การขนส่งน้ํามัน

“อรรถพล” สั่งโรงกลั่นเพิ่มกำลังผลิตรับสงกรานต์ 2569

ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาจำนวนมาก การเตรียมความพร้อมด้านพลังงานเป็นเรื่องสำคัญยิ่ง นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้ออกมาตรการเด็ดขาดเพื่อรับมือกับสถานการณ์ โดย“อรรถพล” สั่งโรงกลั่นเพิ่มกำลังผลิตรับสงกรานต์ 2569 เผยซื้อน้ำมันดิบแองโกลา-สหรัฐฯ เพิ่ม เพื่อให้มีน้ำมันเชื้อเพลิงเพียงพอต่อความต้องการ

“อรรถพล” สั่งโรงกลั่นเพิ่มกำลังผลิตรับสงกรานต์ 2569 เผยซื้อน้ำมันดิบแองโกลา-สหรัฐฯ เพิ่ม

วันที่ 17 มีนาคม 2569 หลังการประชุมคณะรัฐมนตรี นายอรรถพล ได้ให้สัมภาษณ์ย้ำว่าน้ำมันดิบจากแหล่งผลิตมีเพียงพอ กำลังการกลั่นอยู่ที่ 100% แต่ปัญหาหลักคือการขนส่งที่อาจล่าช้าในช่วง高峰เทศกาล สำหรับแผนรับมือสงกรานต์ 2569 ได้สั่งการให้โรงกลั่นน้ำมันทุกแห่งเพิ่มกำลังผลิต บางแห่งเกิน 100% เพื่อป้องกันการขาดแคลน

ย้ำไม่ต้องแตกตื่น อย่ากักตุนน้ำมัน

รมว.พลังงาน เน้นย้ำว่าสิ่งที่อยากขอร้องประชาชนคือ ไม่อยากให้แตกตื่นว่าน้ำมันจะหมดจากประเทศไทย เพราะปัญหาอยู่ที่การขนส่งเท่านั้น ไม่ใช่การขาดแคลนจากต้นทาง หากมีการกักตุนจะยิ่งทำให้สถานการณ์แย่ลง แนะนำให้เติมน้ำมันตามปกติเพื่อความคล่องตัวในการเดินทาง

การซื้อน้ำมันดิบเพิ่มจากแหล่งใหม่

นอกจากนี้ ยังมีการเจรจาซื้อน้ำมันดิบเพิ่มจากหลายประเทศ ล่าสุดตกลงซื้อจากแองโกลาเกือบ 2 ล้านบาร์เรล และจากสหรัฐอเมริกากว่า 6 แสนบาร์เรล ซึ่งช่วยเสริมความมั่นคงด้านพลังงานไทยได้อย่างดี ในขณะที่การซื้อจากรัสเซียเป็นไปตามตลาดเสรี ผ่าน ปตท. โดยราคาตามตลาด ไม่ใช่ราคาพิเศษ

สำหรับกรณีสหรัฐฯ ยกเว้นให้ซื้อน้ำมันรัสเซียบางส่วน เป็นเพียงน้ำมันที่บรรทุกเรือแล้ว และมีระยะเวลา 30 วัน พร้อมความเสี่ยงเรื่องการโอนเงิน แต่ไทยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาแหล่งนั้นเพราะมีแหล่งอื่นเพียงพอ

สถานีบริการจำกัดเติมน้ำมัน 500 บาทต่อครั้ง

ผู้สื่อข่าวสอบถามถึงการจำกัดเติมน้ำมันไม่เกิน 500 บาทต่อครั้งที่บางสถานี นายอรรถพล ชี้แจงว่าเป็นการบริหารจัดการของเจ้าของสถานีเอง ไม่ใช่คำสั่งจากกระทรวง เพราะรอบการขนส่งอาจไม่ทัน หากกระทรวงสั่งบังคับอาจทำให้เกิดปัญหามากขึ้น

  • น้ำมันดิบต้นทางเพียงพอ 100%
  • โรงกลั่นเพิ่มกำลังผลิตเกิน 100% ในบางแห่ง
  • ซื้อเพิ่มจากแองโกลา 2 ล้านบาร์เรล
  • ซื้อเพิ่มจากสหรัฐฯ 6 แสนบาร์เรล
  • ขอความร่วมมืออย่ากักตุน

มาตรการเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงการวางแผนที่รอบคอบของกระทรวงพลังงาน ซึ่งจะช่วยให้ช่วงสงกรานต์ 2569 ประชาชนเดินทางได้อย่างราบรื่น โดยไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำมันหมด นอกจากนี้ ยังช่วยรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันในประเทศให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ การกระจายน้ำมันให้ทั่วถึงและการสื่อสารที่ชัดเจนกับประชาชนเป็นกุญแจสำคัญ หากทุกฝ่ายร่วมมือกัน สงกรานต์ปีนี้จะเป็นเทศกาลที่สนุกสนานและปลอดภัย

ติดตามข่าวสารพลังงานและมาตรการรัฐบาลเพิ่มเติมได้ที่บล็อกของเรา เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – “อรรถพล” สั่งโรงกลั่นเพิ่มกำลังผลิตรับสงกรานต์ 2569 เผยซื้อน้ำมันดิบแองโกลา-สหรัฐฯ เพิ่ม

“พิพัฒน์” รับพรุ่งนี้ดีเซลราคาขึ้น B20

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้เรามาคุยกันเรื่องข่าวร้อนๆ ในวงการพลังงานไทยกันดีกว่า โดยเฉพาะเรื่อง “พิพัฒน์” รับ พรุ่งนี้ดีเซล ราคาน้ำมันขยับขึ้น เร่งปรับสูตรน้ำมัน B20 ให้ภาคขนส่ง-เกษตร ที่กำลังเป็นที่พูดถึงอย่างมาก นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้นำประชุมคณะรัฐมนตรีแทนนายกฯ เพราะนายกฯ ไปปฏิบัติพระกรณียกิจที่ลาว และมีรัฐมนตรีลาเพียบถึง 11 คนเลยทีเดียว!

“พิพัฒน์” รับ พรุ่งนี้ดีเซล ราคาน้ำมันขยับขึ้น เร่งปรับสูตรน้ำมัน B20 ให้ภาคขนส่ง-เกษตร

ในที่ประชุมวันนั้น (17 มี.ค. 2569) นายพิพัฒน์ได้อัปเดตสถานการณ์น้ำมันให้ฟังแบบชัดๆ เลยครับ โดยยอมรับตรงๆ ว่าพรุ่งนี้ราคาน้ำมันดีเซลจะขยับขึ้น แต่เป็นหลักสตางค์เท่านั้น ไม่เกิน 33 บาทต่อลิตรแน่นอน จะมีการประชุมสรุปเย็นวันนั้นด้วย เพื่อนๆ ที่ใช้รถดีเซลอย่างรถบรรทุกหรือแทรกเตอร์เกษตร คงต้องเตรียมใจนิดนึง แต่ก็ไม่หนักมากเมื่อเทียบกับก่อนหน้านี้ที่เคยพุ่งถึง 34.94 บาท

ก่อนอื่นมาดูสาเหตุกันหน่อย ปัจจุบันสถานีบริการน้ำมันหลายแห่งขาดแคลน โดยเฉพาะปั๊มเล็กๆ หรือปั๊มไร้แบรนด์ราว 23,000 แห่ง ขณะที่ปั๊มใหญ่ๆ อย่าง ปตท. เชลล์ ซัสโก้ บางจาก คาลเท็กซ์ รวม 10,000 แห่ง ยังพอมี แต่รถติดคิวยาวเพราะขนส่งไม่ทัน กระทรวงพลังงานยืนยันว่ามีน้ำมันสำรองใช้ได้ 96 วัน ไม่ต้องกังวลขาด!

รายชื่อรัฐมนตรีที่ลาประชุม ครม.

  • นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย
  • ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกฯ และ รมว.เกษตรฯ
  • พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมว.กลาโหม
  • นายสีหะศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ
  • นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รมว.เกษตรฯ
  • นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลฯ
  • นายอัครา พรหมเผ่า รมว.พม.
  • น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม
  • น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.แรงงาน
  • นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ รมช.เกษตรฯ
  • นายองอาจ วงษ์ประยูร รมช.ศึกษาฯ

เร่งปรับสูตร B20 ลดต้นทุนภาคขนส่ง-เกษตร

นอกจากราคาขึ้นแล้ว ยังมีข่าวดีคือการเร่งปรับสูตรน้ำมันดีเซลเป็น B20 ซึ่งผสมไบโอดีเซล 20% คาดว่าจะถูกลงจาก B7 ปัจจุบันราว 4-5 บาทต่อลิตร จะส่งให้ภาคขนส่ง รถบรรทุก และเกษตรกรใช้ก่อน คล้ายกับเบนซินที่เคยปรับ E10 E20 E85 แล้ว ช่วยลดต้นทุนการขนส่งสินค้าและผลผลิตเกษตรได้เยอะเลยครับ โดยจะสรุปในที่ประชุมเย็นวันนั้น

ส่วนกองทุนน้ำมัน ติดลบกว่า 12,000 ล้านบาทแล้ว ถ้าปล่อยไว้อาจถึง 40,000 ล้าน ต้องรอรัฐบาลใหม่เซ็นค้ำประกันชดเชย หากไม่ทันจะขอ กกต. เป็นกรณีพิเศษ รัฐบาลรักษาการต้องรับผิดชอบ แต่ยืนยันน้ำมันไม่ขาด มีสำรองนอกอ่าว 50% และกำลังเจรจาซื้อน้ำมันดิบจากรัสเซีย โดยนายสีหะศักดิ์ ช่วยคุยแล้ว เชื่อว่าจะผ่านแม้มี санкцииจากสหรัฐ เพราะทุกประเทศกำลังวิกฤตพลังงาน

สรุปนะครับ “พิพัฒน์” รับ พรุ่งนี้ดีเซล ราคาน้ำมันขยับขึ้น เร่งปรับสูตรน้ำมัน B20 ให้ภาคขนส่ง-เกษตร เป็นมาตรการช่วยรักษาสมดุลราคาและกองทุน ในช่วงเปลี่ยนผ่านรัฐบาล ผลกระทบต่อประชาชนน่าจะไม่มาก ถ้ารถคุณใช้น้ำมันดีเซล ลองเช็คราคาเช้านี้ดู และเตรียมปรับตัวกันหน่อย สำหรับเกษตรกรและพ่อค้าขนส่ง B20 น่าจะช่วยประหยัดได้จริง

มุมมองผมนะ การปรับสูตรเชื้อเพลิงทางเลือกแบบนี้เป็นทางออกยั่งยืน ลดนำเข้าน้ำมันดิบ ช่วยเกษตรกรขายน้ำมันปาล์มได้มากขึ้น ส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน ถ้าทำสำเร็จจะเป็นโมเดลดีๆ ให้ประเทศอื่นดู ติดตามอัปเดตราคาน้ำมันและข่าวพลังงานล่าสุดได้ที่บล็อกเรา สอบถามหรือแชร์ประสบการณ์คอมเมนต์ด้านล่างเลยครับ!

ที่มา – “พิพัฒน์” รับ พรุ่งนี้ดีเซล ราคาน้ำมันขยับขึ้น เร่งปรับสูตรน้ำมัน B20 ให้ภาคขนส่ง-เกษตร

ทรัมป์คุยแล้ว 7 ประเทศ เรื่องเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ลั่นจะจำไว้หากใครไม่ช่วย

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลสำคัญล่าสุดเกี่ยวกับสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะเรื่อง ทรัมป์คุยแล้ว 7 ประเทศ เรื่องเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ลั่นจะจำไว้หากใครไม่ช่วย ซึ่งเป็นประเด็นที่กำลังได้รับความสนใจจากทั่วโลก ช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นเส้นทางเดินเรือที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในการขนส่งน้ำมันดิบ โดยผ่านจุดนี้ราว 20% ของน้ำมันโลก ทำให้การปิดกั้นช่องทางนี้โดยอิหร่านส่งผลกระทบรุนแรงต่อเศรษฐกิจโลก

ทรัมป์คุยแล้ว 7 ประเทศ เรื่องเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ลั่นจะจำไว้หากใครไม่ช่วย

ทรัมป์กล่าวระหว่างโดยสารเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันกลับกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2569 ว่า เขาได้ติดต่อหารือกับอย่างน้อย 7 ประเทศ เพื่อขอความช่วยเหลือในการส่งเรือรบและกองกำลังมาลาดตระเวนและเปิดช่องแคบฮอร์มุซที่ถูกอิหร่านปิดกั้นอีกครั้ง หนึ่งในประเทศที่ถูกกล่าวถึงคือจีน ซึ่งพึ่งพาการขนส่งน้ำมันผ่านเส้นทางนี้อย่างมาก ทรัมป์ยังอ้างถึงพันธมิตรนาโต้และประเทศอื่นๆ ที่ควรปกป้องผลประโยชน์ของตนเอง

ก่อนหน้านี้ ทรัมป์เคยให้สัมภาษณ์กับ Financial Times ว่าประเทศที่ได้รับประโยชน์จากช่องแคบฮอร์มุซควรเข้ามามีส่วนร่วมในการเปิดเส้นทางนี้ให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติ เขายังเตือนว่าหากพันธมิตรไม่ตอบสนอง อาจส่งผลกระทบรุนแรงต่ออนาคตของนาโต้ โดยย้ำว่าสหรัฐฯ ได้ช่วยเหลือยุโรปมามากพอแล้ว โดยเฉพาะในประเด็นยูเครนที่อยู่ห่างไกลจากสหรัฐฯ "เราใจดีกับพวกเขามาก แต่ตอนนี้ถึงเวลาที่พวกเขาจะช่วยเราบ้าง" ทรัมป์กล่าว

ทรัมป์คุยแล้ว 7 ประเทศ เรื่องเปิดช่องแคบฮอร์มุซ: ประเทศใดบ้างที่ถูกเรียกร้อง

แม้ทรัมป์จะไม่เปิดเผยชื่อประเทศทั้งหมด แต่จากถ้อยแถลงก่อนหน้า เขาได้เรียกร้องให้จีน ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และสหราชอาณาจักร ส่งเรือรบมาช่วย จนถึงขณะนี้ยังไม่มีประเทศใดตอบรับอย่างเป็นทางการ สถานการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ซึ่งอิหร่านประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซเพื่อตอบโต้มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ

  • จีน: ประเทศนำเข้าน้ำมันรายใหญ่ที่สุด พึ่งพาช่องแคบนี้สูง
  • ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้: เศรษฐกิจที่พึ่งพาน้ำมันนำเข้าจากตะวันออกกลาง
  • ยุโรป (นาโต้): ได้รับความช่วยเหลือจากสหรัฐฯ มามากในอดีต
  • สหราชอาณาจักรและฝรั่งเศส: พันธมิตรสำคัญของสหรัฐฯ

ช่องแคบฮอร์มุซมีความยาวประมาณ 33 กิโลเมตร กว้างสุด 96 กิโลเมตร เป็นจุดเชื่อมอ่าวเปอร์เซียกับอ่าวโอมาน การปิดกั้นทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นทั่วโลก ส่งผลต่อการขนส่งสินค้าและเศรษฐกิจหลายประเทศ ทรัมป์ย้ำว่าจะ "จดจำไว้" หากประเทศใดปฏิเสธที่จะช่วยเหลือ ซึ่งอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงนโยบายต่างประเทศของสหรัฐฯ ในอนาคต

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังเปรียบเทียบกับสถานการณ์ยูเครน โดยระบุว่าสหรัฐฯ ช่วยเหลือแม้จะอยู่ห่างไกล แต่พันธมิตรยุโรปกลับไม่ค่อยช่วยสหรัฐฯ ในประเด็นนี้ สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนถึงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่กำลังเปลี่ยนแปลง โดยสหรัฐฯ ต้องการให้พันธมิตรแบ่งเบาภาระมากขึ้น

ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่าการเรียกร้องครั้งนี้ของทรัมป์อาจเป็นกลยุทธ์ในการกดดันพันธมิตรให้เพิ่มงบประมาณกลาโหมและมีส่วนร่วมในภารกิจสำคัญ หากสำเร็จ จะช่วยลดภาระของกองทัพสหรัฐฯ และเสริมสร้างความมั่นคงในภูมิภาค

ในมุมมองของเรา สถานการณ์ ทรัมป์คุยแล้ว 7 ประเทศ เรื่องเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ลั่นจะจำไว้หากใครไม่ช่วย นี้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการเมืองระหว่างประเทศในยุคใหม่ ที่แต่ละฝ่ายต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ร่วมกัน หากคุณสนใจข่าวต่างประเทศ ลองติดตามเพิ่มเติมเพื่ออัพเดทสถานการณ์ล่าสุด!

ที่มา – ทรัมป์คุยแล้ว 7 ประเทศ เรื่องเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ลั่นจะจำไว้หากใครไม่ช่วย

รัฐบาลเชิญบริษัทผู้ค้าน้ำมันหารือ หลังขนส่งล่าช้า

สถานการณ์น้ำมันในไทยช่วงนี้กำลังเป็นที่กังวลของประชาชน หลังจากที่มีข่าวรัฐบาลเชิญบริษัทผู้ค้าน้ำมันหารือ เพื่อแก้ปัญหาการขนส่งที่ไม่ทันความต้องการ โดยเฉพาะหลังประชาชนแห่ไปตุนน้ำมันตามปั๊มต่างๆ ทำให้บางแห่งน้ำมันหมดอย่างรวดเร็ว รัฐบาลยืนยันว่าสต็อกน้ำมันสำรองมีเพียงพอถึง 90 วัน แน่นอน วันนี้เราจะมาสรุปข้อมูลสำคัญจากที่ประชุมให้ฟังกันแบบละเอียด

รัฐบาลเชิญบริษัทผู้ค้าน้ำมันหารือ ด่วนแก้ปัญหาสต็อกและขนส่ง

เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2569 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้แถลงผลการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง (ศบก.) นัดพิเศษ โดยหนึ่งในประเด็นหลักคือราคาน้ำมันและปริมาณสำรองในประเทศ ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดที่ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งกระทรวงพลังงานยืนยันว่าน้ำมันดิบยังบริหารจัดการได้เพียงพอ

นายกรัฐมนตรีสั่งการเชิญผู้บริหารจากบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 ซึ่งดูแลสถานีบริการทั่วประเทศ มาร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูล ทุกฝ่ายยืนยันว่าน้ำมันมีเพียงพอ ประชาชนไม่ต้องกังวล โดยรัฐบาลเชิญบริษัทผู้ค้าน้ำมันหารือครั้งนี้ เพื่อหาสาเหตุที่บางปั๊มน้ำมันไม่พอขาย ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากประชาชนตื่นตระหนกแห่ตุน ทำให้การกระจายไม่ทัน

สต็อกน้ำมันสำรองในไทยเพียงพอ 90-96 วัน

อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ เปิดเผยข้อมูลสต็อกล่าสุด ณ วันที่ 13 มี.ค. 2569 กรมได้ตรวจคลังน้ำมัน 53 คลัง 589 ถัง พบน้ำมันสำรองเพื่อการค้าประมาณ 1,400 ล้านลิตร และสำรองตามกฎหมาย 3,400 ล้านลิตร รวม 39 วัน บวกน้ำมันระหว่างขนส่ง 27 วัน และสัญญาจัดหา 30 วัน รวมทั้งสิ้น 96 วัน หรืออย่างน้อย 90 วัน

  • น้ำมันสำรองการค้า: 1,400 ล้านลิตร (เท่ากับการใช้วันที่ 20 วัน)
  • น้ำมันสำรองกฎหมาย: 3,400 ล้านลิตร
  • น้ำมันขนส่งเข้า: 27 วัน
  • น้ำมันสัญญา: 30 วัน

ปัญหาหลักอยู่ที่การขนส่งไม่ทันยอดขายพุ่งสูง นายกฯ จึงสั่งกระทรวงพลังงานเร่งหารือปรับปรุงการจัดส่งให้เร็วขึ้น

ผู้ค้าน้ำมันยืนยันพร้อมรับมือวิกฤต

ผู้บริหารบริษัทผู้ค้าน้ำมันยืนยันว่ามีเครือข่ายทั่วโลก สามารถนำน้ำมันจากแหล่งอื่นแทนที่ช่องแคบฮอร์มุซ เช่น สหรัฐอเมริกา แอฟริกาตะวันตก ละตินอเมริกา มีน้ำมันดิบสำรอง 60% เพียงพอแปรรูปเป็นน้ำมันสำเร็จรูป นอกจากนี้ รองประธานหอการค้าไทยแจ้งว่าหลังประชุมภาคใต้ 14 จังหวัด ยืนยันไม่มีขาดแคลน เพียงแต่บางพื้นที่ยอดซื้อพุ่งจากความกังวล

รัฐบาลมอบหมายกระทรวงพลังงานสื่อสารให้ประชาชนมั่นใจ โดยจะเร่งบริหารการขนส่งและจัดการสต็อกให้สมดุล สำหรับภาคอุตสาหกรรม ก็จะนัดหารือผู้ค้าน้ำมันมาตรา 7 และ 10 เพื่อให้ซัพพลายเพียงพอ

ผลกระทบจากสถานการณ์ตะวันออกกลางต่อน้ำมันไทย

สาเหตุหลักของความตื่นตระหนกมาจากความรุนแรงในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยเฉพาะช่องแคบฮอร์มุซที่เป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก กระทรวงการต่างประเทศรายงานสถานการณ์ล่าสุด ทำให้ประชาชนไทยกังวลว่าราคาน้ำมันจะพุ่งหรือขาดแคลน แต่รัฐบาลย้ำว่าประเทศไทยมีการบริหารจัดการที่ดี มีสต็อกสำรองตามมาตรฐานสากล

นอกจากนี้ ยังมีแผนสำรอง เช่น การนำเข้าน้ำมันทางอื่นๆ และการกลั่นจากน้ำมันดิบในประเทศ ทำให้ไม่กระทบการใช้ในชีวิตประจำวัน

สรุปแล้ว การที่รัฐบาลเชิญบริษัทผู้ค้าน้ำมันหารือครั้งนี้ เป็นสัญญาณที่ดี แสดงถึงการทำงานเชิงรุกเพื่อความมั่นคงพลังงาน ประชาชนควรหลีกเลี่ยงการตุนน้ำมันเกินจำเป็น เพราะจะยิ่งทำให้ปัญหาการกระจายหนักขึ้น แนะนำให้ติดตามข้อมูลจากกระทรวงพลังงานและกรมธุรกิจพลังงานอย่างเป็นทางการ หากมีอัปเดตเราจะนำมาอัปเดตให้ทราบต่อไป สนับสนุนด้วยการแชร์บทความนี้เพื่อให้ข้อมูลถึงกันนะครับ!

ความเห็นส่วนตัว: สถานการณ์แบบนี้เป็นบททดสอบการบริหารจัดการพลังงานของไทย หากทุกฝ่ายร่วมมือกัน โดยประชาชนไม่ตื่นตระหนก ผู้ประกอบการเร่งขนส่ง รัฐบาลสื่อสารชัดเจน เราจะผ่านวิกฤตนี้ไปได้อย่างราบรื่น

ที่มา – “รัฐบาล” เชิญ “บริษัทผู้ค้าน้ำมัน” หารือ หลังขนส่งไม่ทันความต้องการประชาชน

ชาวคิวบาเดือด บุกรื้ออาคารพรรคคอมมิวนิสต์

ชาวคิวบาเดือด บุกรื้ออาคารพรรคคอมมิวนิสต์ แค้นค่าอาหารพุ่ง-ไฟดับต่อเนื่อง สร้างความวุ่นวายครั้งใหญ่ในเมืองโมรอน หลังประชาชนทนไม่ไหวกับวิกฤตเศรษฐกิจและพลังงานที่ยืดเยื้อ

ชาวคิวบาเดือด บุกรื้ออาคารพรรคคอมมิวนิสต์ แค้นค่าอาหารพุ่ง-ไฟดับต่อเนื่อง

เหตุการณ์ชาวคิวบาเดือด บุกรื้ออาคารพรรคคอมมิวนิสต์ แค้นค่าอาหารพุ่ง-ไฟดับต่อเนื่อง เกิดขึ้นเมื่อกลุ่มผู้ประท้วงบุกเข้าไปรื้อค้นและทำลายทรัพย์สินภายในสำนักงานสาขาพรรคคอมมิวนิสต์ในเมืองโมรอน ซึ่งตั้งอยู่ตอนกลางของประเทศคิวบา สำนักข่าวต่างประเทศหลายแห่งรายงานว่า การชุมนุมเริ่มต้นตั้งแต่คืนวันศุกร์และบานปลายในวันเสาร์ที่ 14 มี.ค. โดยผู้ประท้วงไม่พอใจกับราคาอาหารที่พุ่งสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ และปัญหาไฟฟ้าดับที่เกิดขึ้นซ้ำๆ สลับกันในทุกพื้นที่

กระทรวงมหาดไทยคิวบาแจ้งว่า มีผู้ถูกจับกุมแล้ว 5 ราย จากการบุกทำลายทรัพย์สิน หนังสือพิมพ์ Invasor ของรัฐบาลระบุว่า การชุมนุมเริ่มอย่างสงบ แต่กลายเป็นการก่อวินาศกรรมเมื่อกลุ่มผู้ประท้วงขว้างก้อนหินใส่ทางเข้า นำเฟอร์นิเจอร์จากพื้นที่ต้อนรับมาวางกลางถนนแล้วจุดไฟเผา ไม่เพียงเท่านั้น ร้านขายยาและตลาดของรัฐยังถูกโจมตีเช่นกัน

สาเหตุหลักของการประท้วง: ค่าอาหารพุ่งและไฟดับยาวนาน

ความเดือดร้อนของชาวคิวบามีหลายประการ โดยเฉพาะปัญหาไฟฟ้าดับที่เกิดต่อเนื่อง ขาดแคลนอาหาร เชื้อเพลิง และยารักษาโรค ซึ่งถูกซ้ำเติมจากมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ที่ปิดกั้นการขนส่งน้ำมัน ประธานาธิบดีมิเกล ดิอัซ-กาเนล กล่าวผ่านทีวีถ่ายทอดสดว่า ประเทศขาดเชื้อเพลิงนำเข้ามาตลอด 3 เดือน เนื่องจากนโยบายของสหรัฐฯ

ก่อนหน้านี้ คิวบาพึ่งพาน้ำมันจากเวเนซุเอลาถึง 50% ของความต้องการพลังงานทั้งหมด แต่หลังจากสหรัฐฯ จับกุมนีโกลัส มาดูโร ในเดือนมกราคม การส่งน้ำมันถูกระงับ สหรัฐฯ ยังขู่ว่าจะเก็บภาษีประเทศที่ขายน้ำมันให้คิวบา นี่คือการคว่ำบาตรที่ยาวนานกว่า 6 ทศวรรษ ทำให้เศรษฐกิจคิวบาใกล้ล่มสลาย

ผลกระทบจากวิกฤตพลังงานครอบคลุมทุกภาคส่วน

วิกฤตนี้ไม่ใช่แค่ไฟดับหรืออาหารแพง แต่กระทบทุกด้านของชีวิตประจำวัน

  • การผลิตไฟฟ้าต้องหยุดชะงัก
  • ราคาอาหารและสินค้าจำเป็นพุ่งสูง
  • โรงพยาบาลแผนกฉุกเฉินขาดแคลนไฟฟ้า
  • การขนส่งสาธารณะหยุดนิ่ง
  • การศึกษาต้องหยุดชั่วคราว
  • แม้แต่การเก็บขยะก็เป็นปัญหา

ชาวคิวบาต้องเผชิญความลำบากหนัก หลังจากรัฐบาลเพิ่งยืนยันว่าจะเจรจากับสหรัฐฯ เพื่อหาทางออก

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เคยขู่อย่างชัดเจนว่าต้องการเปลี่ยนแปลงผู้นำคิวบา โดยเรียกปัญหาว่า “ฝังรากลึก” และขู่ว่าจะ “ยึดครองแบบเป็นมิตร” คำพูดเหล่านี้ยิ่งทำให้สถานการณ์ตึงเครียด

นอกจากนี้ คิวบายังสูญเสียพันธมิตรอย่างเวเนซุเอลา ทำให้การนำเข้าพลังงานยากลำบากยิ่งขึ้น เศรษฐกิจที่เคยพึ่งพาการนำเข้าเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้า ตอนนี้ใกล้จุดวิกฤตสุดขีด

อนาคตของคิวบาจะเป็นอย่างไร?

เหตุการณ์ประท้วงครั้งนี้สะท้อนถึงความไม่พอใจที่สะสมมานาน หากรัฐบาลไม่หาทางแก้ไขด่วน อาจนำไปสู่ความวุ่นวายใหญ่หลวงยิ่งกว่านี้ การเจรจากับสหรัฐฯ อาจเป็นทางออกหนึ่ง แต่ต้องเห็นผลจริง ชาวคิวบาเดือด บุกรื้ออาคารพรรคคอมมิวนิสต์ แค้นค่าอาหารพุ่ง-ไฟดับต่อเนื่อง จึงเป็นสัญญาณเตือนภัยที่โลกต้องจับตา

ในมุมมองของผู้เขียน เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความเปราะบางของระบบเศรษฐกิจที่พึ่งพาพันธมิตรภายนอกมากเกินไป คิวบาควรเร่งพัฒนาแหล่งพลังงานทางเลือก เช่น พลังงานหมุนเวียน เพื่อลดการพึ่งพาน้ำมันนำเข้า คุณคิดอย่างไรกับสถานการณ์นี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมได้ที่ https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา – ชาวคิวบาเดือด บุกรื้ออาคารพรรคคอมมิวนิสต์ แค้นค่าอาหารพุ่ง-ไฟดับต่อเนื่อง

ที่มาเพิ่มเติม: BBC

“พิชัย” เห็นด้วย “อนุทิน” ควบคุมราคาน้ำมันดีเซล

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้เรามาคุยกันเรื่องสถานการณ์ร้อนๆ ในโลกที่กระทบตรงๆ มาถึงกระเป๋าตังค์ของเราชาวไทยกันเลยนะครับ จากสงครามในตะวันออกกลางที่รุนแรงขึ้น US และอิสราเอลโจมตีอิหร่าน จนอิหร่านประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ ราคาน้ำมันดิบโลกพุ่งทะลุบาร์เรลละ 100 ดอลลาร์แล้ว! รัฐบาลไทยต้องรับมือหนักแน่น และนี่คือประเด็นที่หลายคนจับตา ควบคุมราคาน้ำมันดีเซล เพื่อปกป้องประชาชนจากวิกฤตนี้

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์และพลังงาน ได้ออกมาแสดงความเห็นที่ตรงใจคนไทยหลายคน โดยเห็นด้วยกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่ประกาศ ควบคุมราคาน้ำมันดีเซล ไม่ให้เกิน 29.94 บาทต่อลิตร เพราะน้ำมันดีเซลคือหัวใจของระบบขนส่งสินค้าทุกประเภท ถ้าปล่อยให้ราคาพุ่ง สินค้าอุปโภคบริโภคจะแพงตามไปหมด ประชาชนเดือดร้อนหนัก และที่แย่กว่านั้นคือพอราคาน้ำมันลง สินค้ากลับไม่ยอมลดตาม!

ควบคุมราคาน้ำมันดีเซล

การตัดสินใจ ควบคุมราคาน้ำมันดีเซล ครั้งนี้ ถือเป็นมาตรการเร่งด่วนที่ถูกต้องทันเวลา นายพิชัยชี้ว่าต้องติดตามสถานการณ์โลกอย่างใกล้ชิด และหลังจากคุมราคาดีเซลแล้ว ต้องสั่งการกระทรวงพาณิชย์ลงพื้นที่ตรวจสอบสินค้าทุกรายการ ห้ามขาดตลาด ห้ามฉวยโอกาสขึ้นราคาเด็ดขาด สินค้าต้องพอใช้และราคายุติธรรม เพื่อรักษาความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนให้ดีที่สุดครับ

หากสถานการณ์ยืดเยื้อ ลดภาษีสรรพสามิตได้เลย

ถ้าสงครามยืดเยื้อ นายพิชัยเสนอทางเลือกเพิ่มเติม คือ ลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลที่เก็บลิตรละ 6.92 บาทลงชั่วคราว แม้รัฐจะเสียรายได้บ้าง แต่ประชาชนได้ประโยชน์มากกว่า พอสถานการณ์คลี่คลายค่อยเก็บภาษีใหม่ วิธีนี้เคยใช้สำเร็จในอดีตตอนราคาน้ำมันโลกผันผวน เป็นข้อมูลดีๆ ที่รัฐบาลควรพิจารณาครับ การทำแบบนี้จะช่วยลดภาระต้นทุนขนส่ง ทำให้ราคาสินค้าคงที่ ไม่พุ่งกระฉูด

3 โอกาสทองที่ไทยคว้าได้ท่ามกลางวิกฤต

นอกจากรับมือแล้ว นายพิชัยยังมองบวก หาโอกาสจากวิกฤตให้ไทยได้ประโยชน์ 3 เรื่องใหญ่ด้วยกันครับ มาดูกันเลย

  1. โครงการความมั่นคงทางอาหาร (Food Security): ไทยเป็นมหาอำนาจอาหารโลก สามารถผลิตและสำรองอาหารขายให้ประเทศที่เดือดร้อน โดยเฉพาะตะวันออกกลางและสิงคโปร์ แนวคิดนี้คุณแพทองธาร ชินวัตร เคยนำเสนอในเวทีนานาชาติ ได้รับการตอบรับดี UAE ซาอุฯ กาตาร์ สนใจมาก รัฐมนตรี UAE ยังบินมาคุยเจรจาร่วมทุนคู่ FTA ไทย-ยูเออี ถ้าทำสำเร็จ เกษตรกรไทยรวย เพิ่มรายได้มหาศาล!
  2. โครงการ Data Center: สงครามทำลายศูนย์ข้อมูลในตะวันออกกลาง ไทยมีที่ตั้งดี สาธารณูปโภคพร้อม เป็นกลางทางการเมือง เหมาะสร้าง Data Center เก็บข้อมูลให้ประเทศเสี่ยงภัย พัฒนา AI ไปด้วย การลงทุนนี้อาจ值หมื่นล้านถึงแสนล้านบาท สร้างงาน สร้างอนาคตดิจิทัลไทย
  3. โครงการแลนด์บริดจ์และสำรองน้ำมัน: ช่องแคบฮอร์มุซปิด ชี้ให้เห็นความจำเป็นของเส้นทางบกภาคใต้ เก็บน้ำมันสำรองใหญ่ สร้างรายได้ก้อนโต พัฒนาภาคใต้ให้เจริญรุ่งเรือง

วิกฤตโลกแบบนี้มีทั้งลำบากและโอกาส รัฐบาลต้องช่วยกันคิด ช่วยกันทำ เพื่อให้ไทยแข็งแกร่ง พัฒนาได้ทัดเทียมเพื่อนบ้าน ในมุมมองผม ควบคุมราคาน้ำมันดีเซล เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แต่ต้องตามด้วยมาตรการอื่นๆ อย่างครบวงจร คุณล่ะครับคิดเห็นยังไงกับแนวทางของนายพิชัย? ช่วยแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันนะครับ จะได้ช่วยกันติดตามสถานการณ์!

นี่คือ insight สุดท้าย: อย่าปล่อยให้วิกฤตกลายเป็นโศกนาฏกรรม แต่จงเปลี่ยนเป็นบันไดสู่ความสำเร็จของชาติไทย!

ที่มา – “พิชัย” เห็นด้วย “อนุทิน” ควบคุมราคาน้ำมันดีเซล จี้คุมเข้มราคาสินค้า ห้ามขาด-ห้ามแพง

พรรคประชาชนเรียกร้องประหยัดน้ำมันไฟฟ้า

พรรคประชาชนเรียกร้องประหยัดน้ำมันไฟฟ้า ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะสงครามระหว่างอิหร่านและสหรัฐอเมริกา ที่อาจกระทบ供應น้ำมันโลก รัฐบาลไทยถูกเรียกร้องให้มีความชัดเจนมากขึ้นเกี่ยวกับปริมาณน้ำมันสำรอง ซึ่งต่ำกว่าที่คาดไว้จริงๆ เพื่อให้ประชาชนเตรียมตัวรับมือได้ทันท่วงที

จากข้อมูลล่าสุดของกระทรวงพลังงาน ไทยมีน้ำมันสำรองเพียง 38 วัน เท่านั้น ถือว่าน้อยกว่าที่นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ยืนยันว่าจะอยู่ได้มากกว่า 60 วัน พรรคประชาชนจึงออกแถลงการณ์ผ่านเฟซบุ๊ก เรียกร้องให้รัฐบาลสื่อสารอย่างตรงไปตรงมา และชู 5 ข้อเสนอที่ทำได้ทันที เพื่อลดการพึ่งพาน้ำมันและไฟฟ้าจากต่างประเทศ

พรรคประชาชนเรียกร้องประหยัดน้ำมันไฟฟ้า ชู 5 ข้อเสนอเร่งด่วน

สถานการณ์น้ำมันโลกกำลังผันผวนหนัก หลังเกิดความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ไทยที่นำเข้าน้ำมันกว่า 80% จากภูมิภาคนี้ จึงเสี่ยงขาดแคลนได้ทุกเมื่อ พรรคประชาชนเรียกร้องประหยัดน้ำมันไฟฟ้า โดยย้ำว่ารัฐบาลต้องนำหน้าก่อน เพื่อไม่ให้ประชาชนเดือดร้อนหนัก

ข้อเสนอที่ 1: รณรงค์ประหยัดพลังงานตั้งแต่ตอนนี้

เริ่มจากประชาชนทุกคน รณรงค์ใช้รถยนต์น้อยลง เปลี่ยนมาใช้ขนส่งสาธารณะหรือจักรยานไฟฟ้า ปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าเมื่อไม่ใช้ และปรับเครื่องปรับอากาศให้เย็นสบายแต่ประหยัดพลังงาน การประหยัดเล็กๆ น้อยๆ สะสมกันได้จะช่วยยืดอายุน้ำมันสำรองได้นานขึ้น

ข้อเสนอที่ 2: รัฐบาลเป็นตัวอย่าง Work from Home ลดใช้พลังงาน

หน่วยงานรัฐและรัฐวิสาหกิจต้องสั่ง Work from Home ทันที ลดการเดินทางด้วยรถราชการ ปิดไฟฟ้าหลัง 17.00 น. และตั้งเครื่องปรับอากาศที่ 26-27°C ซึ่งไม่เพียงช่วยประหยัด แต่ยังลดค่าไฟแผ่นดินได้มหาศาล

ข้อเสนอที่ 3: โปร่งใสเรื่องแผนสำรองพลังงานและกองทุนน้ำมัน

เปิดเผย Energy Contingency Plan ชัดเจน รวมถึงหาแหล่งนำเข้า LNG จากออสเตรเลียหรือสหรัฐฯ แทนกาตาร์ แสดง ‘หน้าตัก’ กองทุนน้ำมันที่เหลือ จะยื้อราคาได้นานแค่ไหน เพื่อป้องกันบิลค่าไฟพุ่งกระฉูด

ข้อเสนอที่ 4: ปฏิรูประบบโซลาร์เซลล์ภาคประชาชน

ขยายโควตารับซื้อไฟจากโซลาร์เซลล์ เปลี่ยน Net Billing เป็น Net Metering แบบ 1:1 จดหน่วยลบหน่วยจริงๆ ระบบแจ้งออนไลน์แทนขออนุญาตหลายขั้นตอน และประชาสัมพันธ์ลดหย่อนภาษีจากการติดตั้ง เพื่อให้ทุกบ้านผลิตไฟเอง ลดพึ่งพาก๊าซราคาแพง

ข้อเสนอที่ 5: เจรจาลดค่าพร้อมจ่ายโรงไฟฟ้า

บังคับผู้ผลิตไฟฟ้าที่ปล่อยโรงงานว่าง ลดค่าพร้อมจ่าย เพื่อตรึงราคาไฟฟ้า ไม่ให้กระทบค่าครองชีพประชาชนในระยะสั้น

พรรคประชาชนเรียกร้องประหยัดน้ำมันไฟฟ้า นี้เป็นสัญญาณเตือนว่าประเทศไทยต้องปรับตัวด่วน หากไม่เตรียมพร้อม วิกฤตพลังงานอาจลุกลามเป็นปัญหาเศรษฐกิจใหญ่ การส่งเสริมพลังงานทดแทนและประหยัดการใช้ จะเป็นทางออกยั่งยืนในระยะยาว

คุณล่ะพร้อมเริ่มประหยัดน้ำมันไฟฟ้าแล้วหรือยัง? ลองแบ่งปันเคล็ดลับประหยัดพลังงานของคุณในคอมเมนต์ด้านล่าง และแชร์บทความนี้เพื่อกระตุ้นให้รัฐบาลลงมือทำทันที!

ที่มา – พรรคประชาชนเรียกร้องรัฐบาล พูดให้ชัดมีน้ำมันสำรองต่ำกว่าคาด ต้องเริ่มประหยัดไฟฟ้า – น้ำมัน

ถกรับมือสงครามตะวันออกกลาง จ่องัดมาตรการน้ำมัน

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้เรามาคุยกันเรื่องสถานการณ์ร้อนๆ ในตะวันออกกลางที่กำลังกระทบไทยโดยตรงเลยนะ สงครามที่ปะทุขึ้นทำให้ราคาน้ำมันพุ่งกระฉูด รัฐบาลไทยจึงไม่รอช้า รีบจัดการประชุมด่วนเพื่อถกรับมือสงครามตะวันออกกลาง โดยเฉพาะเรื่องเพิ่มปริมาณสำรองน้ำมันและประเมินผลกระทบทุกด้าน เพื่อไม่ให้ประชาชนเดือดร้อนหนัก

ถกรับมือสงครามตะวันออกกลาง

เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม กับนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.คลัง ร่วมเป็นประธานประชุมครั้งที่ 2/2569 ตามคำสั่งนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล มีหน่วยงานสำคัญมาร่วมเพียบ เช่น กระทรวงพาณิชย์ พลังงาน ก.ล.ต. ตลท. แบงก์ชาติ สภาหอการค้า แม้ รมว.พลังงานอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ จะประชุมออนไลน์เพราะติดภารกิจต่างประเทศ

ถกรับมือสงครามตะวันออกกลาง ประชุมด่วนที่ทำเนียบ

นายพิพัฒน์ย้ำว่าสถานการณ์นี้กระทบราคาน้ำมันโดยตรง ส่งผลต่อค่าขนส่ง สินค้า และน้ำมันหน้าปั๊ม ไทยมีน้ำมันสำรองได้ 60 วัน แต่สามารถยืดได้โดยตัดส่งออกส่วนเกิน ใช้เรือลอย Floating Storage เก็บแทน และขอให้ผู้ประกอบการช่วยกันหาแท็งก์เพิ่ม ถ้าล้นก็ช่วยเก็บร่วมกัน

จ่องัดมาตรการเพิ่มปริมาณสำรองน้ำมัน

นอกจากนั้น ยังคุยปรับสูตรน้ำมัน เช่น ดีเซลจาก B5 เป็น B7 หรือ B10 ผสมไบโอดีเซลมากขึ้น แก๊สโซฮอล์ผสมแอลกอฮอล์เพิ่ม เพื่อรับมือภาวะช็อกน้ำมัน ฟังดูเป็นกันเองแต่จริงจังมาก รัฐบาลกำลังมองทุกทางเพื่อรักษาเสถียรภาพ

มาตรการสำรองน้ำมัน ถกรับมือสงครามตะวันออกกลาง

นายเอกนิติเสริมว่า ได้เชิญเอกชนจาก 3 สถาบันรัฐ-เอกชน หารือกับนายกฯ แล้ว กระทรวงการต่างประเทศเป็นศูนย์กลางเก็บข้อมูลอัปเดตสถานการณ์ แยกแยะข่าวจริง-ปลอม ป้องกันตื่นตระหนก และช่วยวอร์รูมประเมินผลกระทบเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน

  • น้ำมัน: กระทรวงพลังงานดูแลหลัก
  • ขนส่ง: กระทรวงคมนาคมรับผิดชอบ
  • ราคาสินค้า: กระทรวงพาณิชย์เฝ้าระวัง
  • ตลาดทุน: ก.ล.ต. และ ตลท. ประเมิน
  • ค่าเงิน: ธปท. วิเคราะห์
ประเมินผลกระทบ ถกรับมือสงครามตะวันออกกลาง

หลังประชุม นายกฯ จะสรุปมาตรการดูแลทุกมิติ สถานการณ์แบบนี้ทำให้เราต้องตื่นตัว น้ำมันแพงขึ้น ค่าครองชีพพุ่ง แต่รัฐบาลแสดงให้เห็นถึงความพร้อม ถกรับมือสงครามตะวันออกกลาง อย่างเป็นระบบ ไม่ปล่อยให้ลุกลาม

จากที่ติดตามมา สงครามตะวันออกกลางมักทำให้ราคาน้ำมันโลกผันผวน ไทยนำเข้าน้ำมันเกือบทั้งหมด จึงเสี่ยงสูง แต่ด้วยสำรอง 60+ วัน และแผนปรับสูตรน้ำมัน ก็น่าจะผ่านไปได้ หากทุกฝ่ายร่วมมือ ผู้ประกอบการช่วยเก็บน้ำมัน ประชาชนประหยัดใช้ รัฐควบคุมราคาให้ดี

การประชุมรองนายก ถกรับมือสงครามตะวันออกกลาง

ในมุมมองผม สิ่งสำคัญคือการสื่อสารโปร่งใส อัปเดตข้อมูลจริงจากกระทรวงต่างประเทศ จะช่วยลดความกังวลได้เยอะ ถ้าคุณเป็นเจ้าของรถหรือธุรกิจขนส่ง คงต้องวางแผนงบประมาณน้ำมันเพิ่มแล้วล่ะครับ

ติดตามอัปเดตมาตรการล่าสุดได้ที่นี่ และแสดงความเห็นด้านล่างว่าคุณคิดอย่างไรกับแผนเหล่านี้? รัฐบาลทำได้ดีแค่ไหน?

ที่มา – ถกรับมือสงครามตะวันออกกลาง จ่องัดมาตรการเพิ่มปริมาณสำรองน้ำมัน-ประเมินผลกระทบทุกมิติ

ด่านเชียงของ ส่งออกน้ำมันไปลาวได้ปกติ

ในช่วงที่สถานการณ์น้ำมันเชื้อเพลิงในภูมิภาคกำลังเป็นที่จับตามอง ด่านเชียงของ ส่งออกน้ำมันไปลาว ยังคงดำเนินการได้ตามปกติ โดยไม่มีคำสั่งระงับใดๆ จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรเชียงของยืนยันว่า รถบรรทุกน้ำมันยังสามารถผ่านด่านไปยัง สปป.ลาว ได้อย่างราบรื่น ทำให้ผู้ประกอบการโลจิสติกส์และชิปปิ้งไม่ต้องกังวลในเบื้องต้น

ด่านเชียงของ ส่งออกน้ำมันไปลาว

จากรายงานล่าสุดเมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2569 บรรยากาศที่ด่านพรมแดนมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 4 (เชียงของ-ห้วยทราย) อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย ยังคงเงียบสงบเนื่องจากเป็นวันหยุด แต่การส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงไปยัง สปป.ลาว ไม่ได้รับผลกระทบ ในเช้าวันนั้นมีรถบรรทุกน้ำมันผ่านด่านออกไป 4 คัน ขณะที่วันก่อนหน้าผ่านไปกว่า 10 คัน ซึ่งถือเป็นปริมาณปกติของด่านแห่งนี้

แหล่งข่าวจากด่านศุลกากรเชียงของแจ้งว่า จนถึงปัจจุบัน กรมศุลกากรยังไม่ได้รับคำสั่งห้ามส่งออกน้ำมันไปลาว รถบรรทุกสามารถเคลื่อนย้ายจากด่านเชียงของไปยังด่านห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว ได้ตามปกติ “ยอดการผ่านด่านในเช้าวันนี้อยู่ที่ 4 คัน และเมื่อวานประมาณ 10 กว่าคัน ซึ่งถือเป็นจำนวนปกติ” เจ้าหน้าที่ศุลกากรกล่าว

ด่านเชียงของ ส่งออกน้ำมันไปลาว: การยืนยันจากกรมธุรกิจพลังงาน

แม้จะมีกระแสข่าวว่ากระทรวงพลังงานอาจพิจารณาสั่งห้ามส่งออกน้ำมัน แต่ด่านเชียงของได้ประสานงานกับต้นสังกัดแล้ว และได้รับการยืนยันเป็นหนังสือจากกรมธุรกิจพลังงานว่ายังอยู่ระหว่างการประเมินสถานการณ์เท่านั้น ยังไม่มีการสั่งระงับการปล่อยรถน้ำมัน ตัวแทนบริษัทชิปปิ้งหลายรายที่ติดต่อสอบถามจึงสามารถโล่งใจได้

สำหรับผู้ประกอบการ หากน้ำมันถูกบรรจุในถังรถบรรทุกแล้ว มีสัญญาซื้อขายเสร็จสิ้น ก็สามารถส่งออกได้ตามระเบียบเดิม ปัจจุบันกำลังตรวจสอบว่าคลังน้ำมันจะงดจ่ายหรือไม่ในกรณีที่มีสัญญาไปแล้ว

สถานการณ์น้ำมันฝั่งลาวและไทยใกล้ชายแดน

ฝั่ง สปป.ลาว โดยเฉพาะแขวงหลวงน้ำทาและบ่อแก้ว สถานีบริการน้ำมันหลายแห่งปิดชั่วคราวเพราะน้ำมันหมด สถานีที่เหลือมีประชาชนคิวยาวเหยียด ขณะที่คนลาวข้ามมาที่อำเภอเชียงของเพื่อเติมน้ำมัน

ในไทย สถานีบริการรายใหญ่ 2 แห่งใกล้ชายแดนเชียงของคึกคักขึ้น 2 เท่าใน 2 วันผ่านมา พนักงานทำงานหนักแต่ยืนยันว่าน้ำมันพอ ผู้ใช้ส่วนใหญ่เป็นคนท้องถิ่นและรถป้ายไทย รถลาวที่ข้ามมาเติมตามปกติ มีนำแกลลอน 20 ลิตรหรือถัง 200 ลิตรมาบ้าง แต่เป็นการใช้งานปกติสำหรับเกษตรหรือก่อสร้าง ไม่ใช่กักตุนเชิงพาณิชย์ ยังไม่พบความแตกตื่น

  • รถบรรทุกน้ำมันผ่านด่านเชียงของปกติ: 4-10 คันต่อวัน
  • ไม่มีคำสั่งระงับจากกรมศุลกากรหรือกรมธุรกิจพลังงาน
  • สถานีน้ำมันไทยใกล้ชายแดนเพียงพอ ไม่ขาดแคลน
  • ฝั่งลาวขาดแคลน สถานีปิดบางแห่ง
  • ผู้ประกอบการชิปปิ้งรอประเมินสถานการณ์

สถานการณ์นี้สะท้อนถึงความมั่นคงของระบบพลังงานไทยที่ยังรับมือได้ แม้เพื่อนบ้านจะเผชิญปัญหา ด่านเชียงของ ส่งออกน้ำมันไปลาว จึงยังเป็นช่องทางสำคัญสำหรับการค้าชายแดน หากคุณเป็นผู้ประกอบการด้านการส่งออก แนะนำให้ติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจากกรมธุรกิจพลังงานและกรมศุลกากรอย่างใกล้ชิด เพื่อวางแผนล่วงหน้าและหลีกเลี่ยงความเสี่ยง สถานการณ์นี้อาจเป็นโอกาสสำหรับธุรกิจโลจิสติกส์ที่ปรับตัวเร็ว

ที่มา – ด่านเชียงของ ยังส่งออกน้ำมันไป “ลาว” ได้ตามปกติ เจ้าหน้าท่ายืนยันยังไร้คำสั่งระงับ

Scroll to top