กัญชาทางการแพทย์

กัญชาไม่เสรี รัฐบาลย้ำ สธ. คุมเข้มช่อดอก ต้องมีใบสั่งแพทย์

กัญชาไม่เสรี รัฐบาลย้ำ สธ. คุมเข้มช่อดอก ต้องมีใบสั่งแพทย์

หลายคนอาจกำลังสับสนกับสถานะของกัญชาในประเทศไทย แต่ทางภาครัฐได้ออกมาทำความเข้าใจกับประชาชนอย่างชัดเจนแล้วว่า กัญชาไม่เสรี รัฐบาลย้ำ สธ. คุมเข้มช่อดอก ต้องมีใบสั่งแพทย์ เพื่อป้องกันการนำไปใช้ในทางที่ผิดและควบคุมให้เหมาะสมกับการใช้เพื่อการแพทย์เท่านั้น

ในปัจจุบัน กระทรวงสาธารณสุขได้ประกาศให้ช่อดอกกัญชาเป็นสมุนไพรควบคุมภายใต้กฎหมายที่เข้มงวด การที่ใครจะนำไปศึกษาวิจัย ส่งออก หรือจำหน่ายเพื่อการค้า จะต้องได้รับใบอนุญาตอย่างถูกต้องตามมาตรา 46 หากฝ่าฝืนจะมีบทลงโทษตามกฎหมายที่รุนแรง ดังนั้นเรามาทำความเข้าใจข้อปฏิบัติที่ถูกต้องกันครับ

ทำไมกัญชาไม่เสรี รัฐบาลย้ำ สธ. คุมเข้มช่อดอก ต้องมีใบสั่งแพทย์

เหตุผลที่ทางรัฐบาลต้องออกมาตรการนี้ เนื่องจากกัญชายังถูกจัดเป็นยาเสพติดร้ายแรงในหลายประเทศทั่วโลก การเพิกเฉยต่อกฎหมายอาจนำไปสู่ปัญหาใหญ่สำหรับนักเดินทางได้ ทางการได้ระบุแนวทางปฏิบัติในการใช้กัญชาไว้ดังนี้ครับ:

  • การจำหน่ายช่อดอกต้องมีใบสั่งจ่ายยาจากผู้ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์เท่านั้น
  • ห้ามจำหน่ายผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือเครือข่ายคอมพิวเตอร์ออนไลน์ทุกรูปแบบ
  • ห้ามใช้เครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ (Vending Machine) ในการขายกัญชา
  • ห้ามจำหน่ายเพื่อการสูบในสถานที่ประกอบการอย่างเด็ดขาด
  • ห้ามทำการโฆษณากัญชาในทุกช่องทาง

หากมีผู้กระทำผิดหรือลักลอบจำหน่ายโดยไม่มีใบสั่งแพทย์ จะมีความผิดตาม พ.ร.บ. คุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ. 2542 มีโทษจำคุกสูงสุด 1 ปี หรือปรับสูงสุด 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และที่สำคัญที่สุดคือกรณีการลักลอบส่งออก ซึ่งถือเป็นเรื่องใหญ่ที่มีโทษหนักถึงขั้นจำคุก 10 ปี หรือปรับเป็นเงิน 4 เท่าของมูลค่าสินค้า

ในฐานะผู้บริโภค เราควรตรวจสอบข้อมูลให้ดีก่อนซื้อหรือใช้งานกัญชาทุกครั้ง เพราะกัญชาไม่เสรี รัฐบาลย้ำ สธ. คุมเข้มช่อดอก ต้องมีใบสั่งแพทย์ เพื่อความปลอดภัยและเพื่อไม่ให้คุณต้องเสี่ยงกับโทษทางกฎหมายที่รุนแรง หากพบเห็นการกระทำผิด อย่าลืมแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วน ป.ป.ส. 1386 ตลอด 24 ชั่วโมงนะครับ

ที่มา – กัญชาไม่เสรี รัฐบาลย้ำ สธ. คุมเข้มช่อดอก ซื้อ-ขายต้องมีใบสั่งแพทย์ ลักลอบนำออกนอก เจอคุก 10 ปี

ภูมิใจไทยโต้กระแสสังคม “ศุภชัย” ย้ำกัญชาทางการแพทย์ไม่ใช่นันทนาการ

ภูมิใจไทยโต้กระแสสังคม “ศุภชัย” ย้ำกัญชาทางการแพทย์ไม่ใช่นันทนาการ

กลายเป็นประเด็นร้อนที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงอย่างต่อเนื่อง สำหรับเรื่องกัญชาในประเทศไทย ล่าสุดทางฝั่งพรรคภูมิใจไทย นำโดย นายศุภชัย ใจสมุทร ได้ออกมาให้ความชัดเจนผ่านโซเชียลมีเดียว่า พรรคฯ ยังคงยึดมั่นในจุดยืนเดิม คือการสนับสนุนการนำ กัญชาทางการแพทย์ มาใช้เพื่อประโยชน์ในการรักษาโรคและสร้างรายได้ให้พี่น้องเกษตรกรเท่านั้น

จุดยืนของพรรคต่อประเด็นกัญชาทางการแพทย์ไม่ใช่นันทนาการ

หลายคนอาจมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนว่าพรรคภูมิใจไทยสนับสนุนให้กัญชาเป็นของเล่นเพื่อนันทนาการ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ภูมิใจไทยโต้กระแสสังคม “ศุภชัย” ย้ำกัญชาทางการแพทย์ไม่ใช่นันทนาการ โดยมองว่าปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบันเป็นผลมาจากภาวะสุญญากาศทางกฎหมาย หลังจากที่ร่างกฎหมายควบคุมกัญชาที่พรรคเคยเสนอไว้ถูกปัดตกไปในสมัยที่ผ่านมา ทำให้เกิดการใช้แบบไร้ทิศทางและขาดการควบคุมจากภาครัฐที่เข้มงวดเพียงพอ

นายศุภชัยได้อธิบายเพิ่มเติมถึงสถานการณ์ที่ผ่านมาว่า สิ่งที่เราต้องการเห็นไม่ใช่การปล่อยปละละเลย แต่คือการมีกฎหมายรองรับที่ชัดเจน เพื่อให้กัญชาเป็นพืชเศรษฐกิจและยาช่วยชีวิตผู้ป่วยอย่างแท้จริง โดยมีเหตุผลสำคัญดังนี้:

  • เพื่อสนับสนุนการใช้กัญชาเพื่อสุขภาพและบำบัดอาการป่วยอย่างปลอดภัย
  • เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและยกระดับรายได้ของเกษตรกรไทย
  • เพื่อวางรากฐานการป้องกันการเข้าถึงในกลุ่มเยาวชนผ่านพ.ร.บ.กัญชาฯ ที่กำลังจะนำมาใช้ใหม่

ล่าสุด พรรคภูมิใจไทยได้ยื่นร่างพระราชบัญญัติกัญชาทางการแพทย์ฉบับใหม่เข้าสู่สภาเพื่อให้พิจารณาอย่างเร่งด่วน โดยหวังว่าเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกพรรคจะเห็นพ้องในการเดินหน้าสร้างกฎกติกาที่ถูกต้องให้กับสังคม แทนที่จะปล่อยให้เป็นปัญหาคาราคาซังเช่นที่ผ่านมา เพื่อให้กัญชาไทยได้ทำหน้าที่เป็นยาและสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้ประเทศอย่างยั่งยืน

ในมุมมองของผู้เขียน นโยบายที่ดีควรตั้งอยู่บนพื้นฐานของการคุ้มครองประชาชนและการให้โอกาสผู้ป่วยไปพร้อมกัน การนำประเด็นทางการเมืองมาปิดกั้นความก้าวหน้าทางการแพทย์อาจไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุดสำหรับผู้ป่วยที่กำลังรอคอยความหวัง การสร้างกติกาที่เข้มงวดให้ชัดเจนจึงเป็นทางออกที่สังคมควรตั้งตารอครับ

ที่มา – ภูมิใจไทยโต้กระแสสังคม “ศุภชัย” ย้ำกัญชาทางการแพทย์ไม่ใช่นันทนาการ

นายกฯ คุย ป.ป.ส. 3 ชั่วโมง บอกออกนโยบายกัญชา ไม่ต้องเอาใจรัฐมนตรี-ผู้มีอำนาจ

นายกฯ คุย ป.ป.ส. 3 ชั่วโมง บอกออกนโยบายกัญชา ไม่ต้องเอาใจรัฐมนตรี-ผู้มีอำนาจ

กลายเป็นประเด็นที่หลายคนกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิด สำหรับท่าทีล่าสุดจากท่านนายกรัฐมนตรี ต่อการวางรากฐานนโยบายกัญชาของประเทศไทย โดยเมื่อไม่นานมานี้ นายกรัฐมนตรีได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับการประชุมร่วมกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ซึ่งใช้เวลาหารือกันยาวนานกว่า 3 ชั่วโมง ถือเป็นก้าวย่างสำคัญในการจัดระเบียบและทบทวนความเหมาะสมของนโยบายในภาพรวมอย่างจริงจัง

ก้าวใหม่ของการขับเคลื่อนนโยบายกัญชาที่ต้องโปร่งใส

นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำชัดเจนว่า การดำเนินนโยบายกัญชาต่อจากนี้ไป จะต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศชาติอย่างแท้จริง โดยระบุว่านายกฯ คุย ป.ป.ส. 3 ชั่วโมง บอกออกนโยบายกัญชา ไม่ต้องเอาใจรัฐมนตรี-ผู้มีอำนาจ เพราะในอดีตมักเกิดปัญหาเรื่องความลักลั่นของนโยบายที่เปลี่ยนไปตามตัวบุคคล ดังนั้น การทำงานในยุคนี้จึงต้องยกเลิกวิธีคิดที่ว่านโยบายจะดีหรือไม่ขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นรมว.สาธารณสุข แต่ต้องดูที่ข้อเท็จจริงทางวิชาการและผลกระทบต่อสังคมเป็นหลัก

ประเด็นสำคัญที่น่าสนใจจากการประชุมครั้งนี้ มีความเคลื่อนไหวที่ต้องติดตามดังนี้:

  • กฎหมายกัญชาที่เสนอเข้าสภาต้องผ่านการศึกษาอย่างครบทุกมิติ ไม่เน้นแค่กระแส
  • ข้อมูลที่ใช้ประกอบนโยบายต้องมาจากส่วนราชการที่มีความน่าเชื่อถือ
  • การปิดหรือเปิดนโยบายขึ้นอยู่กับการวิเคราะห์รอบด้าน ไม่ใช่การเมือง

นอกจากนี้ ในประเด็นเรื่องการส่งออกกัญชา ท่านนายกฯ ได้ชี้แจงสถานการณ์ที่อินโดนีเซียจับกุมผู้ลักลอบนำเข้าช่อดอกกัญชาจากไทยว่า กฎหมายไทยไม่อนุญาตให้ส่งกัญชาที่ไม่ใช่ทางการแพทย์ออกนอกประเทศอยู่แล้ว และย้ำเตือนว่าผู้ที่กระทำผิดกฎหมายในต่างแดน โดยเฉพาะประเทศที่มีบทลงโทษรุนแรงถึงประหารชีวิต จะต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ในฐานะที่นายกรัฐมนตรีได้นั่งเป็นประธาน ป.ป.ส. ด้วยตนเอง จึงเป็นสัญญาณบวกว่าเราจะได้เห็นความชัดเจนที่มากขึ้น นโยบายนายกฯ คุย ป.ป.ส. 3 ชั่วโมง บอกออกนโยบายกัญชา ไม่ต้องเอาใจรัฐมนตรี-ผู้มีอำนาจ เปรียบเสมือนการส่งสัญญาณไปยังทุกหน่วยงานว่า การทำงานต้องยึดผลประโยชน์ของส่วนรวมเป็นสำคัญ การปรับโฉมครั้งนี้อาจนำไปสู่ความเชื่อมั่นที่ชัดเจนขึ้นในสายตาประชาชน

คุณล่ะคิดอย่างไรกับทิศทางนโยบายกัญชาในยุคใหม่นี้? การเน้นใช้ข้อมูลนำการเมืองจะช่วยให้สังคมไทยก้าวพ้นความสับสนเรื่องกัญชาได้จริงหรือไม่? ร่วมแสดงความคิดเห็นและจับตาดูการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ไปพร้อมกับเรา

ที่มา – นายกฯ คุย ป.ป.ส. 3 ชั่วโมง บอกออกนโยบายกัญชา ไม่ต้องเอาใจรัฐมนตรี-ผู้มีอำนาจ

รัฐบาลเดินหน้ารับฟังความเห็น “ร่าง พ.ร.บ.กัญชา-กัญชง” ถึง 1 ก.ค.นี้

สวัสดีครับทุกคน! วันนี้เรามีข่าวสารสำคัญเกี่ยวกับทิศทางกฎหมายของบ้านเรามาฝากกัน โดยเฉพาะผู้ที่สนใจหรือเกี่ยวข้องกับวงการสมุนไพร เพราะล่าสุดทางรัฐบาลได้ออกมาเคลื่อนไหวครั้งสำคัญกับการเดินหน้ารับฟังความเห็น รัฐบาลเดินหน้ารับฟังความเห็น “ร่าง พ.ร.บ.กัญชา-กัญชง” ถึง 1 ก.ค.นี้ เพื่อให้ทุกคนได้มีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางกฎหมายให้ครอบคลุมและตอบโจทย์การใช้งานจริงในปัจจุบันครับ

รัฐบาลเดินหน้ารับฟังความเห็น “ร่าง พ.ร.บ.กัญชา-กัญชง” ถึง 1 ก.ค.นี้

การเปิดรับฟังความคิดเห็นในช่วงที่ 2 นี้ถือเป็นช่วงโค้งสุดท้ายที่สำคัญมากครับ โดยเป็นการเปิดให้ประชาชนและผู้ประกอบการได้แสดงความเห็นต่อตัวร่างพระราชบัญญัติโดยตรง หลังจากที่ช่วงแรกเราได้ผ่านการรับฟังความคิดเห็นในเชิงหลักการมาแล้ว เพื่อให้กฎหมายฉบับนี้มีความรอบคอบและรัดกุมที่สุด ท่านสามารถเข้าดูรายละเอียดและแสดงความคิดเห็นได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ผ่านช่องทางออนไลน์ตามที่รัฐบาลกำหนด

ทำไมต้องร่วมแสดงความคิดเห็นร่าง พ.ร.บ.กัญชา-กัญชง?

การที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับการรับฟังเสียงประชาชนในครั้งนี้ เพื่อให้เกิดสมดุลระหว่างการใช้ประโยชน์ในทางการแพทย์ การขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ และที่สำคัญที่สุดคือการคุ้มครองสุขภาพประชาชน ดังนั้นการที่ รัฐบาลเดินหน้ารับฟังความเห็น “ร่าง พ.ร.บ.กัญชา-กัญชง” ถึง 1 ก.ค.นี้ จึงเป็นโอกาสดีที่ทุกภาคส่วนจะได้ร่วมสร้างกฎเกณฑ์ที่ชัดเจน เพื่อป้องกันการนำไปใช้ในทางที่ผิดและสร้างความมั่นคงให้กับอุตสาหกรรมในอนาคตครับ

หากคุณมีข้อเสนอแนะที่อยากให้ภาครัฐนำไปพิจารณา สามารถเข้าไปมีส่วนร่วมได้ง่ายๆ ผ่าน 2 ช่องทางหลัก ดังนี้ครับ:

  • ระบบกลางทางกฎหมาย: www.law.go.th
  • เว็บไซต์ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก: www.dtam.moph.go.th

ท้ายที่สุดนี้ ผมเชื่อว่าการมีส่วนร่วมของพวกเราทุกคนจะช่วยให้กฎหมายฉบับนี้มีความเป็นธรรมและส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น รัฐบาลยังคงยืนยันว่าการเดินหน้าปรับปรุงกฎหมายในครั้งนี้จะช่วยสร้างทิศทางที่ยั่งยืน แม้กระบวนการอาจจะต้องใช้เวลา แต่ผลลัพธ์ที่ได้จากการ รัฐบาลเดินหน้ารับฟังความเห็น “ร่าง พ.ร.บ.กัญชา-กัญชง” ถึง 1 ก.ค.นี้ จะเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ทำให้กัญชา-กัญชงไทยก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงและปลอดภัยสำหรับทุกคนครับ อย่าลืมเข้าไปแสดงความคิดเห็นก่อนปิดรับนะครับ

ที่มา – รัฐบาลเดินหน้ารับฟังความเห็น “ร่าง พ.ร.บ.กัญชา-กัญชง” ถึง 1 ก.ค.นี้

รัฐบาลจัดระเบียบกัญชาทางการแพทย์ 1 เดือน ผลงานเป็นอย่างไร?

เชื่อว่าหลายคนคงได้เห็นความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญของภาครัฐในช่วงที่ผ่านมา กับนโยบายเข้มข้นในเรื่องการควบคุมการใช้กัญชาให้เป็นไปอย่างเหมาะสม วันนี้เราจะมาสรุปประเด็นร้อนที่สำคัญภายใต้หัวข้อ รัฐบาลจัดระเบียบกัญชาทางการแพทย์ 1 เดือน ปชช.แจ้งเบาะแสทำผิด 73 เรื่อง ตรวจร้านกัญชา 1,200 ร้าน ให้ทุกคนได้เข้าใจภาพรวมกันแบบชัดๆ ครับ

รัฐบาลจัดระเบียบกัญชาทางการแพทย์ 1 เดือน ปชช.แจ้งเบาะแสทำผิด 73 เรื่อง ตรวจร้านกัญชา 1,200 ร้าน

ตลอดระยะเวลา 1 เดือนที่ผ่านมา รัฐบาลโดยกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกได้เดินหน้าเต็มกำลังเพื่อจัดระเบียบให้กัญชาถูกนำไปใช้เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์และเศรษฐกิจสุขภาพเท่านั้น โดยปฏิเสธกัญชาเพื่อสันทนาการอย่างสิ้นเชิง ซึ่งผลการดำเนินงานถือว่าทำได้ดีทีเดียวครับ

สถิติที่น่าสนใจจากการดำเนินงาน

ทางรัฐบาลได้เปิดเผยตัวเลขที่แสดงถึงความร่วมมือของประชาชนและการบังคับใช้กฎหมาย ดังนี้ครับ:

  • สายด่วนให้คำปรึกษา: มีประชาชนโทรเข้ามากว่า 209 สาย เพื่อสอบถามเรื่องการอบรมและใบอนุญาต
  • การแจ้งเบาะแส: ผ่านช่องทาง Traffy Fondue มีการแจ้งเรื่องทำผิดกฎหมายเข้ามาถึง 73 เรื่อง
  • การลงพื้นที่จริง: เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบสถานประกอบการกัญชาไปแล้วมากกว่า 1,200 ร้านทั่วประเทศ

นอกจากนี้ ในส่วนของการตรวจพบผู้กระทำผิด ทางเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการทั้งในรูปแบบของการพักใช้ใบอนุญาต การจับกุม และการยึดของกลาง เพื่อให้มั่นใจได้ว่าร้านกัญชาทุกแห่งในประเทศไทยต้องอยู่ในระเบียบที่ถูกต้องตามกฎหมาย และไม่ส่งผลกระทบต่อเยาวชนหรือคนในชุมชนครับ

วิธีตรวจสอบร้านกัญชาที่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้อง

หากเพื่อนๆ ต้องการตรวจสอบว่าร้านไหนได้รับอนุญาตถูกต้องหรือไม่ ก่อนจะใช้บริการแนะนำให้ทำตามนี้ครับ:

  • ตรวจสอบร้านค้าและแปลงปลูกผ่านระบบ MC-GIS ที่เว็บไซต์ทางการของกรมการแพทย์แผนไทยฯ
  • เช็ควันหมดอายุของใบอนุญาตผ่าน Super App “หมอพร้อม”
  • หากพบเห็นการกระทำผิด สามารถแจ้งเบาะแสผ่าน Line @traffyfondue ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ท้ายที่สุดนี้ การที่ รัฐบาลจัดระเบียบกัญชาทางการแพทย์ 1 เดือน ปชช.แจ้งเบาะแสทำผิด 73 เรื่อง ตรวจร้านกัญชา 1,200 ร้าน สำเร็จได้ ส่วนหนึ่งเพราะความร่วมมือของพี่น้องประชาชนที่ช่วยกันเป็นหูเป็นตา เพื่อให้สังคมไทยปลอดภัยและกัญชาทำหน้าที่เป็นเพียงทางเลือกในการรักษาโรคอย่างแท้จริงครับ

ที่มา – รัฐบาลจัดระเบียบกัญชาทางการแพทย์ 1 เดือน ปชช.แจ้งเบาะแสทำผิด 73 เรื่อง ตรวจร้านกัญชา 1,200 ร้าน

“สส.เต้ ทวิวงศ์” อภิปรายไม่ไว้วางใจ อนุทิน

ในวันที่ 30 กันยายน 2568 บรรยากาศในรัฐสภาไทยร้อนระอุ เมื่อ “สส.เต้ ทวิวงศ์” อภิปรายปิดจบแถลงนโยบายวันแรก ชี้ไม่เคยไว้วางใจ “อนุทิน” แม้แต่วินาทีเดียว โดยมุ่งเป้าไปที่ปัญหากัญชาที่กำลังกลายเป็นวิกฤตใหญ่ของสังคมไทย การอภิปรายครั้งนี้ไม่ใช่แค่การวิจารณ์ แต่เป็นการชี้ให้เห็นช่องโหว่ในนโยบายที่ปล่อยให้กัญชาเสรีลุกลามจนไทยถูกขนานนามว่าเป็น “ราชันแห่งกัญชา” จากสื่อต่างประเทศ

“สส.เต้ ทวิวงศ์” อภิปรายปิดจบแถลงนโยบายวันแรก ชี้ไม่เคยไว้วางใจ “อนุทิน” แม้แต่วินาทีเดียว

การประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อแถลงนโยบายรัฐบาลของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ดำเนินไปอย่างเข้มข้น โดยฝ่ายค้านอภิปรายอย่างกว้างขวาง และคณะรัฐมนตรีได้ชี้แจงหลายประเด็น แต่สิ่งที่สะดุดตาที่สุดคือการปิดท้ายของนายทวิวงศ์ โตทวิวงศ์ ส.ส.อยุธยา พรรคประชาชน ที่โยงตรงไปยังนโยบายกัญชาของพรรคภูมิใจไทย เขาแสดงความเสียใจที่รัฐบาลหลีกเลี่ยงการพูดถึงปัญหานี้ในคำแถลงนโยบาย ทั้งที่ 3 ปีที่ผ่านมา การปลดล็อกกัญชาออกจากยาเสพติดก่อให้เกิดสุญญากาศทางกฎหมายอย่างรุนแรง กฎเกณฑ์ที่ออกตามหลังไม่สามารถบังคับใช้ได้จริง แม้แต่การออกใบอนุญาตก็ไร้ประสิทธิภาพ ทำให้เกิดความเสียหายมหาศาลต่อสังคมไทย

สส.เต้ ทวิวงศ์ เน้นย้ำว่า หากมีคนสูบกัญชาจนรบกวนผู้อื่น เจ้าหน้าที่ทำได้เพียงออกคำสั่งเป็นหนังสือเท่านั้น เพราะไม่มีอำนาจจับกุมโดยตรง ปัญหาหลักคือการขออนุญาตปลูกกัญชาที่ไม่มีในระบบปัจจุบัน มีเพียงใบอนุญาตขายหรือแปรรูป ส่งออก และวิจัยเท่านั้น ช่องว่างนี้เปิดโอกาสให้ทุนต่างชาติ ทุนสีเทา และอาชญากรข้ามชาติมายึดครองธุรกิจกัญชาในไทย จนกลายเป็นแหล่งลักลอบส่งออกยาเสพติดระดับโลก ไทยจึงถูกเรียกว่า “อาณาจักรราชันแห่งกัญชา” ชัดเจน

ข้อเสนอแก้ไขปัญหากัญชาจากสส.ทวิวงศ์

สส.ทวิวงศ์ตั้งคำถามตรงๆ กับนายกรัฐมนตรีว่า จะจัดการนโยบายสาธารณสุขที่สร้างปัญหานี้อย่างไร นโยบายกัญชาทางการแพทย์ที่พูดอย่างแต่ทำอีกอย่าง สุดท้ายกลายเป็นกัญชาเสรีที่ไม่มีขอบเขต เขาเสนอให้รัฐบาลใช้เวลา 4 เดือนข้างหน้าแก้ไขด่วน 2 ประการหลัก ได้แก่

  • ประกาศดึงกัญชากลับมาเป็นยาเสพติด เพื่อควบคุมการแพร่กระจายและปกป้องสังคม
  • เร่งดัน พ.ร.บ.กัญชา-กัญชง ร่วมกัน ในชั้นกรรมาธิการ ซึ่งมีเพียง 40 กว่ามาตรา เพื่อสร้างกฎหมายที่สมบูรณ์แบบ ครอบคลุมทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นผู้ป่วย แพทย์ ครอบครัว หรือเกษตรกร

เขาย้ำว่า “แม้จะไม่ใช่การอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพราะผมไม่เคยไว้วางใจคุณอนุทินแม้สักวินาทีเดียว แต่ขอให้รีบแก้ปัญหาที่สร้างความเสียหายยับเยินนี้ มันไม่ใช่แค่ดึงกัญชากลับเป็นยาเสพติด แต่เป็นการดึงความปลอดภัยคืนสู่ผู้ที่ไม่ใช้กัญชา” การอภิปรายนี้สะท้อนมุมมองที่แข็งกร้าวต่อนโยบายที่ล้มเหลว

หลังจากนั้น นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภา สั่งพักประชุมเวลา 2.07 น. และนัดประชุมใหม่เวลา 9.00 น. ของวันถัดไป การอภิปราย “สส.เต้ ทวิวงศ์” อภิปรายปิดจบแถลงนโยบายวันแรก ชี้ไม่เคยไว้วางใจ “อนุทิน” แม้แต่วินาทีเดียว นี้ ได้จุดประกายให้สังคมไทยตื่นตัวต่อปัญหากัญชาที่กำลังบานปลาย หากไม่แก้ไขทันที ผลกระทบอาจยาวนานและรุนแรงยิ่งขึ้น

ในฐานะนักติดตามข่าวการเมือง คุณคิดว่านโยบายกัญชาควรไปในทิศทางไหน? แชร์ความเห็นของคุณในคอมเมนต์ด้านล่าง เพื่อให้เราร่วมกันหาทางออกที่ดีสำหรับประเทศไทย

ที่มา – “สส.เต้ ทวิวงศ์” อภิปรายปิดจบแถลงนโยบายวันแรก ชี้ไม่เคยไว้วางใจ “อนุทิน” แม้แต่วินาทีเดียว

Scroll to top