การขายใบกระท่อม

ป.ป.ส. **ลุยจับร้านกระท่อม** ทั่วประเทศ!

ป.ป.ส. เปิดปฏิบัติการเชิงรุกจัดระเบียบ “ร้านกระท่อม” ทั่วประเทศ! หลังจากกฎหมายใหม่มีผลบังคับใช้ พบว่าหลายพื้นที่ยังฝ่าฝืนกฎหมาย ทั้งการตั้งร้านใกล้สถานศึกษา ขายพ่วงยาแก้ไอ และกัญชา เลขาธิการ ป.ป.ส. เน้นย้ำว่านี่คือภัยคุกคามต่ออนาคตของชาติ สั่งเดินหน้าตรวจสอบอย่างต่อเนื่องและจริงจัง ผู้ฝ่าฝืนมีสิทธิ์โดนปรับสูงสุดถึง 5 หมื่นบาท!

เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2568 พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. ได้ออกมาเปิดเผยถึงผลการปฏิบัติการเชิงรุกเพื่อจัดระเบียบสังคมตามประกาศกระทรวงฯ คุมเข้มร้านขายใบกระท่อม ซึ่งมีผลบังคับใช้ไปเมื่อวันที่ 12 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยกล่าวว่า “ตามข้อสั่งการที่ได้ให้ไว้กับทุกหน่วยงานทั่วประเทศ ในการบังคับใช้กฎหมายทันที เพื่อปกป้องเด็กและเยาวชนซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญของเรา” ภายหลังจากที่ประกาศกระทรวงยุติธรรมและกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กำหนดสถานที่ วิธีการ หรือลักษณะต้องห้ามในการขายใบกระท่อม พ.ศ. 2568 มีผลบังคับใช้ สาระสำคัญคือ ห้ามขายใบกระท่อมและน้ำต้มใบกระท่อมในระยะ 1,000 เมตรจากสถานศึกษา และห้ามขายในลักษณะแผงลอยหรือเร่ขาย หากฝ่าฝืนมีโทษปรับเป็นพินัยสูงสุดถึง 50,000 บาท

ป.ป.ส. ลุยจับร้านกระท่อม ปูพรมทั่วประเทศ พบลอบขายพ่วงกัญชา-ยาแก้ไอใกล้สถานศึกษา

สำนักงาน ป.ป.ส. ได้เปิดปฏิบัติการปูพรมตรวจสอบร้านจำหน่ายกระท่อมที่เข้าข่ายกระทำผิดกฎหมายพร้อมกันทั่วประเทศ และพบการกระทำผิดที่น่ากังวลในหลายพื้นที่ ตัวอย่างเช่น เจ้าหน้าที่ ปปส.ภ.9 ร่วมกับตำรวจ สภ.เมืองสงขลา เข้าตรวจสอบร้านขายกระท่อมบริเวณโดยรอบมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา และมหาวิทยาลัยทักษิณ พบร้าน “ราชาใบกระท่อม” เปิดจำหน่ายและยอมรับว่าร้านตั้งอยู่ในเขต 1,000 เมตรจากมหาวิทยาลัย แต่ที่น่าตกใจกว่านั้นคือ จากการตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่าร้านดังกล่าวยังมีการลักลอบจำหน่ายยาแก้ไอ และกัญชา ซึ่งเป็นยาเสพติดและสมุนไพรควบคุม เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการจับกุมนายสุเมธ ผู้ขาย ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสงขลา ดำเนินคดีอาญาทันที

ขณะเดียวกัน ในพื้นที่ภาคกลาง ปปส.ภ.1 ได้นำกำลังร่วมกับฝ่ายปกครองและตำรวจ จ.ปทุมธานี ลงพื้นที่ อ.ลาดหลุมแก้ว พบร้านกระท่อมกระทำผิดกฎหมาย 3 ร้าน มีลักษณะความผิดคล้ายกันคือ ตั้งเป็นแผงลอยริมถนน และอยู่ในระยะไม่เกิน 1,000 เมตรจากสถานศึกษา อีกทั้งยังไม่ติดป้ายประกาศเตือนตามที่กฎหมายกำหนด ส่วนในพื้นที่ภาคเหนือ ปปส.ภ.5 นำทีมร่วมกับฝ่ายปกครอง อ.เมืองลำพูน ตรวจสอบร้านค้าบนถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ เชียงใหม่-ลำปาง พบร้านแผงลอย 2 แห่งลักลอบขายน้ำกระท่อมและใบกระท่อมสดริมทาง โดยผู้กระทำผิดทั้งหมดในพื้นที่ จ.ปทุมธานี และ จ.ลำพูน เจ้าหน้าที่ได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อเสนอต่อคณะกรรมการพิจารณาโทษปรับเป็นพินัยต่อไป

ทำไม ป.ป.ส. ถึงต้อง **ลุยจับร้านกระท่อม** อย่างจริงจัง?

เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่า การปฏิบัติตามมาตรการควบคุมที่เข้มงวดเป็นสิ่งที่จำเป็น เพราะร้านค้าเหล่านี้อาจเป็นแหล่งมั่วสุม หรือส่งผลให้เกิดการกระทำความผิดกฎหมายอื่นที่ร้ายแรงกว่าได้ การตรวจพบยาแก้ไอและกัญชาในร้านกระท่อมใกล้สถานศึกษา ถือเป็นภัยคุกคามต่ออนาคตของชาติ ท่านได้สั่งการให้ทุกพื้นที่ทั่วประเทศดำเนินการตรวจสอบเช่นนี้อย่างต่อเนื่องและจริงจัง เพื่อจัดระเบียบสังคมให้ปลอดภัยสำหรับลูกหลานของเรา ท่านยังขอให้เชื่อมั่นว่า สำนักงาน ป.ป.ส. จะทำงานอย่างเต็มที่ และขอความร่วมมือจากประชาชน หากพบเห็นการกระทำผิดในลักษณะนี้ สามารถแจ้งเบาะแสได้ทันทีที่ สายด่วน ป.ป.ส. โทร. 1386 ที่พึ่งทุกปัญหายาเสพติด

การ **ลุยจับร้านกระท่อม** ครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของภาครัฐในการปกป้องเยาวชน และสร้างสังคมที่ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น การบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด และการได้รับความร่วมมือจากประชาชน จะเป็นกุญแจสำคัญในการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างยั่งยืน

ที่มา – ลุยจับร้านกระท่อม ป.ป.ส.ปูพรมทั่วประเทศ พบลอบขายพ่วงกัญชา-ยาแก้ไอใกล้สถานศึกษา

ป.ป.ส. ลุยคุมเข้มขายกระท่อมทั่วประเทศ เริ่มแล้ว!

เลขาธิการ ป.ป.ส. สั่งการเด็ดขาด ลุยคุมเข้มขายกระท่อมทั่วประเทศ เริ่ม 12 ต.ค.นี้ ห้ามเร่ขาย-ตั้งแผงลอยใกล้โรงเรียน ฝ่าฝืนปรับสูงสุด 50,000 บาท

วันที่ 12 ต.ค. 2568 พ.ต.ต. สุริยาฯ สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่าตามอำนาจแห่ง ประกาศกระทรวงยุติธรรมและกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กำหนดสถานที่ วิธีการ หรือลักษณะต้องห้ามในการขายใบกระท่อม พ.ศ. 2568 ซึ่งมีผลบังคับใช้ในวันนี้เป็นวันแรก ตนได้มี ข้อสั่งการเด็ดขาด ไปยังหน่วยงานของสำนักงาน ปปส. ภาค ทั่วประเทศ ให้เริ่มบังคับใช้กฎหมายเพื่อจัดระเบียบการขายใบกระท่อมและน้ำต้มใบกระท่อมอย่างจริงจังและเป็นรูปธรรมทันที “สำนักงาน ป.ป.ส. ได้เริ่มดำเนินการแล้ว โดยหน่วยงานในพื้นที่ทั่วประเทศ ทั้งในกรุงเทพมหานครและส่วนภูมิภาค ได้ลงพื้นที่รณรงค์สร้างความเข้าใจกับผู้ค้าและประชาชนล่วงหน้า พร้อมทั้งเตรียมความพร้อมในการบังคับใช้กฎหมายร่วมกับหน่วยงานภาคี เพื่อให้เห็นว่าเราเอาจริงเอาจังกับการจัดระเบียบสังคมให้เกิดความปลอดภัย”

การคุมเข้มการขายกระท่อมทั่วประเทศครั้งนี้ มีเป้าหมายหลักเพื่อปกป้องเยาวชน และสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์จากพืชกระท่อมอย่างปลอดภัยและมีความรับผิดชอบต่อสังคม

สำหรับสาระสำคัญของประกาศฯ ที่ผู้ค้าและประชาชนต้องรับทราบและปฏิบัติโดยเคร่งครัด มีดังนี้

  1. ห้ามขายใบกระท่อมและน้ำต้มใบกระท่อม ในสถานที่ซึ่งตั้งอยู่ในระยะ 1,000 เมตร (1 กิโลเมตร) จากสถานศึกษาทุกแห่ง
  2. ห้ามขาย ในลักษณะของการ “เร่ขาย” (เช่น หาบเร่, รถเข็น, รถยนต์เร่ขาย) หรือการตั้ง “แผงลอย” ในที่หรือทางสาธารณะ
  3. ผู้ใดฝ่าฝืน ต้องระวางโทษ ปรับไม่เกิน 50,000 บาท

เลขาธิการ ป.ป.ส. ได้ย้ำถึงเหตุผลและความจำเป็นของมาตรการนี้ว่า “เป้าหมายของเราไม่ใช่การทำลายเศรษฐกิจ แต่คือการสร้างสมดุลระหว่างการส่งเสริมพืชกระท่อมและการสร้างความปลอดภัยให้กับสังคม ประโยชน์สูงสุดคือการปกป้องเด็กและเยาวชนของเรา ไม่ให้เข้าถึงกระท่อมได้โดยง่าย และเพื่อจัดระเบียบการขายให้เป็นไปตามที่ประกาศฯ กำหนด ไม่สร้างความเดือดร้อนให้แก่ชุมชน นี่คือเหตุผลที่เราต้องมีมาตรการที่ชัดเจนและบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง

ขอความร่วมมือผู้ประกอบการทุกท่านปฏิบัติตามกฎหมาย เพื่อที่เราจะสามารถใช้ประโยชน์จากพืชกระท่อมในทางที่สร้างสรรค์และปลอดภัยไปพร้อมกัน หากประชาชนพบเห็นการกระทำที่ฝ่าฝืน สามารถแจ้งเบาะแสได้ทันทีที่ สายด่วน ป.ป.ส. โทร. 1386 ท่านแจ้ง เราจับ ที่พึ่งทุกปัญหายาเสพติด”

ป.ป.ส. ลุยคุมเข้มขายกระท่อมทั่วประเทศ

การบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังในการ ป.ป.ส. ลุยคุมเข้มขายกระท่อมทั่วประเทศ นั้น เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับการควบคุมการเข้าถึงพืชกระท่อม โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชน การ ป.ป.ส. ลุยคุมเข้มขายกระท่อมทั่วประเทศ ไม่ได้มีเป้าหมายที่จะทำลายเศรษฐกิจของผู้ประกอบการ แต่เป็นการสร้างความสมดุลระหว่างการส่งเสริมพืชกระท่อมและการสร้างความปลอดภัยให้กับสังคมโดยรวม

การที่สำนักงาน ป.ป.ส. เน้นย้ำถึงการปกป้องเด็กเเละเยาวชนนั้น แสดงให้เห็นถึงความห่วงใยต่ออนาคตของชาติ การปล่อยให้เด็กและเยาวชนเข้าถึงพืชกระท่อมได้โดยง่าย อาจนำไปสู่ปัญหาอื่น ๆ ตามมา ซึ่งส่งผลเสียต่อการพัฒนาประเทศในระยะยาว

สิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับการคุมเข้มขายกระท่อม

ต่อไปนี้เป็นข้อควรรู้ที่สำคัญเกี่ยวกับการ ป.ป.ส. ลุยคุมเข้มขายกระท่อมทั่วประเทศ:

  • สถานที่ห้ามขาย: ห้ามขายในระยะ 1,000 เมตรจากสถานศึกษา
  • ลักษณะการขายที่ห้าม: ห้ามเร่ขาย และห้ามตั้งแผงลอยในที่สาธารณะ
  • บทลงโทษ: ผู้ฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกิน 50,000 บาท

การทำความเข้าใจข้อกำหนดเหล่านี้ จะช่วยให้ผู้ประกอบการและประชาชนทั่วไปปฏิบัติตามกฎหมายได้อย่างถูกต้อง และร่วมกันสร้างสังคมที่ปลอดภัย

หากพบเห็นการกระทำที่ฝ่าฝืนกฎหมาย สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วน ป.ป.ส. โทร. 1386

กฎหมายนี้มีขึ้นเพื่อควบคุมการเข้าถึงกระท่อม โดยเฉพาะในสถานที่ที่เด็กและเยาวชนเข้าถึงได้ง่าย เช่น บริเวณใกล้โรงเรียน การคุมเข้มนี้จะช่วยลดโอกาสที่เยาวชนจะลองใช้กระท่อม ซึ่งอาจนำไปสู่การใช้สารเสพติดชนิดอื่น ๆ ในอนาคต แม้ว่ากระท่อมจะมีประโยชน์ในทางการแพทย์แผนไทย แต่การใช้โดยไม่มีการควบคุมก็อาจก่อให้เกิดผลเสียได้เช่นกัน

การคุมเข้มครั้งนี้จึงเป็นการสร้างสมดุลระหว่างการใช้ประโยชน์จากพืชกระท่อมและการปกป้องสังคม โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน

ที่มา – เริ่มแล้ว ป.ป.ส. ลุยคุมเข้มขายกระท่อมทั่วประเทศ ฝ่าฝืนปรับสูงสุด 50,000 บาท

Scroll to top