การประกันสังคม

ไม่เป็นภาระคลัง “ชวน” จี้ทบทวนเบี้ยผู้สูงอายุเป็น 1,000 บาท ถ้วนหน้า

เชื่อว่าเพื่อนๆ หลายคนคงกำลังติดตามข่าวคราวในสภาฯ โดยเฉพาะประเด็นเรื่องสวัสดิการสังคมที่ได้รับความสนใจอย่างมาก เมื่อ “ท่านชวน หลีกภัย” ได้ออกมาเสนอประเด็นร้อนที่โดนใจคนไทยทั้งประเทศ ด้วยการออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลพิจารณาเรื่อง ไม่เป็นภาระคลัง “ชวน” จี้ทบทวนเบี้ยผู้สูงอายุเป็น 1,000 บาท ถ้วนหน้า ซึ่งถือเป็นเรื่องที่สำคัญมากสำหรับความเป็นอยู่ของผู้สูงวัยในปัจจุบัน

ไม่เป็นภาระคลัง “ชวน” จี้ทบทวนเบี้ยผู้สูงอายุเป็น 1,000 บาท ถ้วนหน้า

หลายคนอาจสงสัยว่าการปรับเบี้ยผู้สูงอายุแบบถ้วนหน้ามาอยู่ที่ 1,000 บาทนั้น จะกระทบต่อเศรษฐกิจหรือไม่ แต่ท่านชวนได้ย้ำชัดเจนว่า นี่คือสิ่งที่รัฐบาลสามารถบริหารจัดการได้ โดยมองว่าผู้สูงอายุคือฟันเฟืองสำคัญที่สร้างชาติมาตลอดชีวิต ไม่ว่าจะเป็นเกษตรกรหรือกรรมกร ทุกคนควรได้รับหลักประกันที่ทัดเทียมกัน การที่ท่าน ไม่เป็นภาระคลัง “ชวน” จี้ทบทวนเบี้ยผู้สูงอายุเป็น 1,000 บาท ถ้วนหน้า จึงเป็นการสะท้อนความห่วงใยถึงผู้ที่ไม่ได้รับบำนาญเหมือนข้าราชการ

เหตุผลสำคัญและการผลักดันเชิงนโยบาย

นอกจากเรื่องผู้สูงอายุแล้ว ท่านยังได้ย้ำเตือนถึงเรื่องกองทุน กยศ. ที่เป็นนโยบายที่ท่านริเริ่มไว้ โดยเน้นย้ำถึงความซื่อสัตย์สุจริตของผู้กู้ เมื่อมีงานทำแล้วต้องคืนเงินเพื่อส่งต่อโอกาสให้รุ่นถัดไป เพราะหากผู้กู้ละเลยหน้าที่ กองทุนก็อาจประสบปัญหาทางการเงินในอนาคตได้ นี่คือตัวอย่างของการสร้างวินัยและความรับผิดชอบต่อส่วนรวมที่ยั่งยืน

  • ปรับเบี้ยผู้สูงอายุเป็น 1,000 บาท เท่าเทียมกันทั่วประเทศ
  • สร้างหลักประกันพื้นฐานให้ผู้สูงอายุที่ไม่ได้มีบำนาญ
  • ส่งเสริมให้ผู้กู้ กยศ. มีความซื่อสัตย์ในการชำระคืนหนี้
  • ยึดมั่นการบริหารประเทศด้วยความสุจริตเพื่อประโยชน์ประชาชน

ท้ายที่สุด การที่ท่านชวนยืนยันว่านโยบายนี้ ไม่เป็นภาระคลัง “ชวน” จี้ทบทวนเบี้ยผู้สูงอายุเป็น 1,000 บาท ถ้วนหน้า นั้น ถือเป็นกระบอกเสียงที่สำคัญมาก หากรัฐบาลสามารถนำข้อเสนอเหล่านี้ไปปฏิบัติจริง จะเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุไทยให้มีความสุขและมีศักดิ์ศรีมากขึ้น เพื่อนๆ คิดเห็นอย่างไรกันบ้างครับ? นโยบายนี้จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำในสังคมได้จริงหรือไม่ มาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้เลยครับ

ที่มา – ไม่เป็นภาระคลัง “ชวน” จี้ทบทวนเบี้ยผู้สูงอายุเป็น 1,000 บาท ถ้วนหน้า

จุลพันธ์ เปิดแผนเคลียร์เงิน รัฐค้างสมทบกองทุนประกันสังคม ปี 2570

จุลพันธ์ เปิดแผนเคลียร์เงิน รัฐค้างสมทบกองทุนประกันสังคม ปี 2570

กลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจอย่างมาก เมื่อคุณจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้ออกมาเปิดเผยถึงแนวทางการจัดการปัญหาหนี้ค้างชำระที่รัฐบาลติดค้างอยู่กับกองทุนประกันสังคม ซึ่งเป็นปัญหาเรื้อรังมายาวนานกว่า 20 ปี โดยล่าสุดได้มีการกำหนดแผนการดำเนินงานที่ชัดเจนเพื่อแก้ไขปัญหานี้ให้เห็นผลเป็นรูปธรรมภายในปี 2574

หากเราย้อนกลับไปดูตัวเลขในช่วง 10 ปีก่อน จะพบว่ายอดหนี้สะสมมีสูงถึงหลักแสนล้านบาท แต่ด้วยความพยายามภายใต้ พ.ร.บ. วินัยการเงินการคลัง พ.ศ. 2561 ทำให้สถานการณ์เริ่มคลี่คลายลงตามลำดับ จุลพันธ์ เปิดแผนเคลียร์เงิน รัฐค้างสมทบกองทุนประกันสังคม ปี 2570 นี้ ถือเป็นก้าวสำคัญที่รัฐบาลตั้งเป้าจะลดภาระหนี้ก้อนนี้ลงอย่างต่อเนื่อง โดยมีการจัดสรรงบประมาณชำระคืนในทุกๆ ปี

รายละเอียดแผนการชำระหนี้ประกันสังคมที่ทุกคนควรรู้

จากการชี้แจงในรัฐสภา แผนการชำระหนี้จะประกอบไปด้วยแนวทางดังต่อไปนี้:

  • ปีงบประมาณ 2569: คาดการณ์ว่ายอดค้างชำระจะเหลือประมาณ 42,600 ล้านบาท
  • ปีงบประมาณ 2570: รัฐบาลได้ตั้งงบประมาณสมทบปกติ 58,680 ล้านบาท และตั้งงบชำระคืนหนี้คงค้างเพิ่มอีก 7,217 ล้านบาท
  • การบริหารจัดการหลังจากปี 2570: ตั้งเป้าชำระปีละ 7,000 – 8,000 ล้านบาท เพื่อให้ยอดค้างชำระหมดไปหรือลดลงให้มากที่สุดภายในปี 2574

คุณจุลพันธ์เน้นย้ำว่า รัฐบาลชุดนี้มีความตั้งใจจริงที่จะจัดการกับปัญหา จุลพันธ์ เปิดแผนเคลียร์เงิน รัฐค้างสมทบกองทุนประกันสังคม ปี 2570 นี้ให้สำเร็จ โดยแม้ว่าจะต้องเผชิญกับข้อจำกัดด้านงบประมาณ แต่กระทรวงแรงงานกลับเป็นหนึ่งในหน่วยงานที่ได้รับงบประมาณเพิ่มขึ้น เพื่อให้มั่นใจว่าสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตนจะยังคงได้รับความคุ้มครองอย่างเต็มที่

ทำไมแผนรอบนี้ถึงน่าเชื่อถือ? หลายคนอาจมองว่าเป็นเพียงคำสัญญาเดิมๆ แต่รัฐมนตรีได้ยืนยันความร่วมมือกับท่านนายกรัฐมนตรีและทีมงานงบประมาณ ว่านี่คือเรื่องเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการให้เป็นระบบ การรักษาวินัยการเงินการคลังในครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การพูดถึงตัวเลขผ่านๆ แต่เป็นการจัดลำดับความสำคัญของงบประมาณแผ่นดินให้เห็นว่า ‘ผู้ประกันตน’ คือหัวใจสำคัญของการทำงานรัฐบาล

ท้ายที่สุด การขับเคลื่อนแผน จุลพันธ์ เปิดแผนเคลียร์เงิน รัฐค้างสมทบกองทุนประกันสังคม ปี 2570 นี้ ไม่เพียงแต่จะช่วยสร้างเสถียรภาพให้กับกองทุนประกันสังคมในระยะยาว แต่ยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องแรงงานไทยทั่วประเทศว่าเงินสมทบที่ทุกคนจ่ายไปนั้น จะถูกนำไปบริหารจัดการอย่างโปร่งใสและมีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อเป็นตาข่ายรองรับความมั่นคงในชีวิตของคุณในอนาคตครับ

ที่มา – “จุลพันธ์” เปิดแผนเคลียร์เงิน รัฐค้างสมทบกองทุนประกันสังคม ปี 2570

ไรเดอร์จี้ถอด “อิสริยะ” ผู้สมัคร สส.

เครือข่ายไรเดอร์ จี้พรรคประชาชน ถอด “อิสริยะ” จากชื่อผู้สมัคร สส. รับไม่ได้นำเอาเปรียบแรงงาน ขู่ไม่โหวตคะแนนเลือกตั้งให้หากยังฝืน ด้าน “อิสริยะ” ขอพิสูจน์ตัวเอง

วันที่ 23 ธ.ค.2568 เครือข่ายไรเดอร์และคนทำงานแพลตฟอร์ม รวมตัวกันหน้าพรรคประชาชน คัดค้านการส่งนายอิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ อดีตรองประธานฝ่ายนโยบายสาธารณะและรัฐกิจสัมพันธ์ LINE MAN ลงสมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ และผลักดันให้แรงงานแพลตฟอร์ม ได้รับการคุ้มครองภายใต้กฎหมายแรงงาน

ตัวแทนไรเดอร์ กล่าวว่า บริษัทแพลตฟอร์มดังกล่าว ขูดรีดไรเดอร์ ไร้ซึ่งสวัสดิการในการทำงาน ทำให้แรงงานไรเดอร์ต้องเผชิญกับความเสี่ยงในการทำงานแม้เครือข่ายไรเดอร์และคนทำงานแพลตฟอร์ม รวมตัวกันไปเรียกร้องให้บริษัท LINE MAN เพิ่มค่ารอบการทำงานหลายครั้ง แต่กลับถูกเพิกเฉย โดยไม่เปิดพื้นที่เจรจา หรือแสดงความรับผิดชอบต่อปัญหาความเดือดร้อน

นายอิสริยะ เคยให้สัมภาษณ์กับ “ไทยรัฐพลัส” อธิบายว่า “นิติสัมพันธ์” หรือความเกี่ยวพันทางกฎหมายของไรเดอร์ ไม่ใช่พนักงานประจำ เป็นแรงงานอิสระเท่ากับเป็นการจ้างทำของรายชิ้น หรือเป็นการจ้างทำของ ถือว่าเป็นการบิดเบือนสถานภาพของไรเดอร์ เอื้อต่อบริษัทแพลตฟอร์มให้ไม่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายแรงงาน ส่งผลให้ไรเดอร์ต้องทำงานหนัก เสี่ยงอันตราย ได้รับค่ารอบการทำงานต่ำอย่างมาก

การบิดเบือนสถานภาพไรเดอร์เช่นนี้ พรากสิทธิประโยชน์ตามกฎหมายแรงงานไปจนหมดสิ้น หากพรรคประชาชน ยังไม่ละทิ้งจุดยืนและอุดมการณ์ที่เคยมีมาดังที่ได้กล่าว ก็ขอให้ทบทวนพิจารณาการส่งผู้สมัคร หรือให้นายอิสริยะ พร้อมทั้งผู้บริหารพรรค ได้ประกาศสาธารณชนรับทราบ ถึงความมุ่งมั่นที่พรรคประชาชนจะได้ให้ไรเดอร์ อยู่ภายใต้กฎหมายคุ้มครองแรงงาน ให้ได้รับการคุ้มครอง ชั่วโมงการทำงาน ได้รับค่าจ้างขั้นต่ำรายชั่วโมง เพิ่มค่ารอบการทำงานไรเดอร์ตลอดระยะทาง ตั้งแต่จุดเริ่มต้นจนเสร็จสิ้น ค่างานพ่วงร้อยละ 75 และให้ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายแรงงาน 

และขอเรียกร้องไปยังเครือข่ายแรงงานพรรคประชาชนให้ร่วมทักท้วงการส่งตัวผู้สมัครคนดังกล่าวด้วย พร้อมกับการยึดมั่นปกป้องสิทธิประโยชน์ของคนทำงานทุกสาขาอาชีพ หากพรรคประชาชน ยังฝืนส่งนายอิสริยะ ลงสมัครเป็น สส.บัญชีรายชื่อ กลุ่มไรเดอร์จะไม่โหวตคะแนนให้กับพรรคประชาชน

ด้านนายเซีย จำปาทอง ผู้นำปีกแรงงานของพรรคประชาชน เป็นตัวแทนลงมารับข้อเสนอ พร้อมกล่าวว่า พรรคเรารับเสียงทุกเสียง รวมทั้งการไพรมารีโหวตในทุกพื้นที่เข้าสู่การพิจารณา ตนจะนำเสียงเรียกร้องของกลุ่มเครือข่ายไรเดอร์ ส่งให้คณะกรรมการบริหารพรรคประชาชน พิจารณาตัดสินใจ และขอขอบคุณทุกเสียงสะท้อน ยืนยันพรรคประชาชน มีพื้นที่ให้กับประชาชนที่มีความเห็นต่างกันมาพูดคุยและรับฟังทุกเสียง พยายามหาทางออก ซึ่งวันนี้เป็นเรื่องของความเข้าใจและการตกผลึกร่วมกันว่า แรงงานไรเดอร์ทุกคน ต้องได้รับความคุ้มครองและเข้าระบบประกันสังคม ส่วนจะส่งนายอิสริยะ ลงสมัครแบบบัญชีรายชื่อหรือไม่เป็นการตัดสินใจของคณะกรรมการบริหาร

ขณะที่นายอิสริยะ ที่ลงมารับข้อเสนอพร้อมกับนายเซีย กล่าวกับกลุ่มเครือข่ายไรเดอร์ว่า วันนี้ชัดเจนและได้พิสูจน์ถึงความจริงใจ เพราะได้ลาออกจากบริษัทแพลตฟอร์มดังกล่าวมาแล้ว และยืนยันไม่ได้เป็นนอมินีของกลุ่มทุนใด เป็นการมาในนามส่วนตัว และอยากใช้ความรู้ความสามารถ มาเปลี่ยนแปลงประเทศไทย แก้ปัญหาและอยากให้ดีขึ้น

“ส่วนข้อเสนอที่บอกว่า ถ้าไม่ถอนตัวหรือพรรคไม่ถอดชื่อออก กลุ่มไรเดอร์จะไม่โหวตคะแนนให้กับพรรคประชาชนนั้น ก็ให้คณะกรรมการบริหารพรรค เป็นผู้พิจารณา ตนขอน้อมรับทุกการตัดสินของคณะกรรมการบริหารพรรค ยืนยันจะเดินหน้าต่อไป หากพูดไปตอนนี้อาจจะไม่เชื่อ จึงอยากขอโอกาสให้ได้พิสูจน์ในการทำงาน ยืนยันว่า จุดยืนไม่ได้มีอะไรที่เห็นต่างจากปีกแรงงานของพรรคประชาชน ถ้าคณะทำงานด้านแรงงานของพรรค มีข้อเสนอเกี่ยวกับกฎหมายแรงงาน การปรับเปลี่ยนต่างๆ ก็ยินดีใช้ประสบการณ์ที่เคยทำงานในบริษัทแพลตฟอร์ม มาช่วยสนับสนุนเพื่อออกแบบนโยบายได้ตรงจุดที่สุด” นายอิสริยะ กล่าว

เมื่อถามว่า รู้สึกอย่างไรที่เป็นว่าที่ผู้สมัคร สส. คนแรกของพรรคประชาชน ที่ถูกคัดค้านก่อนการแข่งขันทางการเมืองจะเริ่ม นายอิสริยะ กล่าวว่า ไม่ได้มีปัญหาอะไรและยินดี เราเข้าใจการทำงานการเมืองต้องรับฟังเสียงประชาชน ซึ่งก่อนหน้านี้ ได้ชี้แจงส่วนตัวกับกลุ่มเครือข่ายมาแล้ว คิดว่าคงไม่มีปัญหาอะไร

เครือข่ายไรเดอร์ จี้ ปชน.ถอด “อิสริยะ” จากชื่อผู้สมัคร สส.

ทำไมเครือข่ายไรเดอร์ถึงจี้ถอด “อิสริยะ” จากชื่อผู้สมัคร สส.

ประเด็นหลักที่เครือข่ายไรเดอร์ออกมาเคลื่อนไหวคือ ความกังวลเกี่ยวกับอดีตของนายอิสริยะที่เคยทำงานในบริษัทแพลตฟอร์ม ซึ่งเครือข่ายฯ มองว่าอาจมีผลประโยชน์ทับซ้อนและไม่เป็นผลดีต่อการผลักดันสิทธิแรงงานของไรเดอร์ หากนายอิสริยะได้เป็น สส.

นอกจากนี้ เครือข่ายไรเดอร์ยังต้องการให้พรรคประชาชนแสดงความชัดเจนว่าจะให้ความคุ้มครองแรงงานไรเดอร์อย่างไร หากยังคงส่งนายอิสริยะลงสมัคร สส.ต่อไป กลุ่มไรเดอร์ประกาศว่าจะไม่โหวตให้พรรคประชาชน

ทางด้านนายอิสริยะเองก็ได้ออกมาแสดงความบริสุทธิ์ใจและยืนยันว่าจะใช้ความรู้ความสามารถของตนเองในการผลักดันกฎหมายที่คุ้มครองแรงงาน หากได้รับโอกาส

สถานการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการมีตัวแทนที่เข้าใจปัญหาของแรงงานแพลตฟอร์มอย่างแท้จริง และพร้อมที่จะผลักดันนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อแรงงานกลุ่มนี้อย่างจริงจัง การตัดสินใจของพรรคประชาชนในเรื่องนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออนาคตของแรงงานไรเดอร์ในประเทศไทย และการพิจารณาข้อเรียกร้องของเครือข่ายไรเดอร์ จี้ ปชน.ถอด “อิสริยะ” จากชื่อผู้สมัคร สส.

ประเด็นนี้จึงเป็นเรื่องที่น่าติดตามต่อไปว่าพรรคประชาชนจะมีท่าทีอย่างไรต่อข้อเรียกร้องของเครือข่ายไรเดอร์ และนายอิสริยะจะสามารถพิสูจน์ตัวเองได้อย่างไร ท้ายที่สุดแล้ว เครือข่ายไรเดอร์ จี้ ปชน.ถอด “อิสริยะ” จากชื่อผู้สมัคร สส. จะส่งผลต่อการตัดสินใจของประชาชนในการเลือกตั้งที่จะมาถึงอย่างไร

ที่มา – เครือข่ายไรเดอร์ จี้ ปชน.ถอด “อิสริยะ” จากชื่อผู้สมัคร สส. ขู่ไม่โหวตคะแนนเลือกตั้งให้หากฝืนส่ง

Scroll to top