กระบวนการเลือกตั้ง

กกต.บอร์ดประกันสังคม ยืนยันไม่เลื่อนวันเลือกตั้ง ย้ำกำหนดเดิม 27 ก.ย. 69

กกต.บอร์ดประกันสังคม ยืนยันไม่เลื่อนวันเลือกตั้ง ย้ำกำหนดเดิม 27 ก.ย. 69

ข่าวดีสำหรับผู้ประกันตนและผู้ประกอบการทุกคนครับ! หลังจากที่มีกระแสข่าวเรื่องความกังวลเกี่ยวกับการจัดการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ล่าสุดทางคณะกรรมการการเลือกตั้งฯ ได้ออกมาสยบข่าวลือและชี้แจงสถานการณ์ให้ทราบโดยทั่วกันว่า กกต.บอร์ดประกันสังคม ยืนยันไม่เลื่อนวันเลือกตั้ง ย้ำกำหนดเดิม 27 ก.ย. 69 อย่างแน่นอน โดยจะเป็นการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน เพื่อเข้ามาทำหน้าที่ดูแลผลประโยชน์ของเราทุกคนในคณะกรรมการประกันสังคมครับ

ทำความเข้าใจใหม่: ชะลอแค่กระบวนการ ไม่ใช่เลื่อนวัน

หลายท่านอาจเกิดความสับสนเมื่อได้ยินข่าวเรื่องการชะลอการประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ผ่านมา แต่ผมขอเน้นย้ำตรงนี้ว่า กกต.บอร์ดประกันสังคม ยืนยันไม่เลื่อนวันเลือกตั้ง ย้ำกำหนดเดิม 27 ก.ย. 69 ซึ่งการที่ศาลปกครองกลางมีคำสั่งทุเลาการดำเนินการในบางส่วนนั้น เป็นเพียงการจัดการขั้นตอนภายในเพื่อความรอบคอบและถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น โดยจะไม่มีผลกระทบต่อวันเลือกตั้งจริงที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 27 กันยายน 2569 นี้ครับ

เพื่อให้การเลือกตั้งในครั้งนี้เป็นไปอย่างราบรื่นและโปร่งใส ทางสำนักงานประกันสังคมได้เตรียมความพร้อมในด้านต่างๆ อย่างเต็มที่ ดังนี้:

  • เร่งสรุปรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งให้ครอบคลุมและแม่นยำ
  • ปรับปรุงขั้นตอนการตรวจสอบสิทธิให้สะดวกและทั่วถึงมากที่สุด
  • ประกาศรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งตามกำหนดการเดิมในวันที่ 19 สิงหาคม 2569
  • เตรียมสถานที่จัดเลือกตั้งและหน่วยเลือกตั้งให้เพียงพอต่อความต้องการของผู้ใช้สิทธิ

ความพยายามในการจัดการเลือกตั้งครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของการมีส่วนร่วมจากพี่น้องผู้ประกันตนและนายจ้างทุกท่าน ดังนั้น การที่ กกต.บอร์ดประกันสังคม ยืนยันไม่เลื่อนวันเลือกตั้ง ย้ำกำหนดเดิม 27 ก.ย. 69 จึงถือเป็นข่าวดีที่ทำให้เรายังคงสามารถไปใช้สิทธิเลือกตัวแทนที่จะเข้าไปบริหารกองทุนประกันสังคมได้ตามตารางเวลาที่วางไว้ครับ

หากท่านใดมีข้อสงสัยหรือต้องการตรวจสอบสิทธิของตนเอง สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์อำนวยการจัดการเลือกตั้งฯ (ศอ.ลต.) โทรศัพท์ 0 2956 2929 ในวันและเวลาราชการ หรือติดต่อสายด่วนสำนักงานประกันสังคม 1506 ได้ตลอด 24 ชั่วโมงครับ อย่าลืมเตรียมตัวไปใช้สิทธิเพื่อกำหนดทิศทางสวัสดิการของพวกเรากันนะครับ

ที่มา – กกต.บอร์ดประกันสังคม ยืนยันไม่เลื่อนวันเลือกตั้ง ย้ำกำหนดเดิม 27 ก.ย. 69

กกต. ตรวจความพร้อมรับมอบและส่งมอบบัตรเลือกตั้งเมืองพัทยา

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เราจะมาอัปเดตข่าวสารเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมก่อนวันเลือกตั้งที่หลายคนตั้งตารอ โดยล่าสุดทาง กกต. ตรวจความพร้อมรับมอบและส่งมอบบัตรเลือกตั้งเมืองพัทยา เพื่อเป็นการยืนยันความพร้อมในการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาเมืองพัทยาและนายกเมืองพัทยาให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและโปร่งใสที่สุดครับ

กกต. ตรวจความพร้อมรับมอบและส่งมอบบัตรเลือกตั้งเมืองพัทยา

เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2569 คณะกรรมการการเลือกตั้ง นำโดยนายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ และนายอนันต์ สุวรรณรัตน์ ได้ลงพื้นที่ศาลาว่าการเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี เพื่อติดตามภาพรวมการบริหารจัดการเลือกตั้ง ซึ่งการที่ กกต. ตรวจความพร้อมรับมอบและส่งมอบบัตรเลือกตั้งเมืองพัทยา ในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยกระตุ้นความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องชาวพัทยาว่า ทุกคะแนนเสียงที่หย่อนลงไปนั้นจะถูกคุ้มครองอย่างดีเยี่ยม

กระบวนการตรวจสอบที่เข้มงวดเพื่อความโปร่งใส

การดำเนินการเลือกตั้งเมืองพัทยาในครั้งนี้มีจุดที่น่าสนใจมากมาย โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัยของบัตรเลือกตั้ง เรามาดูกันว่าทาง กกต. ให้ความสำคัญกับอะไรบ้าง:

  • การตรวจสอบจำนวนบัตรเลือกตั้งและวัสดุอุปกรณ์ให้ครบถ้วนก่อนแจกจ่าย
  • การเตรียมความพร้อมของหน่วยเลือกตั้งทั้ง 113 หน่วยทั่วเมืองพัทยา
  • การเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเป็นกลางทางการเมืองอย่างเคร่งครัด
  • การอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในการมาใช้สิทธิเลือกตั้ง

นอกจากนี้ คณะกรรมการยังได้ลงพื้นที่ตรวจความพร้อมของหน่วยเลือกตั้งที่โรงเรียนเมืองพัทยา 4 เพื่อให้มั่นใจว่าสถานที่ต่างๆ มีความปลอดภัยและพร้อมรองรับผู้มาใช้สิทธิอย่างเพียงพอ การรักษาระเบียบกติกาอย่างเข้มงวดของเจ้าหน้าที่ ยิ่งทำให้เราเห็นภาพชัดเจนว่ากระบวนการเลือกตั้งในครั้งนี้ยึดมั่นในหลักความเป็นธรรมและสุจริต ซึ่งเป็นรากฐานของประชาธิปไตยที่เราทุกคนมีส่วนร่วมได้

หากเพื่อนๆ คนไหนเป็นชาวเมืองพัทยา อย่าลืมไปใช้สิทธิของตัวเองกันนะครับ เพราะทุกเสียงคือพลังในการขับเคลื่อนเมืองของเราให้พัฒนาไปตามที่เราต้องการ หากมีข้อสงสัยหรืออยากทราบข้อมูลการเลือกตั้งเพิ่มเติม สามารถติดตามข่าวสารจากทาง กกต. ได้อย่างต่อเนื่องครับ

ถึงเวลาแล้วที่เราต้องร่วมมือกันเป็นหูเป็นตาเพื่อให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นไปอย่างราบรื่นที่สุด สำหรับใครที่ยังไม่ได้วางแผนไปเลือกตั้ง อย่าลืมตรวจสอบหน่วยเลือกตั้งและเตรียมเอกสารยืนยันตัวตนให้พร้อม แล้วไปพบกันที่คูหาเลือกตั้งนะครับ!

ที่มา – กกต. ตรวจความพร้อมรับมอบและส่งมอบบัตรเลือกตั้งเมืองพัทยา สร้างความเชื่อมั่น ปชช. ทุกขั้นตอน

ปชน. เผย อัยการไม่สั่งฟ้อง อดีตผู้สมัคร สส. กทม. เขต 33 คดีฟอกเงิน

กลายเป็นประเด็นที่หลายคนกำลังจับตามอง สำหรับกรณีข่าวคราวของทางพรรคประชาชน (ปชน.) หลังจากที่แกนนำพรรคอย่าง คุณศิริกัญญา ตันสกุล และคุณพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่เกี่ยวข้องกับสมาชิกและอดีตผู้สมัครของพรรค โดยเฉพาะประเด็นเรื่อง ปชน. เผย อัยการไม่สั่งฟ้อง อดีตผู้สมัคร สส. กทม. เขต 33 คดีฟอกเงิน ซึ่งถือเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจเกี่ยวกับการให้ความเป็นธรรมแก่ผู้ที่ตกเป็นเป้าสงสัยทางสังคม

ปชน. เผย อัยการไม่สั่งฟ้อง อดีตผู้สมัคร สส. กทม. เขต 33 คดีฟอกเงิน

เหตุการณ์ดังกล่าวสืบเนื่องมาจากกรณีที่ในอดีต ผู้สมัคร สส. กทม. เขต 33 พรรคประชาชน เคยถูกดำเนินคดีในข้อหาเกี่ยวคดียาเสพติดและฟอกเงิน จนส่งผลกระทบโดยตรงต่อสถานะผู้สมัครในขณะนั้น แม้ท้ายที่สุดอัยการจะไม่ได้สั่งฟ้องและพิสูจน์ได้ว่าบุคคลดังกล่าวไม่มีความผิดจริง แต่ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับชื่อเสียงและครอบครัวไปแล้วนั้นถือเป็นเรื่องใหญ่ การที่ทางพรรคออกมา ปชน. เผย อัยการไม่สั่งฟ้อง อดีตผู้สมัคร สส. กทม. เขต 33 คดีฟอกเงิน ในครั้งนี้ จึงเป็นการเรียกร้องให้สังคมควรให้ความเป็นธรรมแก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการถูกกล่าวหาไปก่อนที่จะมีการตัดสินจากศาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

มุมมองจากเลขาธิการพรรคต่อคดีฟอกเงิน

คุณพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ในฐานะเลขาธิการพรรค ตนเองมองเห็นความไม่ปกติในหลายกรณี เนื่องจากบุคคลที่ถูกตั้งข้อสังเกตมักเป็นผู้ที่มีบทบาทในการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลอย่างเข้มข้น ดังนั้นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจึงเป็นเหมือนดาบสองคมที่อาจเป็นการดิสเครดิตทางการเมืองได้ โดยพรรคประชาชนยืนยันว่า:

  • พรรคไม่มีวัฒนธรรมในการปกป้องคนกระทำผิดจริง
  • สนับสนุนการตรวจสอบเข้าสู่กระบวนการที่โปร่งใส
  • ขอให้สังคมรอฟังผลจากกระบวนการยุติธรรมก่อนตัดสินบุคคลใดบุคคลหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม ในฐานะประชาชนคนไทย เราควรตระหนักว่า “ความยุติธรรมที่ล่าช้า คือความไม่ยุติธรรม” แต่การที่สังคมรีบด่วนตัดสินผู้อื่นก่อนที่เจ้าหน้าที่จะสรุปสำนวน ก็ถือเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลได้เช่นกัน กรณีที่ทาง ปชน. เผย อัยการไม่สั่งฟ้อง อดีตผู้สมัคร สส. กทม. เขต 33 คดีฟอกเงิน จึงเป็นบทเรียนสำคัญว่า การให้โอกาสและการรอฟังข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน คือหัวใจสำคัญของการสร้างสังคมที่เป็นธรรม และไม่ควรปล่อยให้วาทกรรมทางการเมืองทำลายอนาคตของใครก่อนที่จะได้รับคำพิพากษา

ที่มา – ปชน. เผย อัยการไม่สั่งฟ้อง อดีตผู้สมัคร สส. กทม. เขต 33 คดีฟอกเงิน ทำพลาดหลุดผู้สมัคร

กกต.ร่อนเอกสารชี้แจงพิจารณาคดีเลือกตั้ง สว.อย่างเข้มข้น

เชื่อว่าหลายคนกำลังจับตามองความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งกันอยู่ใช่ไหมครับ กับประเด็นร้อนแรงอย่างเรื่อง กกต.ร่อนเอกสารชี้แจงพิจารณาคดีเลือกตั้ง สว.อย่างเข้มข้น เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชน หลังจากที่มีการเผยแพร่รายละเอียดเกี่ยวกับไทม์ไลน์การทำงานออกมาให้เราได้ทราบกัน

กกต.ร่อนเอกสารชี้แจงพิจารณาคดีเลือกตั้ง สว.อย่างเข้มข้น จัดเต็มทุกจันทร์

ล่าสุดทาง กกต. ได้ออกมาชี้แจงอย่างชัดเจนว่า ได้เริ่มเข้าสู่กระบวนการพิจารณาสอบสวนสำนวนคดีเกี่ยวกับการเลือกสมาชิกวุฒิสภาอย่างเป็นทางการแล้ว โดยกำหนดให้มีการประชุมพิจารณาลงลึกในทุกๆ วันจันทร์ เพื่อให้สำนวนคดีมีความรัดกุมที่สุด ซึ่งการที่ กกต.ร่อนเอกสารชี้แจงพิจารณาคดีเลือกตั้ง สว.อย่างเข้มข้น ในครั้งนี้ถือเป็นการประกาศกรอบเวลาที่ชัดเจนว่าจะสะสางให้เสร็จสิ้นภายใน 12 สัปดาห์นับจากเดือนมิถุนายนจนถึงสิงหาคม 2569 ครับ

ทำไมคดีเลือกตั้ง สว. ถึงมีความซับซ้อน?

หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมการพิจารณาถึงต้องใช้เวลานานถึง 3 เดือน ทาง กกต. ได้ให้เหตุผลที่น่าสนใจและสมเหตุสมผลไว้ดังนี้ครับ:

  • ผู้ถูกกล่าวหาจำนวนมาก: มีการร้องเรียนและตรวจสอบผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในหลายพื้นที่
  • ความซับซ้อนทางกฎหมาย: พยานหลักฐานมีหลากหลายรูปแบบและต้องตรวจสอบความเชื่อมโยงในลักษณะเครือข่าย
  • ความเป็นธรรม: ต้องเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายได้ชี้แจงเพื่อความเป็นธรรมตามกระบวนการยุติธรรม

ความตั้งใจของ กกต. คือการยึดถือหลักนิติธรรมอย่างเคร่งครัด โดยมุ่งหวังให้ผลการตัดสินออกมาถูกต้อง โปร่งใส และตรวจสอบได้มากที่สุด เพื่อรักษาความเชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตยและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภาที่มีคุณภาพ

ในฐานะประชาชน สิ่งที่เราทำได้คือการติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิดและเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมที่กำลังดำเนินไปครับ การที่หน่วยงานออกมาให้ข้อมูลเช่นนี้ถือเป็นสัญญาณที่ดีว่ากระบวนการเลือกตั้งไทยกำลังถูกดูแลอย่างจริงจัง ขอให้ทุกคนอดใจรอฟังผลสรุปที่จะออกมาในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ครับ

ที่มา – กกต.ร่อนเอกสารชี้แจงพิจารณาคดีเลือกตั้ง สว.อย่างเข้มข้น วางกรอบให้แล้วเสร็จภายใน 12 สัปดาห์

ทนายอั๋น-สว.สำรอง บุก กกต. บี้ส่งคดีฮั้ว 229 คนถึงศาลฎีกา

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงทางการเมืองเมื่อ ทนายอั๋น-สว.สำรอง บุก กกต. บี้ส่งคดีฮั้ว 229 คนถึงศาลฎีกา เพื่อเรียกร้องความถูกต้องตามหลักนิติธรรม หลังพบหลักฐานมัดตัวขบวนการฮั้วเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาชุดล่าสุดอย่างแน่นหนา

ทนายอั๋น-สว.สำรอง บุก กกต. บี้ส่งคดีฮั้ว 229 คนถึงศาลฎีกา พร้อมแฉหลักฐานเด็ด

เหตุการณ์สำคัญนี้เกิดขึ้นเมื่อกลุ่ม สว. สำรอง นำโดยทนายอั๋น บุรีรัมย์ เดินทางไปยื่นหนังสือต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อกดดันให้ส่งสำนวนคดีฮั้วเลือกตั้ง สว. จำนวน 229 คน ให้ศาลฎีกาวินิจฉัยชี้ขาดโดยเร็วที่สุด ทางกลุ่มระบุว่ามีหลักฐานครบถ้วน ทั้งเส้นทางการเงิน แชตไลน์ และคลิปเสียง ซึ่งเข้าข่ายเหตุอันควรสงสัยตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. มาตรา 62 อย่างชัดเจน

เหตุผลที่ ทนายอั๋น-สว.สำรอง บุก กกต. บี้ส่งคดีฮั้ว 229 คนถึงศาลฎีกา

สาเหตุหลักที่กลุ่มดังกล่าวต้องเคลื่อนไหวคือความกังวลว่า กกต. อาจพยายามปัดตกคำร้อง หรือมีการเจรจาต่อรองทางการเมืองเพื่อช่วยเหลือพรรคพวกบางกลุ่ม ทางทนายอั๋นได้เน้นย้ำประเด็นสำคัญ ดังนี้:

  • กฎหมายไม่ได้เปิดช่องให้ กกต. ใช้ดุลพินิจเก็บเรื่องไว้เอง
  • หลักฐานมัดแน่น ไม่ควรมีการซูเอี๊ยะหรือแบ่งเค้กทางการเมือง
  • การรักษาหลักนิติรัฐนิติธรรมต้องสำคัญเหนือผลประโยชน์ส่วนตน

นอกจากนี้ ทนายอั๋นยังได้วิพากษ์วิจารณ์กรณีของ นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ที่กำลังประสบปัญหาเรื่องเกณฑ์การประเมินผลงาน โดยมองว่าพฤติกรรมการยื้อสำนวนคดีและการไม่ออกมารับผิดชอบต่อผลงานที่ต่ำกว่ามาตรฐาน เป็นสิ่งที่สะท้อนถึงการทำงานที่ไม่โปร่งใสและขาดธรรมาภิบาลอย่างรุนแรง

ในมุมมองของประชาชน คดีนี้ถือเป็นบทพิสูจน์สำคัญขององค์กรอิสระว่ายังคงทำหน้าที่เพื่อรักษาความยุติธรรมให้แก่ประเทศชาติ หรือเป็นเพียงกลไกที่ถูกแทรกแซงโดยกลุ่มการเมือง หาก กกต. ยังคงเพิกเฉยหรือพยายามบิดเบือนกฎหมายเพื่อผลประโยชน์เฉพาะหน้า ความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อกระบวนการเลือกตั้งไทยคงจะเข้าสู่ภาวะวิกฤตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ถึงเวลาแล้วที่ผู้มีอำนาจต้องตัดสินใจโดยยึดความถูกต้องเป็นที่ตั้งมากกว่าการรักษาเก้าอี้ของตนเอง

ที่มา – “ทนายอั๋น-สว.สำรอง” บุก กกต. บี้ส่งคดีฮั้ว 229 คนถึงศาลฎีกา ดักคออย่าเหิมเกริมปัดตก

SPACEBAR ออกแถลงการณ์ หลัง กกต. ฟ้องช่างภาพ ย้ำยึดมั่นพันธกิจสื่อมวลชน

SPACEBAR ออกแถลงการณ์ หลัง กกต. ฟ้องช่างภาพ ย้ำยึดมั่นพันธกิจสื่อมวลชน เป็นประเด็นร้อนที่กำลังได้รับความสนใจจากสังคมไทยในขณะนี้ หลังจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้แจ้งความดำเนินคดีกับช่างภาพของสำนักข่าว SPACEBAR ในข้อหาที่รุนแรงหลายประการ เช่น ขัดขวางการเลือกตั้ง อั้งยี่ ยุยงปลุกปั่น และนำเข้าข้อมูลเท็จ สาเหตุมาจากการถ่ายภาพบัตรเลือกตั้งและต้นขั้วบัตรในหน่วยเลือกตั้งที่ 9 เขต 15 คันนายาว กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569

SPACEBAR ออกแถลงการณ์ หลัง กกต. ฟ้องช่างภาพ ย้ำยึดมั่นพันธกิจสื่อมวลชน

ในแถลงการณ์ที่ SPACEBAR ออกมาเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 23.50 น. สำนักข่าวได้ยืนยันชัดเจนว่าการกระทำของช่างภาพในสังกัดเป็นเพียงการปฏิบัติหน้าที่สื่อมวลชนตามปกติ โดยถ่ายภาพเพื่อนำเสนอข้อมูลเชิงเทคนิคของกระบวนการเลือกตั้ง เช่น การลงคะแนนและนับคะแนน ไม่มีเจตนาละเมิดความลับของผู้ใช้สิทธิหรือบ่อนทำลายการเลือกตั้งแต่อย่างใด ก่อนเผยแพร่ภาพ ช่างภาพได้ปกปิดข้อมูลส่วนบุคคลสำคัญ เช่น เลขเล่มบัตร เลขที่บัตร ลายมือชื่อผู้ลงคะแนน และเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเรียบร้อยแล้ว

SPACEBAR เน้นย้ำว่าเคารพกระบวนการยุติธรรม สนับสนุนการเลือกตั้งที่สุจริต และพร้อมให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่อย่างเต็มที่ เพื่อให้ข้อเท็จจริงปรากฏอย่างโปร่งใส แถลงการณ์ยังชี้ว่าการตั้งข้อหาเกินกว่าเหตุของ กกต. ส่งผลกระทบต่อเสรีภาพการตรวจสอบของประชาชนและสื่อมวลชน ซึ่งมีหน้าที่รักษาดุลยภาพ ไม่ใช่เลือกข้างหรือทำลายระบบเลือกตั้ง

SPACEBAR ออกแถลงการณ์ หลัง กกต. ฟ้องช่างภาพ ย้ำยึดมั่นพันธกิจสื่อมวลชน: รายละเอียดข้อกล่าวหา

จากข้อมูลที่ กกต. เปิดเผย มีผู้ถูกแจ้งความทั้งหมด 6 ราย รวมถึงบุคลากร SPACEBAR โดยข้อหาหลักคือการถ่ายภาพบัตรเลือกตั้งแบบแบ่งเขตและบัญชีรายชื่อ พยายามถอดรหัส QR Code และ Barcode เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลกับผู้ลงคะแนน ซึ่งเกิดขึ้นในการเลือกตั้งใหม่หน่วยดังกล่าว เหตุการณ์นี้ถูกมองว่า “อ่อนไหวสูง” เพราะเกี่ยวข้องกับความน่าเชื่อถือของการเลือกตั้ง สิทธิความลับผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และการใช้กฎหมายความมั่นคงที่รุนแรงกับสื่อและบุคคลสาธารณะ

  • การทำหน้าที่ของช่างภาพ: ถ่ายภาพบรรยากาศหน่วยเลือกตั้ง บุคคล การลงคะแนน และนับคะแนน เพื่อให้ประชาชนรับทราบข้อมูล
  • การปกป้องข้อมูล: ปกปิดต้นขั้วบัตร ลายมือชื่อ ก่อนเผยแพร่
  • เจตนา: นำเสนอระบบเทคนิคการเลือกตั้ง ไม่ละเมิดสิทธิ

SPACEBAR ยังระบุว่าจะปกป้องช่างภาพในสังกัดอย่างถึงที่สุด ขอสงวนสิทธิ์ไม่ให้รายละเอียดเพิ่มเติมในขณะนี้ เพื่อไม่กระทบกระบวนการยุติธรรม และเชิญชวนสังคมรับฟังข้อมูลจากทุกฝ่าย ติดตามข้อเท็จจริงผ่านช่องทางกฎหมาย

ประเด็นนี้สะท้อนถึงความตึงเครียดระหว่างบทบาทสื่อมวลชนกับหน่วยงานรัฐ โดยเฉพาะในยุคที่ข้อมูลข่าวสารแพร่กระจายรวดเร็วผ่านโซเชียลมีเดีย สื่ออย่าง SPACEBAR ยึดมั่นหลักวิชาชีพ นำเสนอข้อเท็จจริงรับผิดชอบต่อสังคม ซึ่งเป็นหัวใจของพันธกิจสื่อมวลชนไทย

นอกจากนี้ ยังเป็นเครื่องเตือนใจให้สื่อทุกแห่งระมัดระวังในการรายงานข่าวการเมือง โดยเฉพาะเรื่องเลือกตั้งที่敏感 หากเกิดกรณีคล้ายกันในอนาคต สื่อควรมีแนวทางปฏิบัติชัดเจนเพื่อปกป้องทีมงานและรักษาเสรีภาพการนำเสนอข่าว

สุดท้ายนี้ SPACEBAR ออกแถลงการณ์ หลัง กกต. ฟ้องช่างภาพ ย้ำยึดมั่นพันธกิจสื่อมวลชน แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการทำหน้าที่อย่างโปร่งใส ผู้สนใจควรติดตามพัฒนาการคดีนี้ เพื่อเข้าใจถึงขอบเขตเสรีภาพสื่อในประเทศไทยมากขึ้น คุณคิดเห็นอย่างไรกับกรณีนี้? แชร์ความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวสารการเมืองอัปเดตจากเรา!

ที่มา – SPACEBAR ออกแถลงการณ์ หลัง กกต. ฟ้องช่างภาพ ย้ำยึดมั่นพันธกิจสื่อมวลชน

ผู้สมัคร สส. ปชน. จ่อดำเนินคดี หาก กกต. ไม่เคลียร์ใบคะแนนทิ้งขยะ

วันนี้เรามาพูดถึงประเด็นร้อนในวงการการเมืองไทยกันครับ กรณี ผู้สมัคร สส. ปชน. จ่อดำเนินคดี หาก กกต. แจงผลสอบใบคะแนนถูกทิ้งกองขยะสมุทรปราการไม่เคลียร์ ที่กำลังเป็นที่พูดถึงอย่างกว้างขวาง ผู้สมัครรายนี้ไม่ยอมปล่อยผ่านง่ายๆ หวั่นว่าการเลือกตั้งจะไม่โปร่งใส ส่งผลให้ประชาชนขาดความเชื่อมั่นในระบบ

ผู้สมัคร สส. ปชน. จ่อดำเนินคดี หาก กกต. แจงผลสอบใบคะแนนถูกทิ้งกองขยะสมุทรปราการไม่เคลียร์

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ ที่ จ.สมุทรปราการ มีการพบเอกสารการเลือกตั้ง โดยเฉพาะใบคะแนนที่ถูกทิ้งอยู่ในกองขยะ สร้างความฮือฮาและคำถามมากมาย นายวีรภัทร คันธะ ผู้สมัคร สส. เขต 6 สมุทรปราการ จากพรรคประชาชน (ปชน.) ได้เดินทางไปยื่นหนังสือต่อสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เมื่อวันที่ 25 ก.พ. 2567 เวลา 10.55 น. เพื่อทวงถามความคืบหน้าของคดีนี้

นายวีรภัทร ระบุว่า หลังจากพบใบคะแนนจริงในบ่อขยะ เขาได้ยื่นร้องเรียนไปยัง กกต. เมื่อสัปดาห์ก่อน แต่ผ่านไป 10 วันแล้ว ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจน กกต. ยอมรับว่าใบคะแนนเป็นของจริง แต่ยืนยันว่านับคะแนนเสร็จสิ้นแล้ว และไม่กระทบต่อผลการเลือกตั้ง อย่างไรก็ตาม ผู้สมัครมองว่ากระบวนการยังไม่เคลียร์ โดยเฉพาะใบขีดคะแนนจาก 3 พื้นที่ที่พบ ซึ่งอาจเกิดจากการรวมหีบแล้วทิ้ง แต่เป็นเรื่องน่ากังวลเพราะอาจมีที่อื่นๆ ที่ยังไม่พบ

เหตุผลที่ผู้สมัคร สส. ปชน. จ่อดำเนินคดี หาก กกต. ไม่เคลียร์

ผู้สมัครชี้ว่า กกต. ไม่ควรพูดว่าบริสุทธิ์ยุติธรรมทั้งที่ไม่รู้ว่าใครทิ้ง และตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. หากสันนิษฐานว่ามีเหตุทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตเที่ยงธรรม สามารถสั่งนับคะแนนใหม่ได้ แต่ตอนนี้กลับเงียบ เขาจึงยื่นหนังสือเพื่อขอทราบความคืบหน้าโดยตรง ไม่ใช่รอฟังจากสื่อ ข่าวล่าสุดระบุว่า กกต. สอบผู้เกี่ยวข้องแล้ว แต่ทุกคนปฏิเสธ หากยังไม่ชัดเจน เขาจะสงวนสิทธิ์ดำเนินคดีทางกฎหมาย

  • พบใบคะแนนจริงในกองขยะสมุทรปราการ
  • ยื่นร้อง กกต. แล้วรอ 10 วัน ไม่มีแจ้งความคืบหน้า
  • กกต. ยอมรับของจริง แต่ยืนยันไม่กระทบผลเลือกตั้ง
  • ผู้สมัครกังวลเรื่องโปร่งใส หวั่นผู้ชนะมีมลทิน
  • ขู่ดำเนินคดีหากไม่เคลียร์

กรณีนี้ไม่ใช่แค่เรื่องใบคะแนนทิ้งขยะธรรมดา แต่สะท้อนปัญหาใหญ่ในกระบวนการเลือกตั้งไทย ไม่ว่าจะเป็นการจัดการเอกสารหลังนับคะแนน การกำกับดูแลเจ้าหน้าที่ และความรับผิดชอบของ กกต. หากปล่อยผ่าน ประชาชนจะหมดศรัทธาในการเมืองได้ง่ายๆ โดยเฉพาะในยุคที่โซเชียลมีเดียทำให้ข่าวแพร่กระจายเร็ว

จากประสบการณ์การเลือกตั้งที่ผ่านมา เราพบปัญหาคล้ายๆ กันหลายครั้ง เช่น การทุจริต การซื้อสิทธิขายเสียง หรือเอกสารหาย แต่ครั้งนี้พิเศษตรงที่หลักฐานโผล่ในกองขยะ ซึ่งดูไม่น่าเชื่อแต่เป็นจริง ผู้สมัคร สส. ปชน. ทำถูกแล้วที่ออกมาเรียกร้อง เพราะเป็นสิทธิของผู้มีส่วนได้เสีย และช่วยให้ระบบดีขึ้น

นอกจากนี้ ยังมีผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของผู้ชนะเลือกตั้งในเขตนั้น หากพิสูจน์ได้ว่ามีการทุจริต อาจนำไปสู่การเลือกตั้งใหม่ ส.ส.ที่ชนะอาจเสียเก้าอี้ได้ กกต. ควรเร่งตรวจสอบให้ชัดเจน รายงานผลอย่างเป็นทางการ เพื่อไม่ให้เกิดคำครหา

ในมุมมองของผม กรณี ผู้สมัคร สส. ปชน. จ่อดำเนินคดี หาก กกต. แจงผลสอบใบคะแนนถูกทิ้งกองขยะสมุทรปราการไม่เคลียร์ เป็นบทเรียนสำคัญที่ กกต. ต้องปรับปรุงระบบ เช่น ใช้เทคโนโลยีติดตามเอกสาร หรือกำหนดบทลงโทษชัดเจนยิ่งขึ้น เพื่อให้การเลือกตั้งไทยสุจริตยั่งยืน

คุณคิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้? การทิ้งใบคะแนนกองขยะแบบนี้ยอมรับได้หรือไม่? แสดงความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อให้คนอื่นรับรู้ประเด็นสำคัญกันนะครับ สนับสนุนการเมืองโปร่งใสเพื่ออนาคตไทยที่ดีกว่า!

ที่มา – ผู้สมัคร สส. ปชน. จ่อดำเนินคดี หาก กกต. แจงผลสอบใบคะแนนถูกทิ้งกองขยะสมุทรปราการไม่เคลียร์

กกต. สั่งนับคะแนน สส. ใหม่ 9 หน่วย 5 จังหวัด

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวเน็ตที่ติดตามข่าวการเมืองแบบเรียลไทม์ วันนี้มีข่าวร้อนที่หลายคนรอคอย นั่นคือ กกต. สั่งนับคะแนน สส. ใหม่ 9 หน่วย 5 จังหวัด หลังจากจับได้พิรุธของเจ้าหน้าที่เลือกตั้งที่ทำไม่โปร่งใส เช่น อ่านคะแนนแต่ไม่โชว์บัตรให้เห็นชัดๆ หรือขีดคะแนนเกินจริง สิ่งนี้ทำให้ประชาชนหลายพื้นที่ทักท้วงหนักมาก กกต. จึงไม่รอช้า มีมติเอกฉันท์สั่งนับใหม่ทันทีเพื่อความยุติธรรม

กกต. สั่งนับคะแนน สส. ใหม่ 9 หน่วย 5 จังหวัด

เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ออกเอกสารข่าวฉบับที่ 188/2569 หลังประชุมพิจารณารายงานข้อเท็จจริงจากการเลือกตั้งซ่อม สส. เมื่อ 1 และ 8 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา พบปัญหาใหญ่หลายจุด เช่น การปิดประกาศรายชื่อผู้สมัครไม่ครบตามระเบียบ การนับคะแนนแบบลับๆ ไม่ให้ประชาชนเห็นบัตรชัดเจน การขีดถูกคะแนนแบบมั่วๆ หรือขีดเกินจำนวนบัตรจริง สิ่งเหล่านี้ส่งผลกระทบตรงๆ ต่อผลคะแนน ทำให้ กกต. ต้องสั่งนับคะแนน สส. ใหม่ทันทีใน 9 หน่วยเลือกตั้ง ครอบคลุม 8 เขตเลือกตั้ง ใน 5 จังหวัด เพื่อให้การเลือกตั้งสุจริตและเที่ยงธรรมตามที่ประชาชนคาดหวัง

สาเหตุหลักที่ กกต. สั่งนับคะแนน สส. ใหม่

จากรายงานของ กกต. พฤติกรรมของกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งในหลายพื้นที่ส่อไปทางทุจริตชัดเจน เช่น

  • อ่านผลคะแนนแต่ไม่เปิดบัตรเลือกตั้งให้ผู้สังเกตการณ์หรือประชาชนเห็นอย่างชัดเจน
  • ขีดคะแนนลงกระดาษโดยไม่ให้ดูใกล้ๆ ทำให้สงสัยว่าขีดเกินจริง
  • ประกาศรายชื่อผู้สมัครไม่ครบถ้วน สร้างความสับสนให้ผู้มาใช้สิทธิ์

ปัญหาเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะอาจเปลี่ยนผลผู้ชนะ สส. ในเขตนั้นๆ ได้ การที่ กกต. ตัดสินใจสั่งนับใหม่แบบเอกฉันท์ แสดงถึงความรับผิดชอบต่อประชาชนเป็นอย่างดีครับ

รายชื่อหน่วยเลือกตั้งที่ต้องนับคะแนนใหม่

พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบทั้งหมด 5 จังหวัด ดังนี้

  • จ.สุพรรณบุรี 4 หน่วย: เขต 1 ต.สนามชัย; เขต 2 ต.ลองครักษ์, ต.บางตาเถร, ต.บ้านช้าง
  • จ.จันทบุรี 2 หน่วย: เขต 1 ต.พลับพลา; เขต 2 ต.ทุ่งเบญจา
  • กรุงเทพมหานคร 1 หน่วย: เขต 6 แขวงดินแดง
  • จ.ตรัง 1 หน่วย: เขต 4 ต.กันตัง
  • จ.สมุทรสาคร 1 หน่วย: เขต 3 ต.อ้อมน้อย

กกต. ได้กำชับหน่วยงานใน 5 จังหวัดให้เร่งนับคะแนนใหม่ให้เสร็จภายใน 1 มีนาคม 2569 แล้วรายงานผลให้ประชาชนทราบทันที สร้างความเชื่อมั่นให้กระบวนการเลือกตั้งทั้งระบบ

นอกจากนี้ ยังมีบทเรียนสำคัญจากเหตุการณ์นี้ คือ ความโปร่งใสในการเลือกตั้งต้องมาก่อนเสมอ ถ้าเจ้าหน้าที่ละเลย ประชาชนก็มีสิทธิ์ทักท้วงและร้องเรียนได้ การเลือกตั้งซ่อม สส. ครั้งนี้เป็นตัวอย่างที่ดีว่า ระบบเฝ้าระวังของเราทำงานได้จริง ช่วยป้องกันการโกงตั้งแต่ต้น

สำหรับเพื่อนๆ ที่สนใจ สามารถตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน กกต. 1444 หรือเว็บไซต์หลักของ กกต. เลยครับ อย่าลืมติดตามผลการนับคะแนนใหม่ เพราะอาจพลิกผันผล สส. ในเขตเหล่านี้ได้นะ ผมเชื่อว่าการดำเนินการของ กกต. ครั้งนี้จะช่วยเสริมสร้างความศรัทธาในระบอบประชาธิปไตยของไทยให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น คุณคิดเห็นอย่างไร ลองคอมเมนต์บอกกันหน่อยสิ!

ที่มา – กกต. สั่งนับคะแนน สส. ใหม่ 9 หน่วย 5 จังหวัด จับพิรุธอ่านบัตรไม่เปิดเผยขีดคะแนนเกิน

โฆษกพลังประชารัฐยืนยันร่วมรัฐบาลแม้ 5 เสียง

“โฆษกพรรคพลังประชารัฐ” ยืนยัน ร่วมรัฐบาลแน่ หวังได้ รมช.-รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แม้มี 5 เสียง เป็นประเด็นร้อนในแวดวงการเมืองไทยช่วงนี้ ที่พรรคพลังประชารัฐประกาศจุดยืนชัดเจน แม้จะเหลือ ส.ส. เพียง 5 เสียงเท่านั้น แต่ก็ยังมั่นใจที่จะเข้าร่วมรัฐบาลใหม่ โดยหวังได้ตำแหน่งสำคัญอย่างรัฐมนตรีช่วยว่าการหรือรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

“โฆษกพรรคพลังประชารัฐ” ยืนยัน ร่วมรัฐบาลแน่ หวังได้ รมช.-รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แม้มี 5 เสียง

เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2567 ที่สำนักงานพรรคพลังประชารัฐ พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย โฆษกพรรค ได้แถลงข่าวหลังการประชุมกรรมการบริหารพรรค โดยยืนยันว่าพรรคจะเข้าร่วมรัฐบาลอย่างแน่นอน แม้จะต้องรอมติจากที่ประชุมใหญ่พรรคอีกครั้ง การประชุมครั้งนี้เป็นไปตามวาระปกติ แต่ได้มีการหารือเรื่องการจัดตั้งรัฐบาลและโควต้าตำแหน่งอย่างละเอียด

สำหรับโควต้าที่คาดหวัง พล.ต.ท.ปิยะ กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับการเจรจากับพรรคร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะพรรคภูมิใจไทยที่ทำงานร่วมกันมานาน ไม่มีปัญหาใดๆ การคำนวณโควต้าแบบ 10 ส.ส. ต่อ 1 เก้าอี้รัฐมนตรี พรรคพลังประชารัฐมีเพียง 5 เสียง จึงอาจได้ตำแหน่งรองลงมา เช่น รัฐมนตรีช่วยหรือรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของนายกรัฐมนตรี

สถานการณ์เลือกตั้งและความไม่แน่นอน

นอกจากเรื่องรัฐบาลแล้ว โฆษกพรรคยังกล่าวถึงกระแสข่าวเรื่องการเลือกตั้งอาจเป็นโมฆะ โดยชี้ว่าเป็นอำนาจของ กกต. ศาลรัฐธรรมนูญ และศาลยุติธรรม ที่กำลังพิจารณาคดีอยู่แล้ว ขณะนี้เข้าสู่กระบวนการ قضاییเต็มรูปแบบ ไม่จำเป็นต้องกังวล หากศาลวินิจฉัยว่าโมฆะ ก็ต้องทำตามกฎหมาย แต่ถ้าไม่ ก็เดินหน้าตั้งรัฐบาลต่อไป พรรคพลังประชารัฐมองในแง่บวกทั้งหมด

บริบทการเมืองไทยหลังการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อปี 2566 พรรคพลังประชารัฐเผชิญความท้าทายมากมาย จากการยุบพรรค การถูกตัดสิทธิ ส.ส. หลายคน ทำให้เหลือเพียง 5 เสียงในสภาผู้แทนราษฎร แต่พรรคยังคงมีบทบาทสำคัญในฐานะพรรคเก่าแก่ มีประสบการณ์บริหารประเทศ โดยเฉพาะในรัฐบาลชุดก่อนๆ ที่มีบุคลากรคุณภาพสูง

  • จุดยืนชัดเจน: ยืนยันเข้าร่วมรัฐบาล ไม่หวั่นจำนวนเสียงน้อย
  • หวังตำแหน่ง: รัฐมนตรีช่วยหรือประจำสำนักนายก เพื่อมีส่วนร่วมนโยบายสำคัญ
  • ความสัมพันธ์ดี: ทำงานร่วมพรรคภูมิใจไทยมานาน ไม่มีสะดุด
  • ไม่กังวลโมฆะ: มอบให้กระบวนการยุติธรรมตัดสิน

การประกาศครั้งนี้สะท้อนถึงกลยุทธ์ของพรรคพลังประชารัฐที่เน้นพันธมิตรและความยืดหยุ่น แม้เสียงจะน้อยแต่คุณภาพคนและเครือข่ายยังแข็งแกร่ง ในอนาคต พรรคอาจได้บทบาทในคณะรัฐมนตรี โดยเฉพาะด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจที่ถนัด นอกจากนี้ ยังช่วยเสริมความมั่นคงให้รัฐบาลใหม่ที่กำลังเจรจาเข้มข้น

การเมืองไทยกำลังเข้าสู่ยุคใหม่ที่พรรคเล็กๆ สามารถมีอิทธิพลได้ หากเล่นบทบาทถูกที่ พรรคพลังประชารัฐกำลังพิสูจน์ตัวเองอีกครั้ง หลังจากผ่านพายุการเมืองมารอบหนึ่ง

สำหรับผู้อ่านที่สนใจการเมืองไทย ติดตามอัปเดตข่าวสารล่าสุดได้ที่นี่ และแสดงความเห็นของคุณในคอมเมนต์ด้านล่างว่า พรรคพลังประชารัฐควรได้ตำแหน่งใดในรัฐบาลใหม่? การตัดสินใจนี้จะส่งผลต่อเสถียรภาพรัฐบาลอย่างไร?

ที่มา – “โฆษกพรรคพลังประชารัฐ” ยืนยัน ร่วมรัฐบาลแน่ หวังได้ รมช.-รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แม้มี 5 เสียง

Scroll to top