กลุ่มวัยรุ่น

สลดใจ เหยื่อสาววัย 14 ร้องโดนรุ่นพี่ลวง 5 ทรชนล่วงละเมิด

สลดใจ เหยื่อสาววัย 14 ร้องโดนรุ่นพี่ลวงให้ 5 ทรชนล่วงละเมิด-ปล่อยคลิปว่อน เหตุการณ์สุดสะเทือนใจเกิดขึ้นในพื้นที่ จ.ชัยนาท เมื่อเด็กหญิงวัยเพียง 14 ปี กลายเป็นเหยื่อของการลวงล่อจากรุ่นพี่วัย 16 ปี ที่นำตัวไปให้กลุ่มวัยรุ่นชาย 5 คน ซึ่งมีอายุระหว่าง 13-16 ปี ล่วงละเมิดทางเพศอย่างโหดร้าย หลังจากมอมเหล้าให้จนหมดสติ และยังถ่ายคลิปวิดีโอเผยแพร่เพื่อประจานและแบล็คเมล์

สลดใจ เหยื่อสาววัย 14 ร้องโดนรุ่นพี่ลวงให้ 5 ทรชนล่วงละเมิด-ปล่อยคลิปว่อน

เรื่องราวเริ่มต้นจากวันที่ 1 มกราคม 2569 ในงานวัดที่ อ.เนินขาม จ.ชัยนาท รุ่นพี่หญิงที่เรียกว่านางสาวเอ (นามสมมติ) อายุ 16 ปี ได้ชวนผู้เสียหายหรือ ด.ญ.บี (นามสมมติ) วัย 14 ปี ไปบ้านของ ด.ช.ซี (นามสมมติ) อายุ 13 ปี ที่ อ.หันคา โดยอ้างว่ามีเพื่อนผู้ชายอยากเจอ เมื่อไปถึง กลุ่มวัยรุ่นชายชวนเล่นทอยลูกเต๋า ใครแพ้กินเหล้า จน ด.ญ.บี เมาจนไม่ได้สติ พอสติตัวอีกทีก็ตี 1-2 แล้วรุ่นพี่ปลุกให้กลับบ้าน

ต่อมา ด.ญ.บี รู้ความจริงจากคลิปที่หลุดว่อนในพื้นที่ เพื่อนส่งมาให้ดู เธอพบว่าตัวเองถูกกลุ่มชาย 5 คนล่วงละเมิด โดยในคลิปยังมีการใช้พอตไฟฟ้าและโช้ครถจักรยานยนต์กระทำอนาจารอย่างน่าขยะแขยง คลิปนี้แพร่กระจายเกือบเดือนแล้ว แต่ไม่มีใครกล้าแจ้งเพราะถูกขู่

สาเหตุจากปฏิเสธขายบริการ

ย้อนไปธันวาคม 2568 รุ่นพี่เอ ชวน ด.ญ.บี ไปบ้านรุ่นพี่เพื่อ “ทำงาน” โดยอ้างว่านั่งกินข้าวกับลูกค้า แต่จริงๆ คือชวนขายบริการทางเพศ เมื่อ ด.ญ.บี รู้ก็ปฏิเสธเพราะกลัวแฟนรู้ เอไม่พอใจขู่ตบตี นี่น่าจะเป็นชนวนที่นำไปสู่การแก้แค้นด้วยการลวงไปมอมยาและถ่ายคลิป

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นค้ามนุษย์ เพราะเอทำตัวเป็นแม่เล้า ชวนเด็กสาวหลายคนไปขายบริการ คิดเงินลูกค้าครั้งละ 1,500 บาท หักส่วนแบ่ง 500-800 บาท ลูกค้าบางรายเป็นข้าราชการและตำรวจด้วย ต้นอ้อ เป็นหนึ่ง ประธานมูลนิธิเป็นหนึ่ง ได้รับแจ้งจากเหยื่อหลายรายและรวบรวมหลักฐานเพื่อส่งตำรวจ

วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2569 ต้นอ้อนำ ด.ญ.บี ไปแจ้งความที่ สภ.เนินขาม เจ้าหน้าที่ พมจ.ชัยนาท นำตัวเด็กไปตรวจร่างกายและจิตใจ ตำรวจออกหมายเรียก 5 วัยรุ่นชายและแม่เล้าเอ รวมถึงผู้ปกครอง หากไม่มาจะออกหมายจับดำเนินคดีค้ามนุษย์และล่วงละเมิดทางเพศเด็ก

  • การมอมเหล้าและล่วงละเมิดเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ถือเป็นข่มขืนกระทำชำเรา
  • การถ่ายคลิปเผยแพร่เป็นความผิดทางกฎหมายเพิ่มเติม
  • มีเครือข่ายค้ามนุษย์ที่เกี่ยวข้องกับผู้มีอำนาจ

ต้นอ้อ เปิดเผยว่าคลิปนี้น่าหดหู่มาก แม่เด็กบางคนรู้แต่ไม่กล้าแจ้งเพราะถูกขู่ ผู้ปกครองต้องเป็นเซฟโซนให้ลูก รับฟังและปกป้อง หากเด็กมีปัญหาแบบนี้ อย่าปล่อยไว้

เหตุการณ์ สลดใจ เหยื่อสาววัย 14 ร้องโดนรุ่นพี่ลวงให้ 5 ทรชนล่วงละเมิด-ปล่อยคลิปว่อน นี้สะท้อนปัญหาการล่อลวงเด็กในโซเชียลและชุมชน ผู้ปกครองควรสอนลูกแยกแยะอันตราย ตรวจสอบเพื่อนฝูง และสอนเรื่องเพศศึกษาให้ถูกต้อง หากเจอกรณีคล้ายๆ นี้ อย่ารอช้า ติดต่อมูลนิธิช่วยเหลือเด็กหรือตำรวจทันที เพื่อปกป้องเด็กไทยให้ปลอดภัย

สุดท้าย อยากฝากว่าเด็กทุกคนสมควรได้รับการคุ้มครอง อย่าให้ความกลัวหยุดยั้งความยุติธรรม สังคมต้องร่วมมือกันต่อต้านการล่วงละเมิดเด็ก หากคุณมีข้อมูลเพิ่มเติมหรือต้องการช่วยเหลือ สามารถติดต่อเพจ “ต้นอ้อ เป็นหนึ่ง” ได้เลย เราจะช่วยเหลือเต็มที่

ที่มา – สลดใจ เหยื่อสาววัย 14 ร้องโดนรุ่นพี่ลวงให้ 5 ทรชนล่วงละเมิด-ปล่อยคลิปว่อน

แสนสะท้านยัน! ป้องกันตัวฮุคซ้ายคู่กรณีร่วง

จากกรณีเหตุการณ์ชุลมุนที่เกิดขึ้นในงานประเพณีแข่งเรือที่ จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งเกี่ยวข้องกับยอดมวยชื่อดัง “แสนสะท้าน พี.เค.แสนชัยมวยไทยยิม” กลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง ล่าสุด แสนสะท้านยัน! ป้องกันตัวฮุคซ้ายคู่กรณีร่วง เพราะเห็นว่าจำเป็นต้องปกป้องตัวเองและทีมงาน

แสนสะท้านยัน! ป้องกันตัวฮุคซ้ายคู่กรณีร่วง

เรื่องราวเริ่มต้นจากกลุ่มวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งที่พยายามขึ้นไปเต้นบนลำโพงหน้าเวทีหมอลำคณะดอกเหมยเพ็ญนภา สมสุข และเมื่อถูกตักเตือนก็เกิดความไม่พอใจ จนนำไปสู่การบุกเข้าไปในพื้นที่หลังเวที ซึ่งขณะนั้นเองที่นายสุทิวัส เช่นพิมาย หรือ “แสนสะท้าน พี.เค.แสนชัยมวยไทยยิม” อดีตแชมป์โลกมวยไทย อยู่ในเหตุการณ์และพยายามเข้าไประงับเหตุ

จากการให้สัมภาษณ์ของแสนสะท้าน เผยว่า กลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวได้พยายามที่จะทำร้ายทีมงานของหมอลำ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง ทำให้เขาต้องเข้าไปปกป้อง และในการชุลมุนนั้นเอง เขาได้ชกไปที่ใบหน้าของวัยรุ่นคนหนึ่งจนล้มลง ทำให้เกิดความวุ่นวายมากยิ่งขึ้น

“ผมเห็นว่าจำเป็นที่จะต้องป้องกันตัวและปกป้องทีมงานจริงๆ ครับ” แสนสะท้านกล่าว “พวกเขาพยายามที่จะเข้ามาทำร้ายร่างกายพวกเรา ผมไม่มีทางเลือกอื่น”

ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ เผยชนวนเหตุ

พล.ต.ต.ศิรสัณห์ เยื้อนสงวนชัย ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า จากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่า ชนวนเหตุของเรื่องมาจากความมึนเมาและคึกคะนองของกลุ่มวัยรุ่น รวมถึงอาจจะมีความรู้สึกอับอายที่ถูกตักเตือนให้ลงจากลำโพง ทำให้เกิดการโต้เถียงและนำไปสู่เหตุการณ์ดังกล่าว

หลังจากเกิดเหตุการณ์ แสนสะท้านยัน! ป้องกันตัวฮุคซ้ายคู่กรณีร่วง ก็ได้เข้าให้ปากคำกับตำรวจ สภ.กมลาไสย พร้อมกับยืนยันว่าจะดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุให้ถึงที่สุด เนื่องจากมีความกังวลเรื่องความปลอดภัยของทีมงาน

“ผมอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการคดีนี้อย่างเต็มที่ เพราะผมและทีมงานรู้สึกไม่ปลอดภัย” แสนสะท้านกล่าว

เหตุการณ์ดังกล่าวได้กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในโลกโซเชียล โดยมีทั้งผู้ที่เห็นด้วยกับการกระทำของแสนสะท้านที่ปกป้องทีมงาน และผู้ที่เห็นว่าการใช้กำลังเป็นสิ่งที่เกินเลย

อย่างไรก็ตาม แสนสะท้านยังคงยืนยันว่า เขาทำไปเพราะมีความจำเป็นที่จะต้องปกป้องตัวเองและทีมงาน และหวังว่ากระบวนการยุติธรรมจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

ถึงแม้ว่าเหตุการณ์นี้จะเป็นที่ถกเถียงกัน แต่สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนคือ การใช้ความรุนแรงไม่ใช่ทางออกของปัญหา และการเคารพซึ่งกันและกันเป็นสิ่งสำคัญในการอยู่ร่วมกันในสังคม

แสนสะท้านยัน! ป้องกันตัวฮุคซ้ายคู่กรณีร่วง เพราะสถานการณ์บีบบังคับ แต่การแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธีและการใช้กฎหมายเป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก

ที่มา – ยอดมวย “แสนสะท้าน” ยัน จำเป็นที่ต้องป้องกันตัว ฮุคซ้ายเข้าปลายคางคู่กรณีร่วง

5 ข้อหา! แก๊งวัยรุ่นกระทืบทีมงานหมอลำดัง

กลายเป็นข่าวใหญ่โต! แก๊งวัยรุ่น 6 คนถูกจับกุมหลังก่อเหตุทำร้ายร่างกายทีมงานหมอลำชื่อดัง “ดอกเหมยเพ็ญนภา สมสุข” ขณะทำการแสดงในงานประเพณีแข่งเรือที่จังหวัดกาฬสินธุ์ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากที่วัยรุ่นกลุ่มดังกล่าวไม่พอใจที่ถูกเตือนเรื่องการขึ้นไปเต้นบนลำโพงหน้าเวที “แสนชัย” และ “ดอกเหมย” ยืนยันจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุดเพื่อเป็นตัวอย่าง ในขณะที่กลุ่มวัยรุ่นยอมรับผิดและกล่าวขอโทษ โดยอ้างว่าเกิดจากอาการมึนเมา เบื้องต้น ตำรวจได้แจ้ง 5 ข้อหา

จากกรณีแก๊งวัยรุ่นกระทืบทีมงานหมอลำดังดอกเหมยเพ็ญนภา สมสุข ที่กำลังแสดงในงานประเพณีแข่งเรือ อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ หลังจากถูกเตือนห้ามเต้นบนลำโพงหน้าเวที นายสุทิวัส เช่นพิมาย หรือ “แสนสะท้าน พีเคแสนชัยมวยไทยยิม” อดีตแชมป์โลกมวยไทย ได้พยายามเข้าปกป้องทีมงาน ทำให้เกิดการชุลมุนขึ้น ทีมงานหมอลำและประชาชนได้บันทึกคลิปเหตุการณ์และเผยแพร่ในโลกโซเชียล พล.ต.ต.ศิรสัณห์ เยื้อนสงวนชัย ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ ได้สั่งการให้ตำรวจเร่งรวบรวมหลักฐานและนำตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี

เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ต.ศิรสัณห์ เยื้อนสงวนชัย ได้ลงพื้นที่ติดตามคดีและเข้าพบกับผู้เสียหาย แสนสะท้าน และดอกเหมย พร้อมทีมงานหมอลำ ยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมในการดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุทุกราย

จากนั้น พล.ต.ต.ศิรสัณห์ ได้สอบถามกลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุ หลังจากที่เข้ามอบตัว และชุดสืบสวน สภ.กมลาไสย ร่วมกับชุดสืบสวน ภ.จว.กาฬสินธุ์ ได้จับกุมผู้ก่อเหตุได้ 6 คน

ภาพเหตุการณ์แก๊งวัยรุ่นกระทืบทีมงานหมอลำดัง

พล.ต.ต.ศิรสัณห์ เยื้อนสงวนชัย กล่าวว่า หลังได้รับรายงานเหตุการณ์ ได้สั่งการให้ตำรวจเร่งรวบรวมพยานหลักฐานและนำตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีโดยเร็ว เบื้องต้นจับกุมได้ 6 คน ได้แก่ 1.นายจักรพงษ์ นาชัยดี อายุ 26 ปี 2.นายณัฐพงศ์ กุดวิเทศ อายุ 31 ปี 3.ชัยวิวัฒน์ วันดี อายุ 35 ปี 4.นายมนูญ อนันเอื้อ อายุ 26 ปี 5.นายอภิสิทธิ์ เลิศล้ำ อายุ 30 ปี และ 6.นายศุภชัย มองทรัพย์ อายุ 30 ปี

ผู้ต้องหาแก๊งวัยรุ่นกระทืบทีมงานหมอลำดัง

พล.ต.ต.ศิรสัณห์ กล่าวต่อว่า จากการสอบถามเบื้องต้น ผู้ต้องหายอมรับว่าก่อเหตุจริง โดยอ้างว่าดื่มสุราจนเมาและรู้สึกเสียหน้าที่ถูกเตือนไม่ให้ขึ้นไปเต้นบนลำโพงหน้าเวที ชัยวิวัฒน์ ตัวแทนกลุ่มผู้ก่อเหตุ ได้กล่าวขอโทษและยกมือไหว้ขอโทษ

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ต้องหาทั้ง 6 คน ได้แก่ 1.ทำให้เสียทรัพย์ 2.ร่วมกันบุกรุก 3.ร่วมกันทำร้ายร่างกาย 4.พกพาอาวุธมีดไปในชุมชนเมืองหมู่บ้าน และ 5.ร่วมกันทำให้ผู้อื่นตกใจกลัวโดยการขู่เข็ญ นอกจากนี้ ยังได้นำตัวผู้ต้องหาไปตรวจปัสสาวะเพื่อหาสารเสพติด หากพบสารเสพติด จะแจ้งข้อหาเพิ่มเติม

นายสุทิวัส เช่นพิมาย หรือแสนสะท้าน พีเคแสนชัยมวยไทยยิม และนางสาวเพ็ญนภา จิตงาม หรือดอกเหมยเพ็ญนภา สมสุข ได้เข้าให้ปากคำกับตำรวจเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และยืนยันจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

นายสุทิวัส กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุ มีคนแจ้งว่ามีกลุ่มวัยรุ่นเต้นอยู่บนเวทีหน้าลำโพง และการ์ดของวงได้เตือนจนเกิดความไม่พอใจ จากนั้นกลุ่มวัยรุ่นได้พยายามบุกเข้ามาด้านหลังเวที ซึ่งมีแต่หางเครื่องผู้หญิงและทีมงานผู้ชายบางส่วน ตนจึงพยายามห้ามและปกป้องทีมงาน ทำให้ต้องป้องกันตัวและปกป้องทีมงาน

แสนสะท้านและดอกเหมยให้ปากคำกับตำรวจ

นางสาวเพ็ญนภา จิตงาม กล่าวว่า ทีมงานตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน จึงอยากให้ตำรวจดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุให้ถึงที่สุด เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง

แก๊งวัยรุ่นกระทืบทีมงานหมอลำดัง

เหตุการณ์ แก๊งวัยรุ่นกระทืบทีมงานหมอลำดัง ครั้งนี้ เป็นบทเรียนสำคัญว่าการขาดสติ และความมึนเมานำมาซึ่งปัญหามากมาย ไม่เพียงแต่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน แต่ยังส่งผลเสียต่อตนเองอีกด้วย การเคารพกฎหมายและให้เกียรติผู้อื่น เป็นสิ่งสำคัญที่ทุกคนควรตระหนัก

ข้อหาหนัก! รุมทำร้ายทีมงานหมอลำดัง

.

แก๊งวัยรุ่นกระทืบทีมงานหมอลำดัง ถือเป็นอุทาหรณ์สะท้อนสังคมให้เห็นถึงความสำคัญของการควบคุมอารมณ์และการยับยั้งชั่งใจ การกระทำที่ขาดสติเพียงชั่ววูบอาจนำมาซึ่งผลเสียร้ายแรงที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตและอนาคตของตนเองและผู้อื่น

ที่มา – โดน 5 ข้อหา แก๊งวัยรุ่นกระทืบทีมงานหมอลำดัง เมาเสียหน้า ถูกเตือนห้ามเต้นบนลำโพง

Scroll to top