การจัดการพลังงาน

รัฐบาลเร่งปรับโครงสร้างพลังงานไทย ดันพลังงานสะอาด

ในยุคที่โลกกำลังเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว หลายคนอาจสงสัยว่าการจัดการพลังงานมีความสำคัญอย่างไรต่อชีวิตประจำวันและเศรษฐกิจโดยรวม ล่าสุด รัฐบาลเร่งปรับโครงสร้างพลังงานไทย ดันพลังงานสะอาด เพื่อให้ประเทศไทยสามารถก้าวทันกระแสโลกและรักษาความสามารถในการแข่งขันไว้อย่างมั่นคง

เหตุผลฉบับเจาะลึก: ทำไมรัฐบาลเร่งปรับโครงสร้างพลังงานไทย ดันพลังงานสะอาด

การปรับเปลี่ยนโครงสร้างพลังงานจากเดิมที่พึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลเป็นหลัก ไปสู่การใช้พลังงานหมุนเวียนมากขึ้น ไม่ใช่เพียงแค่นโยบายด้านสิ่งแวดล้อม แต่คือยุทธศาสตร์สำคัญในการดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติ ภาคธุรกิจชั้นนำระดับโลกต่างตั้งเป้าหมาย Net Zero หากประเทศไทยยังคงใช้พลังงานที่ปราศจากความสะอาด ก็อาจเสียโอกาสในการเป็นฐานการผลิตในกลุ่มอุตสาหกรรมยุคใหม่ เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และศูนย์ข้อมูล (Data Center)

ความสำคัญของการปรับปรุงระบบพลังงานของประเทศ

การดำเนินงานของภาครัฐในครั้งนี้ถือเป็นการปูรากฐานสำคัญเพื่อให้ประเทศไทยมีระบบไฟฟ้าที่มั่นคงและมีต้นทุนที่เหมาะสม โดยมีการดำเนินการผ่านหลายมิติ ดังนี้:

  • เพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน: เน้นการส่งเสริมพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมให้มากขึ้น
  • โครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid): พัฒนาระบบสายส่งให้ทันสมัยเพื่อรองรับพลังงานสะอาด
  • สนับสนุนภาคประชาชน: โครงการโซลาร์ภาคประชาชนที่ช่วยให้ทุกบ้านลดค่าไฟฟ้าและมีส่วนร่วมในระบบพลังงาน
  • ระบบกักเก็บพลังงาน: ลงทุนในเทคโนโลยีแบตเตอรี่เพื่อแก้ไขปัญหาความไม่เสถียรของพลังงานหมุนเวียน

นอกจากนี้ การที่ รัฐบาลเร่งปรับโครงสร้างพลังงานไทย ดันพลังงานสะอาด ยังเป็นแรงผลักดันให้เกิดการจ้างงานในกลุ่มอุตสาหกรรมใหม่ๆ เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล ซึ่งจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจไทยในระยะยาวอย่างยั่งยืน แทนที่จะต้องเผชิญกับราคาพลังงานจากฟอสซิลที่แปรปรวนตามตลาดโลก การหันมาพึ่งพาพลังงานสะอาดที่ผลิตได้ภายในประเทศจึงเป็นคำตอบที่ฉลาดกว่า

ในฐานะประชาชน เราทุกคนสามารถมีส่วนร่วมได้ง่ายๆ ตั้งแต่การประหยัดพลังงานในที่พักอาศัย ไปจนถึงการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้าน เพื่อก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ และมุ่งหน้าสู่สังคมคาร์บอนต่ำไปพร้อมๆ กับรัฐบาล เชื่อมั่นได้ว่าหากเราเริ่มต้นร่วมมือกันตั้งแต่วันนี้ ประเทศไทยจะเป็นจุดหมายปลายทางที่น่าลงทุนและปลอดภัยสำหรับคนรุ่นหลังอย่างแน่นอน

ที่มา – รัฐบาลเร่งปรับโครงสร้างพลังงานไทย ดันพลังงานสะอาด ลดฟอสซิล เพิ่มพลังงานหมุนเวียน ดึงดูดการลงทุน

“อรรถพล” ขอความร่วมมือภาคประชาชนใช้พลังงานอย่างประหยัด

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เรามาพูดถึงประเด็นร้อนที่กระทบชีวิตประจำวันของเราทุกคนกันดีกว่าครับ คือเรื่องพลังงานที่กำลังเป็นห่วงไปทั่วโลก ล่าสุด “อรรถพล” ขอความร่วมมือภาคประชาชนใช้พลังงานอย่างประหยัด เพื่อรับมือวิกฤตจากความไม่สงบในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะช่องแคบฮอร์มุชที่เป็นจุดเสี่ยงสำคัญในการขนส่งน้ำมัน ถ้าสถานการณ์แย่ลง ราคาน้ำมันอาจพุ่งกระฉูดแน่นอนครับ

นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้เรียกประชุมศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ฉุกเฉินด้านพลังงานทันที หลังจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกผันผวนรุนแรง อยู่ที่ 75-85 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 7% จากเดิม แม้ช่องแคบฮอร์มุชยังไม่ถูกปิดเต็มรูปแบบ แต่ความเสี่ยงสูงมาก กระทรวงจึงเร่งมาตรการต่างๆ เพื่อป้องกันการขาดแคลน โดยยืนยันว่าประเทศไทยมีน้ำมันสำรองอยู่ 60 วัน ซึ่งถือว่าพอใจได้ แต่ก็ไม่ประมาทครับ

“อรรถพล” ขอความร่วมมือภาคประชาชนใช้พลังงานอย่างประหยัด

หนึ่งในมาตรการสำคัญคือ “อรรถพล” ขอความร่วมมือภาคประชาชนใช้พลังงานอย่างประหยัด และหันมาใช้รถสาธารณะแทนรถยนต์ส่วนตัวให้มากขึ้น เพื่อลดปริมาณการนำเข้าน้ำมัน ลดภาระกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ตอนนี้เหลือบวกแค่ 2,459 ล้านบาท (ข้อมูล ณ 1 มี.ค. 2567) ถ้าต้องตรึงราคาน้ำมันขายปลีกต่อ จะใช้กองทุนชดเชย แต่เราต้องช่วยกันลดการใช้ด้วยนะครับ

แผนรับมือพลังงานแต่ละประเภท

มาดูรายละเอียดมาตรการที่กระทรวงวางไว้กันครับ

  • น้ำมันดิบ: เดิมนำเข้าจากตะวันออกกลางเดือนมี.ค. แต่ปรับแผนซื้อจากแอฟริกาตะวันตกและอเมริกาแทน คาดถึงปลายเม.ย. พร้อมระงับส่งออกทั้งหมด ยกเว้น สปป.ลาวบางส่วนเพราะไทยยังพึ่งพาลาว และเข้มงวดไม่ให้ส่งต่อประเทศที่ 3 รวมทั้งขอความร่วมมือผู้ค้าน้ำมันไม่กักตุน
  • ก๊าซหุงต้ม (LPG): ยังไม่กระทบ เดือนเม.ย. จัดการจากโรงกลั่น ปิโตรเคมี และซื้อเพิ่มจาก Petronas มาเลเซีย
  • LNG: นำเข้าจากกาตาร์ต้องผ่านฮอร์มุช กำลังตรวจสอบ หา Spot LNG จากอเมริกาแทน อาจเลื่อนซ่อมบำรุงโรงรับ LNG ราคาอาจสูงกว่าระดับที่ กกพ. กำหนด แต่จะบริหารไม่ให้กระทบ Pool Gas และสำรอง
  • ไฟฟ้า: Peak สูงสุด 36,000 MW ปลายเม.ย. กฟผ. เพิ่มผลิตจากน้ำ ถ่านหิน ไม่หยุดซ่อมโรงไฟฟ้า ขอเอกชนอุตสาหกรรมปรับแผนผลิต ลดใช้พลังงานสูงสุด

ฟังดูแล้วมั่นใจขึ้นใช่ไหมครับ กระทรวงพลังงานยืนยันว่าจะทำทุกวิถีทางให้พลังงานเพียงพอ ไม่ขาดแคลนแน่นอน

ทำไมเราต้องช่วยกันประหยัดพลังงาน

สถานการณ์ตะวันออกกลางตึงเครียดจากความขัดแย้งต่างๆ ทำให้เส้นทางขนส่งพลังงานเสี่ยงภัย ไทยนำเข้ากว่า 80% ของความต้องการพลังงาน ถ้าช่องแคบฮอร์มุชปิดจริง ผลกระทบหนักแน่ การที่ “อรรถพล” ขอความร่วมมือภาคประชาชนใช้พลังงานอย่างประหยัด จึงสำคัญมาก เพราะช่วยลดนำเข้า ลดค่าใช้จ่ายประเทศ และลดมลพิษด้วยครับ

ทิปส์ใช้พลังงานอย่างประหยัดในชีวิตประจำวัน

มาลองนำไปใช้กันดูครับ เริ่มง่ายๆ

  • ดับไฟ-เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ใช้ ปิดประตูตู้เย็นให้สนิท
  • ปรับแอร์ 25 องศา ใช้พัดลมช่วย ลดใช้แอร์ได้ 10-20%
  • ขับรถให้นุ่มนวล หลีกเลี่ยงเหยียบคันเร่งแรง ตรวจลมยางสม่ำเสมอ ประหยัดน้ำมัน 10%
  • ใช้รถสาธารณะ: BTS, MRT, รถเมล์, รถไฟฟ้า ลดรถติด ลดน้ำมันส่วนตัว ช่วยประหยัดเงินตัวเองด้วย
  • ซื้อของใช้ประหยัดพลังงาน มีฉลาก No.5 ดาว
  • ภาคธุรกิจ: ปรับเวลาทำงาน ใช้ LED ลดแอร์

ถ้าทุกคนช่วยกัน แค่ลด 5-10% ก็ช่วยชาติได้มหาศาลครับ

สรุปแล้ว ถึงแม้สถานการณ์น่าห่วง แต่รัฐบาลเตรียมพร้อมดีแล้ว ขอแค่เราช่วยกัน “อรรถพล” ขอความร่วมมือภาคประชาชนใช้พลังงานอย่างประหยัด จะทำให้เราผ่านพ้นไปได้แน่นอน ผมเชื่อว่าความร่วมมือของเราจะเป็นพลังสำคัญ ลองเริ่มจากวันนี้ หันมาใช้รถสาธารณะบ้าง ประหยัดเงิน ประหยัดพลังงาน และช่วยสิ่งแวดล้อมด้วยครับ!

เชิญชวนทุกท่าน: ลองท้าทายตัวเอง 1 สัปดาห์ไม่ขับรถส่วนตัว ใช้ขนส่งสาธารณะแทน แล้วแชร์ประสบการณ์ในคอมเมนต์ด้านล่างนะครับ เราจะช่วยกันได้!

ที่มา – “อรรถพล” ขอความร่วมมือภาคประชาชนใช้พลังงานอย่างประหยัดและใช้รถสาธารณะแทนรถยนต์ส่วนตัว

“พีระพันธุ์” จี้ตรึงราคาน้ำมัน 1 เดือนรับมือฮอร์มุซ

สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางกำลังเป็นห่วงประชาชนชาวไทย โดยเฉพาะกรณีที่อาจมีการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันหลักของโลก ส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูง ล่าสุด “พีระพันธุ์” จี้ รัฐบาลตรึงราคาน้ำมันอย่างน้อย 1 เดือน รับมือปิดช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน

“พีระพันธุ์” จี้ รัฐบาลตรึงราคาน้ำมันอย่างน้อย 1 เดือน รับมือปิดช่องแคบฮอร์มุซ

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้แถลงเมื่อวันที่ 3 มี.ค. 2569 เสนอแนะให้รัฐบาลออกมาตรการด่วน โดยใช้ พ.ร.ก.แก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 เพื่อตรึงราคาน้ำมันอย่างน้อย 1 เดือน ป้องกันผู้ค้าฉวยโอกาสขึ้นราคา ช่องแคบฮอร์มุซเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่ขนส่งน้ำมันกว่า 20% ของโลก หากปิดจริง ไทยที่นำเข้าน้ำมันกว่า 80% จะได้รับผลกระทบหนัก ทั้งราคาน้ำมันแพง ค่าน้ำมันดีเซล แก๊สโซฮอล์ และ LPG พุ่งสูง ส่งผลต่อค่าขนส่ง อาหาร และเศรษฐกิจทั้งระบบ

ทำไมต้องตรึงราคาน้ำมัน? เพราะหากปล่อยไว้ ผู้ค้าปลีกจะปรับราคาตามตลาดโลกทันที แม้ไทยมีน้ำมันสำรอง แต่ไม่เพียงพอรับมือวิกฤตรุนแรง ข้อเสนอของพีระพันธุ์จึงเป็นทางออกที่รวดเร็วและตรงจุด

มาตรการระยะสั้น: ใช้ พ.ร.ก. 2516 ตรึงราคาและห้ามส่งออก

ในระยะสั้น พ.ร.ก.ฉบับนี้ให้อำนาจนายกฯ เบ็ดเสร็จ สั่งตรึงราคา ห้ามส่งออกหรือนำเข้าน้ำมันได้ทันที ต่างจาก พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 ที่อำนาจจำกัดแค่ห้ามจำหน่าย ไม่ครอบคลุมการส่งออก เหมาะกับภาวะขาดแคลนจริง

  • ตรึงราคาน้ำมัน อย่างน้อย 1 เดือน เพื่อให้ประชาชนวางแผนค่าใช้จ่าย
  • ห้ามส่งออกน้ำมัน ป้องกันน้ำมันไทยไหลออกต่างประเทศ
  • ควบคุมราคาขายปลีก ไม่ให้ผู้ค้าฉวยโอกาส

หากรัฐบาลล่าช้า ประชาชนต้องแบกรับราคาน้ำมันที่อาจพุ่ง 10-20 บาทต่อลิตร ส่งผลต่อเงินเฟ้อและ GDP หดตัว

โมเดลระยะยาว: คลังน้ำมันสำรองแห่งชาติ (SPR)

สำหรับระยะยาว พรรครวมไทยสร้างชาติชูโมเดลคลังน้ำมันสำรองแห่งชาติ แทนพึ่งกองทุนน้ำมันที่สร้างหนี้สาธารณะมหาศาล หลักการคือให้ผู้ค้านำน้ำมันต้นทุนต่ำมาจัดเก็บแทนเงิน เมื่อน้ำมันโลกแพง รัฐนำน้ำมันสำรองราคาถูกออกขายช่วยประชาชน

  • เพิ่มสำรองน้ำมันจาก 60 วัน เป็น 150 วัน (60+90)
  • ลดการนำเงินเข้าคลัง ลดภาระภาษีประชาชน
  • ยั่งยืนกว่ากองทุนน้ำมันที่ขาดดุลบ่อย

ปัจจุบันน้ำมันสำรองไทยเป็นแบบหมุนเวียนเพื่อการค้า หากวิกฤตหนักจะหมดเร็ว โมเดล SPR จะสร้างความมั่นคงพลังงานไทย พรรคยกร่างกฎหมายพร้อมแล้ว ยินดีเสนอรัฐบาล

ช่องแคบฮอร์มุซสำคัญอย่างไร? เป็นทางออกจากอ่าวเปอร์เซีย สู่ทะเลอาหรับ ขนส่งน้ำมันจากซาอุฯ อิรัก สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หากอิหร่านปิด ราคาน้ำมันโลกอาจทะยาน 100-150 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ไทยนำเข้าน้ำมันวันละ 700,000-800,000 บาร์เรล จะกระทบหนัก

ข้อเสนอนี้ไม่เพียงรับมือวิกฤต แต่ป้องกันอนาคต หากรัฐนำไปใช้ จะช่วยประชาชนได้จริง

คุณเห็นด้วยกับข้อเสนอตรึงราคาน้ำมันและคลัง SPR หรือไม่? แสดงความคิดเห็นในคอมเมนต์ และแชร์บทความนี้เพื่อให้รัฐบาลรับรู้!

ที่มา – “พีระพันธุ์” จี้ รัฐบาลตรึงราคาน้ำมันอย่างน้อย 1 เดือน รับมือปิดช่องแคบฮอร์มุซ

รวมไทยสร้างชาติ เลือก “พีระพันธุ์” นั่งหัวหน้าพรรคต่อ

พรรครวมไทยสร้างชาติ จัดประชุมใหญ่ เลือก “พีระพันธุ์” นั่งหัวหน้าพรรคต่อ “ชัช เตาปูน” นั่งเลขาธิการพรรค พร้อมคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ เดินหน้าสู้ศึกเลือกตั้ง “นราพัฒน์” โผล่นั่งรองหัวหน้าพรรค

เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2568 พรรครวมไทยสร้างชาติ ได้จัดประชุมใหญ่วิสามัญประจำปี ครั้งที่ 1/2568 เพื่อเลือกตั้งหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค กรรมการบริหารพรรค และตำแหน่งอื่นของพรรค แทนตำแหน่งที่ว่างลง โดยมีผู้บริหารพรรค พร้อมด้วย สส. และสมาชิกพรรคเข้าร่วมประชุมกันอย่างพร้อมเพรียง ณ สโมสรราชพฤกษ์ กรุงเทพฯ ซึ่งที่ประชุมได้มีมติเลือกบุคคลดำรงตำแหน่งดังต่อไปนี้

1.นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ

2.นายวิทยา แก้วภราดัย รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ

3.นายวิสุทธิ์ ธรรมเพชร รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ

4.นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ

5.นายนราพัฒน์ แก้วทอง รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ

6.นายชื่นชอบ คงอุดม รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ

7.นายสามารถ มะลูลีม รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ

8.นายโกวิทย์ ธารณา รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ

9.พันเอก เฟื่องวิชชุ์ อนิรุทธเทวา รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ

10.นายชัชวาลล์ คงอุดม เลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ

11.นายนิติศักดิ์ ธรรมเพชร รองเลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ

12.นาวาอากาศตรี ดร.ปุญณัฐส์ นำพา รองเลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ

13.ว่าที่ ร.ต.อ.หญิง อัยรดา บำรุงรักษ์ รองเลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ

14.นายปรากรมศักดิ์ ชุณหะวัณ เหรัญญิกพรรครวมไทยสร้างชาติ

15.นายสยาม บางกุลธรรม นายทะเบียนสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ

ในการประชุม นายพีระพันธุ์ ได้กล่าวขอบคุณสมาชิกพรรคทุกคนที่ให้ความไว้วางใจเลือกตนให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติต่อไป พร้อมระบุว่า ตลอด 2 ปีเศษที่ผ่านมา ตนได้มีโอกาสเข้าไปปฏิบัติภารกิจให้กับประเทศในการกำกับดูแลพลังงาน ทำให้ได้ทราบข้อเท็จจริงและปัญหาต่าง ๆ ในด้านพลังงาน จึงได้เร่งแก้ปัญหาให้กับประเทศชาติและประชาชน จนทำให้พรรครวมไทยสร้างชาติเป็นพรรคการเมืองพรรคแรกที่สามารถบริหารจัดการโครงสร้างพลังงานของประเทศให้เกิดผลได้อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการตรึงราคาก๊าซหุงต้มให้อยู่ที่ 423 บาท/ถัง ขนาด 15 กิโลกรัม และการลดค่าไฟฟ้าลงอย่างต่อเนื่องจนมาอยู่ที่หน่วยละ 3.94 บาท ในปัจจุบัน ซึ่งตนมั่นใจว่าหากได้ทำงานกำกับดูแลกระทรวงพลังงานต่อก็จะสามารถลดค่าไฟให้ลงมาเหลือหน่วยละ 3.70 บาท ได้แน่นอน ทั้งนี้จากการตรึงค่าไฟในปี 2567 สามารถทำให้ประชาชนประหยัดเงินค่าไฟรวมกันได้ถึง 270,000 กว่าล้านบาท ส่งผลให้ประชาชนมีเงินคืนสู่กระเป๋าเพื่อนำไปจับจ่ายซื้อสิ่งของและกระตุ้นเศรษฐกิจได้เพิ่มขึ้นอีกทางหนึ่ง

“ผมอาจจะช่วยให้ทุกคนรวยขึ้นไม่ได้ แต่ผมทำให้ทุกคนประหยัดค่าใช้จ่ายได้ ประเทศไทยในวันนี้ต้องการคนทำงาน คนที่ตั้งใจแก้ปัญหาให้ประเทศ ผมจึงขอให้คำมั่นกับสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติว่า พรรคจะเดินหน้าทำงานต่อไปอย่างเต็มที่ และหากได้เข้าไปบริหารประเทศ ผมจะแก้ทุกปัญหาที่ประเทศกำลังเผชิญอยู่ในทันที ไม่ว่าจะเป็นปัญหาความมั่นคงทางชายแดน ความมั่นคงทางพลังงาน และปัญหาความมั่นคงด้านอื่น ๆ” นายพีระพันธุ์ กล่าว

นายพีระพันธุ์ กล่าวต่อไปว่า วันนี้ยังเป็นนิมิตหมายที่ดีที่พรรคได้คณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ โดยเฉพาะในตำแหน่งเลขาธิการพรรคที่ได้นายชัชวาลล์ คงอุดม เข้ามารับตำแหน่ง ซึ่งตนมั่นใจว่า ด้วยผลงานที่ผ่านมาของนายชัชวาลล์ ที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจทำงานและการช่วยเหลือผู้อื่นมาเสมอ จะช่วยขับเคลื่อนพรรคให้ก้าวไปข้างหน้าได้อย่างแน่นอน

ด้านนายชัชวาลล์ กล่าวว่า ตนรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ร่วมงานกับนายพีระพันธุ์และพรรครวมไทยสร้างชาติ เพราะนายพีระพันธุ์ เป็นคนดี มีความซื่อสัตย์ เสียสละ ทำงานให้ประเทศเต็มที่ และมุ่งมั่นตั้งใจทำงานแก้ไขปัญหาให้ประเทศเป็นอย่างมาก ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้ตนตัดสินใจอยู่กับพรรครวมไทยสร้างชาติต่อไป

นอกจากนี้ ในคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ยังมี นายนราพัฒน์ แก้วทอง เข้ามารับตำแหน่งรองหัวหน้าพรรค เพื่อร่วมขับเคลื่อนพรรครวมไทยสร้างชาติด้วย

รวมไทยสร้างชาติ ประชุมใหญ่

พรรครวมไทยสร้างชาติ ยังคงเดินหน้าเพื่อพัฒนาประเทศต่อไป การเลือกตั้งครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออนาคตของชาติ มาร่วมกันติดตามข่าวสารและสนับสนุนพรรคการเมืองที่เราเชื่อมั่น เพื่อสร้างประเทศไทยให้ก้าวหน้าไปด้วยกัน

ทิศทางต่อไปของพรรครวมไทยสร้างชาติ

หลังจากที่พรรครวมไทยสร้างชาติได้จัดการประชุมใหญ่และมีการเลือกตั้งตำแหน่งต่างๆ ภายในพรรคเสร็จสิ้น สิ่งที่น่าจับตามองต่อไปคือทิศทางและนโยบายที่พรรคจะนำเสนอในการเลือกตั้งครั้งหน้า พรรครวมไทยสร้างชาติจะสามารถสร้างความเชื่อมั่นและดึงดูดคะแนนเสียงจากประชาชนได้มากน้อยแค่ไหน ต้องติดตามดูกันต่อไป

การประชุมใหญ่ของพรรครวมไทยสร้างชาติและการเลือกตั้งหัวหน้าพรรค ถือเป็นก้าวสำคัญในการเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งที่จะมาถึง การมีผู้นำที่เข้มแข็งและมีวิสัยทัศน์ จะช่วยนำพาพรรคไปสู่ความสำเร็จได้ หวังว่าพรรครวมไทยสร้างชาติจะสามารถนำเสนอนโยบายที่เป็นประโยชน์และตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนได้อย่างแท้จริง

รวมไทยสร้างชาติ มุ่งมั่นที่จะเป็นพรรคการเมืองที่สร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับประเทศในทางที่ดีขึ้น ด้วยนโยบายที่มุ่งเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตของประชาชน การสนับสนุนและติดตามการทำงานของพรรคจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

ที่มา – “รวมไทยสร้างชาติ” ประชุมใหญ่ เลือก “พีระพันธุ์” นั่งหัวหน้าพรรคต่อ “ชัชวาลล์” ขึ้นเลขาธิการพรรค

Scroll to top