การลดอุบัติเหตุ

สรุป 7 วันอันตราย สงกรานต์ 2569 ตาย 191 ศพ

ช่วง 7 วันอันตราย สงกรานต์ 2569 ผ่านมาแบบสุดระทึก! ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน หรือ ศปถ. ออกสรุปสถิติอุบัติเหตุทางถนนใน 5 วันแรก (10-14 เมษายน 2569) พบว่ามีอุบัติเหตุรวม 951 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ 911 คน และที่น่าใจหายคือผู้เสียชีวิตพุ่งสูงถึง 191 ราย เลยทีเดียว เทศกาลสงกรานต์ที่ทุกคนตั้งตารอ สาดน้ำเล่นสนุก แต่กลับกลายเป็นช่วงเสี่ยงอันดับต้นๆ ของอุบัติเหตุทางถนน เรามาดูรายละเอียดกันว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้าง

สถิติ 7 วันอันตราย สงกรานต์ 2569: ตัวเลขสะเทือนใจ

สำหรับวันสุดท้ายของการสรุป 5 วัน คือวันที่ 14 เมษายน 2569 เกิดอุบัติเหตุ 192 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ 202 คน และเสียชีวิต 30 ราย สะสมทั้งหมดนี่แหละที่ทำให้ยอดตายทะลุ 191 ศพ ศปถ. แถลงที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) โดย พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะประธานฯ ย้ำว่าต้องบูรณาการทุกหน่วยงานรับมือคนเดินทางกลับ โดยเฉพาะรถโดยสารสาธารณะและคนขับ ตรวจเข้มงวดสุดๆ แถมบังคับใช้กฎหมาย “ดื่มแล้วขับ จับจริง” เอาผิดเด็ดขาด นำเข้าคุมประพฤติ และคุมขายเหล้าให้เด็ก

สาเหตุหลักของอุบัติเหตุใน 7 วันอันตราย สงกรานต์ 2569

สาเหตุอันดับ 1 คือ ขับรถเร็ว สูงถึง 38.54% รองลงมาคือ ดื่มแล้วขับ 28.13% ยานพาหนะที่เด่นสุดคือรถจักรยานยนต์ 72.88% ส่วนใหญ่เกิดบนเส้นทางตรง 77.08% ถนนใน อบต./หมู่บ้าน 30.73% เวลาเกิดบ่อยสุดช่วงบ่ายแก่ๆ 15.01-18.00 น. 23.96% ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในวัย 20-29 ปี 23.71% น่าเป็นห่วงจริงๆ

  • จังหวัดอุบัติเหตุสูงสุด: แพร่ (16 ครั้ง)
  • ผู้บาดเจ็บสูงสุด: แพร่ (18 คน)
  • ผู้เสียชีวิตสูงสุด: ปทุมธานี (3 ราย)

ข้อมูลพวกนี้มาจากการรณรงค์ “ขับขี่ปลอดภัย ลดความเร็ว ลดอุบัติเหตุ” ที่ศปถ. จัดใหญ่ แต่ตัวเลขยังน่าตกใจ ประชาชนเดินทางกลับกรุงเทพฯ เยอะมาก รถติดยาว รถเมา ขับเร็ว ทำให้อุบัติเหตุถี่ยิบ

มาตรการรับมือช่วงเดินทางกลับหลัง 7 วันอันตราย สงกรานต์ 2569

ศปถ. ไม่ได้นิ่งนอนใจ สั่งตรวจรถโดยสารสาธารณะเข้ม ตรวจคนขับ ป้องกันเมาเหล้า ลดพฤติกรรมเสี่ยงทุกพื้นที่ เช่น ห้ามขายแอลกอฮอล์ให้เยาวชน จับกุมจริงจัง นี่คือก้าวสำคัญในการลดยอดอุบัติเหตุปีหน้า

พูดแบบเป็นกันเองนะ ถ้าคุณกำลังเดินทางกลับ ลองเช็ครถให้ดี ง่วงก็พัก รถเร็วเกิน 100 ไม่เวิร์ค ดื่มเหล้าก็อย่าขับเลย เรียกแท็กซี่หรือ Grab ดีกว่า สงกรานต์สนุกแต่ชีวิตสำคัญกว่า!

จากสถิติ 7 วันอันตราย สงกรานต์ 2569 นี้ เราควรเรียนรู้เพื่อปีหน้า อย่าให้ตัวเลขตายพุ่งแบบนี้อีก ขับขี่ปลอดภัยกันนะทุกคน แชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ช่วยกันลดอุบัติเหตุได้จริง!

ที่มา – 7 วันอันตราย ศปถ. สรุป 5 วันอุบัติเหตุช่วง “สงกรานต์ 2569” ตายพุ่ง 191 ศพ

ผู้กำกับเพชรเกษม อบรมผู้นำชุมชนเข้มแข็ง สร้างเครือข่ายป้องกันอาชญากรรม

ในวันที่ 15 มีนาคม 2569 ผู้กำกับเพชรเกษม อบรมผู้นำชุมชนเข้มแข็ง สร้างเครือข่ายป้องกันอาชญากรรม ตามโครงการสร้างเครือข่ายการมีส่วนร่วมในการป้องกันอาชญากรรม ในระดับสถานีตำรวจ ประจำปี 2569 โดยมี พ.ต.อ.ปราโมทย์ จันทร์บุญแก้ว ผู้กำกับการสถานีตำรวจเพชรเกษม เป็นประธานในการจัดงานนี้ ร่วมด้วย พ.ต.ต.บัญชา แก้วไทรท้วม รองสวป. (ชส.) ครูตำรวจแดร์ ชุดตชส. สายตรวจ และฝ่ายจราจร สน.เพชรเกษม

ผู้กำกับเพชรเกษม อบรมผู้นำชุมชนเข้มแข็ง สร้างเครือข่ายป้องกันอาชญากรรม

การอบรมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อให้ความรู้แก่ภาคีเครือข่ายจำนวน 53 คน ซึ่งประกอบด้วยผู้นำชุมชน ผู้นำกลุ่มวิชาชีพ ผู้นำทางความคิด ครู ข้าราชการบำนาญ อาสาสมัครตำรวจบ้าน อปพร. และอสม. โดยจัดที่ห้องประชุมชั้น 4 สน.เพชรเกษม แขวงหลักสอง เขตบางแค กรุงเทพมหานคร ระหว่างเวลา 09.00-16.00 น.

ผู้กำกับเพชรเกษม อบรมผู้นำชุมชนเข้มแข็ง สร้างเครือข่ายป้องกันอาชญากรรม

โครงการนี้มีชื่อว่า Stronger Together ซึ่งมุ่งเน้นการสร้างเครือข่ายที่เข้มแข็งเพื่อป้องกันอาชญากรรมในชุมชน พ.ต.อ.ปราโมทย์ จันทร์บุญแก้ว กล่าวว่าการฝึกอบรมประกอบด้วย 6 หัวข้อหลักที่สำคัญมากสำหรับผู้นำชุมชนในยุคปัจจุบัน

หัวข้อที่ 1: โครงการจิตอาสาพระราชทาน

หัวข้อแรกเน้นโครงการจิตอาสาพระราชทานตามแนวพระราชดำริ และการสร้างจิตสำนึกต่อสถาบัน ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ผู้เข้าร่วมจะได้เรียนรู้วิธีการเป็นจิตอาสาที่มีจิตใจเข้มแข็ง สามารถช่วยเหลือชุมชนและรักษาคุณค่าทางวัฒนธรรมของชาติ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการป้องกันปัญหาสังคม

การอบรมผู้นำชุมชน สน.เพชรเกษม

หัวข้อที่ 2: การสร้างเครือข่ายพลังแผ่นดิน

หัวข้อนี้สอนการสร้างเครือข่ายพลังแผ่นดิน เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของบ้านเมืองและการมีส่วนร่วมในกิจการตำรวจ ผู้นำชุมชนจะได้ทราบวิธีประสานงานระหว่างชุมชนกับเจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อแก้ปัญหาแบบยั่งยืน เช่น การจัดการขยะหรือปัญหายาเสพติด

หัวข้อที่ 3: การสื่อสารเพื่อแสวงหาความร่วมมือ

การสื่อสารที่ดีเป็นกุญแจสำคัญในการบริหารเครือข่ายประชาชน ผู้เข้าอบรมเรียนรู้เทคนิคการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ การใช้โซเชียลมีเดียในการแจ้งเตือนภัย และการสร้างความไว้วางใจระหว่างสมาชิกเครือข่าย

หัวข้อที่ 4: สร้างจิตสำนึกร่วมกันลดอุบัติเหตุ

หัวข้อนี้ครอบคลุมกฎหมายจราจร การขับขี่ปลอดภัย การรณรงค์อาสาตำรวจจราจร และการแจ้งข้อมูลการกระทำผิด เนื่องจากอุบัติเหตุจราจรเป็นปัญหาใหญ่ในเขตบางแค ผู้นำชุมชนจะกลายเป็นกำลังสำคัญในการรณรงค์

หัวข้อที่ 5: การป้องกันภัยออนไลน์ Cyber Vaccine

ในยุคดิจิทัล ภัยออนไลน์อย่างการหลอกลวงหรือไซเบอร์บูลลี่เป็นเรื่องใกล้ตัว การอบรมสอน Cyber Vaccine ซึ่งเป็นวัคซีนป้องกันภัยไซเบอร์ วิธีตรวจสอบข้อมูลปลอม และการปกป้องตนเองและครอบครัว

หัวข้อที่ 6: การระงับเหตุบุคคลคลุ้มคลั่งและ Active Shooter

หัวข้อสุดท้ายสอนเทคนิคการรับมือเหตุร้าย เช่น บุคคลคลุ้มคลั่งหรือผู้ก่อเหตุยิง枪 ผู้นำชุมชนจะได้ฝึกทักษะเบื้องต้นเพื่อช่วยชีวิตและประสานงานกับตำรวจอย่างรวดเร็ว

การอบรมครั้งนี้ไม่เพียงให้ความรู้ แต่ยังสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างตำรวจกับชุมชน ทำให้ทุกคนตระหนักถึงบทบาทของตนในการป้องกันอาชญากรรม ผู้กำกับเพชรเกษม อบรมผู้นำชุมชนเข้มแข็ง สร้างเครือข่ายป้องกันอาชญากรรม เป็นตัวอย่างที่ดีของการทำงานร่วมกันที่ประสบความสำเร็จ

ในมุมมองของผู้เขียน การมีเครือข่ายชุมชนที่เข้มแข็งเช่นนี้จะช่วยลดอัตราการเกิดอาชญากรรมได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่หนาแน่น ชวนทุกท่านในชุมชนหลักสองและบางแค มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายนี้ เพื่อชุมชนที่น่าอยู่และปลอดภัยยิ่งขึ้น

ที่มา – ผู้กำกับเพชรเกษม อบรมผู้นำชุมชนเข้มแข็ง สร้างเครือข่ายป้องกันอาชญากรรม

7 วันอันตราย: อุบัติเหตุ 798 ครั้ง เสียชีวิต 145 ศพ

วันที่สามของช่วง 7 วันอันตราย ยอดเสียชีวิตเพิ่มเป็น 54 ศพ จากอุบัติเหตุรวม 798 ครั้ง และมีผู้บาดเจ็บถึง 769 คน ยอดรวมผู้เสียชีวิตในช่วง 7 วันอันตราย ขณะนี้อยู่ที่ 145 ศพ

เมื่อวันที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2569 เวลา 10.15 น. ณ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นายจิระพงศ์ เทพพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม ได้แถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานของศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2569 โดยเปิดเผยถึงสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 2 มกราคม 2569 ซึ่งเป็นวันที่ 3 ของการรณรงค์ “ขับขี่ปลอดภัย ลดความเร็ว ลดอุบัติเหตุ” พบว่าเกิดอุบัติเหตุ 326 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ 317 คน และเสียชีวิต 54 ศพ

สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุดคือ ขับรถเร็วเกินกำหนด (ร้อยละ 40.18) รองลงมาคือ ดื่มแล้วขับ (ร้อยละ 29.45) ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดยังคงเป็นรถจักรยานยนต์ (ร้อยละ 76.92) โดยส่วนใหญ่เกิดบนเส้นทางตรง (ร้อยละ 78.22) ถนนกรมทางหลวง (ร้อยละ 36.81) และถนนใน อบต./หมู่บ้าน (ร้อยละ 29.75) ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดคือ ช่วงเวลา 00.01 – 03.00 น. (ร้อยละ 25.15)

ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุดอยู่ในช่วงอายุ 20-29 ปี (ร้อยละ 22.91) จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดคือ ภูเก็ต (16 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุดคือ ภูเก็ต (18 คน) และจังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุดคือ กรุงเทพมหานคร (7 ราย)

สรุปสถิติอุบัติเหตุทางถนนสะสมในช่วง 3 วันแรกของช่วง 7 วันอันตราย (30 ธ.ค. 68 – 1 ม.ค. 69) พบว่าเกิดอุบัติเหตุรวม 798 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บรวม 769 คน และเสียชีวิตรวม 145 ศพ จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุดคือ ภูเก็ต (34 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุดคือ ภูเก็ต (38 คน) และจังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุดคือ กรุงเทพมหานคร (12 ราย)

7 วันอันตราย วันที่ 3 เกิดอุบัติเหตุรวม 798 ครั้ง ยอดผู้เสียชีวิตรวม 145 ศพ

เนื่องจากวันที่ 2 มกราคม ยังคงเป็นวันหยุดยาวต่อเนื่อง และมีการเดินทางระหว่างอำเภอและจังหวัดค่อนข้างมาก ขอความร่วมมือประชาชนขับรถด้วยความไม่ประมาท เว้นระยะห่างจากรถคันหน้า ไม่เบรกกะทันหัน คาดเข็มขัดนิรภัยและสวมหมวกกันน็อคทุกครั้งที่ขับขี่ สำหรับผู้ที่วางแผนเดินทางกลับกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัดล่วงหน้าเพื่อหลีกเลี่ยงการจราจรที่หนาแน่น โดยเฉพาะผู้ที่เดินทางในสายอีสานและสายเหนือ ศปถ. ได้เน้นย้ำให้จังหวัด อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมพร้อมรองรับการเดินทางกลับและอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน

มาตรการที่เข้มงวด ได้แก่ การตั้งจุดตรวจ จุดบริการ การเตรียมเปิดช่องทางพิเศษ และการบังคับใช้กฎหมายตามมาตรการ 10 รสขม พร้อมประชาสัมพันธ์มาตรการความปลอดภัยต่างๆ และเพิ่มความระมัดระวังในการใช้อุปกรณ์นิรภัย

นายสหรัฐ วงศ์สกุลวิวัฒน์ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวว่า คาดว่าปริมาณรถจะหนาแน่นที่สุดในวันที่ 4 มกราคม 2569 ศปถ. จึงประสานสั่งการให้เพิ่มความเข้มข้นในการตั้งจุดตรวจในพื้นที่ต่างๆ และให้ท้องถิ่นดูแลเรื่องด่านชุมชนอย่างเข้มงวด เพื่อสกัดพฤติกรรมเสี่ยง เมาแล้วขับ พร้อมตั้งจุดบริการเพื่อป้องกันอุบัติเหตุจากการหลับใน

สำหรับพื้นที่ท่องเที่ยวที่มีชาวต่างชาติ ให้เน้นการตรวจใบอนุญาตขับขี่ การกวดขันวินัยจราจร การขับรถเร็วเกินกำหนด ดื่มไม่ขับ การตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ผู้ขับขี่ รวมถึงการตรวจสอบสัญญาณไฟและป้ายจราจร และสร้างความตระหนักรู้ด้านการจราจร

สรุปสถานการณ์ 7 วันอันตราย และข้อควรระวัง

โดยสรุปแล้ว สถานการณ์ 7 วันอันตราย ในวันที่ 3 ยังคงน่าเป็นห่วง ขอให้ทุกท่านเดินทางด้วยความระมัดระวัง ปฏิบัติตามกฎจราจร และเตรียมพร้อมสำหรับการเดินทางกลับเพื่อความปลอดภัยของตนเองและผู้อื่น

ท้ายนี้ หากพบเห็นอุบัติเหตุ สามารถแจ้งเหตุได้ทางสายด่วน 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือ LINE “ปภ.รับแจ้งเหตุ1784”

ที่มา – 7 วันอันตราย วันที่ 3 เกิดอุบัติเหตุรวม 798 ครั้ง ยอดผู้เสียชีวิตรวม 145 ศพ

Scroll to top