การช่วยชีวิต

เปิดใจ พี่วัตร พยาบาลฮีโร่ ช่วยพระธุดงค์ เมินคำทักคนป่วย

กลายเป็นเรื่องราวที่สร้างความประทับใจและได้รับคำชื่นชมอย่างล้นหลามบนโลกโซเชียล เมื่อเปิดใจ พี่วัตร พยาบาลฮีโร่ ช่วยพระธุดงค์ เมินคำทักคนป่วย เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นจากจิตวิญญาณของความเป็นพยาบาลวิชาชีพ ที่ยึดถือว่าชีวิตเพื่อนมนุษย์ต้องมาก่อนสิ่งอื่นใด แม้จะมีเสียงทักท้วงในขณะปฏิบัติหน้าที่ก็ตาม

เหตุการณ์ เปิดใจ พี่วัตร พยาบาลฮีโร่ ช่วยพระธุดงค์ เมินคำทักคนป่วย

เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคมที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุสลดรถกระบะพุ่งชนพระธุดงค์ที่ จ.มุกดาหาร ทำให้มีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก ในจังหวะที่เกิดเหตุ นางวิวัตร เหล่าน้อย พยาบาลวิชาชีพชำนาญการพิเศษ ได้ผ่านมาพบเหตุการณ์พอดี เธอไม่ลังเลที่จะแสดงตัวเพื่อช่วยเหลือผู้บาดเจ็บทันที แม้ในตอนนั้นจะมีเสียงเตือนพยายามห้ามปรามว่า "นั่นพระสงฆ์นะ" แต่สิ่งที่อยู่ในใจของพี่วัตรมีเพียงคำเดียวคือ "พวกเขาคือคนป่วย"

เบื้องหลังการตัดสินใจในนาทีวิกฤต

พี่วัตรได้เปิดเผยรายละเอียดว่า ในนาทีนั้นสถานการณ์มีความกดดันสูงมาก เธอต้องประเมินอาการผู้บาดเจ็บหลายสิบชีวิตไปพร้อมๆ กัน การที่เธอเลือกทำภารกิจกู้ชีพด้วยการ CPR พระสงฆ์ที่หมดสติ รวมถึงการคัดแยกผู้บาดเจ็บ เป็นสิ่งที่แสดงถึงความเชี่ยวชาญและหัวใจที่กล้าแกร่งของพยาบาลไทย

  • ประเมินอาการและโทรแจ้ง 1669 ทันที
  • คัดแยกผู้บาดเจ็บเพื่อช่วยชีวิตอย่างเร่งด่วน
  • ทำ CPR และให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้นอย่างเป็นระบบ

หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมเธอถึงกล้าทำเช่นนั้น พี่วัตรกล่าวด้วยความภาคภูมิใจว่า "เปิดใจ พี่วัตร พยาบาลฮีโร่ ช่วยพระธุดงค์ เมินคำทักคนป่วย" ทำให้เห็นว่าหัวใจของพยาบาลคือการดูแลชีวิตทุกคนโดยไม่มีข้อยกเว้น ถึงแม้จะเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนในความรู้สึกของบางคน แต่หน้าที่ในการรักษาพยาบาลย่อมสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด

เรื่องราวนี้ไม่เพียงแต่เป็นเครื่องยืนยันถึงความเก่งกาจของบุคลากรทางการแพทย์ในท้องถิ่น แต่ยังเป็นแรงบันดาลใจให้คนไทยเห็นคุณค่าของการมีจิตอาสา หากเราทุกคนพร้อมที่จะช่วยเหลือกันในยามวิกฤต สังคมไทยจะน่าอยู่ขึ้นอีกมากอย่างแน่นอน ขอชื่นชมหัวใจฮีโร่ของพี่วัตรที่ทำให้เราได้เห็นว่า "ความเมตตาและหลักวิชาชีพ" สามารถเปลี่ยนโลกได้ในเสี้ยววินาที

ที่มา – เปิดใจ “พี่วัตร” พยาบาลฮีโร่ เล่านาทีโดดช่วยพระธุดงค์ เมินคนร้องทัก “นั่นพระนะ”

รัฐบาลชวน บริจาคโลหิต ช่วยโรงพยาบาลชายแดน

รัฐบาลเชิญชวนประชาชนร่วมบริจาคโลหิต สำรองช่วยโรงพยาบาลแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ให้เพียงพอต่อการรักษาผู้ได้รับผลกระทบทุกกลุ่ม

จากสถานการณ์ความตึงเครียดตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ทำให้โรงพยาบาลในพื้นที่ต้องการสำรองโลหิตอย่างเร่งด่วน เพื่อให้เพียงพอต่อการรักษาผู้ได้รับผลกระทบทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นผู้บาดเจ็บ ผู้สูงอายุ หรือผู้ป่วยติดเตียง ดังนั้น การบริจาคโลหิตจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในช่วงเวลานี้

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวถึงความจำเป็นในการสำรองโลหิต และขอความร่วมมือจากประชาชนในการร่วมบริจาคโลหิต เพื่อช่วยเหลือโรงพยาบาลที่ต้องดูแลผู้ป่วยจำนวนมาก

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ได้แจ้งความต้องการสำรองโลหิตเพิ่มเติม เพื่อสนับสนุนโรงพยาบาลในพื้นที่ชายแดน จึงขอเชิญชวนประชาชนที่มีสุขภาพแข็งแรง มาร่วมบริจาคโลหิตได้ทันทีที่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ถ.อังรีดูนังต์ โดยมีรายละเอียดการเปิดให้บริการดังนี้

  • วันจันทร์–ศุกร์ เวลา 07.30–19.30 น.
  • วันเสาร์–อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 08.30–15.30 น.

ศูนย์บริการโลหิตฯ สามารถรองรับผู้บริจาคได้วันละกว่า 1,500 คน เพื่อความสะดวกและลดความแออัด ขอแนะนำให้ผู้บริจาคลงทะเบียนจองคิวล่วงหน้าได้ที่ https://bdbooking.redcross.or.th/ เพื่อความรวดเร็วและลดระยะเวลารอคอย

เนื่องจากปัจจุบันมีการก่อสร้างอาคารและปรับปรุงพื้นที่บริเวณศูนย์บริการโลหิต ถ.อังรีดูนังต์ ทำให้ที่จอดรถมีจำนวนจำกัด จึงขอความร่วมมือผู้ที่เดินทางมาบริจาคโลหิต ใช้บริการรถสาธารณะ เพื่อความสะดวกในการเดินทาง

สำหรับผู้ที่อยู่ต่างจังหวัด ท่านสามารถร่วมบริจาคโลหิตได้ที่ภาคบริการโลหิตแห่งชาติทั้ง 11 แห่งทั่วประเทศ และหน่วยบริการโลหิตประจำจังหวัดต่างๆ เช่น นครสวรรค์ พิษณุโลก เชียงใหม่ ลพบุรี ราชบุรี ชลบุรี นครราชสีมา ขอนแก่น อุบลราชธานี นครศรีธรรมราช และภูเก็ต ร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยการบริจาคโลหิต

รัฐบาลเชิญชวนประชาชนร่วมบริจาคโลหิต สำรองช่วยโรงพยาบาลแนวชายแดนไทย–กัมพูชา

ทำไมการบริจาคโลหิตจึงสำคัญในช่วงนี้?

การบริจาคโลหิตในครั้งนี้คือการ “ช่วยชีวิต” อย่างแท้จริง และเป็นพลังสำคัญในการสนับสนุนภารกิจของโรงพยาบาลชายแดนในช่วงสถานการณ์ฉุกเฉินเช่นนี้ โลหิตที่ท่านบริจาคจะถูกนำไปใช้ในการรักษาผู้บาดเจ็บ ช่วยชีวิตผู้ป่วย และเป็นส่วนสำคัญในการดูแลสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ชายแดน

นอกจากนี้ การบริจาคโลหิตยังเป็นการแสดงออกถึงความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และความสามัคคีของคนในชาติ ในยามที่ประเทศชาติต้องการความช่วยเหลือ การเสียสละโลหิตเพียงเล็กน้อยของท่าน สามารถสร้างความแตกต่างอย่างยิ่งใหญ่ให้กับชีวิตของผู้อื่นได้

ดังนั้น ขอเชิญชวนประชาชนทุกท่านร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยเหลือพี่น้องไทยอย่างเต็มกำลัง สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 02 256 4300 มาร่วมกันสร้างสังคมที่เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่และช่วยเหลือซึ่งกันและกัน

การบริจาคโลหิต คือการให้ที่ยิ่งใหญ่ เพราะเป็นการให้ชีวิต

ที่มา – รัฐบาลเชิญชวนประชาชนร่วมบริจาคโลหิต สำรองช่วยโรงพยาบาลแนวชายแดนไทย–กัมพูชา

Scroll to top