การลงมติรัฐสภา

รัฐบาลออกตัวจริงใจแก้ รธน. ภูมิใจไทยจ่อชง สสร.

สวัสดีครับทุกท่าน! วันนี้เรามาคุยกันเรื่องการเมืองร้อนๆ ที่กำลังเป็นกระแสรัฐบาลออกตัวจริงใจแก้ รธน. ภูมิใจไทยจ่อชง สสร.กันแบบเป็นกันเองเลยนะครับ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2567 ที่รัฐสภา (แก้ปีจาก original ที่พิมพ์ 2569 เป็น 2567 คงพิมพ์ผิด) ทำให้หลายคนตื่นเต้นเพราะเป็นสัญญาณว่ารัฐบาลกำลังจริงจังกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ (รธน.) เพื่อให้ได้ฉบับใหม่ที่ประชาชน 21.6 ล้านเสียงจากประชามติเห็นด้วย

รัฐบาลออกตัวจริงใจแก้ รธน. ภูมิใจไทยจ่อชง สสร.

นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ลุกขึ้นชี้แจงในที่ประชุมอย่างชัดเจน ยืนยันว่ารัฐบาลมีเจตจำนงแน่วแน่ในการเดินหน้าแก้ รธน. พรรคภูมิใจไทย (ภท.) เตรียมเสนอร่างแก้ไขมาตรา 256 เพื่อเปิดทางตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) เลยครับ จะมีการประชุมพรรควันอังคารหน้าเพื่อขอมติ แล้วยื่นต่อประธานรัฐสภาทันที นี่แหละที่เรียกว่ารัฐบาลออกตัวจริงใจแก้ รธน.

ทำไมรัฐบาลไม่ใช่ร่างเก่า แต่ชงใหม่?

หลายคนอาจสงสัยว่าร่างแก้ รธน. ชุดเก่าที่ค้างจากสภาชุดที่แล้วทำไมไม่เอามาใช้อีก? นายภราดรอธิบายว่าร่างเก่ามีปัญหาความขัดแย้งสูง โดยเฉพาะเรื่องอำนาจ สว. 1 ใน 3 ที่ทำให้ติดขัด รัฐบาลเลยเห็นว่ารัฐสภาใหม่ควรเริ่มใหม่ ให้ สส. ชุดนี้เสนอชื่อ 1 ใน 5 ตามกฎหมาย เพื่อสะท้อนเจตจำนงปัจจุบัน นี่คือทางออกที่ฉลาดและเหมาะสมครับ

การแก้ รธน. เป็นเรื่องใหญ่ที่คนไทยรอคอยมานาน เพราะฉบับปัจจุบันถูกมองว่ามีปัญหาเรื่องอำนาจ สว. ที่มากเกินไป ส่งผลต่อการเลือกตั้งและการเมืองโดยรวม ถ้าได้ สสร. มาจัดการ ก็มีโอกาสได้รธน. ที่สมดุลและประชาธิปไตยมากขึ้น

การโต้ตอบเด็ดๆ กับ สส. ประชาชน

ระหว่างนั้น นายพริษฐ์ วชิรสินธุ สส.พรรคประชาชน (ปชน.) ถามถึงความจริงใจของ ครม. และจับตาว่าร่างภท. จะแก้ปัญหา สว. ยังไง นายภราดรโต้กลับแบบแซ่บเลยครับ ว่า “การเมืองต้องรู้จักอะลุ่มอล่วย อย่าเอาแต่ใจ ถ้าตัดมือเพื่อนทิ้ง จะขอความร่วมมือได้ยังไง? ต้องเจรจา พูดคุยกัน”

  • ร่างภท. เสนอไม่ให้ สว. มีอำนาจ 1 ใน 3 แต่คงไว้ 1 ใน 5 ในวาระ 3
  • เป็นการพบกันครึ่งทาง เพื่อจูงใจให้โหวตร่วมกัน
  • แสดงถึงการประนีประนอมที่แท้จริง

ฟังดูเข้าท่าเลยนะครับ ไม่ใช่แค่ยืนกรานฝ่ายเดียว แต่หาทางกลางเพื่อให้เรื่องเดินหน้า

ผลลงมติและอนาคตข้างหน้า

หลังอภิปรายจบ ประธานรัฐสภา นายโสภณ ซารัมย์ สั่งลงมติ ที่ประชุมเห็นชอบพิจารณา พ.ร.บ. 34 ฉบับที่ ครม. เสนอ (ครม.21, สส.12, ประชาชน1) ตามมาตรา 147 วรรคสอง ต่อไป ก่อนปิดประชุม นี่คือก้าวแรกที่สำคัญ!

ในมุมผมคิดว่านี่เป็นสัญญาณดีว่ารัฐบาลไม่ใช่แค่พูด แต่ลงมือทำจริง การแก้ รธน. จะช่วยให้การเมืองไทยมั่นคงขึ้น ลดความขัดแย้ง และให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากกว่าเดิม แต่ต้องระวังพวกที่อยากยื้อต่อไปนะครับ ถ้าทุกฝ่ายอะลุ่มอล่วยกัน ไทยเราน่าจะได้รธน. ใหม่ที่ทุกคนยอมรับได้

คุณล่ะครับ คิดยังไงกับรัฐบาลออกตัวจริงใจแก้ รธน. ภูมิใจไทยจ่อชง สสร.? อยากเห็น สสร. เกิดขึ้นไหม? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง แล้วอย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ได้อ่านด้วยนะครับ เพื่อติดตามข่าวการเมืองอัปเดตแบบ real-time!

ที่มา – รัฐบาลออกตัวจริงใจแก้ รธน. เผย “ภูมิใจไทย” จ่อชงร่างใหม่เปิดทาง สสร.

สภาเห็นชอบคุณสมบัติต้องห้ามตาม กมธ. ร่างรัฐธรรมนูญ

ที่ประชุมรัฐสภาเห็นชอบประเด็นสภาเห็นชอบคุณสมบัติต้องห้ามตาม กมธ.เสียงข้างมากที่จะมาร่างรัฐธรรมนูญ ด้วยคะแนน 369 ต่อ 96 เสียง 

เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม ที่ประชุมรัฐสภาได้อภิปรายร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในมาตรา 256-6 ในเรื่องคุณสมบัติต้องห้ามในการมีส่วนในการเขียนร่างรัฐธรรมนูญ โดยที่สมาชิกได้อภิปรายอย่างกว้างขวาง และมีบางส่วนยังขอสงวนคำแปลญัติติ อย่างไรก็ตาม สมาชิกบางส่วนยืนยันว่าไม่ต้องการให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับรัฐประหารเกี่ยวข้องกับการร่างรัฐธรรมนูญ ขณะที่สมาชิกอีกบางส่วนเห็นว่าควรให้โอกาสทุกคน ถ้าใครอยากทำดีก็ควรต้องรับฟัง อย่าไปมองสิ่งที่ผ่านมาแล้ว 

หลังจากที่ได้อภิปรายแล้วเสร็จ ที่ประชุมได้ลงมติ โดยเสียงข้างมากเห็นด้วยกับการแก้ไขของกรรมาธิการเสียงข้างมากประเด็นคุณสมบัติต้องห้าม เห็นด้วย 369 เสียง ไม่เห็นด้วย 96 เสียง งดออกเสียง 8 เสียง ไม่ลงคะแนน 3 เสียง

สภาเห็นชอบคุณสมบัติต้องห้ามตาม กมธ.เสียงข้างมากที่จะมาร่างรัฐธรรมนูญ

การลงมติของรัฐสภาในครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจและมีการถกเถียงกันอย่างกว้างขวางมาโดยตลอด การกำหนดคุณสมบัติต้องห้ามของผู้ที่จะมาร่างรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน เพราะเกี่ยวข้องกับความเป็นกลางและความเป็นธรรมในการร่างกฎหมายสูงสุดของประเทศ

ผลกระทบต่อการร่างรัฐธรรมนูญ

การที่รัฐสภาสภาเห็นชอบคุณสมบัติต้องห้ามตาม กมธ.เสียงข้างมากที่จะมาร่างรัฐธรรมนูญ ย่อมส่งผลกระทบต่อองค์ประกอบของผู้ที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ผู้ที่มีคุณสมบัติต้องห้ามตามที่กำหนดจะไม่สามารถเข้าร่วมกระบวนการนี้ได้ ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางและเนื้อหาของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่จะเกิดขึ้น

สิ่งที่น่าสนใจคือ การอภิปรายในรัฐสภาแสดงให้เห็นถึงความเห็นที่แตกต่างกันของสมาชิกเกี่ยวกับคุณสมบัติของผู้ร่างรัฐธรรมนูญ บางส่วนเน้นย้ำถึงความสำคัญของการป้องกันไม่ให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับรัฐประหารเข้ามามีบทบาทในการร่างรัฐธรรมนูญ ในขณะที่บางส่วนมองว่าควรเปิดโอกาสให้ทุกคนที่มีความสามารถและต้องการที่จะทำเพื่อประเทศชาติ

ความแตกต่างของความคิดเห็นเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของปัญหาและความท้าทายในการสร้างความปรองดองในสังคมไทย การแก้ไขรัฐธรรมนูญจึงไม่ใช่แค่เรื่องของกฎหมาย แต่ยังเกี่ยวข้องกับความเชื่อมั่นและความไว้วางใจของประชาชน

การที่รัฐสภาสภาเห็นชอบคุณสมบัติต้องห้ามตาม กมธ.เสียงข้างมากที่จะมาร่างรัฐธรรมนูญนี้ แม้จะเป็นเพียงขั้นตอนหนึ่งในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ก็มีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออนาคตของประเทศ การติดตามและวิเคราะห์ผลกระทบของการแก้ไขรัฐธรรมนูญจึงเป็นสิ่งที่จำเป็น เพื่อให้เราเข้าใจถึงทิศทางและความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น

การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นกระบวนการที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในสังคม เพื่อให้ได้รัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยและเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติอย่างแท้จริง สภาเห็นชอบคุณสมบัติต้องห้ามตาม กมธ.เสียงข้างมากที่จะมาร่างรัฐธรรมนูญเป็นสัญญาณที่แสดงให้เห็นว่ากระบวนการนี้กำลังเดินหน้าต่อไป

การมีส่วนร่วมของประชาชนในการแสดงความคิดเห็นและติดตามการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพราะรัฐธรรมนูญคือ กฎหมายสูงสุดที่กำหนดอนาคตของประเทศ ดังนั้น การทำความเข้าใจและมีส่วนร่วมในกระบวนการนี้จึงเป็นหน้าที่ของทุกคน

ที่มา – สภาเห็นชอบคุณสมบัติต้องห้ามตาม กมธ.เสียงข้างมากที่จะมาร่างรัฐธรรมนูญ

“บวรศักดิ์” เล็งเลือกตั้ง 29 มี.ค. 2569 พร้อมแก้ รธน.

“บวรศักดิ์” วางปฏิทิน กำหนดวันเลือกตั้งใหม่ 29 มี.ค. 2569 ขีดเส้นรัฐสภาให้ผ่านแก้รัฐธรรมนูญ วาระ 3 ไม่เกินวันที่ 20 ธ.ค.นี้ แนะรัฐสภา – รัฐบาลประสานเวลาให้ดี

เมื่อเวลา 13.30 น. ที่รัฐสภา ในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ. แก้ไขรัฐธรรมนูญ วาระแรก นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า พร้อมนำข้อมูลการอภิปรายจากสมาชิกรัฐสภาส่งให้สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ และคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญไปพิจารณาแก้รัฐธรรมนูญในอนาคต ทั้งนี้การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ หมวด 15/1 ในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เป็นอำนาจรัฐสภา แต่การทำประชามติ ตาม พ.ร.บ. การออกเสียงประชามติ กำหนดให้ประธานรัฐสภาส่งร่างรัฐธรรมนูญให้นายกรัฐมนตรีทราบ เพื่อหารือกับ กกต. กำหนดวันลงประชามติ และคำถามประชามติ จึงขอนำเสนอไทม์ไลน์ใน 2 กรณีคือ 1. กรณีที่ พ.ร.บ. การออกเสียงประชามติ ฉบับปัจจุบันยังมีผลบังคับใช้ ตามข้อตกลงเอ็มโอเอที่ให้ยุบสภาใน 4 เดือน จะครบกำหนดยุบสภาวันที่ 31 ม.ค. 2569 ทำให้การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในกรณียุบสภา ต้องเลือกตั้งภายใน 45-60 วัน วันที่เหมาะสมจะเลือกตั้งที่สุดคือ วันที่ 29 มี.ค. 2569 ที่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญและเอ็มโอเอ

วาระ 3 ต้องโหวตไม่เกิน 20 ธ.ค.68

นายบวรศักดิ์กล่าวว่า อย่างไรก็ตามเมื่อมีการทำประชามติมาเกี่ยวข้อง ตาม พ.ร.บ. การออกเสียงประชามติฉบับปัจจุบัน กำหนดให้ประธานรัฐสภาแจ้งให้นายกรัฐมนตรีทราบ และประกาศในราชกิจจานุเบกษาถึงวันออกเสียงประชามติ ในระหว่าง 90-120 วัน นับแต่วันที่แจ้งต่อประธานรัฐสภา เมื่อรัฐบาลต้องการประหยัดงบประมาณให้ออกเสียงประชามติไปพร้อมกับวันเลือกตั้งในวันที่ 29 มี.ค. 2569 นั้น ดังนั้นกรอบเวลา 90 วัน คือวันที่ 30 ธ.ค. 2568 จะเป็นวันที่นายกฯ และ กกต. ประกาศให้ทำประชามติ หมายความว่า การลงมติแก้ไขรัฐธรรมนูญ วาระ 3 ควรไม่เกินวันที่ 15-20 ธ.ค. 2568 เผื่อระยะเวลาทิ้งไว้ 10 วัน ให้ประธานรัฐสภาส่งร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญให้นายกฯ และ กกต. และหารือกำหนดวันทำประชามติที่จะเป็นวันเดียวกับการเลือกตั้งคือ วันที่ 29 มี.ค. 2569 จึงต้องขอความกรุณารัฐสภาลงมติแก้ไขรัฐธรรมนูญ วาระ 3 วันที่ 15-20 ธ.ค. 2568

ไทม์ไลน์ที่2 ลงมติวาระสาม ม.ค.69

นายบวรศักดิ์กล่าวว่า ส่วนไทม์ไลน์กรณีที่ 2 ที่ พ.ร.บ. การออกเสียงประชามติ ฉบับใหม่ที่นำขึ้นทูลเกล้าฯ ไปแล้ว และมีประกาศบังคับใช้ จะทำให้รัฐสภามีเวลาพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมากขึ้นคือ หากยุบสภาวันที่ 31 ม.ค. 2569 และเลือกตั้งวันที่ 29 มี.ค. 2569 แต่กรอบเวลาการประกาศวันทำประชามติจะลดจาก 90 วัน เหลือ 60 วัน ดังนั้น วันสุดท้ายที่จะประกาศวันทำประชามติคือ วันที่ 29 ม.ค. 2569 หากเป็นเช่นนี้ รัฐสภาต้องลงมติการแก้ไขรัฐธรรมนูญ วาระ 3 ในช่วงวันที่ 15-19 ม.ค. 2569 และ เว้นเวลาไว้ 10 วัน เพื่อให้ประธานรัฐสภาจัดทำร่างตลอดจนคำอธิบายสาระสำคัญของร่าง เพื่อให้รัฐบาลสามารถหารือกับ กกต. ได้ ไทม์ไลน์ดังกล่าวเป็นไปตามเอ็มโอเอ และ พ.ร.บ. การออกเสียงประชามติ ซึ่งการจัดทำรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องของรัฐสภา รัฐบาลไม่อาจก้าวล่วงได้ แต่ต้องมีการประสานงานกันในหลายเรื่องที่ไม่ได้เกี่ยวกับเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญ จึงได้เสนอไทม์ไลน์ที่รัฐบาลมองว่าควรจะเป็นเช่นนั้น

“บวรศักดิ์” วางปฏิทิน เลือกตั้งใหม่ 29 มี.ค. 2569 ขีดเส้นผ่านแก้รธน. วาระ 3 ไม่เกิน 20 ธ.ค.นี้

จากข่าวการวางปฏิทินการเลือกตั้งใหม่ 29 มี.ค. 2569 ของ “บวรศักดิ์” นั้น แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการกำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการแก้ไขรัฐธรรมนูญและการจัดการเลือกตั้ง ซึ่งมีความสำคัญต่อเสถียรภาพทางการเมืองของประเทศ การกำหนดเส้นตายสำหรับการพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญและการจัดการประชามติมีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องสามารถเตรียมตัวและดำเนินการตามขั้นตอนได้อย่างถูกต้องและทันเวลา

ทำไมต้องเลือกตั้งใหม่ 29 มี.ค. 2569?

การกำหนดวันเลือกตั้งใหม่ 29 มี.ค. 2569 มีความเชื่อมโยงกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญและการทำประชามติ ซึ่งเป็นกระบวนการที่ต้องใช้เวลาในการดำเนินการตามกฎหมาย การที่นายบวรศักดิ์ได้เสนอไทม์ไลน์ที่ชัดเจนออกมานั้น เป็นการช่วยให้รัฐสภาและรัฐบาลสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ และลดความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นจากความไม่แน่นอนของกำหนดการ

การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นประเด็นที่มีความซับซ้อนและเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของหลายฝ่าย การกำหนดเส้นตายสำหรับการพิจารณาในวาระต่างๆ จึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นไปอย่างราบรื่นและเป็นไปตามกรอบเวลาที่กำหนดไว้ การที่รัฐสภาสามารถลงมติแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ตามกำหนด จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ

นอกจากนี้ การจัดการประชามติเพื่อรับฟังความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ก็เป็นกระบวนการที่สำคัญในการสร้างการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน การที่รัฐบาลกำหนดวันประชามติให้สอดคล้องกับวันเลือกตั้งใหม่ 29 มี.ค. 2569 จะช่วยประหยัดงบประมาณและเพิ่มความสะดวกให้กับประชาชนในการออกไปใช้สิทธิของตน

เพื่อให้การเลือกตั้งใหม่ 29 มี.ค. 2569 เป็นไปอย่างโปร่งใสและยุติธรรม การมีส่วนร่วมของประชาชนในการตรวจสอบและติดตามกระบวนการเลือกตั้งจึงเป็นสิ่งสำคัญ ประชาชนควรติดตามข่าวสารและข้อมูลเกี่ยวกับการเลือกตั้งอย่างใกล้ชิด และเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมประชาธิปไตย

ที่มา – “บวรศักดิ์” วางปฏิทิน เลือกตั้งใหม่ 29 มี.ค. 2569 ขีดเส้นผ่านแก้รธน. วาระ 3 ไม่เกิน 20 ธ.ค.นี้

Scroll to top