การคมนาคมขนส่ง

เอกนิติ ปิดฉาก แลนด์บริดจ์ หลังผลศึกษาชี้ไม่คุ้มค่า

เชื่อว่าหลายคนคงได้ยินข่าวใหญ่ที่สร้างแรงกระเพื่อมให้กับวงการคมนาคมขนส่งไทย เมื่อคุณเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีได้ออกมาประกาศอย่างเป็นทางการถึงผลการศึกษาโครงการขนาดใหญ่อย่างโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งสรุปได้สั้นๆ ว่า เอกนิติ ปิดฉาก แลนด์บริดจ์ หลังผลศึกษาชี้ไม่คุ้มค่าทางเศรษฐกิจ กระทบสิ่งแวดล้อมสูง กลายเป็นการตอกย้ำว่าโครงการที่เคยเป็นความหวังในการยกระดับเศรษฐกิจภาคใต้อาจต้องพับแผนไปในที่สุด

เหตุผลที่ เอกนิติ ปิดฉาก แลนด์บริดจ์ หลังผลศึกษาชี้ไม่คุ้มค่าทางเศรษฐกิจ กระทบสิ่งแวดล้อมสูง

จากการศึกษาอย่างเข้มข้นตลอด 90 วันที่ผ่านมา คณะกรรมการพบข้อเท็จจริงที่น่าสนใจหลายประการครับ ประการแรกคือเรื่องความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ สาเหตุที่ เอกนิติ ปิดฉาก แลนด์บริดจ์ หลังผลศึกษาชี้ไม่คุ้มค่าทางเศรษฐกิจ กระทบสิ่งแวดล้อมสูง เพราะตัวเลขผลตอบแทนที่เคยคาดการณ์ไว้อาจกลายเป็นติดลบ เนื่องด้วยสถานการณ์การเมืองระหว่างประเทศและสภาวะเศรษฐกิจโลกผันผวน อีกทั้งคู่แข่งในเส้นทางเดินเรือหลักของโลกก็มีพันธมิตรที่แข็งแกร่งอยู่แล้ว การที่จะดึงดูดสายเรือให้ย้ายเส้นทางมานั้นจึงเป็นเรื่องที่มีโอกาสน้อยมาก

ความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม

นอกจากประเด็นเรื่องกำไรที่แลดูจะจับต้องได้ยากแล้ว เรื่องของสิ่งแวดล้อมยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้โครงการนี้ไปต่อได้ลำบาก ข้อสรุปยังชี้ชัดว่าการดำเนินโครงการจะส่งผลกระทบสูงต่อระบบนิเวศทางทะเล วิถีชีวิตของชุมชนชายฝั่ง และทรัพยากรป่าไม้ ซึ่งขาดการบูรณาการแผนงานที่ชัดเจน อีกทั้งกระแสคัดค้านจากภาคประชาชนและนักอนุรักษ์ก็เป็นเสียงสะท้อนที่สำคัญยิ่ง ทำให้เห็นว่าความยั่งยืนของพื้นที่ควรมาก่อนการลงทุนในลักษณะนี้

  • ความเสี่ยงทางการเงินจากการค้าโลกที่ลดลง
  • คู่แข่งทางธุรกิจและพันธมิตรเดินเรือที่มีอยู่เดิม
  • ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่ยังไม่สามารถจัดการได้ครอบคลุม
  • เสียงสะท้อนจากคนในพื้นที่ที่มีความกังวลสูง

แล้วจากนี้ประเทศไทยจะไปต่อทางไหน? ทางคณะกรรมการได้เสนอทางเลือกใหม่ที่น่าสนใจกว่า นั่นคือการเน้นพัฒนาท่าเรือระนองให้เต็มศักยภาพควบคู่ไปกับการเชื่อมต่อโครงข่ายทางราง (Missing Link) เพื่อระบายสินค้าขึ้นเหนือไปยังจีนและเชื่อมโยงกับท่าเรือฝั่งตะวันออกแทน ซึ่งถือเป็นการใช้โครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดโดยไม่จำเป็นต้องเร่งสร้างโครงการขนาดใหญ่ที่สุ่มเสี่ยง

บทเรียนครั้งนี้สอนให้เราเห็นว่า การขับเคลื่อนโครงการระดับชาติไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวเลขความหวังเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมองรอบด้านทั้งมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม การถอยออกมาหนึ่งก้าวเพื่อทบทวนยุทธศาสตร์ใหม่จึงไม่ใช่ความล้มเหลว แต่เป็นการตัดสินใจที่รอบคอบเพื่ออนาคตของชาติที่ยั่งยืนกว่าครับ

ที่มา – “เอกนิติ” ปิดฉาก แลนด์บริดจ์ หลังผลศึกษาชี้ ไม่คุ้มค่าทางเศรษฐกิจ กระทบสิ่งแวดล้อมสูง

ทางหลวงชนบท ลุยสร้างถนน ชพ.4035 ชุมพร เชื่อมสนามบิน-รถไฟรางคู่ คาดเสร็จปี 70

ทางหลวงชนบท ลุยสร้างถนน ชพ.4035 ชุมพร เชื่อมสนามบิน-รถไฟรางคู่ คาดเสร็จปี 70

ข่าวดีสำหรับชาวชุมพรและผู้ที่สัญจรผ่านไปมาครับ! ล่าสุด กรมทางหลวงชนบท (ทช.) ได้ออกมาตอกย้ำความมุ่งมั่นในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ด้วยการเดินหน้าโครงการก่อสร้างถนนทางหลวงชนบทสาย ชพ.4035 แยกทางหลวงหมายเลข 3180 เชื่อมบ้านเนินคีรี อำเภอปะทิว และอำเภอเมือง จังหวัดชุมพร ซึ่งถือเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญที่จะเข้ามาเปลี่ยนโฉมหน้าการคมนาคมในเขตพื้นที่นี้ให้สะดวกสบายยิ่งขึ้นกว่าเดิม

นายพิชิต หุ่นศิริ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท ได้เปิดเผยถึงความคืบหน้าของโครงการ ทางหลวงชนบท ลุยสร้างถนน ชพ.4035 ชุมพร เชื่อมสนามบิน-รถไฟรางคู่ คาดเสร็จปี 70 ว่าขณะนี้การดำเนินงานมีความคืบหน้าไปกว่า 30% แล้ว โดยเน้นการพัฒนาถนนระยะทางรวมกว่า 13.520 กิโลเมตร เพื่อเชื่อมโยงการเดินทางทั้งทางบก ทางราง และทางอากาศ ให้มีความไร้รอยต่อมากที่สุด

ศักยภาพของโครงการถนนสาย ชพ.4035

การดำเนินงานโครงการ ทางหลวงชนบท ลุยสร้างถนน ชพ.4035 ชุมพร เชื่อมสนามบิน-รถไฟรางคู่ คาดเสร็จปี 70 ครั้งนี้ ไม่ได้เพียงแค่การปรับปรุงผิวจราจรเท่านั้น แต่ยังเป็นการขยายถนนเป็น 2-4 ช่องจราจร พร้อมระบบอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยที่ครบวงจร ซึ่งไฮไลท์สำคัญคือ:

  • เชื่อมต่ออย่างง่ายดายเข้าสู่ท่าอากาศยานชุมพร
  • เชื่อมต่อสถานีรถไฟรางคู่ ได้แก่ สถานีสะพลี สถานีหนองเนียง และสถานีนาชะอัง
  • เพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งสินค้าทางการเกษตร เช่น ยางพารา และปาล์มน้ำมัน ให้ส่งถึงตลาดได้รวดเร็วขึ้น
  • ลดต้นทุนโลจิสติกส์ให้กับเกษตรกรและผู้ประกอบการในพื้นที่

โครงการนี้ใช้งบประมาณก่อสร้างกว่า 164.350 ล้านบาท โดยนอกจากงานผิวจราจรแบบแอสฟัลต์คอนกรีตแล้ว ยังมีการติดตั้งระบบระบายน้ำ กำแพงกันดิน และอุปกรณ์อำนวยความปลอดภัยหน้าโรงเรียน เพื่อดูแลความปลอดภัยให้พี่น้องประชาชนและนักเรียนในพื้นที่อย่างเต็มที่

ผมมองว่าการที่ ทางหลวงชนบท ลุยสร้างถนน ชพ.4035 ชุมพร เชื่อมสนามบิน-รถไฟรางคู่ คาดเสร็จปี 70 นั้น เป็นก้าวที่สำคัญมากของจังหวัดชุมพร เพราะการมีถนนที่ดีจะช่วยสนับสนุนทั้งภาคการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจในท้องถิ่นให้โตขึ้นแบบก้าวกระโดด เชื่อว่าเมื่อแล้วเสร็จในปี 2570 ชีวิตของชาวชุมพรจะเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นอย่างแน่นอน ใครที่อยู่ในพื้นที่ก็คอยติดตามความคืบหน้ากันต่อไปนะครับ รับรองว่าคุ้มค่ากับการรอคอยแน่นอน

ที่มา – ทางหลวงชนบท ลุยสร้างถนน ชพ.4035 ชุมพร เชื่อมสนามบิน-รถไฟรางคู่ คาดเสร็จปี 70

กสม. ย้ำผลกระทบโครงการแลนด์บริดจ์ ชุมพร-ระนอง ไม่คุ้มค่า

กสม. ย้ำผลกระทบโครงการแลนด์บริดจ์ ชุมพร-ระนอง ไม่คุ้มค่า เป็นประเด็นร้อนที่หลายคนให้ความสนใจ โดยเฉพาะชาวชุมพรและระนองที่อาจได้รับผลกระทบโดยตรง โครงการนี้มีเป้าหมายเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและทะเลอันดามัน แต่ กสม. หรือคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ชี้ว่าผลเสียมากกว่าผลดีมากนัก

กสม. ย้ำผลกระทบโครงการแลนด์บริดจ์ ชุมพร-ระนอง ไม่คุ้มค่า

จากรายงานของ กสม. วันที่ 15 พ.ค. 2569 นางสาวศยามล ไกยูรวงศ์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้ย้ำถึงผลการตรวจสอบโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งประกอบด้วยท่าเรือ ทางรถไฟรางคู่ ทางหลวงพิเศษ และนิคมอุตสาหกรรม กสม. ส่งหนังสือข้อเสนอแนะไปยังนายกฯ และ ครม. เมื่อ 26 ก.พ. 2569 และ ครม. มีมติรับทราบเมื่อ 5 พ.ค. 2569 โดยมอบหมายกระทรวงคมนาคมเป็นหลัก ร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ เพื่อศึกษาความเหมาะสม

ไม่คุ้มค่าทางเศรษฐกิจจริงหรือ?

สศช. ศึกษาความเป็นไปได้แล้ว พบว่าโครงการนี้สนับสนุนสินค้าระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ได้แค่ 18% เท่านั้น การพัฒนาท่าเรือท่องเที่ยวหรือสนามบินก็เพียงพอแล้ว ที่สำคัญ โครงการไม่ช่วยประหยัดเวลาขนส่งจากมหาสมุทรอินเดียโดยไม่ผ่านช่องแคบมะละกา ค่าขนส่งยังสูงกว่า ไม่แข่งขันกับสิงคโปร์ได้ และรายได้จากตู้คอนเทนเนอร์ไม่คุ้มค่าใช้จ่าย

ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน

โครงการจะทำลายทรัพยากรธรรมชาติอย่างหนัก เช่น:

  • ตะกอนจากท่าเรือกระทบปะการัง หญ้าทะเล และแหล่งอาหารสัตว์น้ำ
  • กระทบแหล่งมรดกโลกทะเลอันดามัน
  • รถไฟและทางหลวงผ่านพื้นที่อนุรักษ์ ลุ่มน้ำชั้น 1A-2 ป่าชายเลน อุทยาน ชุ่มน้ำ
  • บุกรุกป่า เกษตร สูญเสียคาร์บอน เปลี่ยนกระแสน้ำ คุณภาพน้ำ น้ำใต้ดิน

ด้านการประมง ชุมพรมีเรือ 3,500 ลำ ประมงพื้นบ้าน 270 ลำ จับสัตว์น้ำ 110,000 ตัน มูลค่า 3,900 ล้านบาท เป็นแหล่งวงจรชีวิตปลาทู ระนองมีเรือพื้นบ้าน 2,000 ลำ ชาวเลมอแกนสูญเสียวิถีชีวิต เกษตรกรเสียแหล่งน้ำ ที่ดิน ท่องเที่ยวเชิงนิเวศเสียหาย

การรับฟังความเห็นไม่ครบถ้วน

เวทีรับฟังทำแบบรายโครงการ ประชาชนเข้าไม่ครบ เนื้อหาไม่ชัด ไม่ให้แสดงความเห็นจริงจัง ไม่สอดคล้องรัฐธรรมนูญ 2560 ที่รัฐต้องคุ้มครองสิ่งแวดล้อม สิทธิประชาชน SDGs และ ICESCR

กสม. เสนอให้ สศช. จัดเวทีรับฟังภาพรวมพัฒนาจังหวัด ให้ประชาชนทุกกลุ่มกำหนดอนาคต รัฐต้องศึกษาผลกระทบครบมิติ คำนวณคุ้มค่าทั้งเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม วิถีชีวิต

กสม. ขอบคุณ ครม. และนายกฯ ที่ตั้งคณะกรรมการศึกษา โดยรองนายกฯ และ รมว.คลังเป็นประธาน เพื่อขับเคลื่อนอย่างรอบคอบ

โครงการแลนด์บริดจ์นี้เป็นตัวอย่างชัดเจนว่า การพัฒนาต้องสมดุล เศรษฐกิจต้องไม่แลกกับสิ่งแวดล้อมและสิทธิประชาชน คุณคิดว่าควรไปต่อหรือหยุด? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์เพื่อให้เสียงเราดังถึงผู้กำหนดนโยบาย!

ที่มา – กสม. ย้ำผลกระทบโครงการแลนด์บริดจ์ ชุมพร-ระนอง ไม่คุ้มค่า

“นายกฯ” ลั่นไม่ฟังเสียงปั่น หลังฝ่ายค้านปูดแลนด์บริดจ์

“นายกฯ” ลั่นไม่ฟังเสียงปั่น หลังฝ่ายค้าน ปูด อาม่ากว้านซื้อที่ดินรองรับแลนด์บริดจ์ เป็นประเด็นร้อนที่กำลังเป็นกระแสในแวดวงการเมืองไทยช่วงนี้ เมื่อฝ่ายค้านออกมาแฉว่ามีนักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มทุนจีนที่ถูกเรียกว่า “อาม่า” กำลังกว้านซื้อที่ดินจำนวนมากในพื้นที่ภาคใต้ เพื่อเตรียมรองรับโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งเป็นเมกะโปรเจกต์เชื่อมโยงการขนส่งทางบกจากอ่าวไทยไปยังทะเลอันดามัน แต่ทางฝั่งรัฐบาล โดยนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ได้ออกมาชี้แจงแบบชัดเจน ไม่สนใจข่าวลือหรือเสียงปั่นเหล่านี้

“นายกฯ” ลั่นไม่ฟังเสียงปั่น หลังฝ่ายค้าน ปูด อาม่ากว้านซื้อที่ดินรองรับแลนด์บริดจ์

เหตุการณ์เกิดขึ้นก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะเดินทางไปร่วมประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 48 ที่เมืองเซบู ฟิลิปปินส์ ระหว่างวันที่ 7-9 พฤษภาคม 2567 โดยนายอนุทินได้ให้สัมภาษณ์ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 บน.6 ถึงประเด็นที่ฝ่ายค้านวิจารณ์โครงการแลนด์บริดจ์ โดยชี้ว่าตอนนี้รัฐบาลกำลังโฟกัสช่วยเหลือประชาชนเป็นหลัก อย่าเพิ่งตีตนไปก่อนไข้ เพราะ “นายกฯ” ลั่นไม่ฟังเสียงปั่น หลังฝ่ายค้าน ปูด อาม่ากว้านซื้อที่ดินรองรับแลนด์บริดจ์ โครงการยังไม่ได้เริ่มต้นอะไรเลย อยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ใหม่ๆ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน

โครงการแลนด์บริดจ์คืออะไร และทำไมถึงเป็นที่ถกเถียง?

แลนด์บริดจ์ หรือโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งเชื่อมโยงอ่าวไทย-อันดามัน เป็นแนวคิดเก่าที่ถูกหยิบยกขึ้นมาอีกครั้ง เพื่อให้ไทยกลายเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ของภูมิภาคอาเซียน โดยจะสร้างท่าเรือน้ำลึกที่สงขลาและชุมพร เชื่อมด้วยรถไฟความเร็วสูง ช่วยลดเวลาเดินเรือจากสิงคโปร์หรือช่องแคบมะละกามาเป็นทางบก สามารถขนสินค้าได้เร็วกว่าเดิมหลายเท่า ในยุคที่ภูมิรัฐศาสตร์เปลี่ยนไป เช่น สงครามการค้าหรือความตึงเครียดในทะเลจีนใต้ โครงการนี้จะช่วยให้ไทยพึ่งพาตัวเองได้มากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ฝ่ายค้านมองว่ามีความเสี่ยง โดยเฉพาะข่าวลือเรื่องต่างชาติ โดยเฉพาะนักลงทุนจีน จะเข้ามาเช่าที่ดิน 99 ปี หรือกว้านซื้อที่ดินจำนวนมากเพื่อเก็งกำไร นายกรัฐมนตรีตอบโต้ชัดเจนว่า รัฐบาลไม่ฟังเสียงปั่นเหล่านี้ เพราะเป็นเรื่องการลงทุนปกติ และทุกอย่างต้องรอผลการศึกษาจากคณะกรรมการที่ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และนายดนุชา พิชยนันท์ เลขาฯสภาพัฒน์ เป็นแกนนำ

นายกฯ ย้ำ ฟังเสียงประชาชน ไม่ใช่แค่ฝ่ายค้าน

เมื่อถูกถามถึงกระแสวิจารณ์ที่อาจทำให้โครงการสะดุด นายอนุทินย้ำว่าไม่มีอะไรแปลก เพราะยังไม่เริ่ม และจะตัดสินใจจากข้อมูลปัจจุบันเท่านั้น สำหรับประเด็นเช่าที่ดิน 99 ปี ก็ไม่เกี่ยวข้องโดยตรง ทุกอย่างขึ้นกับผลศึกษา นอกจากนี้ยังกำชับให้คณะกรรมการเชิญภาคประชาชนเข้าร่วม เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและฟังเสียงจากพื้นฐานจริงๆ ไม่ใช่แค่ฝ่ายการเมือง

  • ประโยชน์ของโครงการแลนด์บริดจ์: สร้าง GDP เพิ่มหลายแสนล้าน, สร้างงานนับหมื่นตำแหน่งในภาคใต้
  • ลดต้นทุนขนส่ง: สินค้าจากจีนไปยุโรป เร็วกว่าเดิม 30-50%
  • ยกระดับอาเซียน: ไทยเป็นฮับคมนาคม แข่งขันกับจีน-อินเดีย
  • ความมั่นคง: ลดการพึ่งพาช่องแคบมะละกา

ส่วนคำถามเรื่องท้อหรือไม่กับกระแสโจมตี นายกฯ ตอบฮาๆ ว่า “ทำไมต้องท้อ ผมคนจีน ลูกท้อเป็นมงคล กินสิ่วท้อทุกวันเกิด” แสดงถึงความมั่นใจเต็มเปี่ยม ส่วนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ถูกตีตก ก็ปัดไม่ตอบ เดินหนีทันที

โดยรวมแล้ว แม้จะมีเสียงวิจารณ์หนัก แต่รัฐบาลยืนยันเดินหน้าด้วยข้อมูลจริงและความโปร่งใส โครงการแลนด์บริดจ์มีศักยภาพสูงที่จะเปลี่ยนโฉมเศรษฐกิจไทย หากจัดการดีๆ จะเป็นโอกาสทองสำหรับประเทศเรา

ความเห็นส่วนตัว: โครงการใหญ่อย่างนี้ต้องระวังผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนท้องถิ่น แต่ถ้าทำโปร่งใสและมีส่วนร่วมจากประชาชน ก็น่าจะไปได้สวย คุณคิดอย่างไรกับ “นายกฯ” ลั่นไม่ฟังเสียงปั่น หลังฝ่ายค้าน ปูด อาม่ากว้านซื้อที่ดินรองรับแลนด์บริดจ์ และโครงการแลนด์บริดจ์นี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ อ่านด้วยนะ!

ที่มา – “นายกฯ” ลั่นไม่ฟังเสียงปั่น หลังฝ่ายค้าน ปูด อาม่ากว้านซื้อที่ดินรองรับแลนด์บริดจ์

คมนาคม เตรียมออกแพ็กเกจ ลดค่าครองชีพ!

สวัสดีครับทุกคน! วันนี้มีข่าวดีมาอัปเดตกันอีกแล้ว เกี่ยวกับมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพจากกระทรวงคมนาคม หลายคนคงกำลังรอคอยอยู่ว่าจะมีการช่วยเหลืออะไรบ้างในการเดินทางของเรา วันนี้เราจะมาเจาะลึกถึงรายละเอียดที่น่าสนใจกันครับ

คมนาคม เตรียมออกแพ็กเกจ ลดค่าครองชีพประชาชน ในการเดินทางทั้งระบบ

เมื่อวันที่ผ่านมา นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วยนางสาวมัลลิกา จิรพันธุ์วานิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้เข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงคมนาคม และเริ่มปฏิบัติงานอย่างเป็นทางการ โดยมีข้าราชการและหัวหน้าหน่วยงานต่างๆ ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น

ท่านรัฐมนตรีได้มอบนโยบายเร่งด่วนภายใน 4 เดือน ให้ทุกหน่วยงานเร่งรัดโครงการที่ได้รับอนุมัติงบประมาณปี 2569 เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศอย่างเต็มที่ เพราะระบบเศรษฐกิจของประเทศต้องพึ่งพาการคมนาคมขนส่งทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ กระทรวงคมนาคมจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนาประเทศ

ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมนี้เป็นต้นไป ทุกหน่วยงานจะต้องเร่งผลักดันโครงการต่างๆ อย่างเต็มกำลัง เพื่อให้เศรษฐกิจของประเทศเติบโตอย่างรวดเร็วและยั่งยืน

นโยบายเร่งด่วน: ลดค่าครองชีพในการเดินทาง

สำหรับนโยบายเร่งด่วนที่ทุกคนจะได้เห็นภายใน 4 เดือนนี้ คือ นโยบายคมนาคม เตรียมออกแพ็กเกจ ลดค่าครองชีพ ที่จะดูแลค่าใช้จ่ายในการเดินทางของประชาชน ซึ่งอาจออกมาในรูปแบบของแพ็กเกจมาตรการลดค่าครองชีพด้านคมนาคมขนส่งอย่างครบวงจร

  • ค่ารถไฟฟ้า: อาจมีการขยายมาตรการลดค่าโดยสารรถไฟฟ้า ไม่เฉพาะแค่สายสีแดงและสายสีม่วง แต่อาจรวมถึงสายอื่นๆ ด้วย
  • ค่าทางด่วน: เตรียมพิจารณามาตรการลดค่าผ่านทางพิเศษหรือทางด่วน เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทาง
  • ค่าโดยสาร: พิจารณาลดค่าโดยสารรถโดยสาร ขสมก. และค่าเรือโดยสาร

มาตรการเหล่านี้อยู่ระหว่างการหารือกับท่านนายกรัฐมนตรี และจะมีการแถลงรายละเอียดร่วมกันในการแถลงนโยบายของรัฐบาล คาดว่าจะเห็นผลเป็นรูปธรรมและมีการประกาศใช้อย่างชัดเจนภายในสองสัปดาห์หลังจากการแถลงนโยบายเสร็จสิ้น

ดังนั้น สิ่งที่ประชาชนต้องทำคืออดใจรอฟังข่าวดีที่จะประกาศออกมา และเตรียมตัวใช้ประโยชน์จากมาตรการช่วยเหลือต่างๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้น เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางและทำให้ชีวิตประจำวันสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น

คมนาคม เตรียมออกแพ็กเกจ ลดค่าครองชีพ ถือเป็นข่าวดีสำหรับประชาชนทุกคน และเราหวังว่ามาตรการเหล่านี้จะช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางได้อย่างแท้จริง

เพื่อนๆ คิดเห็นอย่างไรกับนโยบายนี้? มาแชร์ความคิดเห็นกันได้เลยนะครับ

ที่มา – “คมนาคม” เตรียมออกแพ็กเกจ ลดค่าครองชีพประชาชน ในการเดินทางทั้งระบบ

Scroll to top