การรักษาความมั่นคง

นายกฯ ประณามเหตุไปป์บอมบ์นราธิวาส ทหารพรานเสียชีวิต 5 นาย

เหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้กลับมาระอุอีกครั้ง เมื่อเกิดเหตุสลด นายกฯ ประณามเหตุไปป์บอมบ์นราธิวาส ทหารพรานเสียชีวิต 5 นาย พร้อมกำชับหน่วยงานเร่งเยียวยาครอบครัวผู้สูญเสียอย่างเต็มที่ หลังคนร้ายลงมืออย่างอุกอาจกลางจุดตรวจเทศบาลบูเก๊ะซามี อำเภอระแงะ สร้างความสะเทือนใจให้กับคนไทยทั้งประเทศ

นายกฯ ประณามเหตุไปป์บอมบ์นราธิวาส ทหารพรานเสียชีวิต 5 นาย

เหตุการณ์ในครั้งนี้ถือเป็นการกระทำที่มุ่งทำร้ายเจ้าหน้าที่ของรัฐอย่างชัดเจน ส่งผลให้เกิดความสูญเสียครั้งใหญ่ โดยทางรัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจและได้เร่งออกคำสั่งให้หน่วยงานด้านความมั่นคง ทั้งกองทัพภาคที่ 4 และ กอ.รมน.ภาค 4 สน. บูรณาการกำลังติดตามจับกุมคนร้ายมาลงโทษโดยเร็วที่สุด นายกฯ ประณามเหตุไปป์บอมบ์นราธิวาส ทหารพรานเสียชีวิต 5 นาย อย่างรุนแรง โดยมองว่าเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการพูดคุยสันติภาพในพื้นที่

มาตรการเร่งด่วนของรัฐบาล

หลังจากเกิดเหตุการณ์ นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมลงพื้นที่ทันที เพื่อดูสถานการณ์และวางมาตรการป้องกันในอนาคต อีกทั้งยังเน้นย้ำเรื่องดังต่อไปนี้:

  • เร่งติดตามผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีด้วยกฎหมายสูงสุด
  • เยียวยาครอบครัวเจ้าหน้าที่ทหารพรานที่เสียชีวิตอย่างสมเกียรติ
  • ปรับปรุงมาตรการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ให้รัดกุมกว่าเดิม
  • สร้างความเชื่อมั่นและให้กำลังใจประชาชนในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส

สถานการณ์รุนแรงในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่าขบวนการก่อการร้ายยังคงมีเป้าหมายในการสร้างความหวาดกลัว แต่รัฐบาลขอยืนยันว่าจะไม่ยอมให้ผู้ก่อเหตุลอยนวลอย่างแน่นอน การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ต่อจากนี้จะต้องมีความแม่นยำและตอบโต้กับกลุ่มอิทธิพลเถื่อนด้วยมาตรการทางกฎหมายที่เด็ดขาดที่สุด

เราขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของ “ทหารกล้า” ทุกนายที่ต้องจากไปในปฏิบัติหน้าที่ครั้งนี้ และหวังว่าเหตุการณ์เช่นนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก หากคุณติดตามข่าวสารความมั่นคง จะพบว่าความสามัคคีของคนในชาติคือเกราะป้องกันที่ดีที่สุด ร่วมกันส่งกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างปลอดภัยครับ

ที่มา – นายกฯ ประณามเหตุไปป์บอมบ์นราธิวาส ทหารพรานเสียชีวิต 5 นาย มอบ รมว.กลาโหม ลงพื้นที่เยียวยาสูงสุด

กองทัพ ร.12 รอ. เสริมเขี้ยวเล็บ ตรวจสภาพความพร้อม ยกระดับขีดความสามารถกำลังพล

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เรามีข่าวคราวความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจจากแวดวงกองทัพมาฝากกันครับ เมื่อล่าสุดทาง กองทัพ ร.12 รอ. เสริมเขี้ยวเล็บ ตรวจสภาพความพร้อม ยกระดับขีดความสามารถกำลังพล เพื่อให้มั่นใจได้ว่าทหารกล้าของเรามีความพร้อมรับมือกับทุกภารกิจเพื่อความมั่นคงของชาติอย่างเต็มกำลังครับ

กองทัพ ร.12 รอ. เสริมเขี้ยวเล็บ ตรวจสภาพความพร้อม ยกระดับขีดความสามารถกำลังพล เพื่อความพร้อมรบสูงสุด

เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา กรมทหารราบที่ 12 รักษาพระองค์ (ร.12 รอ.) ได้ดำเนินการตรวจสภาพความพร้อมรบของกำลังพลและยุทโธปกรณ์ ณ พื้นที่ทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 12 (นพค.12) อำเภอวัฒนานคร จังหวัดสระแก้ว ซึ่งถือเป็นการเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่การฝึกเป็นหน่วยกรมทหารราบเฉพาะกิจ ประจำปี 2569 งานนี้บอกเลยว่าจัดเต็มทั้งกำลังพลและอาวุธครับ

เหตุผลที่กองทัพ ร.12 รอ. เสริมเขี้ยวเล็บ ตรวจสภาพความพร้อม ยกระดับขีดความสามารถกำลังพล ในครั้งนี้

การตรวจความพร้อมในครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเช็กชื่อนะครับ แต่เป็นการตรวจสอบอย่างละเอียดในทุกด้าน ตั้งแต่:

  • ความพร้อมของอาวุธประจำกายและอาวุธประจำหน่วย
  • ระบบยานพาหนะและเครื่องมือสื่อสารที่ทันสมัย
  • ระบบส่งกำลังบำรุงและการควบคุมบังคับบัญชา
  • การฝึกทักษะการประสานงานในระดับหน่วยกรม

โดยมี พล.ต.เบญจพล เดชาติวงศ์ ณ อยุธยา ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ มาเป็นประธานด้วยตัวเอง เพื่อเน้นย้ำเรื่องระเบียบวินัยและความปลอดภัยครับ

การที่ กองทัพ ร.12 รอ. เสริมเขี้ยวเล็บ ตรวจสภาพความพร้อม ยกระดับขีดความสามารถกำลังพล ในรอบนี้ นอกจากจะเพื่อการป้องกันประเทศแล้ว ยังเป็นการเตรียมตัวเพื่อช่วยเหลือประชาชนเมื่อเกิดภัยพิบัติอีกด้วยครับ ผมมองว่าการฝึกฝนอย่างเข้มข้นเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้กองทัพไทยมีความแข็งแกร่งและเป็นที่พึ่งของประชาชนเสมอ เมื่อกำลังพลมีทั้งทักษะและความพร้อมทางจิตใจ ทุกภารกิจที่ได้รับมอบหมายย่อมสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีแน่นอนครับ

หวังว่าข้อมูลนี้จะทำให้เพื่อนๆ ได้เห็นถึงความทุ่มเทและการเตรียมพร้อมของเหล่าทหารกล้าในบ้านเรานะครับ ใครมีข้อคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับภารกิจการฝึกในครั้งนี้ มาพูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้เลยครับ!

ที่มา – กองทัพ ร.12 รอ. เสริมเขี้ยวเล็บ ตรวจสภาพความพร้อม ยกระดับขีดความสามารถกำลังพล

นายกฯ ย้ำ ไม่ยุบ กอ.รมน. ยันเป็นกลไกสำคัญดูแลความมั่นคง

กลายเป็นประเด็นที่หลายคนกำลังจับตามอง สำหรับกรณีที่มีการออกมาเสนอให้ยุบหน่วยงานความมั่นคงอย่าง กอ.รมน. ล่าสุด นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีได้ออกมาไขข้อข้องใจเรื่องนี้อย่างชัดเจน โดยนายกฯ ย้ำ ไม่ยุบ กอ.รมน. เพราะถือเป็นกลไกสำคัญในการบริหารงานความมั่นคงของรัฐบาลให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพครับ

เหตุผลที่ นายกฯ ย้ำ ไม่ยุบ กอ.รมน. เพื่อความมั่นคงของชาติ

หลายท่านอาจสงสัยว่าทำไมรัฐบาลถึงยังให้ความสำคัญกับหน่วยงานนี้ นายกฯ ได้อธิบายว่า กอ.รมน. ไม่ได้มีหน้าที่เพียงแค่ดูแลเรื่องความปลอดภัยในภาพรวมของประเทศเท่านั้น แต่ยังเป็นเสมือนแขนขาในการประสานงานระหว่างกองทัพกับภาคส่วนต่างๆ เพื่อให้การส่งมอบความช่วยเหลือและการบริการประชาชนเข้าถึงพื้นที่ได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในมิติด้านการใช้ชีวิตและความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ห่างไกล

มุมมองต่อการปรับความเข้าใจกับ “วันนอร์”

สำหรับข้อเสนอจากทางฝั่งของท่านวันมูหะมัดนอร์ มะทา ที่เสนอให้ยุบหน่วยงานนี้นั้น นายกรัฐมนตรีมีความเข้าใจดีถึงที่มาที่ไป เนื่องจากท่านวันนอร์ดูแลพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งอาจมีความกดดันที่แตกต่างจากพื้นที่อื่น อย่างไรก็ตาม นายกฯ ยืนยันว่าจะขอเข้าไปปรับความเข้าใจกับท่านด้วยตนเองในฐานะผู้ใหญ่ที่เคารพ เพื่อชี้แจงถึงความจำเป็นที่รัฐบาลต้องมีกลไกนี้ไว้ขับเคลื่อนนโยบาย ซึ่งยืนยันว่าไม่มีการก้าวก่ายหน้าที่ของใคร ทุกอย่างจะดำเนินการตามโครงสร้างเดิมเพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อได้ครับ

  • กอ.รมน. ทำหน้าที่เป็นกลไกหลักในการประสานงานด้านความมั่นคงและสวัสดิการ
  • รัฐบาลเน้นการทำงานตามกฎหมาย ไม่ก้าวก่ายกระบวนการยุติธรรม
  • นายกฯ มุ่งเน้นการสร้างความเข้าใจกับผู้ที่มีความเห็นต่างเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน

ในส่วนของความคืบหน้าคดีลอบยิง สส. กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ นายกรัฐมนตรีได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการไปตามพยานหลักฐานและกระบวนการยุติธรรมอย่างตรงไปตรงมา โดยไม่มีการยกเว้นให้ใคร ไม่ว่าจะเป็นใครก็ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกันครับ

สรุปแล้ว การที่นายกฯ ย้ำ ไม่ยุบ กอ.รมน. ในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นว่าในภาวะที่ประเทศต้องการเสถียรภาพ การรักษาหน่วยงานที่เป็นกลไกประสานงานสำคัญคือทางออกที่รัฐบาลเลือกใช้ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าความมั่นคงและสันติสุขในทุกย่างก้าวของพี่น้องประชาชนจะได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง แล้วคุณล่ะครับคิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้ อย่าลืมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้นะครับ

ที่มา – นายกฯ ย้ำ ไม่ยุบ กอ.รมน. เหตุต้องใช้เป็นกลไกของรัฐบาลดูแลความมั่นคง ขอปรับความเข้าใจ “วันนอร์” เอง

อนุทิน ลั่นยุบ กอ.รมน. ไม่ได้ เพราะอยู่คู่คนไทยมาหลายปี

อนุทิน ลั่นยุบ กอ.รมน. ไม่ได้ เพราะอยู่คู่คนไทยมาหลายปี

กลายเป็นประเด็นที่หลายคนกำลังจับตามองในแวดวงการเมืองไทย เมื่อมีกระแสข่าวเรื่องการเสนอให้มีการยุบหน่วยงานความมั่นคงอย่าง กอ.รมน. โดยล่าสุด นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานคณะที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ได้อภิปรายเสนอให้ยุบกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร เนื่องจากมองว่าภารกิจมีความซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่น

นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้กล่าวอย่างชัดเจนว่า กอ.รมน. เป็นหน่วยงานที่ปฏิบัติหน้าที่มาอย่างยาวนานและมีบทบาทสำคัญในการรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ ดังนั้นการที่นายกฯ ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า อนุทิน ลั่นยุบ กอ.รมน. ไม่ได้ เพราะอยู่คู่คนไทยมาหลายปี จึงถือเป็นจุดยืนที่ค่อนข้างชัดเจนของฝ่ายบริหารในปัจจุบัน โดยนายกฯ มองว่าหน่วยงานนี้มีส่วนช่วยดูแลความสงบสุขของประชาชนมาตลอดหลายสิบปี

มุมมองต่อประเด็นการยุบ กอ.รมน.

สำหรับการตั้งคำถามว่าประเด็นนี้จะกลายเป็นเรื่องอ่อนไหวทางการเมืองหรือไม่ นายอนุทินได้ปฏิเสธประเด็นดังกล่าว โดยระบุว่า นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา เองก็ยังคงทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาให้กับนายกรัฐมนตรีอย่างต่อเนื่อง และกำลังจะร่วมคณะเดินทางไปยังประเทศมาเลเซียเพื่อภารกิจสำคัญร่วมกันอีกด้วย การแสดงความคิดเห็นเชิงนโยบายจึงมองว่าเป็นเรื่องที่สามารถพูดคุยชี้แจงกันได้ตามกระบวนการทำงาน

นอกจากนี้ นายอนุทินยังได้ย้ำถึงความเป็นมืออาชีพของเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานว่า ทุกฝ่ายทำงานกันอย่างเต็มที่เพื่อดูแลพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ กอ.รมน. เข้าไปมีบทบาทอย่างมาก อนุทิน ลั่นยุบ กอ.รมน. ไม่ได้ เพราะอยู่คู่คนไทยมาหลายปี คำกล่าวนี้นอกจากจะเป็นการตอบโต้ประเด็นข้อเสนอแล้ว ยังเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับเจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคงว่ารัฐบาลยังคงสนับสนุนการทำงานของหน่วยงานนี้เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อความมั่นคงของประเทศชาติ

  • การตรวจสอบภารกิจเพื่อลดความซ้ำซ้อนเป็นเรื่องที่พึงกระทำ แต่ต้องรักษาเสถียรภาพความมั่นคง
  • ความร่วมมือระหว่างหน่วยงานรัฐควรเป็นไปในทิศทางที่สร้างสรรค์
  • จุดยืนของผู้นำรัฐบาลถือเป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดทิศทางนโยบาย

อย่างไรก็ตาม ในโลกของการเมืองนโยบายต่างๆ มักมีการถกเถียงเพื่อหาทางออกที่ดีที่สุด หากมองในอีกมุมหนึ่ง การทบทวนงานของ กอ.รมน. ให้กระชับและตอบโจทย์คนในพื้นที่มากขึ้นอาจเป็นทางเลือกที่ทุกฝ่ายยอมรับได้ ในท้ายที่สุด หัวใจสำคัญไม่ได้อยู่ที่การยุบหรือไม่ยุบ แต่อยู่ที่ว่าหน่วยงานนั้นสร้างความอุ่นใจและแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนได้จริงหรือไม่ นี่คือคำถามที่คนไทยทุกคนต้องการคำตอบ

ที่มา – “อนุทิน” ลั่นยุบ กอ.รมน. ไม่ได้ เพราะอยู่คู่คนไทยมาหลายปี

สดุดีวีรบุรุษ ยกหนี้ ธ.ก.ส. กรณีพิเศษ

รัฐบาลแสดงความเสียใจและสดุดีวีรบุรุษทหารกล้าที่สละชีวิตปกป้องอธิปไตยจากเหตุความไม่สงบชายแดนไทย-กัมพูชา พร้อมทั้งอนุมัติ ยกหนี้เงินกู้ ธ.ก.ส. เป็นกรณีพิเศษ

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ได้สร้างความสูญเสียต่อชีวิตของวีรบุรุษผู้เสียสละในการปฏิบัติหน้าที่ป้องกันประเทศ รักษาเอกราช และอธิปไตยของชาติ รัฐบาลขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของทหารกล้า และขอสดุดีวีรกรรมอันหาญกล้าของทุกท่าน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้สั่งการให้ทุกส่วนราชการเร่งให้ความช่วยเหลือครอบครัวของวีรบุรุษอย่างเต็มที่ ตามอำนาจหน้าที่ของแต่ละหน่วยงาน

นอกจากนี้ ยังได้มอบหมายให้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานกรรมการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ดำเนินการช่วยเหลือลูกค้าที่เป็นทหาร หรือ ตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) ที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ในเหตุการณ์ดังกล่าว รวมถึงให้ความช่วยเหลือแก่บิดา มารดา หรือ คู่สมรส ที่เป็นลูกค้า ธ.ก.ส. ของวีรบุรุษผู้เสียสละชีวิต

สดุดีวีรบุรุษผู้เสียสละชีวิต -ยกหนี้เงินกู้ ธ.ก.ส. เป็นกรณีพิเศษ

มาตรการช่วยเหลือที่สำคัญคือ การยกหนี้เงินกู้ ธ.ก.ส. เป็นกรณีพิเศษ โดยให้ธนาคารยกหนี้ในส่วนของต้นเงินกู้ทุกสัญญา และยกหนี้ในส่วนของดอกเบี้ยค้างรับและดอกเบี้ยปรับทั้งหมด ภายใต้สัญญาที่ใช้แหล่งเงินทุน ธ.ก.ส.

รายละเอียดการ ยกหนี้เงินกู้ ธ.ก.ส. เป็นกรณีพิเศษ

  • ยกหนี้ต้นเงินกู้ทั้งหมด
  • ยกหนี้ดอกเบี้ยค้างรับทั้งหมด
  • ยกหนี้ดอกเบี้ยปรับทั้งหมด
  • ครอบคลุมสัญญาที่ใช้แหล่งเงินทุน ธ.ก.ส.

รัฐบาลยืนยันว่าจะยืนหยัดเคียงข้างเหล่านักรบ ทหารกล้าของไทย และพี่น้องประชาชนคนไทย เพื่อก้าวผ่านวิกฤติการณ์ความไม่สงบระหว่างประเทศไทย-กัมพูชาไปด้วยกัน รัฐบาลจะเร่งดำเนินการทุกมาตรการเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างทั่วถึง

การดำเนินการยกหนี้เงินกู้ ธ.ก.ส. เป็นกรณีพิเศษนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งมาตรการสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริงของรัฐบาลในการดูแลและเยียวยาครอบครัวของวีรบุรุษผู้เสียสละชีวิตเพื่อชาติ เป็นการแสดงความขอบคุณและให้เกียรติแก่ผู้ที่ทำคุณประโยชน์อย่างใหญ่หลวงต่อประเทศชาติและประชาชน

ยกหนี้เงินกู้ ธ.ก.ส. เป็นกรณีพิเศษ นี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของความพยายามในการดูแลผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบ รัฐบาลยังคงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาและปรับปรุงมาตรการช่วยเหลือต่างๆ ให้ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อให้ความช่วยเหลือสามารถเข้าถึงผู้ที่ต้องการได้อย่างแท้จริงและทันท่วงที

การเสียสละของวีรบุรุษทุกท่านเป็นสิ่งที่มิอาจประเมินค่าได้ และรัฐบาลจะจดจำคุณงามความดีของทุกท่านตลอดไป การช่วยเหลือครอบครัวของวีรบุรุษเป็นหน้าที่อันสำคัญยิ่งของรัฐบาล และจะดำเนินการอย่างต่อเนื่องเพื่อให้มั่นใจว่าครอบครัวเหล่านี้จะได้รับการดูแลอย่างดีที่สุด

ที่มา – สดุดีวีรบุรุษผู้เสียสละชีวิต -ยกหนี้เงินกู้ ธ.ก.ส. เป็นกรณีพิเศษ

นายกฯ สั่ง กอ.รมน. คุมเข้ม สแกมเมอร์-แก๊งคอลเซ็นเตอร์

โฆษกรัฐบาลเผย นายกรัฐมนตรี กำชับวงประชุม กอ.รมน. ยกระดับกลไกป้องสแกมเมอร์-แก๊งคอลเซ็นเตอร์ เดินหน้าขับเคลื่อน 4 แผนสำคัญแก้ไขปัญหาชายแดนใต้

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 20 ต.ค. 2568 ที่ห้องประชุม ชั้น 3 อาคารรื่นฤดี กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ถนนนครราชสีมา เขตดุสิต กรุงเทพฯ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ครั้งที่ 1/2569 โดยนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรี เน้นย้ำการให้ความสำคัญและยกระดับกลไกการป้องกันสแกมเมอร์-แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่ให้ทุกภาคส่วนทำงานร่วมกันแบบบูรณาการ

นายกฯ สั่ง กอ.รมน. คุมเข้ม สแกมเมอร์-แก๊งคอลเซ็นเตอร์

เห็นชอบแผนขับเคลื่อนภาคใต้

นายสิริพงศ์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ครั้งที่ 1/2569 มีมติเห็นชอบแผนในการขับเคลื่อนการแก้ปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ จำนวน 4 แผน ดังนี้

  1. แผนปฏิบัติการเสริมสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ พุทธศักราช 2568-2570 มุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ส่งเสริมการศึกษา และสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างประชาชนกับภาครัฐ โดยมีเป้าหมายเพื่อลดความขัดแย้งและความรุนแรงในพื้นที่
  2. แผนปฏิบัติการความมั่นคงรองรับพื้นที่บังคับใช้พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรพุทธศักราช 2551 มีวัตถุประสงค์เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงภายในประเทศ โดยให้ความสำคัญกับการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด และการป้องกันการก่อเหตุร้าย
  3. โครงสร้างการจัด กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ภาค 4 ส่วนหน้า ประจำปีงบประมาณพุทธศักราช 2569 จัดโครงสร้างองค์กรให้มีความคล่องตัวและมีประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน โดยมีการปรับปรุงโครงสร้างการบังคับบัญชาและการประสานงานระหว่างหน่วยงานต่างๆ
  4. อัตราเฉพาะกิจ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ภาค 4 ส่วนหน้า ประจำปีงบประมาณพุทธศักราช 2569 กำหนดอัตรากำลังพลให้เหมาะสมกับภารกิจที่ได้รับมอบหมาย โดยมีการเพิ่มกำลังพลในหน่วยงานที่จำเป็น และมีการฝึกอบรมให้กำลังพลมีความพร้อมในการปฏิบัติงาน

ความสำคัญของการป้องกันสแกมเมอร์และแก๊งคอลเซ็นเตอร์

ปัจจุบันปัญหาสแกมเมอร์-แก๊งคอลเซ็นเตอร์ทวีความรุนแรงมากขึ้น สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก กลุ่มมิจฉาชีพเหล่านี้ใช้วิธีการหลอกลวงที่หลากหลายและซับซ้อน ทำให้เหยื่อหลงเชื่อและสูญเสียทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก ดังนั้นการป้องกันและปราบปรามสแกมเมอร์-แก๊งคอลเซ็นเตอร์จึงเป็นเรื่องที่สำคัญและจำเป็นอย่างยิ่ง

รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้พยายามแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง โดยมีการปรับปรุงกฎหมาย ระเบียบ และมาตรการต่างๆ เพื่อให้สามารถรับมือกับภัยคุกคามจากสแกมเมอร์-แก๊งคอลเซ็นเตอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม การแก้ไขปัญหาดังกล่าวต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน

ประชาชนควรระมัดระวังและป้องกันตนเองจากการถูกหลอกลวงจากสแกมเมอร์-แก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยไม่หลงเชื่อข้อมูลที่ไม่น่าเชื่อถือ และไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวให้กับบุคคลที่ไม่รู้จัก หากได้รับโทรศัพท์หรือข้อความที่น่าสงสัย ควรตรวจสอบข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน

การที่นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำให้ กอ.รมน. ยกระดับกลไกการป้องกันสแกมเมอร์และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างจริงจัง การทำงานร่วมกันแบบบูรณาการของทุกภาคส่วนจะเป็นกุญแจสำคัญในการปราบปรามสแกมเมอร์และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ให้หมดสิ้นไป

ที่มา – นายกรัฐมนตรี กำชับวงประชุมกอ.รมน. ยกระดับกลไกป้องสแกมเมอร์-แก๊งคอลเซ็นเตอร์

Scroll to top