การจัดตั้งรัฐบาล

ภูมิใจไทย: เคลมคนละครึ่ง ดันรถไฟฟ้า 40 บาท

พรรคภูมิใจไทยออกมาเคลมว่านโยบาย “คนละครึ่ง” เป็นนโยบายเรือธงของพรรค พร้อมทั้งเดินหน้าผลักดันนโยบายรถไฟฟ้า 40 บาทอย่างต่อเนื่อง เตรียมนำเสนอ ครม. ชุดใหม่ภายในสัปดาห์นี้

เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2568 นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้เปิดเผยถึงความคืบหน้าเกี่ยวกับการจัดตั้งรัฐบาลว่า ขณะนี้ใกล้จะได้ข้อสรุปและสามารถนำรายชื่อคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายภายในสัปดาห์นี้ได้อย่างแน่นอน พรรคภูมิใจไทยให้ความสำคัญกับนโยบาย “คนละครึ่ง” เป็นอย่างมาก โดยถือเป็นนโยบายเรือธงที่จะเร่งผลักดันทันทีหลังจากการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาเสร็จสิ้น ว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำลังทำงานอย่างหนักเพื่อเตรียมความพร้อมในรายละเอียดต่าง ๆ ของนโยบายนี้

นอกจากนโยบาย “คนละครึ่ง” แล้ว พรรคยังมีนโยบายเร่งด่วนอื่น ๆ ที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้เร่งดำเนินการ ได้แก่ การควบคุมราคาพลังงานและค่าไฟฟ้า เพื่อลดภาระค่าครองชีพของประชาชน และการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา โดยยืนยันว่าจะยังไม่เปิดด่านชายแดนจนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ เพื่อความปลอดภัยของประชาชนทั้งสองฝั่ง

ความคืบหน้านโยบายรถไฟฟ้า 40 บาท

สำหรับนโยบายรถไฟฟ้า 40 บาทตลอดสาย ซึ่งเป็นอีกหนึ่งนโยบายสำคัญของพรรคภูมิใจไทย นายสิริพงศ์ได้อธิบายว่า การจะทำให้นโยบายนี้เกิดขึ้นได้จริง จำเป็นต้องรอให้ร่าง พ.ร.บ.ตั๋วร่วม ผ่านการพิจารณาจากวุฒิสภาก่อน ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการช่วยลดราคารถไฟฟ้าได้อย่างมีนัยสำคัญ ปัจจุบัน พรรคกำลังเร่งปรับปรุงร่างนโยบายให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น เพื่อเตรียมนำเสนอต่อรัฐสภาภายในสิ้นเดือนนี้ โดยมีการรวบรวมนโยบายจากพรรคร่วมรัฐบาลอื่น ๆ มาพิจารณาร่วมกัน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน

พรรคภูมิใจไทยมุ่งมั่นที่จะผลักดันนโยบายต่าง ๆ ที่ได้ให้สัญญาไว้กับประชาชนให้เป็นรูปธรรมโดยเร็วที่สุด โดยเฉพาะนโยบาย “คนละครึ่ง” และรถไฟฟ้า 40 บาท ซึ่งเป็นนโยบายที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางให้กับประชาชน

คนละครึ่ง นโยบายสำคัญของภูมิใจไทย

การผลักดันนโยบาย “คนละครึ่ง” ให้สำเร็จนั้น จะเป็นส่วนสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก ทำให้ประชาชนมีกำลังซื้อมากขึ้น และส่งผลดีต่อผู้ประกอบการรายย่อยทั่วประเทศ นอกจากนี้ การควบคุมราคาพลังงานและค่าไฟฟ้า ก็เป็นอีกหนึ่งภารกิจสำคัญที่พรรคภูมิใจไทยให้ความสำคัญ เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชนในภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน

อุปสรรคและแนวทางแก้ไข

อย่างไรก็ตาม การดำเนินนโยบายต่าง ๆ อาจมีอุปสรรคและความท้าทายเกิดขึ้น พรรคภูมิใจไทยจึงให้ความสำคัญกับการรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน เพื่อนำมาปรับปรุงและพัฒนานโยบายให้มีความเหมาะสมและตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนมากที่สุด นอกจากนี้ การทำงานร่วมกับพรรคร่วมรัฐบาลอื่น ๆ อย่างใกล้ชิด ก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้การดำเนินนโยบายต่าง ๆ เป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ

พรรคภูมิใจไทยเชื่อมั่นว่า ด้วยความมุ่งมั่นและความตั้งใจจริง จะสามารถผลักดันนโยบายต่าง ๆ ให้สำเร็จลุล่วง และสร้างประโยชน์ให้กับประชาชนชาวไทยได้อย่างแท้จริง การที่พรรคให้ความสำคัญกับนโยบาย “คนละครึ่ง” และรถไฟฟ้า 40 บาท แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจในปัญหาและความต้องการของประชาชน และความมุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหาเหล่านั้นด้วยนโยบายที่เป็นรูปธรรม

การดำเนินงานตามนโยบายที่วางไว้จะเป็นบทพิสูจน์ความสามารถของรัฐบาลชุดใหม่ ซึ่งประชาชนจะจับตาดูอย่างใกล้ชิด ว่ารัฐบาลจะสามารถทำตามสัญญาที่ให้ไว้ได้หรือไม่

ที่มา – “ภูมิใจไทย” เคลม “คนละครึ่ง” นโยบายเรือธง พร้อมดันรถไฟฟ้า 40 บาท

“ประภัตร” ขอเสียงหนุนตั้งรัฐบาล ร่วมหารือ พท. – ปชน.

“ประภัตร” โผล่ร่วมวงหารือ “พท. – ปชน.” ขอเสียงหนุนจัดตั้งรัฐบาล

“ประภัตร โพธสุธน” เดินทางร่วมหนุนพรรคเพื่อไทย เข้าหารือกับพรรคประชาชน ขอเสียงโหวตนายกฯ ยอมรับมาไกลเลยเดินทางมาช้า

วันที่ 31 ส.ค. 2568 เมื่อเวลา 14.45 น. นายประภัตร โพธสุธน เลขาธิการพรรคชาติไทยพัฒนา เดินทางมาถึงที่ทำการพรรคประชาชน เพื่อร่วมกับพรรคเพื่อไทย หารือกับพรรคประชาชน ขอเสียงหนุนจัดตั้งรัฐบาล

เมื่อถามว่าทำไมถึงมาช้า นายประภัตร ตอบว่า ตนมาไกล เดินทางมาจากศรีประจันต์เลยมาช้า

เมื่อถามว่า นายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนามาด้วยหรือไม่ นายประภัตร ตอบว่า ไม่ได้มา ส่วนรายละเอียดจะเปิดเผยหลังจากการประชุมฯ

เบื้องลึกการขอเสียงหนุนจัดตั้งรัฐบาล: ประภัตร โพธสุธน และ ชทพ.

การปรากฏตัวของนายประภัตร โพธสุธน เลขาธิการพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) ในการหารือระหว่างพรรคเพื่อไทย (พท.) และพรรคประชาชน (ปชน.) เพื่อขอเสียงหนุนจัดตั้งรัฐบาล ถือเป็นสัญญาณที่น่าสนใจอย่างยิ่ง ท่ามกลางสถานการณ์ทางการเมืองที่ยังคงมีความไม่แน่นอน การที่พรรคชาติไทยพัฒนาซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาลเดิม แสดงท่าทีสนับสนุนพรรคเพื่อไทยอย่างชัดเจน ย่อมส่งผลต่อการตัดสินใจของพรรคการเมืองอื่นๆ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

คำถามสำคัญคือ เหตุใดพรรคชาติไทยพัฒนาจึงตัดสินใจให้การสนับสนุนพรรคเพื่อไทยในการจัดตั้งรัฐบาล? มีความเป็นไปได้หลายประการ:

  • ความสัมพันธ์ส่วนตัว: นายประภัตร โพธสุธน อาจมีความสัมพันธ์ส่วนตัวที่ดีกับแกนนำพรรคเพื่อไทย ซึ่งนำไปสู่การตัดสินใจให้การสนับสนุนในครั้งนี้
  • ผลประโยชน์ทางการเมือง: พรรคชาติไทยพัฒนาอาจมองว่าการเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย จะเป็นประโยชน์ต่อพรรคมากกว่าการอยู่ฝั่งตรงข้าม
  • เสถียรภาพทางการเมือง: พรรคชาติไทยพัฒนาอาจต้องการเห็นการจัดตั้งรัฐบาลที่มั่นคง เพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้

อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจของนายประภัตรครั้งนี้ อาจไม่ได้เป็นไปในทิศทางเดียวกับความต้องการของสมาชิกพรรคชาติไทยพัฒนาทั้งหมด มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดความขัดแย้งภายในพรรคในอนาคต

ผลกระทบต่อการเมืองไทย

การที่พรรคชาติไทยพัฒนาให้การสนับสนุนพรรคเพื่อไทยในการขอเสียงหนุนจัดตั้งรัฐบาล ย่อมส่งผลกระทบต่อภูมิทัศน์ทางการเมืองไทยอย่างแน่นอน พรรคเพื่อไทยจะมีเสียงสนับสนุนเพิ่มขึ้น ทำให้มีโอกาสในการจัดตั้งรัฐบาลได้มากขึ้น ในขณะเดียวกัน พรรคการเมืองอื่นๆ จะต้องปรับตัวเพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป

สิ่งที่ต้องจับตาดูต่อไปคือ ท่าทีของพรรคการเมืองอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคพลังประชารัฐ หากพรรคเหล่านี้ตัดสินใจเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย ประเทศไทยก็จะได้รัฐบาลที่มีเสถียรภาพมากขึ้น

การเมืองไทยยังคงเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน แต่การปรากฏตัวของนายประภัตร โพธสุธน ในครั้งนี้ ถือเป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงความเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้น การขอเสียงหนุนจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้จะเป็นอย่างไรต่อไป คงต้องติดตามดูกันต่อไปอย่างใกล้ชิด

ที่มา – “ประภัตร” โผล่ร่วมวงหารือ “พท. – ปชน.” ขอเสียงหนุนจัดตั้งรัฐบาล

Scroll to top