การประกาศรับรองผล

นายกฯ บอกอย่าเสี้ยม ตั้งรัฐบาลไม่มีกล้าธรรม ยันรอคะแนนใหม่

สถานการณ์การเมืองไทยหลังการเลือกตั้งกำลังร้อนระอุ เมื่อมีกลุ่มผู้ชุมนุมออกมาเรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นับคะแนนใหม่ทั่วประเทศ เพื่อความโปร่งใสและเป็นธรรม ล่าสุด นายกฯ บอกอย่าเสี้ยม ตั้งรัฐบาลไม่มี “กล้าธรรม” ยันนับคะแนนใหม่รอได้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ในฐานะนายกรัฐมนตรีรักษาการ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์อย่างชัดเจน ทำให้เกิดกระแสวิเคราะห์จากทุกฝ่าย

นายกฯ บอกอย่าเสี้ยม ตั้งรัฐบาลไม่มี “กล้าธรรม” ยันนับคะแนนใหม่รอได้

วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2567 (น่าจะเป็น 2567) นายอนุทิน ได้กล่าวถึงประเด็นดังกล่าวระหว่างให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน โดยยืนยันว่ารัฐบาลไม่มีอำนาจก้าวก่ายการตัดสินใจของ กกต. ไม่ว่าผลการนับคะแนนใหม่จะส่งผลกระทบต่อคะแนนของพรรคภูมิใจไทยในเขตต่างๆ หรือไม่ พรรคก็พร้อมยอมรับผลที่ประชาชนตัดสินใจอย่างแท้จริง สำหรับการดูแลผู้ชุมนุมนั้น ได้สั่งการให้ตำรวจปฏิบัติหน้าที่ตามกรอบกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันความขัดแย้งที่อาจบานปลาย

ยินดีรอผลนับคะแนนใหม่เพื่อความสบายใจของประชาชน

นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า แม้จะอยากจัดตั้งรัฐบาลใหม่โดยเร็วเพื่อบริหารประเทศให้มีประสิทธิภาพ แต่หากต้องรอการนับคะแนนใหม่เพื่อให้ประชาชนเกิดความมั่นใจ รัฐบาลรักษาการก็พร้อมรอได้ เนื่องจากยังสามารถเดินหน้าทำงานต่อเนื่องได้ ในช่วงนี้ พรรคภูมิใจไทยได้เตรียมความพร้อมหลายด้าน เช่น การร่างนโยบายหลักที่จะนำไปแถลงต่อรัฐสภาเมื่อจัดตั้งรัฐบาลเสร็จสิ้น การชี้แจงเช่นนี้แสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบและความโปร่งใสของผู้นำ

อย่างไรก็ตาม นายอนุทิน ชี้ว่าการล่าช้าออกไปมากเกินไปจะไม่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมของประเทศ เพราะประชาชนต้องการรัฐบาลที่มั่นคงเพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองที่ค้างคา โดยเฉพาะในปีที่เศรษฐกิจฟื้นตัวช้าแบบนี้

ปัดข่าวลือพรรคร่วมรัฐบาล ไม่เสี้ยมเรื่อง “กล้าธรรม”

เมื่อถูกถามถึงความชัดเจนของพรรคร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะพรรคสีเขียวและพรรคสีแดง รวมถึงกระแสข่าวลือว่าจะไม่นำ “พรรคกล้าธรรม” มาร่วม นายอนุทิน ตอบแบบอารมณ์ดีว่า “มีในใจทุกสี” และชี้ว่าสื่อบางแห่งพยายาม “เสี้ยม” ให้เกิดประเด็น โดยยังไม่สามารถระบุจำนวนเสียงแน่นอนได้ ต้องรอการรับรองผลอย่างเป็นทางการจาก กกต. ก่อน คำพูดนี้ทำให้หลายคนตีความว่านายกฯ ไม่ได้ปิดประตูพรรคใดๆ แต่เน้นความเป็นเอกภาพเพื่อประโยชน์ชาติ

  • จุดยืนหลักของนายกฯ อนุทิน: ยอมรับผลนับคะแนนใหม่ ไม่ก้าวก่าย กกต.
  • รัฐบาลรักษาการทำงานต่อเนื่อง เตรียมร่างนโยบายแล้ว
  • ปฏิเสธข่าวลือเรื่องไม่รับพรรคกล้าธรรม บอกอย่าเสี้ยม
  • เร่งจัดตั้งรัฐบาลเพื่อแก้ปัญหาประชาชน
  • ดูแลผู้ชุมนุมตามกฎหมาย

ประเด็น นายกฯ บอกอย่าเสี้ยม ตั้งรัฐบาลไม่มี “กล้าธรรม” ยันนับคะแนนใหม่รอได้ สะท้อนถึงสไตล์การสื่อสารแบบตรงไปตรงมาของนายอนุทิน ที่มักใช้ภาษาพูดแบบประชานิยมผสมอารมณ์ขัน ทำให้ใกล้ชิดประชาชน ในบริบทการเมืองไทยที่เต็มไปด้วยข้อครหาเรื่องการเลือกตั้ง การยืนยันเช่นนี้ช่วยลดความตึงเครียดได้บ้าง แต่ก็ยังต้องจับตาการตัดสินใจของ กกต. ต่อไป

จากมุมมองกว้างขึ้น การเลือกตั้งครั้งนี้เผชิญปัญหาความไม่เชื่อมั่นจากหลายฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องบัตรเลือกตั้งสูญหาย การนับคะแนนผิดพลาด หรือข้อกล่าวหาคอร์รัปชัน หาก กกต. ตัดสินใจนับใหม่จริง จะช่วยฟื้นความเชื่อมั่นในระบบประชาธิปไตยได้หรือไม่? หรือจะยิ่งทำให้การจัดตั้งรัฐบาลล่าช้าออกไป ส่งผลต่อนโยบายเร่งด่วนอย่างเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และสวัสดิการประชาชน

นอกจากนี้ พรรคภูมิใจไทยในฐานะแกนนำรัฐบาลรักษาการ ยังคงผลักดันโครงการสำคัญ เช่น การช่วยเหลือเกษตรกร การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และการควบคุมราคาสินค้า แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลไม่ได้หยุดนิ่ง แม้จะรอผลการรับรองพรรค

สุดท้ายแล้ว สถานการณ์นี้เป็นบททดสอบสำคัญสำหรับทุกฝ่าย ทั้งนักการเมือง สื่อมวลชน และประชาชน ที่ต้องร่วมมือกันเพื่อความมั่นคงของชาติ คุณคิดอย่างไรกับท่าทีของนายกรัฐมนตรี? เชื่อว่านับคะแนนใหม่จะเกิดขึ้นจริงหรือไม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และติดตามข่าวสารการเมืองอัปเดตที่นี่เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – นายกฯ บอกอย่าเสี้ยม ตั้งรัฐบาลไม่มี “กล้าธรรม” ยันนับคะแนนใหม่รอได้

กกต. สรุปผลเลือกตั้งซ่อมศรีสะเกษ เขต 5 จินณ์ตวรรณชนะขาด

การเลือกตั้งซ่อมในพื้นที่ศรีสะเกษ เขต 5 ได้รับความสนใจจากประชาชนจำนวนมาก ล่าสุด กกต. สรุปผลเลือกตั้งซ่อมศรีสะเกษ เขต 5 “จินณ์ตวรรณ” ภูมิใจไทยชนะขาด ด้วยคะแนนที่เหนือชั้นจากคู่แข่ง ทำให้พรรคภูมิใจไทยสามารถคว้าที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎรเพิ่มอีกหนึ่งตำแหน่ง

กกต. สรุปผลเลือกตั้งซ่อมศรีสะเกษ เขต 5 “จินณ์ตวรรณ” ภูมิใจไทยชนะขาด

จากข้อมูลที่ กกต. ประกาศอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2568 การเลือกตั้งซ่อมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขตเลือกตั้งที่ 5 ซึ่งครอบคลุมอำเภอขุนหาญและอำเภอภูสิงห์ เพื่อแทนตำแหน่งที่ว่างลง ได้มีผู้มาใช้สิทธิ์จำนวน 76,231 คน จากผู้มีสิทธิ์ทั้งหมด คิดเป็นสัดส่วน 59.95% ถือเป็นตัวเลขที่น่าพอใจสำหรับการเลือกตั้งซ่อมในครั้งนี้

ผู้ชนะคือ นางสาวจินณ์ตวรรณ ไตรสรณกุล ผู้สมัครหมายเลข 2 จากพรรคภูมิใจไทย ที่ได้รับคะแนนสะสมถึง 40,246 คะแนน สูงกว่าคู่แข่งหลักอย่างนางสาวภูริกา สมหมาย ผู้สมัครหมายเลข 1 จากพรรคเพื่อไทย ที่ได้ 31,577 คะแนน การชนะด้วยคะแนนห่างถึงเกือบ 9,000 คะแนน แสดงให้เห็นถึงความนิยมและการสนับสนุนที่แข็งแกร่งจากชาวศรีสะเกษในพื้นที่นี้

รายละเอียดผลการนับคะแนนและสถิติที่น่าสนใจ

ในส่วนของบัตรที่ใช้ในการเลือกตั้งนั้น พบว่าบัตรดีมีสัดส่วน 94.22% ซึ่งบ่งชี้ถึงความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือของกระบวนการ ส่วนบัตรที่ไม่เลือกผู้สมัครผู้ใด หรือ No Vote อยู่ที่ 3.29% ถือว่าน้อยมาก แสดงว่าประชาชนส่วนใหญ่ได้ใช้สิทธิ์ของตนอย่างแท้จริง

  • ผู้สมัครหมายเลข 1 (เพื่อไทย): 31,577 คะแนน
  • ผู้สมัครหมายเลข 2 (ภูมิใจไทย): 40,246 คะแนน (ผู้ชนะ)
  • ผู้มาใช้สิทธิ์: 76,231 คน (59.95%)
  • บัตรดี: 94.22%
  • No Vote: 3.29%

กกต. ยังได้ย้ำว่าการตรวจสอบผลการนับคะแนนจะดำเนินการอย่างละเอียด รวมถึงการรับฟังคำร้องคัดค้านจากทุกฝ่าย หากไม่พบข้อสงสัยในเรื่องความสุจริตและเที่ยงธรรม ผลการเลือกตั้งจะได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการภายใน 60 วัน นับแต่วันเลือกตั้ง ซึ่งจะช่วยให้สภาผู้แทนราษฎรมีสมาชิกครบจำนวนเร็วขึ้น

การเลือกตั้งครั้งนี้เกิดขึ้นเนื่องจากตำแหน่งเดิมว่างลง สาเหตุมาจากกรณีผู้แทนเดิมถูกศาลสั่งเพิกถอนสิทธิ์ ทำให้ต้องจัดการเลือกตั้งซ่อมเพื่อให้ประชาชนในเขต 5 ได้มีตัวแทนที่แท้จริง ชาวศรีสะเกษหลายคนแสดงความยินดีกับผลลัพธ์ โดยเฉพาะผู้สนับสนุนพรรคภูมิใจไทยที่มองว่านี่เป็นสัญญาณบวกสำหรับพรรคในอนาคต

นอกจากนี้ ผลการเลือกตั้งยังสะท้อนถึงกระแสการเมืองในภาคอีสานที่กำลังเปลี่ยนแปลง พรรคภูมิใจไทยสามารถขยายฐานเสียงได้ดีในพื้นที่ชนบทอย่างศรีสะเกษ ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีบทบาทสำคัญในการเลือกตั้งทั่วไปครั้งก่อน ๆ การชนะขาดของจินณ์ตวรรณอาจเป็นตัวอย่างให้พรรคอื่น ๆ พิจารณาในการวางกลยุทธ์หาเสียง

ในมุมมองของนักวิเคราะห์การเมือง ผลนี้ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับพรรครัฐบาล โดยเฉพาะในสภาที่กำลังมีวาระสำคัญรออยู่ หากคุณสนใจข่าวการเมืองล่าสุด แนะนำให้ติดตามเว็บไซต์ของเราเพื่ออัปเดตข้อมูลแบบเรียลไทม์

สุดท้ายนี้ การเลือกตั้งที่โปร่งใสและเป็นธรรมคือหัวใจของประชาธิปไตยไทย หวังว่าผลครั้งนี้จะนำไปสู่การพัฒนาพื้นที่ศรีสะเกษให้ดียิ่งขึ้น

ที่มา – กกต. สรุปผลเลือกตั้งซ่อมศรีสะเกษ เขต 5 “จินณ์ตวรรณ” ภูมิใจไทยชนะขาด

Scroll to top