การลาดตระเวน

เจเศรษฐ์ ลุยชายแดนตาก เยี่ยมเหตุกระสุนตก จ่อชงข้อมูลนายกฯ

เจเศรษฐ์ ลุยชายแดนตาก เยี่ยมเหตุกระสุนตก จ่อชงข้อมูลนายกฯ

เมื่อเร็วๆ นี้ เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา ซึ่งส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดตากโดยตรง ล่าสุด นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ลงพื้นที่อำเภอพบพระและอำเภอแม่สอด เพื่อตรวจสอบสถานการณ์ด้วยตนเอง พร้อมทั้งรวบรวมข้อมูลเพื่อเตรียมนำเสนอต่อท่านนายกรัฐมนตรี ในการหารือร่วมกับผู้นำเมียนมาต่อไป

การลงพื้นที่ของ เจเศรษฐ์ ลุยชายแดนตาก เยี่ยมเหตุกระสุนตก จ่อชงข้อมูลนายกฯ ในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการมาตรวจเยี่ยมเชิงสัญลักษณ์ แต่เป็นการลงลึกถึงปัญหาที่ได้รับผลกระทบจากสะเก็ดกระสุนข้ามแดนที่สร้างความเสียหายแก่บ้านเรือนประชาชน รวมถึงการให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและฝ่ายความมั่นคงที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างแข็งขันในพื้นที่เสี่ยงภัย

มาตรการความปลอดภัยและข้อเสนอจากพื้นที่

จากการลงพื้นที่ เจเศรษฐ์ ลุยชายแดนตาก เยี่ยมเหตุกระสุนตก จ่อชงข้อมูลนายกฯ ได้เปิดเผยประเด็นสำคัญที่น่าสนใจหลายประการ โดยเฉพาะข้อเสนอเรื่องการผลักดันให้มีการขยับแนวปะทะออกห่างจากพื้นที่ชายแดนไทย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของคนไทยอีก นอกจากนี้ ยังมีการหารือในประเด็นต่างๆ ดังนี้:

  • การบูรณาการความร่วมมือระหว่างกระทรวงมหาดไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
  • การแก้ไขปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติและแก๊งสแกมเมอร์
  • การปรับปรุงมาตรการตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ต เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการค้าขายของประชาชนในท้องถิ่น
  • การกำชับให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง อส. และกำนันผู้ใหญ่บ้าน เพิ่มความเข้มข้นในการลาดตระเวน

ความตั้งใจจริงของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยท่านนี้ ถือเป็นสัญญาณที่ดีที่สะท้อนว่ารัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจต่อปัญหาที่เกิดขึ้น โดยนายเจเศรษฐ์ได้ย้ำชัดเจนว่า “พวกเราคือสายเลือดเดียวกันของกระทรวงมหาดไทย หน้าที่ของเราคือการดูแลความปลอดภัยของประชาชน และเราจะไม่ปล่อยให้พี่น้องประชาชนต้องเผชิญปัญหาเพียงลำพังอย่างแน่นอน”

สุดท้ายนี้ เราในฐานะประชาชนคนไทยคงต้องส่งกำลังใจให้ทั้งเจ้าหน้าที่และชาวบ้านในพื้นที่ชายแดนจังหวัดตาก ให้สถานการณ์คลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้นโดยเร็วที่สุด และหวังว่าการนำข้อมูลเหล่านี้เสนอเข้าสู่ระดับนโยบายจะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน ทั้งด้านความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ชายแดนต่อไปครับ

ที่มา – “เจเศรษฐ์” ลุยชายแดนตาก เยี่ยมเหตุกระสุนตก จ่อชงข้อมูลนายกฯ ถกผู้นำเมียนมา

ตัวตึงช่องแคบฮอร์มุซ ส่องยานผิวน้ำไร้คนขับ (USV) ของอิหร่าน

ยานผิวน้ำไร้คนขับ (Unmanned Surface Vehicle – USV) หรือที่เรียกกันว่า “โดรนผิวน้ำ” กำลังกลายเป็นเทคโนโลยีสำคัญที่เปลี่ยนแปลงการรบทางทะเล โดยเฉพาะในพื้นที่ยุทธศาสตร์อย่าง ตัวตึงช่องแคบฮอร์มุซ ส่องยานผิวน้ำไร้คนขับ (USV) ของอิหร่าน ซึ่งอิหร่านนำมาใช้เพื่อเสริมกำลังในช่องแคบฮอร์มุซที่เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ

ยานผิวน้ำไร้คนขับ USV

ตัวตึงช่องแคบฮอร์มุซ ส่องยานผิวน้ำไร้คนขับ (USV) ของอิหร่าน

USV ถูกนำมาใช้ในภารกิจหลากหลายเพื่อลดความเสี่ยงต่อชีวิตมนุษย์และประหยัดต้นทุน ในด้านการทหาร เช่น ลาดตระเวน (ISR), เฝ้าระวัง, ต่อต้านเรือดำน้ำ (ASW), กวาดทุ่นระเบิด และโจมตีแบบกามิกาเซ่ (Kamikaze USV) ส่วนพลเรือนใช้สำรวจใต้น้ำ วัดความลึก ค้นหา-กู้ภัย และตรวจสอบโครงสร้างนอกชายฝั่ง

USV การใช้งาน
USV อีกมุม

ประสิทธิภาพเด่นของยานผิวน้ำไร้คนขับ (USV)

USV มีจุดเด่นเรื่องความทนทาน สามารถทำงานต่อเนื่องนานโดยไม่ต้องพักลูกเรือ ความคล่องตัวด้วยดีไซน์ลดแรงต้านน้ำ เช่น SWATH Hull และความคุ้มค่าที่ผลิตได้จำนวนมากสำหรับกลยุทธ์ฝูงโดรน

ระบบขับเคลื่อนใช้เครื่องยนต์ดีเซล เบนซิน ไฟฟ้า/ไฮบริด หรือโซลาร์ ใบพัดหรือ Waterjet สำหรับน้ำตื้น ส่วนอาวุธติดตั้งปืนกล จรวด ขีปนาวุธ ตอร์ปิโด หรือหัวรบสำหรับโจมตีพลีชีพ

USV อิหร่าน

อิหร่านพัฒนา USV เพื่อรับมือศัตรูอย่างสหรัฐและอิสราเอล โดยใช้กลยุทธ์ไม่สมมาตร โจมตีฝูงผึ้งจากเรือสปีดโบ๊ทดัดแปลง

รุ่นเด่น: Ya Mahdi และ Bavar Series

Ya Mahdi ดัดแปลงจาก Bladerunner 51 ความยาว 10 เมตร เครื่องยนต์ Yamaha 200 แรงม้า x2 ความเร็ว 50-70 นอต หัวรบระเบิดพลีชีพ

Ya Mahdi

Bavar Series รัศมี 10-15 กม. ความเร็ว 80 กม./ชม. หัวรบ 2 กก. สำหรับรุ่นเล็ก

USV ระยะไกลส่งให้ฮูตี รัศมี 460 กม. Payload 250+ กก. นำทาง GPS + EO/IR

USV ระยะไกล
  • เครื่องยนต์: เบนซินนอกเรือหรือเจ็ท
  • ความเร็ว: 35-70 นอต
  • รัศมี: 10-450+ กม.
  • หัวรบ: 2-250+ กก.
  • ขนาด: 1.5-10 เมตร

สรุป ตัวตึงช่องแคบฮอร์มุซ ส่องยานผิวน้ำไร้คนขับ (USV) ของอิหร่าน แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการเปลี่ยนสมดุลอำนาจทางทะเล ผู้สนใจควรติดตามพัฒนาการนี้เพราะอาจกระทบการขนส่งน้ำมันโลก หากคุณชื่นชอบข่าวเทคโนโลยีทหาร แชร์บทความนี้และติดตามเว็บไซต์ของเราเพื่ออัปเดตเพิ่มเติม!

ที่มา – ตัวตึงช่องแคบฮอร์มุซ ส่องยานผิวน้ำไร้คนขับ (USV) ของอิหร่าน

ภูมิธรรมเสียใจ ทหารเหยียบกับระเบิด ซัดกัมพูชา

“ภูมิธรรม” แสดงความเสียใจทหารเหยียบกับระเบิด ซัดกัมพูชาไม่มีเจตนาให้เกิดสันติภาพ เตรียมยกหูคุย แม่ทัพภาค 2 หลังเพจกองทัพภาค 2 โพสต์รับบริจาคงบฯ ซื้อลวดหนาม ยืนยันรัฐบาลมีงบให้ ขอให้บอกมา

วันที่ 13 ส.ค. 2568 นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี รักษาราชการนายกรัฐมนตรีแสดงความเสียใจกับทหารที่ได้รับบาดเจ็บในการทำหน้าที่ และเห็นใจ ส่วนที่ทหารมีความเห็นว่าจะต้องตอบโต้เพราะจะต้องปกป้องตัวเองนั้น ซึ่งตามสนธิสัญญากฎหมายระหว่างประเทศ สามารถทำได้ถ้าคิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องที่กระทบและเป็นปัญหาที่ผิดกับสัญญาต่างๆ โดยเฉพาะการใช้กับระเบิดโดยเฉพาะ ผิดอนุสัญญาออตตาวา ซึ่งมีขั้นตอนจะต้องไปดำเนินการยื่นเรื่องฟ้องร้องกับสหประชาชาติให้เห็นว่าเรื่องนี้เป็นปัญหาและสหประชาชาติก็จะมีขั้นตอนแจ้งให้ทั้งสองฝ่ายทราบและมีกระบวนการดำเนินการต่อ ซึ่งเมื่อเช้าได้คุยกับกระทรวงการต่างประเทศก็พร้อมที่จะยื่นเรื่องและเป็นเรื่องที่ต้องใช้ความระมัดระวังแต่เห็นว่าเป็นเรื่องที่ทำได้และควรจะทำเพราะสิ่งต่างๆ ก็เห็นได้ชัดว่าความประสงค์ของกัมพูชาไม่ได้มีเจตนาที่จะให้เกิดสันติภาพ ทั้งนี้กองทัพบก กระทรวงการต่างประเทศและรัฐบาลได้หารือกันแล้วไม่จำเป็นต้องแจ้งให้พื้นที่รับทราบ

ภูมิธรรมเสียใจ ทหารเหยียบกับระเบิด ซัดกัมพูชา

นายภูมิธรรมยังกล่าวถึงกรณีที่เพจกองทัพภาคที่ 2 ที่ออกมาโพสต์ข้อความขอรับบริจาคงบประมาณซื้อลวดหนามว่าอยากจะทำความเข้าใจกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเพราะหากคิดว่างบประมาณไม่พอสามารถแจ้งมาที่ผู้บัญชาการทหารบกหรือกองทัพบกได้เพราะตนเองก็พูดตลอดเวลากับแม่ทัพทั้งสามเหล่าทัพว่าอะไรที่ขาดและจำเป็นให้ยื่นเรื่องเข้ามารัฐบาลจะใช้งบฯ กลางเต็มที่แต่ไม่เคยมีเรื่องเสนอมา และคิดว่ายังไม่จำเป็นที่จะไปขึ้นเพจขอให้ประชาชนมาช่วยซึ่งคิดว่าจะทำให้เกิดความไม่เข้าใจรัฐบาลไม่ได้มีอะไรขัดขวางตนเองก็อยากจะเรียนให้แม่ทัพภาคที่ 2 ทราบซึ่งตนเองจะโทรศัพท์คุยเพราะถ้าขาดจริงแล้วบอกมาเรามีงบประมาณให้อยู่แล้วและก็ได้บอกไปแล้วว่าอะไรที่สามารถเอาจากที่ไหนมาได้ก็ให้เอามาก่อนแล้วถ้าขาดก็ให้บอกมาใช้วิธีพิเศษในการพิจารณาได้เลยขอให้ได้ของ เรื่องนี้ตนเองคิดว่าอาจจะทำให้เกิดความไม่เข้าใจกันได้รัฐบาลยืนยันว่าอะไรที่ขณะนี้เป็นเรื่องที่ต้องสร้างความเข้มแข็งให้กำลังพลและประเด็นในการรักษาอธิปไตยของประเทศรัฐบาลไม่ได้ขัดวันนี้เปิดงบฯ กลางให้ใช้อยู่แล้ว

นายภูมิธรรมยังกล่าวถึงกรณีที่มีการเสนอให้การลาดตระเวนของทหารที่จะดูทุระเบิดจะต้องเปลี่ยนวิธีนั้นเรื่องนี้อยากจะขอความกรุณาและบอกกับประชาชนให้ช่วยกันแก้ปัญหาตนเองก็ไม่ได้รับความเป็นธรรมเหมือนกันแต่อยู่ในฐานะหน้าที่เราก็พยายามที่จะนิ่งให้มากที่สุดการที่บอกว่าตนเองไปเข้าข้างเขมร บอกว่าระเบิดที่โรงพยาบาลไม่ใช่อย่างโน้น อย่างนี้ ซึ่งมันไม่ใช่ ตนเองไม่ได้พูด ขอสื่ออย่าเอาไปบิดเบือนและทำลายรัฐบาลสร้างความแตกแยก และที่นักวิจารณ์การเมืองบางคนเอาไปพูดว่าให้ตัดขาผม จะได้รู้ว่าหัวอกทหารเป็นยังไง ซึ่งตนเองเตรียมจะฟ้องหมดซึ่งก็ไม่เคยคิดจะฟ้องใครแต่เรื่องนี้ต้องทำให้เป็นที่ประจักษ์เหมือนในอดีตที่เคยถูกโจมตี จากคณะของนายสนธิ ลิ้มทองกุล เรื่องนี้ก็เหมือนกันอย่าพูดอะไรพล่อยๆ และพูดอะไรที่ทำลายคนอื่น และอยากให้สื่อช่วยด้วยในสิ่งที่ตนเองได้พูดไปไม่อย่างนั้นจะพูดในสิ่งที่ควรพูดเท่านั้นจะไม่พูดอะไรที่มากไปกว่านี้แล้วเพราะพูดออกไปแล้วเอาไปทำร้ายกันและบิดเบือนตัดตอนบางส่วนเอาไปนำเสนอซึ่งคิดว่าไม่เป็นธรรมและจะให้ทนายความดำเนินการฟ้องทั้งหมดที่บิดเบือนข้อเท็จจริง

นายภูมิธรรมยังกล่าวกรณีชาวบ้านแตกตื่นเตรียมอพยพกลางดึกเมื่อคืน(12 ส.ค.2568)ว่าเห็นใจประชาชนที่มีความหวาดระแวงแต่เป็นหน้าที่ของทุกส่วนทั้งกองทัพและกระทรวงมหาดไทยที่จะต้องทำความเข้าใจกับประชาชนให้มากให้ไม่ตื่นตระหนกเกินไปแต่เพราะสื่อสมัยนี้เป็นสื่ออิสระจำนวนมากออกมาปั่นข่าวทำให้เกิดความไม่สบายใจขึ้นจึงอยากขอร้องให้ทุกคนช่วย โดยเฉพาะสื่อสาธารณะและสื่อที่มีสำนักชัดเจนช่วยกันทำความเข้าใจกับประชาชนก็จะช่วยได้เยอะ

ต้องเร่งชี้แจงให้ชาวบ้านเข้าใจเรื่อง ภูมิธรรมเสียใจ ทหารเหยียบกับระเบิด ซัดกัมพูชา

ส่วนที่นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรีออกมาโพสต์ข้อความแสดงความเห็นอยากให้รัฐบาลยื่นเรื่องนี้ไปถึงศาลอาญาระหว่างประเทศนั้น  นายภูมิธรรมกล่าวว่ากระทรวงการต่างประเทศได้ทำมาหลายเรื่องที่ผ่านมาได้คุยกับเลขาธิการสหประชาชาติ (UN) โดยเฉพาะคณะกรรมการออตตาวา ซึ่งเมื่อเช้าตนเองได้คุย ว่าได้ทำไปทุกอย่างก็ดีอยู่ทำอย่างเต็มที่แต่สิ่งที่สำคัญคือการชี้แจงหรือการทำความเข้าใจกับประชาชนและการทำให้นานาชาติได้รับรู้อาจจะช้าไปหรือเสียงดังไม่พอ  แต่ก็ยืนยันว่าส่วนที่เกี่ยวข้องกับการต่างประเทศเชื่อมั่นว่าต่างประเทศเข้าใจเรามากกว่ากัมพูชาเพราะทุกคนมองเห็น ซึ่งตนเองก็บอกไปว่าสิ่งที่สำคัญก็คือประชาชนในประเทศหากประชาชนในประเทศได้เข้าใจจะดียิ่งขึ้น

จากเหตุการณ์ ภูมิธรรมเสียใจ ทหารเหยียบกับระเบิด ซัดกัมพูชา นี้ แสดงให้เห็นถึงความจำเป็นในการแก้ไขปัญหาชายแดนอย่างสันติวิธี และการให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความรุนแรง เราหวังว่าทุกฝ่ายจะร่วมมือกันเพื่อสร้างสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาค

ที่มา – “ภูมิธรรม” แสดงความเสียใจทหารเหยียบกับระเบิด ซัดกัมพูชาไม่มีเจตนาให้เกิดสันติภาพ

Scroll to top