การยกร่างรัฐธรรมนูญ

กมธ.แก้ รธน. ตัด สสร. ใช้ กมธ.ยกร่างฯ แทน

ในการประชุมกมธ.แก้ไขรัฐธรรมนูญตัดทิ้ง “สสร.” ให้มี “กมธ.ยกร่างรธน. – กมธ.ฟังความเห็น” พร้อมเร่งถกที่มา ให้รัฐสภาคัดเลือก ถือเป็นความคืบหน้าสำคัญในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 12 พฤศจิกายน 2568 ที่รัฐสภา ได้มีการประชุมคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม โดยมีนายณัฐวุฒิ บัวประทุม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เป็นประธานกมธ. พิจารณาวาระการลงมติเนื้อหามาตรา 256/1 ว่าด้วยองค์กรจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยเสียงข้างมากเห็นด้วยให้คงคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ เป็นองค์กรเพื่อทำหน้าที่ยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และมีมติตัดสภาที่ปรึกษาการยกร่างรัฐธรรมนูญออก เปลี่ยนเป็น คณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ซึ่งรัฐสภาแต่งตั้ง

กมธ.แก้ไขรัฐธรรมนูญตัดทิ้ง “สสร.” ให้มี “กมธ.ยกร่างรธน. – กมธ.ฟังความเห็น”

การเปลี่ยนแปลงนี้มีผลกระทบอย่างมากต่อกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เนื่องจาก สสร. (สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ) ซึ่งมาจากการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชน จะถูกแทนที่ด้วย กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งมาจากการคัดเลือกโดยรัฐสภา

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะกมธ. กล่าวว่า หลังจากที่ผ่านการพิจารณามาตรา 256/1 แล้ว จะพิจารณาที่มาของคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ โดยให้รัฐสภาเป็นผู้คัดเลือก ตามขั้นตอนที่พรรคประชาชนเสนอ คือให้ใช้การรวมกลุ่มของสมาชิกรัฐสภา 20 คน เพื่อเลือกกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ 1 คน เบื้องต้นคาดว่าที่ประชุมจะสนับสนุน แต่ต้องหารืออีกครั้งเพื่อให้เป็นข้อสรุปชัดเจน

ความสำคัญของการมี กมธ.รับฟังความเห็น

แม้ว่าจะไม่มี สสร. แล้ว การมีคณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ก็ยังมีความสำคัญอย่างยิ่งในการรับประกันว่ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะสะท้อนความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง คณะกรรมาธิการชุดนี้ จะมีหน้าที่รับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนของสังคม เพื่อนำมาประกอบการพิจารณายกร่างรัฐธรรมนูญ

กระบวนการรับฟังความคิดเห็นนี้ ควรกระทำอย่างโปร่งใสและครอบคลุม เพื่อให้ประชาชนทุกคนมีส่วนร่วมในการกำหนดอนาคตของประเทศ

ขั้นตอนต่อไปในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

หลังจากที่ได้ข้อสรุปเกี่ยวกับที่มาของ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการพิจารณาเนื้อหาของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นกระบวนการที่ซับซ้อนและต้องใช้เวลา แต่ก็เป็นสิ่งที่จำเป็นเพื่อให้ประเทศของเรามีรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยและเป็นประโยชน์ต่อประชาชนอย่างแท้จริง

  • การเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน
  • การพิจารณาและแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญโดย กมธ.
  • การลงมติในรัฐสภา
  • การทำประชามติ (ถ้าจำเป็น)

การมีส่วนร่วมของประชาชนในทุกขั้นตอนเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้รับการยอมรับจากทุกฝ่าย

การที่ กมธ.แก้ไขรัฐธรรมนูญตัดทิ้ง “สสร.” ให้มี “กมธ.ยกร่างรธน. – กมธ.ฟังความเห็น” อาจทำให้หลายคนกังวลใจ แต่หาก กมธ.ยกร่างฯ และ กมธ.รับฟังความเห็น ทำงานอย่างเต็มที่และเปิดกว้าง ก็ยังมีความหวังว่าเราจะได้รัฐธรรมนูญที่ดีขึ้นได้

ดังนั้น ประชาชนควรติดตามข่าวสารและแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์ เพื่อให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นไปในทิศทางที่ถูกต้อง และเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมอย่างแท้จริง

ที่มา – มติที่ประชุมกรรมาธิการแก้ไขรัฐธรรมนูญตัดทิ้ง “สสร.” ให้มี “กมธ.ยกร่างรธน. – กมธ.ฟังความเห็น”

อนุทินตั้ง ไชยชนก หัวหน้าทีม ยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

พรรคภูมิใจไทยเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ โดย “อนุทิน” ได้แต่งตั้ง “ไชยชนก” เป็นหัวหน้าคณะทำงานศึกษาการทำประชามติ และ “ภราดร” เป็นรองหัวหน้าคณะทำงาน เพื่อผลักดันการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้ลงนามแต่งตั้งคณะทำงานเตรียมการพิจารณาการจัดทำประชามติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ซึ่งถือเป็นภารกิจสำคัญของพรรคภูมิใจไทยที่จะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จ เพื่อนำไปสู่การยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่ต้องผ่านกระบวนการออกเสียงประชามติตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 และคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ

เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามรัฐธรรมนูญและคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ พรรคภูมิใจไทยจึงได้แต่งตั้งคณะทำงานเพื่อเตรียมการในการจัดทำประชามติ ถามความคิดเห็นจากประชาชนในการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 เพื่อนำไปสู่การยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยเร็ว โดยมีรายชื่อดังต่อไปนี้:

  • 1. นายไชยชนก ชิดชอบ เป็นหัวหน้าคณะทำงาน
  • 2. นายภราดร ปริศนานันทกุล เป็นรองหัวหน้าคณะทำงาน
  • 3. นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ เป็นคณะทำงาน
  • 4. นายวรศิษฏ์ เลียงประสิทธิ์ เป็นคณะทำงาน
  • 5. นางสาวพิมพฤดา ตันจรารักษ์ เป็นคณะทำงาน
  • 6. นายธนิศร์ ศรีประเทศ เป็นคณะทำงานและเลขานุการ

คณะทำงานชุดนี้มีหน้าที่และอำนาจดังต่อไปนี้:

  1. ศึกษากระบวนการในการจัดทำประชามติตามรัฐธรรมนูญ พระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ ประกอบคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ เพื่อเพิ่มช่องทางที่จะนำไปสู่การยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
  2. จัดทำรายละเอียดให้ชัดเจนในกระบวนการและยกร่างกรอบระยะเวลาที่ต้องดำเนินการแต่ละขั้นตอนในการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ เพื่อที่จะนำไปสู่การยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ, พระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ และระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง
  3. พิจารณายกร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเพื่อที่จะนำไปสู่การยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยรัฐสภา
  4. เสนอคณะกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทยพิจารณาโดยเร็ว
  5. ปฏิบัติหน้าที่อื่นๆ ที่ได้รับมอบหมาย
  6. หากมีปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงานที่ไม่สามารถแก้ไขได้ ให้รายงานให้หัวหน้าพรรคทราบทันที

อนุทินตั้ง ไชยชนก หัวหน้าทีม  ยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

เป้าหมายของการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

เป้าหมายหลักของการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ คือ การสร้างรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยมากยิ่งขึ้น ตอบสนองต่อความต้องการของประชาชน และแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน โดยพรรคภูมิใจไทยให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และมุ่งหวังที่จะนำพาประเทศไปสู่การปกครองที่มั่นคงและยั่งยืน

การเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจจากสังคมอย่างกว้างขวาง การแต่งตั้งคณะทำงานชุดนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของพรรคภูมิใจไทยในการผลักดันประเด็นดังกล่าวให้เป็นรูปธรรม และเป็นก้าวสำคัญที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่สำคัญ

อนาคตของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะเป็นอย่างไร ขึ้นอยู่กับการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในสังคม การรับฟังความคิดเห็นซึ่งกันและกัน และการแสวงหาจุดร่วมเพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติ

การแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เป็นสิ่งที่จำเป็นเพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ หวังว่ากระบวนการนี้จะเป็นไปอย่างราบรื่นและนำมาซึ่งรัฐธรรมนูญที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนอย่างแท้จริง.

ที่มา – “อนุทิน” ตั้ง “ไชยชนก” นั่งหัวหน้าคณะทำงาน ยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

Scroll to top