การปฏิรูปประกันสังคม

ศาลปกครองนัดชี้ชะตา “เลื่อนหรือไม่เลื่อน” เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม 11 สิงหาคมนี้

สวัสดีครับเพื่อนผู้ประกันตนทุกคน วันนี้เรามีประเด็นร้อนแรงที่หลายคนกำลังจับตามอง นั่นก็คือเรื่องราวของ ศาลปกครองนัดชี้ชะตา “เลื่อนหรือไม่เลื่อน” เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม 11 สิงหาคมนี้ ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของทิศทางการบริหารกองทุนที่เราทุกคนมีส่วนร่วมครับ

ศาลปกครองนัดชี้ชะตา “เลื่อนหรือไม่เลื่อน” เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม 11 สิงหาคมนี้

เหตุการณ์เริ่มต้นจากการที่ทีมประกันสังคมก้าวหน้า นำโดย รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี ได้ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลาง เนื่องจากไม่เห็นด้วยกับการประกาศเลื่อนการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมออกไป โดยมองว่าคำสั่งศาลเดิมนั้นให้ทุเลาการบังคับใช้เรื่องการลงทะเบียนล่วงหน้าเท่านั้น ไม่ได้สั่งให้เลื่อนการเลือกตั้งทั้งกระบวนการครับ

ทำไมประเด็น ศาลปกครองนัดชี้ชะตา “เลื่อนหรือไม่เลื่อน” เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม 11 สิงหาคมนี้ ถึงสำคัญ?

การที่ศาลปกครองเข้ามามีบทบาทในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความตื่นตัวของภาคประชาชนที่ต้องการเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการกองทุนประกันสังคมให้มีความโปร่งใสและเป็นธรรมมากขึ้น หลายฝ่ายจึงตั้งตารอว่าในวันที่ 11 สิงหาคมนี้ บทสรุปจะเป็นอย่างไร และการเลือกตั้งจะสามารถเดินหน้าต่อไปได้ตามที่หลายคนคาดหวังไว้หรือไม่

โดยไทม์ไลน์สำคัญที่ต้องจับตา ได้แก่:

  • 7 สิงหาคม 2569: ศาลเรียกไต่สวนข้อมูลเพิ่มเติมจากทั้งฝั่งคณะกรรมการเลือกตั้งและทีมประกันสังคมก้าวหน้า
  • 11 สิงหาคม 2569: วันตัดสินชี้ขาดว่าจะมีการเลื่อนเลือกตั้งจริงหรือไม่

ความล่าช้าในกระบวนการนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ประกันตน ซึ่งต้องการเห็นการปฏิรูปที่แท้จริงและต้องการใช้สิทธิเลือกตัวแทนเข้าไปทำหน้าที่ปกป้องผลประโยชน์ของแรงงานอย่างเต็มรูปแบบ หากมีการยื้อเวลาออกไปโดยไม่มีกำหนด ย่อมเกิดคำถามตามมาว่านี่คือเกมการเมืองหรือไม่

ในฐานะผู้ประกันตน เราคงได้แต่หวังว่าทุกอย่างจะคลี่คลายไปในทางที่ดีและยึดถือประโยชน์ของสมาชิกเป็นที่ตั้ง ไม่ว่าผลการตัดสินจะเป็นอย่างไร เราในฐานะเจ้าของเงินกองทุนควรติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เพื่อรักษาสิทธิของตนเองให้ถึงที่สุดครับ เพราะทุกเสียงมีความหมายต่ออนาคตของสวัสดิการแรงงานไทยอย่างแน่นอน

ที่มา – ศาลปกครองนัดชี้ชะตา “เลื่อนหรือไม่เลื่อน” เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม 11 สิงหาคมนี้

“ไอซ์-สหัสวัต” ชวดนั่งที่ปรึกษาปฏิรูปประกันสังคม

ข่าวสำคัญในแวดวงแรงงานไทยล่าสุดคือ ไอซ์-สหัสวัต ชวดนั่งที่ปรึกษาปฏิรูปประกันสังคม ปลัดแรงงานยันไม่จำเป็น หลังจากมีกระแสเสนอชื่อ ส.ส. จากพรรคประชาชนทั้งสองคนนี้เข้ามาร่วมทีมปฏิรูปสำนักงานประกันสังคม (สปส.) แต่ปลัดกระทรวงแรงงานชัดเจนปิดประตูตาย ไม่จำเป็นเพราะมีผู้เชี่ยวชาญครบถ้วนแล้ว เรื่องนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการปฏิรูปที่เน้นความเป็นมืออาชีพ

“ไอซ์-สหัสวัต” ชวดนั่งที่ปรึกษาปฏิรูปประกันสังคม ปลัดแรงงานยันไม่จำเป็น

วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2567 พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน เปิดเผยหลังการประชุมคณะทำงานศึกษาโครงสร้างการปฏิรูป สปส. ว่า ได้มอบหมายให้ศึกษารูปแบบประกันสังคมจากประเทศชั้นนำ อาทิ มาเลเซีย เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น สวีเดน และแคนาดา เพื่อวิเคราะห์ให้เหมาะกับบริบทไทย โดยประเด็นหลักคือ สปส. ควรคงสถานะเป็นหน่วยงานราชการ กึ่งราชการ หรือปรับเป็นองค์กรมหาชนอิสระ ขั้นตอนถัดไปคือร่าง TOR เพื่อจัดซื้อจัดจ้างทีมผู้เชี่ยวชาญหรือสถาบันวิจัยมาดำเนินการอย่างเป็นระบบ

เหตุผลหลักที่ “ไอซ์-สหัสวัต” ชวดนั่งที่ปรึกษาปฏิรูปประกันสังคม

เมื่อถามถึงการเสนอชื่อนางสาวรักชนก ศรีนอก หรือ “ไอซ์” และนายสหัสวัต คุ้มคง ส.ส.พรรคประชาชน เป็นที่ปรึกษา ปลัดกระทรวงแรงงานยืนยันชัดเจนว่า “ตอนนี้ไม่ใช้แล้ว และไม่มีการเสนอชื่อเข้ามา” เพราะคณะทำงานมีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านครบครันแล้ว การดึงตัวแทนฝ่ายการเมืองจึงไม่จำเป็น สิ่งนี้ช่วยยืนยันกระบวนการปฏิรูปที่โปร่งใสและมุ่งเน้นสาระ ไม่ใช่การเมือง

ความคืบหน้าการรับฟังความเห็นร่างระเบียบเลือกตั้งบอร์ด สปส.

นางสาวกาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการ สปส. รายงานความคืบหน้าว่า การรับฟังความคิดเห็นร่างระเบียบการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคมที่ปิดรับเมื่อ 14 กุมภาพันธ์ พบผู้แสดงความเห็นสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 1,244,260 ครั้ง ซึ่งมากกว่าทุกครั้งในอดีต หลังจากนี้จะนำข้อมูลทั้งหมดมาวิเคราะห์อย่างละเอียดถี่ถ้วน โดยพิจารณาความสอดคล้องกับหลักการ ไม่ใช่แค่นับจำนวนเห็นด้วยหรือคัดค้าน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมและยั่งยืน

โมเดลประกันสังคมจากต่างประเทศที่ไทยกำลังศึกษา

การปฏิรูป สปส. ครอบคลุมการศึกษารูปแบบจากนานาชาติ เพื่อหาแนวทางที่ดีที่สุด โดยมีตัวอย่างดังนี้

  • มาเลเซีย: ใช้ SOCSO (Social Security Organization) เป็นองค์กรกึ่งรัฐ มีความยืดหยุ่นสูงในการบริหารจัดการกองทุน
  • เกาหลีใต้: National Pension Service (NPS) เป็นองค์กรมหาชนอิสระ จัดการกองทุนขนาดใหญ่ได้มีประสิทธิภาพ
  • ญี่ปุ่น: มีระบบหลายกองทุนตามกลุ่มอาชีพ แต่รวมศูนย์บริหารเพื่อความมั่นคง
  • สวีเดน: เน้นสวัสดิการถ้วนหน้าผ่าน Swedish Social Insurance Agency รองรับผู้สูงอายุและว่างงานดีเยี่ยม
  • แคนาดา: Canada Pension Plan (CPP) จัดการโดยคณะกรรมการอิสระ มีการลงทุนกองทุนเพื่อผลตอบแทนสูง

การนำโมเดลเหล่านี้มาปรับใช้ จะช่วยให้ สปส. ซึ่งดูแลแรงงานกว่า 12 ล้านคน มีโครงสร้างที่คล่องตัว ลดปัญหาการขาดทุน และเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้สมาชิก

นอกจากนี้ การปฏิรูปยังมุ่งแก้痛จุด เช่น การลงทุนกองทุนที่ไม่คุ้มค่า การเลือกตั้งบอร์ดที่ขาดตัวแทนแรงงาน และการขยายสิทธิครอบคลุมผู้ประกันตนมาตรา 40 ให้มากขึ้น สิ่งเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ระยะยาวต่อเศรษฐกิจและสังคมไทย

ท้ายที่สุด “ไอซ์-สหัสวัต” ชวดนั่งที่ปรึกษาปฏิรูปประกันสังคม ปลัดแรงงานยันไม่จำเป็น ถือเป็นสัญญาณดีว่าการปฏิรูปเดินหน้าด้วยความเป็นวิชาการ ผู้เขียนมองว่าหากรัฐบาลผลักดันต่อเนื่อง จะช่วยยกระดับระบบประกันสังคมไทยให้เทียบชั้นสากลได้ในไม่ช้า

คุณมีความเห็นอย่างไรกับการปฏิรูปนี้? เชื่อว่าปลัดแรงงานตัดสินถูกหรือไม่? มาแสดงความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ แรงงานที่สนใจนะครับ!

ที่มา – “ไอซ์-สหัสวัต” ชวดนั่งที่ปรึกษาปฏิรูปประกันสังคม ปลัดแรงงานยันไม่จำเป็น

ตรีนุช ลั่น! ยกระดับชีวิตแรงงานนอกระบบ

พรรคพลังประชารัฐมุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพชีวิตคนไทย โดยเฉพาะกลุ่มแรงงานนอกระบบกว่า 20 ล้านคน นางสาวตรีนุช เทียนทอง หัวหน้าพรรค ประกาศนโยบายสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงานนอกระบบ ผ่านการเพิ่มสิทธิประโยชน์และหลักประกันที่มั่นคงยิ่งขึ้น

ตรีนุช ลั่น! ยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงานนอกระบบ

นโยบายนี้เป็นการสานต่อความสำเร็จจากการทำงานในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน โดยได้รับการสนับสนุนจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ประธานที่ปรึกษาพรรคพลังประชารัฐ เพื่อสร้างความมั่นคงและเพิ่มศักดิ์ศรีให้แก่แรงงานอิสระทั่วประเทศ

สาระสำคัญของการปรับปรุงสิทธิประโยชน์ประกันสังคมมาตรา 40 ที่จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงานนอกระบบ ได้แก่:

  • กรณีทุพพลภาพ: เพิ่มเงินทดแทนจาก 1,000 บาท เป็น 3,000 บาทต่อเดือน
  • กรณีเจ็บป่วย: เพิ่มค่าทดแทนการขาดรายได้จาก 50 บาท เป็น 200 บาทต่อครั้ง
  • สงเคราะห์บุตร: ปรับเพิ่มจาก 200 บาท เป็น 300 บาทต่อคน
  • บำเหน็จชราภาพ: ปรับปรุงหลักเกณฑ์ให้ทายาทได้รับประโยชน์ที่ครอบคลุมและเป็นธรรมมากขึ้น

ทำไมต้องยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงานนอกระบบ?

กลุ่มแรงงานนอกระบบถือเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเกษตรกร พ่อค้าแม่ค้ารายย่อย หรือผู้ให้บริการขนส่ง การยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงานนอกระบบ จึงเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้พวกเขาสามารถเข้าถึงระบบสวัสดิการที่เหมาะสมและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

นางสาวตรีนุช เน้นย้ำว่า พรรคพลังประชารัฐให้ความสำคัญกับพี่น้องแรงงานนอกระบบอย่างมาก ไม่เพียงแต่ต้องการให้พวกเขามีงานทำเท่านั้น แต่ยังต้องการสร้างหลักประกันชีวิตที่มั่นคง สามารถพึ่งพาได้ในยามเจ็บป่วยหรือยามชรา นโยบายนี้จึงเป็นการเติมเต็มความมั่นคงให้กับกลุ่มคนตัวเล็ก ๆ ที่เป็นรากฐานสำคัญของประเทศ

นโยบายนี้จะช่วยให้แรงงานนอกระบบมีความมั่นคงในชีวิตมากขึ้น สามารถเข้าถึงสิทธิประโยชน์ที่จำเป็น และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศในระยะยาว

การเพิ่มสิทธิประโยชน์ต่างๆ เหล่านี้ ถือเป็นการลงทุนเพื่ออนาคตของประเทศ เพราะเมื่อแรงงานนอกระบบมีความมั่นคง พวกเขาก็จะสามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ และมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศได้อย่างเต็มศักยภาพ

พรรคพลังประชารัฐมุ่งมั่นที่จะผลักดันนโยบายนี้ให้เป็นจริง เพื่อให้แรงงานนอกระบบทุกคนได้รับการดูแลอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม

มาร่วมกันสนับสนุนนโยบายที่จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องแรงงานนอกระบบ เพื่อสร้างสังคมที่เท่าเทียมและมั่นคงสำหรับทุกคน

ที่มา – “ตรีนุช” ลั่นยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงานนอกระบบ เพิ่มสิทธิประโยชน์เพียบ

Scroll to top