ของกรมการปกครองให้เรียบร้อยก่อนนะคะ หากตรวจสอบสิทธิผ่านแล้ว เงินจะได้รับย้อนหลังนับตั้งแต่เดือนที่ลงทะเบียนเลยค่ะ

หากคุณพ่อคุณแม่ท่านไหนมีข้อสงสัยเพิ่มเติม หรือต้องการสอบถามรายละเอียดเรื่องการรับสิทธิ สามารถติดต่อได้ที่ศูนย์ปฏิบัติการโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด กรมกิจการเด็กและเยาวชน หมายเลขโทรศัพท์ 02-651-6902 หรือสายด่วนศูนย์ช่วยเหลือสังคม 1300 ได้ตลอด 24 ชั่วโมงเลยค่ะ สุดท้ายนี้ การได้รับเงินสนับสนุนส่วนนี้ถือเป็นตัวช่วยที่ดีในการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายสำหรับครอบครัว หวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์กับทุกบ้านนะคะ

ที่มา – เงินอุดหนุนบุตร เดือนสิงหาคม 2569 พม. โอนเงิน 600 บาท เข้าบัญชีผู้มีสิทธิแล้ว

กคช. เดินหน้า บ้านเคหะเพื่อคนไทย ลุย Senior Complex ชลบุรี

เชื่อว่าหลายคนกำลังจับตามองก้าวย่างสำคัญของการเคหะแห่งชาติ (กคช.) ที่ล่าสุดออกมาประกาศเดินหน้าขับเคลื่อนโครงการยักษ์ใหญ่ภายใต้ชื่อ กคช. เดินหน้า บ้านเคหะเพื่อคนไทย ลุย Senior Complex ชลบุรี โดยมุ่งหวังยกระดับมาตรฐานคุณภาพชีวิตของประชาชนไทยให้ดียิ่งขึ้น ด้วยการสร้างที่อยู่อาศัยที่เข้าถึงได้และเหมาะสมกับคนทุกช่วงวัยอย่างแท้จริง

กคช. เดินหน้า บ้านเคหะเพื่อคนไทย ลุย Senior Complex ชลบุรี

โครงการนี้ไม่ได้มีเพียงแค่ที่อยู่อาศัยทั่วไปเท่านั้น แต่การเคหะฯ ได้ให้ความสำคัญกับสังคมสูงวัย โดยการปั้นโมเดล Senior Complex ขึ้นมาในจังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นทำเลศักยภาพที่ออกแบบโดยยึดหลัก Universal Design เพื่อให้คุณตาคุณยายหรือผู้สูงวัยใช้ชีวิตได้อย่างสะดวก ปลอดภัย และมีความสุขท่ามกลางสิ่งแวดล้อมที่ดี ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ออกกำลังกายหรือมุมพักผ่อนหย่อนใจก็มีการจัดสรรไว้อย่างลงตัว

รายละเอียดการขับเคลื่อนโครงการบ้านเคหะเพื่อคนไทย

สำหรับการดำเนินงานของ กคช. เดินหน้า บ้านเคหะเพื่อคนไทย ลุย Senior Complex ชลบุรี นั้น มีแผนการดำเนินงานที่ชัดเจน โดยแบ่งออกเป็น 5 ระยะ ครอบคลุมกว่า 44,000 หน่วย เพื่อให้มั่นใจว่าประชาชนผู้มีรายได้น้อยและปานกลางจะมีโอกาสได้จับจองที่อยู่อาศัยที่มีคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็นการฟื้นฟูเมืองในเขตชุมชนดินแดง ทุ่งสองห้อง หรือพื้นที่อื่นๆ ทั่วประเทศ การเคหะฯ มุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนที่ดินว่างเปล่าให้กลายเป็นพื้นที่แห่งความหวังและการพัฒนาอย่างยั่งยืน

  • เร่งพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยตามแนวรถไฟฟ้าและพื้นที่เศรษฐกิจ
  • เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพย์สินจาก Land Bank
  • ส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดผ่านการติดตั้ง Solar Rooftop
  • ยกระดับโครงการฟื้นฟูเมืองเพื่อความปลอดภัยและทันสมัย

ในแง่ของการบริหารจัดการทรัพย์สิน การเคหะแห่งชาติยังได้นำที่ดินที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ (Sunk Cost) มาสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านโครงการเชิงพาณิชย์และโครงการพลังงานสะอาด ซึ่งถือเป็นแนวคิดการบริหารจัดการภาครัฐยุคใหม่ที่เน้นความคุ้มค่าและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมไปพร้อมๆ กัน การเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำผ่านการติดตั้งสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าและการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ จึงเป็นอีกหนึ่งก้าวที่น่าชื่นชมขององค์กร

ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีสำหรับพี่น้องประชาชนไทยที่จะได้เห็นโครงการดีๆ แบบนี้เกิดขึ้นจริง การเคหะแห่งชาติไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่ผู้สร้างบ้าน แต่ยังเป็นผู้สร้างสังคมแห่งคุณภาพชีวิตที่ดี การผลักดันโครงการเหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยแก้ปัญหาที่อยู่อาศัย แต่ยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับการพัฒนาที่อยู่อาศัยในอนาคต หากใครที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัยคุณภาพในราคาที่เอื้อมถึง อย่าลืมติดตามความคืบหน้าของแต่ละโครงการอย่างใกล้ชิด เพราะโอกาสดีๆ รอคุณอยู่ไม่ไกลครับ

ที่มา – กคช. เดินหน้า “บ้านเคหะเพื่อคนไทย” ลุย Senior Complex ชลบุรี และฟื้นฟูเมือง

ครม. รับทราบคุ้มครองสิทธิผู้หลากหลายทางเพศ ดันความเท่าเทียม

เชื่อว่าเพื่อนๆ หลายคนคงได้ยินข่าวดีที่น่าตื่นเต้นเกี่ยวกับประเด็นความเท่าเทียมทางเพศกันมาบ้างแล้วนะครับ เมื่อเร็วๆ นี้ คณะรัฐมนตรีได้มีมติรับทราบรายงานผลการศึกษาเรื่อง ครม. รับทราบคุ้มครองสิทธิผู้หลากหลายทางเพศ ดันความเท่าเทียมตั้งแต่ห้องเรียนถึงที่ทำงาน ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญที่หน่วยงานภาครัฐได้หันมาให้ความสนใจและลงมือทำอย่างจริงจัง เพื่อสร้างสังคมที่ทุกคนมีพื้นที่ของตัวเองอย่างปลอดภัยและเท่าเทียมกัน

ครม. รับทราบคุ้มครองสิทธิผู้หลากหลายทางเพศ ดันความเท่าเทียมตั้งแต่ห้องเรียนถึงที่ทำงาน

การขับเคลื่อนในครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของกฎหมายเท่านั้น แต่เป็นการปรับเปลี่ยนทั้งระบบ เริ่มตั้งแต่การศึกษา การสาธารณสุข ไปจนถึงสถานที่ทำงาน เพื่อให้มั่นใจว่าไม่ว่าคุณจะเป็นใคร คุณก็ได้รับสิทธิและการปฏิบัติอย่างเป็นธรรม โดยหน่วยงานหลักอย่างกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ได้เข้ามาเป็นแกนกลางในการเชื่อมโยงทุกภาคส่วนเข้าด้วยกัน

ก้าวต่อไปของสังคมไทยกับความเท่าเทียมที่จับต้องได้

เรามาดูกันดีกว่าว่าการที่รัฐบาลผลักดันนโยบาย ครม. รับทราบคุ้มครองสิทธิผู้หลากหลายทางเพศ ดันความเท่าเทียมตั้งแต่ห้องเรียนถึงที่ทำงาน นั้นส่งผลอย่างไรบ้าง:

  • ภาคการศึกษา: มีการบรรจุเรื่องความหลากหลายลงในหลักสูตร เพื่อสร้างความเข้าใจและยอมรับตั้งแต่เด็ก รวมถึงมีมาตรการสถานศึกษาปลอดภัย 3 ป. ที่คอยดูแลนักเรียนอย่างใกล้ชิด
  • ภาคสาธารณสุข: เกิดโครงการอย่าง BKK Pride Clinic ที่ให้บริการสุขภาพที่เป็นมิตร ไม่ตัดสิน และเข้าใจความต้องการเฉพาะตัวของผู้มีความหลากหลายทางเพศ
  • ภาคแรงงาน: สนับสนุนให้สถานประกอบการเปิดรับและเคารพความแตกต่าง ไม่เลือกปฏิบัติในการรับเข้าทำงานหรือให้สวัสดิการ

นอกจากนี้ ในมุมของกฎหมาย เรายังเห็นความพยายามอย่างต่อเนื่องในการผลักดันกฎหมายสมรสเท่าเทียม เพื่อให้ทุกคนมีความมั่นคงในชีวิตคู่และได้รับการรับรองสิทธิเท่ากับคู่รักทั่วไป นี่คือสิ่งที่สะท้อนว่าสังคมไทยกำลังก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ และมุ่งหน้าไปสู่ความหลากหลายที่สวยงาม

ในฐานะที่เราเป็นส่วนหนึ่งของสังคม การที่หน่วยงานระดับสูงอย่าง ครม. รับทราบคุ้มครองสิทธิผู้หลากหลายทางเพศ ดันความเท่าเทียมตั้งแต่ห้องเรียนถึงที่ทำงาน ถือเป็นสัญญาณบวกที่ยอดเยี่ยมครับ แม้ว่าเส้นทางข้างหน้าอาจต้องใช้เวลาปรับจูนความเข้าใจกันอีกสักนิด แต่การที่ภาครัฐเริ่มต้นให้ความสำคัญอย่างเป็นรูปธรรมเช่นนี้ คือพื้นฐานสำคัญที่จะทำให้ประเทศไทยเป็นพื้นที่ที่น่าอยู่สำหรับทุกคนอย่างแท้จริง ไม่ว่าคุณจะนิยามตัวเองว่าอย่างไรก็ตาม

แล้วคุณล่ะครับ มีความเห็นอย่างไรกับก้าวสำคัญครั้งนี้? มาร่วมแชร์ความคิดเห็นและเป็นกำลังใจให้กับความเท่าเทียมในสังคมไทยไปด้วยกันนะครับ เพราะทุกเสียงของคุณมีความหมายเสมอ

ที่มา – ครม. รับทราบคุ้มครองสิทธิผู้หลากหลายทางเพศ ดันความเท่าเทียมตั้งแต่ห้องเรียนถึงที่ทำงาน

ตร.ลุมพินี บุกรวบ 5 สาวต่างชาติ ยืนค้าประเวณีริมถนนสุขุมวิทซอย 4

เชื่อว่าหลายคนที่ผ่านไปย่านสุขุมวิทช่วงดึกๆ คงเคยได้ยินข่าวคราวกันมาบ้าง ล่าสุดเจ้าหน้าที่ชุดปราบปรามของ สน.ลุมพินี ได้ปฏิบัติการกวาดล้างครั้งใหญ่หลังจากมีประชาชนร้องเรียนผ่านโซเชียลมีเดียว่าพบกลุ่มชาวต่างชาติลักลอบยืนขายบริการริมถนนอย่างโจ่งแจ้ง ซึ่งข่าวดังกล่าวกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสมและการกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวในพื้นที่

ตร.ลุมพินี บุกรวบ 5 สาวต่างชาติ ยืนค้าประเวณีริมถนนสุขุมวิทซอย 4

เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองและกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว วางแผนเข้าจับกุมกลุ่มผู้กระทำความผิดบริเวณสุขุมวิทซอย 4 ซึ่งถือเป็นจุดที่มีนักท่องเที่ยวพลุกพล่าน การลงพื้นที่ในครั้งนี้สามารถตร.ลุมพินี บุกรวบ 5 สาวต่างชาติ ยืนค้าประเวณีริมถนนสุขุมวิทซอย 4 ได้ทันควัน หลังจากพบพฤติกรรมเชิญชวนนักท่องเที่ยวอย่างผิดกฎหมาย

รายละเอียดการจับกุมและการดำเนินคดี

จากการตรวจสอบพบว่าผู้ต้องหาทั้ง 5 ราย มีอายุระหว่าง 29-45 ปี ประกอบด้วยชาวเวียดนาม 3 ราย สาวประเภทสองชาวฟิลิปปินส์ 1 ราย และหญิงชาวแทนซาเนีย 1 ราย โดยกลุ่มคนเหล่านี้ถูกตั้งข้อหาหนักตาม พ.ร.บ.ค้าประเวณีฯ เนื่องจากทำให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญและเสื่อมเสียต่อสถานที่สาธารณะ นอกจากนี้ การตร.ลุมพินี บุกรวบ 5 สาวต่างชาติ ยืนค้าประเวณีริมถนนสุขุมวิทซอย 4 ในครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การดำเนินคดีทางพินัยเท่านั้น แต่เจ้าหน้าที่ยังประสานงานกับ ตม. อย่างเคร่งครัด

  • การทำบันทึกแบล็กลิสต์เพื่อห้ามเข้าประเทศไทยอีกต่อไป
  • การเพิกถอนวีซ่าของผู้กระทำผิดทั้งหมด
  • การผลักดันออกนอกราชอาณาจักรตามมาตรา 12(8) พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ. 2522

ความจริงจังของเจ้าหน้าที่ในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับการรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่เศรษฐกิจ การตร.ลุมพินี บุกรวบ 5 สาวต่างชาติ ยืนค้าประเวณีริมถนนสุขุมวิทซอย 4 แสดงให้เห็นว่าการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานเป็นสิ่งสำคัญมาก ไม่ว่าจะเป็น สน.ลุมพินี หรือทางตรวจคนเข้าเมือง ที่ต้องทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่องเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยเดิม

ในมุมมองของประชาชนทั่วไป การกวาดล้างสิ่งผิดกฎหมายในแหล่งท่องเที่ยวเป็นเรื่องที่เห็นด้วยอย่างยิ่ง เพราะนอกจากจะช่วยทำความสะอาดสังคมแล้ว ยังเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวที่มาเยือนประเทศไทยอีกด้วย แน่นอนว่าเรื่องนี้ยังต้องมีการติดตามกันต่อไปว่าทางตำรวจจะมีมาตรการเชิงรุกอย่างไรในระยะยาว เพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหาการลักลอบค้าประเวณีกลับมาเกิดขึ้นบนทางเดินเท้าสาธารณะได้อีก หากใครพบเห็นสิ่งผิดปกติในพื้นที่ สามารถแจ้งเบาะแสให้กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่ได้ทันทีเพื่อให้บ้านเมืองของเราน่าอยู่และปลอดภัยมากยิ่งขึ้นครับ

ที่มา – ตร.ลุมพินี บุกรวบ 5 สาวต่างชาติ ยืนค้าประเวณีริมถนนสุขุมวิทซอย 4 แจ้งข้อหาหนัก

เงินอุดหนุนบุตร เดือนกรกฎาคม 2569 โอนเงินเข้าแล้ว

สวัสดีคุณพ่อคุณแม่ทุกท่านครับ วันนี้มีข่าวดีมาฝากสำหรับผู้ที่รอคอยการโอนเงินช่วยเหลือจากภาครัฐ โดยล่าสุดมีความเคลื่อนไหวสำคัญเกี่ยวกับ เงินอุดหนุนบุตร เดือนกรกฎาคม 2569 ซึ่งทางกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือ พม. ได้ดำเนินการโอนเงินจำนวน 600 บาท เข้าบัญชีของผู้มีสิทธิเรียบร้อยแล้วเมื่อวันศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมาครับ

เงินอุดหนุนบุตร เดือนกรกฎาคม 2569 โอนเงินเข้าแล้ว

สำหรับมาตรการอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดนี้ ถือเป็นสวัสดิการที่สำคัญมากในการช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในครอบครัว โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายจำเป็นสำหรับลูกน้อย ซึ่งการจ่าย เงินอุดหนุนบุตร เดือนกรกฎาคม 2569 ในรอบนี้ได้โอนเข้าบัญชีธนาคารของผู้ปกครองโดยตรงเพื่อความสะดวกและรวดเร็ว หากใครที่ยังไม่แน่ใจว่าได้รับเงินหรือยัง สามารถเข้าไปตรวจสอบสิทธิได้ง่ายๆ ผ่านช่องทางออนไลน์ดังนี้ครับ

วิธีตรวจสอบสิทธิและช่องทางสอบถามข้อมูล

  • เว็บไซต์กรมกิจการเด็กและเยาวชนที่ csgcheck.dcy.go.th
  • แอปพลิเคชัน “เงินเด็ก”
  • แอปพลิเคชัน “ทางรัฐ”

นอกจากนี้ สำหรับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ที่บุตรหลานยังไม่ได้ลงทะเบียนรับสิทธิ หรือเพิ่งมีสมาชิกใหม่ในครอบครัว สามารถยื่นคำร้องได้ที่สำนักงานเขต (สำหรับกรุงเทพฯ), ศาลาว่าการเมืองพัทยา, หรือองค์การบริหารส่วนตำบลและเทศบาลในพื้นที่ที่คุณอาศัยอยู่จริงได้เลยครับ ไม่จำเป็นต้องยึดตามที่อยู่ทะเบียนบ้านแต่อย่างใด และยังสามารถลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน “เงินเด็ก” โดยต้องยืนยันตัวตนผ่านแอปฯ ThaiD ก่อนทุกครั้งครับ

หากคุณผู้ปกครองติดปัญหาหรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ เงินอุดหนุนบุตร เดือนกรกฎาคม 2569 สามารถติดต่อได้ที่ศูนย์ปฏิบัติการโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด เบอร์โทรศัพท์ 02-651-6902 หรือสายด่วนศูนย์ช่วยเหลือสังคม 1300 ได้ตลอด 24 ชั่วโมงครับ

ผมมองว่าสวัสดิการนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการสร้างความมั่นคงให้กับครอบครัวและลูกน้อยของเรา หากใครที่ตรวจสอบแล้วยังไม่ได้รับเงิน หรือมีข้อสงสัยเรื่องเอกสาร แนะนำให้รีบติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อให้สิทธิของเราไม่ตกหล่นนะครับ เพราะเงินก้อนนี้มีค่ามากสำหรับค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของเด็กๆ ทุกคนครับ

ที่มา – เงินอุดหนุนบุตร เดือนกรกฎาคม 2569 พม. โอนเงิน 600 บาท เข้าบัญชีผู้มีสิทธิแล้ว

ณัฐวุฒิ บี้สภาฯ ถก พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว ฉบับภาคประชาชน

ณัฐวุฒิ บี้สภาฯ ถก พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว ฉบับภาคประชาชน

กลายเป็นประเด็นสำคัญที่สังคมกำลังจับตามอง เมื่อคุณณัฐวุฒิ บัวประทุม สส. พรรคประชาชน ได้ออกมาเรียกร้องให้ทางสภาผู้แทนราษฎรเร่งพิจารณา พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว ฉบับภาคประชาชน ซึ่งถือเป็นกฎหมายที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความปลอดภัยของสมาชิกในครอบครัวและคุณภาพชีวิตของคนในสังคมไทย โดยกฎหมายฉบับนี้เข้าสู่กระบวนการนำเสนอโดยประชาชนกว่า 20,000 รายชื่อ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าปัญหาความรุนแรงในครอบครัวเป็นเรื่องที่รอไม่ได้อีกต่อไป

ทำไมต้องเร่งผลักดัน พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว ฉบับภาคประชาชน

หัวใจสำคัญของร่างกฎหมายที่ภาคประชาชนผลักดัน คือการยกเลิกกฎหมายฉบับเก่าตั้งแต่ปี 2550 ที่ใช้มาอย่างยาวนานและไม่ทันต่อสถานการณ์ปัจจุบัน โดยมีการปรับปรุงนิยามความรุนแรงในครอบครัวให้ครอบคลุมและชัดเจนยิ่งขึ้น รวมถึงการเพิ่มอำนาจให้พนักงานเจ้าหน้าที่และศาลเยาวชนและครอบครัวในการคุ้มครองสวัสดิภาพของผู้ถูกกระทำได้อย่างรวดเร็วและเป็นธรรม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว ฉบับภาคประชาชน จึงไม่ใช่เพียงแค่ตัวหนังสือ แต่คือเกราะป้องกันที่สำคัญสำหรับผู้ประสบชะตากรรมจากความรุนแรงในบ้านที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ

ประเด็นที่น่าสนใจที่คุณณัฐวุฒิย้ำคือ ไม่อยากให้สภาฯ ใช้เทคนิคดึงเกมหรือขอนำไปศึกษาก่อนเหมือนรัฐบาลในอดีต เพราะทุกนาทีที่กฎหมายล่าช้า หมายถึงโอกาสในการป้องกันเหตุร้ายที่อาจพรากชีวิตหรือทิ้งบาดแผลทางใจให้เหยื่ออีกจำนวนมหาศาล โดยร่างกฎหมายฉบับนี้มีสาระสำคัญหลายประการ ได้แก่:

  • การขยายนิยามความรุนแรงในครอบครัวให้สอดคล้องกับพฤติการณ์ในยุคปัจจุบัน
  • การเพิ่มอำนาจให้เจ้าหน้าที่และศาลในการออกคำสั่งคุ้มครองสวัสดิภาพทันที
  • การจัดระบบช่วยเหลือแบบสหวิชาชีพโดยคำนึงถึงความต้องการและสิทธิของผู้ถูกกระทำเป็นที่ตั้ง
  • การปรับปรุงกลไกการเยียวยาและคุ้มครองผู้ที่ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงอย่างเป็นรูปธรรม

อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการพิจารณากฎหมายก่อนปิดสมัยประชุม สภาฯ ยังมีวาระเร่งด่วนอื่นๆ อีกหลายฉบับที่ต้องพิจารณา ทำให้ความกังวลเรื่องการพิจารณาไม่ทันกลายเป็นโจทย์ใหญ่ที่ทุกคนต้องช่วยกันกดดันให้สภาดำเนินการให้เร็วที่สุด เพราะปัญหาสังคมนี้ส่งผลกระทบต่อเนื่องไปถึงเศรษฐกิจและจริยธรรมของคนในชาติ ความหวังเดียวในตอนนี้คือการที่สภาจะให้ความสำคัญกับเสียงของประชาชนและเร่งตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อผลักดันให้กฎหมายนี้บังคับใช้ได้จริง

ในมุมมองของผู้เขียน หากสภาผู้แทนราษฎรไม่ได้หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาพิจารณาอย่างจริงจังในสมัยประชุมนี้ ย่อมแสดงให้เห็นถึงความล้มเหลวในการตอบสนองต่อปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนโดยตรง การอ้างเหตุผลทางกฎหมายเพื่อเลื่อนวาระออกไปเพียงเพราะความไม่พร้อมหรือผลประโยชน์ฝ่ายการเมือง คือสิ่งที่ประชาชนไม่อาจยอมรับได้อีกต่อไป เราขอส่งกำลังใจให้การผลักดันกฎหมายนี้สำเร็จโดยเร็ว เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีกว่าของคนในสังคมไทย

ที่มา – “ณัฐวุฒิ” บี้สภาฯ ถก พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว ฉบับภาคประชาชน

โรงรับจำนำของรัฐ ฟรีดอกเบี้ย 1 เดือนเต็ม ให้เกษตรกร

เชื่อว่าพี่น้องเกษตรกรหลายท่านคงกำลังเหนื่อยกับค่าใช้จ่ายในช่วงเริ่มต้นฤดูกาลเพาะปลูกใช่ไหมครับ ล่าสุดมีข่าวดีที่น่าสนใจมาก เมื่อรัฐบาลมีนโยบายสนับสนุนให้ โรงรับจำนำของรัฐ ฟรีดอกเบี้ย 1 เดือนเต็ม ตลอดเดือน ก.ค. ให้เกษตรกรในช่วงฤดูกาลเพาะปลูก เพื่อเป็นการบรรเทาภาระทางการเงินและเติมสภาพคล่องให้เกษตรกรสามารถเดินหน้าทำการเกษตรได้อย่างราบรื่นที่สุด

โรงรับจำนำของรัฐ ฟรีดอกเบี้ย 1 เดือนเต็ม ให้เกษตรกรในช่วงฤดูกาลเพาะปลูก

การที่รัฐบาลสั่งให้สำนักงานธนานุเคราะห์หรือโรงรับจำนำของรัฐทั่วประเทศจัดโครงการพิเศษนี้ ถือเป็นความช่วยเหลือที่เป็นรูปธรรมมากครับ เพราะในช่วงเวลาที่ต้องเตรียมดิน จัดหาเมล็ดพันธุ์ ปุ๋ย และอุปกรณ์ต่างๆ เงินทุนหมุนเวียนสำคัญมาก การได้พักชำระดอกเบี้ยนานถึง 1 เดือน จะช่วยลดต้นทุนแฝงให้กับพี่น้องเกษตรกรได้เป็นอย่างดี

เงื่อนไขการใช้สิทธิ โรงรับจำนำของรัฐ ฟรีดอกเบี้ย 1 เดือนเต็ม ตลอดเดือน ก.ค. ให้เกษตรกรในช่วงฤดูกาลเพาะปลูก

สำหรับวิธีการเข้าถึงสิทธิดังกล่าว รัฐบาลได้ออกแบบขั้นตอนมาให้สะดวกและรวดเร็ว โดยแบ่งออกเป็นสองกลุ่มหลักๆ ดังนี้ครับ:

  • ลูกค้าใหม่: เพียงนำบัตรประจำตัวประชาชนตัวจริง พร้อมด้วยหลักฐานความเป็นเกษตรกร เช่น สมุดทะเบียนเกษตรกร ไปติดต่อยื่นเรื่องที่สถานธนานุเคราะห์ใกล้บ้านท่าน
  • ลูกค้าเดิม: หากเคยลงทะเบียนในฐานข้อมูลว่าเป็นเกษตรกรอยู่แล้ว ท่านสามารถยื่นเพียงบัตรประจำตัวประชาชนใบเดียว ก็รับสิทธิ์ฟรีดอกเบี้ยไปได้เลยทันที

นอกจากนี้ ทางรัฐบาลยังกำชับให้ทุกสาขาเปิดให้บริการในช่วงพักเที่ยงเพื่อให้เกษตรกรสามารถจัดการธุระได้สะดวกที่สุด โดยเปิดทำการในวันและเวลาราชการตั้งแต่ 08.00 – 16.30 น. ทั้งนี้ถือเป็นโอกาสดีที่ช่วยให้เกษตรกรไทยสามารถบริหารจัดการเงินทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นในช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดของปี

ในมุมมองของผม มาตรการ โรงรับจำนำของรัฐ ฟรีดอกเบี้ย 1 เดือนเต็ม ตลอดเดือน ก.ค. ให้เกษตรกรในช่วงฤดูกาลเพาะปลูก ครั้งนี้ แม้จะดูเป็นเรื่องเล็กน้อยสำหรับบางคน แต่สำหรับชาวสวนชาวนาแล้ว เงินที่ประหยัดจากดอกเบี้ยนี้สามารถนำไปต่อยอดซื้อปุ๋ยหรืออุปกรณ์จำเป็นได้อีกเยอะครับ หากใครที่กำลังต้องการเงินทุนหมุนเวียนอยู่ อย่าลืมไปใช้สิทธิ์กันนะครับ

ที่มา – รัฐบาลสั่งโรงรับจำนำของรัฐ ฟรีดอกเบี้ย 1 เดือนเต็ม ตลอดเดือน ก.ค. ให้เกษตรกรในช่วงฤดูกาลเพาะปลูก

Scroll to top