การลดค่าครองชีพ

ไทยช่วยไทย พลัส วันแรก เอกนิติเผยใช้ง่าย ยอดพุ่ง 170 ล้าน

ไทยช่วยไทย พลัส วันแรก เอกนิติเผยใช้ง่าย ยอดพุ่ง 170 ล้าน

เริ่มต้นแล้วอย่างเป็นทางการสำหรับ ไทยช่วยไทย พลัส วันแรก เอกนิติเผยใช้ง่าย หลังจากนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบความพร้อมที่ตลาดสดธนบุรี บรรยากาศเช้านี้เต็มไปด้วยความคึกคักของพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนที่มาใช้สิทธิกันตั้งแต่ช่วงเช้ามืด

จากการลงพื้นที่จริง พบว่าโครงการนี้ได้รับกระแสตอบรับดีเกินคาด โดยนายเอกนิติได้ทดลองสแกนจ่ายค่าสินค้าและยืนยันว่าระบบทำงานได้ลื่นไหล ไม่มีสะดุด และที่สำคัญคือเข้าใจง่ายมากสำหรับคนทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นผู้ซื้อหรือผู้ขายก็ตาม

สรุปภาพรวม ไทยช่วยไทย พลัส วันแรก เอกนิติเผยใช้ง่าย มากเพียงใด?

นอกจากเรื่องความสะดวกในการใช้งานแล้ว นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย ได้รายงานตัวเลขที่น่าสนใจว่า เพียงแค่ช่วงเช้า (06.00-09.00 น.) ของการเริ่ม ไทยช่วยไทย พลัส วันแรก เอกนิติเผยใช้ง่าย นั้น มียอดการใช้จ่ายสะพัดไปแล้วกว่า 170 ล้านบาท โดยมีผู้ใช้งานจริงเกือบ 900,000 คน และร้านค้ากว่า 220,000 แห่งได้เข้าร่วมในระบบนี้ ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีในการช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชนจากวิกฤตความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลให้ราคาสินค้าปรับตัวสูงขึ้นทั่วโลก

จุดเด่นของโครงการที่มีการแนะนำโดยรัฐมนตรีคลัง:

  • ระบบสแกนจ่ายผ่านแอปฯ “เป๋าตัง” และ “ถุงเงิน” ที่มีความแม่นยำและโปร่งใส
  • การใช้ AI “นกกระซิบ” ช่วยพ่อค้าแม่ค้าวิเคราะห์ยอดขายและวางแผนธุรกิจ
  • โอกาสในการนำข้อมูลยอดขายดิจิทัลไปประกอบการยื่นขอสินเชื่อเพื่อเลิกกู้นอกระบบ

สำหรับผู้ที่ยังกังวลเรื่องการใช้งานหรือขั้นตอนต่างๆ รัฐบาลไทยได้เตรียมช่องทางช่วยเหลือไว้ครอบคลุม ทั้งผ่านทางธนาคารกรุงไทยและที่ว่าการอำเภอทั่วประเทศ รวมถึงผู้ที่ไม่มีสมาร์ทโฟนก็ไม่ต้องกังวล เพราะมีการเตรียมแนวทางรองรับผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยจะเข้าสู่การพิจารณาของ ครม. ในวันพรุ่งนี้เพื่อเปิดสิทธิให้ครอบคลุมและทั่วถึงยิ่งขึ้น

รัฐบาลหวังว่าโครงการนี้จะช่วยลดค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของพี่น้องประชาชนได้อย่างแท้จริง โดยเน้นการช่วยเหลือที่ตรงจุดและรวดเร็ว เพื่อประคองสถานการณ์ในวิกฤตเศรษฐกิจปัจจุบัน สำหรับใครที่ยังไม่ได้สมัครหรือยังไม่แน่ใจเรื่องสิทธิ สามารถตรวจสอบข้อมูลได้ที่หน่วยงานของรัฐใกล้บ้านท่าน แล้วมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากไปพร้อมกันครับ

ที่มา – ไทยช่วยไทย พลัส วันแรก “เอกนิติ” บอกใช้ง่ายมาก เช้านี้มีการใช้จ่ายแล้ว 170 ล้าน

MRT 4 สายร่วมโครงการ ไทยช่วยไทย พลัส 60/40 เริ่ม 1 มิ.ย. 69

ข่าวดีสำหรับชาวกรุงเทพฯ และปริมณฑลที่ต้องใช้บริการรถไฟฟ้าเป็นประจำครับ เพราะรัฐบาลเตรียมเดินหน้าเต็มสูบกับมาตรการช่วยลดค่าครองชีพด้วยโครงการ รัฐบาลดัน MRT 4 สายเข้า “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” ช่วยจ่ายค่าโดยสาร 60% เริ่ม 1 มิ.ย. – 30 ก.ย. 69 เพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางในทุกๆ วันของคุณ

รัฐบาลดัน MRT 4 สายเข้า “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” ช่วยจ่ายค่าโดยสาร 60% เริ่ม 1 มิ.ย. – 30 ก.ย. 69

การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ได้ประกาศข่าวดีให้ประชาชนทราบว่า ขณะนี้ได้มีการเตรียมระบบเพื่อรองรับการใช้งานโครงการ รัฐบาลดัน MRT 4 สายเข้า “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” ช่วยจ่ายค่าโดยสาร 60% เริ่ม 1 มิ.ย. – 30 ก.ย. 69 อย่างเป็นทางการ ซึ่งครอบคลุมรถไฟฟ้า MRT ทั้ง 4 สายหลัก ได้แก่ สายสีน้ำเงิน, สายสีม่วง, สายสีเหลือง และสายสีชมพู โดยมีรายละเอียดเงื่อนไขที่คุณควรทราบดังนี้ครับ:

วิธีใช้สิทธิ์โครงการไทยช่วยไทย พลัส 60/40

  • รัฐบาลร่วมจ่ายค่าโดยสารให้ 60% ส่วนคุณจ่ายเองเพียง 40%
  • จำกัดวงเงินสนับสนุนสูงสุดไม่เกิน 200 บาทต่อคนต่อวัน
  • จำกัดวงเงินสูงสุดไม่เกิน 1,000 บาทต่อคนต่อเดือน
  • ใช้งานง่ายๆ ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง”
  • ใช้ซื้อตั๋วเที่ยวเดียว (Single Journey Ticket) ได้ที่ห้องจำหน่ายบัตรโดยสารทุกสถานี

มาตรการนี้ไม่เพียงแต่ช่วยประหยัดเงินในกระเป๋า แต่ยังสนับสนุนให้ทุกคนหันมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะมากขึ้น ซึ่งส่งผลดีทั้งต่อการลดมลพิษในอากาศและลดความแออัดบนท้องถนนในชั่วโมงเร่งด่วนอีกด้วย สำหรับใครที่ยังไม่มีแอปเป๋าตัง อย่าลืมรีบไปดาวน์โหลดและยืนยันตัวตนไว้ล่วงหน้าตั้งแต่วันนี้ เพื่อที่จะได้ไม่พลาดสิทธิ์จากโครงการ รัฐบาลดัน MRT 4 สายเข้า “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” ช่วยจ่ายค่าโดยสาร 60% เริ่ม 1 มิ.ย. – 30 ก.ย. 69 ในครั้งนี้

ส่วนตัวผมมองว่าโครงการนี้เป็นนโยบายที่จับต้องได้จริงและตอบโจทย์วิถีชีวิตคนเมืองอย่างมาก หวังว่ารัฐบาลจะขยายโครงการดีๆ แบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้ประชาชนในระยะยาวครับ หากใครมีข้อสงสัยเพิ่มเติม อย่าลืมตรวจสอบข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ประจำสถานีหรือผ่านช่องทางประชาสัมพันธ์ของ MRT ได้เลยครับ

ที่มา – รัฐบาลดัน MRT 4 สายเข้า “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” ช่วยจ่ายค่าโดยสาร 60% เริ่ม 1 มิ.ย. – 30 ก.ย. 69

ไทยช่วยไทย พลัส ปิดลงทะเบียนแล้ว ยอดทะลุ 26 ล้านราย

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เรามีข่าวอัปเดตที่น่าสนใจเกี่ยวกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่หลายคนกำลังจับตามอง นั่นก็คือโครงการ ไทยช่วยไทย พลัส ปิดลงทะเบียนแล้ว ยอดทะลุ 26 ล้านราย ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่สะท้อนให้เห็นว่าประชาชนให้ความสนใจและต้องการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในยุคที่เศรษฐกิจมีความท้าทายแบบนี้เป็นอย่างมากเลยครับ

ผลตอบรับสุดปังกับไทยช่วยไทย พลัส ปิดลงทะเบียนแล้ว ยอดทะลุ 26 ล้านราย

ล่าสุดทางรัฐบาลได้ออกมาเผยข้อมูลอย่างเป็นทางการว่า หลังจากเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ ไทยช่วยไทย พลัส ปิดลงทะเบียนแล้ว ยอดทะลุ 26 ล้านราย ภายในระยะเวลาเพียง 5 วันเท่านั้น โดยตัวเลขกว่า 26.04 ล้านรายที่ลงทะเบียนสำเร็จ แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อมาตรการของภาครัฐในการช่วยลดค่าครองชีพและกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับฐานรากให้กลับมาคึกคักอีกครั้งในช่วงครึ่งปีหลังนี้

โอกาสทองของร้านค้าเมื่อไทยช่วยไทย พลัส ปิดลงทะเบียนแล้ว ยอดทะลุ 26 ล้านราย

สำหรับบรรดาร้านค้าที่สนใจเข้าร่วมโครงการ ไม่ต้องกังวลไปครับ เพราะแม้ว่าประชาชนจะปิดลงทะเบียนไปแล้ว แต่ในส่วนของร้านค้ายังสามารถสมัครเข้าร่วมได้ถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 โดยร้านค้าที่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง พลัส อยู่แล้ว สามารถกดยอมรับเงื่อนไขผ่านแอปฯ ถุงเงินได้เลยทันที ส่วนร้านใหม่ก็สามารถเตรียมตัวได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เพื่อรองรับลูกค้าที่จะเริ่มใช้สิทธิในวันที่ 1 มิถุนายนนี้ครับ

  • เตรียมแอปฯ ถุงเงินให้พร้อม: อัปเดตเวอร์ชันล่าสุดเพื่อการใช้งานที่ราบรื่น
  • ศึกษาเงื่อนไขให้ดี: เพื่อสิทธิประโยชน์สูงสุดของร้านค้า
  • โปรโมทโครงการ: ปักป้ายแจ้งลูกค้าว่าร้านคุณเข้าร่วม เพื่อดึงดูดผู้ใช้งาน

สิ่งที่น่าสนใจมากกว่านั้นคือ รัฐบาลได้เปิดตัว AI “นกกระซิบ” ผู้ช่วยอัจฉริยะที่จะเข้ามาเปลี่ยนโฉมการทำธุรกิจรายย่อยให้เป็นสมาร์ทบิสซิเนส โดย AI ตัวนี้จะช่วยวิเคราะห์ยอดขาย บริหารสต็อกสินค้า และช่วยประเมินสุขภาพทางการเงิน ทำให้ร้านค้าเล็กร้านค้าน้อยมีข้อมูลในการวางแผนธุรกิจที่แม่นยำมากขึ้น ถือเป็นการอัปสกิลผู้ประกอบการไทยให้พร้อมสู้ศึกในยุคดิจิทัลอย่างแท้จริงครับ

โดยส่วนตัวผมมองว่า โครงการนี้ไม่ใช่แค่การแจกเงินหรือลดค่าครองชีพชั่วคราว แต่เป็นการวางรากฐานให้ร้านค้าได้มีโอกาสเรียนรู้การใช้เทคโนโลยีอย่างคุ้มค่า หากร้านค้าปรับตัวได้เร็ว ใช้ประโยชน์จาก AI นกกระซิบให้เป็น เชื่อว่าธุรกิจของท่านจะเติบโตอย่างมั่นคงและก้าวผ่านช่วงเวลายากลำบากไปได้แน่นอนครับ ใครที่ยังไม่ได้สมัครหรือยังลังเลอยู่ ห้ามพลาดโอกาสนี้เด็ดขาดเลยนะครับ

ที่มา – รัฐบาลเผย “ไทยช่วยไทย พลัส” ปิดลงทะเบียนแล้ว 5 วัน ยอดทะลุกว่า 26 ล้านราย

“คนนนท์” หวังแก้โกง: พีระพันธุ์ มั่นใจทำได้จริง!

“พีระพันธุ์” นำทีมหาเสียง ช่วยลูกพรรครวมไทยสร้างชาติ ปลื้ม “คนนนท์” หวังแก้โกง ปราบยา คุมค่าไฟ! ย้ำชัดพรรคทำได้จริง!

วันที่ 9 มกราคม 2567 ที่จังหวัดนนทบุรี นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ลงพื้นที่พบปะประชาชนที่หมู่บ้านพฤกษา 3 และตลาดบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี พร้อมผู้สมัคร สส.นนทบุรี พรรค รทสช. คือ ร.ท.ภาคย์ธนณิศ นุชน้อย เขต 1 เบอร์ 7, นายปราโมทย์ พันธุ์เกตุ เขต 2 เบอร์ 10, นายประชา มีเหม็ง เขต 3 เบอร์ 4, นางสาวณัฐปัณฑ์ ดาวเรือง เขต 4 เบอร์ 10, นายสุวิศิษฏ์ พงศ์ภรณ์ปภาณ เขต 5 เบอร์ 9, นายปรีชา ฉอสุวรรณชาติ เขต 7 เบอร์ 9 และ นายสุธี ทองสวัสดิ์ เขต 8 เบอร์ 1 ท่ามกลางบรรยากาศที่คึกคัก ประชาชน พ่อค้า แม่ค้าให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น เข้ามาทักทายขอถ่ายรูปเป็นที่ระลึกจำนวนมาก พร้อมพูดคุยกับกลุ่มผู้นำชุมชนถึงเรื่องค่าพลังงานไฟฟ้าที่ปรับตัวสูงขึ้น

“คนนนท์” หวังแก้โกง

นายพีระพันธุ์ เปิดเผยว่า ขอขอบคุณชาวหมู่บ้านพฤกษา 3 และชาวตลาดบางบัวทอง จ.นนทบุรี ที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น กลุ่มผู้นำชุมชนต่างกังวลเรื่องค่าไฟฟ้าพลังงานที่สูงขึ้น แต่ก็ให้ความเชื่อมั่นต่อตน ในฐานะอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ว่าจะสามารถเข้ามาแก้ไขโครงสร้างราคาพลังงานให้ลดลงได้หลังจากที่เคยทำสำเร็จมาแล้ว ว่าสามารถลดภาระค่าใช้จ่ายภาคครัวเรือนให้ประชาชนได้จริง หากได้รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ขณะที่บรรดากลุ่มแม่ค้าก็ได้สะท้อนปัญหาในพื้นที่ เช่น ปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติด การลักขโมย และการทะเลาะวิวาทในชุมชนจากปัญหาเศรษฐกิจปากท้องในครัวเรือน ซึ่งพรรคมีแนวนโยบายที่จะลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนได้จริง นอกจากนี้ พี่น้องประชาชนส่วนใหญ่ พร้อมสนับสนุนไม่ให้มีการแก้ไขกฎหมายอาญา มาตรา 112 ด้วย

นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า “พรรครวมไทยสร้างชาติ เราให้ความสำคัญกับการรักษาความสงบสุขของบ้านเมืองเป็นอันดับหนึ่ง ควบคู่ไปกับการเร่งลดค่าครองชีพ โดยเฉพาะราคาพลังงาน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน ว่าเรามีนโยบายที่สามารถทำได้จริง ขอให้พี่น้องประชาชนให้โอกาสเลือกพรรค รทสช. เบอร์ 6 และผู้สมัคร ส.ส. ระบบเขตของพรรคเข้าสภาฯ ไปทำงานรับใช้พี่น้องประชาชน เราทำได้จริงๆ”

“คนนนท์” ฝากความหวังไว้กับพรรค รทสช.

การลงพื้นที่จังหวัดนนทบุรีของนายพีระพันธุ์ในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อพรรครวมไทยสร้างชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการแก้ไขปัญหาปากท้อง และการลดค่าครองชีพ ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญที่ประชาชนกำลังเผชิญอยู่

พรรครวมไทยสร้างชาติ ชูนโยบายที่เน้นการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน โดยมุ่งเน้นไปที่การลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน การสร้างงานสร้างรายได้ และการแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน

ที่สำคัญ ประชาชนคนนนท์ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน ซึ่งเป็นปัญหาที่กัดกินสังคมไทยมาอย่างยาวนาน พรรครวมไทยสร้างชาติจึงให้ความสำคัญกับการปราบปรามการทุจริต และสร้างระบบการบริหารจัดการที่โปร่งใสและตรวจสอบได้

นอกจากนี้ ประชาชนยังให้ความสนใจในเรื่องของการแก้ไขปัญหายาเสพติด ซึ่งเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อสังคมในวงกว้าง พรรครวมไทยสร้างชาติจึงมีนโยบายที่เข้มงวดในการปราบปรามยาเสพติด และให้การช่วยเหลือผู้ที่ติดยาเสพติดให้กลับมาเป็นคนดีของสังคม

สำหรับเรื่องค่าไฟที่เป็นประเด็นร้อนแรง พรรครวมไทยสร้างชาติได้ให้คำมั่นสัญญาว่าจะเข้ามาแก้ไขโครงสร้างราคาพลังงานให้ลดลง ซึ่งเป็นสิ่งที่ประชาชนคนนนท์ให้ความหวังเป็นอย่างมาก

สรุปแล้ว การลงพื้นที่ของนายพีระพันธุ์ในครั้งนี้ ถือเป็นการตอกย้ำความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อพรรครวมไทยสร้างชาติ และเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง

การที่คนนนท์จำนวนมาก หวังให้พรรครวมไทยสร้างชาติเข้ามาแก้ไขปัญหาต่างๆ สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการการเปลี่ยนแปลง และความต้องการเห็นอนาคตที่ดีกว่าเดิม ผมเชื่อว่าพรรคการเมืองใดก็ตามที่สามารถตอบสนองความต้องการเหล่านี้ได้ ก็จะได้รับการสนับสนุนจากประชาชนอย่างแน่นอน

ที่มา – “พีระพันธุ์” ปลื้ม “คนนนท์” หวังแก้โกง ปราบยา คุมค่าไฟ ย้ำชัดพรรคทำได้จริงๆ

Scroll to top