การพัฒนาท้องถิ่น

“จตุพร” นำทัพ อ้อนเลือก “วิไลพร” เข้าสภา

“จตุพร” นำทัพโอกาสใหม่บุกกาฬสินธุ์ อ้อนชาวกมลาไสย เลือก “วิไลพร” เข้าสภาแก้ปัญหา ชูแช่แข็งหนี้–ไฟฟรี–แก้จนทั้งระบบ

วันที่ 5 ม.ค. 2569 ที่ อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ พรรคโอกาสใหม่ นำโดยนายจตุพร บุรุษพัฒน์ หัวหน้าพรรค พร้อมนายประภาส ยงคะวิสัย แม่ทัพภาคอีสาน ขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่หาเสียงช่วยนางวิไลพร นิพัฒน์ ผู้สมัคร สส.กาฬสินธุ์ เขต 5 เบอร์ 4 โดยเสนอชุดนโยบายแก้ปัญหาปากท้องและความเหลื่อมล้ำอย่างเป็นรูปธรรม บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก

นายจตุพร ย้ำความเชื่อมั่นในทีมบุคลากรของพรรค พร้อมชูนโยบายที่ตอบโจทย์ชาวอีสาน 4 ด้านหลัก ได้แก่ การแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะฝุ่น PM 2.5 และการเพิ่มพื้นที่สีเขียว การพัฒนาระบบน้ำให้น้ำถึงไร่นา และมีประปาครบทุกครัวเรือน การแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินให้แล้วเสร็จภายใน 6 เดือน และการลดภาระเกษตรกรผ่านการเปิด “ร้านค้าธงเขียว” จำหน่ายปุ๋ยและอุปกรณ์การเกษตรราคาถูก ควบคู่กับนโยบายแช่แข็งหนี้และการสร้างงานรองรับนักศึกษาจบใหม่

ด้านนายประภาส ชูนโยบายภายใต้สโลแกน “มีเรา ไม่มีมืด” เดินหน้าผลักดันการติดตั้งโซลาร์รูฟให้ครอบครัวยากจน เพื่อให้ใช้ไฟฟ้าฟรีตลอดชีวิต ควบคู่กับนโยบายดูแลตั้งแต่ในครรภ์ “ท้องปุ๊บ ดื่มนมปั๊บ” เพื่อลดภาระครอบครัว พร้อมมาตรการลดต้นทุนเกษตรกร อาทิ “1 หมู่บ้าน 1 รถเกี่ยวข้าว” และนโยบายแช่แข็งหนี้นาน 10 ปี นอกจากนี้ยังเสนอแนวคิดยกระดับเศรษฐกิจท้องถิ่นด้วยการผลักดันการแข่งขันเจ็ตสกีระดับโลก ที่เขื่อนลำปาว เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวและสร้างรายได้ให้พื้นที่

ขณะที่นางวิไลพร ขอบคุณประชาชนที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น พร้อมขอโอกาสเข้ามาทำงานรับใช้พื้นที่ ยืนยันด้วยประสบการณ์ ในฐานะอดีตรองนายก อบจ.กาฬสินธุ์ จะนำความรู้ความสามารถมาพัฒนาพื้นที่ให้ดีขึ้น และเชิญชวนประชาชนเปิดใจให้โอกาสพรรคโอกาสใหม่ เพื่อร่วมกันเปลี่ยนแปลงกาฬสินธุ์อย่างยั่งยืน

“จตุพร” นำทัพโอกาสใหม่ อ้อนชาวกมลาไสย เลือก “วิไลพร” เข้าสภา

การลงพื้นที่ของนายจตุพรในครั้งนี้ ถือเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่า พรรคโอกาสใหม่ให้ความสำคัญกับการเลือกตั้งในพื้นที่ภาคอีสานเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเขตเลือกตั้งที่ 5 จังหวัดกาฬสินธุ์ ที่นางวิไลพร นิพัฒน์ เป็นผู้สมัคร การปราศรัยในครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่การนำเสนอนโยบายที่จับต้องได้ และแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชนอย่างตรงจุด

ทำไมต้องเลือก “วิไลพร” เข้าสภา?

คำถามนี้ดังก้องอยู่ในใจของชาวกมลาไสย และเป็นสิ่งที่นางวิไลพรต้องพิสูจน์ให้เห็นว่า เธอมีความพร้อมและศักยภาพที่จะเป็นปากเสียงแทนพวกเขาในสภา ด้วยประสบการณ์การทำงานในระดับท้องถิ่น ทำให้นางวิไลพรเข้าใจถึงปัญหาและความต้องการของประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างดี

นโยบายที่พรรคโอกาสใหม่นำเสนอ ไม่ว่าจะเป็นการแช่แข็งหนี้, การให้ไฟฟ้าฟรี, หรือการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกิน ล้วนเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนในพื้นที่ทั้งสิ้น แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือ การที่นโยบายเหล่านี้จะสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง และเกิดผลเป็นรูปธรรม

พรรคโอกาสใหม่ได้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาความยากจนและความเหลื่อมล้ำในสังคม โดยมีนโยบายที่ครอบคลุมในทุกมิติ ตั้งแต่การลดภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือน การสร้างงานสร้างรายได้ ไปจนถึงการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน

การเลือกตั้งครั้งนี้จึงถือเป็นโอกาสสำคัญของชาวกมลาไสยที่จะร่วมกันกำหนดอนาคตของตนเอง และเลือกผู้แทนที่สามารถนำพาพวกเขาไปสู่ชีวิตที่ดีกว่าเดิมได้ การตัดสินใจเลือก “วิไลพร” เข้าสภา จึงเป็นการตัดสินใจที่จะส่งผลต่อชีวิตของพวกเขาในระยะยาว

การสนับสนุน “วิไลพร” เข้าสภา ไม่ใช่แค่การเลือกคนๆ หนึ่ง แต่เป็นการเลือกอนาคต เลือกโอกาส และเลือกที่จะเปลี่ยนแปลงกาฬสินธุ์ให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน การปราศรัยของนายจตุพรในครั้งนี้จึงเป็นการตอกย้ำความมั่นใจให้กับชาวกมลาไสยว่า พรรคโอกาสใหม่พร้อมที่จะยืนหยัดเคียงข้างพวกเขา และร่วมกันสร้างสรรค์สังคมที่ดีกว่าเดิม

มาร่วมกันสร้างโอกาสใหม่ให้กาฬสินธุ์ ด้วยการสนับสนุน “วิไลพร” เข้าสภา

ที่มา – “จตุพร” นำทัพโอกาสใหม่ อ้อนชาวกมลาไสย เลือก “วิไลพร” เข้าสภา

“ยศชนัน” ชู ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ – เทคโนโลยี

“ยศชนัน” แสดงวิสัยทัศน์นำประเทศพ้นวิกฤต ชูปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ – เทคโนโลยี ให้คนไทยได้รับโอกาสที่เท่ากัน มั่นใจ “เพื่อไทย” ทำได้

วันที่ 16 ธ.ค. 2568 นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย กล่าวแสดงวิสัยทัศน์ว่า ชีวิตตนคือภาพสะท้อนคนไทยจำนวนมากที่เติบโตจากครอบครัวข้าราชการและพยาบาล ย้ายถิ่นฐานไปหลายจังหวัด เรียนโรงเรียนประจำจังหวัด ได้รับการปลูกฝังว่า ความรู้ ความขยันคือหนทางเปลี่ยนชีวิต ประเทศไทยผ่านวิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่ ปี 2540 สามารถฟื้นตัวได้จากความเชื่อมั่นว่า คนไทยทำได้ อย่างพรรคไทยรักไทยในอดีตที่สร้างนโยบายเปลี่ยนชีวิตประชาชน ปลดวิกฤตให้ประเทศ แต่ตลอดเส้นทางเผชิญความไม่เป็นธรรมซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนถึงปัจจุบัน ปี 2568 ประเทศไทยเผชิญPerfect Storm ทั้งเศรษฐกิจ ภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยี นายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทยแก้ปัญหาเหล่านี้เต็มที่ แต่สถานการณ์การเมืองไทยทำให้ต้องเปลี่ยนนายกฯ ปีละครั้ง แต่ทำได้ขนาดนี้ต้องชื่นชมอดีตนายกฯ พรรคเพื่อไทย ส่วนทิศทางอนาคตประเทศไทยนั้น ถ้าวันนี้เราเลือกทำสิ่งใหม่ ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ – เทคโนโลยี ใช้ความคิดสร้างสรรค์คนไทย เชื่อว่าอนาคตที่ดีของประเทศไทยเป็นไปได้

ตั้งเป้ายกระดับรายได้ให้เร็วที่สุด

นายยศชนัน กล่าวว่า ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย จะนำประเทศไทยพ้นวิกฤตที่กำลังเผชิญไปให้ได้ มีเป้าหมายยกระดับประเทศไทยสู่ประเทศรายได้สูงให้เร็วที่สุด ใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และ AI เป็นแกนหลัก ผ่านยุทธศาสตร์สำคัญได้แก่ การเพิ่มประสิทธิภาพเศรษฐกิจเดิมด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ในส่วนภาคเกษตรกรรม, อุตสาหกรรมการผลิต, ภาคการบริการ พร้อมไปกับการสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่จากศักยภาพท้องถิ่นผสานเทคโนโลยีล้ำสมัย ครอบคลุมการเปลี่ยนผ่านด้านสภาพภูมิอากาศ การผลิตอุตสาหกรรม และสุขภาพและคุณภาพชีวิต

ให้คนไทยได้รับโอกาสเท่ากัน

นายยศชนัน กล่าวว่า ขณะเดียวกันบทบาทภาครัฐเองต้องปรับตัว เพื่อรองรับเศรษฐกิจมูลค่าสูง สิ่งรัฐบาลต้องเดินหน้า 3 ด้าน คือ 1. สร้างความมั่นคงรอบด้าน ทั้งการทหาร ความมั่นคงไซเบอร์ ความมั่นคงด้านอาหาร พลังงาน และการรับมือ Climate Change ควบคู่การทูตที่รักษาสมดุลผลประโยชน์ของไทย 2. สร้างความเชื่อมั่นผ่านการฟื้นฟูหลักนิติธรรมคืนความยุติธรรมให้ประชาชน ใช้Digital Government สร้างความโปร่งใส ป้องกันการคอร์รัปชัน ควบคู่ไปกับ AI Transformation สร้างระบบรัฐแบบ One Stop Service 3. การวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานสมัยใหม่ ตั้งแต่คมนาคม, โลจิสติกส์, ความปลอดภัยด้วย AI, โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล, พลังงานสะอาด, สวัสดิการ, การศึกษา, วิจัย และนวัตกรรม รองรับเศรษฐกิจใหม่และยกระดับเศรษฐกิจเดิม ให้ความสำคัญการเตรียมคนให้สอดรับการวางโครงสร้างรากฐานเศรษฐกิจใหม่ คนไทยทุกคนต้องได้รับโอกาสเติบโตที่เท่ากัน จะเกิดที่ไหนในแผ่นดินไทยก็เป็นคนไทย ต้องได้รับโอกาสเท่ากัน ไม่ได้ทำเพื่อพรรคการเมืองใด แต่ทำเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลง มีหัวใจอยู่ที่ประชาชน 

การเดินทางครั้งนี้ไม่ใช่การเดินทางของพรรคเพื่อไทย แต่เป็นการเดินทางให้เรากลับมาช่วยสร้างประเทศขึ้นใหม่อีกครั้ง “วันนี้ทุกคนจากพรรคไทยรักไทยที่ไม่ได้รับความยุติธรรม ทุกคนกลับมาที่บ้านของพวกเรา บวกกับคนรุ่นใหม่ พรรคเพื่อไทย มารวมกัน มั่นใจว่า เราทำได้ เริ่มจากวันนี้ เวลานี้ วินาทีนี้ ยกเครื่องประเทศไทย ถ้าเพื่อไทยทำได้ ประเทศไทยก็ทำได้แน่นอน”

“ยศชนัน” แสดงวิสัยทัศน์นำประเทศพ้นวิกฤต ชูปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ – เทคโนโลยี

การที่นายยศชนันได้แสดงวิสัยทัศน์ที่มุ่งเน้นการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ – เทคโนโลยี นั้น ถือเป็นสัญญาณที่ดีของการเตรียมพร้อมรับมือกับความท้าทายในอนาคต ประเทศไทยจำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลงเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระดับนานาชาติ

ทำไมการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ – เทคโนโลยี ถึงสำคัญ?

การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ – เทคโนโลยี มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาประเทศในยุคปัจจุบัน เพราะเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในทุกภาคส่วนของการดำเนินชีวิตและเศรษฐกิจ การปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงนี้จะช่วยให้ประเทศไทยสามารถ:

  • เพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต
  • สร้างนวัตกรรมใหม่ๆ
  • ลดต้นทุนในการดำเนินงาน
  • เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงตลาด
  • ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน

นอกจากนี้ การปรับโครงสร้างดังกล่าวจะช่วยให้ประเทศไทยสามารถรับมือกับความท้าทายต่างๆ เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ, การขาดแคลนทรัพยากร และการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดโลก ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การที่พรรคเพื่อไทยให้ความสำคัญกับการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ – เทคโนโลยี แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาประเทศให้ก้าวทันโลก และสร้างอนาคตที่ดีกว่าสำหรับประชาชน

การเปลี่ยนแปลงไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ด้วยวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนและการทำงานร่วมกัน เราเชื่อว่าประเทศไทยจะสามารถปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ – เทคโนโลยี ได้สำเร็จ และก้าวไปสู่การเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างยั่งยืน

ที่มา – “ยศชนัน” แสดงวิสัยทัศน์นำประเทศพ้นวิกฤต ชูปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ – เทคโนโลยี

“ทวี” ลั่น พรรคประชาชาติพร้อมเลือกตั้ง: บุคลากรไร้มลทิน

พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ ยืนยันความพร้อมในการเลือกตั้ง โดยเน้นย้ำว่าบุคลากรของพรรคไม่มีประวัติด่างพร้อย ไม่ยุ่งเกี่ยวยาเสพติดและการพนัน

เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2568 พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้เดินทางไปเป็นประธานทอดกฐินสามัคคีประจำปี ณ วัดวงกตบรรพต อำเภอยะหา จังหวัดยะลา พร้อมด้วยคณะผู้บริหารพรรคประชาชาติ เจ้าหน้าที่ ข้าราชการ และพุทธศาสนิกชน หลังจากเสร็จสิ้นพิธี พ.ต.อ. ทวี ได้กล่าวถึงประสบการณ์การเข้าร่วมกิจกรรมในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยชี้ว่างานบุญในครั้งนี้คือภาพสะท้อนอันงดงามของสังคมพหุวัฒนธรรม

“วันนี้ก็มาเข้าร่วมกิจกรรม เนื่องจากสามจังหวัดเราเป็นพื้นที่พหุวัฒนธรรม ในช่วงเดือนนี้เป็นเดือนของการทอดกฐิน ซึ่งแม้ว่าเราจะมีผู้สมัครหรือมี สส. เป็นมุสลิมก็ตาม แต่ในกลุ่มสมาชิกของเราที่เป็นพุทธก็ประสานกับผู้สมัครที่เป็น สส. ว่าอยากจะขอให้มาร่วม ซึ่งในพรรคประชาชาติ เราให้ความสำคัญเรื่องวัฒนธรรม เรื่องศาสนา เรื่องการอยู่ร่วมกัน ซึ่งในการอยู่ร่วมกันคือการเคารพและให้เกียรติซึ่งกันและกัน” พ.ต.อ.ทวี กล่าว

พ.ต.อ.ทวี ระบุว่า แม้จะมีผู้สมัครหรือ สส. ของพรรคเป็นมุสลิม แต่ก็ได้มีการประสานงานให้เข้าร่วมกิจกรรม โดยไม่ได้ร่วมในพิธีทางศาสนา ซึ่งเป็นการแสดงถึงการทำงานร่วมกันภายใต้หลักการเคารพซึ่งกันและกัน ภาพประทับใจวันนี้คือพี่น้องชาวมุสลิมในพื้นที่ ได้เข้ามามีส่วนร่วมในงาน โดยการเข้ามาช่วยในด้านต่าง ๆ เช่น การจัดเตรียมอาหาร ซึ่งเป็นการแสดงออกถึงน้ำใจและความสัมพันธ์อันดีงามระหว่างพี่น้องในพื้นที่อย่างพหุวัฒนธรรม อีกทั้งยังกล่าวถึงความเก่าแก่ของวัดในพื้นที่ ซึ่งบางแห่งมีอายุยาวนานเกือบ 200 ปี

หัวหน้าพรรคประชาชาติได้ใช้โอกาสนี้ย้ำจุดยืนและอัตลักษณ์ของพรรคที่พร้อมเข้าสู่สนามเลือกตั้ง โดยเน้นหนักที่การทำงานเพื่อท้องถิ่น มั่นใจว่าพรรคประชาชาติเป็นพรรคที่มีความเข้มแข็งเรื่องการกระจายอำนาจ เรื่องการให้ความสำคัญกับท้องถิ่น “เราเป็นพรรคที่เราอยากเห็นชุมชนประสบความสำเร็จ ดังนั้นสมาชิกของพรรค เวลาลงในพื้นที่ ก็ต้องเข้าไปในชุมชนต่าง ๆ ซึ่งเป็นอัตลักษณ์ที่ดี”

“ทวี” ลั่น พรรคประชาชาติพร้อมเลือกตั้ง ยันบุคลากรของพรรค ไม่ยุ่งเกี่ยวยาเสพติด การพนันทุกชนิด

“พรรคประชาชาติพร้อม ถ้ามีการเลือกตั้ง เราก็เป็นพรรคการเมืองที่สามารถที่จะมองหน้ากับประชาชนได้อย่างเต็มภาคภูมิ เพราะว่าสิ่งที่จะมาทำลายวัฒนธรรมที่ดี ก็คือยาเสพติด หรืออบายมุขต่าง ๆ หรือการพนันต่าง ๆ ซึ่งพรรคประชาชาติมีบุคลากรที่ไม่มีประวัติด่างพร้อย เราไม่ได้มองแค่ตัวผู้สมัครต้องดีอย่างเดียว เราต้องการรักษาสังคมให้สังคมดีด้วย” พ.ต.อ.ทวี กล่าว

พรรคประชาชาติพร้อมสำหรับการเลือกตั้ง

พรรคประชาชาติภายใต้การนำของ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง แสดงความมั่นใจในการทำงานเพื่อประชาชน และความโปร่งใสของบุคลากรในพรรค พร้อมที่จะเป็นตัวเลือกตั้งที่ดีให้กับประชาชน

การที่พรรคประชาชาติเน้นย้ำเรื่องบุคลากรที่ไม่มีประวัติด่างพร้อย แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะสร้างสังคมที่ดีและน่าอยู่ ความพร้อมในการเลือกตั้งครั้งนี้ จึงไม่ใช่แค่การเตรียมตัวเพื่อแข่งขันในสนามการเมือง แต่เป็นการแสดงเจตจำนงที่จะนำพาประเทศไปข้างหน้าด้วยความสุจริตและโปร่งใส

ที่มา – “ทวี” ลั่น พรรคประชาชาติพร้อมเลือกตั้ง ยันบุคลากรของพรรค ไม่ยุ่งเกี่ยวยาเสพติด การพนันทุกชนิด

นายกฯ มอบรางวัล อปท. บริหารจัดการดีปี 68

ในวันที่ 2 ตุลาคม 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ที่มีการบริหารจัดการที่ดีประจำปีงบประมาณ 2568 โดยมี อปท. จากทั่วประเทศได้รับรางวัลรวมทั้งสิ้น 250 รางวัล ซึ่งเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นในการทำงานอย่างมีธรรมาภิบาล โปร่งใส และตรวจสอบได้

นายกฯ มอบรางวัล อปท. บริหารจัดการดีปี 68 ย้ำเป็นกลไกสำคัญปัดเป่าทุกข์

นายกรัฐมนตรีได้กล่าวแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับรางวัล โดยย้ำว่ารางวัลนี้ไม่ใช่เพียงเกียรติยศ แต่เป็นแรงผลักดันให้ อปท. ทั่วไปพัฒนาการทำงานให้ดียิ่งขึ้น อปท. ถือเป็นกลไกสำคัญที่ใกล้ชิดกับประชาชนมากที่สุด เป็นหน่วยงานแรกที่สามารถช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของชาวบ้านได้ทันท่วงที นอกจากนี้ยังเป็นผู้สื่อสารนโยบายของรัฐบาลไปสู่ระดับท้องถิ่น เพื่อสร้างความกินดีอยู่ดีและวางรากฐานความมั่นคงของประเทศ

การมอบรางวัลในครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ที่ท้องถิ่นต้องเผชิญกับความท้าทายมากมาย เช่น การจัดการงบประมาณที่จำกัด การรับมือกับภัยพิบัติ และการพัฒนาชุมชนให้ยั่งยืน นายอนุทินได้เน้นย้ำว่า อปท. ที่ได้รับรางวัลเหล่านี้เป็นตัวอย่างที่ดีในการบริหารจัดการที่โปร่งใส ซึ่งช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน หากทุก อปท. ดำเนินการในลักษณะเดียวกัน จะช่วยลดช่องว่างระหว่างรัฐบาลกลางและท้องถิ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ความสำคัญของ อปท. ในการพัฒนาท้องถิ่น

องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนา โดยเฉพาะในด้านการให้บริการสาธารณะ เช่น การจัดการขยะ การดูแลสุขภาพชุมชน และการส่งเสริมการศึกษา การบริหารจัดการดีเด่นในปี 2568 สะท้อนถึงการทำงานที่ใกล้ชิดกับประชาชน โดยเฉพาะในยุคที่เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามามีบทบาทมากขึ้น อปท. บางแห่งได้นำระบบออนไลน์มาใช้ในการรับฟังความคิดเห็นจากชาวบ้าน ทำให้การตัดสินใจมีส่วนร่วมมากยิ่งขึ้น

  • การบริหารงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ: ช่วยให้ทรัพยากรถูกนำไปใช้อย่างคุ้มค่า
  • การส่งเสริมธรรมาภิบาล: ลดการทุจริตและเพิ่มความโปร่งใส
  • การมีส่วนร่วมของประชาชน: สร้างความรู้สึกเป็นเจ้าของในโครงการพัฒนา
  • การรับมือกับปัญหาท้องถิ่น: เช่น น้ำท่วมหรือการขาดแคลนน้ำสะอาด

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังได้กล่าวถึงความหวังที่ อปท. จะเป็นแรงบันดาลใจให้กันและกัน โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลที่อาจขาดแคลนทรัพยากร การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่าง อปท. ที่ได้รับรางวัลจะช่วยยกระดับมาตรฐานการทำงานทั่วประเทศได้

ผลกระทบจากรางวัลนี้ต่อสังคมไทย

รางวัล อปท. บริหารจัดการดีปี 68 ไม่เพียงแต่ยกย่องผู้ทำงานดี แต่ยังช่วยเสริมสร้างระบบราชการไทยให้เข้มแข็งขึ้น ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ การมีกลไกตรวจสอบและให้รางวัลเช่นนี้จะช่วยลดปัญหาความเหลื่อมล้ำระหว่างท้องถิ่นที่ร่ำรวยและยากจน โดยรัฐบาลสามารถจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมให้กับ อปท. ที่มีผลงานโดดเด่น

ประชาชนเองก็ได้รับประโยชน์โดยตรง เช่น การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานที่รวดเร็วขึ้น หรือโครงการสวัสดิการที่เข้าถึงง่ายกว่า หากคุณเป็นชาวบ้านในท้องถิ่น ลองตรวจสอบดูว่า อปท. ของคุณมีส่วนร่วมในโครงการเหล่านี้หรือไม่

ในยุคที่ประเทศไทยกำลังก้าวสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน การมี อปท. ที่แข็งแกร่งคือกุญแจสำคัญ นายกฯ มอบรางวัล อปท. บริหารจัดการดีปี 68 ในครั้งนี้ จึงเป็นสัญญาณบวกที่แสดงถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการสนับสนุนระดับท้องถิ่น

สุดท้ายนี้ ขอชื่นชมทุก อปท. ที่ทุ่มเททำงานเพื่อประชาชน หากคุณมีประสบการณ์ดีๆ กับ อปท. ในพื้นที่ ลองแชร์ในคอมเมนต์ด้านล่าง เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้อื่นด้วย

ที่มา – นายกฯ มอบรางวัล อปท. บริหารจัดการดีปี 68 ย้ำเป็นกลไกสำคัญปัดเป่าทุกข์

Scroll to top