การประสานงานหน่วยงาน

ศุภณัฐ จี้ กทม. ทำแผนที่ทรัพย์สินสาธารณะทั่วกรุง

เชื่อว่าคนกรุงหลายคนคงเคยเจอปัญหาเดินอยู่ดีๆ แล้วฟุตบาทพัง ฝาท่อทรุด หรือเสาไฟขวางทาง แต่พอจะแจ้งซ่อมกลับโยนกันไปมาหาเจ้าภาพไม่เจอ ล่าสุด ศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส.กทม. พรรคประชาชน ได้ออกมาตีแผ่ปัญหานี้ พร้อมเสนอทางออกเพื่อยุติวงจรการปัดความรับผิดชอบที่เรื้อรังมานานครับ

ศุภณัฐ จี้ กทม. ทำแผนที่ทรัพย์สินสาธารณะทั่วกรุง

เหตุการณ์ที่เป็นบทเรียนสำคัญเกิดขึ้นที่เขตมีนบุรี เมื่อฟุตบาทบริเวณหน้าสถานีรถไฟฟ้าสายสีส้มชำรุดเสียหาย แม้จะมีการประสานงานไปแล้วแต่กลับได้รับคำตอบที่กำกวมจากหน่วยงานต่างๆ จนกลายเป็นคำถามว่า สุดท้ายแล้ว พื้นที่ตรงนั้นใครกันแน่ที่มีหน้าที่ดูแล และนั่นคือที่มาที่ทำไม ศุภณัฐ จี้ กทม. ทำแผนที่ทรัพย์สินสาธารณะทั่วกรุง เพื่อให้เรื่องนี้ชัดเจนเสียที

ทำไมต้องมี Bangkok Asset Management Map?

ปัญหาใหญ่ของกรุงเทพฯ คือความซ้อนทับกันของหน่วยงาน ทั้งสำนักเขต, สำนักการโยธา, กรมทางหลวง, รฟม. หรือการไฟฟ้าฯ ทำให้ ศุภณัฐ จี้ กทม. ทำแผนที่ทรัพย์สินสาธารณะทั่วกรุง ผ่านแนวคิด “Bangkok Asset Management Map” ซึ่งจะเป็นระบบฐานข้อมูลที่ตอบโจทย์ดังนี้:

  • โปร่งใส: ระบุได้ชัดเจนว่าทรัพย์สินชิ้นไหน ใครเป็นเจ้าภาพตัวจริง
  • ตรวจสอบได้: ประชาชนสามารถเช็คประวัติการซ่อมบำรุงและงบประมาณได้
  • แก้ไขไว: ลดขั้นตอนการโยนงานระหว่างหน่วยงาน

หากเรามีแผนที่ทรัพย์สินสาธารณะที่ระบุแนวถนน สะพาน อุโมงค์ หรือแม้แต่เสาไฟอย่างละเอียด ปัญหาการลอยแพความเดือดร้อนของประชาชนก็จะหมดไป นี่คือจุดเริ่มต้นของการสร้างเมืองที่ใส่ใจคุณภาพชีวิตอย่างแท้จริงครับ

ในมุมมองของผม การที่ภาครัฐยอมเปิดเผยข้อมูลเหล่านี้ออกมาให้ประชาชนรับรู้ ไม่ใช่แค่การทำแผนที่ธรรมดา แต่คือการสร้าง ‘ความไว้วางใจ’ ระหว่างรัฐกับประชาชน หาก กทม. สามารถทำเรื่องนี้ให้สำเร็จได้ ก็จะเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้กรุงเทพฯ กลายเป็นเมืองที่น่าอยู่และปลอดภัยขึ้นอย่างแน่นอน มาร่วมจับตาดูไปพร้อมกันนะครับว่าข้อเสนอของศุภณัฐจะถูกนำไปปฏิบัติจริงได้เร็วแค่ไหน

ที่มา – “ศุภณัฐ” ยกบทเรียนฟุตบาทพังไร้เจ้าภาพ จี้ กทม. เปิดแผนที่ทรัพย์สินสาธารณะทั่วกรุง

ครม.ตั้ง! นายกฯ คุม แก้ไขปัญหาการก่อการร้ายสากล

คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบแต่งตั้งคณะกรรมการสำคัญ 2 คณะ โดยมีประเด็นสำคัญคือ นายกรัฐมนตรีเป็นประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหาการก่อการร้ายสากล และเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เป็นประธานคณะกรรมการพิจารณาปัญหาเขตแดนของประเทศไทย การเปลี่ยนแปลงนี้มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการกับความท้าทายด้านความมั่นคงที่ประเทศกำลังเผชิญ

เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติตามที่ สมช. เสนอให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการจำนวน 2 คณะ ได้แก่:

  1. คณะกรรมการนโยบายและอำนวยการแก้ไขปัญหาการก่อการร้ายสากล (นอก.)
  2. คณะกรรมการพิจารณาปัญหาเขตแดนของประเทศไทย

คณะกรรมการแก้ไขปัญหาการก่อการร้ายสากล: นายกฯ นั่งหัวโต๊ะ

การปรับปรุงองค์ประกอบและอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการชุดต่างๆ เป็นไปตามที่นายกรัฐมนตรีได้เห็นชอบไว้แล้วตั้งแต่วันที่ 4 ตุลาคม 2568 สำหรับคณะกรรมการแก้ไขปัญหาการก่อการร้ายสากล มีองค์ประกอบดังนี้:

  • นายกรัฐมนตรี ประธานกรรมการ
  • รองนายกรัฐมนตรี ที่ได้รับมอบหมาย รองประธานกรรมการ
  • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กรรมการ
  • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กรรมการ
  • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กรรมการ
  • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กรรมการ
  • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กรรมการ
  • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กรรมการ
  • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กรรมการ
  • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กรรมการ
  • เลขาธิการนายกรัฐมนตรี กรรมการ
  • ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กรรมการ
  • ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ กรรมการ
  • ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กรรมการ
  • อัยการสูงสุด กรรมการ
  • ผู้บัญชาการทหารสูงสุด กรรมการ
  • ผู้บัญชาการทหารบก กรรมการ
  • ผู้บัญชาการทหารเรือ กรรมการ
  • ผู้บัญชาการทหารอากาศ กรรมการ
  • เจ้ากรมยุทธการทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย กรรมการ
  • อธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย กระทรวงการต่างประเทศ กรรมการ
  • ผู้แทนส่วนราชการและผู้ทรงคุณวุฒิที่เกี่ยวข้อง กรรมการ
  • เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ กรรมการและเลขานุการ
  • รองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ (1)
  • ผู้อำนวยการกองความมั่นคงเกี่ยวกับภัยคุกคามข้ามชาติ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ (2)

หน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการแก้ไขปัญหาการก่อการร้ายสากล

หน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการชุดนี้ยังคงเดิม โดยมีบทบาทสำคัญในการ:

  1. พิจารณากำหนดนโยบายและการดำเนินการแก้ไขปัญหาการก่อการร้ายสากล ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน
  2. ศึกษา ติดตาม และประเมินสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายสากลอย่างต่อเนื่อง
  3. ปฏิบัติการ ณ ที่เกิดเหตุเมื่อเกิดสถานการณ์ก่อการร้ายทั้งในและนอกประเทศ และเสนอแนะมาตรการปฏิบัติแก่รัฐบาล
  4. มอบหมายมาตรการและอำนวยการในการแก้ไขปัญหาให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

นอกจากนี้ คณะกรรมการยังมีอำนาจในการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ เชิญบุคคลมาชี้แจง และตัดสินใจในกรณีเร่งด่วน

คณะกรรมการพิจารณาปัญหาเขตแดนของประเทศไทย มีองค์ประกอบหลักจากหน่วยงานความมั่นคงและราชการที่เกี่ยวข้อง โดยมีหน้าที่พิจารณาปัญหาเขตแดนทั้งทางบก ทางน้ำ และทางทะเลกับประเทศเพื่อนบ้าน และเสนอแนะนโยบายแก้ไขปัญหาเขตแดนต่อสภาความมั่นคงแห่งชาติและคณะรัฐมนตรี

การแต่งตั้งคณะกรรมการทั้งสองชุดนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการเสริมสร้างความมั่นคงของประเทศ และพร้อมรับมือกับความท้าทายที่อาจเกิดขึ้น ทั้งในด้านการก่อการร้ายและปัญหาเขตแดน

การมีคณะกรรมการที่ชัดเจนและมีอำนาจหน้าที่ครอบคลุม จะช่วยให้การทำงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วและทันท่วงที โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในสถานการณ์โลกปัจจุบันที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน การเตรียมพร้อมรับมือกับภัยคุกคามต่างๆ จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง และการมี คณะกรรมการแก้ไขปัญหาการก่อการร้ายสากล ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ถือเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอันดับแรก

ที่มา – ครม.เห็นชอบแต่งตั้ง 2 คณะกรรมการสำคัญ นายกฯนั่งประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหาการก่อการร้ายสากล

Scroll to top