กระทรวงอุตสาหกรรม

“อรรถวิชช์” ชี้พิรุธตรวจเหล็ก ซินเคอหยวน จี้สุ่มตรวจเตาหลอมไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า

ถ้าพูดถึงเรื่องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน โดยเฉพาะเรื่องโครงสร้างตึกอาคาร สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือคุณภาพของเหล็กครับ ล่าสุดมีประเด็นร้อนที่น่าสนใจมาก เมื่อคุณอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ได้ออกมาเปิดเผยถึงความผิดปกติในการตรวจสอบมาตรฐานโรงงานเหล็กชื่อดังอย่าง ซินเคอหยวน ซึ่งกำลังเป็นที่จับตามองของสังคมในขณะนี้

“อรรถวิชช์” ชี้พิรุธตรวจเหล็ก ซินเคอหยวน จี้สุ่มตรวจเตาหลอมไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า

ปัญหาที่ตรวจพบคือมีการปล่อยเหล็กออกไปกว่า 40,000 เส้นในช่วงเปลี่ยนผ่านรัฐมนตรี ซึ่งทำให้เกิดคำถามมากมายว่ามาตรฐานความปลอดภัยอยู่ที่ไหน ทำให้นายอรรถวิชช์ต้องออกมาเรียกร้องให้กระทรวงอุตสาหกรรมดำเนินการอย่างจริงจัง โดยเฉพาะประเด็นการเข้าตรวจสอบ “อรรถวิชช์” ชี้พิรุธตรวจเหล็ก ซินเคอหยวน จี้สุ่มตรวจเตาหลอมไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า เพื่อให้ได้ผลตรวจที่เป็นธรรมและโปร่งใสที่สุด

ทำไมการสุ่มตรวจแบบไม่แจ้งล่วงหน้าถึงสำคัญ?

การสุ่มตรวจโดยไม่แจ้งล่วงหน้าเป็นวิธีเดียวที่จะทำให้เราเห็นภาพการผลิตที่แท้จริง เพราะหากมีการเตือนก่อน โรงงานอาจเตรียมการเพื่อผ่านเกณฑ์มาตรฐานเพียงชั่วคราว ข้อเสนอนี้ไม่ได้เจาะจงแค่ซินเคอหยวนเท่านั้น แต่ต้องการให้เป็นบรรทัดฐานสำหรับโรงเหล็กทั่วประเทศ เพื่อป้องกันไม่ให้เหล็กไม่ได้มาตรฐานหลุดเข้าไปอยู่ในโครงการก่อสร้างอาคารสูง ซึ่งเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อผู้พักอาศัย

  • ต้องตรวจสอบย้อนกลับไปถึงปลายทางของเหล็ก 40,000 เส้นที่ถูกจำหน่ายออกไป
  • ควรยกระดับการตรวจมาตรฐานโดยใช้หน่วยงานกลางที่น่าเชื่อถือ
  • ต้องยกระดับการควบคุมคุณภาพให้เข้มงวดมากขึ้น

นอกจากนี้ ในที่ประชุมคณะกรรมาธิการอุตสาหกรรมยังได้มีการหารือถึงการปรับกฎเกณฑ์การผลิตในอนาคต โดยมีประเด็นที่น่าจับตามองดังนี้ครับ:

ข้อเสนอหลักที่ทางคณะทำงานพิจารณาคือ การบังคับให้ทุกโรงงานต้องมีสิ่งที่เรียกว่า “เตาปรุงน้ำเหล็ก” เพื่อคุมคุณภาพให้ได้มาตรฐานระดับสากล และอาจมีการพิจารณายกเลิกการใช้เตาหลอมแบบ IF ในการผลิตเหล็กข้ออ้อยที่ใช้ในเสาหรือคานตึกสูง เพื่อความปลอดภัยสูงสุดในระยะยาว ซึ่งเรื่อง “อรรถวิชช์” ชี้พิรุธตรวจเหล็ก ซินเคอหยวน จี้สุ่มตรวจเตาหลอมไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า นี้ ถือเป็นก้าวแรกของการปฏิรูปอุตสาหกรรมเหล็กในประเทศไทยให้โปร่งใสและปลอดภัยมากยิ่งขึ้นครับ

เราในฐานะประชาชนผู้บริโภค คงต้องติดตามกันต่อไปว่ากระทรวงอุตสาหกรรมจะตอบสนองต่อข้อเรียกร้องนี้อย่างไร เพราะมาตรฐานเหล็กไม่ใช่แค่เรื่องธุรกิจ แต่มันคือเรื่องของความปลอดภัยที่แลกด้วยชีวิตของผู้คนทั้งประเทศ หากมีการปล่อยปละละเลย ผลกระทบที่จะตามมาอาจประเมินค่าไม่ได้เลยครับ

ที่มา – “อรรถวิชช์” ชี้พิรุธตรวจเหล็ก ซินเคอหยวน จี้สุ่มตรวจเตาหลอมไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า

“อรรถวิชช์” จี้ ก.อุตฯ ตอบปมไฟเขียว “ซินเคอหยวน” กลับมาเปิดโรงงาน

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงที่สังคมกำลังจับตามอง สำหรับกรณีที่ “อรรถวิชช์” จี้ ก.อุตฯ ตอบปมไฟเขียว “ซินเคอหยวน” กลับมาเปิดโรงงาน หลังจากมีการตั้งข้อสังเกตถึงมาตรฐานความปลอดภัยของเหล็กเส้นที่ผลิตจากโรงงานแห่งนี้ ซึ่งเคยมีปัญหาสั่นคลอนความเชื่อมั่นจากกรณีอาคาร สตง. ก่อนหน้านี้

“อรรถวิชช์” จี้ ก.อุตฯ ตอบปมไฟเขียว “ซินเคอหยวน” กลับมาเปิดโรงงาน

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรครวมไทยสร้างชาติ ได้ออกมาแถลงการณ์ร่วมกับตัวแทนสมาคมผู้ค้าเหล็กไทย เพื่อเรียกร้องให้กระทรวงอุตสาหกรรมชี้แจงเหตุผลที่แท้จริงเบื้องหลังการอนุญาตให้บริษัท ซินเคอหยวน สตีล จำกัด กลับมาดำเนินกิจกรรมการผลิตได้อีกครั้ง โดยประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบยกมานำเสนอคือเรื่องมาตรฐานการผลิตที่น่ากังวล

เปิดข้อพิรุธทำไมต้องจับตามาตรฐานเหล็กเส้น

การที่ “อรรถวิชช์” จี้ ก.อุตฯ ตอบปมไฟเขียว “ซินเคอหยวน” กลับมาเปิดโรงงาน ในครั้งนี้ มีเหตุผลสำคัญหลายประการ โดยเฉพาะกระบวนการผลิตประเภท IF (Induction Furnace) ที่ไม่มีเตาปรุงน้ำเหล็ก (Ladle Refining Furnace) ซึ่งเป็นอุปกรณ์สำคัญในการดึงแร่ธาตุส่วนเกินออกจากเหล็ก ทำให้หลายฝ่ายตั้งคำถามถึงคุณภาพของสินค้าว่ามีความปลอดภัยเพียงพอต่อการนำไปใช้ในงานก่อสร้างตึกสูงหรือไม่

  • การตรวจสอบที่ไม่ครอบคลุม: มีข้อสังเกตว่าการตรวจสอบในอดีตไม่ได้ทำอย่างละเอียดทุกเตาหลอมตามเกณฑ์มาตรฐานใหม่
  • การเปลี่ยนสถานที่ตรวจ: แทนที่จะส่งตรวจกับสถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย กลับมีการเบี่ยงเบนไปให้สถาบันอื่นตรวจสอบแทน
  • คำถามถึงความรับผิดชอบ: หากเหล็กที่ไม่ได้มาตรฐานหลุดเข้าไปในท้องตลาด ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบต่อความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความหละหลวมในกระบวนการกำกับดูแล ซึ่งนายอรรถวิชช์มองว่า กระทรวงอุตสาหกรรมควรเน้นย้ำมาตรฐานเดียวกับผู้ผลิตรายอื่น เพื่อปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน เพราะเหล็กคือหัวใจสำคัญของโครงสร้างพื้นฐาน การปล่อยให้เหล็กคุณภาพต่ำกระจายสู่ตลาดเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้

บทสรุปของเรื่องนี้ยังคงเป็นคำถามตัวโตๆ ที่รอคำตอบจากผู้มีอำนาจ ว่าเหตุใดถึงมีการสั่งการข้ามช็อตจนเปิดโรงงานได้ ทั้งที่มาตรฐานยังเป็นที่กังขา การรีบเร่งอนุญาตโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยอาจกลายเป็นโศกนาฏกรรมซ้ำรอยได้ในจุดที่คาดไม่ถึง ประชาชนทุกคนต่างเฝ้ารอเห็นความชัดเจนและการจัดการอย่างเป็นธรรม เพื่อให้มั่นใจได้ว่าวัสดุก่อสร้างในไทยจะได้มาตรฐานระดับสากล ไม่ใช่แค่การดำเนินธุรกิจที่ขาดธรรมาภิบาล

ที่มา – “อรรถวิชช์” ฉะข้อพิรุธ จี้ ก.อุตฯ ตอบปมไฟเขียว “ซินเคอหยวน” กลับมาเปิดโรงงาน

วราวุธแจงซินเคอหยวนเปิดดำเนินการหลังแก้ตามระเบียบแล้ว

วราวุธแจงซินเคอหยวนเปิดดำเนินการหลังแก้ตามระเบียบแล้ว

กลายเป็นประเด็นที่หลายคนกำลังจับตามองอยู่ในขณะนี้ สำหรับกรณีบริษัท ซิน เคอ หยวน สตีล จำกัด ที่ล่าสุดนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้ออกมาให้ความชัดเจนเกี่ยวกับสถานะของโรงงาน หลังมีการตั้งคำถามจากสังคมและ 10 สมาคมผู้ค้าเหล็กเกี่ยวกับขั้นตอนการกลับมาเปิดดำเนินกิจการอีกครั้ง

นายวราวุธชี้แจงว่า การที่ วราวุธแจงซินเคอหยวนเปิดดำเนินการหลังแก้ตามระเบียบแล้ว นั้น เป็นไปตามขอบเขตของพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 โดยทางบริษัทได้ทำการแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เคยเป็นข้อผิดพลาดให้ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนดไว้จนครบถ้วนแล้ว จึงได้รับอนุญาตให้กลับมาผลิตเหล็กเส้นได้ตามปกติ อย่างไรก็ตาม ท่านรัฐมนตรีเข้าใจดีว่ายังมีภาคประชาชนและกลุ่มผู้ประกอบการจำนวนมากที่ยังมีความกังวลใจในเรื่องความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์เหล็กที่ผลิตออกมา

ความคืบหน้าและคำสั่งการของรมว.อุตสาหกรรม

เพื่อให้เกิดความโปร่งใสในกระบวนการนี้ นายวราวุธได้สั่งการด่วนให้ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมเร่งรวบรวมข้อมูลและรายละเอียดทั้งหมดมาชี้แจงต่อสาธารณะอีกครั้ง โดยเน้นย้ำถึงขั้นตอนการตรวจสอบก่อนเปิดโรงงานว่ามีความรัดกุมเพียงใด เนื่องจากการที่ วราวุธแจงซินเคอหยวนเปิดดำเนินการหลังแก้ตามระเบียบแล้ว ย่อมหมายความว่าทุกอย่างต้องผ่านการรับรองมาตรฐานสากลและไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมหรือผู้ใช้งาน

  • เร่งสร้างความมั่นใจให้ประชาชนผู้ใช้เหล็กทุกกลุ่ม
  • ตรวจสอบมาตรฐานเทคโนโลยีการผลิตอย่างใกล้ชิด
  • สรุปมาตรการกำกับดูแลให้ทุกสมาคมเหล็กได้รับทราบ

รัฐมนตรีวราวุธยังกล่าวทิ้งท้ายว่า ทันทีที่ท่านเดินทางกลับจากภารกิจที่ประเทศเวียดนาม จะติดตามเรื่องนี้ด้วยตัวเองทันที เพื่อเป็นการยืนยันว่าการที่ วราวุธแจงซินเคอหยวนเปิดดำเนินการหลังแก้ตามระเบียบแล้ว นั้นเป็นไปเพื่อความถูกต้อง และกระทรวงอุตสาหกรรมพร้อมจะดูแลมาตรฐานผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพสูงสุด เพื่อความปลอดภัยและความสบายใจของคนไทยทุกคน นี่ถือเป็นก้าวสำคัญของกระทรวงฯ ในการจัดการปัญหาโรงงานอุตสาหกรรมให้มีความโปร่งใสและตรวจสอบได้ในทุกขั้นตอน

ที่มา – “วราวุธ” แจง “ซินเคอหยวน” เปิดดำเนินการ หลังแก้ไขตามระเบียบแล้ว สั่งปลัดฯ แจงรายละเอียดเพิ่ม

อรรถวิชช์ จี้ตรวจเข้มเหล็ก ซินเคอหยวน หลังกลับมาเปิด

เชื่อว่าหลายคนยังคงจำข่าวที่สร้างความสะเทือนใจในแวดวงการก่อสร้างได้เป็นอย่างดี กับเหตุการณ์อาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) พังถล่มลงมาในช่วงปี 2568 จากเหตุแผ่นดินไหว ซึ่งปมสำคัญที่หลายฝ่ายกังขาคือคุณภาพของเหล็กที่นำมาใช้ ล่าสุดมีประเด็นร้อนแรงเกิดขึ้น เมื่อนายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ออกมาเคลื่อนไหวกรณี อรรถวิชช์ จี้ตรวจเข้มเหล็ก ซินเคอหยวน หลังกลับมาเปิด อีกครั้งหลังจากที่โรงงานได้กลับมาดำเนินกิจการ

อรรถวิชช์ จี้ตรวจเข้มเหล็ก ซินเคอหยวน หลังกลับมาเปิด

การกลับมาเปิดโรงงานอีกครั้งของบริษัท ซิน เคอ หยวน สตีล ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ เพราะนายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.บัญชีรายชื่อพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้ตั้งคำถามสำคัญอย่างตรงไปตรงมาว่า ครั้งนี้พวกเขามี ‘เตาปรุงน้ำเหล็ก’ หรือยัง? นี่คือหัวใจสำคัญในการผลิตเหล็กเส้นให้มีคุณภาพตามมาตรฐานสากล

ความกังวลต่อการผลิตเหล็กที่ไม่ได้มาตรฐาน

นายอรรถวิชช์ได้แสดงความเป็นห่วงว่า การจะควบคุมมาตรฐานเหล็กประเภท IF นั้น จำเป็นต้องพึ่งพา ‘เตาปรุง Ladle Furnace’ เพื่อปรับปรุงคุณภาพน้ำเหล็กให้สม่ำเสมอ หากปราศจากเตานี้ คุณภาพเหล็กจากเศษเหล็กที่นำมาหลอมอาจมีความผันผวน ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อความปลอดภัยของผู้ใช้งานอาคาร อรรถวิชช์ จี้ตรวจเข้มเหล็ก ซินเคอหยวน หลังกลับมาเปิด โดยเน้นย้ำว่าการสุ่มตรวจต้องทำอย่างจริงจังในขณะผลิตขายจริง ไม่ใช่เพียงการทดสอบตามวาระ

  • การควบคุมประสิทธิภาพเหล็กเส้นต้องได้มาตรฐาน
  • ต้องมีการติดตั้งเตาปรุงน้ำเหล็กในกระบวนการผลิต
  • ต้องสุ่มตรวจขณะผลิตขายจริงเพื่อป้องกันการสวมรอยใช้เหล็กเก่า

อีกหนึ่งข้อกังวลที่น่าใจหายคือเรื่องสต็อกเหล็กชุดเก่าที่มีปัญหา QC มาก่อนหน้านี้ หลายคนตั้งคำถามว่าเหล็กเหล่านี้ถูกส่งลงสู่ตลาดแล้วหรือยัง? ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยของทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อสร้างและอยู่อาศัย ความชัดเจนจากหน่วยงานรัฐในการเข้ามาตรวจสอบถือเป็นเรื่องที่รอไม่ได้เด็ดขาด

หากเรามองในมุมความปลอดภัยสาธารณะ เหล็กคือโครงสร้างหลักของบ้านและอาคาร ความมั่นคงแข็งแรงของที่อยู่อาศัยขึ้นอยู่กับวัสดุที่เราเลือกใช้ การที่ อรรถวิชช์ จี้ตรวจเข้มเหล็ก ซินเคอหยวน หลังกลับมาเปิด ถือเป็นการทำหน้าที่แทนประชาชนเพื่อทวงคืนความมั่นใจให้กับภาคอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย หวังว่าผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจะดำเนินการตรวจสอบด้วยความโปร่งใสและเคร่งครัดที่สุดครับ

ที่มา – “อรรถวิชช์” จี้ตรวจเข้มเหล็ก “ซินเคอหยวน” หลังกลับมาเปิด เตือนอย่าปล่อยเหล็กไม่ได้มาตรฐานวางขาย

ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ถก 16 หน่วยงาน กำหนดมาตรฐาน “น้ำมะพร้าวแท้”

เชื่อว่าหลายคนคงเคยสงสัยเวลาไปซื้อน้ำมะพร้าวมาดื่มว่าที่เราถืออยู่ในมือนั้น เป็นของแท้จากธรรมชาติ หรือเป็นเพียงน้ำผสมสารเคมีแต่งกลิ่นกันแน่ ล่าสุดทางภาครัฐได้ขยับตัวครั้งใหญ่เพื่อแก้ปัญหานี้แล้ว โดยล่าสุดประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ถก 16 หน่วยงาน กำหนดมาตรฐาน “น้ำมะพร้าวแท้” เพื่อปกป้องผู้บริโภคและกอบกู้ชื่อเสียงมะพร้าวน้ำหอมไทยให้กลับมาผงาดอีกครั้ง

ความเคลื่อนไหวสำคัญ: ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ถก 16 หน่วยงาน กำหนดมาตรฐาน “น้ำมะพร้าวแท้” เพื่อคนไทย

ปัญหาเรื่องน้ำมะพร้าวปลอมและการปลอมปนน้ำมะพร้าวน้ำหอมกลายเป็นวิกฤติใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อทั้งเกษตรกรและผู้บริโภค นายทรงศัก สายเชื้อ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน จึงได้นัดประชุมด่วนร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกว่า 16 แห่ง เพื่อวางมาตรการคุมเข้มตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ โดยมีเป้าหมายหลักคือการยกระดับคุณภาพสินค้าให้ได้มาตรฐานสากล

สรุปมาตรการเด็ดขาดเพื่อยกระดับ “น้ำมะพร้าวแท้”

จากการประชุมดังกล่าว ได้ข้อสรุปแนวทางปฏิบัติที่น่าสนใจเพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมมะพร้าวให้ก้าวข้ามผ่านวิกฤติไปได้ ดังนี้:

  • ผลักดันมาตรฐาน มอก. บังคับ: จากเดิมที่เป็นมาตรฐานภาคสมัครใจ ตอนนี้ภาครัฐกำลังพิจารณาให้เปลี่ยนเป็น “มาตรฐานบังคับ” เพื่อสร้างเกณฑ์ทางกฎหมายให้ชัดเจนในการลงโทษผู้ผลิตน้ำมะพร้าวปลอม
  • ยกระดับการตรวจจับ: เตรียมปรับกระบวนการตรวจ (SOP) ใหม่ โดยจะเน้นการทำงานแบบ “สหวิชาชีพ” และจัดชุดสุ่มตรวจในเวลากลางคืน เพื่อปิดช่องว่างโรงงานผลิตเถื่อนที่ชอบหลบเลี่ยงการตรวจสอบตอนกลางวัน
  • กวาดล้างนอมินีต่างชาติ: เตรียมทบทวนระเบียบทางกฎหมายเพื่อสกัดการครอบงำตลาดจากกลุ่มทุนข้ามชาติที่เข้ามาทำธุรกิจผ่านตัวแทนอำพราง ซึ่งถือเป็นต้นเหตุสำคัญที่ทำราคามะพร้าวหน้าสวนตกต่ำ

หลายท่านอาจสงสัยว่าทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ? การที่ภาครัฐเข้ามาดำเนินการในประเด็น ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ถก 16 หน่วยงาน กำหนดมาตรฐาน “น้ำมะพร้าวแท้” ไม่ใช่แค่เรื่องของการจับผิด แต่เป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคว่า ต่อไปนี้เมื่อเราซื้อน้ำมะพร้าวดื่ม เราจะได้รับสินค้าที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และสมราคาอย่างแน่นอน

ในอนาคตอันใกล้นี้ หากภาครัฐสามารถควบคุมโครงสร้างราคามะพร้าวได้และจัดการกับล้งต่างชาติที่เอาเปรียบเกษตรกรได้สำเร็จ เชื่อว่ารายได้ของสวนมะพร้าวไทยจะขยับขึ้นสู่จุดที่คุ้มทุน ทำให้เกษตรกรมีกำลังใจผลิตผลผลิตที่ดีออกสู่ตลาดต่อไป ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดีของการปฏิรูปสินค้าเกษตรไทยในยุคใหม่ครับ

ที่มา – ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ถก 16 หน่วยงาน กำหนดมาตรฐาน “น้ำมะพร้าวแท้”

ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม เม.ย. หดตัว 0.36% สศอ. คาดทั้งปีโต 1-2%

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เรามีอัปเดตสถานการณ์เศรษฐกิจไทยที่น่าสนใจมาฝากกันครับ โดยเฉพาะข้อมูลล่าสุดจากสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เกี่ยวกับภาพรวมภาคการผลิตที่หลายคนจับตามอง พบว่า ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม เม.ย. หดตัว 0.36% สศอ. คาดทั้งปีโต 1-2% แม้ตัวเลขจะติดลบนิดหน่อย แต่ก็มีหลายแง่มุมที่น่าวิเคราะห์ครับ

สถานการณ์ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม เม.ย. หดตัว 0.36% สศอ. คาดทั้งปีโต 1-2%

สาเหตุหลักที่ทำให้ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) เดือนเมษายนอยู่ที่ 92.76 และหดตัวลง 0.36% นั้น เกิดจากหลายปัจจัยกดดันรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นความกังวลเรื่องปัญหาภูมิรัฐศาสตร์โลก อัตราหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูงถึง 86.7% ต่อ GDP ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคภายในประเทศ ทำให้ยอดขายสินค้าอุปโภคบริโภคบางประเภทชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัด

มุมมองเชิงบวกและการปรับตัวของอุตสาหกรรม

อย่างไรก็ดี ท่ามกลาง ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม เม.ย. หดตัว 0.36% สศอ. คาดทั้งปีโต 1-2% เรากลับเห็นสัญญาณบวกจากภาคการส่งออกที่ขยายตัวได้ดีอย่างต่อเนื่องติดต่อกันถึง 22 เดือน รวมถึงมาตรการภาครัฐที่เข้ามาช่วยพยุงค่าครองชีพ เช่น การตรึงค่าไฟฟ้าและการอุดหนุนค่าน้ำมัน ซึ่งช่วยลดต้นทุนให้ภาคธุรกิจอย่างมาก โดยในปีนี้ สศอ. ยังคงมั่นใจว่าภาพรวมอุตสาหกรรมไทยจะยังเติบโตได้ 1-2% ครับ

หากเราเจาะลึกไปที่กลุ่มอุตสาหกรรมที่ยังไปได้สวย จะพบว่ามีกลุ่มเด่นที่น่าสนใจ ดังนี้:

  • กลุ่มเคมีภัณฑ์ขั้นมูลฐาน เช่น โซดาไฟและเอทานอล ขยายตัวโดดเด่นถึง 19.53%
  • กลุ่มน้ำตาล ที่เติบโต 16.54% จากรอบการปิดหีบที่ล่าช้ากว่าปีก่อน

ในมุมกลับกัน อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าโดยเฉพาะเครื่องปรับอากาศอาจได้รับผลกระทบจากคำสั่งซื้อต่างประเทศที่ชะลอตัว แต่โดยรวมถือว่าภาคอุตสาหกรรมยังคงมีความพยายามปรับตัวเพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกได้ดี

บทเรียนสำคัญจากตัวเลขที่ออกมากในเดือนนี้คือ การให้ความสำคัญกับตลาดส่งออกและการบริหารจัดการต้นทุนภายในประเทศเป็นสิ่งจำเป็น ผู้ประกอบการต้องปรับตัวให้ทันต่อสถานการณ์ความผันผวนของราคาพลังงานและนโยบายเศรษฐกิจโลกเพื่อให้ธุรกิจยังคงเดินหน้าไปได้ตามเป้าหมายในปีนี้ครับ

ที่มา – ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม เม.ย. หดตัว 0.36% สศอ. คาดทั้งปีโต 1-2%

วราวุธ ชี้มาตรการ 3 มิติ SME D Bank พา SME ถึงทุน 9 พันล้าน

เชื่อว่าหลายท่านคงทราบกันดีว่าผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเปรียบเสมือนกระดูกสันหลังของเศรษฐกิจไทย ล่าสุดมีข่าวดีที่น่าสนใจมากครับ เมื่อคุณวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้ออกมาเปิดเผยความสำเร็จหลังจากใช้มาตรการ 3 มิติ เชื่อมโยง SME D Bank เข้ากับผู้ประกอบการ จนส่งผลให้เกิดตัวเลขที่น่าประทับใจภายในเวลาเพียงเดือนครึ่งเท่านั้น

วราวุธ ชี้มาตรการ 3 มิติ SME D Bank พา SME ถึงทุน 9 พันล้าน

การดำเนินงานภายใต้แนวคิด “ร่มที่กางแล้วไม่มีวันหุบ” ของท่านรัฐมนตรีวราวุธ ส่งผลให้บรรดาเอสเอ็มอีไทยเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้นมาก โดยตัวเลขล่าสุดชี้ให้เห็นว่ามีการปล่อยสินเชื่อไปแล้วกว่า 9,057 ล้านบาท ซึ่งสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไทยได้มากกว่า 41,481 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยให้ภาคธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมมีความแข็งแกร่งมากขึ้นในสถานการณ์ปัจจุบัน

รายละเอียดเจาะลึก 3 มิติในการช่วยเหลือผู้ประกอบการ

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนว่า วราวุธ ชี้มาตรการ 3 มิติ SME D Bank พา SME ถึงทุน 9 พันล้าน นั้นมีการทำงานอย่างไรบ้าง เราขอนำสรุปข้อมูลสำคัญที่น่าสนใจมาฝากครับ:

  • มิติการเข้าถึงแหล่งทุน: เน้นการปล่อยสินเชื่อวงเงินสูงสุด 15 ล้านบาทต่อราย โดยเฉพาะสินเชื่อ “ปลุกพลัง SME” ที่กู้ได้สูงสุด 1 ล้านบาทโดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน
  • มิติการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง: ใช้มาตรการ “3 ลด” ทั้งลดเงินต้น ลดดอกเบี้ย และลดค่างวด เพื่อพยุงกิจการให้ยังคงสถานะต่อไปได้
  • มิติการยกระดับศักยภาพ: มีการจัดอบรมทั้งออฟไลน์และออนไลน์เพื่อให้ผู้ประกอบการ Upskill และ Reskill ได้ทันกับโลกยุคใหม่

หลายท่านอาจจะสงสัยว่าทำไมมาตรการนี้ถึงเห็นผลเร็ว คำตอบคือความเข้าใจในปัญหาแบบตรงจุดของ SME D Bank ที่เน้นความผ่อนปรนแต่ยังคงความปลอดภัยทางการเงินเอาไว้ นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์น่าสนใจอย่าง สินเชื่อ SME Green Productivity ที่สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดและรถ EV ซึ่งตอบโจทย์เทรนด์โลกในอนาคตได้อย่างดีเยี่ยม

ในฐานะผู้ประกอบการ หากคุณกำลังมองหาแหล่งทุนที่พร้อมจะเติบโตและปรับตัวไปกับคุณ ผมแนะนำให้ลองเข้าไปศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมจาก SME D Bank เพราะนี่ไม่ใช่แค่การปล่อยกู้ แต่เป็นการสร้างภูมิคุ้มกันให้ธุรกิจไทยยั่งยืนในระยะยาว และหากการสนับสนุนนี้ยังเดินหน้าต่อไปได้เรื่อยๆ ผมมั่นใจว่าเศรษฐกิจระดับฐานรากของไทยจะฟื้นตัวได้อย่างมั่นคงแน่นอนครับ

ที่มา – “วราวุธ” ชี้มาตรการ 3 มิติ SME D Bank เห็นผลในเดือนครึ่ง พาเอสเอ็มอี เข้าถึงทุนทะลุ 9 พันล้านบาท

วราวุธ จ่อถกเวิลด์แบงก์ ตั้งกองทุนเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรม

สวัสดีครับเพื่อนๆ ผู้ประกอบการ SME และคนที่สนใจข่าวเศรษฐกิจไทย วันนี้เรามีเรื่องน่าตื่นเต้นมาอัพเดทกันครับ นั่นคือ วราวุธ จ่อถกเวิลด์แบงก์ ตั้งกองทุนเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรม วงเงินถึง 100,000 ล้านบาทเลยทีเดียว! นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เตรียมบุกไปหารือกับผู้แทนธนาคารโลก (World Bank) ในสัปดาห์นี้ เพื่อขอคำแนะนำทางวิชาการในการจัดตั้งกองทุนสุดยิ่งใหญ่นี้ กองทุนนี้จะดึงภาคเอกชนที่มีทุนหนาเข้ามาร่วม เพื่อช่วย SME ไทยอัพเกรดเครื่องจักร พัฒนานวัตกรรม และปรับตัวสู่ยุคอุตสาหกรรม 4.0 ให้แข่งขันในตลาดโลกได้แบบยั่งยืน

ไม่ใช่แค่ตั้งกองทุนอย่างเดียวหรอกนะครับ ยังจะคุยกับกระทรวงการคลังด้วย เพื่อให้กรอบการทำงานไม่ซ้ำกับกองทุน SME เดิมๆ ที่มีอยู่ เรียกว่าแผนครบเครื่องเลย เหตุผลที่เลือก World Bank เพราะเป็นผู้เชี่ยวชาญช่วยเหลือประเทศกำลังพัฒนาอย่างไทยเรานี่เอง

วราวุธ ศิลปอาชา

วราวุธ จ่อถกเวิลด์แบงก์ ตั้งกองทุนเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรม แสนล้าน พลิกโฉม SME ไทย

นอกจากกองทุนแล้ว ยังมีนโยบายเด็ด “ONE MIND” ที่จะขับเคลื่อนกระทรวงอุตสาหกรรมใหม่ทั้งระบบ โดยรวมพลังทุกหน่วยงานให้เดินไปทางเดียวกัน แก้ปัญหาให้ประชาชนแบบเห็นผลจริง ผ่าน 4 เสาหลักสุดเจ๋ง ดังนี้ครับ

4 เสาหลัก ONE MIND ที่จะเปลี่ยนเกมอุตสาหกรรมไทย

  • 1. People Engagement (การฟังเสียงประชาชน): รวมปัญหาอุตสาหกรรมทั้งหมดไว้ในช่องทางเดียว มีระบบติดตามสถานะรายเดือน รับฟัง SME โดยตรง ไม่ให้เดือดร้อนยืดเยื้อ
  • 2. Policy Execution (การขับเคลื่อนโยบาย): เร่งอุตสาหกรรมอนาคตอย่างดิจิทัล AI เซมิคอนดักเตอร์ EV ดึงไทยเข้าห่วงโซ่โลก ยกระดับเกษตรเป็น Medical Food Hub สมุนไพร หัตถกรรมอัจฉริยะ และอุตสาหกรรมสีเขียว
  • 3. Legal Reform (ปฏิรูปกฎหมาย): แก้กฎหมายล้าหลังให้เท่า OECD นำร่อง พ.ร.บ.กากอุตสาหกรรม พ.ร.บ.โรงงานใหม่ สมุดพกคาร์บอน ตรวจมลพิษเรียลไทม์ ส่งเสริมพลังงานสะอาดชุมชน
  • 4. Minister’s Passion (สิ่งแวดล้อมและสังคม): แก้ภัยพิบัติ สังคมสูงวัย กลุ่มเปราะบาง ต่อยอด EEC เชื่อมเศรษฐกิจโลก
นโยบาย ONE MIND

ยังไม่จบแค่นั้นนะครับ ยังตั้ง “คณะกรรมการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมไทย” ร่วมกับ สศช. และ BOI เพื่ออัดฉีดเงินนวัตกรรมให้ SME รีสกิล อัปสกิลแรงงาน รับมือ CBAM (Carbon Border Adjustment Mechanism) มาตรฐานภาษีคาร์บอนจาก EU และตลาดคาร์บอนเครดิตของไทย

“Passion ของผมคือการตอบโจทย์โลกที่เปลี่ยนไป เราจะเปลี่ยนความท้าทายเรื่องสิ่งแวดล้อมและสังคมสูงวัย ให้กลายเป็นโอกาสทางธุรกิจใหม่ของคนไทยทุกคน” นายวราวุธทิ้งท้ายไว้แบบนี้

ในมุมมองผม นโยบาย วราวุธ จ่อถกเวิลด์แบงก์ ตั้งกองทุนเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรม นี้จะเป็นตัวเปลี่ยนเกมใหญ่ให้ SME ไทยไม่โดนทิ้งไว้ข้างหลัง แข็งแกร่งขึ้น ทนทานต่อวิกฤตโลกได้ หากคุณเป็น SME ล่ะก็ รีบเตรียมตัวปรับตัวตั้งแต่ตอนนี้เลยครับ จะได้คว้าโอกาสทอง!

คุณคิดเห็นยังไงกับแผนนี้? คอมเมนต์บอกกันด้านล่างได้เลยนะครับ และอย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ SME รับรู้ สมัครรับข่าวอัพเดทฟรีทางอีเมลของเราด้วย!

ที่มา – “วราวุธ” จ่อถกเวิลด์แบงก์ ตั้งกองทุนเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรม แสนล้าน พลิกโฉม SME ไทย

วราวุธ พกกระบอกน้ำส่วนตัวดื่มน้ำโชว์สื่อ ผุดอัดฉีด 2 หมื่นล้าน ช่วยเอสเอ็มอี

วราวุธ พกกระบอกน้ำส่วนตัวดื่มน้ำโชว์สื่อ ผุดอัดฉีด 2 หมื่นล้าน ช่วยเอสเอ็มอี เป็นข่าวดีที่ผู้ประกอบการรายย่อยหลายคนรอคอย โดยเฉพาะในช่วงวิกฤตพลังงานที่เกิดจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง ทำให้ต้นทุนการผลิตพุ่งสูงขึ้น นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้กางแผนช่วยเหลือชัดเจน ด้วยการอัดฉีดเงินกู้รวม 20,000 ล้านบาท จากธนาคารเอสเอ็มอีดีแบงก์ เพื่อเสริมสภาพคล่องให้ธุรกิจเอสเอ็มอี สู้รบกับความท้าทายทางเศรษฐกิจได้อย่างยั่งยืน

วราวุธ พกกระบอกน้ำส่วนตัวดื่มน้ำโชว์สื่อ ผุดอัดฉีด 2 หมื่นล้าน ช่วยเอสเอ็มอี

วราวุธ พกกระบอกน้ำส่วนตัวดื่มน้ำโชว์สื่อ ผุดอัดฉีด 2 หมื่นล้าน ช่วยเอสเอ็มอี

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 11 เมษายน 2567 ที่กระทรวงอุตสาหกรรม โดยนายวราวุธไม่เพียงประกาศมาตรการช่วยเหลือเท่านั้น แต่ยังพกกระบอกน้ำส่วนตัวที่เป็นแก้วของพรรคภูมิใจไทย มาดื่มน้ำโชว์สื่อมวลชน เพื่อรณรงค์ลดการใช้ขวดพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง สาเหตุมาจากปัญหาการขาดแคลนเม็ดพลาสติกนำเข้าที่กระทบอุตสาหกรรมหลายแห่ง เป็นการผสมผสานระหว่างนโยบายเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมได้อย่างลงตัว

วราวุธ พกกระบอกน้ำส่วนตัวดื่มน้ำโชว์สื่อ ผุดอัดฉีด 2 หมื่นล้าน ช่วยเอสเอ็มอี

3 สินเชื่อหลักเพื่อเอสเอ็มอี

มาตรการหลักคือสินเชื่อเข้าถึงแหล่งทุน วงเงินรวม 20,000 ล้านบาท ออกแบบมาเพื่อลดต้นทุนการเงิน สนับสนุนการปรับตัวสู่พลังงานสะอาดและอุตสาหกรรมสีเขียว โดยมีผลิตภัณฑ์สินเชื่อ 3 ตัว ดอกเบี้ยต่ำเพียง 3% ต่อปี คงที่ 3 ปีแรก ผ่อนนานสุด 10 ปี

  • สินเชื่อ SME Green Productivity: วงเงินสูงสุด 30 ล้านบาทต่อราย สำหรับลงทุนเครื่องจักรพลังงานสะอาด เช่น โซลาร์เซลล์ หรือรถ EV ช่วยลดต้นทุนพลังงานระยะยาว
  • สินเชื่อ ปลุกพลัง SME: วงเงินสูงสุด 1 ล้านบาทต่อราย ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน เหมาะสำหรับเอสเอ็มอีรายเล็กที่ต้องการสภาพคล่องด่วน
  • สินเชื่อ Beyondติดปีก SME: วงเงินสูงสุด 30 ล้านบาทต่อราย เพื่อยกระดับประสิทธิภาพธุรกิจ ปรับปรุงเทคโนโลยี ขยายกิจการ

นอกจากนี้ ยังมีสินเชื่อเงื่อนไขพิเศษอื่นๆ วงเงินสูงสุด 50 ล้านบาทต่อราย เงื่อนไขผ่อนปรนกว่าธนาคารทั่วไป โดยธนาคารเอสเอ็มอีดีแบงก์ได้ปรับกระบวนการให้รวดเร็ว เพื่อให้ผู้ประกอบการเข้าถึงทุนได้ทันสถานการณ์

วราวุธ พกกระบอกน้ำส่วนตัวดื่มน้ำโชว์สื่อ ผุดอัดฉีด 2 หมื่นล้าน ช่วยเอสเอ็มอี

ช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางและเพิ่มศักยภาพ

สำหรับผู้ประกอบการกลุ่มเปราะบาง มีแนวทาง “3 ลด” คือ ลดเงินต้น ลดดอกเบี้ย และลดค่างวด หากเริ่มมีปัญหา กระทรวงจะเข้าไปช่วยทันที เพื่อรักษาการจ้างงานและพลิกฟื้นธุรกิจ นอกจากนี้ ยังเน้นการอัพสกิลและรีสกิล เพื่อลดต้นทุนการผลิต เพิ่มรายได้ สู่เศรษฐกิจสีเขียวตามนโยบายรัฐบาล

วราวุธ พกกระบอกน้ำส่วนตัวดื่มน้ำโชว์สื่อ ผุดอัดฉีด 2 หมื่นล้าน ช่วยเอสเอ็มอี จึงไม่ใช่แค่งบประมาณ แต่เป็นกลยุทธ์ครบวงจรที่ตอบโจทย์ทั้งปัจจุบันและอนาคต โดยเฉพาะการส่งเสริม Green Industry ที่ช่วยลดผลกระทบจากวิกฤตพลังงานโลก ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่กำลังเผชิญความยากลำบาก ไม่ควรพลาดโอกาสนี้

หากคุณเป็นเจ้าของธุรกิจเอสเอ็มอี สนใจสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อปรับตัวสู่พลังงานสะอาดหรือเสริมสภาพคล่อง ติดต่อธนาคารเอสเอ็มอีดีแบงก์ได้ทันที เพื่อรับคำปรึกษาและยื่นกู้อย่างรวดเร็ว มาตรการนี้จะช่วยให้ธุรกิจของคุณแข็งแกร่งยิ่งขึ้นในยุคเศรษฐกิจสีเขียว

ที่มา – “วราวุธ” พกกระบอกน้ำส่วนตัวดื่มน้ำโชว์สื่อ ผุดอัดฉีด 2 หมื่นล้าน ช่วยเอสเอ็มอีสู้สงคราม

Scroll to top