การประชุมคณะกรรมาธิการ

กมธ.กฎหมาย ร่อนหนังสือเชิญ อนุทิน-ทองเจือ แจงสอบข้าราชการท้องถิ่น

เรียกได้ว่าเป็นประเด็นที่สังคมกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิดเลยทีเดียวครับ สำหรับความเคลื่อนไหวล่าสุดจากสภาผู้แทนราษฎร โดยเฉพาะเมื่อ กมธ.กฎหมาย ร่อนหนังสือเชิญ “อนุทิน-ทองเจือ”พร้อมเลขา ป.ป.ช.แจงสอบข้าราชการท้องถิ่น ซึ่งถือเป็นเรื่องใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับการสรรหาบุคคลเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่นประจำปี 2567-2569 ที่ผ่านมา

กมธ.กฎหมาย ร่อนหนังสือเชิญ “อนุทิน-ทองเจือ”พร้อมเลขา ป.ป.ช.แจงสอบข้าราชการท้องถิ่น

การประชุมในครั้งนี้ถูกจัดขึ้นโดยคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร นำโดยนายรังสิมันต์ โรม ประธานคณะกรรมาธิการฯ โดยมีเป้าหมายเพื่อขอความกระจ่างเกี่ยวกับกระบวนการสรรหาบุคคลเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่น ซึ่งมีข้อกังวลในหลายประเด็นที่ประชาชนให้ความสนใจเป็นพิเศษ

รายละเอียดการเชิญบุคคลสำคัญเข้าให้ข้อมูล

สำหรับการเรียกบุคคลเข้าให้ข้อมูลครั้งนี้ ทางกรรมาธิการได้ส่งหนังสือเชิญไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องหลายท่าน เพื่อให้ข้อมูลอย่างละเอียดเกี่ยวกับประเด็น กมธ.กฎหมาย ร่อนหนังสือเชิญ “อนุทิน-ทองเจือ”พร้อมเลขา ป.ป.ช.แจงสอบข้าราชการท้องถิ่น โดยรายชื่อที่ถูกเชิญมานั้นมีทั้งรัฐมนตรี ผู้บริหารระดับสูง และตัวแทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนี้:

  • นายอนุทิน ชาญวีรกูล
  • นายทรงศักดิ์ ทองศรี
  • นายทองเจือ ชาติกิจเจริญ
  • เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)
  • ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง
  • อธิการบดีจากมหาวิทยาลัยชื่อดังหลายแห่งที่ร่วมดำเนินการสรรหา

ความน่าสนใจของกรณี กมธ.กฎหมาย ร่อนหนังสือเชิญ “อนุทิน-ทองเจือ”พร้อมเลขา ป.ป.ช.แจงสอบข้าราชการท้องถิ่น อยู่ที่การตั้งคำถามถึงมาตรฐานความโปร่งใสและหลักเกณฑ์ในการคัดเลือกบุคลากรเข้ารับราชการ ซึ่งเป็นอาชีพที่มีความมั่นคงและเป็นที่ใฝ่ฝันของใครหลายคน การที่มีหน่วยงานตรวจสอบอย่างกรรมาธิการเข้ามาดูแล จึงเป็นเรื่องที่ดีที่อาจทำให้กระบวนการสรรหามีความยุติธรรมและตรวจสอบได้มากยิ่งขึ้นครับ

เราต้องมาติดตามกันต่อครับว่า ผลสรุปจากการประชุมในวันพุธที่ 19 สิงหาคม 2569 ณ อาคารรัฐสภา จะออกมาเป็นอย่างไร จะมีประเด็นอะไรที่สังคมต้องร้องว้าว หรือมีการแก้ไขปรับปรุงระบบอย่างไรให้ดีขึ้น ในฐานะประชาชนคนไทย เราทุกคนมีสิทธิที่จะรับรู้ข้อมูลข่าวสารที่โปร่งใสแบบนี้ เพื่อสร้างสังคมที่ยุติธรรมต่อไปครับ หากมีอัปเดตเพิ่มเติม ผมจะรีบนำมาสรุปให้อ่านกันอีกแน่นอน!

ที่มา – กมธ.กฎหมาย ร่อนหนังสือเชิญ “อนุทิน-ทองเจือ”พร้อมเลขา ป.ป.ช.แจงสอบข้าราชการท้องถิ่น

ประธาน กมธ.ป.ป.ช. เชิญอธิบดี สถ.-อธิการบดี มศว แจงปมโกงสอบท้องถิ่น

ประธาน กมธ.ป.ป.ช. เชิญอธิบดี สถ.-อธิการบดี มศว แจงปมโกงสอบท้องถิ่น

กลายเป็นประเด็นร้อนที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก สำหรับกรณีข่าวคราวความไม่โปร่งใสในการสอบบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่น ซึ่งล่าสุดทางด้าน นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สส.ศรีสะเกษ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) ได้ออกมาเคลื่อนไหวทันทีเพื่อจัดการกับเรื่องนี้ให้กระจ่าง

เปิดเบื้องลึกการประชุมเพื่อจัดการปมโกงสอบท้องถิ่น

ในการประชุมวันที่ 9 กรกฎาคมที่จะถึงนี้ ทาง กมธ.ป.ป.ช. ได้เตรียมเชิญตัวแทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด 4 ฝ่ายเข้ามาให้ข้อมูลเชิงลึก เพื่อหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการทุจริตที่เกิดขึ้น โดยเน้นย้ำว่าการพิจารณาเรื่อง ประธาน กมธ.ป.ป.ช. เชิญอธิบดี สถ.-อธิการบดี มศว แจงปมโกงสอบท้องถิ่น ครั้งนี้ จะต้องมีความชัดเจนและโปร่งใสที่สุด โดยหน่วยงานที่ถูกเชิญมาประกอบด้วย:

  • อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น
  • ประธานคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น
  • อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
  • ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย)

นอกจากนี้ นายอาสพลธ์ยังได้ย้ำจุดยืนสำคัญของพรรคภูมิใจไทยว่า เราจะปล่อยให้เรื่องนี้ผ่านไปไม่ได้เด็ดขาด เพราะการสอบบรรจุข้าราชการควรเป็นพื้นที่ที่สร้างโอกาสให้ทุกคนอย่างเท่าเทียมและยุติธรรมที่สุด หากพบว่ามีการทุจริตจริง ผู้ที่อยู่เบื้องหลังจะต้องถูกดำเนินคดีจนถึงที่สุดโดยไม่มีข้อยกเว้น ไม่ว่าบุคคลนั้นจะมีตำแหน่งใหญ่โตเพียงใดก็ตาม เพราะกฎหมายต้องเป็นกฎหมาย

สำหรับความคืบหน้าของ ประธาน กมธ.ป.ป.ช. เชิญอธิบดี สถ.-อธิการบดี มศว แจงปมโกงสอบท้องถิ่น นั้น ถือเป็นสัญญาณที่ดีว่าทางภาครัฐไม่ได้นิ่งนอนใจต่อปัญหาการคอร์รัปชัน และพร้อมที่จะตรวจสอบเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ผู้เข้าสอบทุกคนที่ตั้งใจฝากอนาคตไว้กับการสอบครั้งนี้

ในฐานะประชาชนเราคงต้องจับตาดูกันต่อไปว่า ผลการสอบสวนจะออกมาเป็นอย่างไร และจะมีการเอาผิดผู้กระทำความผิดได้ตามที่ตั้งเป้าไว้หรือไม่ เพราะความเชื่อมั่นของระบบราชการไทยขึ้นอยู่กับความตรงไปตรงมาในกระบวนการสรรหาบุคลากรเหล่านี้ หากใครมีเบาะแสหรือข้อมูลเพิ่มเติม ประชาชนทุกคนในฐานะเจ้าของภาษีสามารถร่วมกันเป็นหูเป็นตา เพื่อไม่ให้ช่องว่างของการทุจริตทำลายโอกาสของเพื่อนมนุษย์ด้วยกันได้อีกต่อไป

ที่มา – ประธาน กมธ.ป.ป.ช. เชิญ อธิบดี สถ.-อธิการบดี มศว ให้ข้อมูลปมโกงสอบท้องถิ่น พรุ่งนี้

“มาดามเดียร์” เบรก “DGA-ก.ดีอี” ซื้อ “คลาวด์” ซ้ำซ้อน กว่า 5 พันล้านบาท

“มาดามเดียร์” เบรก “DGA-ก.ดีอี” ซื้อ “คลาวด์” ซ้ำซ้อน กว่า 5 พันล้านบาท

กลายเป็นประเด็นร้อนในที่ประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2570 เมื่อ “มาดามเดียร์” เบรก “DGA-ก.ดีอี” ซื้อ “คลาวด์” ซ้ำซ้อน กว่า 5 พันล้านบาท โดยได้ออกมาตั้งคำถามถึงความโปร่งใสและความคุ้มค่าในการใช้จ่ายงบประมาณของหน่วยงานรัฐ ทั้งสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) และสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (DGA) ว่ามีการบริหารจัดการงบประมาณที่เหมาะสมหรือไม่

เจาะลึกงบประมาณ สกมช. ที่สวนทางกับความเป็นจริง

จากการตรวจสอบรายละเอียดงบประมาณพบว่า สกมช. มีการปรับลดงบประมาณในภาพรวมลงถึง 20% แต่สิ่งที่น่าตกใจคือการที่งบบุคลากรกลับพุ่งสูงขึ้นเกือบเท่าตัวภายในระยะเวลาเพียง 2 ปี จาก 69 ล้านบาทในปี 2568 ทะยานสู่ 129 ล้านบาทในปี 2570 ซึ่งในขณะเดียวกัน แผนงานด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์กลับถูกตัดงบลงกว่า 30% สร้างคำถามว่าภารกิจหลักด้านความมั่นคงไซเบอร์ของประเทศกำลังถูกละเลยหรือไม่

ในส่วนของประเด็น “มาดามเดียร์” เบรก “DGA-ก.ดีอี” ซื้อ “คลาวด์” ซ้ำซ้อน กว่า 5 พันล้านบาท นั้น พบว่ามีความย้อนแย้งที่ชัดเจนในการจัดซื้อระบบคลาวด์ภาครัฐ โดยข้อมูลที่น่าสนใจมีดังนี้:

  • DGA ตั้งงบประมาณจัดซื้อคลาวด์และ VPN รวมกว่า 106.7 ล้านบาท
  • กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) จัดโครงการจัดซื้อคลาวด์มูลค่าสูงถึง 4,980 ล้านบาท
  • การดำเนินงานทั้งสองส่วนอยู่ในแผนงานบูรณาการรัฐบาลดิจิทัลเดียวกัน สร้างข้อสงสัยเรื่องความซ้ำซ้อน

บทเรียนเรื่องการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ

ความกังวลที่เกิดขึ้นไม่ใช่เพียงตัวเลขมหาศาลกว่า 5 พันล้านบาทเท่านั้น แต่รวมถึงความชัดเจนของบทบาทระหว่างหน่วยงานกลางอย่าง DGA และกระทรวงดีอี ว่ามีขอบเขตการทำงานอย่างไรเพื่อไม่ให้เกิดการใช้งบประมาณซ้ำซ้อนจนสิ้นเปลืองภาษีของประชาชน “มาดามเดียร์” เบรก “DGA-ก.ดีอี” ซื้อ “คลาวด์” ซ้ำซ้อน กว่า 5 พันล้านบาท ครั้งนี้จึงเปรียบเสมือนสัญญาณเตือนหน่วยงานรัฐให้กลับมาทบทวนดัชนีชี้วัดความสำเร็จ (KPI) ให้วัดผลได้จริงเชิงคุณภาพ ไม่ใช่เพียงแค่การนับจำนวนหน่วยงานที่เข้าร่วมโครงการเท่านั้น

ในฐานะประชาชน เราควรจับตาดูว่าคำชี้แจงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเป็นอย่างไร และบทสรุปของงบประมาณก้อนนี้จะถูกนำไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อให้ประเทศไทยก้าวสู่รัฐบาลดิจิทัลที่มีความมั่นคงปลอดภัยอย่างแท้จริงโดยไม่ต้องสูญเสียงบประมาณไปกับความซ้ำซ้อนครับ

ที่มา – “มาดามเดียร์” เบรก “DGA-ก.ดีอี” ซื้อ “คลาวด์” ซ้ำซ้อน กว่า 5 พันล้านบาท

“ไหม” เรียกร้อง “ภาวุธ” ออกโรงชี้แจงสังคมปมโยงคดี Forex เพิ่มเติม

“ไหม” เรียกร้อง “ภาวุธ” ออกโรงชี้แจงสังคมปมโยงคดี Forex เพิ่มเติม

กลายเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก สำหรับกรณีที่มีการเชื่อมโยงชื่อของนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เข้ากับคดีแชร์ลูกโซ่ Forex ซึ่งล่าสุด น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน ได้ออกมาเคลื่อนไหวด้วยการกล่าวว่าทางพรรคประชาชนไม่ได้นิ่งนอนใจต่อเรื่องดังกล่าว พร้อมเรียกร้องให้ทางนายภาวุธรีบออกมาแสดงความชัดเจนต่อสาธารณชน

ในฐานะที่เรื่องนี้อาจขยายวงกว้างไปสู่คดีอาชญากรรมข้ามชาติหรือคดีอุกฉกรรจ์ การที่ “ไหม” เรียกร้อง “ภาวุธ” ออกโรงชี้แจงสังคมปมโยงคดี Forex เพิ่มเติม จึงถือเป็นสิ่งที่จำเป็นเพื่อรักษาความโปร่งใสของพรรคและสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนที่กำลังเฝ้าติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด

มุมมองต่อคดีและการเตรียมตัวสู้คดี

ทางด้าน น.ส.ศิริกัญญา ระบุว่า พรรคได้มีการตั้งคณะกรรมการสืบเสาะข้อเท็จจริงขึ้นมาเพื่อตรวจสอบเรื่องนี้โดยเฉพาะ แม้จะเข้าใจได้ว่านายภาวุธอาจกำลังวุ่นวายกับการเตรียมเอกสารเพื่อชี้แจงต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แต่การออกมาให้ข้อมูลต่อสังคมในส่วนที่ไม่กระทบต่อรูปคดีเป็นสิ่งที่ควรทำ โดยเฉพาะเมื่อมีการขุดคลิปเก่าที่เกี่ยวกับการชวนเทรด Forex ออกมาวิพากษ์วิจารณ์

หรือนี่คือเกมการเมือง?

คำถามสำคัญที่หลายคนสงสัยคือ นี่เป็นเพียงความผิดส่วนบุคคลหรือมีเรื่องการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องหรือไม่? น.ส.ศิริกัญญาได้ตั้งข้อสังเกตถึง “จังหวะเวลา” ที่ข้อมูลถูกปล่อยออกมา ซึ่งดูเหมือนจะทับซ้อนกับการตรวจสอบโครงการของรัฐบาล โดยเธอได้เน้นย้ำประเด็นดังนี้:

  • การตั้งข้อสงสัยถึงช่วงเวลาที่ปล่อยข่าวในช่วงการประชุมสำคัญ
  • ความไม่ชัดเจนของดีเอสไอในการเปิดเผยชื่อผู้ต้องหาหรือข้อกล่าวหาที่แท้จริง
  • การป้องกันไม่ให้กรณี Forext เบี่ยงเบนความสนใจจากการตรวจสอบการใช้เงินงบประมาณแผ่นดิน

อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้ทางพรรคยังคงยึดหลักการที่ว่า ต้องรอให้กระบวนการยุติธรรมทำงานอย่างตรงไปตรงมา แต่ในขณะเดียวกัน การที่ “ไหม” เรียกร้อง “ภาวุธ” ออกโรงชี้แจงสังคมปมโยงคดี Forex เพิ่มเติม ยังคงเป็นจุดยืนที่พรรคพยายามสะท้อนว่า ทุกคนภายใต้พรรคประชาชนต้องพร้อมรับการตรวจสอบอย่างโปร่งใสที่สุด

ท้ายที่สุดนี้ สังคมยังคงต้องจับตามองต่อไปว่า บทสรุปของคดีนี้จะเป็นอย่างไร และการออกมาชี้แจงของนายภาวุธจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร นี่ถือเป็นบททดสอบสำคัญของพรรคการเมืองในการบริหารจัดการวิกฤตความเชื่อมั่นของประชาชนในยุคที่ข้อมูลข่าวสารสามารถขุดคุ้ยได้อย่างรวดเร็วครับ

ที่มา – “ไหม” เรียกร้อง “ภาวุธ” ออกโรงชี้แจงสังคมปมโยงคดี Forex เพิ่มเติม

ทีมคลี่คลายคดี สส.กมลศักดิ์ แฉข้าราชการสั่งสกัดตัวละครใหม่

ทีมคลี่คลายคดี สส.กมลศักดิ์ แฉข้าราชการสั่งสกัดตัวละครใหม่ กลางพื้นที่ชายแดนใต้

กลายเป็นประเด็นร้อนที่สังคมไทยกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิด สำหรับความคืบหน้าของคดีลอบยิง นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ส.ส.เขต 5 นราธิวาส พรรคประชาชาติ ซึ่งผ่านไปแล้วเกือบ 3 เดือน แต่คดียังคงไม่มีการจับกุมตัวผู้กระทำความผิด ล่าสุดทีมคลี่คลายคดี สส.กมลศักดิ์ แฉข้าราชการสั่งสกัดตัวละครใหม่ ที่เตรียมจะนำหลักฐานสำคัญมามอบให้ โดยระบุว่าได้รับคำสั่งจากข้าราชการผู้มีอำนาจระดับสูงในจังหวัดให้หยุดยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้โดยเด็ดขาด

นายอับดุลเราะมัน มอลอ รองเลขาธิการพรรคประชาชาติ ได้ออกมาเปิดเผยผ่านสื่อมวลชนถึงความยากลำบากในการหาความจริงว่า การทำงานของทีมงานต้องเผชิญกับอุปสรรคสำคัญจากกลไกของภาครัฐเสียเอง ทั้งที่พื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มีความบอบช้ำจากเหตุการณ์ความไม่สงบมาอย่างยาวนานกว่า 22 ปี การที่ข้าราชการระดับสูงเลือกใช้อำนาจที่มีอยู่ไปปกป้องคนผิดแทนที่จะอำนวยความยุติธรรม ถือเป็นเรื่องที่น่าหดหู่ใจอย่างยิ่ง

เบื้องลึกความเชื่อมโยงที่ต้องจับตา: ทีมคลี่คลายคดี สส.กมลศักดิ์ แฉข้าราชการสั่งสกัดตัวละครใหม่

ปัญหาที่เกิดขึ้นทำให้หลายฝ่ายตั้งคำถามถึงความโปร่งใสในระบบราชการไทย ว่าเหตุใดข้าราชการที่ควรเป็นที่พึ่งของประชาชนกลับกลายเป็นอุปสรรคในการคลี่คลายคดีสำคัญเช่นนี้ การที่ทีมคลี่คลายคดี สส.กมลศักดิ์ แฉข้าราชการสั่งสกัดตัวละครใหม่ สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามที่จะปิดปากพยานหรือแหล่งข่าวเพื่อปกปิดความจริงบางอย่างที่อาจเชื่อมโยงไปถึงบุคคลในโครงสร้างอำนาจรัฐเอง

นอกจากนี้ ในวันที่ 17 มิถุนายนที่จะถึงนี้ คาดว่าจะเป็นหมุดหมายสำคัญของคดีนี้ โดยจะมีการชี้แจงจากผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ในฐานะ ผอ.รมน.จังหวัด ต่อคณะกรรมาธิการการกฎหมายฯ ซึ่งสังคมต่างรอคอยคำตอบว่า:

  • ความคืบหน้าทางนิติวิทยาศาสตร์ที่ล่าช้าเกี่ยวข้องกับใครบ้าง?
  • ทำไมข้าราชการระดับสูงถึงต้องสั่งขัดขวางการเข้าถึงหลักฐานสำคัญ?
  • กลไกของ กอ.รมน. มีบทบาทอย่างไรกับคดีนี้?

หากปล่อยให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นโดยไม่มีการตรวจสอบ ระบบราชการจะกลายเป็นจำเลยของสังคมเสียเอง ในฐานะประชาชนที่ติดตามข่าวสาร เราคงต้องช่วยกันเป็นกระบอกเสียงและร่วมกันจับตาดูว่า ผู้มีอำนาจจะจริงใจในการสืบหาความจริงมากน้อยแค่ไหน เพราะหัวใจสำคัญของความสงบสุขในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ คือความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมที่ต้องเท่าเทียมและปราศจากการแทรกแซงจากผู้มีอำนาจเบื้องหลังอย่างเด็ดขาด

ที่มา – ทีมคลี่คลายคดี “สส.กมลศักดิ์” แฉข้าราชการผู้มีอำนาจสูงในจังหวัด สั่งสกัด “ตัวละครใหม่”

Scroll to top