กลุ่มจีนเทา

ดราม่า “อาร์มมังกร” สั่งทุก สน. ขออนุญาตให้ถูกต้อง

ดราม่า “อาร์มมังกร” สั่งทุก สน. ขออนุญาตให้ถูกต้อง

กลายเป็นประเด็นร้อนบนโลกโซเชียลขึ้นมาทันที สำหรับกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับเครื่องแบบของเจ้าหน้าที่ตำรวจงานป้องกันปราบปราม สน.ห้วยขวาง ที่มีการนำอาร์มรูปมังกรมาติดไว้บริเวณแขนเสื้อ สร้างความสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับกลุ่มธุรกิจสีเทาหรือไม่ ทีมงานจึงขอพาไปอัปเดตสถานการณ์ล่าสุดเกี่ยวกับเรื่อง “อาร์มมังกร” สั่งทุก สน. ขออนุญาตให้ถูกต้อง ตามคำสั่งของกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ที่ได้ออกมาจัดการเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน

เบื้องลึกที่มาของอาร์มมังกร

จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า อาร์มรูปมังกรดังกล่าวถูกตำรวจงานป้องกันปราบปราม สน.ห้วยขวาง ใช้งานมาเป็นระยะเวลาประมาณ 3-4 ปีแล้ว โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเป็นเพียงเครื่องหมายบอกฝ่ายในการปฏิบัติหน้าที่ให้มีความชัดเจนเท่านั้น ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มจีนเทาหรือการเรียกรับผลประโยชน์ใดๆ ทั้งสิ้น การกระทำนี้เป็นการจัดทำขึ้นโดยเจ้าหน้าที่เองเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจในการทำงานในพื้นที่เท่านั้น

ผลการตรวจสอบจาก บช.น.

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของ บช.น. ยืนยันว่าจากการตรวจสอบเบื้องต้น ไม่พบความเชื่อมโยงระหว่าง สน.ห้วยขวาง กับกลุ่มผู้กระทำความผิดกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่พบคืออาร์มดังกล่าวยังไม่ได้ผ่านการขออนุญาตอย่างเป็นทางการตามระเบียบของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ด้วยเหตุนี้ทางต้นสังกัดจึงได้สั่งการให้ดำเนินการดังนี้:

  • สั่งการให้ทุกสถานีตำรวจในสังกัด บช.น. ที่มีการใช้อาร์มติดเครื่องแบบ ต้องเร่งดำเนินการทำเรื่องขออนุญาตให้ถูกต้องตามระเบียบ
  • ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 กำลังพิจารณารูปแบบตราสัญลักษณ์ของทุก สน. ใหม่ทั้งหมด เพื่อให้เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่และป้องกันไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดทางสังคมอีก
  • สั่งการแบบเด็ดขาดให้ทุก สน. ที่มีการติดอาร์มโดยไม่ได้ขออนุญาต ให้ถอดออกทั้งหมดในระหว่างที่รอการตรวจสอบและอนุมัติรูปแบบใหม่

อย่างไรก็ตาม เรื่อง “อาร์มมังกร” สั่งทุก สน. ขออนุญาตให้ถูกต้อง ถือเป็นบทเรียนที่ดีในการจัดระเบียบเครื่องแบบข้าราชการตำรวจให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชน ทั้งนี้การมีเครื่องหมายบอกฝ่ายถือเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ในเชิงการปฏิบัติงาน แต่ทุกอย่างต้องอยู่ภายใต้กฎระเบียบที่ตรวจสอบได้ การสั่งการให้ถอดอาร์มที่ไม่ได้รับอนุญาตออกจึงเป็นสิ่งที่ถูกต้องและสมควร เพื่อลดกระแสสังคมและมุ่งเน้นการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเป็นมืออาชีพต่อไปครับ

หากคุณมีความคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ สามารถคอมเมนต์แลกเปลี่ยนข้อมูลกันได้เลยครับ ความโปร่งใสของเจ้าหน้าที่เป็นเรื่องสำคัญที่พวกเราทุกคนต้องจับตามองไปด้วยกัน

ที่มา – “อาร์มมังกร” ทำวุ่น บช.น.สั่งทุก สน. ขออนุญาตให้ถูกต้อง ไม่พบ สน.ห้วยขวาง เอี่ยวจีนเทา

กรมราชทัณฑ์ เผยไม่พบ บอสกันต์ ในห้องลับเรือนจำ

จากกรณีข่าวลือที่แพร่สะพัด กรมราชทัณฑ์ ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับปฏิบัติการจู่โจมค้น ห้องลับเรือนจำ และยืนยันว่าไม่พบ บอสกันต์ ในภาพวงจรปิดช่วงเวลาดังกล่าว พร้อมทั้งระบุว่าเซิร์ฟเวอร์บางส่วนถูกลบ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการกู้คืนข้อมูลและรอผลการสอบสวนอย่างละเอียด

เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2568 นายยุทธนา นาคเรืองศรี รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ รักษาการ ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ได้กล่าวถึงกรณีที่มีข่าวปรากฏภาพของ บอสกันต์ หรือ กันต์ กันตถาวร ในกล้องวงจรปิด ซึ่งเชื่อมโยงกับประเด็นเจ้าหน้าที่เรือนจำให้ความช่วยเหลือผู้ต้องขังกลุ่มจีนเทา และการมีอยู่ของห้องลับภายในเรือนจำว่า เบื้องต้นยังไม่พบข้อมูลดังกล่าว

นายยุทธนากล่าวเพิ่มเติมว่า ในฐานะที่ได้รับมอบหมายให้เป็นรักษาการผู้บัญชาการเรือนจำ เพื่อเข้ามาจัดระเบียบและสร้างความเรียบร้อย จะทำการสอบถามข้อเท็จจริงกับนายกันต์ ซึ่งปัจจุบันถูกคุมขังอยู่ที่แดน 1 ของเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เพื่อนำข้อมูลไปประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง และจะตรวจสอบทุกประเด็นที่สื่อมวลชนให้ความสนใจเพื่อให้เกิดความกระจ่างชัดเจนมากที่สุด

กรมราชทัณฑ์ ยันไม่พบ บอสกันต์ ในห้องลับเรือนจำ

สำหรับปฏิบัติการจู่โจมตรวจค้นเมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ประกอบด้วยทีมงาน 3 ชุด ได้แก่ ทีมเทคนิค, ทีมตรวจค้น และทีมสอบปากคำ โดยทีมเทคนิคได้นำเซิร์ฟเวอร์ทั้งหมดไปตรวจสอบเพิ่มเติม เนื่องจากพบว่าข้อมูลบางส่วนถูกลบ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการกู้คืน จึงต้องรอผลการสอบสวนอย่างรอบด้านก่อนสรุปผล

ทั้งนี้ มีรายงานข่าวจาก กรมราชทัณฑ์ ว่า ภาพจากกล้องวงจรปิดที่รวบรวมมาตรวจสอบทั้งหมด บันทึกภาพผู้เกี่ยวข้องในหลายพื้นที่ในแต่ละวัน โดยเบื้องต้นได้ตรวจสอบภาพในวันที่ 16 พฤศจิกายน ตั้งแต่ก่อน 9.00 น. จนถึงช่วงเวลาจู่โจม 10.30 น. ซึ่งไม่ปรากฏภาพของนายกันต์ในช่วงเวลาดังกล่าว ส่วนจะมีภาพนายกันต์ปรากฏในกล้องวงจรปิดที่จุดใด วันใดบ้างนั้น ยังคงต้องตรวจสอบต่อไป

ความคืบหน้ากรณีผู้ต้องขังจีนเทา

ในส่วนของผู้ต้องขังชาวจีนเทา 2 ราย ที่ถูกพบพร้อมกับหญิงสาวชาวจีนขณะจู่โจมตรวจค้น ได้ถูกย้ายไปคุมขังที่เรือนจำเขาบิน ซึ่งเป็นเรือนจำความมั่นคงสูง หรือ ซูเปอร์แมกซ์ โดยหนึ่งคนเป็นผู้ต้องขังระหว่างรอการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน และอีกคนเป็นผู้ต้องหาในคดีปลอมแปลงเอกสารราชการ หรือปลอมบัตรประชาชน

สำหรับกรณีห้องลับใต้บันไดที่ถูกใช้เป็นสถานที่สำราญของผู้ต้องขังชาวจีนเทานั้น พบว่ามีเจ้าหน้าที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดในการควบคุมและปฏิบัติต่อผู้ต้องขัง จึงได้ดำเนินการย้ายเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องรวม 15 ราย ประกอบด้วย ผู้บัญชาการเรือนจำฯ เจ้าหน้าที่ผู้คุม และหัวหน้าฝ่ายควบคุมแดนไปก่อนแล้ว ดังนั้น รวมมีเจ้าหน้าที่ของเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครที่เกี่ยวพันกับเรื่องอื้อฉาว และถูกย้ายให้ไปปฏิบัติหน้าที่ราชการยังที่อื่นไว้ก่อน รวมทั้งสิ้น 34 ราย

การออกมาให้ข้อมูลของ กรมราชทัณฑ์ ในครั้งนี้ ถือเป็นการตอบโต้ข่าวลือ และแสดงความโปร่งใสในการดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม ประชาชนยังคงต้องติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด และรอผลการสอบสวนอย่างเป็นทางการ เพื่อให้เกิดความกระจ่างและความยุติธรรมในทุกฝ่าย

ที่มา – “กรมราชทัณฑ์” เผยวงจรปิดช่วงจู่โจมค้น “ห้องลับเรือนจำ” ไม่พบ “บอสกันต์”

Scroll to top