การลงทะเบียนเลือกตั้ง

จุลพันธ์ แจ้ง กกต.เบรกเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมจนกว่าศาลตัดสิน

สวัสดีครับเพื่อนๆ ผู้ประกันตนทุกคน วันนี้มีข่าวอัปเดตสำคัญที่เชื่อว่าหลายคนกำลังเฝ้ารอเกี่ยวกับการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตนเข้ามาเป็นคณะกรรมการประกันสังคม หรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่า บอร์ดประกันสังคม ล่าสุด “จุลพันธ์” แจ้งข่าว กกต.เบรกเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมออกไป จนกว่าศาลปกครองกลางจะมีคำวินิจฉัย ซึ่งถือเป็นเรื่องใหญ่ที่กระทบต่อสิทธิประโยชน์ของพวกเราทุกคนโดยตรงครับ

จุลพันธ์ แจ้ง กกต.เบรกเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมจนกว่าศาลตัดสิน

เรื่องราวทั้งหมดเริ่มจากการที่มีผู้ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลางเกี่ยวกับเงื่อนไขการลงทะเบียนเลือกตั้ง โดยเฉพาะข้อกำหนดที่ว่า “ผู้มีสิทธิเลือกตั้งต้องเป็นผู้ลงทะเบียนเพื่อใช้สิทธิเลือกตั้งกับสำนักงานประกันสังคม” ซึ่งประเด็นนี้เองที่ทำให้เกิดการตั้งคำถามถึงความเหมาะสมและหลักการต่างๆ จนกระทั่งศาลปกครองกลางได้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวให้ทุเลาการบังคับใช้ประกาศดังกล่าวไว้ก่อน จนกว่าคดีจะถึงที่สุดครับ

ผลกระทบเมื่อ จุลพันธ์ แจ้ง กกต.เบรกเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมจนกว่าศาลตัดสิน

เมื่อมีคำสั่งจากศาลดังกล่าว การดำเนินการตามแผนงานเดิมที่สำนักงานประกันสังคมได้วางไว้จึงต้องหยุดชะงักลง โดยผลกระทบหลักๆ ที่เกิดขึ้น ได้แก่:

  • การเตรียมประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งและสถานที่เลือกตั้งที่เดิมกำหนดไว้ในวันที่ 10 สิงหาคม ต้องระงับไว้ก่อน
  • ประกาศรายชื่อและหมายเลขผู้สมัครรับเลือกตั้งในวันที่ 19 สิงหาคม ต้องเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด
  • วันลงคะแนนเลือกตั้งเดิมคือ 27 กันยายน 2569 ต้องถูกชะลอออกไปเพื่อรอฟังคำวินิจฉัยจากศาล

จากประเด็นที่ จุลพันธ์ แจ้ง กกต.เบรกเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมจนกว่าศาลตัดสิน ออกไปนั้น ทางสำนักงานประกันสังคมยืนยันว่าหากมีความคืบหน้าแจ้งจากศาลปกครองกลางอย่างไร จะรีบนำข้อมูลมาบอกเล่าให้ทราบอย่างทันท่วงทีครับ

สำหรับผมมองว่า แม้การเลื่อนเลือกตั้งอาจจะทำให้เราต้องรอนานขึ้น แต่การที่ศาลเข้ามาตรวจสอบความโปร่งใสและกติกาต่างๆ ก็ถือเป็นเรื่องดี เพื่อให้การได้มาซึ่งตัวแทนที่แท้จริงของฝั่งผู้ใช้แรงงานและนายจ้างมีความยุติธรรมและครอบคลุมทุกฝ่ายให้มากที่สุดครับ ยังไงใครที่เป็นผู้ประกันตนก็อย่าเพิ่งท้อถอยนะครับ ติดตามข่าวสารกันต่อไปอย่างใกล้ชิด ผมจะคอยอัปเดตให้ทราบที่นี่ทันทีที่มีข่าวใหม่ครับ

ที่มา – “จุลพันธ์” แจ้งข่าว กกต.เบรกเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมออกไป จนกว่าศาลปกครองกลางจะมีคำวินิจฉัย

กกต. ย้ำตั้งแต่ 18.00 น. ห้ามขายเหล้า หน่วยเลือกตั้งเดียวกัน

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อก! วันนี้มีข้อมูลสำคัญมากๆ จากกกต. มาแจ้งให้ทุกคนทราบกันก่อนวันเลือกตั้งใหญ่ พรุ่งนี้ 8 กุมภาพันธ์ 2567 แล้วนะ กกต. ย้ำตั้งแต่ 18.00 น. ห้ามขายเหล้า หน่วยเลือกตั้งเดียวกัน สำหรับการเลือกตั้ง ส.ส. และลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญด้วย อย่าพลาดเด็ดขาด ไม่งั้นอาจโดนปรับหรือติดคุกได้!

กกต. ย้ำตั้งแต่ 18.00 น. ห้ามขายเหล้า หน่วยเลือกตั้งเดียวกัน

เมื่อช่วงเช้าวันที่ 7 กุมภาพันธ์ ที่สำนักงาน กกต. ว่าที่ ร.ต. ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการ กกต. ได้แถลงข่าวเตรียมความพร้อมให้สื่อมวลชนฟัง โดยย้ำว่าพรุ่งนี้คือวันประวัติศาสตร์ของชาติ ที่เราจะมีทั้งเลือกตั้ง ส.ส. 400 เขต และลงประชามติร่าง รธน. ในวันเดียวกันเลย มีหน่วยเลือกตั้งทั่วประเทศ 99,538 หน่วย ผู้มีสิทธิ์กว่า 52 ล้านคน ทุกคนต้องเตรียมตัวให้พร้อม!

กกต. ชี้แจงชัดๆ ว่า หน่วยเลือกตั้ง ส.ส. กับหน่วยลงประชามติอยู่ในหน่วยเดียวกัน สำหรับคนที่ไม่ได้ลงทะเบียนล่วงหน้าหรือประชามติต่างจังหวัดนะครับ ถ้าลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าไว้แต่ไม่ไป ก็เสียสิทธิ์เลือกตั้ง ส.ส. แล้ว แต่ยังลงประชามติได้ตามปกติ ส่วนคนที่ลงทะเบียนล่วงหน้าไม่สำเร็จ ก็ไปโหวตได้ที่หน่วยบ้านตัวเองตามทะเบียนบ้าน

ตรวจสอบข้อมูลก่อนไปโหวต อย่าให้บัตรเสีย!

กกต. แนะนำให้ทุกคนตรวจสอบสถานที่ไปโหวต หมายเลขผู้สมัคร ส.ส. แบ่งเขต และหมายเลขพรรคที่ชอบ รวมถึงคำถามประชามติด้วย อย่าลืมจำให้ดี ป้องกันบัตรเสียที่อาจทำให้เสียสิทธิ์ได้ เอกสารที่ใช้แสดงตนก็ง่ายๆ เลย:

  • บัตรประชาชน
  • ใบขับขี่
  • บัตรประจำตัวผู้พิการ
  • เอกสารราชการอื่นๆ
  • เอกสารดิจิทัล mDocument

ถ้าบัญชีรายชื่อหน้าหน่วยสีซีดจาง อ่านไม่ออก ไม่ต้องห่วง กกต. จะเอาแผ่นใหม่ไปแปะให้ชัดๆ ในวันโหวตเอง

ห้ามขายเหล้าและหาเสียงเด็ดขาดตั้งแต่ 18.00 น. วันนี้

อีกเรื่องสำคัญที่กกต. ย้ำซ้ำๆ คือตั้งแต่ 18.00 น. วันนี้ (7 ก.พ.) จนถึง 18.00 น. วันพรุ่งนี้ ห้ามขาย จำหน่าย จ่ายแจก หรือเลี้ยงสุราทุกชนิดทั้งประเทศเลยนะครับ ไม่ว่าจะในร้านเหล้า บาร์ หรือแม้แต่ปาร์ตี้ที่บ้าน ถ้าฝ่าฝืนมีโทษหนักตาม พ.ร.บ. เลือกตั้ง ผู้สมัคร พรรคการเมือง ห้ามหาเสียงทุกอย่างด้วย ไม่ว่าจะดีหรือเสียต่อใคร ก็ผิดหมด!

นอกจากนี้ กกต. ยังขอความร่วมมือประชาชนทุกคนช่วยกันทำให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย สงบศึก อย่าให้มีปัญหาเรื่องเมาแล้วทะเลาะกันนะครับ ปีนี้เป็นการเลือกตั้งที่รวม ส.ส. กับประชามติ ถ้าทุกคนไปโหวตเยอะๆ จะช่วยให้ประชาธิปไตยไทยแข็งแกร่งขึ้นมาก

ปัญหาที่อาจเจอ เช่น ไปผิดหน่วยเพราะลงทะเบียนล่วงหน้าไม่ตรงกัน หรือลืมหมายเลขผู้สมัคร แนะนำให้เช็คเว็บ กกต. หรือแอปเลือกตั้งล่วงหน้าเลยดีกว่า สถานที่โหวตอาจเปลี่ยนจากโรงเรียนไปโรงยิมหรือหอประชุมชั่วคราว ตรวจให้ชัวร์!

ส่วนตัวผมคิดว่าการเลือกตั้งครั้งนี้สำคัญมาก เพราะจะกำหนดทิศทางประเทศไปอีกหลายปี อยากเห็นทุกคนตื่นเช้าไปโหวต แม้ฝนจะตกหรือร้อนแค่ไหนก็ตาม มันคือสิทธิและหน้าที่ของพลเมืองที่ดีครับ

สุดท้าย อย่าลืมแชร์ข้อมูลนี้ให้เพื่อนๆ ครอบครัวด้วยนะ ไปใช้สิทธิ์กันให้เต็มที่ เพื่ออนาคตไทยที่สดใส! ถ้าอ่านแล้วมีคำถาม คอมเมนต์มาถามได้เลยครับ

ที่มา – กกต. ย้ำตั้งแต่ 18.00 น. วันนี้ห้ามขายเหล้า แจงหน่วยเลือกตั้ง สส.-ลงประชามติ อยู่ในหน่วยเดียวกัน

บก.ลายจุด ถาม กกต. เรื่องเลือกตั้ง-ประชามติ


“ยิ่งชีพ-สมบัติ” บุก กกต. พูดคุย 7 นาที ถามปมข้อสงสัยเลือกตั้ง-ประชามติ ด้าน เลขา กกต. ยัน พรรค-นักการเมือง รณรงค์ประชามติได้

วันที่ 6 มกราคม 2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) และนายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด เดินทางมาสอบถาม นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. เกี่ยวกับประเด็นข้อสงสัยเรื่องของการเลือกตั้งและการทำประชามติ โดย บก.ลายจุด ได้ใส่เสื้อยืดสีดำระบุอักษรย่อ ค. ที่เสื้อ

ระหว่างที่ นายแสวง กำลังให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนอยู่ นายสมบัติ เข้ามาในวงสัมภาษณ์ พร้อมตั้งคำถามว่า “กกต. มีหน้าที่ในการเลือกตั้งและการลงประชามติถูกต้องหรือไม่” ซึ่งนายแสวง ตอบว่า “ถูกต้อง” นายสมบัติจึงถามเพิ่มเติมว่า “การที่นายแสวงให้สัมภาษณ์ช่วงต้นบอกว่าพรรคการเมืองและนักการเมืองไม่ควรออกมารณรงค์ในการชี้นำแสดงจุดยืนว่าตนเองรับหรือไม่รับรัฐธรรมนูญประเด็นนี้นายแสวงได้กล่าวตอนต้นว่าทำไม่ได้ถูกต้องหรือไม่” ซึ่งนายแสวง ก็ตอบว่า “ถูกต้อง” นายสมบัติ จึงถามย้ำว่า “แล้วตกลงจะทำได้หรือทำไม่ได้”

นายแสวงได้ตอบคำถามนายสมบัติบอกว่า ตนเองได้แถลงข่าวไปแล้วว่าสามารถทำได้ เพราะกฎหมายมาตรา 17 มีการบอกให้ กกต.กำหนด เพื่อความเรียบร้อยเมื่อมาพิจารณาดูแล้ว เห็นว่าเรื่องนี้เป็นเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ กกต. จึงไม่ได้ออกกฎเกณฑ์อะไร เพียงแต่คนเป็นพรรคจะมีภาระมากกว่าประชาชน เพราะหากพรรคจะทำอะไรต้องอยู่ภายใต้กฎหมายของพรรคการเมืองและอยู่ภายใต้กฎหมายประชามติ รวมทั้งกฎหมาย สส. นายสมบัติถามเพิ่มเติมว่า คำพูดของนายแสวงทำให้ประชาชนรู้สึกสับสน จึงอยากจะขออนุญาตให้นายแสวงเขียนเป็นข้อความระบุให้ชัดเจน และนักการเมืองบางส่วนไม่ทราบว่าจะเอาหมวดค่าใช้จ่ายส่วนนี้ไปไว้ในหมวดไหนของค่าใช้จ่าย กกต. จะมีทางออกเรื่องนี้อย่างไร นายแสวง บอกว่า พรรคการเมืองมีเจ้าหน้าที่เรื่องการเงิน การงบประมาณอยู่แล้วซึ่งต้องรู้กฎหมาย ตนเองบอกตั้งแต่แรกว่าพรรคการเมืองต้องดูกฎหมาย 3 ฉบับ พรรคการเมืองใช้เงินทุกบาททุกสตางค์ต้องอยู่ในกฎหมายพรรคการเมือง แต่สำหรับประชามตินั้นไม่มีค่าใช้จ่าย หากเลือกตั้ง สส. จะมีค่าใช้จ่ายแบบพรรคกับแบบแบ่งเขต ซึ่งเส้นแบ่งคือเนื้อหาที่แต่ละคนไปพูดจึงต้องระมัดระวังให้ดี

หลังจากนั้น นายแสวง นายสมบัติ รวมทั้งนายยิ่งชีพได้ลงไปพูดคุยรายละเอียดต่างๆ ร่วมกันเป็นเวลา 7 นาที ก่อนที่นายยิ่งชีพและนายสมบัติออกมาให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน

นายสมบัติบอกว่า เมื่อสักครู่นายแสวงได้ถามตนเองว่าที่ใส่เสื้ออักษรย่อ ค. หมายความว่าอย่างไร ซึ่งตัวเองตอบว่านี่คือ ค.ควาย อยากจะสื่อความหมายถึงคำว่า “คิด” ใส่เสื้อตัวนี้มาเพราะอยากให้นายแสวงได้คิด ซึ่งนายแสวงยืนยันกับตนเองว่าพรรคการเมืองและนักการเมืองสามารถที่จะแสดงความคิดเห็นได้ ว่าจะเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบในการลงประชามติ สิ่งที่ตนเองเห็นร่วมกันกับนายแสวงคือกระแสเรื่องของการลงประชามติเบามาก อาจจะเป็นเพราะว่าบรรดา สส.ไปพูดเรื่องการเลือกตั้ง แต่ไม่ได้พูดเรื่องการลงประชามติ จึงต้องช่วยกันรณรงค์เรื่องของการลงประชามติ

ด้านนายยิ่งชีพ บอกว่า หลังจากได้คุยกับนายแสวงในห้องรับรองระยะเวลา 7 นาที ประเด็นแรกได้มีการขอมาตลอดให้ขยายเวลาในการลงทะเบียนการเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตและการประชามตินอกเขตเพิ่มอีกประมาณ 3 วัน โดยตามกฎหมายสามารถทำได้ถึงวันที่ 8 มกราคม หรือหากจะขยายเพิ่มเติมอีก 1 วันตัวเองคิดว่าเป็นการรักษาสิทธิ์รักษาเสียงได้อีกหลายแสนคน โดยนายแสวงก็ยืนยัน ว่ายังไม่มีการขยายและปิดการลงทะเบียนไปแล้วตั้งแต่เมื่อคืนนี้ หากประชาชนลงทะเบียนไม่ทัน ตอนนี้ไม่มีทางที่จะลงทะเบียนได้แล้ว ต้องกลับบ้านไปตามทะเบียนบ้านวันที่ 8 กุมภาพันธ์ เท่านั้น

ส่วนอีกประเด็นที่อยากถามคือมีคนที่ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตแต่ไม่ได้ลงทะเบียนเพื่อทำประชามตินอกเขตจำนวนเท่าไหร่ เพราะต้องลงทะเบียน 2 ครั้ง 2 ระบบ ซึ่งตอนนี้ตัวเลขทางการยังไม่ออกมา แต่นายแสวง ตอบแล้วว่ามีจำนวนประมาณ 6 แสนคน (จำนวน 3 วัน) ซึ่งนี่คือจำนวนคนที่ไม่สามารถออกเสียงประชามติได้ ถือเป็นจำนวนที่น่าเสียดาย และถือเป็นความเสียหายไม่หนักเท่าที่คิดจึงขอบคุณสื่อมวลชนและหลายฝ่ายที่ช่วยประชาสัมพันธ์

บก.ลายจุด บุก กกต. ถามข้อสงสัยเลือกตั้ง-ประชามติ

สรุปประเด็นสำคัญเกี่ยวกับการเลือกตั้งและการทำประชามติที่ บก.ลายจุด ได้สอบถาม กกต. มีดังนี้:

  • ความเป็นไปได้ในการขยายเวลาการลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าและการประชามตินอกเขต
  • จำนวนผู้ที่ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าแต่ไม่ได้ลงทะเบียนการประชามติ
  • ความชัดเจนเกี่ยวกับบทบาทของพรรคการเมืองในการรณรงค์ประชามติ

ทำไมประเด็นข้อสงสัยเรื่องของการเลือกตั้งและการทำประชามติจึงสำคัญ

การเลือกตั้งและการทำประชามติเป็นกระบวนการสำคัญในระบอบประชาธิปไตย การมีส่วนร่วมของประชาชนในการตัดสินใจทางการเมืองเป็นสิ่งจำเป็น การที่ บก.ลายจุด ได้ตั้งคำถามและสอบถาม กกต. เกี่ยวกับข้อสงสัยต่างๆ เกี่ยวกับกระบวนการเลือกตั้งและการทำประชามติ ถือเป็นการทำหน้าที่ตรวจสอบและส่งเสริมความโปร่งใสของกระบวนการดังกล่าว

นอกจากนี้ การที่ กกต. ได้ออกมายืนยันว่าพรรคการเมืองและนักการเมืองสามารถรณรงค์ประชามติได้ ถือเป็นการยืนยันสิทธิและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นทางการเมือง ซึ่งเป็นหลักการสำคัญของระบอบประชาธิปไตย อย่างไรก็ตาม พรรคการเมืองต้องดำเนินการภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ดังนั้น การติดตามข่าวสารและทำความเข้าใจเกี่ยวกับกระบวนการเลือกตั้งและการทำประชามติจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้สิทธิและเสียงของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพในการสร้างสังคมที่เป็นธรรมและประชาธิปไตย

การที่ บก.ลายจุด ออกมาตั้งคำถามเกี่ยวกับ ประเด็นข้อสงสัยเรื่องของการเลือกตั้งและการทำประชามติ ถือเป็นสิ่งที่น่ายกย่องและควรให้การสนับสนุน เพราะเป็นการทำหน้าที่ของพลเมืองที่ดีในการตรวจสอบและส่งเสริมความโปร่งใสของกระบวนการทางการเมือง

ที่มา – บก.ลายจุด บุก กกต. ถามข้อสงสัยเลือกตั้ง-ประชามติ ด้านเลขา กกต. ยัน พรรคการเมืองรณรงค์ประชามติได้

รทสช.ย้ำ! “เลือกตั้ง-ประชามติ” ต้องใช้สิทธิ

“ศศิกานต์” รองโฆษก รทสช. ย้ำลงทะเบียนล่วงหน้า “เลือกตั้ง-ประชามติ” ต้องไปใช้สิทธิให้ครบ พลาดวันเดียวถูกตัดสิทธิการเมือง 2 ปี

นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ เปิดเผยว่า จากการประกาศของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่กำหนดให้มีการลงทะเบียนขอใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้า ทั้งนอกเขตเลือกตั้งและนอกราชอาณาจักร รวมถึงการออกเสียงประชามติ ระหว่างวันที่ 20 ธันวาคม 2568 ถึงวันที่ 5 มกราคม 2569 นั้น พบว่าประชาชนจำนวนมากยังมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับขั้นตอนและวันเวลาในการไปใช้สิทธิ จึงขอเน้นย้ำกำหนดการสำคัญเพื่อให้ประชาชนเตรียมตัวให้พร้อม โดยการใช้สิทธิลงคะแนนล่วงหน้าในครั้งนี้ถูกแบ่งออกเป็น 2 วัน คือ

  1. วันเสาร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นวันลงคะแนนเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ล่วงหน้า สำหรับผู้ที่ลงทะเบียนนอกเขตเลือกตั้ง หรือนอกราชอาณาจักรไว้
  2. วันเสาร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นวันออกเสียงประชามติ สำหรับผู้ที่ลงทะเบียนขอใช้สิทธินอกเขตพื้นที่ไว้

ประชาชนที่ได้ทำการลงทะเบียนขอใช้สิทธิล่วงหน้าไว้ทั้งสองส่วน จำเป็นต้องเดินทางไปลงคะแนนให้ครบทั้ง 2 วัน หากผู้ที่มีชื่อในบัญชีผู้มีสิทธิเลือกตั้ง โดยเฉพาะผู้ที่ลงทะเบียนนอกเขตไว้ ไม่เดินทางไปใช้สิทธิในวันออกเสียงประชามติ คือ วันเสาร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 และไม่ได้ดำเนินการแจ้งเหตุจำเป็น หรือแจ้งความประสงค์ งดออกเสียง ตามกระบวนการที่กฎหมายกำหนด จะส่งผลให้ผู้นั้นถูกจำกัดสิทธิทางการเมืองเป็นระยะเวลานานถึง 2 ปี

รทสช.ย้ำ! “เลือกตั้ง-ประชามติ” ต้องใช้สิทธิ

การพลาดการใช้สิทธิเพียงครั้งเดียวในการเลือกตั้งและประชามติ อาจนำมาซึ่งผลกระทบต่อสิทธิทางการเมืองของคุณอย่างมาก ดังนั้นการเตรียมความพร้อมและทำความเข้าใจในกระบวนการเลือกตั้ง รวมถึงการออกเสียงประชามติจึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง

พรรครวมไทยสร้างชาติเน้นย้ำถึงความสำคัญของการไปใช้สิทธิในการเลือกตั้งและประชามติ เพื่อให้เสียงของทุกคนมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางของประเทศ การที่ประชาชนแต่ละคนออกมาใช้สิทธิของตนเองอย่างเต็มที่ จะทำให้เกิดการตัดสินใจที่สะท้อนความต้องการของสังคมโดยรวมอย่างแท้จริง

ทำไมการ “เลือกตั้ง-ประชามติ” ถึงสำคัญ?

การเลือกตั้งเป็นกระบวนการที่ประชาชนเลือกผู้แทนของตนเข้าไปทำหน้าที่ในสภา เพื่อออกกฎหมายและบริหารประเทศ การออกเสียงประชามติก็เป็นเครื่องมือที่สำคัญที่ช่วยให้ประชาชนสามารถแสดงความคิดเห็นต่อประเด็นสำคัญต่างๆ ที่มีผลกระทบต่อประเทศชาติโดยรวม ทั้งสองกระบวนการนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตย

การใช้สิทธิในการเลือกตั้งและประชามติ ไม่ได้เป็นเพียงการทำตามหน้าที่พลเมืองเท่านั้น แต่ยังเป็นการแสดงออกถึงความรับผิดชอบต่อสังคม และการมีส่วนร่วมในการสร้างอนาคตที่ดีกว่าสำหรับทุกคน การที่ประชาชนละเลยหรือไม่ให้ความสำคัญกับการใช้สิทธิของตนเอง อาจทำให้เกิดการตัดสินใจที่ไม่เป็นไปตามความต้องการของสังคมส่วนใหญ่ และส่งผลกระทบต่อการพัฒนาประเทศในระยะยาว

ดังนั้น การที่พรรครวมไทยสร้างชาติออกมาเน้นย้ำให้ประชาชนไปใช้สิทธิในการเลือกตั้งและประชามติ จึงเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของสิทธิและหน้าที่ของตนเอง และเป็นการกระตุ้นให้เกิดการมีส่วนร่วมทางการเมืองอย่างสร้างสรรค์และมีความหมาย

อย่าลืมตรวจสอบสิทธิของท่าน เตรียมตัวให้พร้อม และไปใช้สิทธิในการเลือกตั้งและประชามติ เพื่อร่วมกันสร้างอนาคตที่ดีกว่าสำหรับประเทศไทยของเรา

ที่มา – รองโฆษก รทสช. ย้ำ “เลือกตั้ง-ประชามติ” ต้องไปใช้สิทธิให้ครบ พลาดวันเดียวถูกตัดสิทธิการเมือง 2 ปี

Scroll to top