กรุงปารีส

ลูฟวร์เปิด หออพอลโล อีกครั้ง หลังเหตุโจรกรรมครั้งประวัติศาสตร์ ไร้เครื่องราชกกุธภัณฑ์จัดแสดง

ลูฟวร์เปิด หออพอลโล อีกครั้ง หลังเหตุโจรกรรมครั้งประวัติศาสตร์ ไร้เครื่องราชกกุธภัณฑ์จัดแสดง

ใครที่เป็นแฟนคลับพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ (Louvre Museum) ในกรุงปารีส ต้องบอกว่าข่าวนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญเลยครับ! หลังจากที่ปิดปรับปรุงยาวนานถึง 9 เดือนเต็ม ในที่สุด หออพอลโล (Apollo Gallery) ก็ได้ฤกษ์เปิดประตูต้อนรับนักท่องเที่ยวอีกครั้ง ท่ามกลางความสนใจของทั่วโลก แม้ว่าตอนนี้ภายในจะไม่มีเครื่องราชกกุธภัณฑ์ล้ำค่าหลงเหลืออยู่ให้ชมแล้วก็ตาม

บรรยากาศใหม่เมื่อ ลูฟวร์เปิด หออพอลโล อีกครั้ง

การกลับมาของหออพอลโลในครั้งนี้มีความพิเศษและแตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิงครับ เพราะทางพิพิธภัณฑ์ตัดสินใจนำตู้จัดแสดงเดิมออกทั้งหมด เพื่อคืนพื้นที่ให้เป็นห้องประกอบพิธีการตามรูปแบบดั้งเดิมในศตวรรษที่ 17 ผู้เข้าชมจะได้ดื่มด่ำกับความอลังการของเพดานปิดทองและจิตรกรรมฝาผนังอันวิจิตรบรรจงได้อย่างเต็มตา โดยไม่ต้องกังวลเรื่องสิ่งของจัดแสดงที่เคยถูกขโมยไป

ย้อนกลับไปเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว เกิดเหตุการณ์ช็อกโลกเมื่อคนร้ายใช้เวลาเพียงไม่ถึง 8 นาทีในการบุกเข้ามาโจรกรรมเครื่องราชกกุธภัณฑ์มูลค่ามหาศาลกว่า 88 ล้านยูโร (หรือประมาณ 3,400 ล้านบาท) ซึ่งจนถึงปัจจุบัน ของกลางเหล่านั้นก็ยังคงล่องหนและไร้วี่แววในการตามกลับคืนมาครับ เหตุการณ์นี้กลายเป็นบทเรียนราคาแพงที่ทำให้ลูฟวร์ต้องยกเครื่องระบบรักษาความปลอดภัยขนานใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นการติดตั้งกล้องวงจรปิดที่ทันสมัย หรือระบบป้องกันการบุกรุกรูปแบบใหม่

  • ปรับปรุงมาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุดเพื่อป้องกันเหตุซ้ำรอย
  • เดินหน้าโครงการ “Louvre New Renaissance” ด้วยงบประมาณ 800 ล้านยูโร
  • มุ่งเน้นการลดความแออัดของนักท่องเที่ยวเพื่อให้ชมศิลปะได้สะดวกขึ้น
  • เตรียมเผยโฉมห้องจัดแสดงโมนาลิซาโฉมใหม่ภายในปี 2031

หลายคนอาจจะเสียดายที่ไม่ได้เห็นเครื่องราชกกุธภัณฑ์ แต่การที่ ลูฟวร์เปิด หออพอลโล อีกครั้ง โดยเน้นไปที่การอนุรักษ์สถาปัตยกรรมและประวัติศาสตร์ของตัวอาคารเอง ก็ถือเป็นมุมมองใหม่ที่น่าสนใจมากครับ การมาเยือนครั้งนี้เปรียบเสมือนการย้อนเวลาไปสู่ความรุ่งเรืองของฝรั่งเศสยุคก่อน ซึ่งคุ้มค่าแก่การแวะเวียนไปเยี่ยมชมแน่นอน

ในมุมมองของผม การที่พิพิธภัณฑ์เลือกที่จะเปิดกว้างให้เห็นถึงความงามของสถาปัตยกรรมโดยไม่มีตู้กระจกมากีดขวาง ทำให้เราเข้าถึงงานศิลปะได้ใกล้ชิดขึ้นมาก แม้จะมีความโชคร้ายเรื่องการโจรกรรมเกิดขึ้น แต่ลูฟวร์ก็ได้พิสูจน์แล้วว่าพวกเขาสามารถลุกขึ้นมาปรับตัวและก้าวต่อไปข้างหน้าเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวทั่วโลกได้ดีกว่าเดิม หากคุณมีโอกาสไปปารีส อย่าลืมแวะไปสัมผัสความยิ่งใหญ่ของหออพอลโลด้วยตาตัวเองนะครับ!

ที่มา – ลูฟวร์เปิด “หออพอลโล” อีกครั้ง หลังเหตุโจรกรรมครั้งประวัติศาสตร์ ไร้เครื่องราชกกุธภัณฑ์จัดแสดง

ไฟป่าฟงแตนโบลใกล้กรุงปารีส เผาวอดแล้วราว 5,000 ไร่

เชื่อว่าหลายคนคงได้เห็นข่าวคราวสถานการณ์สภาพอากาศโลกที่แปรปรวนหนักในปีนี้ ล่าสุดเกิดเหตุไฟป่าฟงแตนโบลใกล้กรุงปารีส เผาวอดแล้วราว 5,000 ไร่ สร้างความวิตกกังวลให้กับชาวฝรั่งเศสและนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมากครับ เหตุการณ์นี้ไม่เพียงแต่สร้างความเสียหายแก่ธรรมชาติ แต่ยังกระทบต่อวิถีชีวิตของผู้คนในเส้นทางสัญจรหลักอีกด้วย

สถานการณ์วิกฤต: ไฟป่าฟงแตนโบลใกล้กรุงปารีส เผาวอดแล้วราว 5,000 ไร่

เหตุการณ์ครั้งนี้ถือว่ารุนแรงและผิดปกติมากครับ เพราะไฟได้ลุกลามอย่างรวดเร็วในเขตป่าฟงแตนโบล ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงปารีสไปเพียง 60 กิโลเมตรเท่านั้น เจ้าหน้าที่ระดมนักผจญเพลิงกว่า 400 นาย พร้อมเทคโนโลยีดับเพลิงทางอากาศเข้าควบคุมสถานการณ์อย่างเร่งด่วน แต่ด้วยสภาพอากาศที่ร้อนจัดและแห้งแล้ง ทำให้การดับไฟทำได้ยากลำบากมาก

ผลกระทบที่ตามมาจากเหตุไฟป่าฟงแตนโบลใกล้กรุงปารีส เผาวอดแล้วราว 5,000 ไร่

นอกจากความสูญเสียทางสิ่งแวดล้อมแล้ว ผลกระทบที่เกิดขึ้นยังเป็นวงกว้าง ดังนี้ครับ:

  • การเดินทางหยุดชะงัก: ทางหลวงสาย A6 ต้องปิดเส้นทางบางส่วน ส่วนรถไฟความเร็วสูง TGV ก็ได้รับผลกระทบหนัก ผู้โดยสารตกค้างนานถึง 6 ชั่วโมง
  • การอพยพประชาชน: ชาวบ้านในหมู่บ้านใกล้เคียงต้องรีบอพยพออกจากที่พักทันทีเพราะควันไฟหนาทึบและเปลวเพลิงที่อันตราย
  • วิกฤตคลื่นความร้อน: ฝรั่งเศสกำลังเผชิญกับคลื่นความร้อนระลอกที่ 3 ทำให้การดับไฟป่าในครั้งนี้มีความท้าทายมากกว่าปกติหลายเท่า

เป็นเรื่องที่น่าห่วงจริงๆ ครับ เพราะนอกจากเหตุการณ์นี้แล้ว ฝรั่งเศสยังมีรายงานไฟป่าในพื้นที่อื่นๆ อีก รวมถึงการได้รับผลกระทบจากอุณหภูมิที่สูงขึ้นจนต้องสั่งปิดโรงไฟฟ้านิวเคลียร์บางแห่งเพื่อความปลอดภัย ปรากฏการณ์ทั้งหมดนี้เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าโลกของเรากำลังเผชิญกับวิกฤตสภาพภูมิอากาศที่รุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเราคงต้องร่วมด้วยช่วยกันตระหนักถึงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป ใครที่วางแผนจะไปเที่ยวฝรั่งเศสในช่วงนี้ แนะนำให้ตรวจสอบข่าวสารการเดินทางและสภาพอากาศอย่างใกล้ชิดนะครับ

ที่มา – ไฟป่าฟงแตนโบลใกล้กรุงปารีส เผาวอดแล้วราว 5,000 ไร่

“พรรครักชาติ” ยื่นหนังสือถึง ยูเนสโก ป้องกันขโมยวัฒนธรรม

ในช่วงเวลาที่มรดกวัฒนธรรมไทยกำลังเผชิญภัยคุกคามจากเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชา พรรครักชาติได้ก้าวออกมาเป็นกระบอกเสียงของชาติอย่างน่าประทับใจ โดยการเดินทางไปยื่นหนังสือถึงยูเนสโกสำนักงานใหญ่ที่กรุงปารีส เพื่อเรียกร้องให้ยกระดับมาตรฐานการขึ้นทะเบียนมรดกโลกให้รัดกุมยิ่งขึ้น ป้องกันการบิดเบือนและการขโมยรากเหง้าวัฒนธรรมไทย เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 เมษายน 2567 ถือเป็นก้าวสำคัญในการปกป้องสมบัติชาติ

“พรรครักชาติ” ยื่นหนังสือถึง ยูเนสโก

เมื่อเวลา 08.00 น. นายชนินทร์ ปิ่นทอง ผู้อำนวยการพรรครักชาติ และนายชัยพร จิรวินิจนันท์ โฆษกพรรค ได้เดินทางไปยังกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เพื่อยื่นหนังสือต่อองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) สำนักงานใหญ่ การกระทำครั้งนี้ไม่เพียงแสดงความขอบคุณต่อยูเนสโกที่ให้ความสำคัญกับ “ชุดไทย” ซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมไทยที่เพิ่งได้รับการยอมรับในระดับสากล แต่ยังเป็นการเรียกร้องให้มีการพิจารณาขึ้นทะเบียนมรดกโลกอย่างรอบคอบ เพื่อป้องกันปัญหาการบิดเบือนประวัติศาสตร์และการขโมยวัฒนธรรม

นายชนินทร์ เปิดเผยว่า จุดประสงค์หลักคือการชื่นชมยูเนสโกที่ตระหนักถึงคุณค่าของวัฒนธรรมไทย แต่ในขณะเดียวกันก็แสดงความห่วงใยต่อกระบวนการพิจารณาที่อาจหละหลวม “เราอยากขอให้ยูเนสโกพิจารณาอย่างรอบคอบเกี่ยวกับการขึ้นทะเบียนมรดกโลกว่าถูกต้องตามประวัติศาสตร์จริง ที่มาวันนี้เพื่อเป็นเสียงช่วยปกป้องวัฒนธรรมไทยในสถานการณ์เสี่ยงถูกขโมย” นายชนินทร์กล่าวอย่างหนักแน่น

เหตุผลที่ “พรรครักชาติ” ยื่นหนังสือถึง ยูเนสโก

นายชัยพร โฆษกพรรค ได้กล่าวเสริมทั้งภาษาไทยและฝรั่งเศส โดยเน้นย้ำถึงความกังวลต่อ “Cultural origin theft” หรือการขโมยรากเหง้าวัฒนธรรม ซึ่งเป็นปัญหาที่ละเอียดอ่อนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การเดินทางครั้งนี้จึงเป็นความพยายามที่จะเป็น “เสียงเล็กๆ” ในการปกป้องสมบัติชาติ ตัวแทนพรรคย้ำว่าการยื่นหนังสือไม่ใช่การกดดัน แต่เป็นข้อเสนอแนะเชิงสร้างสรรค์ เพื่อยกระดับมาตรฐานการประเมินให้เคารพประวัติศาสตร์และความถูกต้อง

  • ขอบคุณยูเนสโกที่ยอมรับ “ชุดไทย” เป็นมรดกวัฒนธรรม
  • เรียกร้องกระบวนการขึ้นทะเบียนที่รัดกุมมากขึ้น
  • ป้องกันการ claim สิทธิ์โดยประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชา
  • สร้างมาตรฐานสากลที่ยุติธรรมสำหรับทุกชาติ

ปัญหาการขโมยวัฒนธรรมไทยโดยกัมพูชาไม่ใช่เรื่องใหม่ ตัวอย่างเช่น การพยายามขึ้นทะเบียนผ้าทอมือ เทียนพรรษา หรือแม้แต่นาฏศิลป์ไทยว่าเป็นมรดกเขมร ซึ่งขัดแย้งกับหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ชัดเจน ยูเนสโกในฐานะผู้พิทักษ์มรดกโลกจึงมีความรับผิดชอบสำคัญในการตรวจสอบให้ละเอียดก่อนอนุมัติ หากปล่อยให้เกิดช่องโหว่ วัฒนธรรมไทยที่สั่งสมมานับพันปีอาจสูญเสียเอกลักษณ์ไปอย่างน่าเสียดาย

ความสำคัญของการปกป้องมรดกวัฒนธรรมไทย

วัฒนธรรมคือรากเหง้าของชาติไทย ไม่ว่าจะเป็นชุดไทย ผ้าไหม หรือศิลปะการแสดง ล้วนสะท้อนถึงอัตลักษณ์ที่ไม่ควรถูกบิดเบือน การที่พรรครักชาติกล้าออกมาเคลื่อนไหวในเวทีสากล แสดงให้เห็นถึงความรักชาติที่แท้จริง ในยุคโลกาภิวัตน์ที่ข้อมูลแพร่กระจายรวดเร็ว การมีตัวแทนอย่างพรรคนี้ช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ไทยในสายตาโลก นอกจากนี้ ยังกระตุ้นให้หน่วยงานรัฐและประชาชนตื่นตัวมากขึ้นในการปกป้องสมบัติชาติ

จากประสบการณ์ในอดีต เช่น กรณีปราสาทพระวิหารที่ยูเนสโกตัดสินไปแล้ว แต่ปัญหาวัฒนธรรมย่อยๆ ยังคงเกิดขึ้นไม่ขาดสาย การยื่นหนังสือครั้งนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการสร้างพันธมิตรระหว่างไทยกับยูเนสโก เพื่อกำหนดเกณฑ์ที่โปร่งใสและมีหลักฐานทางประวัติศาสตร์รองรับ

ในมุมมองของผู้เขียน การกระทำของพรรครักชาติสมควรได้รับการชื่นชมและสนับสนุนจากทุกภาคส่วน เพราะวัฒนธรรมไทยไม่ใช่แค่ของคนรุ่นเก่า แต่เป็นมรดกที่ลูกหลานจะภูมิใจ หากเราปล่อยให้ถูกขโมยไป อนาคตของชาติจะขาดรากฐานที่มั่นคง คุณล่ะ คิดอย่างไรกับการยื่นหนังสือครั้งนี้? ลองมาแสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และแชร์บทความนี้เพื่อกระจายข้อมูลให้เพื่อนๆ รู้ ช่วยกันปกป้องวัฒนธรรมไทยให้ยั่งยืน!

ที่มา – “พรรครักชาติ” ยื่นหนังสือถึง ยูเนสโก เรียกร้องยกระดับมาตรฐานป้องกันกัมพูชาขโมยวัฒนธรรม

บัตรเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรจากฝรั่งเศส ถึงไทยแล้ว!

สวัสดีครับชาวไทยทุกท่าน! วันนี้มีข่าวดีสำหรับคนไทยในต่างประเทศ โดยเฉพาะ บัตรเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรจากฝรั่งเศส ที่ส่งมาถึงประเทศไทยเรียบร้อยแล้วเช้านี้ สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปารีส ขอขอบคุณพี่น้องชาวไทยในฝรั่งเศสที่ให้ความร่วมมืออย่างดีเยี่ยม ทำให้กระบวนการเลือกตั้งและประชามติครั้งนี้เป็นไปอย่างราบรื่น

บัตรเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรจากฝรั่งเศส ถึงไทยเมื่อไหร่?

เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 ตามเวลาประเทศไทย สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปารีส ได้ส่ง บัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) จำนวน 2,594 ซอง ซึ่งบรรจุอยู่ในถุงเมล์การทูต 6 ถุง โดยนายพีรพล พีรานนท์ กงสุลผู้แทน ได้มอบให้กับนางสาวเสาวลักษณ์ รุ่งวัฒนจินดา ผู้อำนวยการฝ่ายจัดการเลือกตั้ง 1 จากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และคณะ ณ ท่าอากาศยานนานาชาติปารีส-ชาร์ล เดอ โกล

บัตรเหล่านี้เดินทางมาถึงประเทศไทยแล้วในเวลา 06.00 น. เดียวกัน ถือเป็นอัตราส่งคืนสูงถึง 88.84% จากผู้ลงทะเบียนทั้งหมด 2,920 ราย ต้องชื่นชมชุมชนไทยในฝรั่งเศสและชมรมต่างๆ ที่ช่วยสนับสนุน ทำให้ บัตรเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรจากฝรั่งเศส มาถึงตรงเวลาเพื่อนับคะแนนในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ครับ

เตรียมไลฟ์สดนับคะแนนประชามติ

นอกจากนี้ สถานทูตยังเตรียมถ่ายทอดสดการนับคะแนนออกเสียงประชามติ นอกราชอาณาจักร ในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ตั้งแต่เวลา 11.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น (ซึ่งต่างจากไทยประมาณ 6 ชั่วโมง) สามารถติดตามได้ทางเฟซบุ๊ก Royal Thai Embassy – Paris, France อย่าพลาดนะครับ จะได้เห็นกระบวนการโปร่งใสแบบเรียลไทม์

ทำไมการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรถึงสำคัญ?

สำหรับคนไทยที่อยู่ต่างประเทศ การใช้สิทธิเลือกตั้งและออกเสียงประชามติ นอกราชอาณาจักร ถือเป็นสิทธิพื้นฐานที่แสดงถึงความรักชาติ ไม่ว่าจะอยู่ไกลแค่ไหน เสียงของเราก็มีน้ำหนักเท่ากับพี่น้องในประเทศ ครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญในการกำหนดอนาคตการเมืองไทย โดยเฉพาะประชามติที่อาจส่งผลต่อรัฐธรรมนูญหรือนโยบายสำคัญ หากคุณลงทะเบียนแล้วแต่ส่งบัตรช้า หรือมีปัญหาอะไร ก็ไม่ต้องกังวล เพราะระบบถูกออกแบบมาให้โปร่งใสและยุติธรรม

นอกจากฝรั่งเศสแล้ว ยังมีประเทศอื่นๆ ที่ส่งบัตรเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรเข้ามาเช่นกัน แต่กรณีนี้เป็นตัวอย่างที่ดีของความร่วมมือระหว่างสถานทูตและชุมชนไทย海外 ทำให้ บัตรเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรจากฝรั่งเศส กลายเป็นข่าวที่สร้างแรงบันดาลใจให้คนไทยทุกสารทิศ

ไม่ไปใช้สิทธิ? แจ้งเหตุได้ง่ายๆ

หากคุณลงทะเบียนแล้วแต่ไม่ได้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งหรือออกเสียงประชามติ สามารถแจ้งเหตุผลได้ทันที เพื่อหลีกเลี่ยงบทลงโทษ โดยคลิกที่ลิงก์เหล่านี้:

กระบวนการง่ายมาก แค่กรอกข้อมูลไม่กี่นาที ก็เรียบร้อยครับ

ขั้นตอนการส่งบัตรเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร

เพื่อให้เข้าใจมากขึ้น มาดูขั้นตอนกันคร่าวๆ นะครับ:

  • ลงทะเบียนล่วงหน้า: ผ่านเว็บ กกต. ก่อนวันเลือกตั้ง
  • รับบัตร: สถานทูตส่งทางไปรษณีย์หรือรับด้วยตัวเอง
  • เติมบัตรและส่งคืน: ใส่ซองลงรหัสยืนยัน ส่งกลับสถานทูตภายในกำหนด
  • สถานทูตรวบรวม: ส่งด้วยเมล์การทูตกลับไทยอย่างปลอดภัย
  • นับคะแนน: ที่ไทยหรือไลฟ์ที่สถานทูต

ขั้นตอนเหล่านี้ช่วยให้คนไทย海外มีส่วนร่วมได้เต็มที่ แม้จะอยู่ห่างไกล

สรุปแล้ว บัตรเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรจากฝรั่งเศส ที่มาถึงไทยนี้ เป็นสัญญาณดีว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะโปร่งใสและครอบคลุม ผมเชื่อว่าการมีส่วนร่วมแบบนี้จะนำพาประเทศเราไปข้างหน้าด้วยดี ลองคิดดูสิครับ ถ้าทุกคนร่วมมือ เสียงของเราจะดังยิ่งขึ้น!

CTA: รีบติดตามไลฟ์นับคะแนนวันที่ 8 ก.พ. ทางเฟซบุ๊กสถานทูตปารีส และแชร์ข่าวนี้ให้เพื่อนๆ คนไทยในยุโรปด้วยนะครับ เพื่อกระตุ้นให้ทุกคนตื่นตัวทางการเมือง

ที่มา – บัตรเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรจากฝรั่งเศส ถึงไทยแล้ว สถานทูตไลฟ์นับคะแนนประชามติ 8 ก.พ.

ฝรั่งเศสจับกุม ตั้งข้อหาหญิงจีน ขโมยทอง

ฝรั่งเศสจับกุมและตั้งข้อหาหญิงชาวจีน ในฐานะผู้ต้องสงสัยก่อเหตุโจรกรรมทองคำหนักหลายกิโลกรัมจากพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติในกรุงปารีสเมื่อเดือนก่อน โดยเธอลงมือเพียงลำพัง

อัยการฝรั่งเศสเปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ดำเนินการจับกุมและตั้งข้อหาหญิงชาวจีนรายหนึ่ง ในคดีลักขโมยทองคำจากพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติในกรุงปารีส ซึ่งเป็นหนึ่งในคดีบุกรุกสถาบันวัฒนธรรมของฝรั่งเศสที่เกิดขึ้นหลายครั้งในช่วงที่ผ่านมา การโจรกรรมดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 16 ก.ย.

น.ส.ลอเรอ เบคคู อัยการกรุงปารีส กล่าวว่า หญิงชาวจีนวัย 24 ปี ถูกจับกุมที่เมืองบาร์เซโลนาเมื่อวันที่ 30 ก.ย. หลังก่อเหตุบุกรุกพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติและลักขโมยทองคำมูลค่ากว่า 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ก่อนจะถูกส่งตัวให้เจ้าหน้าที่ฝรั่งเศสเมื่อ 13 ต.ค.ที่ผ่านมา และถูกตั้งข้อหาลักทรัพย์กับสมคบคิดก่ออาชญากรรม

การสืบสวนพบว่า หญิงรายนี้เดินทางออกจากฝรั่งเศสในวันเดียวกับที่มีการบุกรุกและกำลังเตรียมตัวเดินทางกลับประเทศจีน โดยอัยการกล่าวว่า ในตอนที่ถูกจับกุม หญิงต้องสงสัยพยายามกำจัดทองคำที่ถูกหลอมแล้วน้ำหนักเกือบ 1 กิโลกรัม โดยไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม

ทั้งนี้ ภัณฑารักษ์ของพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติพบว่าทองคำที่จัดแสดงถูกขโมยไปหลังจากพนักงานทำความสะอาดแจ้งว่าพบเศษซากความเสียหายในพื้นที่จัดแสดง

โดยวัตถุที่ถูกขโมยไปได้แก่ ก้อนทองคำจากโบลิเวีย ที่ได้รับบริจาคในศตวรรษที่ 18, ก้อนทองคำจากเทือกเขาอูรัล ของรัสเซีย ซึ่งเป็นของขวัญจากพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 1 เมื่อปี พ.ศ.2376, ก้อนทองคำจากแคลิฟอร์เนีย ซึ่งมีอายุย้อนไปถึงยุคตื่นทอง (พ.ศ.2391–2398) และก้อนทองคำหนัก 5 กิโลกรัม จากออสเตรเลียที่ถูกค้นพบในปี พ.ศ.2533

น.ส.เบคคูกล่าวว่า ทองคำธรรมชาติ (Native Gold) ถูกขโมยไปเกือบ 6 กิโลกรัม ซึ่งประเมินมูลค่าความเสียหายไว้ที่ 1.5 ล้านยูโร แต่มูลค่าทางประวัติศาสตร์และวิทยาศาสตร์ของวัตถุเหล่านี้นั้น “ไม่อาจประเมินได้”

การสืบสวนพบว่า ประตูพิพิธภัณฑ์สองบานถูกตัดด้วยเครื่องเจียร และตู้จัดแสดงถูกเจาะด้วยหัวเป่าไฟ (blowtorch) อีกทั้งยังพบเครื่องมือต่าง ๆ เช่น หัวเป่าไฟ, เครื่องเจียร, ไขควง, ถังแก๊ส และเลื่อย ถูกทิ้งไว้ในบริเวณใกล้เคียงด้วย

ส่วนภาพจากกล้องวงจรปิดแสดงให้เห็นว่า มีผู้บุกรุกเพียงคนเดียวเข้าสู่พิพิธภัณฑ์หลังเวลา 01:00 น. เล็กน้อย และเดินทางออกจากพื้นที่ราว 04:00 น.

ฝรั่งเศสจับกุม-ตั้งข้อหาหญิงจีน ขโมยทองจากพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติ

คดี ฝรั่งเศสจับกุม-ตั้งข้อหาหญิงจีน ขโมยทองจากพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติ กลายเป็นข่าวใหญ่ที่ได้รับความสนใจจากทั่วโลก ไม่เพียงแต่เพราะมูลค่าของทองคำที่ถูกขโมยไปเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความกล้าบ้าบิ่นของผู้ก่อเหตุที่ลงมือเพียงลำพังอีกด้วย เรื่องราวนี้ทำให้เกิดคำถามมากมายเกี่ยวกับมาตรการรักษาความปลอดภัยของพิพิธภัณฑ์ระดับโลก รวมถึงแรงจูงใจที่แท้จริงของผู้ก่อเหตุ

ทำไมหญิงจีนถึงกล้าขโมยทองจากพิพิธภัณฑ์?

การ ฝรั่งเศสจับกุม-ตั้งข้อหาหญิงจีน ขโมยทองจากพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติ ทำให้หลายคนสงสัยว่าอะไรคือแรงจูงใจที่ทำให้เธอตัดสินใจก่อเหตุอุกอาจเช่นนี้ ทองคำที่ถูกขโมยไปมีมูลค่าสูงถึง 1.5 ล้านยูโร ซึ่งอาจเป็นแรงจูงใจทางการเงินที่สำคัญ แต่ก็มีความเป็นไปได้ที่เธออาจมีแรงจูงใจอื่น ๆ เช่น ความท้าทาย หรือความต้องการที่จะพิสูจน์ตัวเอง

คดีนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงช่องโหว่ในระบบรักษาความปลอดภัยของพิพิธภัณฑ์ แม้ว่าพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติในกรุงปารีส จะเป็นสถานที่สำคัญทางวัฒนธรรม แต่ก็ยังถูกบุกรุกและโจรกรรมได้สำเร็จ การปรับปรุงมาตรการรักษาความปลอดภัยจึงเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีกในอนาคต

สิ่งที่เกิดขึ้นในคดี ฝรั่งเศสจับกุม-ตั้งข้อหาหญิงจีน ขโมยทองจากพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติ ไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องของการโจรกรรม แต่ยังเป็นเรื่องของการตั้งคำถามถึงคุณค่าของวัตถุทางประวัติศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ทองคำที่ถูกขโมยไปนั้น ไม่ได้มีมูลค่าเพียงแค่ตัวเงิน แต่ยังมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์และวิทยาศาสตร์ที่ “ไม่อาจประเมินได้” การสูญเสียวัตถุเหล่านี้ไป จึงเป็นการสูญเสียมรดกทางวัฒนธรรมของมนุษยชาติ

ที่มา – ฝรั่งเศสจับกุม-ตั้งข้อหาหญิงจีน ขโมยทองจากพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติ

Scroll to top