การยางแห่งประเทศไทย

บอร์ด กยท. แต่งตั้ง วีริศ อัมระปาล นั่งรักษาการผู้ว่าฯการยางฯ

เชื่อว่าหลายคนคงได้ยินข่าวการปรับทัพครั้งสำคัญในหน่วยงานรัฐวิสาหกิจกันมาบ้างแล้ว ล่าสุดมีการเคลื่อนไหวที่น่าสนใจจากฝั่งเกษตรกรชาวสวนยาง เมื่อคณะกรรมการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ได้มีมติแต่งตั้ง บอร์ด กยท. มีมติแต่งตั้ง ‘วีริศ อัมระปาล’ นั่งรักษาการผู้ว่าฯการยางฯ มีผล 13 ส.ค.69 เพื่อเข้ามาดูแลและขับเคลื่อนนโยบายด้านยางพาราของประเทศไทยให้เดินหน้าต่อไปได้อย่างไร้รอยต่อ

จับตา บอร์ด กยท. มีมติแต่งตั้ง ‘วีริศ อัมระปาล’ นั่งรักษาการผู้ว่าฯการยางฯ มีผล 13 ส.ค.69

การเข้ามาดำรงตำแหน่งรักษาการผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทยของ นายวีริศ อัมระปาล ในครั้งนี้ ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่หลายฝ่ายจับตามอง เนื่องจาก กยท. เป็นหน่วยงานสำคัญที่ดูแลความเป็นอยู่ของเกษตรกรทั่วประเทศ โดยคำสั่งนี้มีผลตั้งแต่วันที่ 13 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป ตามประกาศจากคณะกรรมการการยางแห่งประเทศไทย เพื่อให้การบริหารงานภายในองค์กรเกิดความต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพมากที่สุดตามพระราชบัญญัติการยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2558

เส้นทางก่อนมานั่ง บอร์ด กยท. มีมติแต่งตั้ง ‘วีริศ อัมระปาล’ นั่งรักษาการผู้ว่าฯการยางฯ มีผล 13 ส.ค.69

สำหรับประวัติของ นายวีริศ อัมระปาล นั้นถือว่าไม่ธรรมดา เพราะก่อนหน้านี้เขาเคยฝากผลงานไว้ในฐานะผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) มาก่อนที่จะยื่นลาออกเมื่อปลายปี 2568 การหวนกลับมารับงานบริหารรัฐวิสาหกิจในบทบาทใหม่ที่ กยท. ครั้งนี้จึงเป็นที่น่าจับตาว่าเขาจะนำประสบการณ์ที่มีมาปรับใช้กับการแก้ปัญหาราคายางและสนับสนุนพี่น้องเกษตรกรได้อย่างไร

  • เป้าหมายสำคัญคือการสร้างความต่อเนื่องในการทำงาน
  • เพิ่มประสิทธิภาพการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล
  • ยกระดับคุณภาพชีวิตชาวสวนยางให้ดียิ่งขึ้น

จากสถานการณ์ปัจจุบันที่ตลาดราคายางมีความผันผวน การได้ผู้บริหารที่มีความพร้อมและประสบการณ์เข้ามาคุมบังเหียน ถือเป็นความหวังใหม่ของพี่น้องเกษตรกรทั่วประเทศ เราคงต้องมาติดตามกันต่อไปว่าภายใต้การนำของ นายวีริศ อัมระปาล กยท. จะมีมาตรการหรือโครงการอะไรใหม่ๆ ออกมาช่วยเหลือชาวสวนยางบ้าง แต่ที่แน่ๆ การขับเคลื่อนองค์กรในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้สำคัญมากต่อความเชื่อมั่นของภาคเกษตรไทย

หากคุณเป็นเกษตรกรหรือผู้ที่อยู่ในแวดวงยางพารา นี่คือช่วงเวลาที่คุณต้องติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เพราะนโยบายของรักษาการผู้ว่าฯ ท่านใหม่จะส่งผลโดยตรงต่อราคายางและทิศทางตลาดในอนาคตอันใกล้นี้ครับ

ที่มา – บอร์ด กยท. มีมติแต่งตั้ง “วีริศ อัมระปาล” นั่งรักษาการผู้ว่าฯการยางฯ มีผล 13 ส.ค.69

ครม.อนุมัติ! ช่วยค่าเช่าบ้านลูกจ้าง กยท. ไม่เกิน 6,000

ครม.เห็นชอบจ่ายเงินสวัสดิการค่าเช่าบ้านพนักงานและลูกจ้างประจำ การยางแห่งประเทศไทย สูงสุดไม่เกินเดือนละ 6,000 บาท ช่วยลดเหลื่อมล้ำพนักงานใหม่ หลัง 3 องค์กรยาง ควบรวมกับ กยท.  ข่าวดีสำหรับลูกจ้าง กยท. ทั่วประเทศ!

เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2568 นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบการจ่ายเงินสวัสดิการค่าเช่าบ้านให้แก่พนักงานและลูกจ้างประจำของการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กษ.) เสนอ โดยมีเงื่อนไขและข้อกำหนดตามที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเสนอแนะ

สาระสำคัญของการอนุมัติครั้งนี้คือ การให้ความเห็นชอบการจ่ายเงินสวัสดิการค่าเช่าบ้านให้แก่พนักงานและลูกจ้างประจำทุกคนที่ได้รับสิทธิสวัสดิการค่าเช่าบ้าน ในอัตราค่าเช่าบ้านไม่เกินร้อยละ 20 ของเงินเดือนหรือค่าจ้าง และอย่างสูงไม่เกินอัตราสูงสุดตามที่พระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการกำหนดโดยอนุโลม ซึ่งปัจจุบันกำหนดอัตราค่าเช่าบ้านสูงสุดไม่เกินเดือนละ 6,000 บาท

ครม. เห็นชอบจ่ายเงินช่วยค่าเช่าบ้านลูกจ้าง กยท. ไม่เกินเดือนละ 6,000

เหตุผลหลักในการอนุมัติครั้งนี้ เพื่อให้พนักงานและลูกจ้างประจำที่เข้ามาทำงานภายหลังการควบรวมสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง (สกย.) องค์การสวนยาง (อสย.) และสถาบันวิจัยยาง (สวย.) เป็นการยางแห่งประเทศไทย ได้รับสวัสดิการค่าเช่าบ้านเช่นเดียวกับพนักงานและลูกจ้างประจำเดิมของทั้ง 3 หน่วยงาน ซึ่งจะช่วยลดความเหลื่อมล้ำ ไม่เป็นธรรม และไม่เท่าเทียมต่อพนักงานใหม่ของ กยท.

ทำไมต้องอนุมัติจ่ายเงินช่วยค่าเช่าบ้านลูกจ้าง กยท.?

นอกจากนี้ ยังเป็นการปรับปรุงอัตราค่าเช่าบ้านให้สอดคล้องกับพระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการ (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2561 และสอดคล้องกับค่าครองชีพในสถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบัน เพราะที่ผ่านมา กยท. ยังไม่เคยมีระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการจ่ายเงินสวัสดิการค่าเช่าบ้านที่สามารถนำมาบังคับใช้ได้กับพนักงานและลูกจ้างประจำทั้งหมด

กยท. ได้จัดทำรายละเอียดข้อมูลตามหลักเกณฑ์ที่ใช้ในการพิจารณากำหนดค่าตอบแทน ระบบแรงจูงใจ และสวัสดิการต่างๆ ของรัฐวิสาหกิจในภาพรวม โดยเมื่อเปรียบเทียบอัตราค่าเช่าบ้านของพนักงานและลูกจ้างประจำของรัฐวิสาหกิจอื่นแล้ว ยังคงมีอัตราที่เทียบเท่าหรือไม่ได้สูงเกินกว่ารัฐวิสาหกิจอื่น และ กยท. ยืนยันว่าภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากการดำเนินการดังกล่าวจะใช้งบประมาณของ กยท. เองทั้งหมด

ที่ผ่านมาคณะรัฐมนตรีได้เคยมีมติเห็นชอบการจ่ายเงินสวัสดิการค่าเช่าบ้านของหน่วยงานรัฐวิสาหกิจต่างๆ ในทำนองเดียวกันนี้มาแล้วหลายครั้ง เช่น ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) องค์การเภสัชกรรม (อภ.) ซึ่งทั้ง 2 หน่วยงาน มีอัตราค่าเช่าบ้านเริ่มต้นแตกต่างจาก กยท.

  • อภ. และ ธ.ก.ส. กำหนดให้ได้รับเท่าที่จ่ายจริงในอัตราที่กำหนดตามระดับตำแหน่ง
  • กยท. กำหนดให้ได้รับไม่เกินร้อยละ 20 ของเงินเดือนหรือค่าจ้าง โดยใช้อัตราเดิมตามกรอบข้อบังคับคณะกรรมการสงเคราะห์การทำสวนยางว่าด้วยค่าเช่าบ้าน พ.ศ. 2548 เป็นกรอบอ้างอิง

อย่างไรก็ตาม ทั้ง 3 หน่วยงาน มีอัตราการจ่ายสูงสุดไม่เกิน 6,000 บาท เท่ากัน ซึ่งเป็นอัตราสูงสุดตามที่พระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการ (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2561 กำหนดไว้ ทั้งนี้ กระทรวงการคลัง (กค.), กระทรวงแรงงาน, สำนักงบประมาณ (สงป.), สำนักงาน ก.พ. และสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เห็นด้วย ไม่ขัดข้องในหลักการ

การอนุมัติจ่ายเงินช่วยค่าเช่าบ้านลูกจ้าง กยท. ไม่เกินเดือนละ 6,000 บาท ครั้งนี้ ถือเป็นข่าวดีและเป็นขวัญกำลังใจให้กับพนักงานและลูกจ้าง กยท. ทั่วประเทศ ซึ่งจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและยกระดับคุณภาพชีวิตของพวกเขาให้ดีขึ้น หากท่านเป็นลูกจ้าง กยท. อย่าลืมตรวจสอบสิทธิและเงื่อนไขการรับสวัสดิการดังกล่าวกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ที่มา – ครม. เห็นชอบจ่ายเงินช่วยค่าเช่าบ้านลูกจ้าง กยท. ไม่เกินเดือนละ 6,000 ลดเหลื่อมล้ำพนักงานใหม่

ธรรมนัส คุมเข้มยางผ่านแดน กำหนดเขตควบคุมยาง นำร่อง 2 จังหวัด

“ธรรมนัส” Kick-off คุมเข้ม “ยางผ่านแดน-กำหนดเขตควบคุมยาง” นำร่อง 2 จังหวัด ระนอง – ตาก เพิ่มมาตรการตรวจสอบทั้งระบบ เบรก ลักลอบยางผิดกฎหมาย หวังสร้างเสถียรภาพราคายางไทย

วันที่ 31 ต.ค. 2568 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดงาน Kick-off การนำยางพาราผ่านแดนและเขตควบคุมการขนย้ายยาง โดยมี นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ ห้องประชุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (115) และผ่านระบบ Zoom Meeting ในพื้นที่ท่าเรือระนอง และเขตควบคุมการขนย้ายยาง ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรระนอง จังหวัดระนอง รวมถึงในพื้นที่ด่านศุลกากรแม่สอด จังหวัดตาก และเขตควบคุมการขนย้ายยาง จังหวัดตาก

นำร่อง ระนอง-ตาก

ร.อ.ธรรมนัส เปิดเผยว่า การ Kick-off การนำยางพาราผ่านแดนและเขตควบคุมการขนย้ายยาง เป็นก้าวสำคัญในการบริหารจัดการยางพาราอย่างเป็นระบบ ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ โดย กรมวิชาการเกษตร (กวก.) การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) และชุดเฉพาะกิจพญานาคราช บูรณาการร่วมกับกรมศุลกากรออกมาตรการควบคุมการนำยางพาราจากสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ ผ่านประเทศไทยไปยังสหพันธรัฐมาเลเซีย ในพื้นที่นำร่อง 2 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดระนอง และ จังหวัดตาก โดยกำหนดให้มีการตรวจสอบใบขนสินค้าอย่างละเอียด ผู้นำผ่านสินค้าต้องบรรจุยางพาราในตู้คอนเทนเนอร์และมีเครื่องติดตาม GPS ตลอดเส้นทาง อีกทั้งมีการตรวจสอบคุณภาพและเอกซเรย์โดยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ณ จุดต้นทางและปลายทาง ซึ่งต้องดำเนินการตามขั้นตอนและขนย้ายยางพาราผ่านแดนให้แล้วเสร็จภายใน 72 ชั่วโมง ในส่วนของการขนย้ายยางพาราภายในประเทศ ผ่านเขตควบคุมการขนย้ายยาง ทั้ง 5 จังหวัดตามประกาศของกรมวิชาการเกษตร ผู้ประกอบการต้องขออนุญาตและได้รับใบอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องก่อนการขนย้าย โดยมีอัตราค่าธรรมเนียมออกใบอนุญาตเพียง 25 บาทเท่านั้น

ยกระดับป้องกันสินค้าผิดกฎหมาย

“กระทรวงเกษตรฯ ได้มีการขับเคลื่อนนโยบายเพื่อแก้ไขปัญหาราคายางพาราตกต่ำ และการปราบปรามการลักลอบนำเข้ายางพาราเถื่อนตามแนวชายแดนและยางสวมสิทธิมาอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ซึ่งกิจกรรม Kick-off ในครั้งนี้เป็นการยกระดับความเข้มข้นนโยบายทำสงครามกับสินค้าเกษตรผิดกฎหมาย เพิ่มมาตรการควบคุมโดยใช้กลไกทางกฎหมายอย่างรัดกุม เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของเกษตรกรชาวสวนยาง ป้องกันการกักตุนสินค้าเพื่อเก็งกำไร ตลอดจนเพื่อสร้างเสถียรภาพราคายางที่เป็นธรรมให้กับตลาดยางพาราไทย นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรฯ ยังได้มีการลงนาม MOU ร่วมกัน 4 กระทรวง ในการใช้ประโยชน์จากยางพาราในประเทศ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการรักษาเสถียรภาพราคาให้สูงขึ้น และมีแผนที่จะเจรจาความร่วมมือกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายเพิ่มเติมในอนาคต ซึ่งส่งผลให้ราคายางพาราขยับสูงขึ้นอย่างมีเสถียรภาพ ทั้งนี้ ขอเน้นย้ำว่า หากพบการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามแนวทางการปฏิบัติที่กำหนดไว้ จะมีการดำเนินการทางกฎหมายอย่างจริงจัง” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว

ผู้ว่าการยางฯเด้งรับลูก

ด้าน ดร.เพิก เลิศวังพง รักษาการผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) พร้อมดำเนินการให้บริการตรวจสอบรับรองชนิดหรือประเภทของยางพาราที่นำผ่านราชอาณาจักรให้แก่ผู้ประกอบการ ในทั้ง 2 จังหวัดนำร่อง เพื่อยกระดับการจัดการขนย้ายให้สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา การยางแห่งประเทศไทยได้จัดทำประกาศ เรื่อง อัตราค่าบริการตรวจรับรองชนิดหรือประเภทของยางนำผ่านราชอาณาจักร ซึ่งระบุรายละเอียดขั้นตอน ระยะเวลาการตรวจ การยื่นคำขอรับบริการ และการออกหนังสือรับรอง ตลอดจนจัดทำคู่มือปฏิบัติงานที่ชัดเจน เพื่อให้การดำเนินงานตรวจสอบการนำสินค้ายางพาราผ่านแดนดังกล่าวเป็นไปตามขั้นตอนที่ถูกต้อง มีมาตรฐาน และโปร่งใส

ย้ำเขตควบคุม 5 จังหวัด

ด้านนายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวเสริมว่า กรมวิชาการเกษตร ได้มีการใช้กลไกทางกฎหมายตามพระราชบัญญัติควบคุมยาง พ.ศ. 2542 ในการกำหนดเขตควบคุมการขนย้ายยางพารา เพื่อตรวจสอบที่มาของผลผลิตและป้องกันการลักลอบนำเข้ายางผิดกฎหมายจากประเทศเพื่อนบ้าน โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 6 (7) แห่งพระราชบัญญัติควบคุมยาง พ.ศ. 2542 ประกาศกำหนด 5 จังหวัดเป็นเขตควบคุมการขนย้ายยาง และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 19 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา ดังนี้

1) อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก

2) อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี

3) อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

4) อำเภอกระบุรี จังหวัดระนอง

5) อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย

ธรรมนัส คุมเข้มยางผ่านแดน กำหนดเขตควบคุมยาง นำร่อง 2 จังหวัด

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เร่งเครื่องมาตรการควบคุม ยางผ่านแดน กำหนดเขตควบคุมยาง นำร่องใน 2 จังหวัดสำคัญอย่างระนองและตาก หวังยกระดับมาตรฐานการตรวจสอบและป้องกันการลักลอบนำเข้ายางผิดกฎหมาย

มาตรการ ยางผ่านแดน กำหนดเขตควบคุมยาง นี้จะช่วยสร้างเสถียรภาพราคายางพาราในประเทศได้อย่างไร? การดำเนินการครั้งนี้ถือเป็นความมุ่งมั่นของภาครัฐในการแก้ไขปัญหาราคายางตกต่ำและปกป้องผลประโยชน์ของเกษตรกรชาวสวนยางอย่างแท้จริง

ทำไมต้อง คุมเข้มยางผ่านแดน กำหนดเขตควบคุมยาง?

การคุมเข้ม ยางผ่านแดน กำหนดเขตควบคุมยาง มีเป้าหมายหลักเพื่อป้องกันการลักลอบนำเข้ายางพาราเถื่อน ซึ่งส่งผลกระทบต่อราคายางในประเทศ การกำหนดมาตรการที่เข้มงวดจะช่วยให้สามารถตรวจสอบที่มาของยางพาราได้อย่างมีประสิทธิภาพ และป้องกันการกักตุนสินค้าเพื่อเก็งกำไร

  • ตรวจสอบใบขนสินค้าอย่างละเอียด
  • ติดตั้ง GPS ติดตามตู้คอนเทนเนอร์
  • ตรวจสอบคุณภาพและเอกซเรย์ ณ จุดต้นทางและปลายทาง

นอกจากนี้ การที่กระทรวงเกษตรฯ ลงนาม MOU ร่วมกับ 4 กระทรวง เพื่อใช้ประโยชน์จากยางพาราในประเทศ ถือเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการรักษาเสถียรภาพราคาให้สูงขึ้น

การดำเนินการครั้งนี้เป็นสัญญาณที่ดีต่อเกษตรกรชาวสวนยาง และแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง การควบคุม ยางผ่านแดน กำหนดเขตควบคุมยาง จะช่วยให้ราคายางพาราในประเทศมีเสถียรภาพ และเกษตรกรสามารถมีรายได้ที่มั่นคงมากยิ่งขึ้น

ที่มา – “ธรรมนัส” Kick-off คุมเข้ม “ยางผ่านแดน-กำหนดเขตควบคุมยาง” นำร่อง 2 จังหวัด ระนอง – ตาก

Scroll to top