การประชุมกรรมการบริหาร

“สาทิตย์” รับตรงๆ “ประชาธิปัตย์” ยังหาผู้ว่าฯกทม.ไม่ได้

ในวงการการเมืองกรุงเทพฯ กำลังร้อนระอุ เมื่อ “สาทิตย์” รับตรงๆ “ประชาธิปัตย์” ยังหาตัวผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.ไม่ได้ นายสาทิตย์ วงษ์หนองเตย รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ออกมาเปิดเผยตรงๆ กับสื่อมวลชน เกี่ยวกับความคืบหน้าการส่งผู้สมัครชิงตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯกทม.) ซึ่งยังคงเป็นปริศนาที่พรรคต้องเผชิญ วันนี้เราจะมาวิเคราะห์สถานการณ์นี้กันแบบละเอียด เพื่อให้เข้าใจภาพรวมการเมืองในเมืองหลวง

“สาทิตย์” รับตรงๆ “ประชาธิปัตย์” ยังหาตัวผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.ไม่ได้

วันที่ 28 เมษายน 2566 ที่สำนักงานพรรคประชาธิปัตย์ นายสาทิตย์ ในฐานะ ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรค ได้ให้สัมภาษณ์หลังการประชุมกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ซึ่งที่ประชุมได้อนุมัติผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ครบ 50 เขตเรียบร้อยแล้ว แต่สำหรับผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. ยังคงอยู่ในขั้นตอนการพูดคุยและทาบทามบุคคลต่างๆ เขายอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า สถานการณ์การเมืองปัจจุบันไม่ง่ายเลย โดยเฉพาะเมื่อผู้ว่าฯกทม.คนปัจจุบันอย่างนายชัชชาติ สิธิวัชรากร มีฐานเสียงที่แน่นปึ้ก แม้จะมีกระแสวิจารณ์บ้าง แต่ความนิยมยังคงสูง

นอกจากนี้ พรรคประชาธิปัตย์เองก็มี ส.ส. เพียง 21 คน และไม่มี ส.ส. ในเขตกรุงเทพฯ เลย ทำให้การหาคนที่พร้อมลงสนามชิงผู้ว่าฯกทม. ยิ่งยากขึ้น ผู้สมัครต้องพร้อมเสียสละ ลาออกจากงานประจำเพื่อมารับใช้พรรคและประชาชนกรุงเทพฯ

ฐานเสียงชัชชาติยังแน่นแฟ้น เหตุผลหลักที่ “ประชาธิปัตย์” ลังเล

หนึ่งในอุปสรรคใหญ่คือฐานเสียงของผู้ว่าฯชัชชาติที่แข็งแกร่ง นับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งมา ได้รับความนิยมจากนโยบายที่ตอบโจทย์คนกรุง เช่น การแก้ปัญหาน้ำท่วม จราจร และปรับปรุงสวนสาธารณะ ทำให้คู่แข่งต้องคิดหนัก พรรคประชาธิปัตย์ซึ่งเคยครองใจคนกรุงมานาน มองว่าต้องหาคนที่มีศักยภาพสูงพอจะสู้ได้

ทาบทามบุคคลลับๆ ไม่ใช่ชื่อที่เป็นข่าว

นายสาทิตย์ยืนยันว่าพรรคกำลังทาบทามหลายคน โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคได้ลงมือพูดคุยด้วยตัวเอง แต่ชื่อที่ปรากฏในสื่ออย่าง ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี และนายอภิชัย เตชะอุบล ไม่ได้อยู่ในลิสต์ พรรคเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ เพื่อไม่ให้กระทบต่อบุคคลที่สนใจ หากตกผลึกแล้วจะแถลงเปิดตัวทันที แต่ถ้าไม่ได้ ก็จะบอกตรงๆ อย่างที่ทำอยู่ตอนนี้

  • ทาบทามคนนอกพรรคเป็นหลัก
  • หลีกเลี่ยงชื่อที่เป็นข่าวเพื่อป้องกันผลกระทบ
  • หัวหน้าพรรคอภิสิทธิ์ลงมือเอง
  • หากได้ตัว จะเปิดตัวพร้อม ส.ก.

อยากได้คนรุ่นใหม่ ไม่ใช้คนในพรรค

ที่น่าสนใจคือ พรรคไม่คิดใช้คนในพรรคลงสมัคร เพราะต้องการคนใหม่ที่มีแนวคิดทันสมัย เพื่อพัฒนากรุงเทพฯ ให้เปลี่ยนแปลง นโยบายคนรุ่นใหม่จะช่วยดึงดูดฐานเสียงวัยหนุ่มสาว ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการเลือกตั้งครั้งหน้า หากสุดท้ายหาไม่ได้ พรรคก็จะไม่ส่งผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. แต่ยืนยันส่ง ส.ก. 50 เขตแน่นอน เพื่อรักษาฐานในสภากรุงเทพฯ

สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายของพรรคเก่าแก่如ประชาธิปัตย์ ในยุคที่การเมืองท้องถิ่นเปลี่ยนไป พรรคอื่นๆ อย่างเพื่อไทย ก้าวไกล พลังประชารัฐ ก็กำลังเคลื่อนไหวเต็มที่ การเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ครั้งต่อไปน่าจะดุเดือดยิ่งกว่าเดิม ด้วยประเด็นร้อนอย่างสิ่งแวดล้อม คมนาคม และเศรษฐกิจหลังโควิด

จากมุมมองของผู้วิเคราะห์ การที่ “สาทิตย์” รับตรงๆ “ประชาธิปัตย์” ยังหาตัวผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.ไม่ได้ แสดงถึงกลยุทธ์ที่รอบคอบของพรรค ดีกว่าส่งคนลงไปแล้วแพ้ยับเยิน อาจเป็นการถอยเพื่อก้าวหน้า รอจังหวะที่เหมาะสมกว่า

คุณคิดอย่างไรกับสถานการณ์นี้? พรรคประชาธิปัตย์จะหาคนได้ทันหรือไม่ หรือจะถอนตัวจริงๆ? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อติดตามข่าวการเมืองอัปเดต!

ที่มา – “สาทิตย์” รับตรงๆ “ประชาธิปัตย์” ยังหาตัวผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.ไม่ได้

ภูมิใจไทย กางแผน 120 วัน แก้รัฐธรรมนูญ

“ภูมิใจไทย” วางไทม์ไลน์ 120 วัน ยุบสภา เปิดโรดแมปแก้รัฐธรรมนูญ พ.ร.บ.กระจายอำนาจ – แก้ชายแดนไทยกัมพูชา ตามเงื่อนไขคุยพรรคส้ม ด้าน “อนุทิน” เก็บตัวไม่เข้าพรรค

เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 2 ก.ย. 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศที่พรรคภูมิใจไทย กรรมการบริหารพรรค สมาชิกพรรคทยอยเดินทางเข้ามาที่ทำการพรรค อาทิ นางสุขสมรวย วันทนียกุล สส.อำนาจเจริญ พรรคภูมิใจไทย น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย สส.อุบลราชธานี นายพลพีร์ สุวรรณฉวี สส.นครราชสีมา น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล นายภราดร ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ สส.สตูล เพื่อเกาะติดสถานการณ์จัดตั้งรัฐบาล หลังพรรคประชาชนยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะสนับสนุนแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทยหรือพรรคเพื่อไทย  ส่วนนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ไม่ได้เดินทางเข้าพรรคในวันนี้

กรรมการบริหารพรรค วางโรดแมป 120 วัน เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาสำคัญของประเทศ

ทั้งนี้ รายงานข่าวจากพรรคภูมิใจไทยระบุว่า วันนี้มีการประชุมของกรรมการบริหารพรรค เพื่อกำหนดกรอบและแนวทางนโยบายที่จะเริ่มดำเนินการภายใน 120 วัน หลังจากแถลงนโยบาย รวมถึงกรอบการลงพื้นที่ของฝ่ายบริหาร หรือ ครม.สัญจร ซึ่งจะเน้นไปในพื้นที่ภัยพิบัติ และจังหวัดที่มีปัญหาชายแดนไทย – กัมพูชา เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่ประชาชนจะต้องได้รับการดูแลเป็นลำดับแรกๆ

ดันแก้รัฐธรรมนูญวาระแรกประชุมสภา

ส่วนการขับเคลื่อนวาระงานในสภาผู้แทนราษฎรจะเร่งบรรจุวาระการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในวาระแรกของการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ตามเงื่อนไขที่ได้ตกลงไว้กับพรรคประชาชน ซึ่งแหล่งข่าวยืนยันว่า จะดำเนินการให้เป็นไปตามที่แกนนำได้ร่วมกำหนดไว้ และยังจะพิจารณาปลดล็อกกฎหมายการกระจายอำนาจท้องถิ่นด้วย

“ภูมิใจไทย” กางโรดแมป 120 วัน แก้รัฐธรรมนูญ พ.ร.บ.กระจายอำนาจ ชายแดนไทย-กัมพูชา

พรรคภูมิใจไทยได้ประกาศแผนการดำเนินงานที่สำคัญภายใน 120 วัน โดยมุ่งเน้นไปที่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ การผลักดันกฎหมายกระจายอำนาจ และการแก้ไขปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา นี่คือประเด็นหลักที่พรรคให้ความสำคัญ และตั้งเป้าที่จะดำเนินการให้เห็นผลเป็นรูปธรรมในช่วงเวลาที่กำหนด

ทำไมต้องแก้รัฐธรรมนูญ?

การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นหนึ่งในนโยบายหลักที่พรรคภูมิใจไทยให้ความสำคัญ เนื่องจากมองว่าเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาประเทศให้มีความเป็นประชาธิปไตยและเป็นธรรมมากขึ้น การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะช่วยปรับปรุงโครงสร้างทางการเมืองและกฎหมายให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน และเอื้อต่อการพัฒนาในด้านต่างๆ

การกระจายอำนาจท้องถิ่นคืออะไร และทำไมถึงสำคัญ?

การกระจายอำนาจท้องถิ่นคือการโอนอำนาจและทรัพยากรจากส่วนกลางไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้ท้องถิ่นมีความสามารถในการบริหารจัดการและแก้ไขปัญหาของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น การกระจายอำนาจจะช่วยส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในท้องถิ่น และทำให้การพัฒนาเป็นไปอย่างยั่งยืน

แก้ไขปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา: ความท้าทายที่ต้องเร่งแก้ไข

ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชาเป็นปัญหาที่ซับซ้อนและมีมายาวนาน ซึ่งส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ชายแดน พรรคภูมิใจไทยให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหานี้ โดยมุ่งเน้นไปที่การเจรจา การสร้างความเข้าใจ และการพัฒนาพื้นที่ชายแดนให้มีความเจริญและความสงบสุข

พรรคภูมิใจไทยกำลังเดินหน้าตามโรดแมปที่วางไว้ และมุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหาสำคัญของประเทศภายใน 120 วันข้างหน้า การแก้ไขรัฐธรรมนูญ การกระจายอำนาจ และการแก้ไขปัญหาชายแดนเป็นเป้าหมายหลักที่พรรคให้ความสำคัญ และต้องติดตามดูกันต่อไปว่าพรรคจะสามารถทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชนได้หรือไม่ ทั้งนี้การดำเนินการแก้ไขปัญหาต่างๆ ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อให้การพัฒนาประเทศเป็นไปในทิศทางที่ถูกต้องและยั่งยืน

โรดแมป 120 วันของพรรคภูมิใจไทยในการ ภูมิใจไทย กางโรดแมป 120 วัน แก้รัฐธรรมนูญ ถือเป็นเป้าหมายที่ท้าทาย แต่ก็แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของพรรคในการแก้ไขปัญหาสำคัญของประเทศ เราต้องติดตามอย่างใกล้ชิดว่าพรรคจะสามารถผลักดันนโยบายเหล่านี้ให้สำเร็จได้หรือไม่ และจะมีผลกระทบอย่างไรต่อประเทศไทยในอนาคต

ที่มา – “ภูมิใจไทย” กางโรดแมป 120 วัน แก้รัฐธรรมนูญ พ.ร.บ.กระจายอำนาจ ชายแดนไทย-กัมพูชา

Scroll to top