การลาออกจากพรรค

ประวัติ วีระพงษ์ ประภา ลาออก ปชป. ช่วยศุภจี

วันนี้เรามาเปิดประวัติ วีระพงษ์ ประภากันแบบละเอียดเลยนะครับ ชายหนุ่มวัย 41 ปีที่เพิ่งสร้างความฮือฮาในวงการการเมืองไทย ด้วยการยอมลาออกจากตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เพื่อไปรับบทบาทผู้แทนการค้าไทย ช่วยงานนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯ และรัฐมนตรีพาณิชย์ หลังจากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าปชป. ขีดเส้นให้เลือกทางเดินชัดเจน เพราะปชป.ยังเป็นฝ่ายค้าน

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 เมษายน 2569 วีระพงษ์ได้ส่งข้อความแจ้งในกลุ่มไลน์ยุทธศาสตร์ปชป. ว่ายื่นใบลาออกแล้ว ก่อนโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว อธิบาย 3 เหตุผลหลักในการตัดสินใจครั้งนี้ พร้อมยอมรับว่าถูกทาบทามให้ไปเจรจาข้อตกลงการค้าเสร็จสำคัญ โดยย้ำว่าบทบาทไหนไม่สำคัญเท่าการช่วยไทยพ้นวิกฤตซ้อนวิกฤต ขอบคุณอภิสิทธิ์ที่ให้โอกาสทำงานด้วย

ประวัติ วีระพงษ์ ประภา

ประวัติ วีระพงษ์ ประภา หรือชื่อเล่น “อาร์ท” เกิดวันที่ 30 กันยายน 2527 บุตรนายกำพลและนางวิทินี ประภา ปัจจุบันอายุ 41 ปี ชีวิตครอบครัวน่าสนใจมาก สมรสกับนายฉันทวิชญ์ ตัณฑสิทธิ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยพาณิชย์สมัยรัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร จดทะเบียนสมรสเมื่อ 2 กรกฎาคม 2568 ถือเป็นคู่ LGBTQ คู่แรกของไทยภายใต้กฎหมายสมรสเท่าเทียม มีบุตรชายนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ อดีตเลขาฯ พรรคไทยสร้างไทย

การศึกษาของวีระพงษ์ ประภา

วีระพงษ์เรียนประถม-มัธยมต้นในไทย ก่อนไปต่อมัธยมปลายที่ Burnside High School เมืองไครสต์เชิร์ช นิวซีแลนด์ จบปริญญาตรีเกียรตินิยมอันดับ 1 สาขาการบัญชี ธุรกิจระหว่างประเทศ และกฎหมายพาณิชย์ จาก Victoria University of Wellington นิวซีแลนด์ และปริญญาโทสาขาการพัฒนาระหว่างประเทศจาก London School of Economics (LSE) อังกฤษ การศึกษาระดับโลกนี้ทำให้เขามีพื้นฐานแข็งแกร่งในด้านการค้าและเศรษฐกิจ

ประสบการณ์การทำงานหลากหลาย

ก่อนเข้าวงการการเมือง วีระพงษ์มีเส้นทางอาชีพโดดเด่น เคยเป็นผู้ตรวจสอบบัญชีและที่ปรึกษาการเงินที่ EY (Ernst & Young) สาขานิวซีแลนด์และลอนดอน ดูแลบริษัทข้ามชาติด้านเกษตรและการเงิน ต่อมาผันตัวสู่อุตสาหกรรมประชาสังคม เป็นที่ปรึกษา UNDP (โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ) ผู้จัดการสื่อสารสาธารณะ TDRI (สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย) และผู้จัดการอาวุโสธุรกิจยั่งยืนที่ Freedom Fund ในลอนดอน ทักษะเหล่านี้เหมาะสมสุดๆ กับตำแหน่งผู้แทนการค้า

  • ผู้ตรวจสอบบัญชี EY สาขานานาชาติ
  • ที่ปรึกษา UNDP และ TDRI
  • ผู้จัดการ Freedom Fund ด้านความยั่งยืน

เส้นทางการเมืองของวีระพงษ์ ประภา

วีระพงษ์เริ่มโด่งดังทางการเมืองเมื่อได้รับแต่งตั้งผู้แทนการค้าไทยเมื่อ 5 พฤศจิกายน 2567 ในรัฐบาลแพทองธาร แต่หลังเลือกตั้ง 2566 เขาหันมาร่วมทีมอภิสิทธิ์ที่ปชป. ได้เป็นรองหัวหน้าพรรคทันที ท่ามกลางความตกใจของหลายคน ล่าสุด 10 เมษายน 2569 ชื่อเขาปรากฏในคณะที่ปรึกษาศุภจี สร้างคำถามเรื่องสถานะฝ่ายค้าน

อภิสิทธิ์โพสต์ชี้แจงเวลา 13.03 น. วันที่ 12 เมษา 2569 ว่าไม่รู้เรื่องจากศุภจี แต่ วีระพงษ์มาปรึกษาเอง เรื่องทาบทามเป็นผู้แทนการค้า เจรจา FTA กับ EU ให้เสร็จปีนี้ ตำแหน่งนี้เป็นทางการ มีเงินเดือน จึงขอให้ลาออกจากปชป. เพื่อหลีกเลี่ยงความสับสน ต่อมา 16.22 น. วีระพงษ์โพสต์ลาออก ขอบคุณอภิสิทธิ์ ยกวิสัยทัศน์ ความซื่อสัตย์เป็นแบบอย่าง และเชิญชวนทุกคนร่วมช่วยชาติต่อไป

การตัดสินใจของวีระพงษ์แสดงให้เห็นวิสัยทัศน์กว้างไกล โดยเฉพาะการเจรจา FTA EU ที่จะช่วยขยายตลาดส่งออกไทย สร้างงาน สร้างรายได้ ในยุควิกฤตเศรษฐกิจโลก นี่คือตัวอย่างนักการเมืองรุ่นใหม่ที่ใส่ชาติเป็นที่หนึ่ง คุณคิดว่าการย้ายครั้งนี้จะสำเร็จหรือไม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และติดตามอัปเดตข่าวการเมืองจากเราได้เลย!

ที่มา – ประวัติ “วีระพงษ์ ประภา” ยอมลาออกรองหัวหน้า ปชป. ไปนั่งผู้แทนการค้า ช่วย “ศุภจี”

“เฉลิมชัย” ยังไม่คุย “เดชอิศม์” ปม ปชป. จับมือ ภท.

“เฉลิมชัย” บอกยังไม่ได้คุย “เดชอิศม์” ปมจับมือภูมิใจไทย ลั่น พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมเลือกตั้ง หากยุบสภา

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 2 กันยายน 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงกรณีนายเดชอิศม์ ขาวทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่าหากพรรคประชาธิปัตย์จับมือกับพรรคภูมิใจไทย จะลาออกจากสมาชิกพรรค ได้พูดคุยกันหรือไม่ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้พูดคุยกัน

เมื่อถามว่า การออกมากล่าวเช่นนี้จะเป็นการปิดประตูจับมือกับพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ นายเฉลิมชัย กล่าวย้ำว่า ยังไม่ได้คุยกันเลย

เมื่อถามย้ำว่า หากจำเป็นต้องยุบสภา พรรคประชาธิปัตย์พร้อมแล้วหรือไม่ นายเฉลิมชัย ยิ้มและกล่าวว่า พรรคการเมืองก็พร้อมหมดแหละ

“เฉลิมชัย” ยังไม่คุย “เดชอิศม์” ปมประกาศลาออก ปชป. หากจับมือ ภท.

สถานการณ์ทางการเมืองยังคงร้อนระอุอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดประเด็นร้อนแรงอยู่ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กับความเป็นไปได้ในการจับมือกับพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ซึ่งนำไปสู่การออกมาแสดงความเห็นของนายเดชอิศม์ ขาวทอง เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ที่ระบุว่าจะลาออกจากสมาชิกพรรคหากเกิดกรณีดังกล่าวขึ้น

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นนี้ โดยยืนยันว่ายังไม่ได้มีการพูดคุยกับนายเดชอิศม์ในรายละเอียด และยังไม่ได้ข้อสรุปใดๆ เกี่ยวกับทิศทางของพรรคในการจับมือกับพรรคภูมิใจไทย

ความพร้อมของพรรคประชาธิปัตย์สำหรับการเลือกตั้ง

แม้ว่าประเด็นเรื่องการจับมือกับพรรคภูมิใจไทยยังไม่มีความชัดเจน แต่สิ่งที่น่าสนใจคือความพร้อมของพรรคประชาธิปัตย์สำหรับการเลือกตั้งที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ นายเฉลิมชัยได้แสดงความมั่นใจว่าพรรคมีความพร้อมอย่างเต็มที่สำหรับการเลือกตั้งไม่ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อใดก็ตาม

อย่างไรก็ตาม การที่นายเฉลิมชัยกล่าวว่า “พรรคการเมืองก็พร้อมหมดแหละ” อาจตีความได้หลายนัย ทั้งในแง่ของความมั่นใจและความประเมินสถานการณ์ที่รอบคอบ เนื่องจากสถานการณ์ทางการเมืองมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา การเตรียมความพร้อมจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกพรรคการเมือง

ประเด็นที่น่าจับตามองต่อไปคือ พรรคประชาธิปัตย์จะตัดสินใจอย่างไรกับการจับมือกับพรรคภูมิใจไทย และท่าทีของนายเดชอิศม์จะเป็นอย่างไรต่อไป หากเกิดกรณีที่พรรคตัดสินใจจับมือกับพรรคภูมิใจไทยจริง เรื่องราวเหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของพรรคประชาธิปัตย์และภูมิทัศน์ทางการเมืองของประเทศไทยอย่างไร คงต้องติดตามกันต่อไปอย่างใกล้ชิด

  • การตัดสินใจของพรรคประชาธิปัตย์จะส่งผลต่อการจัดตั้งรัฐบาล
  • ท่าทีของนายเดชอิศม์อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในพรรค
  • สถานการณ์ทางการเมืองไทยยังคงมีความไม่แน่นอนสูง

โดยสรุป สถานการณ์ “เฉลิมชัย” ยังไม่คุย “เดชอิศม์” ปมประกาศลาออก ปชป. หากจับมือ ภท. ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะมีผลกระทบต่อทั้งพรรคประชาธิปัตย์เอง และต่อการเมืองไทยในภาพรวม การตัดสินใจในอนาคตของพรรคประชาธิปัตย์จะเป็นตัวกำหนดทิศทางและเสถียรภาพทางการเมืองอย่างมีนัยสำคัญ

การที่ “เฉลิมชัย” ยังไม่คุย “เดชอิศม์” ปมประกาศลาออก ปชป. หากจับมือ ภท. แสดงให้เห็นถึงความซับซ้อนของสถานการณ์ทางการเมือง และจำเป็นต้องมีการพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจใดๆทั้งสิ้น

“เฉลิมชัย” ยังไม่คุย “เดชอิศม์” ปมประกาศลาออก ปชป. หากจับมือ ภท. เป็นสถานการณ์ที่แสดงให้เห็นถึงความขัดแย้งภายในพรรคและการต่อรองทางการเมืองที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง การติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างใกล้ชิดจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับประชาชนทุกคน

ที่มา – “เฉลิมชัย” ยังไม่คุย “เดชอิศม์” ปมประกาศลาออก ปชป. หากจับมือ ภท.

Scroll to top